Phoenix News ฟินิกซ์นิวส์
PHOENIX NEWS

“สภาเอสเอ็มอี” หารือ “พรรคประชาชน” ดันนโยบาย SMEs First: แก้ปัญหารัฐจ่ายเงินช้า-ล้างระบบทุนผูกขาด-หนุน พ.ร.บ. SMEs28 มกร...
29/01/2026

“สภาเอสเอ็มอี” หารือ “พรรคประชาชน” ดันนโยบาย SMEs First: แก้ปัญหารัฐจ่ายเงินช้า-ล้างระบบทุนผูกขาด-หนุน พ.ร.บ. SMEs
28 มกราคม 2569 คุณสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สภาเอสเอ็มอี) ร่วมหารือกับทีมเศรษฐกิจพรรคประชาชน เพื่อนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ทั่วประเทศ โดยเน้นย้ำความจำเป็นเร่งด่วนในการผลักดัน พ.ร.บ. สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย เพื่อสร้างตัวแทนที่มีอำนาจตามกฎหมายในการต่อรองกับรัฐและทุนใหญ่ พร้อมรับฟังข้อเสนอนโยบาย “SMEs First” เพื่อชุบชีวิตผู้ประกอบการรายย่อยให้เป็นรากฐานเศรษฐกิจที่มั่นคง ณ TVA Hall สวนเสียงไผ่ สถาบันทิวา
วิกฤต SMEs ไทย เมื่อรัฐคือ "ลูกหนี้" ที่จ่ายเงินช้าที่สุด
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่สุดที่สภาเอสเอ็มอีนำเสนอ คือ ปัญหา Cash Flow ที่เกิดจากการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
• ค้างจ่ายกว่า 4 แสนล้านบาท ในแต่ละปีรัฐมีการจัดซื้อจัดจ้างจาก SMEs มูลค่ามหาศาล แต่ระบบการจ่ายเงินตามระเบียบกรมบัญชีกลางมีความล่าช้าอย่างมาก
• เครดิตเทอมที่ยาวนาน จากเดิมที่ควรได้รับเงินใน 30-45 วัน แต่มักถูกลากยาวไปถึง 6 เดือน ทำให้ SMEs ต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยหรือเข้าสู่หนี้นอกระบบ
• ต้นทุนแฝงจากการทุจริต ความไม่โปร่งใสในกระบวนการทำให้เกิดการบวกราคาเพิ่ม 10-50% เพื่อชดเชยความเสี่ยง ซึ่งส่งผลให้รัฐต้องซื้อของแพงเกินจริง
ข้อเสนอ "พ.ร.บ. สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย" สร้างตัวแทนเพื่อการคุ้มครองสิทธิ์
สภาเอสเอ็มอีเสนอให้มีการจัดตั้งสภาฯ ให้เป็น นิติบุคคล ตามกฎหมาย เพื่อทำหน้าที่
1. ตัวแทนเจรจา มีอำนาจต่อรองกับภาครัฐและธุรกิจขนาดใหญ่ในการกำหนดนโยบายที่เอื้อต่อ SMEs
2. กองทุนสภา SMEs บริหารจัดการงบประมาณเพื่อปกป้องสิทธิ์และพัฒนาศักยภาพสมาชิก โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณจากหน่วยงานรัฐเพียงอย่างเดียว
3. Check and Balance ทำหน้าที่คานอำนาจกับคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (กขค.) และตรวจสอบการใช้อำนาจที่เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุน
พรรคประชาชนขานรับนโยบาย "SMEs First" และการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง
ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาชนได้เสนอมาตรการสนับสนุน SMEs หากได้เป็นรัฐบาล ดังนี้
• ปฏิรูปกฎหมายแข่งขันทางการค้า ยกเลิกข้อยกเว้นที่ให้หน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจอยู่เหนือกฎหมาย และกำกับดูแลการผูกขาดในแพลตฟอร์มดิจิทัล (ค่า GP และการขยายอุตสาหกรรม)
• มาตรการภาษีเพื่อรายย่อย
◦ ขยายเพดานรายได้ที่ต้องจดทะเบียน VAT จาก 1.8 ล้านบาท เป็น 3.6 ล้านบาท
◦ SME VAT Refund คืนภาษีมูลค่าเพิ่มสูงสุด 50,000 บาทต่อราย เพื่อนำไปใช้ลดต้นทุนการจ้างบัญชีหรือเช่าสถานที่
• นโยบาย "หวยใบเสร็จ" กระตุ้นให้ประชาชนซื้อสินค้าจากร้านค้า SME โดยทุกการซื้อสามารถแลกเป็นสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ เพื่อจูงใจให้ SME เข้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างยั่งยืน
• Open Commerce Network (OCN) สร้างแพลตฟอร์มกลางเชื่อมโยงสินค้าไทยเข้ากับช่องทางขายที่หลากหลาย (เช่น เป๋าตัง, K+, Shopee) เพื่อสู้กับสินค้าต่างชาติที่ทักเข้ามาในตลาดไทย
การบริหารจัดการแบบ "SME 5.0"
นอกจากการแก้ปัญหาหนี้สินและตลาด พรรคประชาชนยังเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค 5.0 โดยการ ลดกฎระเบียบ (Regulatory Guillotine) ที่ซ้ำซ้อนให้สำเร็จภายใน 18 เดือน และสนับสนุนการจดทะเบียนแบบ One Man Company เพื่อลดอุปสรรคในการเริ่มต้นธุรกิจของผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ต้องการเป็นผู้ประกอบการ

#สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย
#สภาเอสเอ็มอี
#เอสเอ็มอี
#พรรคประชาชน #นโยบายเศรษฐกิจ

หยุดวงจรคอร์รัปชัน! “ไทยสร้างไทย” เห็นพ้อง “สภาเอสเอ็มอี” ปฏิรูประบบจัดซื้อจัดจ้างรัฐ ดัน “ปปช. ภาคประชาชน” เร่งรัดภาครั...
23/01/2026

หยุดวงจรคอร์รัปชัน! “ไทยสร้างไทย” เห็นพ้อง “สภาเอสเอ็มอี” ปฏิรูประบบจัดซื้อจัดจ้างรัฐ ดัน “ปปช. ภาคประชาชน” เร่งรัดภาครัฐจ่ายเงินตรงเวลาช่วยสภาพคล่อง SMEs

