RujologyวิชาประกันและตัวแทนAIA

RujologyวิชาประกันและตัวแทนAIA ปรึกษา / สอบถาม ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และอื่นๆ
📥ทัก inbox ได้เลยครับ หรือ Line

ไม่เก่งคอมก็ใช้aiได้ง่าย
เรื่องเข้าใจยากๆของai มาปรับใช้กับการทำงานและชีวิตให้ง่ายขึ้น
AI Marketing Academy
AI Marketing Research
AI Marketing Analytics

เงินเดือน 32,000 บาท แต่ทุกเดือนต้องรอเงินเดือนออกก่อน ถึงจะกล้าใช้ชีวิตน้องบี อายุ 30 ปีทำงานบริษัทเอกชน เงินเดือน 32,0...
20/09/2026

เงินเดือน 32,000 บาท แต่ทุกเดือนต้องรอเงินเดือนออกก่อน ถึงจะกล้าใช้ชีวิต

น้องบี อายุ 30 ปี

ทำงานบริษัทเอกชน เงินเดือน 32,000 บาท

โสด ไม่มีลูก ไม่มีบ้าน ไม่มีรถ

ฟังดูแล้วน่าจะเป็นช่วงชีวิตที่เก็บเงินได้ง่ายที่สุดช่วงหนึ่ง

เงินเดือนออกวันที่ 25
วันที่ 28 เงินแทบไม่เหลือแล้ว

ไม่ใช่เพราะเที่ยวหนักหรือซื้อของแพง

แล้วก็ไม่ได้เป็นคนใช้เงินฟุ่มเฟือยอะไรขนาดนั้น

แต่มีเรื่องหนึ่งที่น้องบีไม่ค่อยอยากเล่าให้ใครฟัง

ทุกเดือนต้องโอนเงินกลับบ้าน 8,000 บาท

พ่อแม่ไม่ได้ขอ

แต่บีรู้สึกว่า ถ้าไม่ส่งก็รู้สึกผิด

เพราะที่บ้านมีรายได้ไม่เยอะ และน้องเป็นคนที่หาเงินได้มากที่สุดในบ้าน

นี่เป็นเรื่องที่คนวัยทำงานหลายคนเป็น

เงินที่หามาได้ ไม่ได้เป็นของเราทั้งหมด

แต่ไม่ค่อยมีใครพูดเรื่องนี้ตอนคุยเรื่องการเงิน

⸻

เงินเดือน 32,000 บาท

หลังหักประกันสังคมและรายการต่าง ๆ เหลือประมาณ 31,000 บาท

ค่าเช่าห้อง 7,000 บาท

ค่าอาหารประมาณ 7,000 บาท

ค่าเดินทาง 2,500 บาท

โทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต 1,000 บาท

ส่งเงินให้พ่อแม่ 8,000 บาท

ค่าใช้จ่ายส่วนตัวประมาณ 3,000 บาท

รวมประมาณ 28,500 บาท

เหลือประมาณ 2,500 บาท

แต่ 2,500 บาทนี้ไม่เคยเหลือจริง

บางเดือนต้องกลับบ้านต่างจังหวัด

บางเดือนมีงานแต่งเพื่อน

บางเดือนแม่บอกว่าต้องจ่ายค่าซ่อมบ้าน

สุดท้ายเงินเก็บเลยมีอยู่ประมาณ 35,000 บาท

ทำงานมาเกือบ 7 ปี

แต่มีเงินเก็บเท่านี้

บีเลยเริ่มคิดว่า

“หรือเราควรซื้อประกันเพื่อลดภาษีดี?”

เพราะเพื่อนที่ทำงานบอกว่า

“ซื้อประกันไว้ก็เหมือนบังคับตัวเองให้เก็บเงิน แถมลดภาษีได้ด้วย”

ฟังแล้วก็น่าสนใจ แต่ถ้าเป็นผม ผมจะยังไม่ให้บีซื้อ

⸻

เพราะปัญหาของบีตอนนี้

ไม่ใช่เรื่องภาษี

แต่คือ

เงินที่เหลือในแต่ละเดือนน้อยเกินไป เมื่อเทียบกับภาระที่ต้องรับผิดชอบ

และที่สำคัญกว่านั้นคือ

ถ้าวันหนึ่งบีไม่สามารถทำงานได้

คนที่เดือดร้อนไม่ได้มีแค่บี

ยังมีพ่อแม่ที่รอเงินจากบีทุกเดือนด้วย

ตรงนี้ทำให้เรื่องประกันชีวิตเริ่มน่าสนใจขึ้นมาแล้ว

แต่ไม่ใช่เพราะบีต้องการลดภาษี

⸻

ถ้าเป็นผม ผมจะถามบีก่อนว่า

“ถ้าพรุ่งนี้บีต้องหยุดทำงาน 6 เดือน พ่อแม่จะเอาเงินจากไหน?”

