Siam OpMc ที่ปรึกษาวางแผนธุรกิจ

Siam OpMc ที่ปรึกษาวางแผนธุรกิจ Siam OpMC ผู้ช่วยการตลาด อย่างมืออาชีพ พร้อมบริหารธุรกิจให้กับคุณ

#บริการของเรา
- รับฝึกอบรมการตลาดให้กับหน่วยงานต่างๆ
- จัดส่งสินค้า ขนส่งสินค้าไปต่างประเทศ
- ทำสปอร์ตโฆษณา เพื่อแนะนำสินค้า
- รับทำแฟนเพจ โดยทีมงานมืออาชีพ
- รับปรึกษาและวางแผนการตลาดในต่างประเทศ
- รับดูแลเพจ โปรโมทเพจ โฆษณาผ่านเพจ ลาว จีน ไทย ก้มพูชา ฯลฯ
- ถ่ายรูปสินค้า สวยงามเป็นมาตรฐาน ใช้ในการนำเสนอสินค้า
- นำเสนอสินค้าในลาว เวียดนาม ก้มพูชา ฯลฯ
- ลงโฆษณาบนเพจ

27/02/2024

🟠 ที่ปรึกษาการตลาด (Marketing Consultant) คืออะไร? มีหน้าที่อะไรบ้าง?
ในโลกปัจจุบัน ยุคดิจิทัล การทำธุรกิจสักอย่างหนึ่งหรือการสร้างแบรนด์เป็นเรื่องอะไรที่ที่ไกลตัวมาก เนื่องจากสภาวะการแข่งขันในตลาดค่อนข้างสูง ทำให้บริษัทฯที่เปิดใหม่หรือธุรกิจที่เริ่มทำตลาด มีผลลัพธ์ที่ไม่น่าพอใจ การมองหาที่ปรึกษาการตลาด (Marketing Consultant) เพื่อขอคำแนะนำหรือใช้บริการที่ปรึกษาการตลาดก็ถือเป็นตัวเลือกที่อาจจะเหมาะสม เป็นทางออกทางหนึ่งที่น่าสนใจ ที่ผู้ประกอบการควรนำมาคิด คำนึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตกับธุรกิจของตัวเอง

🟠 ที่ปรึกษาการตลาด (Marketing Consultant) คืออะไร?
ที่ปรึกษาการตลาด (Marketing Consultant) คือ กลุ่มคนที่มีความเชี่ยวชาญในการทำการตลาด เชิงกลยุทธ์ การวิเคราะห์จุดอ่อนจุดด้อย สรุปเก็บรวมข้อมูล เพื่อพัฒนาในการทำตลาดของธุรกิจของคุณ ให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ หน้าที่หลักๆของที่ปรึกษาการตลาดในปัจจุบันนี้ มีการครอบคลุมมาก ดังนี้
1.วางแผน เชิงกลยุทธ์การตลาด วิเคราะห์การตลาด
2.SWOT: วิเคราะห์จุดอ่อนและจุดแข็ง ของสินค้าและคู่แข่ง
3.กำหนดเป้าหมายเป้าหมายการตลาด ในระยะสั้นและระยะยาว
4.วางแผนสร้างคอนเทนต์การตลาด ให้กับสินค้า
5.วางแผนออกแบบกราฟิก ให้ตรงเป้าหมาย เพื่อใช้เป็นสื่อโฆษณาสินค้า
6.วางแผนถ่ายทำโฆษณา ให้ตรงกับความต้องการลูกค้าและสินค้า
7.วางแผนงบประมาณ ดูแลโฆษณา สื่อในการทำตลาด
8.วิเคราะห์ข้อมูล รวบรวมข้อมูลการทำการตลาด ติดตามผลเพื่อปรับปรุงแผนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ถ้ามองภาพรวมนั้น ที่ปรึกษาการตลาด (Marketing Consultant) เปรียบเสมือนผู้มาวางระบบการตลาดให้กับบริษัทฯหรือธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ

