วงเล่าการตลาด

วงเล่าการตลาด "เม้าท์มอยการตลาดที่ย๊าก ยาก...ให้ดูง่าย"

ครึ่งปีนี้ก็ยังคงคอนเซ็ปต์ "แปลก ใหม่ ใหญ่" สามคำสั้นๆ ที่ห้างอื่นต้องกราบ Seacon Square เจ้าพ่ออีเวนต์เมืองไทย จัดงานถี...
22/05/2026

ครึ่งปีนี้ก็ยังคงคอนเซ็ปต์ "แปลก ใหม่ ใหญ่" สามคำสั้นๆ ที่ห้างอื่นต้องกราบ Seacon Square เจ้าพ่ออีเวนต์เมืองไทย จัดงานถี่แถมคราฟต์จนโลกจำ
ถ้าพูดถึงห้างสรรพสินค้าที่จัดงานอีเวนต์ได้ "หลุดโลก" และ "ทำถึง" ที่สุดใน พ.ศ. นี้ สายมาร์เก็ตติ้งร้อยทั้งร้อยต้องยกนิ้วให้ "Seacon Square" เจ้าของแฮชแท็กตัวตึง #ซีคอนเล่นใหญ่ ใช่มะ ที่ผ่านมาพวกงานเขาวงกต, คุกอลวน คนอลเวง, นรก หรือ THE ARK คือไวรัลแตก คนแชร์กันถล่มทลาย
3 เสาหลักกลยุทธ์ "แปลก ใหม่ ใหญ่"
ซีคอนไม่ได้มองอีเวนต์เป็นแค่กิจกรรมเสริม แต่ยกให้เป็น "กลยุทธ์การตลาดหลักของห้าง"เลยเชียวล่ะ ปีนึงจัดเน้นๆ 30 กว่างาน เปลี่ยนงานใหม่ทุกๆ 2 สัปดาห์ โดยยึดคีย์เวิร์ดสำคัญ 3 คำ
1. แปลก: ไอเดียต้องฉีก เล่นกับอินไซต์และ Pop Culture แบบที่ห้างอื่นไม่กล้าทำ (คิดได้ไงเอา "นรก" หรือ "คุก" มาตั้งกลางลานห้าง 🤣)
2. ใหม่: ไม่ทำซ้ำซาก ขยันรีเสิร์ชและแพลนล่วงหน้าต่องานนานถึง 3 เดือน เพื่อให้ดีเทลเนี๊ยบที่สุด แต่พีกคือใช้เวลาเนรมิตหน้างานจริงแค่ 1-2 วันเท่านั้น! (อันนี้ต้องยอมกราบความเป๊ะของทีมเซ็ตติ้ง)
3. ใหญ่: โปรดักชันต้องอลังการ ถ่ายรูปสวยสะกดสายตา ทุ่มเทเรื่องงานดีไซน์เพื่อให้ลูกค้าเดินเข้ามาแล้วเกิดความประทับใจทันที
เคสของซีคอนสแควร์คือต้นแบบชั้นดีของการทำ Experiential Marketing (การตลาดเชิงประสบการณ์) ในยุคที่คนเดินห้างไม่ได้ต้องการแค่มา "ซื้อของ" เพราะเรื่องนั้นกดสั่งออนไลน์ก็จบ แต่สิ่งที่ออนไลน์ให้ไม่ได้คือ "ประสบการณ์ร่วมและอารมณ์ความรู้สึก (High Emotional Value)"
การที่ซีคอนงัดอีเวนต์สุดเหวี่ยงมาดักลูกค้าทุก 2 วีค มันคือการสร้าง Foot Traffic (ดึงคนเข้าห้าง) ชั้นเลิศ พอคนยอมออกจากบ้านมาดูงานแปลกๆ มาถ่ายรูปเช็กอิน สุดท้ายเขาก็จะเดินไปกินข้าว ช้อปปิ้ง และใช้เงินในห้างต่ออยู่ดี เป็นการไดรฟ์ยอดขายให้ผู้เช่าในศูนย์ฯ ได้แบบยั่งยืนและโคตรฉลาด
ปี 2569 นี้ ทีมซีคอนกระซิบมาว่ายังไม่หยุดแค่นี้ จะยิ่งอัปเกรดความแปลกใหม่ ประสบการณ์ และการตกแต่งให้ล้ำขึ้นไปอีก
#วงเล่าการตลาด #การตลาดย่อยง่าย #ซีคอนเล่นใหญ่