บีอาจตอบว่า

“ก็คงต้องใช้เงินเก็บค่ะ”

แต่เงินเก็บมี 35,000 บาท

ถ้าค่าใช้จ่ายของตัวเองเดือนละเกือบ 20,000 บาท

ยังไม่รวมเงินที่ต้องส่งกลับบ้าน

เงินก้อนนี้อยู่ได้ไม่นานเลย

ดังนั้นสิ่งที่ผมมองเห็นจากเคสนี้มีอยู่ 2 เรื่อง

เรื่องแรกคือ

บียังมีเงินสำรองน้อยเกินไป

เรื่องที่สองคือ

รายได้ของบีมีความสำคัญกับครอบครัวมากกว่าที่บีคิด

⸻

ผมจึงจะไม่เริ่มจากการซื้อประกันลดหย่อนภาษี

แต่จะเริ่มจากการจัดการความเสี่ยงก่อน

อย่างแรก

เก็บเงินสำรองฉุกเฉินให้ได้มากขึ้น
อาจตั้งเป้าไว้ประมาณ 4–6 เดือนของค่าใช้จ่ายที่จำเป็น

เพราะถ้าบีต้องหยุดทำงานจริง
เงินก้อนนี้จะเป็นตัวช่วยให้ครอบครัวไม่สะดุดทันที

อย่างที่สอง

ตรวจสอบสิทธิประกันสังคมและสวัสดิการบริษัทว่าคุ้มครองอะไรบ้าง
เพราะบีมีเงินไม่เยอะ
เราไม่ควรซื้อความคุ้มครองซ้ำกับสิ่งที่มีอยู่แล้ว

อย่างที่สาม

ค่อยกลับมาดูประกันชีวิต
และคราวนี้เหตุผลไม่ได้เกี่ยวกับภาษีเลย
แต่เป็นเพราะ
มีคนอีกสองคนที่พึ่งพารายได้ของบี
ถ้าบีเสียชีวิต เงินที่หายไปไม่ใช่แค่เงินเดือน 32,000
แต่คือเงิน 8,000 บาทที่เคยส่งกลับบ้านทุกเดือน

ถ้าเรามองแบบนี้

ประกันชีวิตจึงไม่ได้มีหน้าที่ทำให้บีได้เงินคืน
แต่มันมีหน้าที่ทำให้พ่อแม่ไม่ต้องรับผลกระทบทางการเงินทั้งหมดในวันที่รายได้ของบีหายไป

⸻

แล้วภาษีหละ

บีเงินเดือน 32,000 บาท=รายได้ต่อปีประมาณ 384,000 บาท

หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่าง ๆ ภาษีที่ต้องจ่ายจริงต้องคำนวณจากรายละเอียดของแต่ละคน
“ซื้อประกันปีละ 30,000 บาทเลย จะได้ลดภาษี”
เพราะถ้าบีมีเงินเหลือจริง ๆ แค่เดือนละ 2,500 บาท
การเพิ่มภาระจ่ายประกันปีละ 30,000 บาท

อาจทำให้กระแสเงินสดของบีตึงกว่าเดิมและถ้ามองในมุมการเงิน

การลดภาษี แต่ทำให้ตัวเองไม่มีเงินสำรอง
ผมว่าไม่ใช่การวางแผนที่ดีเท่าไหร่

⸻

ผมเลยจะจัดแผนให้บีแบบง่าย ๆ

ช่วงแรก

ไม่ต้องพยายามทำทุกอย่างพร้อมกัน
เก็บเงินสำรองก่อน
จากที่มี 35,000 บาท

ค่อย ๆ เพิ่มให้ถึงระดับที่ตัวเองรู้สึกว่า ถ้าตกงานหรือหยุดทำงานสักระยะหนึ่ง ยังไม่ต้องไปยืมเงินใคร