🟠 หน้าที่หรือขอบเขตการทำงานที่ปรึกษาการตลาดมีอะไรบ้าง?
หน้าที่หรือขอบเขตการทำงานของที่ปรึกษาการตลาด ทำทุกอย่างให้บรรลุเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ ให้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม หน้าที่หลักๆ ของที่ปรึกษาการตลาดจะอยู่ในขอบเขตการทำงานต่างๆ ทั้ง 9 ข้อนี้
1.วิเคราะห์การตลาด เข้าใจสินค้า ผลลัพธ์การตลาด และแผนการตลาดที่ผ่านมา ประเมิน แล้ววางกลยุทธ์เชิงการตลาด เพื่อหาวิธีปรับปรุงกลยุทธ์การตลาดธุรกิจของคุณให้ดียิ่งขึ้น
2.ออกแบบกลยุทธ์ในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่และกลุ่มลูกค้ามุ่งหวัง (Leads)
3.ปรับปรุง ยกระดับ การเข้าถึงลูกค้าในแต่ละช่วงการตัดสินใจ ให้สามารถดึงดูดและเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น
4.วางแผนปรับปรุง กลยุทธ์การตลาด การทำการตลาดในช่องทางต่างๆ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้า เช่น อีเมล เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย การตลาดบนหน้าค้นหา (Search Engine Marketing) ฯลฯ
5.วางแผนทำโฆษณา ออกแบบสื่อการตลาดที่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย ทั้งสื่อเดิมและสื่อตลาดดิจิทัลงบประมาณโฆษณา และกับช่องทางใดบ้าง เพื่อให้ธุรกิจของคุณ บรรลุเป้าหมายทางการตลาดในอนาคต’
6.วางกลยุทธ์แบรนด์ (Brand Strategy) วิเคราะห์และประเมินการตลาด ให้ถึงผู้ซื้อได้ง่าย
7.รวบรวมข้อมูลทั้งหมดทางด้านการตลาดทุกด้าน มาวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อสรุป รวมถึงคอยตรวจสอบคู่แข่งการตลาด เพื่อพัฒนาสินค้าหรือแบรนด์ให้ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
8.วางระบบการทำการตลาด เช่น การวางระบบการตลาดแบบอัตโนมัติ (Marketing Automation) วางระบบบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) วางระบบการติดตามข้อมูลการตลาด (Data Tracking)
9.จัดสรรงบประมาณการตลาด (Budget Allocation) การลงงบประมาณไปกับการทำการตลาดในส่วนต่างๆ และการทำโฆษณาตามงบประมาณที่ตั้งไว้ บริหารงบให้สามารถสร้างผลลัพธ์ได้สูงที่สุด
ทำไมธุรกิจใหม่ๆถึงต้องจ้างที่ปรึกษาการตลาด?
เพราะการทำการตลาดในปัจจุบัน เป็นเรื่องที่เข้าใจยาก สำหรับคนที่ไม่เคยทำ ประสบการณ์ไม่มีหรือมีน้อย จำเป็นอย่างมากที่ต้องมีที่ปรึกษาการตลาดไว้ค่อยช่วยและในปัจจุบันการหาบุคคลที่มีความสามารถในด้านต่างๆค่อนข้างจะหายาก การจ้างที่ปรึกษาการตลาดจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพื่อช่วยวางกลยุทธ์ หาไอเดียใหม่ๆ ให้แก่ธุรกิจของคุณในการทำตลาด ให้บรรลุเป้าหมายการทำตลาดสินค้าคุณในอนาคต
นอกจากนี้ เมื่อธุรกิจของคุณเกิดปัญหา การเปลี่ยนแปลง สถานการณ์ที่แย่ลง การมีที่ปรึกษาการตลาดที่มีความเชี่ยวชาญจะช่วยให้ธุรกิจของคุณ แก้ปัญหาที่เผชิญอยู่ได้และอาจมองเห็นโอกาสในอนาคตได้อีกด้วย
ที่ปรึกษาการตลาดจะกำหนดเป้าหมายทางการตลาดที่ใหม่ๆ นำเสนอวิธีการใหม่ๆ ในการทำตลาด หรือปรับปรุงวิธีการให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ด้วยประสบการณ์และความเชียวชาญ ออกมาเป็นกลยุทธ์และแผนธุรกิจ(PDCA)หรือแผนการตลาดที่มีประสิทธิภาพ

🟠 เมื่อไหร่ ที่บริษัทควรจ้างที่ปรึกษาการตลาด?
หากธุรกิจของคุณกำลังเผชิญกับสถานการณ์หรือมีความต้องการต่อไปนี้
1.ขาดความเชี่ยวชาญเรื่องธุรกิจหรือการทำตลาด
ธุรกิจหรือบริษัทฯต้องการเปิดตลาดใหม่ บริษัทฯที่เคยทำการตลาดด้วยตัวคนเดียว ขาดประสบการณ์ต้องการคนช่วยให้คำแนะนำในการทำธุรกิจ การพึ่งพาความรู้และประสบการณ์ของที่ปรึกษาการตลาดที่มีความเชี่ยวชาญกว่า ก็เป็นทางออกที่ดีทางหนึ่งในการทำธุรกิจหรือสร้างแบรนด์ใหม่ๆขึ้นมา
สำหรับข้อนี้ อาจเป็นไปได้หลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเพิ่งก่อตั้งใหม่ เป็น Startup เพิ่งเริ่มกิจการ และยังขาดประสบการณ์ในการตลาดที่เพิ่มตั้งต้นทำ

