MI GROUP อัพเดทข่าวสารวงการสื่อและโฆษณา

ปรากฏการณ์ ‘สารภาพ’ หลอนแรงทั่วประเทศ🕯️ทำรายได้ทะลุ 100 ล้านบาทแล้ว!ไปกันต่อ กับความหลอนขั้นสุด💀“คำสารภาพของหมอผี”ฉายแล้...
16/08/2026

ปรากฏการณ์ ‘สารภาพ’ หลอนแรงทั่วประเทศ🕯️
ทำรายได้ทะลุ 100 ล้านบาทแล้ว!

ไปกันต่อ กับความหลอนขั้นสุด💀

“คำสารภาพของหมอผี”
ฉายแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์
ทั้งระบบปกติ บนจอยักษ์ IMAX และ 4DX

#คำสารภาพของหมอผี
#อาเล็กธีรเดช #ชาคริตแย้มนาม #เดนิสเจลีลชา


15/08/2026

ทำความรู้จัก “Truly Integrated Media” ผ่านมุมมองของ คุณภวัต เรืองเดชวรชัย CEO & President, MI GROUP และนายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT)

เมื่อ Media Landscape ซับซ้อนขึ้น และพฤติกรรมการเปิดรับสื่อของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การวางแผนสื่อจึงไม่ใช่แค่การเลือกช่องทางหรือการกระจายงบประมาณ แต่คือการ เชื่อมโยงทุกสื่ออย่างมีกลยุทธ์ เพื่อสร้างพลังร่วมตลอด Consumer Journey

The Invisible Influence: เมื่อ Engagement ไม่ใช่ทั้งหมดของอิทธิพลทุกวันนี้ นักการตลาดมีข้อมูล เครื่องมือวัดผล และ AI มาก...
14/08/2026

The Invisible Influence: เมื่อ Engagement ไม่ใช่ทั้งหมดของอิทธิพล
ทุกวันนี้ นักการตลาดมีข้อมูล เครื่องมือวัดผล และ AI มากกว่าที่เคย
แต่คำถามคือ...
ถ้าผู้บริโภคไม่กด Like ไม่ Comment ไม่ Share แปลว่าแบรนด์ไม่มีอิทธิพลจริงหรือ?
MI LEARN LAB โดย MI GROUP เปิดเผยผลการศึกษาล่าสุด The Invisible Influence: How Brands Win Beyond Visible Metrics ที่ชวนให้นักการตลาดมองให้ไกลกว่าตัวเลขบน Dashboard
ผลการศึกษาพบว่า ผู้บริโภคดิจิทัลไทยเกือบ 4 ใน 10 (39%) เป็นกลุ่ม Invisible Consumers ที่แทบไม่ทิ้ง Engagement ให้แบรนด์เห็น แต่อิทธิพลของแบรนด์ยังคงเกิดขึ้น
พบว่ากลุ่ม Invisible Consumers
82% เริ่มสนใจสินค้า เพราะเคยเห็นผ่านตามาก่อน
78% จดจำแบรนด์ได้ แม้ไม่ได้กด Like, Comment หรือ Share
77% เก็บแบรนด์ไว้ในใจก่อนซื้อในอนาคต
60% บอกต่อสินค้าผ่านข้อความส่วนตัว
สิ่งนี้สะท้อนว่าอิทธิพลเกิดขึ้นได้ แม้เราไม่ได้รับรู้ถึง Engagement นั้น
Invisible Consumers ยังสามารถแบ่งพฤติกรรมออกเป็น 2 กลุ่ม คือ