จากนั้นค่อยดูเรื่องประกันสุขภาพ

เพราะถ้าบีเจ็บป่วยหนักขึ้นมา เงินเก็บ 35,000 บาทอาจหายไปเร็วมาก

แล้วค่อยพิจารณาประกันชีวิตตามจำนวนเงินที่พ่อแม่ต้องพึ่งพาจากบี
ส่วนการลงทุนหรือผลิตภัณฑ์ลดหย่อนภาษี
ค่อยเป็นขั้นต่อไป

⸻

มีประโยคหนึ่งที่ผมคิดว่าเหมาะกับเคสนี้มาก

“การเป็นลูกที่ดี ไม่ได้แปลว่าเราต้องส่งเงินกลับบ้านจนตัวเองไม่มีเงินเหลือ”

เพราะถ้าวันหนึ่งเราหมดแรงทางการเงิน
เราจะช่วยคนที่เรารักต่อไม่ได้
การวางแผนการเงินของคนที่มีภาระครอบครัว

จึงไม่ได้มีแค่คำถามว่า

“เดือนนี้จะเก็บเงินได้เท่าไหร่?”

แต่ต้องถามด้วยว่า

“ถ้าเราเกิดอะไรขึ้น คนที่อยู่ข้างหลังจะเป็นอย่างไร?”

และนั่นคือจุดที่ประกันเริ่มมีความหมาย
ไม่ใช่เพราะมันลดภาษีได้
แต่เพราะมันช่วยรับความเสี่ยงบางอย่างแทนเราได้

⸻

15/09/2026

ข้อห้ามตอนทำประกัน

เงินเดือน 30,000 บาท ต้องเสียภาษี แล้วถ้าอยากเริ่มวางแผนการเงิน ควรเริ่มจากอะไร ควรจัดการภาษีอย่างไร(วางแผนตามความเป็นไป...
15/09/2026

เงินเดือน 30,000 บาท ต้องเสียภาษี แล้วถ้าอยากเริ่มวางแผนการเงิน ควรเริ่มจากอะไร ควรจัดการภาษีอย่างไร(วางแผนตามความเป็นไปได้จริงๆ)

น้องตัง อายุ 28 ปี

ทำงานออฟฟิศ เงินเดือน 30,000 บาท

รายได้ไม่ได้เยอะมาก
ไม่ได้มีบ้านหลังใหญ่
ไม่ได้มีรถหรู
ไม่ได้มีเงินเก็บเยอะมาก

ชีวิตก็เหมือนคนทำงานทั่วไปในกรุงเทพฯ

แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่แตกต่างจากคนอื่นนิดหน่อยเธอขายเสื้อผ้ามือสองออนไลน์หลังเลิกงานรายได้จากตรงนี้เฉลี่ยประมาณ 5,000 บาทต่อเดือน

รวม ๆ แล้วแต่ละเดือนมีเงินเข้าประมาณ 35,000 บาท

เริ่มมาคุยเรื่องการเงิน เพราะช่วงปลายปีเห็นเพื่อน ๆ เริ่มซื้อประกัน ซื้อกองทุน และพูดกันเรื่อง เน้นลดหย่อนภาษี

น้องถามเงินเดือนแค่ 30,000 เอง เราควรซื้ออะไรเพื่อลดภาษีไหม?

คำถามดูเหมือนเป็นเรื่องภาษีแต่ถ้าเป็นผม ผมจะยังไม่รีบตอบว่า “ซื้ออะไรดี”เพราะก่อนจะคิดเรื่องลดภาษี ต้องรู้อีกหลายอย่างก่อนจะซื้ออะไร

ตอนนี้ชีวิตทางการเงินเป็นอย่างไร?

⸻

ลองดูตัวเลขรวม

เงินเดือน 30,000 บาท
= 360,000 บาท/ปี

รายได้จากขายของออนไลน์เฉลี่ย 5,000 บาท/เดือน
= ประมาณ 60,000 บาท/ปี

รวมรายรับประมาณ
420,000 บาท/ปี

แต่เงิน 35,000 บาทที่เข้าบัญชีทุกเดือน ไม่ได้แปลว่าเธอมีเงินเหลือ 35,000 บาท

เพราะเธอมีค่าใช้จ่ายประมาณนี้

ค่าเช่าห้อง 8,000 บาท รวมน้ำ+ไฟ
ค่าอาหาร 7,000 บาท
ค่าเดินทาง 3,000 บาท
ค่าโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต 1,000 บาท
ส่งเงินให้พ่อแม่ 3,000 บาท
ค่าใช้จ่ายส่วนตัว 3,000 บาท