22 มกราคม 2569 สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) นำโดย นายสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาเอสเอ็มอี ร่วมหารือร่วมกับพรรคไทยสร้างไทย นำโดย ดร.โภคิน พลกุล ประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของกลุ่มผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่กำลังเผชิญวิกฤตสภาพคล่องและอุปสรรคทางกฎหมายแบบ Quick Win และภาพรวมในระยะยาว

คุณสุปรีย์ ทองเพชร และคณะกรรมการบริหารสภาเอสเอ็มอีและภาคีเครือข่าย เปิดเผยโดยสรุปว่า ปัญหาเร่งด่วนที่สุดของ SMEs คือ “วงจรสภาพคล่อง” โดยเสนอให้มีการออกกฎหมายควบคุมระยะเวลาการชำระเงิน (Credit Term) ให้เหลือเพียง 30-45 วัน ตามกฎหมาย เนื่องจากปัจจุบัน SMEs ถูกดึงเรื่องการเบิกจ่ายเงินนานถึง 60-120 วัน (หรือบางอุตสาหกรรมมากกว่านั้น) ทำให้ต้องไปกู้หนี้นอกระบบมาหมุนเวียน พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของประเทศปรับระบบการตรวจรับงานและจ่ายเงินให้รวดเร็วขึ้นเพื่อฉีดเงินเข้าสู่ระบบโดยตรง

นอกจากนี้ สภาเอสเอ็มอีได้เสนอให้เร่งผลักดัน “พ.ร.บ. สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม” เพื่อสร้างตัวตนทางกฎหมายให้ SMEs มีพลังในการเจรจาต่อรองกับภาครัฐและคานอำนาจกับกลุ่มทุนผูกขาด

ด้าน ดร.โภคิน พลกุล พรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า พรรคมีนโยบาย “Liberate & Empower” ที่สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าว โดยพร้อมเดินหน้าปลดล็อกกฎหมายกว่า 1,400 ฉบับ ที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากิน และเสนอการตั้ง “กองทุน SMEs” วงเงิน 3 แสนล้านบาท เพื่อให้รายย่อยเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพียง 1% ต่อเดือน โดยลดเงื่อนไขที่ซับซ้อนของธนาคาร

พรรคไทยสร้างไทยยังมีแผนปฏิรูประบบตรวจสอบผ่าน “ปปช. ภาคประชาชน” เพื่อให้ผู้ประกอบการมีอำนาจตรวจสอบหน่วยงานรัฐที่ทุจริตหรือประวิงเวลาการจ่ายเงิน พร้อมชูยุทธศาสตร์การสร้าง Scale ให้ SMEs ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล พร้อมทั้งการส่งเสริมกลุ่มอุตสาหกรรมที่ประเทศมีจุดแข็งอย่าง อาหาร สุขภาพ และการท่องเที่ยว เพื่อให้คนตัวเล็กสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก

ทั้งสองฝ่ายเชื่อมั่นว่า หากสามารถปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายและสร้างแต้มต่อทางการเงินได้ SMEs ไทยจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง

#สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย
#สภาเอสเอ็มอี
#เอสเอ็มอี
#ทุนผูกขาด #เครดิตเทอม
#พรรคไทยสร้างไทย #ปปชภาคประชาชน #คนตัวเล็ก

📢 Voice of SMEs: เสียงนี้เพื่อผู้ประกอบการไทยสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) ขอเรียนเชิญคณะกรรมการบริหา...
17/01/2026

📢 Voice of SMEs: เสียงนี้เพื่อผู้ประกอบการไทย
สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) ขอเรียนเชิญคณะกรรมการบริหาร ที่ปรึกษา ภาคีเครือข่าย และสมาชิกทุกท่าน ร่วมผนึกกำลังนำเสนอนโยบายในนาม "เสียงของ SMEs" ต่อพรรคการเมือง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้แข็งแกร่ง
📍 ประเดิมที่แรก: พรรคประชาธิปัตย์
🗓️ วันจันทร์ที่ 19 มกราคม 2569
🕚 เวลา: 11.00 น. เป็นต้นไป
📍 สถานที่: สวนเสียงไผ่ สถาบันทิวา
🔗 ลงทะเบียนเข้าร่วมงานหรือร่วมแสดงความคิดเห็น
https://lin.ee/vmNVqiI

#สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย
#สภาเอสเอ็มอี
#เอสเอ็มอี

#พรรคประชาธิปัตย์

🔴[Live] 9.00 น. Policy Forum เศรษฐกิจคนตัวเล็ก | 20 ม.ค. 69ยุคสมัยที่คนตัวเล็กไร้เสียง ประเทศไร้ทิศ เศรษฐกิจไร้ทาง เราจะ...
17/01/2026

🔴[Live] 9.00 น. Policy Forum เศรษฐกิจคนตัวเล็ก | 20 ม.ค. 69
ยุคสมัยที่คนตัวเล็กไร้เสียง ประเทศไร้ทิศ เศรษฐกิจไร้ทาง เราจะรอดกันจริงๆ ใช่ไหม ?
เมื่อ “เศรษฐกิจคนตัวเล็ก” ไม่ใช่แค่ความขยัน แต่หมายถึงสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจที่ไม่เอาเปรียบ
เราจะเชื่อได้อย่างไร ว่าฝ่ายการเมืองเข้าใจปัญหาคนตัวเล็กและกำลังหาทางทำให้ชีวิตเราดีขึ้น
เวทีนี้เป็นพื้นที่ร่วมสร้างการเมืองที่รับผิดชอบต่อประชาชน เพราะเมื่อระบบถูกที่ ชีวิตเราจะถูกทาง
คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา โดย คณะอนุกรรมาธิการด้านตลาดทุนและธุรกิจประกันภัย ร่วมกับสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) และสมาคมการค้าสตาร์ทอัพไทย ชวนรู้สถานการณ์ปัญหาเศรษฐกิจคนตัวเล็กและแลกเปลี่ยนความเห็นใน “เวทีฟังเสียงประชาชน : ประเทศไร้ทิศ เศรษฐกิจไร้ทาง” เพื่อผลักดันปัญหา “เงินไหลเข้าทุนผูกขาด เงินไหลลงใต้ดิน และ เงินไหลออกนอกประเทศ” ให้เป็นวาระเร่งด่วนของประเทศที่พรรคการเมืองจะขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม
ร่วมสนทนา
• อุดมธิปก ไพรเกษตร ผู้แทนจากสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย
• สุปรีย์ ทองเพชร ผู้แทนจากสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี)
• สถาพน พัฒนะคูหา ผู้แทนจากสมาคมการค้าสตาร์ทอัพไทย
ร่วมแสดงความเห็น/นำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบาย
• ตัวแทนพรรคการเมือง 9 พรรค
• ดำเนินรายการโดย ปฏิมา จีระแพทย์ และ ณรงค์ฤทธิ์ คิดเห็น
ณ อาคารรัฐสภา (สัปปายะสภาสถาน) ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ห้องประชุม B1-5 ชั้น B1
ลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนา https://docs.google.com/.../1FAIpQLSc2XBuEK6LIWK.../viewform

