Prachachuennews ทันโลกธุรกิจ อัพเดตทุกไลฟ์สไตล์

21/05/2026

✅️พันเอก นาวิน ปรีชาพณิชยกุล ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร ชวนเที่ยวเมืองมรดกโลก

#สาธรสัญจรทั่วทิศ
#สุขทันทีที่เที่ยวสุโขทัยกำแพงเพชร
#ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว​
#ชสท #ททท #อพท​
#การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานสุโขทัย #จังหวัดสุโขทัย #จังหวัดกำแพงเพชร

🎉พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญใหม่ “พรูเหมาสุขภาพ ให้คุณสบายใจ” เดินหน้าประกันสุขภาพเหมาจ่ายที่มอบความสบายใจแก่คน...
20/05/2026

🎉พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญใหม่ “พรูเหมาสุขภาพ ให้คุณสบายใจ” เดินหน้าประกันสุขภาพเหมาจ่ายที่มอบความสบายใจแก่คนไทยทุกช่วงวัย

🎉บริษัท #พรูเด็นเชียลประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ พรูเด็นเชียล ประเทศไทยเปิดตัวแบรนด์แคมเปญล่าสุด “พรูเหมาสุขภาพ ให้คุณสบายใจ” จุดประกายสังคมไทยให้ตระหนักถึง “ความมั่นคงด้านสุขภาพ” (Health Security) ท่ามกลางวิกฤตค่ารักษาพยาบาลที่พุ่งสูงขึ้น รวมถึงภาวะความผันผวนของการเมืองและเศรษฐกิจโลกที่ทำให้หลายคนใช้ชีวิตด้วยความกังวล ด้วยความมุ่งมั่นที่จะยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการประกันชีวิต สู่การเป็นคู่คิดและพันธมิตรที่ไว้วางใจได้ในฐานะ “The Future Protector” ที่พร้อมให้คำปรึกษาและสร้างความอุ่นใจให้คนไทยในทุกมิติ ทั้งด้านสุขภาพ การเงิน และความมั่นคงในอนาคต พรูเด็นเชียลฯ จึงเดินหน้าแผนประกันสุขภาพเหมาจ่าย “พรูเหมา” ที่ออกแบบมาเพื่อมอบความสบายใจแก่คนไทยทุกช่วงวัย ด้วยเชื่อว่า สุขภาพเป็นประตูสำคัญสู่การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและมั่นคงในระยะยาว

ในปัจจุบัน “ความสบายใจ” ไม่ใช่เพียงความรู้สึกส่วนบุคคล แต่ได้กลายเป็นวาระสำคัญที่เชื่อมโยงโดยตรงกับคุณภาพชีวิตและความมั่นคงทางการเงิน จากรายงานแนวโน้มค่ารักษาพยาบาลทั่วโลกล่าสุดจาก Willis Towers Watson (WTW) (ข้อมูลอ้างอิง: https://reba.global/resource/wtw-towers-watson-report-2026-global-medical-trends.html) ระบุว่า ปี 2026 ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10.3% ขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอาจสูงถึง 14.0% สะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์ค่ารักษาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้เกิดแค่ในไทยแต่เป็นเทรนด์ระดับภูมิภาคและโลกซึ่งสวนทางกับรายได้ สอดคล้องกับข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 4 ปี 2568 โดยชี้ให้เห็นถึงแนวโน้ม “เงินเฟ้อทางการแพทย์” ในประเทศไทยที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความกังวลต่อความยั่งยืนของระบบสุขภาพและความสามารถในการเข้าถึงบริการของประชาชน โดยรายงานระบุว่า ในปี 2568 อัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์พุ่งสูงถึง 10.8% เมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปซึ่งอยู่ที่ 0.7% คิดเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าถึง 15 เท่า(ข้อมูลอ้างอิง: https://thaipublica.org/2026/02/nesdc-q4-2025-social-overview/ )

แคมเปญ “พรูเหมาสุขภาพ ให้คุณสบายใจ” จึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ความกังวลรอบด้านของคนไทยในวันนี้ ที่ต้องเผชิญทั้งภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความรับผิดชอบในชีวิตที่มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม “เดอะแบก” หรือ Sandwich Generation ที่ต้องดูแลทั้งบุตรและพ่อแม่ควบคู่กัน ด้วยมุมมองที่เชื่อว่า “สุขภาพ” ไม่ใช่เพียงเรื่องของร่างกาย แต่เป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงในอนาคตของทั้งตัวเองและคนที่เรารัก

นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เปิดเผยว่า “วันนี้ความไม่แน่นอนด้านสุขภาพไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เรื่องค่ารักษาพยาบาล แต่ส่งผลถึงเสถียรภาพของรายได้และแผนการใช้ชีวิตของคนในครอบครัว ผมคิดว่าทุกวันนี้การเลือกประกันสุขภาพควรวางแผนเพื่ออนาคตระยะยาว ไม่ใช่แค่เผื่อเหตุการณ์ฉุกเฉินปีนี้ และควรพิจารณาทางเลือกที่จะช่วยบริหารค่าใช้จ่าย เช่น แผนที่ใช้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงค่าใช้จ่ายเกินจำเป็น และส่งเสริมการดูแลป้องกันสุขภาพ เพราะท้ายที่สุด “ประกันสุขภาพที่ดี” ไม่ได้แค่ช่วยแบ่งเบาค่ารักษาเมื่อเจ็บป่วย แต่ควรสนับสนุนให้เราวางแผนการเงินอย่างมั่นใจมากขึ้น”

“พรูเด็นเชียลฯ จึงเดินหน้า “พรูเหมา” แผนประกันสุขภาพเหมาจ่ายที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย เราเชื่อว่า “พรูเหมา” จะเป็นโซลูชันที่ทำให้คนไทยสบายใจคลายกังวลในการดูแลสุขภาพท่ามกลางโลกที่ผันผวน ดังนั้น แคมเปญ ‘พรูเหมาสุขภาพ ให้คุณสบายใจ’ จึงไม่ได้เริ่มต้นจากการนำเสนอเพียงผลิตภัณฑ์ แต่เราเริ่มจากการสร้างความเข้าใจและร่วมหาทางออกให้กับความกังวลใจของคนไทย เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงหลักประกันที่ช่วยแบ่งเบาภาระหนักให้กลายเป็นความเบาสบายใจ” นายบัณฑิต กล่าวเสริม

โดยภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของคน 4 กลุ่มที่เป็นตัวแทนสังคมปัจจุบัน ได้แก่ พนักงานออฟฟิศ, เจ้าของกิจการ, เดอะแบกของครอบครัว และคนรักสุขภาพ โดยนำเสนอผ่านสัญลักษณ์ของหลากหลาย “ภาระที่หนักอึ้ง” ก่อนที่ภาพเหล่านั้นจะคลี่คลายกลายเป็นความรู้สึก “สบายใจ” เมื่อมี “พรูเหมา” เข้ามาเป็นผู้ช่วยรองรับความเสี่ยงด้วยการเหมาความคุ้มครองจ่ายตามจริง พร้อมเหมาความสบายใจ เมื่อเจอโรคร้ายเพิ่มความคุ้มครองให้ 2 เท่า และเหมาความสบายใจในทุกขั้นตอนการดูแลรักษาด้วย PRUHealth Team ที่จะอยู่เคียงข้าง แคมเปญดังกล่าวยังมุ่งทลายกำแพงความเชื่อเดิมๆ ที่ว่าประกันสุขภาพเป็นเรื่องไกลตัว โดยบริษัทฯ ได้นำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย อาทิ พรูเหมา เหมา อัลตร้าแคร์, พรูเบทเทอร์ แคร์, พรูเหมา เหมา ดับเบิล ชัวร์ และแผนอื่นๆที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การดูแลสุขภาพของคนไทยผ่านหลากหลายช่องทางการจัดจำหน่ายของบริษัทฯ ร่วมถึงธนาคารพันธมิตร อย่าง ทีทีบี และ ยูโอบี สะท้อนถึงความพร้อมและความมั่นใจในการมอบความคุ้มครองด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ขอเชิญชวนทุกคนร่วมสำรวจความพร้อมและสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพไปพร้อมกัน สามารถรับชมภาพยนตร์โฆษณาชุด “พรูเหมาสุขภาพ ให้คุณสบายใจ” ได้แล้ววันนี้ผ่านทาง Social Media ของ Prudential Thailand โดยผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center โทร. 1621, LINE Official Account หรือ คลิก https://link.prudential.co.th/bnBhh

🎉อเมริกันสแตนดาร์ด ฉลองทศวรรษแห่งความสำเร็จ!                                           คว้ารางวัล 2026 Thailand’s Most A...
19/05/2026

🎉อเมริกันสแตนดาร์ด ฉลองทศวรรษแห่งความสำเร็จ! คว้ารางวัล 2026 Thailand’s Most Admired Brand ติดต่อกันเป็นปีที่ 10 ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์สุขภัณฑ์อันดับ 1 ที่ครองใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างยั่งยืน

🎉อเมริกันสแตนดาร์ด แบรนด์สุขภัณฑ์ชั้นนำระดับโลกภายใต้ LIXIL Group ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ด้วยการคว้ารางวัล 2026 Thailand’s Most Admired Brand ในหมวดวัสดุก่อสร้าง กลุ่มเครื่องสุขภัณฑ์ ติดต่อกันเป็นปีที่ 10 สะท้อนความเชื่อมั่นสูงสุดจาก ผู้บริโภคชาวไทย และตอกย้ำวิสัยทัศน์การก้าวข้ามขีดจำกัดของแบรนด์สุขภัณฑ์ สู่การเป็นผู้สร้างสรรค์พื้นที่แห่งความสุขและสุขภาวะที่ดีภายในบ้าน โดยงานมอบรางวัลจัดขึ้นที่แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้

ทศวรรษแห่งความไว้วางใจ: จากมาตรฐานความสะอาด สู่การออกแบบความสุขที่ยั่งยืน
ความสำเร็จในปีนี้มีรากฐานมาจากแนวคิดการออกแบบที่ยึดความต้องการของผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง (Consumer-Centric) โดย ตระกูล ส่งพิริยะกิจ ลีดเดอร์ ลิกซิล ประเทศไทย, ธุรกิจเทคโนโลยีการใช้น้ำ กล่าวว่า "การคว้ารางวัล 2026 Thailand’s Most Admired Brand ติดต่อกันเป็นปีที่ 10 ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคให้การยอมรับ แต่ยังเป็นข้อพิสูจน์ถึงความไม่หยุดนิ่งของ อเมริกันสแตนดาร์ด ในการปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปของคนไทยตลอดหนึ่งทศวรรษ จากแบรนด์ที่มอบความสะอาดสู่แบรนด์ที่มอบ 'สุขภาวะ' (Well-being) และความยั่งยืนให้กับทุกครัวเรือน เราไม่ได้เพียงแค่ผลิตสุขภัณฑ์ แต่เรานำ Consumer Insight มาแก้ปัญหาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างแท้จริง”
ตัวอย่างความสำเร็จที่ชัดเจนคือ นวัตกรรมฝักบัว WizFlo ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Pressure Boosting ช่วยเพิ่มแรงดันน้ำให้ทรงพลังและสม่ำเสมอ แม้ในพื้นที่ที่มีแรงดันน้ำต่ำ และ RainSwitch Power Jet ที่ผสานฟังก์ชันการใช้งานแบบ 2 in 1 ผู้ใช้สามารถสลับฟังก์ชันได้ด้วยมือเดียว ทั้งการชำระล้างเฉพาะจุด ตลอดจนการอาบน้ำเพื่อความผ่อนคลาย ช่วยเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันในห้องน้ำให้เป็นช่วงเวลาแห่งการปรนนิบัติกายและใจ
นิยามใหม่แห่ง ‘Brand Experience’ ที่ไร้รอยต่อ
อเมริกันสแตนดาร์ดสร้างความแตกต่างด้วยการออกแบบประสบการณ์แบรนด์แบบองค์รวม ตั้งแต่การสร้างการรับรู้ผ่านแคมเปญดิจิทัลที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ ไปจนถึงบริการหลังการขายที่เป็นเลิศโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญจาก LIXIL เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของสังคมไทย ทั้งกลุ่มครอบครัวสมัยใหม่ และกลุ่มสังคมสูงวัย
มุ่งสู่ความยั่งยืนและการดูแลสังคม
ในวาระครบรอบ 150 ปี #อเมริกันสแตนดาร์ด ยังเดินหน้าพันธกิจด้านความยั่งยืนผ่านคอลเลกชัน Acacia Supasleek ที่ช่วยประหยัดน้ำได้ถึง 50% พร้อมโครงการเพื่อสังคมทีมุ่งขยายการเข้าถึงสุขอนามัยพื้นฐาน เพื่อส่งมอบ “ชีวิตที่ดีขึ้น ปลอดภัยขึ้น และสวยงามขึ้น” ให้กับทุกคน ตามปณิธานของ LIXIL
"ในอนาคต อเมริกันสแตนดาร์ด มุ่งหวังที่จะถูกจดจำในฐานะ ‘ผู้ร่วมสร้างพื้นที่แห่งสุขภาวะและความเชื่อมโยงในบ้าน’ ที่พร้อมเติบโตไปกับผู้บริโภคในทุกช่วงวัย" ตระกูล กล่าวปิดท้าย