🔹 The Quiet Absorber
ไม่ได้แสดง Engagement แต่การพบเห็นแบรนด์สามารถสะสมเป็นความคุ้นเคยและความทรงจำ จนมีบทบาทเมื่อถึงเวลาตัดสินใจ
🔹 The Intentional Selector
เลือกค้นหา เปรียบเทียบ อ่านรีวิว และตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจ แบรนด์จึงต้องสร้าง ความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่เพียงการมองเห็น
Rethinking Brand Building
เสนอหลักคิด Respect Their Boundaries พร้อม 3 แนวทางในการสร้าง Brand Influence ที่ไปไกลกว่า Visible Engagement
🔍 Be Found – ทำให้แบรนด์ถูกค้นพบในวันที่ผู้บริโภคเริ่มค้นหาคำตอบ ผ่าน Search Ecosystem ทั้ง SEO, SEM, AI Search, Marketplace Search และ Owned Content
💡 Be Remembered – สร้างการพบเจอแบรนด์อย่างเป็นธรรมชาติ ผ่าน Media, Experience และ Touchpoints ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความคุ้นเคยก่อนวันที่ผู้บริโภคต้องตัดสินใจ
🤝 Be Recommended – ร้างประสบการณ์ที่ผู้บริโภคอยากบอกต่อ พร้อมต่อยอดพลังของ Reviews, UGC, Creators และ Communities เพื่อสร้างความไว้วางใจ
เพราะท้ายที่สุด...
แบรนด์ไม่ได้ชนะในวันที่ผู้บริโภค Engage
แต่ชนะในวันที่ผู้บริโภคเลือกแบรนด์

เสียงตอบรับดีเกินต้าน “คำสารภาพของหมอผี”หนังไทยเปิดตัวแรงสุด อันดับ 1 ของปีนี้!🔥รีบมาพิสูจน์ด้วยตัวคุณวันนี้ ในโรงภาพยนต...
12/08/2026

เสียงตอบรับดีเกินต้าน “คำสารภาพของหมอผี”
หนังไทยเปิดตัวแรงสุด อันดับ 1 ของปีนี้!🔥

รีบมาพิสูจน์ด้วยตัวคุณ
วันนี้ ในโรงภาพยนตร์
ทั้งระบบปกติ บนจอยักษ์ IMAX และ 4DX
______

THE CONFESSIONS OF A SHAMAN
THE BIGGEST THAI FILM OPENING OF THE YEAR!

NUMBER 1 AT THE BOX OFFICE!
Come see what everyone’s talking about.

🎬IN CINEMAS NOW.

#คำสารภาพของหมอผี
#อาเล็กธีรเดช #ชาคริตแย้มนาม #เดนิสเจลีลชา

“คำสารภาพของหมอผี”สยองแรงทั่วประเทศทะลุ 15 ล้านบาท เพียงครึ่งวันแรก!🔥กระแสแรงไม่หยุดขนาดนี้ ต้องรีบชวนกันมาดู Day 1 ก่อน...
12/08/2026

“คำสารภาพของหมอผี”สยองแรงทั่วประเทศ
ทะลุ 15 ล้านบาท เพียงครึ่งวันแรก!🔥

กระแสแรงไม่หยุดขนาดนี้ ต้องรีบชวนกันมาดู Day 1 ก่อนโดนสปอยล์🎬

“คำสารภาพของหมอผี”
ฉายแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์
ทั้งระบบปกติ บนจอยักษ์ IMAX และ 4DX

#คำสารภาพของหมอผี
#อาเล็กธีรเดช #ชาคริตแย้มนาม #เดนิสเจลีลชา

Market Signal (July):นักช้อปไทยกังวลน้อยลง…แต่ยังไม่รีบใช้จ่ายผลสำรวจพฤติกรรมนักช้อปไทยรายเดือนเผยให้เห็นสัญญาณที่น่าสนใ...
31/07/2026