2.กำลังเผชิญปัญหาหรือวิกฤตที่ยากลำบาก
ประสบการณ์ถือว่าสำคัญ ในวงการตลาด ถ้าบริษัทฯหรือทีมงานยังไม่มีความเชียวชาญเพียงพอ อาจทำให้เกิดวิกฤตได้ การจ้างที่ปรึกษาการตลาดเข้ามาแก้ปัญหา อาจช่วยให้บริษัทฯได้วิธีในการรับมือปัญหาแบบใหม่ๆได้และทีมงานก็จะได้เรียนรู้ มีประสบการไปด้วยและสามารถแก้ปัญหาในอนาคตของบริษัทฯได้ดีอีกด้วย
และยิ่งในช่วงที่เกิดจุดเปลี่ยนหรือวิกฤตที่ยากลำบากในการดำเนินธุรกิจขึ้น บริษัทฯอาจต้องปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์และเป้าหมาย (Vision & Goal) ในการทำการตลาดใหม่ทั้งหมด ที่ปรึกษาการตลาดยังสามารถช่วยให้คำแนะนำและวางระบบใหม่ในธุรกิจของคุณอีกทางหนึ่งด้วย

3.ธุรกิจหรือตัวเลขทางการตลาดไม่เติบโต
ธุรกิจเมื่อมาถึงระยะหนึ่งจะมีจุดเปลี่ยนหรือการทำการตลาดแบบเดิมๆ เริ่มไม่ได้ผล เจ้าของธุรกิจหรือบริษัทฯก็ต้องคิดหาวิธีแก้ไข เพื่อปรับปรุง บริษัทฯอาจใช้บริการที่ปรึกษาการตลาดเพื่อปรึกษา เพื่อไอเดียและวิธีการใหม่จากที่ปรึกษา เพราะที่ปรึกษาการตลาดมักจะมีความรู้ความเข้าใจการตลาดมากกว่าเจ้าของธุรกิจหรือบริษัทฯ

4.ROI ได้ไม่ถึงเป้าหมายหรือไม่สอดคล้องกับที่คาดการณ์ไว้
หากธุรกิจทำ ROI (Return on Investment)ผลของการลงทุนไม่ได้ตามเป้าหมายหรือที่คาดการณ์ไว้จากแผน รู้สึกว่าใช้งบประมาณการตลาดไปอย่างสิ้นเปลือง อาจเป็นสัญญาณ ว่าน่าจะเกิดปัญหาบางอย่าง ที่ปรึกษาการตลาดอาจช่วยวิเคราะห์สาเหตุว่า เกิดปัญหาที่ตรงไหนและจัดสรร ปรับปรุง งบประมาณการตลาดใหม่ให้มีผลลัพธ์มากกว่า หรือเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาดเป็นกลยุทธ์ที่ใช้งบน้อยลง แต่ได้ผลมากขึ้น

5.ขาดข้อมูลหรือไม่ได้ติดตามข้อมูล
ข้อมูลถือเป็นหัวใจหลักของการทำธุรกิจหรือการสร้างแบรนด์ที่ขาดไม่ได้ การมีข้อมูลและสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้สามารถสร้างความได้เปรียบให้กับธุรกิจของคุณได้อย่างดี ในทางกลับกันการที่ธุรกิจของคุณไม่มีข้อมูล เช่น ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลการวิเคราะห์ การเก็บรวบรวมปัญหา ข้อบกพร่องต่างๆ เป็นต้น ก็ทำให้วัดผลลัพธ์ไม่ได้ จึงไม่มีความแน่นอนในการทำธุรกิจของคุณเลย ธุรกิจที่ขาดระบบการติดตามข้อมูล อาจจ้างที่ปรึกษาการตลาดให้ช่วยวางระบบได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิ์ภาพของบุคลากรในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติ เพื่อใช้ในการปรับปรุง วัดผลต่อไป