🎉อวานี รัชดา กรุงเทพฯ จับมือ Tonkar Flower จัดงาน Wedding Showcaseรังสรรค์วันสำคัญให้สมบูรณ์แบบในทุกมิติ ใจกลางย่านรัชดา...
18/05/2026

🎉อวานี รัชดา กรุงเทพฯ จับมือ Tonkar Flower จัดงาน Wedding Showcase
รังสรรค์วันสำคัญให้สมบูรณ์แบบในทุกมิติ ใจกลางย่านรัชดา
🎉 #โรงแรมอวานีรัชดากรุงเทพฯ (Avani Ratchada Bangkok) บริหารโดย AVANI ในเครือไมเนอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจของ บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ จับมือร่วมกับ Tonkar Flower Wedding Planner ชวนคู่รักร่วมเปิดประตูสู่บทใหม่ของชีวิตในงาน “Tie the Knot, Take the Trip” Wedding Showcase ครั้งยิ่งใหญ่ที่พร้อมเนรมิตทุกจินตนาการให้กลายเป็นวันสำคัญที่สมบูรณ์แบบ วันเสาร์ที่ 30 และวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 20.00 น. ณ โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ

🎉โรงแรมตั้งอยู่ใจกลางย่านรัชดา เพียงไม่กี่ก้าวจาก MRT พระราม 9 พร้อมพื้นที่จัดงานที่ออกแบบอย่างร่วมสมัย เพื่อตอบโจทย์ทุกสไตล์ของงานแต่ง ไม่ว่าจะเป็นงานเล็กที่เน้นความอบอุ่นหรือการเฉลิมฉลองขนาดใหญ่ โดยทีมงานมืออาชีพพร้อมดูแลทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทุกช่วงเวลาสำคัญของคุณราบรื่นและน่าประทับใจ

🎉เนรมิตงานแต่งในฝันให้เป็นจริงด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ เริ่มต้นเพียง 179,900 บาท สำหรับงานแต่งงาน และแพ็กเกจพิธีหมั้นเริ่มต้น 48,000 บาท พื้นที่จัดงานที่หลากหลาย เลือกห้องบอลรูมที่ทันสมัยได้ถึง 3 รูปแบบ รองรับแขกตั้งแต่ 150 ท่าน ไปจนถึงงานฉลองสุดยิ่งใหญ่ 400 ท่าน พร้อมมัลติฟังก์ชันฮอลล์ พื้นที่กว่า 500 ตารางเมตร รองรับได้สูงสุด 300 ท่าน โดดเด่นด้วยแสงธรรมชาติที่ให้บรรยากาศอบอุ่นและโรแมนติก พร้อมหน้าจอ LED ขนาดใหญ่ และพื้นที่ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามจินตนาการ เหมาะสำหรับงานหมั้นและงานเฉลิมฉลองขนาดกลางได้อย่างลงตัว

🎉สิทธิพิเศษเฉพาะในงานนี้เท่านั้น
● สำหรับ Top Spender รับบัตรกำนัลห้องพัก Premium Ocean View Room 3 คืน ณ Avani+ Fares Maldives (มูลค่า 40,000 บาท) สำหรับทริปฮันนีมูนในฝัน
● ทุกคู่รักที่จองแพ็กเกจและวางเงินมัดจำภายในงาน รับบัตรกำนัลห้องพัก Deluxe Pool Access 1 คืน ณ Avani+ Hua Hin (มูลค่า 6,700 บาท)

🎉นอกจากนี้ ภายในงานยังรวบรวมพาร์ทเนอร์และผู้ให้บริการด้านงานแต่งงานชั้นนำ ที่พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยออกแบบทุกรายละเอียดให้สมบูรณ์แบบในทุกมิติ

📢สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร +66 2 641 1500
หรือ LINE Official Account
หรืออีเมล [email protected]

*เงื่อนไข และข้อตกลงเป็นไปตามที่ทางโรงแรมฯ กำหนด ทั้งนี้ทางโรงแรมฯ ขอสงวนสิทธิ์ในเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข และข้อตกลงได้โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

18/05/2026

🎉นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มอบนโยบาย และตรวจเยี่ยมบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) โดยมี นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ให้การต้อนรับ
ณ ศูนย์ควบคุมการเดินรถ (OCC) ประตู 1 ชั้น 2 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
#รถไฟฟ้าสีแดง

🎉เตรียมพบกับ The Final Match ศึกชิงแชมป์ NBA Rising Stars Invitational Thailand Qualifiers presented by TOA ในวันที่ 23-...
18/05/2026