Market Signal (July):
นักช้อปไทยกังวลน้อยลง…แต่ยังไม่รีบใช้จ่าย
ผลสำรวจพฤติกรรมนักช้อปไทยรายเดือน
เผยให้เห็นสัญญาณที่น่าสนใจว่า
แม้นักช้อปไทยจะยังไม่ได้กลับมาใช้จ่ายอย่างเต็มที่
แต่หลายคน "พร้อมที่จะตัดสินใจ" มากขึ้น
ในขณะที่ Demand Momentum Index ทรงตัวอยู่ที่ 58.4
Demand Driver Index กลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องถึง 62.2
ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มติดตาม
แม้แรงส่งของการใช้จ่ายจะไม่ได้เพิ่มขึ้น
แต่หลายตัวชี้วัดด้าน "ความรู้สึก"
กลับปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยความกังวลต่อสถานะทางการเงินลดลง
จาก 45% ในเดือนเมษายน
ลดลงเรื่อยๆ
และเหลือเพียง 31% ในเดือนกรกฎาคม
ขณะเดียวกัน
ผู้ที่มองว่า "ช่วงเวลานี้ยังไม่เหมาะกับการใช้จ่าย" ก็ลดลงเรื่อยๆ เช่นกัน
จาก 44% ในเดือนเมษายน
เหลือเพียง 27% ในเดือนกรกฎาคม
ทั้งหมดนี้อาจกำลังบอกเราว่า
ผู้บริโภคกำลังขยับจาก "ความกังวล"
ไปสู่ "ความพร้อมในการตัดสินใจ"
แต่ความพร้อมในการตัดสินใจ
ไม่ได้หมายความว่า
ผู้บริโภคจะรีบใช้จ่ายทันที
ก่อนจะตัดสินใจใช้เงิน
ผู้บริโภคจำนวนมากเลือกที่จะตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน
โดย 56% ค้นหาข้อมูลหรือรีวิวหลายครั้งก่อนซื้อ
อีก 37% เลือกรอข้อมูลหรือรีวิวเพิ่มเติม
ขณะที่ผู้ที่พร้อมใช้จ่ายทันทีมีเพียง 3%
จึงไม่น่าแปลกใจที่ ผู้บริโภคไทยในวันนี้
ไม่ได้รีบซื้อ
แต่กำลังใช้เวลาพิจารณาอย่างรอบคอบมากขึ้น
เพื่อให้มั่นใจว่า
การใช้เงินแต่ละครั้ง
เป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุด
และเมื่อมองในแต่ละช่วงวัย จะพบว่า
วัย 20–29 ปี มีสัญญาณกลับมาให้ความสำคัญกับการใช้จ่าย
ในหมวดสุขภาพและการพัฒนาตนเองมากขึ้น
รวมถึงหมวดบันเทิงและบริการแบบ Subscription ที่ยังได้รับความสนใจต่อเนื่อง
ขณะที่หมวดท่องเที่ยวและเทคโนโลยียังไม่ฟื้นตัว
สะท้อนว่าการใช้จ่ายของพวกเขา
ยังคงเลือกเฉพาะหมวดที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของตนเองมากกว่า
วัย 30–39 ปี เป็นกลุ่มที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุด
โดยผู้ที่มองว่าปัจจุบันเป็นช่วงเวลาที่ “เหมาะกับการใช้จ่าย” เพิ่มขึ้น
ขณะที่การค้นหาข้อมูลหรือรีวิวหลายครั้งก่อนซื้อ เพิ่มจาก 44.5% เป็น 55.9%
โดยเฉพาะในหมวดเทคโนโลยี และการเงินการลงทุน
สะท้อนว่าความพร้อมในการตัดสินใจของคนวัยนี้กำลังกลับมา
ถึงแม้จะยังใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลก่อนเลือกซื้อ
ส่วนวัย 40–49 ปี
แม้ผู้ที่กังวลเรื่องการเงินจะลดลง
แต่ "Emotional Readiness (ความพร้อมทางอารมณ์ในการใช้จ่าย)" ลดลงเล็กน้อย
จาก 53.7 เป็น 52.6
สะท้อนว่าคนวัยนี้ยังคงใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากกว่ากลุ่มอื่น
ดังนั้น
สิ่งที่เกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม
อาจไม่ใช่การกลับมาของการใช้จ่ายอย่างเต็มรูปแบบ
แต่คือการที่ผู้บริโภคไทย
เริ่มก้าวจาก "ความกังวล"
ไปสู่ "ความพร้อมในการตัดสินใจ"
และสำหรับแบรนด์
ความท้าทายในวันนี้อาจไม่ใช่การเร่งให้ผู้บริโภคใช้จ่ายมากขึ้น
แต่คือการช่วยให้พวกเขา
ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
ท่ามกลางกระบวนการพิจารณาที่ละเอียดและรอบคอบกว่าเดิม
แบรนด์ต้องสร้างเหตุผลที่ชัดเจนพอ
จนผู้บริโภคมั่นใจว่า
"ครั้งนี้เหมาะสมที่จะใช้จ่าย"
เพราะผู้บริโภคแต่ละกลุ่มมีระดับและจังหวะ
ของ "ความพร้อมในการตัดสินใจ" ที่แตกต่างกัน
ดังนั้น
การสื่อสารแบบเดียวกันกับทุกคน อาจไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป
#การตลาด #ค่าครองชีพสูง #ผู้บริโภค