#เลือกตั้ง69 #เสียงของทุกคนฝ่าวิกฤตประเทศไทย
#สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย
#สภาเอสเอ็มอี
#เอสเอ็มอี

เปิดหน้า 16 ผู้กล้าเผชิญหน้า 5 พรรคการเมือง บนเวทีนโยบาย “ปรสิตเศรษฐกิจไทย" ทุนผูกขาด แพลตฟอร์มต่างชาติ อำนาจสีเทา เวทีใ...
17/01/2026

เปิดหน้า 16 ผู้กล้าเผชิญหน้า 5 พรรคการเมือง บนเวทีนโยบาย “ปรสิตเศรษฐกิจไทย" ทุนผูกขาด แพลตฟอร์มต่างชาติ อำนาจสีเทา เวทีใหญ่ที่จัดร่วมกับ Thai PBS และ Thailand Institute of Justice (TIJ)
5 พรรคใหญ่ส่งตัวแทนมาครบ มีทั้งแคนดิเดตนายก มือเศรษฐกิจ ผู้วางนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล ประธานกรรมาธิการเอไอ ที่เคยดูแลปัญหาทุนเทา-แสกมเมอร์-อำนาจผูกขาด-แพลตฟอร์มต่างชาติที่สูบเงินออกจากเศรษฐกิจไทย
ฝั่ง 16 ผู้เชี่ยวชาญ แค่เห็นชื่อก็คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณ แต่ละท่านล้วนต่อสู้แต่ละประเด็นปัญหาของชาติในวิถีของตนเอง
ใครเล่าจะรู้เรื่องทุนเทา-แสกมเมอร์ดีไปกว่า ซีอีโอน๊อต แห่งลอตเตอรี่พลัง ผู้ที่ถูกทำร้ายรังแกจากทุนสีเทามากับตัว ต่อสู้แก๊งอำนาจมืด มือที่มองไม่เห็น
รศ.ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์มต่อต้านคอรัปชั่น Act Ai เปิดข้อมูลโครงการจัดซื้อจัดจ้างนับล้านรายการ ที่ชาวบ้านนำไปเปิดโปงกรณีทุจริตเสาไฟกินรี เจ้าของรางวัล International Anti-Corruption Champion Award
พี่ณัฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีจากภาคการเงิน ผู้ไล่ติดตามประเด็นฟอกเงิน-ทุนเทา-สแกมเมอร์-นอมินี อยากใกล้ชิดมาตลอด
พี่สฤณี ชื่อนี้คุณมั่นใจ เจ้าของผังมหากาพย์นายหน้าที่เปิดโปงเส้นทางความเชื่อมโยงการฟอกเงินของทุนเทาต่างชาติ เข้าครอบงำธุรกิจพลังงานในตลาดหลักทรัพย์ จนเป็นที่มาของการอายัดทรัพย์มูลค่ากว่าหมื่นล้าน
ขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมตั้งคำถามบนเวทีในงานนี้กับเรา แล้วพบกันวันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา 17.00-21.00 ณ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) แจ้งวัฒนะ
ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน + ร่วมส่งคำถามถึง 5 พรรค ลงทะเบียนได้แล้ววันนี้ที่
https://www.zipeventapp.com/e/Policydebate-election2026

#สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย
#สภาเอสเอ็มอี
#เอสเอ็มอี

ไอคอนสยาม เปิดเวทีแห่งความภาคภูมิใจของไทย สู่สายตาโลก“Amazing Thailand Countdown 2026”สร้างมหาปรากฏการณ์ Global Countdow...
17/01/2026

ไอคอนสยาม เปิดเวทีแห่งความภาคภูมิใจของไทย สู่สายตาโลก
“Amazing Thailand Countdown 2026”
สร้างมหาปรากฏการณ์ Global Countdown Destination
ค่ำคืนเคานต์ดาวน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดริมแม่น้ำเจ้าพระยา กลายเป็นภาพประทับใจระดับโลก เมื่อ โอปอล สุชาตา ช่วงศรี Miss World 2025 ปรากฏตัวอย่างสง่างามบนเวที Amazing Thailand Countdown 2026 at ICONSIAM ร่วมเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ปีใหม่ ท่ามกลางแสง สี เสียง และบรรยากาศการแสดงระดับเวิลด์คลาส
โดยพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ ได้รับเกียรติจาก คุณอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมด้วย คุณศุภชัย เจียรวนนท์, คุณณรงค์ เจียรวนนท์, คุณชฎาทิพ จูตระกูล และคณะผู้บริหารบริษัท ไอคอนสยาม จำกัด พันธมิตรภาครัฐ และภาคเอกชน ขึ้นเวที ร่วมส่งสารแห่งความภาคภูมิใจ ตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลก ที่พร้อมผสานวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และความบันเทิงร่วมสมัยได้อย่างกลมกลืน
ไอคอนสยาม ในฐานะ Global Countdown Destination และแลนด์มาร์กสำคัญของประเทศ ยังคงทำหน้าที่เป็นเวทีที่หลอมรวมพลังซอฟต์พาวเวอร์ไทย ถ่ายทอดความงดงามของผู้คน ศิลปวัฒนธรรม และศักยภาพอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่สายตานานาชาติ ผ่านการจัดงานเคานต์ดาวน์ที่ยิ่งใหญ่เหนือความคาดหมายในทุกมิติ ค่ำคืนนี้จึงไม่ใช่เพียงการนับถอยหลังสู่ปี 2026 แต่คือการเฉลิมฉลองภาพลักษณ์ใหม่ของประเทศไทย บนเวทีระดับโลก ที่ไอคอนสยาม ภูมิใจเป็นศูนย์กลางแห่งแรงบันดาลใจ และจุดหมายแห่งการเฉลิมฉลองของผู้คนจากทั่วโลก


