Lucky V.2 ความรู้รอบตัวคุณ

พอพูดถึงคำว่าสยองขวัญ คนส่วนใหญ่มักนึกถึง ภูตผี วิญญาณ เรื่องราวของคนที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ในความเป็นจริง คนที่ยังมีชีวิ...
29/07/2021

พอพูดถึงคำว่าสยองขวัญ คนส่วนใหญ่มักนึกถึง ภูตผี วิญญาณ เรื่องราวของคนที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ในความเป็นจริง คนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็สามารถเป็นที่มาของความสยองขวัญได้เช่นกัน ซ้ำร้ายบางคนยังน่ากลัวกว่าผีอีกด้วย ออฟฟิศก็เป็นสถานที่ฮอตฮิต ที่เหล่าพนักงานหน้ามน จะได้มีโอกาสพบกับความสยองขวัญสั่นประสาทในรูปแบบต่าง ๆ เชื่อว่าแต่ละองค์กรคงมีตำนานเรื่องสยองขวัญเป็นของตัวเอง ที่เกิดจากเหล่าบรรดาผีร้ายในร่างคน โดยจะขอสรุปออกมาเป็นแต่ละประเภทคร่าว ๆ ดังนี้
1. ผีทะเล
เหล่าบรรดาผีทะเลมักมาในคราบของชายหนุ่ม อาจพบได้ทั้งหนุ่มวัยละอ่อน หนุ่งวัยกลางคน และที่พบมากที่สุดน่าจะเป็นหนุ่มใหญ่วัยแก่ ที่ชอบจ้องมองเหล่าพนักงานสาวสวยที่เดินผ่านไปมาอยู่ในออฟฟิศ ถ้าใครโชคดีเจอพวกพี่ ๆ ลุง ๆ แค่มอง ก็นึกว่าทำบุญทางสายตาไปเถิด แต่ถ้าเจอพวกผีทะเลมือปลาหมึก ชอบเล่นแบบถึงเนื้อตัวถึงตัวแล้วก็ขอให้ระวังให้ดี ผีทะเลเหล่านี้ มักมือว่อง ปากไว อย่าไปตกเป็นเหยื่อ sexual harassment ให้พวกนี้โดยเด็ดขาด เว้นแต่ถ้าชอบพอ หรือเจอแบบหน้าหล่อ ๆ ก็แล้วแต่วิจารณญาณส่วนบุคคล
2. ผีขี้เกียจ
ผีขี้เกียจฤทธิ์ไม่แรง แต่ไล่ออกยาก ออกแล้วก็ชอบเข้ามาสิงได้อีกบ่อย ๆ เวลาเข้าใครแล้ว คนนั้นจะเกิดอาการไม่อยากทำงาน ทำงานช้า ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น งานไม่เดิน ก็เข้าใจว่าใคร ๆ ก็มีสิทธิ์โดนผีขี้เกียจเข้าได้ แต่ถ้าแข็งใจหน่อย ก็จะไล่ออกไปได้โดยมิยาก
3. ผีล่องหน
ผีชนิดนี้ มักหาตัวจับได้ยาก เพราะมักหาโอกาสแว้บได้เก่งมาก ๆ ใครจะเรียกหาไหว้วานอะไรก็ต้องตามตัวจึงจะได้เจอ ส่วนใหญ่ผีล่องหนจะไม่อยู่จนเลิกงาน และมักเป็นประเภท low profile ถามเรื่องราวอะไรเกี่ยวกับในออฟฟิศมักไม่ค่อยรู้ ไม่ค่อยรู้จักใคร และไม่ค่อยเป็นที่โปรดปรานของเจ้านายด้วย invisible ในสายตาทุกคนสมกับคำว่า “ผีล่องหน” จริง ๆ
4. ผีเจาะปากมาพูด