11/07/2026

เมื่อชีวิตไร้ที่พึ่งพิง... ทางเลือกเดียวที่มีคือเดินสู่เส้นทางไสยศาสตร์!

เพราะต้องพบเจอกับ มรสุมชีวิตไร้ความยุติธรรม จาก“พระต่อ” จึงกลายเป็น “หมอผี” ที่เข้าสู่เส้นทางมืด เพื่อทำสัญญาเป็นศิษย์กับ "หมอเทียน" หมอผีผู้สอนอาคมมนต์ดำให้หมอต่อเพื่อล้างแค้น!

ทว่ายิ่งถลำลึก ไสยศาสตร์กลับยิ่งย้อนกลับมากัดกิน และเขาต้องชดใช้ด้วย "ราคา" ที่แพงเกินคาดคิด

“คำสารภาพของหมอผี”
12 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

สัมผัสประสบการณ์สยองแรงกว่าที่เคย
สัดส่วนภาพพิเศษ บนจอยักษ์ IMAX
เสียงกระหึ่มหลอนรอบทิศทาง
ด้วยระบบ 12 Channel

#คำสารภาพของหมอผี
#อาเล็กธีรเดช #ชาคริตแย้มนาม #เดนิสเจลีลชา

Market Signal (June):นักช้อปไทยเริ่มมีพื้นที่หายใจและเริ่มรู้สึกว่า “เลือกได้” มากขึ้นผลสำรวจพฤติกรรมนักช้อปไทยรายเดือนจ...
30/06/2026