#เคานต์ดาวน์ปีนี้ที่ไอคอนสยาม

“กิฟฟารีน” เขย่าตลาดขายตรงส่งท้ายปี 68 คว้า “Superbrands Award 2025” ต่อเนื่อง 15 ปี ตอกย้ำสุดยอดแบรนด์ในใจคนไทยกิฟฟารีน...
17/01/2026

“กิฟฟารีน” เขย่าตลาดขายตรงส่งท้ายปี 68 คว้า “Superbrands Award 2025” ต่อเนื่อง 15 ปี ตอกย้ำสุดยอดแบรนด์ในใจคนไทย
กิฟฟารีน ปลื้มคว้ารางวัล “Superbrands Award 2025” 15 ปีซ้อน รักษาแชมป์สุดยอดแบรนด์ที่ได้มาตรฐานสูงสุด และแบรนด์ในใจคนไทยอย่างแข็งแกร่ง จากผลโหวต เหมือนเป็นเสียงสะท้อนจากมหาชนในการเป็นบริษัทขายตรงหลายชั้น(MLM) แบรนด์ไทยเพียงแบรนด์เดียวที่ยืนหนึ่งในใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน มอบรางวัลโดยซูเปอร์แบรนด์ ประเทศไทย พร้อมเผยไตรมาสสุดท้ายของปี 68 ธุรกิจกิฟฟารีนส่งสัญญาณสดใสตามเทรนด์สุขภาพ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจ
นายพงศ์พสุ อุณาพรหม รองกรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่เพื่อการเติบโตองค์กร บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด กล่าวว่า “กิฟฟารีน มีความภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้รับรางวัล “Superbrands Award 2025” จากคุณแชมเปญ เทียนแขวะ ผู้อำนวยการซูเปอร์แบรนด์ ประเทศไทย และถือเป็นครั้งแรกในปีนี้ ที่กิฟฟารีนได้รับรางวัล “Cover of the year 2025” ด้วย โดยได้รับการโหวตจากผู้รับรางวัล 26 แบรนด์ดังที่มาร่วมงาน ให้เป็นสุดยอดปก Superbrands Book แห่งปี ที่ออกแบบภายใต้แนวคิด การตอกย้ำความเป็นโลกยุคใหม่ ที่ทันสมัย สื่อถึงแบรนด์สุขภาพและความงามที่มีความมุ่งมั่นในการมอบผลิตภัณฑ์ และบริการที่ดีที่สุดเพื่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง ขอขอบคุณซูเปอร์แบรนด์ ประเทศไทย และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านเป็นอย่างสูงด้วย ที่พิจารณารางวัลให้กิฟฟารีนในครั้งนี้ และขอส่งมอบความภูมิใจในครั้งนี้ให้กับนักธุรกิจกิฟฟารีน ทีมงานกิฟฟารีน ทั้งที่สำนักงานใหญ่ สาขาธุรกิจทั่วประเทศ และทีมผลิตที่โรงงานทั้ง 3 แห่งของกิฟฟารีน ที่เป็นส่วนสำคัญในทุกความสำเร็จของแบรนด์กิฟฟารีนในครั้งนี้”
ทั้งนี้ กิฟฟารีนได้รับการโหวตติดต่อกันเป็นปีที่ 15 กับรางวัลสุดยอดแบรนด์ที่ได้มาตรฐานสูงสุดในการวัดและประเมินความสำเร็จด้านการสร้างแบรนด์ในระดับโลก และเป็นบริษัทขายตรงหลายชั้น (MLM) แบรนด์ไทยเพียงแบรนด์เดียวที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ ซึ่งรางวัล “Superbrands Award 2025” จะเป็นกำลังใจให้ผม คณะผู้บริหาร พนักงาน ตลอดจนผู้จำหน่ายหรือนักธุรกิจของกิฟฟารีนให้มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเต็มกำลัง เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ดีๆ และบริการดีๆ ตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และขอแสดงความยินดีกับทุกๆ แบรนด์ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ด้วย โดยซูเปอร์แบรนด์ ประเทศไทย ได้จัดงานมอบรางวัล “Superbrands Award 2025” ขึ้นในวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ที่ Seine Zone at The 71 Venue “Superbrands Award 2025” ถือเป็นรางวัลออสการ์ ด้านการสร้างแบรนด์ จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคทั่วประเทศกว่า 15,000 คน เพื่อคัดสรรแบรนด์ภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ได้รับการไว้วางใจจากผู้บริโภคมากที่สุด อีกทั้งเป็นการโหวตจากคณะกรรมการอิสระของซูเปอร์แบรนด์จากหลากหลายวงการ ถือเป็นรางวัลที่การันตีความเป็นสุดยอดแบรนด์คุณภาพของสินค้าและบริการที่ได้รับความไว้วางใจจากมหาชน นับว่าเป็นการตอกย้ำความมั่นใจด้านคุณภาพสินค้าให้กับผู้บริโภค และยืนหนึ่งในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามแบรนด์ไทยที่ครองใจผู้บริโภคมายาวนาน ซึ่งกิฟฟารีน ถือเป็นบริษัทขายตรงสัญชาติไทย ที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจมาตลอด 29 ปี และกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 30 เพื่อสร้างอาชีพ รายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยหลายแสนคน
“ปีที่ 30 กิฟฟารีนยังคงมุ่งเน้นการตลาดเชิงรุกทุกรูปแบบ ด้วยความตั้งใจ จริงใจ ใส่ใจ ในการมองผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีเพื่อผู้บริโภค ด้วยการตั้งใจพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่อยู่ในกระแสอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า รวมถึงโฆษณาประชาสัมพันธ์ในทุกช่องทาง ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ ขณะที่ด้านการให้บริการ ก็เน้นสร้างประสบการณ์แห่งความสุขให้กับลูกค้า ให้สามารถเลือกซื้อสินค้าที่หลากหลาย มีความ customize มากขึ้น พร้อมจัดกิจกรรมดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาร่วมธุรกิจกับเราเพิ่มมากขึ้น ภายใต้ "Happy Community" และเปิดโอกาสให้สมาชิกสามารถเข้าร่วมทุกกิจกรรมต่างๆ กับเราในแต่ละปีเพิ่มมากขึ้นด้วย เพราะเป้าหมายของ “กิฟฟารีน” คือ การมอบโอกาสให้กับคนไทยที่สนใจธุรกิจกิฟฟารีน ซึ่งในปัจจุบันกิฟฟารีนมีนักธุรกิจจำนวนมากกว่า 800,000 รหัสทั่วประเทศ มีอาชีพ มีรายได้ มีองค์กรธุรกิจและเครือข่ายผู้ใช้สินค้าที่ต้องดูแลเหมือนเป็นที่ปรึกษาในเรื่องสุขภาพและความงาม การ Coaching ทีมงาน การช่วยเหลือและเกื้อกูลกันได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมทำงานเป็นทีม มีความยั่งยืน และส่งต่อความสำเร็จไปถึงทุกๆ คน”
นายพงศ์พสุ กล่าวว่า สำหรับไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ธุรกิจกิฟฟารีนถือว่ามีสัญญาณที่ดีสดใสตามเทรนด์สุขภาพ แม้ในเศรษฐกิจที่ผันผวน เป็นผลมาจากการออกสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ ต่อเนื่องตลอดทั้งปี การใช้พรีเซ็นเตอร์/แบรนด์แอมบาสเดอร์ในสินค้าที่เป็นเรือธง การเผยแพร่ภาพยนตร์โฆษณา วีดีโอคลิป และคอนเทนต์ต่างๆ ที่ผ่านมา ช่วยสร้างการรับรู้ และกระตุ้นยอดขายให้กับนักธุรกิจกิฟฟารีน รวมถึงการใช้ AI เข้ามาช่วยในการทำธุรกิจ ช่วยวางแผน และเป็น Coach หรือ Mentor ส่วนตัวให้กับนักธุรกิจกิฟฟารีน ช่วยเพิ่มศักยภาพทีมขายขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อสินค้าได้ที่ นักธุรกิจกิฟฟารีนทั่วประเทศ กิฟฟารีน 1101, www.giffarine.com , Facebook: giffarineofficial, Line : IG: Giffarinebrand , Shopee และ Lazada
เกี่ยวกับ “กิฟฟารีน”
“ทุกครั้งที่คุณใช้กิฟฟารีน นั่นคือความรับผิดชอบของเรา...ทุกครั้งที่คุณเชื่อมั่นในกิฟฟารีน นั่นคือ ความภูมิใจของเรา” กิฟฟารีนก่อกำเนิดจากความมุ่งมั่นของคณะแพทย์ และเภสัชกรที่ร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อคุณภาพชีวิตของคนไทย ผ่านการรับรองที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ด้วยปณิธานยึดมั่นในความจริงใจ และความรับผิดชอบต่อผู้บริโภคอันเต็มเปี่ยม “กิฟฟารีน” มียอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่องอันเกิดจากการวางแผนการตลาดที่มีวิสัยทัศน์ แผนการขายที่มีประสิทธิภาพ สามารถสร้างความมั่นคงให้แก่นักธุรกิจกิฟฟารีน พร้อมทั้งการสนับสนุนด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพ ในฐานะผู้นำธุรกิจเครือข่ายที่พร้อมจะตอบสนอง และสร้างความพึงพอใจแก่ผู้บริโภคในระยะยาว ปัจจุบัน “กิฟฟารีน” มีโรงงานที่ได้รับมาตรฐานระดับโลก ด้วยเงินลงทุนสูงกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับคนไทยมากที่สุด รวมไปถึงสามารถควบคุมต้นทุนการผลิต ตลอดจนคัดเลือกคุณภาพของวัตถุดิบที่ดีที่สุด