เป็นความหลอนระดับหวานใส ยังไม่ถึงขั้นทำให้กลัวจนขี้ขึ้นสมอง ก็คือเรื่องราวความสยองของคนที่มักไปเจอพวกลูกอีช่างเม้าท์ ได้เห็นได้รู้อะไรมา มักเล่าสู่กันฟังได้ไวปานไฟลามทุ่ง เรื่องที่แก้งค์นี้ชอบเล่า มีตั้งแต่เรื่องส่วนตัว ไปจนถึงเรื่องงานระดับบริหาร และชอบเล่าเรื่องโดยอ้างแหล่งข่าวที่เรียกกันว่า “เค้า” ซึ่งเค้านี้จะหมายถึงใครก็ไม่ปรากฏเหมือนว่าข้อมูลมันลอยลมตาม ๆ กันมา ข่าวเม้าท์นี้ก็มีข้อดีอยู่บ้าง คือถ้าฟังแบบกลั่นกรองเอาเหตุผลมาวิเคราะห์ก็อาจทำให้รู้เรื่องราวต่าง ๆ ได้ไวเกินใคร แต่ถ้าเอาชัวร์ เก็บเรื่องราวส่วนตัวของคุณให้พ้นจากเหล่าผีเจาะปากมาพูดน่าจะดีที่สุด
5. ผีปอป ชอบฉก
ผีปอป ชอบหยิบฉก หมายรวมถึงการหยิบฉวยทุกอย่างที่ไม่ใช่ของ ๆ ตัวเองไปเป็นสมบัติของตน ไม่ว่าจะเป็นของเล็ก ๆ ขำ ๆ เช่น ปอปฉกอาหารว่าง หรือของผู้อื่น เลยเถิดไปถึงการฉกฉวยสมบัติบนโต๊ะเพื่อนร่วมงาน ประมาณว่าตอนยืมไม่บอก และไม่เคยเอามาคืน หรือไปถึงปอประดับสูงสุด ที่ชอบฉกฉวยผลงาน และหาโอกาสในการเอาหน้ากับเจ้านาย ปอปประเภทหลังนี้น่ากลัวมาก ต้องร่วมมือกันปราบจึงจะหมดไปจากออฟฟิศ มักเป็นที่รังเกียจโดยทั่วไป ไม่ควรปล่อยไว้ให้ลอยนวลเอาเสียเลย
6. ผีบ้า (อำนาจ)
ผีบ้ามักพบได้บ่อย กับบุคคลระดับผู้จัดการขึ้นไป ตอนยังเป็นเด็กน้อยหน้าใส ไม่มีอำนาจในมือก็พอจะมองเห็นความน่ารัก แต่เมื่อได้ผ่านการยกระดับฐานะเป็นซีเนียร์ของออฟฟิศแล้วมักจะมีผีบ้ามาครอบงำอยู่เสมอ ประมาณว่าลืมตน พอมีอำนาจในมือแล้วก็จะชอบสั่ง ชอบใช้ นอกจากนี้ยังชอบวีนเหวี่ยงแบบไร้เหตุผลอันควร และไม่ไว้หน้าใคร ๆ เป็นที่น่าระอาแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา และเพื่อนร่วมงานเป็นที่สุด หนักเข้าถึงขั้นทำลูกน้องลาออกกันเป็นว่าเล่น ว่ากันว่าผีบ้ามักใช้ลูกน้องเปลือง วิธีการปราบ คือ ทำหูทวนลม หรือหาโอกาสตอกกลับบ้างถ้ามีเหตุผลหรือหลักฐานเพียงพอ อย่าปล่อยให้ผีบ้าลอยนวลค่ะ
7. ผีไร้ญาติ
สุดท้าย ท้ายสุดคือผีไร้ญาติ ผีที่ไม่มีใครคบ และดูเหมือนไม่อยากครบใคร ผีประเภทนี้ความร้ายกาจไม่แพ้ผีบ้า ในข้อก่อนหน้า หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นผีบ้าที่ผ่านการอัพเวลมาแล้วก็ว่าได้ กล่าวคือพอเป็นผีบ้าอยู่ระยะหนึ่ง มักไม่มีใครกล้าเข้าหา หรือคบค้าสมาคมด้วย เกรงว่าจะโดนวีนใส่ ผีบ้า จึงกลายสภาพเป็นผีไร้ญาติโดยสมบูรณ์ ต้องใช้ชีวิตคนเดียวในออฟฟิศ ไร้พรรคพวก ไร้คนรัก และคนเห็นใจ จะมีคนมาสนใจบ้างเวลาที่โดนผีไร้ญาติใช้ตำแหน่งหน้าที่บังคับก็เท่านั้น จะว่าไปก็น่าสงสาร แต่ให้ไปสุงสิงด้วยก็คงไม่ไหว บรื๋อ บรื๋อ สยองจริง อะไรจริง