Market Signal (June):
นักช้อปไทยเริ่มมีพื้นที่หายใจ
และเริ่มรู้สึกว่า “เลือกได้” มากขึ้น
ผลสำรวจพฤติกรรมนักช้อปไทยรายเดือน
จำนวน 879 คน ทั่วประเทศ
เผยให้เห็นสัญญาณที่น่าสนใจว่า
แม้นักช้อปไทยจะยังคงระมัดระวังเรื่องการใช้จ่าย
แต่หลายสัญญาณกำลังสะท้อนว่า
แรงกดดันบางอย่างที่เคยจำกัดการตัดสินใจ อาจกำลังค่อยๆ ผ่อนคลายลง
Demand Momentum Index อยู่ที่ 59.2
Demand Driver Index อยู่ที่ 59.5
แม้ตัวเลขจะไม่ได้เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด
แต่เมื่อมองย้อนกลับไปตั้งแต่เดือนเมษายน
จะพบว่าหลายตัวชี้วัดปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะในมิติของ
การจัดสรรงบประมาณ
ความพร้อมในการใช้จ่าย
รวมถึงการ Trade-off
สิ่งที่น่าสนใจคือ
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนผ่านการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
เพราะ Spending Movement ยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม
แต่กลับสะท้อนผ่าน “ความพร้อมในการตัดสินใจ” มากกว่า
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
ค่าครองชีพที่สูงขึ้นเป็นหนึ่งในแรงกดดันสำคัญของผู้บริโภคไทย
แต่ในเดือนมิถุนายน
สัดส่วนผู้ที่มองว่าค่าครองชีพเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการใช้จ่าย
ลดลงจาก 66% ในเดือนเมษายน เหลือ 57%
ขณะเดียวกัน
ปัจจัยเชิงบวกเริ่มกลับเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
ทั้งความต้องการให้รางวัลตัวเอง
ความพร้อมจับจ่ายเมื่อมีโปรโมชั่น
รวมถึงความพร้อมทางการเงินที่ดีขึ้น
ในอีกด้านหนึ่ง
ความกังวลหลายอย่างก็เริ่มผ่อนคลายลง
สัดส่วนผู้ที่มองว่าช่วงเวลานี้ "ไม่เหมาะกับการใช้จ่าย" ลดลง
จาก 44% ในเดือนเมษายน เหลือ 32% ในเดือนมิถุนายน
ขณะที่ผู้ที่กังวลต่อสถานะทางการเงินของตนเอง
ลดลงจาก 45% เหลือ 39%
แม้จะไม่ได้หมายความว่า
ผู้บริโภคกลับมามั่นใจเต็มที่แล้ว
แต่หลายคนอาจกำลังเริ่มรู้สึกว่า
แรงกดดันต่างๆ ไม่ได้จำกัดการใช้ชีวิตเหมือนเดิม
และเริ่มรู้สึกว่าตัวเอง "มีทางเลือกมากขึ้น"
ทั้งหมดนี้อาจสะท้อนว่า
ผู้บริโภคไทยไม่ได้มีเงินมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
แต่กำลังเริ่มรู้สึกว่าตัวเอง “มีพื้นที่ในการตัดสินใจมากขึ้น”
แต่การมีทางเลือกมากขึ้น
ไม่ได้หมายความว่าผู้บริโภคจะตัดสินใจง่ายขึ้น
ผลสำรวจเพิ่มเติมในเดือนนี้พบว่า
77% ของนักช้อปรู้สึกว่าทุกวันนี้มีข้อมูลมากเกินกว่าจะติดตามได้ทั้งหมด
82% บอกว่าต้องใช้เวลาในการตรวจสอบข้อมูลมากกว่าสมัยก่อน
และ 75% เชื่อว่าในอนาคตข้อมูลที่น่าเชื่อถือจะยิ่งหาได้ยากขึ้น
นั่นทำให้พฤติกรรมของนักช้อปไทยในวันนี้
ไม่ได้เป็นเพียงการมองหาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์
แต่ยังเป็นการมองหาแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้มากขึ้นด้วย
จึงไม่น่าแปลกใจที่ “กว่า 9 ใน 10 คน”
มองว่าความน่าเชื่อถือของแบรนด์ เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ
75% มีความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ลดลง และ 20% จะเลิกเชื่อถือแบรนด์นั้นทันที
หากพบว่าแบรนด์ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือเกินจริง
และนักช้อปไทย 84%
ให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือ “มากกว่า” ราคาเพียงอย่างเดียว
ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นในเดือนนี้
อาจไม่ใช่การกลับมาของการใช้จ่ายอย่างเต็มรูปแบบ
แต่คือการที่ผู้บริโภคเริ่มกลับมามีความมั่นใจ
ในการตัดสินใจใช้จ่ายของตัวเองมากขึ้น
และเมื่อผู้คนเริ่มมีทางเลือกมากขึ้น
การเป็น "ตัวเลือกหนึ่ง"
อาจไม่เพียงพออีกต่อไป
นอกจากการคิดเรื่องโปรโมชั่น ราคาสินค้าแล้ว
แบรนด์ควรให้ความสำคัญ กับการสร้าง “ความไว้วางใจ”
เพราะในโลกที่ข้อมูลมีมากเกินกว่าจะเชื่อทุกอย่างได้
ความน่าเชื่อถืออาจกำลังกลายเป็น
“Competitive Advantage” ใหม่ของแบรนด์
#การตลาด #ค่าครองชีพสูง #แบรนด์