เซ็นทรัล: ดิ ออริจินัล สโตร์ ชวนฉลองเทศกาลแห่งความสุขไปกับ “Central: The Original Store On Holiday 2026” เปิดประสบการณ์ส...
13/12/2025

เซ็นทรัล: ดิ ออริจินัล สโตร์ ชวนฉลองเทศกาลแห่งความสุขไปกับ
“Central: The Original Store On Holiday 2026” เปิดประสบการณ์ส่งท้ายปี
ผ่านเสียงเพลง อาหาร ศิลปะ และโมเมนต์อบอุ่นหัวใจ ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 4 ม.ค. 69
กรุงเทพฯ – 11 ธันวาคม 2568 - เซ็นทรัล ดิ ออริจินัล สโตร์ ชวนทุกคนมาร่วมเฉลิมฉลองฤดูกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีไปกับ “Central: The Original Store On Holiday 2026” เปิดพื้นที่ให้ทุกคนมาพักผ่อน เติมพลังบวก และสร้างความทรงจำอบอุ่นใจไปพร้อมกัน ใจกลางเจริญกรุง จุดกำเนิดประวัติศาสตร์แบรนด์เซ็นทรัล เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองและกิจกรรมสุดพิเศษตลอดทั้งงาน อาทิ
• CHRISTMAS DECORATION – ชั้น 1 สัมผัสเสน่ห์แห่งคริสต์มาสกับต้นคริสต์มาสของจริงขนาดใหญ่ ส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ชวนรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางป่าสน ดื่มด่ำกับแสงไฟระยิบระยับ เติมเต็มความอบอุ่นให้ทุกโมเมนต์
• SIWILAI SOUND CLUB – ชั้น 1 ฟังดนตรีแจ๊สสุดไพเราะในธีม A VERY WARM CHRISTMAS ที่จะทำให้ค่ำคืนก่อนคริสต์มาสอบอุ่นยิ่งกว่าที่เคย
o 24 ธ.ค. 68 – ALMA VOCAL ENSEMBLE
o 25 ธ.ค. 68 – TUEY TASHA & HER TRIO
• THE KOLOPHON – ชั้น 2 คัดสรรหนังสือหลากหลายแนว ให้คุณได้เลือกเป็นของขวัญ หรือเก็บไว้อ่านระหว่างวันหยุดยาวอย่างเพลิดเพลิน
• AKSORN – ชั้น 5 เปิดประสบการณ์อาหารไทยแท้ ฝีมือ เชฟเดวิด ทอมป์สัน เจ้าของรางวัลมิชลินสตาร์ และผู้ได้รับรางวัล MICHELIN Mentor Chef Award พร้อมมอบช่วงเวลาประทับใจผ่านจานอาหารที่เต็มไปด้วยเรื่องราววัฒนธรรมไทย
ร่วมมาฉลองปีใหม่ในแบบที่ใช่ของคุณ และเก็บเกี่ยวโมเมนต์ดี ๆ ให้กลายเป็นความทรงจำที่แสนอบอุ่น เต็มอิ่มกับบรรยากาศแห่งการให้และความสุขใจส่งท้ายปี ได้ที่ CENTRAL: THE ORIGINAL STORE ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 4 มกราคม 2569
เกี่ยวกับ เซ็นทรัล: ดิ ออริจินัล สโตร์
“เซ็นทรัล: ดิ ออริจินัล สโตร์” (Central: The Original Store) ศูนย์รวมวัฒนธรรมรูปแบบใหม่ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่เป็นต้นกำเนิดร้านค้าปลีกแห่งแรกของกลุ่มเซ็นทรัล ที่คุณเตียง และคุณสัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์ ผู้ก่อตั้งกลุ่มเซ็นทรัลได้ซื้อไว้เมื่อปี 1950 บนถนนเจริญกรุง นับเป็นจุดบรรจบอย่างลงตัวของความเก่าและใหม่ ผสานความเป็นเซ็นทรัลในยุคบุกเบิกเข้ากับบริบทในยุคปัจจุบัน สะท้อนความมุ่งมั่นของครอบครัวจิราธิวัฒน์ ที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ และคนในชุมชน พร้อมเชื่อมโยงวัฒนธรรมและจิตวิญญาณของย่านเจริญกรุงในช่วงกลางศตวรรษ เข้ากับประสบการณ์ที่ทันสมัยเพื่อต้อนรับคนในทุกเจเนอเรชั่น