แท้จริงแล้ว เรามีเงินน้อย หรือ เรามีวินัยน้อยกันแน่...ปัญหาใหญ่ในเรื่องเงินของคนส่วนใหญ่ของการไม่มีเงินเก็บหรือ ไม่สามาร...
28/07/2021

แท้จริงแล้ว เรามีเงินน้อย หรือ เรามีวินัยน้อยกันแน่...
ปัญหาใหญ่ในเรื่องเงินของคนส่วนใหญ่ของการไม่มีเงินเก็บ
หรือ ไม่สามารถออมเงินได้นั้น
แท้จริงแล้วเป็นเพราะว่าเรา “มีเงินน้อยเกินไป”
หรือเรา “มีวินัยน้อยเกินไป” กันแน่
หากเราลองดูคนที่ประสบความสำเร็จ มักพบว่าคนเหล่านี้จะมีวินัยในการใช้จ่าย หรือ หรือการออมการลงทุนที่ดีมาก ๆ
มีแผนที่ชัดเจน และปฏิบัติตามแผนที่วางไว้เป็นอย่างดี
หรือ เราอาจจะเรียกได้ว่าคนเหล่านี้จะสับสน
“กับรายได้” เพราะมีหลายทาง แต่
จะค่อนข้างแม่นยำ กับการใช้จ่าย
ว่าเค้าจะซื้ออะไร ลงทุนอะไร
ในทางกลับกัน คนจน หรือ คนที่มีวินัยทางการเงินไม่ดี
มักจะสับสนกับรายจ่าย แต่จะแม่นยำกับรายได้
จะเห็นว่าคนทั้ง 2 กลุ่มนี้มีจุดที่แตกต่างกันคือ
“วินัยทางการเงิน”
เพราะไม่ว่าเราจะมีเงินมากแค่ไหน ถ้าเราใช้จ่ายอย่างไม่มีวินัย สุดท้ายก็จะเกิดปัญหาอยู่ดี
ยกตัวอย่างที่เราเห็นได้ชัดและบ่อยที่สุดคือ
เวลามีข่าวคนถูกล็อตเตอรี่ หรือ ได้รับรางวัลจากอะไรก็ตาม
คนที่ไม่มีวินัยทางการเงิน ไม่ว่าจะได้รับเงินมามากมายแค่ไหน
สุดท้ายไม่นานเงินก็จะหมดลง บางคนก็หมดลงและกลับไปจนเหมือนเดิม
ดังนั้น “ปริมาณ เงิน ที่คุณมี” นั้นจริงอยู่คนมีมากจะมีโอกาสมากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “วินัยทางการเงิน” และองค์ความรู้ต่าง ๆ ต่างหากที่จะช่วยทำให้คุณรักษาเงินของคุณไว้ได้ เช่น การรักษาวินัยในการบังคับใจตัวเองให้ออมให้ได้สัก 10-20% ของรายได้
โดยใช้สมการ “เก็บก่อนใช้” หรือ
“เงินใช้จ่าย = รายได้ - เงินออม” ไม่ใช่
“เงินออม = รายได้ - เงินใช้จ่าย” หากคุณใช้สมการแรกคุณจะมีเงินออมแน่นอน และทำได้อย่างมีวินัย แต่หากคุณใช้สมการที่สอง รับรองว่าบางเดือนคุณจะไม่เหลือเงินไปออมเลย เพราะโดยธรรมชาติ เราสามารถใช้จ่ายเงินได้เพิ่มตามรายได้ที่เพิ่มเสมอ
ดังนั้นสำหรับผมแล้วการมีเงิน หรือ การออมเงิน
จะมากจะน้อยนั้นไม่สำคัญ
“ถ้าเรามีวินัยที่ดี ไม่นานเงินจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเอง”
และนอกจากนี้จะส่งผลต่อไปยังเรื่องอื่น ๆ
ให้ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

การมีเพื่อนสนิทสักคนเป็นเรื่องที่ดี และเพื่อนสนิทคนนี้มักจะเป็นเพศเดียวกับเรา แต่! เรามีเพื่อนต่างเพศบ้างรึเปล่า? เพื่อน...
27/07/2021