🎉เตรียมพบกับ The Final Match ศึกชิงแชมป์ NBA Rising Stars Invitational Thailand Qualifiers presented by TOA
ในวันที่ 23-24 พ.ค. 2569 นี้ และพบกับ DeAndre Jordan แชมป์ NBA เจ้าพ่อ Alley-oop ในตำนาน
จัดเต็มความบันเทิงตลอด 2 วัน กับมินิคอนเสิร์ตและโชว์สุดพิเศษจากศิลปิน นำโดย MILLI, CIR*CRL, BENZ ข้าวขวัญ, NEXT IDOL และการแสดงจาก CU Performance ที่พร้อมเปลี่ยนสนามบาสให้ลุกเป็นไฟ
การแข่งขัน NBA Rising Stars Invitational Thailand Qualifiers presented by TOA เป็นเวทีบาสเกตบอลเยาวชนระดับประเทศที่ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA ร่วมกับ The National Basketball Association หรือ NBA สมาคมลีกบาสเกตบอลชื่อดังระดับโลก จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเปิดโอกาสให้นักบาสเยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพบนสนามจริง และลุ้นคว้าสิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันต่อในการแข่งขัน NBA Rising Stars Invitational 2026 ประเทศสิงคโปร์
ในวันเปิดสนาม 23 พฤษภาคม 2569 แฟนบาสจะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโมเมนต์ครั้งสำคัญก่อนใคร ทั้งการเชียร์นักบาสเยาวชนไทยในเกมส์การแข่งขัน พร้อมกิจกรรมพิเศษภายในงาน และไฮไลต์ที่แฟนบาสเกตบอลรอคอย นั่นคือการพบ DeAndre Jordan เซ็นเตอร์ของ New Orleans Pelicans เจ้าของดีกรีแชมป์ NBA 2023 เจ้าพ่อ Alley-oop ในตำนาน งานนี้ไม่ได้แค่เจอตัวจริง แต่ยังมีกิจกรรมพิเศษให้แฟนบาสได้ลุ้นกันแบบจัดเต็ม ทั้งการแจก Jersey พร้อมลายเซ็นจาก DeAndre Jordan รวมถึงของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และพิเศษเฉพาะวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 เท่านั้น แฟนบาสที่มาถึงหน้างาน 50 ท่านแรก รับทันที T-Shirt NBA Rising Stars Invitational – Limited Edition แบบไม่ต้องลุ้น และยังมีกิจกรรมร่วมสนุก ลุ้นรับของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท
การแข่งขันในวันเปิดสนามจะเป็นการแข่งแบบแพ้คัดออก ประเดิมด้วยคู่แรก ระหว่างโรงเรียนวัดน้อยนพคุณ พบกับโรงเรียนเทพศิรินทร์ สมุทรปราการ พร้อมการแสดงศิลปะการแสดงไทยจาก CU Performance ต่อด้วยคู่ที่ 2 ระหว่างโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย ชัยภูมิ พบกับโรงเรียนสาธิตเทศบาลเมืองราชบุรี พร้อมมินิคอนเสิร์ตของ BENZ ข้าวขวัญ นักร้องสาวมากความสามารถ จากนั้นจะเป็นการแข่งขันคู่ที่ 3 ระหว่างโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี พบกับโรงเรียนบัวหลวงวิทยาคม และต่อด้วยคู่ที่ 4 ระหว่างโรงเรียนนนทบุรีวิทยาลัย พบกับโรงเรียนท่าข้ามพิทยาคม จังหวัดชลบุรี พร้อมการแสดงจาก CU Performance
สำหรับวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 จะเป็นการชิงชนะเลิศระหว่างคู่ที่ผ่านเข้ารอบ เริ่มที่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศฝ่ายหญิง พร้อมมินิคอนเสิร์ตจากวง CIR*CRL T-POP น้องใหม่ไฟแรง ตามด้วยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศฝ่ายชาย พร้อมมินิคอนเสิร์ตจาก MILLI แรปเปอร์สาวตัวจี๊ดแห่งยุค
ทุกเสียงเชียร์ในวันงานจะเป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้น้อง ๆ กล้าเล่น กล้าลุย และเชื่อว่าความฝันของพวกเขาสามารถไปได้ไกลกว่าเดิม จึงขอเชิญทุกท่านมาร่วมเชียร์ไปด้วยกัน สำหรับ TOA เวทีนี้ไม่ใช่แค่การแข่งขันบาสเกตบอล แต่คือพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้นักบาสเยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพ เรียนรู้จากเกมจริง และเปลี่ยนความฝันให้เข้าใกล้เวทีระดับสากลมากขึ้น ดังนั้นเราจึงอยากให้ทุกท่านได้เข้ามาร่วมเชียร์ และร่วมชมความสามารถของน้อง ๆ ไปด้วยกัน
ตารางการแข่งขัน และไฮไลท์ในงาน
วันที่ 23 พฤษภาคม 2569
11.30 : ประตูเปิด ลงทะเบียนเข้างาน
12.30 : พิธีเปิดการแข่งขัน พร้อมโชว์จาก NEXT IDOL
พบกับ Special guest : DEANDRE JORDAN และ การแข่งขันคู่ที่ 1 (Semi-Final)
15.00 : การแข่งขันคู่ที่ 2 (Semi-Final) และ Mini Concert จาก BENZ ข้าวขวัญ
17.00 : การแข่งขันคู่ที่ 3 (Semi-Final)
19:00 : การแข่งขันคู่ที่ 4 (Semi-Final)

วันที่ 24 พฤษภาคม 2569
12.00 : ประตูเปิด ลงทะเบียนเข้างาน
13.00 : Opening Show และการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ทีมหญิง และมินิคอนเสิร์ต CIR*CRL
15:30 : การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ทีมชาย และมินิคอนเสิร์ต MILLI X NEXT IDOL
17:30 : Award Ceremony พิธีมอบรางวัล
แล้วพบกันที่ CU Sports Complex จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 23-24 พฤษภาคม 2569
เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับสิทธิ์เข้างานก่อนใคร ผ่านลิงก์ https://nbaworld.jebbit.com/niysmqz5?L=Full+Page&JC=Thai%E2%81%A3