MI Thailand Emotional Pulse Q2:Happiness vs Survival คนไทยไม่ได้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่กำลังพยายามรักษาทั้งสองอย่างไว...
24/06/2026

MI Thailand Emotional Pulse Q2:
Happiness vs Survival
คนไทยไม่ได้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่กำลังพยายามรักษาทั้งสองอย่างไว้พร้อมกัน

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
คนไทยต้องเผชิญกับแรงกดดันหลายด้านพร้อมกัน
ทั้งค่าครองชีพที่สูงขึ้น
ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
ความกังวลต่ออนาคต
ความเหนื่อยล้าจากการทำงาน
รวมถึงสภาพอากาศที่เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝน
เมื่อมองไปที่บทสนทนาของผู้คนในช่วงที่ผ่านมา เราจะพบคำพูดอย่าง
“ไม่ไหวก็ต้องไหว”
“เหนื่อย แต่ต้องไปต่อ”
“เอาตัวเองให้รอด ยังไงก็ต้องทน”
อยู่เสมอ
สะท้อนว่า หลายคนยังคงอยู่ในโหมดของการปรับตัวและเอาตัวรอด
คำถามคือ
ในวันที่ชีวิตยังไม่ง่าย
อะไรคือสิ่งที่ช่วยให้ผู้คนยังมีกำลังใจเดินหน้าต่อ?
จากการวิเคราะห์บทสนทนาบน Social Media ร่วมกับผลสำรวจคนไทยทั่วประเทศ
เราพบว่า
แม้แรงกดดันหลักยังคงมาจากเรื่องค่าครองชีพ การเงิน และเศรษฐกิจ
แต่สิ่งที่ช่วยเติมพลังใจให้ผู้คน กลับไม่ใช่เรื่องเงิน
หรือความสำเร็จในหน้าที่การงาน
หากแต่เป็น
ครอบครัว 59%
คนรัก 34%
การพักผ่อน 34%
อาหาร 27%
และ สัตว์เลี้ยง 25%
สิ่งเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องเล็ก
แต่กลับเป็นสิ่งที่ผู้คนให้ความสำคัญมากที่สุด
เมื่อถามว่าอะไรช่วยให้ผ่านวันที่เหนื่อยล้าไปได้
สิ่งที่น่าสนใจคือ
กว่า 76% ของผู้ตอบแบบสำรวจเห็นว่า
“ความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิดช่วยให้รับมือกับความเครียดและความกดดันในชีวิตได้”
ขณะที่ 88% บอกว่า
“แม้ชีวิตจะยังมีปัญหา แต่ก็ยังพยายามหาความสุขเล็กๆ ให้กับตัวเองอยู่เสมอ”
สะท้อนว่า
ในช่วงเวลาที่หลายสิ่งรอบตัวเต็มไปด้วยแรงกดดัน
ผู้คนกำลังหันกลับมาให้ความสำคัญกับสิ่งที่เติมพลังใจมากยิ่งขึ้น
และสิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้คนไม่ได้มอง "ความสุข" และ "ความมั่นคง" เป็นสิ่งที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
แต่กำลังพยายามสร้างสมดุลระหว่างทั้งสองสิ่งไปพร้อมกัน
โดยมากกว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจมองว่า
“การสร้างความมั่นคงในอนาคต” และ
“การใช้ชีวิตให้มีความสุขในปัจจุบัน”
มีความสำคัญพอๆ กัน
เมื่อมองภาพรวม จะเห็นได้ว่า
คนไทยพยายามหา “ที่ยึดเหนี่ยวทางใจ”
เพื่อช่วยให้สามารถรับมือกับความท้าทายในชีวิตได้ดีขึ้น
“Surviving with Small Happiness”
คนไทยไม่ได้เลือกระหว่างความสุขกับการเอาตัวรอด
แต่กำลังใช้ความสุขเล็กๆ เป็นพลังใจในการก้าวผ่านความกดดันในชีวิต
สะท้อนให้เห็นว่า สำหรับแบรนด์
ในช่วงเวลาที่ผู้คนยังต้องเผชิญกับแรงกดดันรอบด้าน
การสร้างคุณค่าอาจไม่ได้หมายถึงการช่วยเข้าไปแก้ปัญหา
หรือการนำเสนอสินค้าคุณภาพดี ที่ตอบโจทย์เพียงเรื่องประโยชน์ใช้สอยเท่านั้น
แต่ยังรวมถึงการเป็นส่วนหนึ่ง ของสิ่งที่ช่วยเติมพลังใจให้กับผู้คนในชีวิตประจำวัน
ไม่ว่าจะเป็นการให้คุณค่าทางอารมณ์
การสร้างช่วงเวลาแห่งความสุข
หรือการสนับสนุนความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน
เมื่อความสุขกลายเป็นส่วนหนึ่งของการรับมือกับชีวิต
ในวันที่หลายคนยังอยู่ในโหมด "เอาตัวรอด"
ความสุขอาจไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย
แต่กลายเป็น
พลังสำคัญที่ช่วยให้ผู้คนไปต่อ
นั่นทำให้แบรนด์ที่ช่วยเติมพลังใจได้
อาจมีความหมายไม่แพ้แบรนด์ที่ช่วยแก้ปัญหา
และนั่นอาจเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของ "คุณค่า"
ที่ผู้บริโภคกำลังมองหาในวันนี้
แล้วสำหรับคุณ
อะไรคือสิ่งที่ช่วยเติมพลังใจให้คุณในวันที่เหนื่อยล้า?
ร่วมแชร์มุมมองกันได้ในคอมเมนต์
Source: Mandala (April 2026– June 2026)
#ความสุข