🟠 การจ้างที่ปรึกษาการตลาดมีข้อดียังไง?
อาจกล่าวได้ว่า ในปัจจุบันความจำเป็นสำหรับธุรกิจของคุณในการมีที่ปรึกษาการตลาด ถือว่าสำคัญ เพราะสภาวะการแข่งขันในวงการตลาดค่อนข้างสูง เมือเทียบกับเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ซึ่งยังมีการแข่งขันเรื่องการตลาดที่ค่อยข้างน้อย ไม่รุนแรงเหมือนในปัจจุบัน
ตอนนี้คุณคงจะเข้าใจแล้วว่า ธุรกิจหรือบริษัทฯของคุณน่าจะจ้างหรือไม่จ้างที่ปรึกษาการตลาด แต่นอกจากเหตุผลเหล่านั้น ยังมีเหตุผลหลายอย่างที่น่าสนใจ
⭕️ ที่ปรึกษาการตลาดมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านการตลาด
ที่ปรึกษาการตลาดเป็นคนที่มีจิตวิทยาการตลาดค่อนข้างสูง เป็นผู้ที่มีความเชียวชาญด้านการตลาดโดยเฉพาะและผ่านประสบการณ์การตลาด ให้คำปรึกษา และช่วยเหลือธุรกิจต่างๆ ในการทำการตลาด มีข้อมูลเชิงลึก(Insight)และรู้จักการตลาดเป็นอย่างดี ช่วยหาวิธีการเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆ สามารถมองเห็นปัญหาและสิ่งที่สามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้เร็วกว่า

⭕️ ประหยัดเวลาและงบประมาณในการทำการตลาด
การทำการตลาดนั้น ในปัจจุบัน จำเป็นต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับอดีตที่ผ่านมา บ้างครั้งก็ไม่รู้หลักการในการบริหารงบประมาณ ทำให้ต้องเสียงบประมาณไปโดยเปล่าประโยชน์ ที่ปรึกษาการตลาดจึงเป็นทางออกให้กับธุรกิจของคุณที่จะช่วยชี้แนะ ปรับปรุง แก้ไข และสร้างระบบการจัดสรรงบประมาณขึ้นมาใหม่ และช่วยให้ธุรกิจของคุณไม่ต้องเสียเวลาและงบประมาณในการทดลองวิธีการทำการตลาด

ที่ปรึกษาการตลาดอาจกล่าวได้ว่า มีสำคัญในปัจจุบัน บริษัทฯที่มีที่ปรึกษาการตลาดเก่งๆก็เหมือนติดเขี้ยวเล็บให้กับธุรกิจของคุณ ปรึกษาการตลาดมีหลายแบบด้วยกัน ขึ้นอยู่ธุรกิจ ประสบการณ์ ในการทำตลาด การเลือกที่ปรึกษาการตลาดนั้นต้องคำนึงถึงธุรกิจของคุณว่าเหมาะสมไหม กับธุรกิจของคุณ

สำหรับท่านใดอยากได้คำแนะนำ สามารถทักสอบถามได้ที่หน้าเพจ หรือข้อความได้นะครับ ขอบคุณนะครับ

21/02/2024

สวัสดีค่ะทุกท่าน เนื่องจากเพจเรา ได้อัปเดสกลุ่มใหม่ มีทั้งในประเทศและต่างประเทศ ท่านไดที่อยากขายติดต่อมาได้เลยนะค่ะ ตรงเป้าหมาย กลุ่มเป็นกลุ่มที่ซื้อสินค้าโดยตรง ฟรีนะค่ะไม่ค่าใช้จ่าย

เนื่องจากสถานะการณ์ในปีนี้ ความต้องการมะนาว พันธุ์ไร้เมล็ดฮิติมีความต้องการสูง ผลผลิตไม่เพียงพอ เพื่อส่งออกและส่งโรงงานค...
02/02/2024

เนื่องจากสถานะการณ์ในปีนี้ ความต้องการมะนาว พันธุ์ไร้เมล็ดฮิติมีความต้องการสูง ผลผลิตไม่เพียงพอ เพื่อส่งออกและส่งโรงงานคั้นน้ำมะนาว เราเปิดรับลูกไร่ ปลูกมะนาว ทั่วทุกภาคของไทย โดยมีเงื่อนไขดังนี้
- มีที่ดิน 10 ไร่ขึ้นไป หรือร่วมกลุ่มกันได้ในชุมชนเดียวกัน
- ใกล้แหล่งน้ำและระบบน้ำที่ดี
- มีเงินทุนในการซื้อกิ่งพันธุ์แท้
- รักในอาชีพเกษตรกร
สิ่งที่จะได้รับ หลังจากเข้าร่มโครงการ
- ประกันราคาขั้นต่ำ 6 บาท/กิโลกรัม
- มีเจ้าหน้าที่วิชาการให้คำแนะนำเรื่องระบบน้ำและขั้นตอนการปลูกและการดูแล
- มีตลาดรองรับทั้งในและนอก
สนใจสามารถทักแชทสอบถามได้ ทุกเวลา