🎉*กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน มอบสิทธิพิเศษคูปองวัคซีน 500 บาท เพื่อลูกค้าคนสำคัญ*🎉บมจ.กรุงไทย-...
18/05/2026

🎉*กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน มอบสิทธิพิเศษคูปองวัคซีน 500 บาท เพื่อลูกค้าคนสำคัญ*
🎉บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต มุ่งมั่นในการเป็นมากกว่าบริษัทประกันชีวิต โดยเน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมให้แก่ลูกค้า เดินหน้าส่งเสริมสุขภาพเชิงป้องกัน มอบสิทธิพิเศษคูปองส่วนลดมูลค่า 500 บาท สำหรับลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ประกันสุขภาพรายบุคคลที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป และกรมธรรม์มีผลบังคับ ณ วันที่ 19 เมษายน 2569
🎉เพื่อใช้เป็นส่วนลดค่ารับบริการฉีดวัคซีนที่ร่วมรายการ ประกอบด้วย 4 วัคซีน ได้แก่ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนไข้เลือดออก วัคซีนปอดอักเสบ และวัคซีนงูสวัด โดยลูกค้าสามารถรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน Emma by AXA ในเมนู “Rewards PLUS+” โดยสามารถใช้สิทธิ์ได้ที่โรงพยาบาลในเครือ BDMS อาทิ กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ กลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท กลุ่มโรงพยาบาลเปาโล และโรงพยาบาลบีเอ็นเอช โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการได้อย่างสะดวก เพียงแสดงรหัสคูปองส่วนลดจากเมนู Rewards PLUS+ บนแอป Emma by AXA พร้อมบัตรประกันสุขภาพ หรือบัตรประชาชน ณ เคาน์เตอร์โรงพยาบาล โดยเข้ารับบริการได้ตั้งแต่วันนี้ - วันที่ 31 กรกฎาคม 2569

นอกจากนี้ลูกค้าที่เข้ารับบริการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลนอกเครือ BDMS หรือสถานพยาบาลที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ ลูกค้ายังสามารถรับสิทธิพิเศษได้ โดยนำหลักฐานการฉีดวัคซีน อาทิ ใบเสร็จรับเงิน บัตรวัคซีน หรือสมุดวัคซีน
ที่ออกโดยโรงพยาบาล อัปโหลดได้ที่ Rewards Plus+ ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน - 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อรับบัตรของขวัญมูลค่า 200 บาท ทั้งนี้บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าการสนับสนุนการเข้าถึงวัคซีนในครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น พร้อมช่วยลดความเสี่ยงของโรคสำคัญซึ่งอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง โดยการเข้าถึงวัคซีนอย่างเหมาะสมไม่เพียงช่วยลดอัตราการเจ็บป่วยและการนอนโรงพยาบาล แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว ทั้งในระดับบุคคลและสังคมโดยรวม สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทฯ ในการมีลูกค้ามาเป็นที่หนึ่งและอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป โดยท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.krungthai-axa.co.th/th/health-services/preventive-vaccine-2026

ทั้งนี้สำหรับแอปพลิเคชัน Emma by AXA สามารถดาวน์โหลดได้ทาง App store และ Google play และสำหรับลูกค้าที่สนใจกิจกรรมของบริษัท หรือผลิตภัณฑ์ และบริการอื่นๆ ของบริษัทฯ ท่านสามารถติดต่อได้ที่ www.krungthai-axa.co.th หรือ โทร 1159 ทั้งนี้ท่านสามารถอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/Preventive_Vaccine_Campaign_News

*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัท ฯ และกรมธรรม์กำหนด

🎉“อนันต์ นิลมานนท์” นั่งนายกสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยฯ คนใหม่ สมาชิก “สนท.” ไว้วางใจเลือกไร้คู่แข่ง พร้อมคณะกรรมการ...
17/05/2026

🎉“อนันต์ นิลมานนท์” นั่งนายกสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยฯ คนใหม่ สมาชิก “สนท.” ไว้วางใจเลือกไร้คู่แข่ง พร้อมคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ เดินหน้าพัฒนาองค์กรต่อเนื่อง

🎉สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 พร้อมเลือกตั้งนายกสมาคมและคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.00 น. ณ อาคารสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เลขที่ 299 ถนนราชสีมา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

ในการประชุมครั้งนี้ นายนคร วีรประวัติ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมแถลงผลการดำเนินกิจกรรมของสมาคมในรอบปีที่ผ่านมา ก่อนเข้าสู่วาระสำคัญในการเลือกตั้งนายกสมาคมและคณะกรรมการบริหารชุดใหม่

ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า นายอนันต์ นิลมานนท์ ได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกสมาคมให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยไม่มีผู้สมัครแข่งขัน และจะดำรงตำแหน่งวาระ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2569–2571

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคม จำนวน 12 ท่าน ประกอบด้วย คุณภากร ยังแจ่ม, คุณสุพัตรา สมถวนิช, คุณพิพัฒน์ นวสวัสดิ์, คุณนำชัยชนะ ดีวิ, คุณภักดี วีระรัตน์, คุณปิยสุดา จันทรสุข, ดร.ปัณฑิพาณ์ ธาราภิบาล, คุณบุญเลิศ พุทธเจริญ, คุณวิรัชวิชญ์ ศรีสวัสดิ์, คุณธีรพัชร์ สามัคคีธรรม, คุณกรทอง ชาญณรงค์ และ อ.วันชัย สุพรรณ

นายอนันต์ กล่าวขอบคุณสมาชิกสมาคมฯ ที่ให้ความไว้วางใจตนเองและคณะกรรมการบริหารชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่บริหารองค์กร พร้อมระบุว่า จะมีการแต่งตั้งกรรมการเพิ่มเติมอีก 6 ท่าน เพื่อให้คณะกรรมการบริหารชุดใหม่มีความครบถ้วนตามข้อบังคับ รวมทั้งสิ้น 19 ท่าน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนและพัฒนางานของสมาคมต่อไป

ทั้งนี้ นายอนันต์ ยังกล่าวถึงแนวทางการบริหารงานว่า จะสานต่อนโยบายและเจตนารมณ์ของอดีตนายกสมาคมและคณะกรรมการชุดที่ผ่านมา ที่ได้ร่วมกันพัฒนาและปรับปรุงองค์กรสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้มีความเข้มแข็ง มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และกลับมามีภาพลักษณ์ที่สง่างามดังเช่นในอดีตที่ผ่านมา อีกทั้งจะเดินหน้าส่งเสริมบทบาทขององค์กรสื่อมวลชนให้มีความเข้มแข็งและเป็นศูนย์กลางความร่วมมือของวิชาชีพสื่อสารมวลชนต่อไปในอนาคต./

#สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์(สนท.85ปี)

🎉คปภ. ลงพื้นที่เชียงใหม่ รับฟังปัญหาอนุญาโตตุลาการประกันภัย ยกระดับมาตรฐานระงับข้อพิพาทให้เป็นธรรม โปร่งใส และมีประสิทธิ...
16/05/2026

🎉คปภ. ลงพื้นที่เชียงใหม่ รับฟังปัญหาอนุญาโตตุลาการประกันภัย ยกระดับมาตรฐานระงับข้อพิพาทให้เป็นธรรม โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ

🎉สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน #คปภ.) จัดการและประชุมเพื่อรับทราบปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาท ด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรม Meliá Chiang Mai จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ เป็นประธานเปิดการสัมมนา พร้อมด้วย นางสาวชัชวริน โชติชูตระกูล ผู้ช่วยเลขาธิการ สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ อนุญาโตตุลาการ และเจ้าหน้าที่ สำนักงาน คปภ. เข้าร่วม
รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ กล่าวเพิ่มเติมว่า การสัมมนาในครั้งนี้เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการสัมมนาอนุญาโตตุลาการ ประจำปี 2569 โดยกำหนดให้มีการลงพื้นที่เพื่อรับทราบปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาท ณ สถานที่ทำการอนุญาโตตุลาการของสำนักงาน คปภ. ในส่วนภูมิภาค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและเสริมสร้างองค์ความรู้ทางวิชาการด้านกฎหมายประกันภัย โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการยื่นคำเสนอข้อพิพาทภายหลังพ้นกำหนดอายุความ และแนวทางการพิจารณค่าสินไหมทดแทน เพื่อนำไปปรับใช้ในกระบวนการพิจารณาและจัดทำคำวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทด้านประกันภัยให้มีมาตรฐานเดียวกัน ปัจจุบันมีผู้เสียหายภายใต้สัญญาประกันภัยยื่นข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของการระงับข้อพิพาททางเลือกให้แก่ประชาชนผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ และผู้มีส่วนได้เสียตามสัญญาประกันภัย
สำหรับสำนักงาน คปภ. ภาค 1 (เชียงใหม่) ซึ่งมีพื้นที่รับผิดชอบครอบคลุม 18 จังหวัด ถือเป็นพื้นที่ที่มีการยื่นข้อพิพาท เข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 สำนักงาน คปภ. มีการสัมมนารับฟังปัญหาอุปสรรคในพื้นที่ดังกล่าวมาแล้ว แต่จากการดำเนินงานยังคงพบประเด็นปัญหา ข้อซักถาม และอุปสรรคในการปฏิบัติงานที่จำเป็นต้องหารือร่วมกับส่วนกลางอยู่เป็นระยะ จึงจำเป็นที่จะต้องเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และกำหนดแนวทางปฏิบัติให้เกิดมาตรฐานเดียวกันระหว่างส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอยู่เป็นระยะ ในการนี้ ได้รับเกียรติจาก ท่านอาจารย์ธวัชไชย สนธิวนิช ท่านอาจารย์สหธน รัตนไพจิตร และผู้ช่วยศาสตราจารย์อุดม งามเมืองสกุล ร่วมเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับกระบวนการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของอนุญาโตตุลาการและพนักงานเจ้าหน้าที่สำนักงาน คปภ. โดยประเด็นปัญหาและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการสัมมนาในครั้งนี้ สำนักงาน คปภ. จะนำไปวิเคราะห์และใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดเนื้อหาในการจัดสัมมนาอนุญาโตตุลาการ ประจำปี 2569 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร ต่อไป
จากนั้น รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ พร้อมด้วยผู้ช่วยเลขาธิการ สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และ คณะผู้บริหารสำนักงาน คปภ. ได้เข้าตรวจเยี่ยมและหารือร่วมกับผู้บริหารของบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เพื่อเน้นย้ำนโยบายของสำนักงาน โดยเฉพาะในเรื่องการลดข้อร้องเรียนโดย ขอความร่วมมือให้บริษัทส่งเรื่องที่ไม่สามารถยุติได้ไปยังหน่วยทบทวนเรื่องร้องเรียนภายในของบริษัททุกเรื่องเพื่อทบทวนการพิจารณาอีกครั้ง รวมทั้งเน้นย้ำเรื่องการดำเนินการตามมาตรฐานกรอบระยะเวลาการให้บริการของบริษัท (SLA) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชนและสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อธุรกิจประกันภัย นอกจากนี้ยังมีการรับฟังความคิดเห็น แนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทตลอดจนประเด็นปัญหาและข้อเสนอแนะจากภาคธุรกิจประกันภัยในพื้นที่ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบประกันภัย การกำกับดูแล และการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
“สำนักงาน คปภ. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและยกระดับกระบวนการยุติธรรมทางเลือกให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง โดยมุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสำนักงาน คปภ. ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพในการดำเนินงานด้านคุ้มครองสิทธิประโยชน์และกระบวนการอนุญาโตตุลาการด้านประกันภัย อันจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบประกันภัย และทำให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในระยะยาว” รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ กล่าวในตอนท้าย

🎉คปภ. ประชุมภาคธุรกิจประกันภัย ขับเคลื่อน 4 มาตรการหลัก ยกระดับระบบประกันภัยรถภาคบังคับ ดันดิจิทัลเต็มรูปแบบ เชื่อมความค...
16/05/2026