การมีเพื่อนสนิทสักคนเป็นเรื่องที่ดี และเพื่อนสนิทคนนี้มักจะเป็นเพศเดียวกับเรา แต่! เรามีเพื่อนต่างเพศบ้างรึเปล่า? เพื่อนที่พูดคุย แชร์เรื่องราว และสนุกไปด้วยกัน งั้นวันนี้เราจะลองมาพูดถึงข้อดีของการมีเพื่อนต่างเพศกันดีกว่า
1.ทำให้เห็นมุมมองหลากหลาย กว้างขึ้น ทัศนคติ ของเพศนั้นๆ ที่มองเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเพศ สังคม ศาสนา และสิทธิในด้านต่างๆ ช่วยให้เราเห็นมุมมองที่หลากหลายขึ้น กว้างขึ้น หรือบางทีเราก็คิดไม่ถึง ซึ่งสิ่งหล่านี้จะช่วยให้คุณเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมากขึ้น
2.สไตล์ลิชส่วนตัว วันๆ ต้องเจอคนมากมาย มีหลายครั้งที่เราไม่ค่อยจะมั่นใจว่าทรงผมเรา การแต่งกายเรา มันดูโอเคไหม พวกเขา/เธอนี่แหล่ะที่จะช่วยให้การแต่งกายของคุณมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม หรืออย่างน้อยที่สุดก็จะสร้างความมั่นใจให้เราได้ดีขึ้นจริงๆ นะ
3.สนุกสุดเหวี่ยง ลองออกไปเที่ยวกับเพื่อน ถ้ายิ่งไปกันหลายคน คุณจะพบกับความวุ่นวายแบบไร้การควบคุม ทั้งฮา ทั้งรั่ว มันจะเป็นทริปที่มีแต่ความประทับใจ เพราะไม่ว่าเขาหรือเธอก็มักจะโชว์มุมแปลกๆ ออกมาให้เราได้ขำกันแบบไม่ทันตั้งตัวเลย
4.คอยปลอบใจ เมื่อใดก็ตามที่คุณท้อ สิ้นหวัง เสียใจกับอะไรอยู่ก็ตาม เพื่อนต่างเพศจะมาปลอบคุณ และให้ความรู้สึก อบอุ่น อ่อนโยน ในอีกแบบ แบบที่เพศเดียวกันกับคุณมักจะไม่มีให้
นี่เป็นแค่ความเห็นส่วนหนึ่งจากพี่เลิฟแคร์นะ มันอาจจะจริง หรือไม่จริง ทั้งหมดก็เป็นไปได้ น้องๆ ล่ะคิดว่าการมีเพื่อนต่างเพศมันจำเป็นและมีข้อดียังไง? แม้เพื่อนจะมีทั้งดีและไม่ดี แต่เชื่อเถอะ”การมีมิตร ดีกว่ามีศัตรู”

ป้องกันหนี้ด้วย 5 วิธีดี ๆ ที่ช่วยหยุดก่อหนี้แม้การเงินกำลังวิกฤติ ในช่วงที่การเงินเข้าสู่สภาวะวิกฤติ ทุก ๆ คนล้วนแต่พยา...
26/07/2021