ต้องการส้มโอพันธุ์ทองดีจำนวนมาก ท่านใดมีสามารถติดต่อมาได้เลยนะค่ะรับจำนวนมาก สนใจทักมานะค่ะ #ส้มโอ  #ส้มโอทองดี  #ต้องกา...
12/01/2024

ต้องการส้มโอพันธุ์ทองดีจำนวนมาก ท่านใดมีสามารถติดต่อมาได้เลยนะค่ะ
รับจำนวนมาก สนใจทักมานะค่ะ
#ส้มโอ #ส้มโอทองดี #ต้องการขายส้มโอ

ต้องการลำใยสดจำนวนมาก ท่านใดมีสามารถติดต่อมาได้เลยนะค่ะรับจำนวนมาก สนใจทักมานะค่ะ #ลำใย  #ลำใยอบแห้ง  #ลำใยจากสวน  #ต้อง...
12/01/2024

ต้องการลำใยสดจำนวนมาก ท่านใดมีสามารถติดต่อมาได้เลยนะค่ะ
รับจำนวนมาก สนใจทักมานะค่ะ
#ลำใย #ลำใยอบแห้ง #ลำใยจากสวน #ต้องการขายลำใย

ต้องการส้มโอพันธ์ทับทิมสยามสดจำนวนมาก ท่านใดมีสามารถติดต่อมาได้เลยนะค่ะรับจำนวนมาก สนใจทักมานะค่ะ #ส้มโอ  #ส้มโอทับทิมสย...
12/01/2024

ต้องการส้มโอพันธ์ทับทิมสยามสดจำนวนมาก ท่านใดมีสามารถติดต่อมาได้เลยนะค่ะ
รับจำนวนมาก สนใจทักมานะค่ะ
#ส้มโอ #ส้มโอทับทิมสยาม #ต้องการขายส้มโอ

ต้องการมะม่วงน้ำดอกไม้จำนวนมาก ท่านใดมีสามารถติดต่อมาได้เลยนะค่ะรับจำนวนมาก สนใจทักมานะค่ะ #มะม่วง  #มะม่วงน้ำดอกไม้  #ต...
12/01/2024

ต้องการมะม่วงน้ำดอกไม้จำนวนมาก ท่านใดมีสามารถติดต่อมาได้เลยนะค่ะ
รับจำนวนมาก สนใจทักมานะค่ะ
#มะม่วง #มะม่วงน้ำดอกไม้ #ต้องการขายมะม่วง

07/01/2024

Omni Channel คืออะไร ?
ในยุค Digital แบบนี้ทำให้หลายๆธุรกิจมีช่องทางในการขายสินค้าหลากหลายมากขึ้น ทั้ง Offline และ Online ทำให้การตลาดแบบ Omni-Channel คือ สิ่งที่เข้ามามีบทบาทและสามารถตอบโจทย์ในการทำการตลาดในยุคนี้มากที่สุด
OmniChannel คือ การรวมทุกช่องทางที่ลูกค้าติดต่อ Brand เข้ามาไว้ในที่เดียว ไม่ใช่แค่เฉพาะ Offline และ Online แต่ไม่ว่าจะเป็นหน้าร้าน , Social Media ,Website, Application ต่างๆ ทำให้ไม่ว่าลูกค้าจะติดต่อมาจากช่องทางไหน ก็จะได้รับประสบการณ์เดียวกันแบบไร้รอยต่อนั่นเองครับ (Seemless Customer Experience)
นอกจากที่ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์แบบไร้รอยแล้ว การตลาดแบบรวมทุกช่องทาง สามารถช่วยธุรกิจดึงดูดลูกค้าจากช่องทาง Online ต่างๆ เช่น Facebook, Line, Instagram ให้มาปิดการขายที่หน้าร้าน หรือเปลี่ยนจากลูกค้าหน้าร้าน ให้ไป Shopping Online แบบง่ายๆ ลองดูตัวอย่างด้านล่างได้เลยครับ
#ตัวอย่าง Omni-Channel
#ขอยกตัวอย่าง
1.การตลาดแบบรวมช่องทาง จากร้านขายสินค้าที่ต้องการเปลี่ยนจากลูกค้าหน้าร้าน ให้ไป Shopping Online แบบง่ายๆ กับครับ
2.เริ่มต้นสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้าผ่าน การตลาดแบบรวมช่องทางด้วยการ มอบส่วนลดท้ายใบเสร็จ 50% เพื่อดึงดูดลูกค้าจากช่องทาง Offline ให้ไปซื้อสินค้าในช่องทาง Online
3.หลังจากนั้นเมื่อลูกค้ามาซื้อที่สินค้าที่ช่องทาง Online แบรนด์ก็เริ่มเข้าใจพฤติกรรมการซื้อสินค้าของลูกค้าผ่านทาง Website และ Social Media ที่ลูกค้าได้ลงทะเบียนเข้ามา เมื่อรู้ว่าลูกค้า ชอบซื้อสินค้าอะไร ชอบดู Content แบบไหน ก็สามารถส่ง Promotion แจ้งเตือนสินค้าที่ลูกค้าสนใจได้ทันที
จากข้อมูลที่ได้มา เมื่อลูกค้ากลับมาซื้อสินค้าที่หน้าร้านอีกครั้ง พนักงานก็สามารถแนะนำสินค้าและมอบบริการที่ลูกค้าชื่นชอบได้ ทำให้สามารถเพิ่มยอดขายได้ด้วยการมอบประสบการณ์เป็นหนึ่งเดียวให้กับลูกค้าแบบไร้รอยต่อด้วยการตลาดแบบ การตลาดแบบรวมช่องทางนั่นเองครับ