เมื่อ VAT 10% กำลังจะมา กางคู่มือใช้ชีวิตยังไงให้รอดจากการโดนภาษี แบบถูกกฎหมายเป๊ะๆเมื่อรัฐบาลมีสัญญาณว่าจะขยับภาษีมูลค่...
21/05/2026

เมื่อ VAT 10% กำลังจะมา กางคู่มือใช้ชีวิตยังไงให้รอดจากการโดนภาษี แบบถูกกฎหมายเป๊ะๆ
เมื่อรัฐบาลมีสัญญาณว่าจะขยับภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT จาก 7% พุ่งไปเป็น 10% แถมยังจะโละเกณฑ์ยกเว้นภาษีของธุรกิจที่รายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีอีกด้วย แต่ช้าก่อน อย่าเพิ่งฟูมฟายไป ในความมืดมนนี้ยังมีช่องว่างตามประมวลรัษฎากร มาตรา 81 ที่รัฐบาลยกเว้น VAT ไว้ให้สำหรับสินค้าจำเป็นพื้นฐาน มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
🍳 สวมวิญญาณมาสเตอร์เชฟ ทำอาหารกินเอง
การไปกินข้าวตามร้านอาหารเนี่ย ต้นทุนส่วนใหญ่แอบบวก VAT ไปเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าเราเปลี่ยนมาซื้อของสดเข้าตู้เย็นแล้วทำกินเองที่บ้าน เรารอด VAT 100% เพราะกฎหมายยกเว้นภาษีให้พืชผลทางการเกษตรและสัตว์ ทั้งเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว ไข่ ผัก ผลไม้ ข้าวสาร ขนกันมาแบบสดๆ คือไม่มี VAT แต่พวกอาหารแปรรูปอย่างปลากระป๋อง หมูหย็อง หรือเครื่องปรุงรส น้ำปลา ซีอิ๊ว พวกนี้ยังโดน VAT อยู่นะ
✈️ สายเที่ยวต้องเลิฟ เน้นเที่ยวในประเทศ
ประมวลรัษฎากรระบุไว้ชัดๆ เลยว่า "การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักร" ได้รับการยกเว้น VAT เพราะฉะนั้น ไม่ว่าแกจะจองตั๋วรถทัวร์ รถไฟ หรือตั๋วเครื่องบินบินภายในประเทศ กฎหมายไม่เก็บ VAT ต่างจากการบินไปช้อปปิ้งต่างประเทศที่โดนภาษีบวกเพิ่มทันที ดังนั้น เที่ยวไทยเท่ แถมเซฟเงินภาษีไปได้อีก 10% เน้นๆ
🐱🐶 ทาสรักสัตว์เลี้ยง อาหารเม็ด/อาหารเปียก รอดหมด
จริงๆ แล้ว “อาหารสัตว์” เป็นสินค้าที่ได้รับการยกเว้น VAT นะ เพราะฉะนั้นต้นทุนหลักรายวันของเหล่าทาสสายเปย์ในการซื้ออาหารให้เจ้านายสี่ขา จะไม่ได้รับผลกระทบตึงเครียดจาก VAT 10% แน่นอน แต่อาจจะต้องระวังตอนน้องๆ เจ็บป่วยนิดนึง เพราะโรงพยาบาลสัตว์ไม่ได้รับข้อยกเว้นภาษีเหมือนโรงพยาบาลคนจ้า
📖กิจกรรมยามว่างสายสโลว์ไลฟ์ อ่านหนังสือ & เข้าพิพิธภัณฑ์
ถ้ากิจกรรมวันหยุด คือการไปปาร์ตี้ดึกๆ ดูคอนเสิร์ตใหญ่ หรือกดซื้อเกมออนไลน์ อันนี้เตรียมใจโดน VAT 10% เต็มๆ แต่ถ้าอยากเซฟเงิน ลองเปลี่ยนไลฟ์สไตล์มาเป็นสายอินดี้ เพราะ “หนังสือ” คือหนึ่งในสิ่งที่ไม่เคยต้องจ่าย VAT บวกกับการไปเดินทอดน่องเสพศิลปะในพิพิธภัณฑ์ หรือไปเที่ยวสวนสัตว์ ค่าเข้าสถานที่เหล่านี้ก็ยกเว้น VAT มาช้านานแล้ว
ถ้าเราหันไปมองเพื่อนบ้านในเอเชียอย่าง ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เขาเก็บ VAT กันที่ 12% ส่วนจีนซัดไป 13% และอินเดียล่อไปถึง 18% เลยน ในมุมของผู้วางนโยบาย การขยับมาเป็น 10% ของไทยในอนาคตจึงเป็นเรื่องที่ "มาแน่" ในระยะยาวเพื่อหาเงินมาโปะรายจ่ายของรัฐที่เพิ่มขึ้นทุกปี
#วงเล่าการตลาด #การตลาดย่อยง่าย #ภาษีมูลค่าเพิ่ม

สรุปมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” รัฐช่วยจ่าย 60/40 ใครได้สิทธิบ้าง ลงทะเบียนวันไหน มาดูกันประกาศเงื่อนไขช่วยชีวิตชาวเราสักที...
20/05/2026

สรุปมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” รัฐช่วยจ่าย 60/40 ใครได้สิทธิบ้าง ลงทะเบียนวันไหน มาดูกัน
ประกาศเงื่อนไขช่วยชีวิตชาวเราสักที! ล่าสุด ครม. เคาะไฟเขียวแล้วกับโครงการลดค่าครองชีพ “ไทยช่วยไทยพลัส” แจกเน้นๆ ต่อเนื่อง 4 เดือนเต็ม (มิ.ย. - ก.ย. 2569) งานนี้แอดสรุปไฮไลต์สำคัญมาให้แล้วว่า 3 กลุ่มหลักที่ได้ประโยชน์มีใครบ้าง และต้องเตรียมตัวยังไง ไปดูกันเลย
💳 กลุ่มที่ 1: ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (13.18 ล้านคน)
สิ่งที่ได้: รัฐเติมเงินให้เพิ่มอีก 700 บาท (จากเดิม 300 บาท) รวมเป็น 1,000 บาท/เดือน
วิธีใช้: นำไปซื้อของที่ "ร้านธงฟ้า" เท่านั้น
ความสะดวก: เงินเข้าบัตรให้อัตโนมัติเลยจ้า ไม่ต้องยืนยันตัวตนใหม่ (ส่วนคนทำบัตรใหม่ รอประกาศอัปเดตอีกทีนะ)
📱 กลุ่มที่ 2: ประชาชนทั่วไป & มนุษย์เงินเดือน (30 ล้านสิทธิ)
สิ่งที่ได้: โครงการ "คนละครึ่งพลัส" รัฐช่วยจ่าย 60% เราควักเอง 40% (รัฐช่วยสูงสุดไม่เกิน 200 บาท/วัน หรือ 1,000 บาท/เดือน)
กติกา: ใช้จ่ายผ่าน G-Wallet ในแอป “เป๋าตัง” เวลา 06.00-23.00 น.
🗓️ วันลงทะเบียน: 25 - 29 พฤษภาคม 2569
🗓️ วันใช้สิทธิ: 1 มิ.ย. - 30 ก.ย. 2569
🏪 กลุ่มที่ 3: พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย (ร้านค้า)
นอกจากจะช่วยกระตุ้นยอดขายหน้าร้านแล้ว ความเจ๋งคือคำว่า "พลัส" หมายถึงการที่รัฐจะนำ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้ร้านค้ารายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุนและกู้สินเชื่อจากสถาบันการเงินได้ง่ายขึ้น เป็นการต่อลมหายใจให้ธุรกิจฟื้นตัวได้ไวขึ้น
กฎเหล็กที่ห้ามลืมเด็ดขาด
ยอดเงินที่ได้ในแต่ละเดือน "ต้องใช้ให้หมดแบบเดือนต่อเดือน" นะ ห้ามดองเก็บไว้เด็ดขาด เพราะระบบไม่ให้ทบยอดไปเดือนถัดไปจ้า ใครที่เล็งสิทธิคนละครึ่งพลัสไว้ อย่าลืมโหลดและอัปเดตแอปเป๋าตังให้พร้อม วอร์มนิ้วรอวันที่ 25 พ.ค. นี้ให้ดี ช้าหมดสิทธิเต็มไม่รู้ด้วยน้าาา
#วงเล่าการตลาด #การตลาดย่อยง่าย #ไทยช่วยไทยพลัส #คนละครึ่งพลัส

ปรากฏการณ์ "ยอดไลก์หลักหมื่น ยอดโอนหลักศูนย์" ที่สายทำคอนเทนต์ต้องรีบแก้เกมด่วนโมเดล Educational Email Course (EEC) ของ ...
19/05/2026