ป้องกันหนี้ด้วย 5 วิธีดี ๆ ที่ช่วยหยุดก่อหนี้แม้การเงินกำลังวิกฤติ
ในช่วงที่การเงินเข้าสู่สภาวะวิกฤติ ทุก ๆ คนล้วนแต่พยายามมองหาเกราะป้องกันเพื่อมาเซฟชีวิต และการเงินป้องกันไม่ให้เกิดก่อหนี้ขึ้นมา แต่แน่นอนว่าอนาคตอะไรก็เกิดขึ้นได้ วิธีการที่จะหยุดก่อหนี้ไม่ใช่แค่เซฟการเงินเท่านั้น แต่ควรสำรวจตนเอง แล้วมีการวางแผนการเงินระยะยาว เพื่อจัดการหยุดหนี้ได้อย่างถาวรไม่ว่าจะอยู่ในวิกฤติการเงินหรือไม่ก็ตาม
และนี่ก็เป็น 5 วิธีดี ๆ ที่จะช่วยให้เราสามารถตั้งรับ และหยุดก่อหนี้ได้แม้ว่าจะอยู่ในช่วงที่เกิดวิกฤติการเงิน
📌รจักพฤติกรรมรายจ่ายของตนเอง
วิธีการหยุดหนี้ที่ดีที่สุดคือการรู้จักตนเอง รู้ว่าในแต่ละวัน หรือแต่ละเดือนเราหมดค่าใช้จ่ายไปกับอะไร มีค่าใช้จ่ายคงที่ไหม รายจ่ายที่จำเป็น และไม่จำเป็นมีอะไรบ้าง ซึ่งพอเรารู้พฤติกรรมการใช้จ่ายของตนเองได้แล้ว ก็จะช่วยให้เราสามารถจัดการเงินได้อย่างเป็นแบบแผน และไม่มีหนี้
📌ปรับเปลี่ยนแผนการเงิน
พอรู้พฤติกรรมรายจ่ายของตนเองเป็นอย่างดีแล้ว ถ้าหากมีรายจ่ายที่ไม่จำเป็นในแต่ละเดือนสูงมากเกินไปให้ลองปรับเปลี่ยนแผนการเงิน การใช้จ่ายของตนเองให้ลดลงมา ก็จะช่วยป้องกันการเกิดหนี้ได้
📌ไม่หลงเป็นเหยื่อการตลาด
กับดักหนึ่งที่ก่อให้เกิดหนี้โดยไม่รู้ตัวคือ การหลงเป็นเหยื่อการตลาด เช่น โปร 1 แถม 1 หรือ โปรซื้อคู่ถูกกว่า ในช่วงที่กำลังตัดสินใจซื้อจะมีความคิดขึ้นมาว่า ยังไงซื้อคุ้มค่าซื้อไปเถอะ แต่ความเป็นจริงแล้วเราคงไม่ได้เจอโปรโมชั่นแบบนั้นกับของแค่สิ่งสิ่งเดียว แต่ยังเจอกับของอีกหลายชิ้น ซึ่งถ้าเราเผลอตัวเผลอใจซื้อ โดยที่ลืมคำนึงถึงอายุการใช้งาน จากความคุ้มค่า อาจกลายเป็นเสียค่าแบบไม่รู้ตัวได้
📌คดเสมอว่าต้องมีสำรองเงินยามฉุกเฉิน
คิดจะก่อหนี้ คิดถึงเงินสำรองที่มี หากเรามีเงินสำรองที่น้อยกว่าหนี้ที่กำลังจะก่อ ให้หยุดความคิดที่จะก่อหนี้โดยทันที เพราะหากวันใดวันหนึ่งเราเกิดปัญหาที่ต้องใช้เงินอย่างกะทันหัน แล้วต้องจ่ายหนี้ไปพร้อม ๆ กันด้วย ช่วงเวลานั้นแหละ ที่เราจะรู้ได้ว่าการไม่มีหนี้นั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
📌สะสางหนี้เก่า หยุดก่อหนี้เพิ่ม
แต่ถ้าวิกฤติครั้งนี้ได้ก่อหนี้สินก้อนโตไปแล้ว ก็อย่าเพิ่งท้อใจ วิธีที่จะป้องกันการก่อหนี้เพิ่มได้คือ สะสางหนี้ที่มีให้หมดโดยเร็ว และจะต้องไม่ก่อหนี้เพิ่มเพื่อเป็นการสร้างภาระยืดเยื้อต่อไป
วิธีการป้องกันหนี้ทั้งหมด ถือเป็นเพียงแนวทางหนึ่งที่จะเซฟชีวิต และการเงินของเราให้สามารถยืนระยะยาวต่อไปได้ในอนาคต หวังว่าวิกฤติการเงินครั้งนี้คุณจะสามารถต้องเกราะป้องกันหนี้ แล้วผ่านพ้นวิกฤติไปได้อย่างราบรื่น

ปรับ Mindsetการจัดสรรเวลาชีวิตให้สมดุลนั้นก่อนอื่นต้องเริ่มจากการปรับที่ความคิดหรือ Mindset ของเราก่อน เพราะบางคนยังมีคว...
25/07/2021

ปรับ Mindset
การจัดสรรเวลาชีวิตให้สมดุลนั้นก่อนอื่นต้องเริ่มจากการปรับที่ความคิดหรือ Mindset ของเราก่อน เพราะบางคนยังมีความคิดว่าชีวิตจะประสบความสำเร็จได้ต้องทุ่มเทกับงานจนสุดตัวแบบ 100% จะป่วย จะตายก็ไม่ได้ แต่ความเป็นจริงสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตไม่ได้มีแค่เรื่องงานเท่านั้น เรายังมีครอบครัว ยังต้องดูแลตัวเอง ดังนั้นต้องเริ่มปรับ Mindset ได้แล้วค่ะว่านอกจากเรื่องงาน เรายังต้องแบ่งเวลาให้ตัวเองและคนรอบข้างบ้าง ออกไปทำอะไรที่ชอบ เดินทางท่องเที่ยว ทำงานอดิเรก และใช้เวลากับเพื่อนหรือครอบครัว สิ่งเหล่านี้ควรจัดเข้ามาอยู่ในตารางชีวิตของเราเช่นกัน

นอนให้เร็วและตื่นให้เช้าขึ้น
วิธีจัดสรรเวลาแบบง่ายๆ อาจเริ่มต้นจากภาวะภายในนั่นคือเรื่องของการนอนหลับ ยิ่งเราพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มจะยิ่งทำให้มีเรี่ยวแรงในการใช้ชีวิตมากขึ้น แถมยังทำให้เรามีเวลาในแต่ละวันเพิ่มขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้การนอนเร็วและตื่นเช้ายังช่วยให้สมองแจ่มใส จะทำงานอะไรก็ลุยได้แบบเต็มที่ หากใครเจอปัญหาหลับยากหรือนอนไม่หลับ ควรปล่อยใจให้สบาย ไม่ควรคิดอะไรก่อนเข้านอน ดื่มนมอุ่นๆ สักแก้ว พยายามนอนก่อน 22.00 น.และตื่นแต่เช้าประมาณ 06.00 น.เป็นประจำ เท่านี้เราก็มีจะมีเวลาชีวิตในแต่ละวันเพิ่มขึ้นแถมยังใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