แล้วถ้าอยากเริ่มทำการตลาดแบบ Omni-Channel ต้องทำยังไง
สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในการทำ การตลาดแบบรวมช่องทาง คือ Marketing Platform นั่นเองครับ
ซึ่ง Marketing Platform ที่จะเข้ามาช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าแบบ การตลาดแบบรวมช่องทางได้นั้นจำเป็นต้องมี 2 ส่วนที่ขาดไม่ได้เลย นั่นก็คือ

1. CDP หรือ Customer Data Platform คือ เครื่องมือที่ช่วยเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า จากทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Social Media เช่น Facebook, Line, Instragram และมาพร้อมกับ API ที่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลลูกค้ากับระบบอื่นๆ เช่น CRM, POS เป็นต้น เมื่อมี CDP ที่ช่วยเก็บข้อมูลลูกค้าได้แบบครบทุกช่องทางที่ลูกค้าติดต่อมาแล้วจะทำให้สามารถเห็นข้อมูลลูกค้าได้แบบ 360° และตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงจุดมากขึ้นนั่นเองครับ (Customer Single View)

2. Marketing Automation คือ เครื่องมือทำการตลาดแบบอัตโนมัติ ทำให้แบรนด์สามารถเลือกกลุ่มลูกค้า และสร้าง Customer Journey ส่งแคมเปญการตลาดผ่านช่องทางต่างๆได้แบบ Personalized เช่น ส่ง SMS, Email ,Facebook Message, Line ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากที่ทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์แบบทุกช่องทางครับ

เมื่อแบรนด์มีเครื่องมือในการช่วยทำการตลาดครบวงจรทั้ง CDP และ Marketing Automation แล้วก็จะทำให้แบรนด์สามารถรู้ใจลูกค้ามากขึ้น และ สร้างแคมเปญการตลาด ส่ง Promotion ตอบโจทย์ ถูกใจลูกค้ามากขึ้น ทำให้ลูกค้าอยากกลับมาซื้อซ้ำๆ เพื่อจะได้รับประสบการณ์ดีๆ การตลาดแบบรวมช่องทางไม่ใช่แค่ช่วยเพิ่มยอดขาย แต่ยังสามารถช่วยเพิ่มลูกค้าประจำให้กลับมาซื้อซ้ำๆอีกด้วย

การตลาดแบบรวมช่องทาง คือสิ่งที่ตอบโจทย์การตลาดในยุค Digital ในการดึงดูดลูกค้าจาก Facebook, Line, Instagram ให้มาปิดการขายที่หน้าร้าน หรือเปลี่ยนจากลูกค้าหน้าร้านให้ไป Shopping Online แบบง่ายๆ

✅ สร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อ
✅ ประหยัดงบด้วยการทำโฆษณาที่ตรงใจ
✅ เพิ่มยอดขายแบบไม่มีสะดุด
✅ ทำให้ลูกติดหนึบจนไม่อยากไปไหน ด้วยการตลาดแบบแบบรวมช่องทาง

สำหรับเจ้าของธุรกิจท่านใด ทียังไม่เข้าใจหรือต้องการคำปรึกษา สามารถทักมาสอบถามได้นะครับ