🎉คปภ. ประชุมภาคธุรกิจประกันภัย ขับเคลื่อน 4 มาตรการหลัก ยกระดับระบบประกันภัยรถภาคบังคับ ดันดิจิทัลเต็มรูปแบบ เชื่อมความคุ้มครองตรงรอบภาษีรถ

🎉สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) จัดการประชุมหารือแนวทางการยกระดับมาตรการขับเคลื่อนกลไกการทำงานของระบบประกันภัยรถภาคบังคับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของภาคธุรกิจประกันภัยให้สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล โดยมี นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงาน คปภ. เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้แทนจากสมาคมประกันวินาศภัยไทย และบริษัทประกันภัยทุกแห่งเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง ชั้น 2 สำนักงาน คปภ. ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ
นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันหารือประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของระบบประกันภัยรถภาคบังคับทั้งระบบผ่านประเด็นสำคัญ 4 ด้าน ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาระบบฐานข้อมูลประกันภัย การผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อลดการใช้เอกสาร การปรับปรุงหลักเกณฑ์ด้านความคุ้มครองให้สอดคล้องกับการใช้งานรถจริง ตลอดจนการขับเคลื่อนมาตรการความปลอดภัยทางถนนและการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการประชาชนให้มีความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนี้
ประเด็นที่ 1 การยกระดับมาตรการนำส่งข้อมูลการรับประกันภัยเข้าสู่ระบบ CMIS ที่ประชุมได้หารือแนวทางการยกระดับการนำส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบรายงานข้อมูลประกันภัยรถภาคบังคับ (CMIS) ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน เพื่อรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐ อาทิ กรมการขนส่งทางบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงาน ด้านสาธารณสุข ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในการชำระภาษีรถประจำปี การตรวจสอบสถานะการมีประกันภัย และการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ด้านการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ตั้งเป้าหมายให้ ทุกบริษัทสามารถนำส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ CMIS ได้แบบ Real time 100% ภายในสิ้นไตรมาส 3 ปี 2569 พร้อมแจ้งให้ บริษัทประกันภัยทุกแห่งรับทราบแนวทางและถือปฏิบัติตามมาตรฐานการนำส่งข้อมูลอย่างเคร่งครัด เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งระบบ
ประเด็นที่ 2 แนวทางการลดการนำส่งกรมธรรม์ประกันภัยในรูปแบบกระดาษให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยได้หารือถึง แนวทางการผลักดันการใช้กรมธรรม์ประกันภัยในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Policy) เพื่อสนับสนุนนโยบายด้านความยั่งยืน (ESG) และการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัล โดยปัจจุบันบริษัทประกันภัยทั้ง 35 แห่งที่จำหน่ายประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) สามารถออกกรมธรรม์ในรูปแบบ e-Policy และนำส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ Custodian ได้ครบ 100% ซึ่งตั้งแต่เดือนมกราคม – เมษายน 2569 มีการออก e-Policy แล้วกว่า 14 ล้านกรมธรรม์ สำนักงาน คปภ. จึงผลักดันให้ภาคธุรกิจประกันภัยปรับระบบการดำเนินงานและส่งมอบ e-Policy เป็นช่องทางหลัก เพื่อลดต้นทุนด้านเอกสาร การจัดส่ง และการบริหารจัดการเอกสาร พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนในระยะยาว ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้ขอให้บริษัทประกันภัยจัดทำแผนการลดการนำส่งกรมธรรม์แบบกระดาษ และจัดส่งแผนดังกล่าวให้สำนักงาน คปภ. ภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการลดการใช้กระดาษในภาคธุรกิจประกันภัยอย่างเป็นรูปธรรม
ประเด็นที่ 3 ร่างคำสั่งนายทะเบียนเกี่ยวกับการยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย และการกำหนดระยะเวลาความคุ้มครองประกันภัยให้ตรงกับรอบชำระภาษีรถประจำปี สำนักงาน คปภ. ได้หารือร่วมกับกรมการขนส่งทางบกเพื่อยกระดับการกำกับดูแลรถที่ใช้งานอยู่บนท้องถนนให้มีความคุ้มครองตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมออกคำสั่งนายทะเบียน 2 ฉบับ ได้แก่ การกำหนดเงื่อนไขการยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยรถภาคบังคับ และการกำหนดให้ระยะเวลาความคุ้มครองสอดคล้องกับรอบการชำระภาษีรถประจำปี เพื่อให้รถทุกคันมีความคุ้มครองต่อเนื่องตลอดอายุภาษีรถ ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบกลางทางกฎหมาย (Law Portal) เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นได้อย่างรอบด้าน พร้อมเชิญชวนให้บริษัทประกันภัยร่วมเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อร่างคำสั่งนายทะเบียนดังกล่าว เพื่อให้หลักเกณฑ์ที่กำหนดสามารถนำไปใช้ปฏิบัติได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
ประเด็นที่ 4 การขับเคลื่อนมาตรการความปลอดภัยทางถนนและการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ประจำปี 2569
ที่ประชุมยังได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินโครงการขับเคลื่อนมาตรการความปลอดภัยทางถนนและการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ประจำปี 2569 ซึ่งสำนักงาน คปภ. ได้ต่อยอดจากโครงการพื้นที่ต้นแบบในปี 2568 สู่การพัฒนาเป็นรูปแบบเชิงระบบ (Systemic Model) ที่สามารถขยายผลในระดับประเทศ โดยใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นกลไกสำคัญในการดำเนินงาน ทั้งนี้ ในปี 2569 ได้ขยายพื้นที่ต้นแบบเพิ่มเติมในจังหวัดปราจีนบุรี นครนายก นครสวรรค์ และสุพรรณบุรี เพื่อพัฒนา “ชุมชนต้นแบบถนนปลอดภัย” และสร้างมาตรการลดอุบัติเหตุทางถนนที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะนำไปสู่การลดความสูญเสียและยกระดับความปลอดภัยทางถนนของประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมเชิญชวนให้ ภาคธุรกิจประกันภัยร่วมสนับสนุนการดำเนินโครงการดังกล่าว ทั้งในด้านข้อมูล การสื่อสารสร้างความตระหนักรู้ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่สอดคล้องกับความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่
“การประชุมร่วมกันครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างสำนักงาน คปภ. และภาคธุรกิจประกันภัย ในการขับเคลื่อนมาตรการยกระดับระบบประกันภัยรถภาคบังคับให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเป็นการหารือและรับทราบแนวทางการดำเนินงาน มาตรการ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปปรับใช้ในการดำเนินงานของแต่ละ บริษัทประกันภัยทุกแห่งให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ช่วยยกระดับมาตรฐานการให้บริการ เพิ่มประสิทธิภาพการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนต่อระบบประกันภัยของประเทศในระยะยาว” นางมยุรินทร์ สุทธิรัตนพันธ์ กล่าวในตอนท้าย