จัดลำดับความสำคัญ
เคล็ดลับการจัดสรรเวลาที่สำคัญคือการจัดระเบียบสิ่งสำคัญในชีวิต เราต้องรู้ว่าอะไรที่ควรทำอย่างเร่งด่วน อะไรที่สามารถรอได้ อะไรที่ควรปล่อยวาง แล้วเริ่มต้นทำจากสิ่งที่ควรทำเร่งด่วนก่อน ส่วนอะไรที่นอกเหนือการควบคุมก็จงปล่อยวาง บางคนเก็บทุกสิ่งในชีวิตมาคิดจนทำให้ตัวเองรู้สึกเครียด เหมือนทุกอย่างถาโถมเข้ามาในเวลาเดียวกัน ฉะนั้น ต้องจัดระเบียบความคิด ลองเขียนออกมาเป็นข้อๆ ทำเป็นเช็กลิสต์ส่วนตัวไปเลย แล้วเราจะเห็นภาพรวมว่าอะไรสำคัญที่สุดในตอนนี้

ตั้งเป้าหมาย
หนึ่งในสิ่งสำคัญของคนที่อยากจัดสรรเวลาอย่างชาญฉลาดคือการตั้งเป้าหมาย เราต้องมองภาพตัวเองให้ออกว่าตัวเราจะเป็นอย่างไรในอนาคต เมื่อรู้ว่าอะไรคือเป้าหมาย จะได้ใช้ชีวิตแบบไม่หลงทาง รู้ว่าทุกวันต้องทำอะไร รู้ว่าทุกวันต้องทำเพื่ออะไร หากเกิดท้อขึ้นมาเป้าหมายนี่แหละคือแรงผลักดันที่ดีที่จะช่วยให้เรามีแรงก้าวเดินต่อไป วิธีการก็คือลองทบทวนสิ่งที่เราอยากทำจากนั้นเขียนเป้าหมายแล้วแบ่งเป็นเป้าหมายประจำวัน เป้าหมายประจำเดือน เป้าหมายของปีนี้ หากใครมีแรงฮึดก็เขียนเป้าหมายระยะยาว 5-10 ปีไว้เลยก็ได้ แต่อย่าเครียดกับมันมากเกินไป เราสามารถทบทวนและปรับเปลี่ยนเป้าหมายให้สอดคล้องกับความเป็นจริงในชีวิตได้เสมอ

แบ่งเวลางานและเวลาพักผ่อน
ชื่อว่าหลายคนจริงจังกับงานมาก ไม่ว่าจะเป็นในเวลาหรือนอกเวลางานก็ตาม และนั่นอาจทำให้เราหยุดคิดเรื่องงานไม่ได้จนกลายเป็นความเครียดสะสม ในที่สุดภาวะ Burnout Syndrome อาจจะมาเยือน สิ่งที่เราต้องทำในการจัดสรรเวลาให้ชีวิตสมดุลคือการคิดเรื่องงานแค่ในเวลางานเท่านั้น ส่วนเวลาพักก็ต้องพักผ่อน เลิกคิดเรื่องงานไปเลยจะดีที่สุด เรารู้ว่าการหยุดคิดนั้นทำยาก แต่ถ้าทำได้รับรองว่าชีวิตจะสดใสขึ้นแน่นอนค่ะ

วางแผนชีวิตในวันอาทิตย์
ปกติแล้วคนไทยยกให้วันอาทิตย์เป็นวันสุดท้ายของสัปดาห์ เป็นวันที่เราจะพักผ่อนอย่างเต็มที่ให้พร้อมรับการทำงานในวันจันทร์ เพราะฉะนั้นในวันอาทิตย์นอกจากพักผ่อนแล้ว อย่าลืมแบ่งเวลาประมาณ 10-20 นาทีในการทบทวนเป้าหมายของสัปดาห์ต่อไป สำรวจงานที่คั่งค้าง งานที่ต้องทำ นัดหมายต่างๆ รวมถึงสิ่งที่เราอยากทำในสัปดาห์ใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น เท่านี้ก็ช่วยให้เราสามารถมองเห็นการใช้เวลาในภาพรวมของสัปดาห์ใหม่ได้แล้วค่ะ