07/01/2024

UX / UI คืออะไร?
UX = ประสบการณ์ของผู้ใช้ / UI = ส่วนต่อประสานกับผู้ใช้
องค์ประกอบทั้งสองนี้มีความสำคัญอย่างมากสำหรับการออกแบบผลิตภัณฑ์และทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ซึ่งแม้จะมีความคล้ายคลึงกันและมีความสัมพันธ์ทางวิชาชีพ
แต่บทบาทของ UX / UI นั้นมีความแตกต่างกันและมีเส้นกั้นของความเป็นเหตุเป็นผลกันอยู่ ทำให้หลายคนสงสัยและเกิดความเข้าใจผิดกันอยู่ว่า UX / UI แท้จริงแล้วคืออะไร และมีความแตกต่างกันอย่างไร ดังนั้นในบทความนี้ Siam Opmc จะขอแนะนำให้ท่านรู้จักกับ UX / UI มากยิ่งขึ้น

UX หรือ User Experience คือ ประสบการณ์ของผู้ใช้งานในด้านความรู้สึกที่ตอบสนองต่อการใช้งานผลิตภัณฑ์ หรือระบบต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น ความสะดวกสบาย ใช้งานง่าย ความสนุกสนาน จนเกิดเป็นความพึงพอใจสูงสุดหรือเกิดประสบการณ์ที่ดีของผู้ใช้งานนั่นเอง

ฉะนั้นในอีกแง่นึง User experience หรือ UX มีการพัฒนามาจากผลของการปรับปรุง UI เมื่อมีบางอย่างให้ผู้ใช้ได้โต้ตอบกับประสบการณ์ของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นแง่บวก ลบ หรือเป็นกลาง สามารถเปลี่ยนวิธีที่ผู้ใช้รู้สึกเกี่ยวกับการโต้ตอบเหล่านั้น UX จึงเป็นจุดที่ต้องพยายามศึกษาและทำความเข้าใจว่าผู้ใช้งานต้องการอะไร แบบไหน พอใจไหม กลุ่มเป้าหมายมีใครบ้าง มีอะไรน่าสนใจบ้าง อย่างละเอียด เพื่อให้ตอบโจทย์กับผู้ใช้งานมากที่สุด ฉะนั้นอาจเปรียบได้ว่า UX คือ #ศาสตร์แห่งความพยายามเข้าใจผู้อื่นเพื่อประโยชน์อันสูงสุด

UI หรือ User Interface คือ ส่วนต่อประสานกับผู้ใช้งาน หรือ ส่วนที่ใช้ในการเชื่อมต่อกับผู้ใช้งาน กล่าวคือ ส่วนที่ให้ผู้ใช้งานสามารถโต้ตอบกับการใช้งานผลิตภัณฑ์ได้ ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่เรื่องของหน้าตา การออกแบบ และการดีไซน์ ยกตัวอย่างเช่น หน้าจอ แพลตฟอร์ม เมนู ฟอร์มต่าง ๆ การวางภาพ ขนาดตัวอักษร ปุ่ม แป้นพิมพ์ เสียง หรือแม้แต่แสงไฟ เป็นต้น

สิ่งสำคัญสำหรับ UI ก็คือดีไซน์ที่ดูสะอาด สวยงาม ดึงดูดใจ อีกทั้งต้องเข้าใจง่าย ใช้งานง่าย มีมาตรฐานและเป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน นอกจากนี้ยังต้องมีฟังก์ชันที่น่าสนใจ มีภาษาภาพที่ทำให้คนเกิดความรู้สึกอยากจะใช้งาน และที่สำคัญจะต้องมีความเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่น แต่ก็ไม่ล้นหรือต่างมากจนเกินไป ฉะนั้นอาจเปรียบได้ว่า UI คือ #ศาสตร์แห่งความสวยความงาม ที่จะมาเติมเต็มให้ UX ออกมาเป็นรูปร่างจนเกิดเป็น first impression ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้งานนั่นเอง

ความแตกต่างระหว่าง UX / UI
UX = ให้ความสำคัญกับอารมณ์และความรู้สึกของผู้ใช้
UI = ให้ความสำคัญกับความสวยงาม การติดต่อกับผู้ใช้ และข้อมูลทางด้านเทคนิคอื่น ๆ มองง่าย ๆ ก็คือ ส่วนที่ผู้ใช้มองเห็นและกระทำการบางอย่างกับมัน (interface และ interact)