พื้นที่ที่เชื่อมโยงอดีตและปัจจุบันแห่งนี้ เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม ปี 2020 ที่นำเสนอนิตยสารและหนังสือในบริบทของยุค สินค้าที่ระลึก นิทรรศการ ห้องสมุดและศูนย์บริการค้นคว้าข้อมูล พื้นที่จัดกิจกรรม ร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์ดนตรี เป็นสถานที่แฮงเอาท์สำหรับชาวกรุงเทพฯ ยุคใหม่

ตัวอาคารประกอบไปด้วยอาคารขนาดเล็ก 5 ชั้น เชื่อมต่อสู่บ้านเก่าแก่ 2 ชั้น อีกหลังหนึ่งด้วยสวนขนาดเล็ก โดยโครงสร้างในส่วนของอาคารได้รับการปรับปรุงใหม่โดยสถาปนิกแนวมินิมัลลิสต์ชาวเบลเยียม วินเซนต์ แวน ดอยเซน ถือเป็นโครงการแรกของเขาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศและการตกแต่งสวยงามเหนือกาลเวลา ที่ออกแบบโดย Tripster ดีไซน์สตูดิโอจากญี่ปุ่น



ด่วน!!กองทัพภาคที่ 2 เหตุปะทะชายแดน ภูผาเหล็ก ฝ่ายเราตอบโต้ตามกฎการปะทะ อย่างได้สัดส่วน ฝ่ายเราควบคุมสถานการณ์ได้แล้วกอง...
07/12/2025

ด่วน!!
กองทัพภาคที่ 2 เหตุปะทะชายแดน ภูผาเหล็ก ฝ่ายเราตอบโต้ตามกฎการปะทะ อย่างได้สัดส่วน ฝ่ายเราควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว

กองทัพภาคที่ 2 ยืนยัน คุมพื้นที่มั่นคง พร้อมนำผู้บาดเจ็บทั้ง 2 นาย เข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน

หน่วยปฏิบัติตามกฎการปะทะเคร่งครัด และคงกำลังเฝ้าระวังพื้นที่อย่างใกล้ชิด

#กองทัพภาคที่2
#ชายแดนไทยกัมพูชา

“นีโอ คอร์ปอเรท” ส่งมอบธารน้ำใจช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ มอบผลิตภัณฑ์ในเครือผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯบริษัท นีโอ คอร...
04/12/2025

“นีโอ คอร์ปอเรท” ส่งมอบธารน้ำใจช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ มอบผลิตภัณฑ์ในเครือผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ
บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) บริษัทสินค้าอุปโภคสัญชาติไทยคุณภาพระดับมาตรฐานสากล ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ โดยมี นายชวลิต รัตนเสรีชัย (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการองค์กร เป็นตัวแทนบริษัทฯ ส่งมอบผลิตภัณฑ์ในเครือร่วม 90,000 บาท ให้แก่ พลเรือเอกพงษ์เทพ หนูเทพ (ที่ 2 จากขวา) องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อนำไปกระจายความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่นำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยประกอบไปด้วยสินค้าอุปโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพและการดูแลสุขอนามัย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก “ดีนี่” ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใหญ่ “ดีนี่ ดีลักซ์” ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกาย “บีไนซ์” ผลิตภัณฑ์ซักผ้าและปรับผ้านุ่ม “ไฟน์ไลน์” ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำและทำความสะอาดพื้น “โทมิ” ผลิตภัณฑ์ล้างจาน “สมาร์ท” ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย “เอเวอร์เซ้นส์” และ “ทรอส”
ทั้งนี้ นีโอ คอร์ปอเรท ขอร่วมเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกท่านรักษาสุขภาพและผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันอย่างปลอดภัย

ช้างยืนหนึ่ง ผู้สร้างประสบการณ์ทางดนตรี ตัวจริงของไทย! เดินเกมกลยุทธ์มิวสิคมาร์เก็ตติ้ง “คอนเนค” เชื่อมทุกเจเนอเรชันผ่าน...
03/12/2025