ปรากฏการณ์ "ยอดไลก์หลักหมื่น ยอดโอนหลักศูนย์" ที่สายทำคอนเทนต์ต้องรีบแก้เกมด่วน
โมเดล Educational Email Course (EEC) ของ Nicolas Cole และ Dickie Bush ที่ยกมานี้ ถือเป็น Case Study การทำ Marketing Funnel ที่คลาสสิกและทรงพลังที่สุดในวงการ Digital Product เลยก็ว่าได้ ขอสรุปแก่นความเจ๋งสไตล์นักการตลาดให้ฟังกันชัดๆ อีกรอบ
ทำไมระบบ "คอร์สฟรี 5 วัน" ถึงเวิร์กกว่าการหว่านคอนเทนต์ปกติ?
เปลี่ยน "คนดูผ่านๆ" ให้เป็น "Qualified Leads" (ว่าที่ลูกค้าตัวจริง): การที่คนยอมกรอกอีเมล/ข้อมูลติดต่อ เพื่อแลกกับคอร์ส 5 วัน แปลว่าเขามี Pain Point ที่อยากแก้จริงๆ ไม่ใช่แค่คนแวะมากดไลก์แล้วจากไป นี่คือการทำ Lead Magnet ที่คัดเกรดลูกค้ามาแล้ว
กฎแห่งการให้ก่อนรับ : จิตวิทยาของการส่งเนื้อหา 3 วันแรกคือการ "Build Trust" สร้างความเชื่อใจ ล้วนๆ พอเราทำให้เขาเห็นผลลัพธ์เล็กๆ ได้ตั้งแต่ยังไม่เสียเงิน กำแพงความระแวงจะพังทลายลงทันที
จังหวะปิดการขายเนียนกริบ : พอถึงวันที่ 4-5 ลูกค้ากำลังอินและเชื่อมั่นในตัวเรา การเสนอขายสินค้าจะไม่ใช่การยัดเยียดอีกต่อไป แต่เป็นการเสนอ "ทางลัด" ที่ลูกค้าเต็มใจจ่าย
ถึงแม้โมเดลนี้เมืองนอกจะใช้อีเมลเป็นหลัก แต่สำหรับพฤติกรรมคนไทยที่อาจจะเปิดอีเมลน้อยกว่า แบรนด์หรือนักการตลาดสามารถ "ดัดแปลง (Localize)" ระบบนี้มาใช้กับเครื่องมือที่คนไทยคุ้นเคยได้สบายๆ เช่น
- LINE OA : เซ็ตระบบส่งข้อความอัตโนมัติตามวันที่ลูกค้าแอดไลน์เข้ามา (Day 1 - Day 5) ได้ฟีลเหมือนส่งอีเมลเป๊ะ แถม Open Rate ในไทยสูงกว่าด้วย
- Facebook Group / Close Friends IG: สร้างกลุ่มปิดสำหรับคนที่สนใจจริงๆ แล้วลงคอนเทนต์บทเรียนแบบรายวัน
คอนเทนต์ที่ดี ไม่ใช่คอนเทนต์ที่ยอดวิวเยอะที่สุด แต่คือคอนเทนต์ที่สร้าง "ความเชื่อใจ" และพาคนไปสู่ "ผลลัพธ์" ได้จริง ใครที่กำลังเหนื่อยทำคอนเทนต์ฟรีแล้วปิดการขายไม่ได้ ลองหยุดหว่านแห แล้วมาสร้าง "เครื่องจักรดักลูกค้า" แบบนี้ดู รับรองว่าเหนื่อยน้อยลงแต่ยอดโอนปังขึ้นแน่นอน
#วงเล่าการตลาด #การตลาดย่อยง่าย

🤷‍♂️ส่องที่มามีม ‘67’ ไวรัลสุดกาวที่ Gen Z และ Alpha เข้าใจกันเองแล้วแบรนด์จะเอาไปเล่นยังไงไม่ให้บ้ง?เอาจริงมีมนี้ไม่ใช่...
18/05/2026