หากจะยกตัวอย่างเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง UX / UI กันแบบง่าย ๆ ก็ให้ท่านลองนึกถึงการออกแบบรองเท้าสักหนึ่งคู่ การที่เราคำนึงถึงการออกแบบ ลวดลาย การดีไซน์ออกมาให้ดูสวยเก๋ รวมถึงการใช้วัสดุที่ดีมีคุณภาพ (ตรงนี้คือ UI) และการที่เราคำนึงถึงความพึงพอใจของลูกค้า อยากให้ลูกค้าใส่แล้วรู้สึกเบา สบาย สวมใส่ง่าย รับกับสรีระ และไม่กัดเท้า (ตรงนี้คือ UX) นี่คือปรัชญาของการออกแบบทุกสรรพสิ่งในโลก

ทีนี้มาดูกันว่าผู้เชี่ยวชาญหลาย ๆ ท่านได้พูดถึงความแตกต่างระหว่าง UX / UI อย่างไรกันบ้าง
1. UX มุ่งเน้นไปที่การใช้งานของผู้ใช้เพื่อแก้ปัญหา ส่วน UI มุ่งเน้นที่หน้าตาและการทำงานของผลิตภัณฑ์ Ken Norton – Ex-Product Manager at Google
2. นักออกแบบ UX สนใจเกี่ยวกับแนวคิดด้านกระบวนการออกแบบ โดยผู้ออกแบบ UI จะมุ่งเน้นองค์ประกอบที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น Andy Budd – Co-founder of Clearleft, Founder of UX London
3. UI คือสะพานที่ทำให้เราไปถึงที่ที่เราต้องการ UX คือความรู้สึกที่เราได้รับเมื่อเราไปถึง Jason Ogle – Host and producer of User Defenders podcast, Designer at NCM
4. UI มุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ ชุดของภาพรวมในช่วงเวลาหนึ่ง UX มุ่งเน้นไปที่ผู้ใช้และการใช้งานผ่านผลิตภัณฑ์ Scott Jenson – Product Strategist at Google
5. UX ครอบคลุมประสบการณ์ทั้งหมดที่บุคคลมีกับผลิตภัณฑ์หรือบริการ ในขณะที่ UI มีความเฉพาะเจาะจงกับวิธีการที่ผู้คนโต้ตอบกับผลิตภัณฑ์หรือบริการ Chinwe Obi – UX Researcher at UserTesting

การเลือกใช้ UX / UI ในการทำการตลาด สำคัญว่า เราเน้นไปที่จุดมุ่งหมายอะไร ประสบการณ์ของผู้ใช้ หรือ ส่วนต่อประสานกับผู้ใช้
ยกตัวอย่างการออกแบบ UX / UI ที่ยอดเยี่ยมมาก อีกสักตัวอย่างหนึ่ง
ไม่ทราบว่าท่านผู้อ่านรู้จัก Siam Opmc หรือไม่? Siam Opmc เป็นทีมนักการตลาดที่นำสินค้าไทยไปจำหน่ายในต่างประเทศ ก่อนทำการตลาดทุกครั้ง ทาง Siam Opmc จะเขียน (UI)"แผนธุรกิจ"ให้ลูกค้า ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย สวยงามและเรียบง่ายมาก เมื่อลูกค้าได้อ่านแล้วรู้สึก (UX) เข้าใจง่าย และไม่ต้องใช้เวลานานในการทำความเข้าใจ และลูกค้าเกิดความพึงพอใจ เพราะ Siam Opmc คำนึงถึงการสร้างประสบการณ์ รายได้ และ ความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหลัก

ยุคทองของวิดีโอสั้นแบบนี้ หลายคนคงพลาดไม่ได้ที่จะลงทุนการโฆษณาผ่านวิดีโอ หรือที่เราเรียกกันว่า ‘Video Ads’  ซึ่งแพลตฟอร์...
06/01/2024

ยุคทองของวิดีโอสั้นแบบนี้ หลายคนคงพลาดไม่ได้ที่จะลงทุนการโฆษณาผ่านวิดีโอ หรือที่เราเรียกกันว่า ‘Video Ads’ ซึ่งแพลตฟอร์มที่ขึ้นชื่อเรื่องวิดีโอสั้นก็หนีไม่พ้น TikTok, Instgram Reels และ Facebook Reels
วันนี้เลยเอาข้อมูลมาฝากจ้า

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66959064078

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Siam OpMc ที่ปรึกษาวางแผนธุรกิจผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Siam OpMc ที่ปรึกษาวางแผนธุรกิจ:

แชร์