AI Marketing กำลังย้ายจาก Content Tool ไปเป็น Decision Tool: นักการตลาดต้องปรับตัวยังไงหลายคนยังมองว่า AI คือเครื่องมือช...
18/06/2026

AI Marketing กำลังย้ายจาก Content Tool ไปเป็น Decision Tool: นักการตลาดต้องปรับตัวยังไง
หลายคนยังมองว่า AI คือเครื่องมือช่วยเขียนโพสต์ เขียนแคปชัน หรือช่วยคิดไอเดียคอนเทนต์ แต่ถ้าดูข่าวในวงการ MarTech และ Advertising ช่วงนี้ จะเห็นสัญญาณที่ชัดเจนมากว่า AI กำลังขยับจากการเป็น Content Tool ไปสู่การเป็น Decision Tool และนี่อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กว่าการมี AI เข้ามาช่วยเขียนคอนเทนต์เสียอีก
เมื่อ AI ไม่ได้ช่วย "สร้าง" แต่ช่วย "ตัดสินใจ"
ในอดีต Workflow ของนักการตลาดมักเป็นแบบนี้
• เปิด Dashboard
• ดู Report
• Export Data
• วิเคราะห์ข้อมูลเอง
• ตัดสินใจย้ายงบหรือปรับแคมเปญ
แต่วันนี้หลายแพลตฟอร์มเริ่มทำให้ AI สามารถเข้าถึงข้อมูลจริงของนักการตลาด และช่วยตอบคำถามทางธุรกิจได้โดยตรง
อนาคตของ Marketing Analytics อาจไม่ใช่การดูกราฟ แต่คือการคุยกับข้อมูล
ลองจินตนาการว่าแทนที่จะเปิด Dashboard 10 หน้า นักการตลาดสามารถถาม AI ว่า "ถ้าต้องลดงบ 20% ควรตัดช่องทางไหนก่อน" หรือ "Audience กลุ่มไหนสร้างยอดขาย Incremental สูงที่สุด" หรือ "ถ้าย้ายงบจาก Meta ไป Retail Media อีก 15% จะกระทบ Revenue เท่าไหร่" แล้วให้ AI ตอบจากข้อมูลจริงขององค์กร นี่คือทิศทางที่หลายแพลตฟอร์มกำลังพัฒนาไป
ทักษะที่กำลังสำคัญขึ้นคือ Data Literacy ไม่ใช่แค่ Prompt
หลายคนกำลังโฟกัสกับการเขียน Prompt แต่ในโลกที่ AI เข้าถึงข้อมูลธุรกิจจริง สิ่งที่อาจจะสำคัญกว่าคือเรื่องต่อไปนี้
1. Data Quality
AI เก่งแค่ไหนก็ไม่สามารถแก้ปัญหา Data ที่ผิดได้ถ้า Naming Campaign ไม่เป็นระบบ Tracking ไม่ครบ หรือ Conversion Event ผิด ซึ่งคำตอบที่ได้ก็จะผิดตามไปด้วย หรือที่เรียกกันว่า Garbage In = Garbage Out
2. Understanding Measurement
AI อาจบอกว่า Campaign นั้นๆดีที่สุด แต่คำถามคือดีในมุมไหน?
• ROAS
• Incrementality
• Customer Lifetime Value