มีสมาธิและลดสิ่งรบกวนจากรอบข้าง
บางครั้งการแบ่งเวลาอาจต้องเริ่มต้นจากการเลิกสนใจในสิ่งที่ทำให้เราหลุดโฟกัส ลองสังเกตตัวเองว่าทำไมเมื่อเราจะทำอะไรสักอย่างถึงใช้เวลานานจัง ไม่เสร็จสักที งานหนึ่งชิ้นที่ควรใช้เวลา 1 – 2 ชั่วโมง กลับใช้เวลาทำถึงครึ่งวัน บางครั้งอาจเพราะเราเสียสมาธิไปอยู่กับอย่างอื่นก็ได้ เช่น การเล่นโทรศัพท์หรือมีแจ้งเตือนอะไรขึ้นมาก็ต้องกดดู เมื่อสมาธิของถูกรบกวนจากสิ่งเหล่านี้ก็ทำให้เราใช้เวลาในการทำงานให้เสร็จนานกว่าปกติ ลองคิดดูว่าหากทำงานเสร็จเร็ว เราก็จะมีเวลาทำอย่างอื่นอีกมากมายในชีวิต ฉะนั้นต้องตัดสิ่งที่ทำให้เราเสียสมาธิออกไปด้วยการปิดเสียงโทรศัพท์ ปิดการแจ้งเตือน หรือลดการพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานระหว่างทำงานด่วน เป็นต้น

ออกกำลังกายเป็นประจำ
ชีวิตเราไม่ได้มีเพียงด้านเดียว นอกจากการทำงานแล้วยังมีด้านอื่นๆ อีกมากมายให้ได้พัฒนาตัวเอง เช่น การออกกำลังกาย ซึ่งการออกกำลังกายเป็นหนึ่งในสิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิต นอกจากที่จะทำให้เรามีสุขภาพกายแข็งแรงแล้วยังช่วยในเรื่องของจิตใจอีกด้วย เวลาเครียดการออกกำลังกายจะช่วยหลั่งสารเอนดอร์ฟินทำให้มีความสุข หัวสมองปลอดโปร่ง ลืมเรื่องราวเครียดๆ ได้ชั่วขณะ อีกทั้งยังช่วยให้การนอนหลับดียิ่งขึ้นด้วยหล่ะ เพราะฉะนั้นลองใช้เวลาช่วงเช้าหรือเย็น วันละ 20-30 นาทีออกมาขยับร่างกายบ้างสัก 3-5 วันต่อสัปดาห์ รับรองดีต่อสุขภาพและดีต่อใจค่ะ

ออกไปหาแรงบันดาลใจมาเติมพลังให้ชีวิต
การจัดสรรเวลาไม่ได้หมายถึงการแบ่งเวลาทำงานและเวลาพักผ่อนเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการให้เวลาตัวเองเพื่อหาพลังใจ เติมแรงใจ และค้นหาไอเดียใหม่ๆ ให้กับการใช้ชีวิตของเราด้วย เพราะฉะนั้นหากเมื่อไรที่รู้สึกว่าเครียด ท้อ เหนื่อย เริ่มหมดพลังในการทำงานหรือการใช้ชีวิตขึ้นมาเมื่อไร อย่าลืมแบ่งเวลาหรือหาวันหยุดออกไปพักผ่อนบ้าง เช่น การเดินทางท่องเที่ยว การไปสถานที่ใหม่ๆ ไปทำกิจกรรมเพื่อสังคม หรือแม้แต่การเปลี่ยนบรรยากาศจากการทำงานในบ้านไปเป็น Co-Working Space หรือคาเฟ่ก็ได้เหมือนกันนะ

บทความนี้จะมาบอกเล่าเทคนิคการแปลงเงินค่าขนมเป็นเงินล้าน สำหรับเงินค่าขนมในที่นี้อาจเป็นเงินเก็บที่ได้มาทั้งจากโดยเสน่หา ...
24/07/2021