ช้างยืนหนึ่ง ผู้สร้างประสบการณ์ทางดนตรี ตัวจริงของไทย! เดินเกมกลยุทธ์มิวสิคมาร์เก็ตติ้ง “คอนเนค” เชื่อมทุกเจเนอเรชันผ่านจังหวะดนตรี ดึง “POTATO” และ “ONLY MONDAY” ร่วมสร้างโมเมนต์ดี ๆ ในงานดนตรีทั่วประเทศ
“น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง” ยืนหนึ่ง ผู้สร้างประสบการณ์ทางดนตรี ตอกย้ำกลยุทธ์มิวสิคมาร์เก็ตติ้ง “CHANG MUSIC CONNECTION” สานต่อความสำเร็จ เดินหน้าคอนเนคกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ เปิดตัวหนังโฆษณาเติมเต็มคำว่าเพื่อน ภายใต้คอนเซปต์ “เติมเต็มทุกจังหวะดนตรี” กับการโคจรมาพบกันครั้งแรก ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ของ 2 วงดนตรีระดับประเทศ POTATO และ ONLY MONDAY ถ่ายทอดโมเมนต์มิตรภาพ MUSIC CONNECTION – MUSIC CONNECT GEN เชื่อมทุกเจเนอเรชัน สนุกด้วยกันได้แบบไร้ขอบเขต พร้อมเติมเต็มประสบการณ์ทางดนตรี ตอกย้ำความเป็นที่หนึ่งในใจผู้บริโภคของแบรนด์ “ช้าง” ในฐานะผู้สร้างประสบการณ์ทางดนตรีและงานดนตรีที่มากที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย
นางเจษฎากร โคชส์ ผู้อำนวยการสำนักการตลาด น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง เปิดเผยว่า “เพราะดนตรี คือไลฟ์สไตล์คอนเทนต์อันดับ 1 ที่ผู้บริโภคเข้าถึงมากที่สุด ช้างจึงนำกลยุทธ์มิวสิคมาร์เก็ตติ้งมาใช้ในการสื่อสารแบรนด์อย่างต่อเนื่อง เรียกว่าเป็นหนึ่งในผู้นำแบรนด์ที่ผู้บริโภคนึกถึงในเรื่องประสบการณ์ทางดนตรี งานดนตรีและเทศกาลคอนเสิร์ต “Chang Music Connection” เราสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคภายใต้แนวคิด “เติมเต็มคำว่าเพื่อน” ทำให้ดีเอ็นเอของช้างถูกถ่ายทอดอย่างต่อเนื่อง เมื่อนำแนวคิดการสื่อสารของแบรนด์มาต่อยอดผ่านมิวสิคแคมเปญ โดยใช้ประสบการณ์ทางดนตรีและเสียงเพลงเป็นสื่อกลาง ยิ่งผลักดันให้แบรนด์ช้าง เข้าถึงไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้โดนใจและตรงความต้องการมากยิ่งขึ้นจนครองอันดับ 1 ในใจผู้บริโภค (Top of Mind Brand) ทั้งในกลุ่มของ Chang BUMO ที่สูงถึง 62% และกลุ่ม Gen Z ที่สูงกว่า 64% (ข้อมูลจากผลสำรวจ Ipsos ไตรมาสที่ 2 ปี 2568) ตอกย้ำความเป็นผู้นำกลยุทธ์มิวสิคมาร์เก็ตติ้งตัวจริง ในฐานะผู้สร้างประสบการณ์ทางดนตรีอันดับหนึ่งในไทย”
ช้าง ยังคงเดินหน้าตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ ยกระดับกิจกรรม Chang Music Connection – Music Connect Gen เดินเกมรุกขยายฐานลูกค้า คอนเนคกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีพลังในการขับเคลื่อนความต้องการของตลาด มีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายและสนุกกับการใช้ชีวิตกับกลุ่มเพื่อน ผ่านความสนุกและประสบการณ์ทางดนตรี ที่ครอบคลุมทุกช่องทาง ทั้งออนไลน์และออนกราวด์ในทุกแพลตฟอร์ม ตั้งแต่งาน Music Festival ทั้งเพลงไทยและเพลงสากล งานคอนเสิร์ตระดับประเทศ ไปจนถึงงานคอนเสิร์ตในร้านกลางคืน รวมไปถึงงานลูกทุ่ง-หมอลำ ซึ่งในแต่ละอีเวนต์ “ช้าง” ไม่ได้ตั้งใจแค่สร้างความสนุกให้กับผู้บริโภค มากกว่านั้นคือ ช้างตั้งใจสร้างประสบการณ์ สร้างความทรงจำและโมเมนต์ดี ๆ ของกลุ่มเพื่อนในทุก ๆ เจเนอเรชัน เพื่อเชื่อมโยงแบรนด์ช้างให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในโลกยุคใหม่อีกด้วย
สำหรับแคมเปญล่าสุดของ “น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง” ได้ถ่ายทอดการ “คอนเนค” เชื่อมโมเมนต์มิตรภาพระหว่างเจเนอเรชัน โดยนำ “การขอเพลง” ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในงานดนตรีของผู้บริโภคทุกวัยมาสร้างเป็นคอนเซปต์หนังโฆษณาชุดใหม่ “เติมเต็มทุกจังหวะดนตรี” ดึง POTATO วงที่มาพร้อมกับเพลงฮิตตลอดกาลอย่าง “ขอบคุณที่รักกัน” และ ONLY MONDAY วงที่มาพร้อมกับเพลงฮิตติดชาร์ตอย่าง “บรรยากาศ” ซึ่งเป็น 2 เพลงที่จะคอนเนค เชื่อมทุกเจเนอเรชัน นำมาเรียบเรียงจังหวะดนตรีใหม่ ที่มีความสนุกสนาน สร้างโมเมนต์และความทรงจำดี ๆ ที่เกิดขึ้นในกลุ่มเพื่อน ปลดล็อคทุกเจเนอเรชันให้คอนเนคเข้าถึงกัน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ทั้ง 2 วงได้มาร่วมงานกันในฐานะพรีเซ็นเตอร์ที่จะมอบประสบการณ์ทางดนตรีให้กับแฟน ๆ และเร็ว ๆ นี้เตรียมพบกับงาน Chang Music Connection คอนเสิร์ตใหญ่สุดเอ็กซ์คลูซีฟของทั้ง 2 วงที่จะมาฟีทเจอริ่งให้เพื่อน ๆ มาร่วมคอนเนคและสร้างโมเมนต์ดี ๆ ไปด้วยกัน
“พร้อมกันนี้ ช้างร่วมกับพันธมิตรด้านดนตรีทั่วประเทศ ตั้งใจสร้างประสบการณ์ทางดนตรีผ่านกิจกรรม Chang Music Connection ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ พร้อมสนับสนุนงานคอนเสิร์ตและเทศกาลมิวสิค เฟสติวัลในรูปแบบต่าง ๆ กว่า 1,000 งานตั้งแต่ปลายปีนี้ ต่อเนื่องไปจนตลอดปี 2569 เพื่อเติมเต็มทุกจังหวะดนตรีและเติมเต็มความสนุกกับกลุ่มเพื่อนที่มาร่วมงาน คอนเนคครบทุกแนวเพลง คอนเนคทั่วทุกภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง” นางเจษฎากร โคชส์ กล่าวปิดท้าย
สัมผัสประสบการณ์การเติมเต็มทุกจังหวะดนตรี Chang Music Connection ได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 นี้ ต่อเนื่องไปจนตลอดปี 2569 เพราะช้างได้เตรียมความสนุก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองส่งท้ายปลายปี ซึ่งจะเป็นที่สำหรับเพื่อนทุกเจเนอเรชันได้มาสร้างโมเมนต์ดี ๆ ที่จะกลายเป็นความทรงจำตลอดไป
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook / TikTok : Chang World