รวมประมาณ 25,000 บาทต่อเดือน

เหลือประมาณ 10,000 บาท

แต่เงิน 10,000 บาทนี้ไม่ได้ถูกเก็บทั้งหมด

บางเดือนซื้อเสื้อผ้า
บางเดือนกินข้าวกับเพื่อน
บางเดือนมีค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน

สุดท้ายเงินเก็บจริง ๆ เฉลี่ยประมาณ 5,000 บาทต่อเดือน

ตอนนี้มีเงินเก็บอยู่ประมาณ 80,000 บาท

ไม่มีหนี้บัตรเครดิต
ไม่มีหนี้รถ
และยังไม่มีประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพส่วนตัว

มีแค่ประกันสังคมจากที่ทำงาน

⸻

จะจัดการอะไรก่อน

นี่คือจุดที่ผมคิดว่าสำคัญ

ซื้ออะไรเพื่อลดภาษีดี?

เพราะจากตัวเลขทั้งหมด สิ่งที่ผมเห็นก่อนคือ

เธอยังมีเงินสำรองไม่มากนัก

ถ้าวันหนึ่งตกงาน
หรือเกิดเจ็บป่วยจนทำงานไม่ได้

เงิน 80,000 บาทอาจไม่ได้เยอะอย่างที่คิด

ดังนั้นผมจะเรียงแบบนี้

อันดับ 1 — สร้างเงินสำรอง

เป้าหมายแรกอาจอยู่ที่ประมาณ 3–6 เดือนของค่าใช้จ่าย

ถ้าค่าใช้จ่ายจำเป็นประมาณ 20,000 บาทต่อเดือน

อย่างน้อยควรมีเงินสำรองประมาณ 60,000–120,000 บาท

ตอนนี้เธอมี 80,000 บาท

แปลว่าเริ่มต้นมาดีแล้ว

แต่ผมยังอยากให้เงินก้อนนี้อยู่ในที่ที่สภาพคล่องสูง และไม่เอาไปลงทุนเสี่ยงทั้งหมด

⸻

อันดับ 2 — ดูเรื่องสุขภาพ

เธอมีประกันสังคมอยู่แล้ว

ดังนั้นไม่ได้แปลว่าต้องรีบซื้อประกันสุขภาพหลักแสนต่อปี

แต่ควรดูว่าสวัสดิการที่มีอยู่ครอบคลุมอะไรบ้าง

ถ้ามีช่องว่างที่ตัวเองรับความเสี่ยงไม่ไหว ค่อยพิจารณาประกันสุขภาพเพิ่มเติม

เพราะสำหรับคนที่มีเงินเก็บ 80,000 บาท

ค่ารักษาพยาบาลก้อนใหญ่สามารถกระทบฐานะการเงินได้มากกว่าภาษีที่ต้องจ่ายเสียอีก

⸻

อันดับ 3 — ค่อยคิดเรื่องลงทุน

เมื่อมีเงินสำรองแล้ว

จึงค่อยแบ่งเงินส่วนหนึ่งไปลงทุนตามเป้าหมาย

ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากผลิตภัณฑ์ที่ลดภาษีเสมอไป

เพราะเป้าหมายของเงินแต่ละก้อนไม่เหมือนกัน

เงินฉุกเฉินต้องการความปลอดภัย

เงินลงทุนต้องการการเติบโต

เงินเกษียณต้องการการวางแผนระยะยาว

⸻

แล้วเรื่องประกันชีวิตล่ะ?

กรณีนี้ผมจะยังไม่รีบทำทุนประกันชีวิตสูง ๆ

เพราะเธอยังไม่มีลูก
ไม่มีหนี้บ้าน
และไม่ได้มีคนจำนวนมากที่พึ่งพารายได้ของเธอ

แต่ถ้ามีพ่อแม่ที่พึ่งพาเงินที่เธอส่งให้ทุกเดือน

ตรงนี้ต้องกลับมาคิดอีกที

เพราะประกันชีวิตไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อ “ตัวเรา”

แต่มันมีไว้รองรับผลกระทบทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นกับคนข้างหลังด้วย

ดังนั้น

“อายุ 28 ต้องซื้อประกันชีวิตเท่าไหร่?”

แต่ควรเป็น

“ถ้าเราไม่อยู่แล้ว คนที่พึ่งพารายได้ของเราจะเดือดร้อนแค่ไหน?”