🎉พญาไท–เปาโล จับมือ Jaymart Group เปิดดีลสุขภาพเชิงรุก สร้าง ‘เกราะป้องกันสุขภาพครบวงจร’ ยกระดับการรับมือไข้เลือดออกเพื่...
16/05/2026

🎉พญาไท–เปาโล จับมือ Jaymart Group เปิดดีลสุขภาพเชิงรุก
สร้าง ‘เกราะป้องกันสุขภาพครบวงจร’ ยกระดับการรับมือไข้เลือดออกเพื่อคนไทย

🎉เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล เดินหน้าขับเคลื่อนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ประกาศความร่วมมือกับ Jaymart Group เปิดตัวแคมเปญ “วัคซีนช่วยไทย” เพื่อพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพแนวใหม่ที่ผสาน “การป้องกันโรค” ควบคู่กับ “ความคุ้มครองทางการเงิน” ช่วยให้คนไทยเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างมั่นใจ ครอบคลุม และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการต่อยอดจุดแข็งของทั้งสององค์กร โดยเครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล นำความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์และวัคซีนผสานกับระบบสิทธิประโยชน์และการบริหารความเสี่ยงผ่านประกันของ เจมาร์ท อินชัวรันซ์ โบรกเกอร์ เพื่อยกระดับ “การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน” ให้เกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน

วัคซีนที่นำเสนอในแคมเปญนี้คือวัคซีนไข้เลือดออกตัวล่าสุด (Qdenga) ครอบคลุม 4 สายพันธุ์ สามารถฉีดได้ทั้งเด็กอายุ 4 ปีขึ้นไปและผู้ใหญ่ รวมถึงผู้ที่ไม่เคยเป็นโรคมาก่อน โดยไม่ต้องตรวจภูมิคุ้มกัน ให้ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อกว่า 80% และช่วยลดโอกาสการนอนโรงพยาบาลได้มากกว่า 90% โดยฉีดทั้งหมด 2 เข็ม ห่างกัน 3 เดือน

นายศุภกร พะวันนา ผู้อำนวยการสายการตลาด เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล กล่าวว่า
“ไข้เลือดออกไม่ใช่เรื่องไกลตัว ทุกปีเราเห็นครอบครัวคนไทยจำนวนมากต้องสลับกันลางานมาเฝ้าลูก เฝ้าพ่อแม่ที่โรงพยาบาล มีภาระค่ารักษาที่ไม่ได้วางแผนไว้ และเผชิญความกังวลที่ไม่มีใครอยากเจอ โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ความร่วมมือกับ Jaymart ครั้งนี้ เราจึงไม่ได้ออกแบบแค่แพ็กเกจวัคซีน แต่ออกแบบ 'ความอุ่นใจ' ให้ครอบครัวไทย ทั้งการป้องกันและการแบ่งเบาภาระค่ารักษา เพราะเราเชื่อว่า สุขภาพที่ดีเริ่มต้นก่อนที่คนไข้จะมาถึงโรงพยาบาล”

ด้าน เจมาร์ท อินชัวรันซ์ โบรกเกอร์ โดย นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า
“เจมาร์ท อินชัวรันซ์ โบรกเกอร์ เชื่อว่าการบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น ความร่วมมือกับพญาไท–เปาโลในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโลกของสุขภาพและการเงินเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยให้คนไทยสามารถวางแผนและรับมือกับความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

สิทธิประโยชน์ “วัคซีนช่วยไทย คุ้ม x5”
นอกจากการเข้าถึงวัคซีนไข้เลือดออกที่มีประสิทธิภาพ แคมเปญนี้ยังมอบสิทธิประโยชน์แบบครบวงจร ผ่านระบบสมาชิก Fitpoint และ JPoint ที่ผสานทั้งความคุ้มค่าและความอุ่นใจในการดูแลสุขภาพ ได้แก่

• ประกันคุ้มครอง: ค่ารักษาไข้เลือดออกสูงสุด 30,000 บาท (โดย Jaymart)
• Fitpoint X2: รับคะแนนสะสมเพิ่ม
• JPoint โบนัส: รับเพิ่ม 100 คะแนน เมื่อสมัครสมาชิก
• ผ่อน 0%: นานสูงสุด 4 เดือน (ตามเงื่อนไขบัตรที่ร่วมรายการ)
• โอนคะแนนข้ามระบบ: เปลี่ยน JPoint เป็น Fitpoint เพื่อใช้เป็นส่วนลดค่ารักษาพยาบาล

สิทธิประโยชน์ดังกล่าวถูกออกแบบเพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ควบคู่กับการบริหารค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงด้านสุขภาพได้อย่างเหมาะสม
แคมเปญ “วัคซีนช่วยไทย” เปิดให้บริการตั้งแต่วันนี้ - 31 กรกฎาคม 2569 ณ เครือโรงพยาบาลพญาไท–เปาโล ทุกสาขา
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.phyathai.com , www.paolohospital.com ,Health Up Application, Smart Contact Center 1772

ที่อยู่

Amphoe Muang Khon Kaen
40000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Prachachuennewsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Prachachuennews:

แชร์