#เติมเต็มทุกจังหวะดนตรี
#ช้างเติมเต็มคำว่าเพื่อน

Absolute Boutique Fitness ตีตลาดคนรักสุขภาพ เปิดตัว “Absolute Pluz Clear Plant Protein” โปรตีนใส ตอกย้ำเทรนด์ Wellness โ...
26/11/2025

Absolute Boutique Fitness ตีตลาดคนรักสุขภาพ เปิดตัว “Absolute Pluz Clear Plant Protein” โปรตีนใส ตอกย้ำเทรนด์ Wellness โตแรง
กรุงเทพฯ – 26 พฤศจิกายน 2568 - กลุ่ม Absolute Boutique Fitness ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิตเนสและสุขภาพมากกว่า 23 ปี พร้อมพลิกเกมครั้งใหญ่ในตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพ ด้วยการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ Absolute Pluz และผลิตภัณฑ์เรือธงอย่าง Absolute Pluz Clear Plant Protein – โปรตีนใสระดับพรีเมียม ต่อยอดเทรนด์ Wellness ที่เติบโตไม่หยุด และออกแบบให้เป็น “พลังแห่งความใส” สำหรับคนรุ่นใหม่ที่มองเรื่องสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์
คุณเบญจพร การุณกรสกุล ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร กล่าวว่า “ในยุคที่ ‘สุขภาพ’ ไม่ใช่แค่เป้าหมาย แต่คือ ‘วิถีชีวิต’ ของคนรุ่นใหม่ เราเห็นการเติบโตของอุตสาหกรรม Wellness Economy ทั่วโลกและในไทยที่เติบโตเฉลี่ยปีละ 8–10% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพในแบบลึกขึ้น Absolute จึงวางหมุดใหม่จากพื้นฐานฟิตเนสและการดูแลสุขภาพ มุ่งสู่ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ครบทั้งเรื่องโภชนาการและวิถีชีวิต ภายใต้แนวคิด ‘Wellness meets Art & Science’”
ผลิตภัณฑ์ Absolute Pluz Clear Plant Protein ถือเป็นนวัตกรรมโปรตีนใสที่ใช้เวลาวิจัยและพัฒนากว่า 2 ปี โดยทีมผู้เชี่ยวชาญของ Absolute ร่วมกับทีมเทคโนโลยีอาหารจากต่างประเทศ เพื่อให้ได้โปรตีนที่ “เบาแต่ทรงพลัง” ตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่ต้องการพลังงานสะอาดและดูดซึมง่าย ผ่านกระบวนการ Hydrolyzed ซึ่งย่อยโมเลกุลโปรตีนให้ขนาดเล็ก ดูดซึมเร็ว ไม่มีกลิ่นถั่วหรือรสคาวแบบโปรตีนทั่วไป และให้คุณค่าทางโภชนาการสูงถึง 23 กรัมต่อซอง
ทุกส่วนผสมใน Absolute Pluz ถูกคัดเลือกจากวัตถุดิบธรรมชาติ 100% ไม่มีน้ำตาล ใช้ความหวานจาก Monk Fruit และ Stevia พร้อมเสริมคุณประโยชน์ด้วย

• MCT Oil – ให้พลังงานเร็ว ไม่หนักท้อง ช่วยให้รู้สึกโล่ง เบาสบายระหว่างวัน
• Lutein & Zeaxanthin – ช่วยดูแลสายตาและการโฟกัส โดยเฉพาะคนที่ใช้จอทั้งวัน
• Probiotic + Prebiotic – ช่วยให้ระบบขับถ่ายและลำไส้ทำงานได้สมดุล
• Chamomile & Chrysanthemum – ช่วยให้รู้สึกสงบ คลายความเครียด

ประโยชน์ทั้งหมดถูกรวมไว้ในหนึ่งซอง เพื่อให้ “สุขภาพดีเป็นเรื่องง่ายและทำได้ทุกวัน” 2 รสชาติที่คิดมาให้ดื่มสนุก และสดชื่นแบบไม่รู้สึกว่าเป็นโปรตีน มาในรูปแบบบรรจุ 7 ซอง / กล่อง ราคา 1,690 บาท

· Apple Yogurt – เปรี้ยวหวานสดชื่นจากแอปเปิ้ลเขียวแท้ ดื่มแล้วเฟรชทันที
· Chrysanthemum – หอมผ่อนคลายจากดอกเบญจมาศแท้ ผสานคาโมมายล์ ไม่ใช้สีและกลิ่นสังเคราะห์

“Absolute Pluz ไม่ใช่เพียงโปรตีน แต่คือ Nutrition for Living—สิ่งที่เติมพลังให้ร่างกายและจิตใจแบบง่าย ๆ ในทุกวัน ไม่ว่าคุณจะออกกำลังกาย ทำงานหนัก หรืออยากเริ่มต้นดูแลตัวเอง” คุณเบญจพร กล่าวเสริม
การเปิดตัว Absolute Pluz ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ Absolute Boutique Fitness สู่การเป็น Wellness Lifestyle Brand ที่พร้อมมอบความใส สดชื่น และสมดุลให้กับชีวิตของคนยุคใหม่
สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับโปรตีนใส Absolute Pluz ได้ที่ Facebook : Absolute Pluz และ Instagram : Absolutepluzprotein หรือสนใจสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ได้ที่ Shopee, Lazada, TikTok Shop หรือหาซื้อได้ที่ Absolute Boutique Fitness Studio, ร้าน Muscle Inc.,และ ร้านใบเมี่ยงทุกสาขา

ที่อยู่

Bangkok
10400

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Phoenix Newsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Phoenix News:

แชร์