บทความนี้จะมาบอกเล่าเทคนิคการแปลงเงินค่าขนมเป็นเงินล้าน สำหรับเงินค่าขนมในที่นี้อาจเป็นเงินเก็บที่ได้มาทั้งจากโดยเสน่หา หรืออาจเป็นเงินเดือน หรือเงินใดๆ ก็ตามที่ท่านมีอยู่แต่ไม่รู้จะทำให้เงินก้อนนี้งอกเงยขึ้นได้อย่างไรแล้วกันนะคะ
ปรับวิธีคิด
เริ่มต้นด้วยการหาแรงจูงใจในการเก็บเงินล้าน ที่จะเป็นตัวกระตุ้นให้คุณมีแรงฮึดที่จะเก็บเงินก้อน บางคนอาจจะอยากได้บ้าน รถ หรืออาจเก็บเงินเพื่อแต่งงาน หรือมีลูก นั่นคือเป้าหมายในการเก็บเงินครั้งนี้นั่นเอง
ทำบัญชีรายรับรายจ่าย
หากใครยังไม่ได้เริ่มทำบัญชีรายรับรายจ่าย จงเริ่มได้แล้วนะคะ เนื่องจากบัญชีตัวนี้จะทำให้เราเห็นค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นด้วยการเปลี่ยนมาเป็นเงินออมค่ะ
สมมติว่าใน 1 เดือน คุณได้รับเงิน 10,000 บาท แต่หนึ่งในนั้นคุณหมดเงินไปกับค่าขนม จำนวน 4,000 บาท ต่อจากนี้คุณลองลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ดู เลือกซื้อแต่สิ่งที่จำเป็นมากกว่าสิ่งที่อยากได้ โดยอาจลดค่าขนมเหลือ 2,000 บาท ส่วนอีก 2,000 นำไปเพิ่มสัดส่วนเงินออมแทนค่ะ
สรรหาวิธีการออม
เมื่อคุณเห็นรายรับ รายจ่ายของทั้งเดือน และก็ทราบจำนวนเงินที่คุณสามารถออมได้แล้ว ลองหาข้อมูลการออมเงินด้วยวิธีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การออมด้วยการซื้อกองทุน สลากออมสิน หรือการออมแบบฝากประจำตามโปรโมชั่นของธนาคาร ยังไงก็ลองศึกษาหาข้อมูล เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียและความเสี่ยงที่คุณรับได้ดูนะคะ จากนั้นก็เริ่มลงมือออมได้เลย อย่าลืมว่าควรออมเงินก่อนใช้นะคะ
ใช้ความคิดสร้างสรรค์สร้างรายได้เสริม
นอกจากการออมตามวิธีข้างต้นแล้ว คุณอาจลองแบ่งเงินอีกส่วนหนึ่งเอาไว้สร้างรายได้เสริมเพื่อทำให้เงินงอกเงยได้เร็วขึ้นอีกทางหนึ่ง จากความสามารถพิเศษหรือความคิดสร้างสรรค์ที่มี เช่น วาดภาพเหมือน การทำสินค้า Handmade ขายสินค้ามือสอง หรือทำขนมน่ารักๆ ขายตามตลาดนัดในวันหยุด หรือขายแบบออนไลน์ก็ได้ นอกจากจะเป็นรายได้เสริมแล้ว ถือว่ายังช่วยลดเวลาใช้จ่ายเงินอีกด้วยนะคะ แต่หากใครมีพรสวรรค์ในด้านดนตรีหรือภาษาคุณอาจใช้ความสามารถนี้รับจ้างสอนพิเศษนอกเวลางานได้ด้วย วิธีหลังนี้คุณไม่จำเป็นต้องมีเงินทุนเลยล่ะค่ะ …หลังจากได้เงินส่วนนี้แล้วให้นำไปเก็บออมตามวิธีที่เหมาะสม เพื่อเป็นการต่อยอดเงินออมอีกทางหนึ่ง
ติดตามผลสำเร็จ
หลังจากออมเงินไปสักพัก ทั้งจากรายได้ประจำและรายได้เสริมแล้ว ลองคำนวณดูว่าเงินออมก้อนนี้งอกเงยไปได้มากน้อยเพียงใด โดยคุณสามารถปรับเปลี่ยนแผนการออมเงินได้เรื่อยๆ ตามสถานการณ์ทางการเงิน ณ เวลานั้น เช่น ในช่วงอีก 5 ปีข้างนอก ธนาคารอาจมีโปรโมชั่นเงินฝากในรูปแบบใหม่ๆ ที่น่าสนใจ หรือให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า ก็ลองพิจารณาทางเลือกใหม่ๆ ดูนะคะ
เทคนิคที่เล่ามานี้เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้การออมเงินประสบความสำเร็จ แต่จะได้ถึงหลักล้านหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินออมที่อาจมาจากรายได้หลักหรือรายได้เสริม วิธีการจัดสรรเงินออม รวมทั้งระยะเวลาออมเงิน อดใจรอกันนิด สร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเองอยู่เสมอ แล้วคุณจะครอบครองเงินล้านได้แน่นอน …เป็นกำลังใจให้ทุกท่านนะคะ

ที่อยู่

25/21, Bang Na/Trat Road , Bang Na, Bang Na
Bangkok
10260

เบอร์โทรศัพท์

+66992420104

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Lucky V.2ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์