ถ้าคำตอบคือไม่มาก

ก็อาจยังไม่ใช่ Priority แรก

⸻

แล้วภาษีล่ะ?

ตรงนี้ต้องระวังมาก

เพราะรายได้จากงานประจำ 360,000 บาทต่อปี
บวกกับรายได้จากการขายของออนไลน์

ไม่ได้แปลว่าเราสามารถเอา 420,000 บาทไปคิดภาษีตรง ๆ แบบนั้นทันที

ต้องดูประเภทของรายได้
ค่าใช้จ่ายที่หักได้
ค่าลดหย่อน
และรายละเอียดอื่น ๆ ตามหลักภาษีด้วย

ดังนั้นก่อนจะซื้ออะไรเพื่อ “ลดภาษี”

ผมอยากให้คำนวณภาษีจริงก่อน

เพราะถ้าภาษีที่ต้องจ่ายจริงไม่ได้สูงมาก

การซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีภาระต้องจ่ายต่อเนื่อง เพียงเพราะอยากลดภาษี

อาจไม่ใช่การใช้เงินที่ดีที่สุด

⸻

ถ้าเป็นผม ผมจะจัดแผนแบบนี้

ช่วงแรก

เก็บเงินสำรองให้แข็งแรงก่อน

จากเงินที่เหลือประมาณ 5,000 บาทต่อเดือน

อาจแบ่งส่วนหนึ่งเข้ากองเงินสำรองอย่างสม่ำเสมอ

จนมีเงินก้อนที่พร้อมรับเหตุฉุกเฉินจริง ๆ

หลังจากนั้น

ค่อยแบ่งเงินไปลงทุนระยะยาว

และตรวจสอบความคุ้มครองสุขภาพที่มีอยู่

ถ้ามีช่องว่างค่อยเติม

ส่วนประกันชีวิต

ยังไม่จำเป็นต้องรีบซื้อเพียงเพราะอายุ 28

แต่ควรประเมินใหม่เมื่อมีภาระมากขึ้น

เช่น แต่งงาน
มีลูก
ซื้อบ้าน
หรือมีคนที่ต้องพึ่งพารายได้ของเรา

ส่วนเรื่องภาษี

ค่อยดูหลังจากรู้ก่อนว่าเราต้องเสียจริงเท่าไหร่

แล้วค่อยเลือกเครื่องมือที่เหมาะกับเป้าหมาย

⸻

สิ่งที่ผมอยากให้เห็นจากเคสนี้คือ

คนเงินเดือน 30,000 บาทก็วางแผนการเงินได้

และจริง ๆ แล้วอาจต้องวางแผนมากกว่าคนที่มีรายได้สูงด้วยซ้ำ

เพราะเงินที่มีจำกัด

ทุกบาทจึงต้องมีหน้าที่ของมัน

เงินก้อนหนึ่งเอาไว้รับเหตุฉุกเฉิน
เงินก้อนหนึ่งเอาไว้สร้างอนาคต
เงินก้อนหนึ่งเอาไว้ป้องกันความเสี่ยง

ส่วนภาษี

ถ้าลดได้ก็ดี

แต่ไม่ควรเอา มาเป็นเหตุผลแรกในการซื้อทุกอย่าง

เพราะการประหยัดภาษีไม่กี่พันบาท

อาจไม่คุ้มกับการสร้างภาระระยะยาวที่เราไม่จำเป็นต้องมี

⸻

#ภาษี

14/09/2026

ขอชิ้นเดียว ที่อยากได้ เวลาใช้เขาไม่ให้คุณซื้อแล้ว

13/09/2026

เงินออมเป็นแสน จำเป็นอยู่ไหมต้องทำประกัน ลองไปศึกษาเคสพร้อมกัน

12/09/2026

ถ้าจ่ายเบี้ยไปแล้ว บริษัทประกันปิดตัวลงต้องทำยังไง?

11/09/2026

ความแตกต่างของคนมีความคุ้มครอง

10/09/2026

เคลมหรือไม่เคลม อะไรคุ้มกว่ากัน

08/09/2026

รู้รึเปล่า เป็นโรคประจำตัวก็ยังทำประกันได้นะ

07/09/2026

สวัสดิการบริษัท เทียบกับการซื้อเอง

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ RujologyวิชาประกันและตัวแทนAIAผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์