• New Customer Acquisition
ซึ่งนักการตลาดยังต้องเข้าใจ Logic หรือ consequence เบื้องหลังการวัดผลเพราะ AI ยังไม่ได้รับผิดชอบ KPI แทนเรา
3. Data Governance
เมื่อ AI เริ่มเข้าถึงข้อมูล Performance จริง คำถามใหม่ที่จะเกิดขึ้นและควรต้องตอบให้ได้ก่อนคือ
• ใครมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลอะไร
• ข้อมูลไหนแชร์กับ AI ได้
• ข้อมูลไหนเป็น Sensitive Data
• มี Audit Trail หรือไม่
หลายองค์กรกำลังพบว่าความท้าทายไม่ได้อยู่ที่ AI แต่อยู่ที่การจัดการข้อมูลภายในองค์กร
First-Party Data จะยิ่งมีมูลค่ามากขึ้น
อีกเทรนด์ที่เห็นชัดคือแพลตฟอร์มที่มี Transaction Data จริง กำลังได้เปรียบมากขึ้น เพราะ AI สามารถเรียนรู้จากพฤติกรรมการซื้อจริงไม่ใช่แค่ข้อมูลการคลิกหรือ Impression ทำให้การวัดผลและการตัดสินใจแม่นยำขึ้น
แล้วนักการตลาดควรทำอะไรตอนนี้? ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องทำเพื่อรับกับการนำ AI มาช่วยงาน
• จัดระเบียบ Data และ Tracking ให้ถูกต้อง
• สร้างมาตรฐาน Naming Convention
• เข้าใจ Measurement Framework ขององค์กร
• พัฒนาทักษะ Data Interpretation
• เรียนรู้การตั้งคำถามทางธุรกิจที่ดี
ช่วงปีที่ผ่านมา เราตื่นเต้นกับ AI ที่ช่วยสร้างคอนเทนต์แต่ในอีกไม่นาน สิ่งที่จะเปลี่ยนเกมจริง ๆ อาจเป็น AI ที่ช่วยตัดสินใจเรื่อง
• Budget
• Audience
• Measurement
• Media Allocation
• Business Growth
ในอนาคต คนที่ได้เปรียบอาจไม่ใช่คนที่ใช้ AI เขียนคอนเทนต์เร็วที่สุด แต่อาจจะเป็นคนที่มีข้อมูลดีพอ ให้ AI ช่วยตัดสินใจได้แม่นที่สุด

ที่อยู่

140, 140 Wireless Building, 15th Floor, Wireless Road, Lumpini, Pathumwan
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:30
อังคาร 09:00 - 17:30
พุธ 09:00 - 17:30
พฤหัสบดี 09:00 - 17:30
ศุกร์ 09:00 - 17:30

เบอร์โทรศัพท์

+6626515377

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ MI GROUPผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง MI GROUP:

ทางลัด

แชร์