🤷‍♂️ส่องที่มามีม ‘67’ ไวรัลสุดกาวที่ Gen Z และ Alpha เข้าใจกันเองแล้วแบรนด์จะเอาไปเล่นยังไงไม่ให้บ้ง?
เอาจริงมีมนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับคนที่มีลูกหลานชาวเจน Alpha น่าจะเคยเห็นคนทำมือชั่งน้ำหนักแล้วพูดว่า "ซิกซ์ เซเว่น" ใช่มะ? หลายคนดูแล้วถึงกับเกาหัวว่ามันขำอะไรวะ ความงงของ
มีมนี้บอกเลยว่าซับซ้อนและเดาทางยากพอๆ กับเรื่องการเมืองในที่ทำงานเลยทีเดียว 🤣
วันนี้แอดจะพาชาวเราไปขุดเบื้องลึกเบื้องหลังของมีมนี้กัน จะได้เอาไปทำคอนเทนต์เล่นได้แบบไม่โดนเด็กฟันน้ำนมล้อ
🎵 ต้นกำเนิดจากความกาวของแร็ปเปอร์
ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่ามีมนี้อ่านว่า “ซิกซ์ เซเว่น” (Six Seven) ห้ามอ่าน ซิกซ์ตี้-เซเว่น เด็ดขาดนะแกร๊ ต้นทางมันมาจากเพลงแร็ปชื่อ “Doot Doot (6 7)” ของศิลปิน Skrilla ที่ปล่อยตอนธันวาคม 2024 โดยท่อนฮุกฮีจะร้องซ้ำๆ ว่า “6-7, I just bipped right on the highway”
แล้วความหมายคืออะไร?
บางคนเดาว่าเป็นชื่อถนน 67th Street ในย่านที่ฮีโตมา หรือไม่ก็รหัสตำรวจ 10-67 (แจ้งเหตุคนตาย) แต่ช็อกฟีลสุดคือ ตัวศิลปินดันออกมาบอกเองว่า "ไม่ได้ตั้งใจให้มีความหมายชัดเจน และก็ไม่อยากบอกด้วย ไปตีความกันเอาเอง" (เอ๊าาาา กาวจัด 555)
🏀 จุดพลุความไวรัลสู่วงการบาสเกตบอล
มีมนี้เริ่มระเบิดฟอร์มช่วงมกราคม 2025 เมื่อชาวเน็ตเอาเพลงนี้ไปใส่ในคลิปตัดต่อนักบาส NBA อย่าง LaMelo Ball ซึ่งฮีมีส่วนสูง "6 ฟุต 7 นิ้ว" พอดีเป๊ะ
แต่ความแมสทะลุปรอทจริงๆ มาจาก Taylen “TK” Kinney นักบาสมัธยมตัวตึง ที่ทำคลิปรีวิวให้คะแนนเครื่องดื่ม Starbucks แล้วพูดหน้านิ่งๆ ว่า "six, seven" พร้อมทำมือขึ้นลงเหมือนกำลังชั่งน้ำหนักแก้วน้ำ ใช่ครับ ความไร้สาระและแอคชันงงๆ นี้แหละ ที่ถูกจริตชาวเน็ตจนกลายเป็นสัญลักษณ์ท่าประจำของมีมไปเลย
เคสนี้คือบทพิสูจน์ชั้นดีของ "Absurdist Humor" (มุกตลกร้าย/มุกไร้สาระ) ที่ครองใจวัยรุ่น Gen Z และ Gen Alpha ไวรัลยุคนี้บางทีไม่ต้องมีความหมายลึกซึ้ง ไม่ต้อง Make sense ขอแค่มัน "กาว" "ปั่น" และเอาไปทำซ้ำดัดแปลงต่อได้ มันก็กลายเป็น Pop Culture ได้แล้ว
ใครเคยเห็นมีมนี้ผ่านตา หรือเผลอทำท่าชั่งน้ำหนักตามไปแล้วบ้าง สารภาพมาซะดีๆ
#วงเล่าการตลาด #การตลาดย่อยง่าย

โดนตกเพราะโซเชียล Klook เผยอินไซต์คนไทย 52% จองทริปตามรีวิว พร้อมงัดกลยุทธ์ Social-First ดันเทรนด์เที่ยวจีนสุดปังเคยป่ะ ...
15/05/2026

โดนตกเพราะโซเชียล Klook เผยอินไซต์คนไทย 52% จองทริปตามรีวิว พร้อมงัดกลยุทธ์ Social-First ดันเทรนด์เที่ยวจีนสุดปัง
เคยป่ะ ไถฟีด TikTok หรือ IG ดูคลิปเที่ยวเพลินๆ รู้ตัวอีกทีคือกดจองตั๋วเครื่องบินไปแล้ว ล่าสุด Klook แพลตฟอร์มจองกิจกรรมท่องเที่ยวระดับโลก เผยอินไซต์ประจำปี 2026 ที่ตอกย้ำว่าพฤติกรรมนี้คือ "เรื่องจริง" แถมเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่นักการตลาดสายท่องเที่ยวต้องรู้
โซเชียลคือตัวท็อป ป้ายยาจนยอดจองพุ่ง
- 52% ของคนไทย ตัดสินใจจองทริปเพราะเห็นคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย
- ไตรมาสแรกของปี 2026 ยอดจองทริปคนไทยพุ่งปรี๊ด 54% (เทียบกับปีก่อน)
- Top 5 ประเทศยอดฮิต: ญี่ปุ่น, จีน, ฮ่องกง, สิงคโปร์ และสวิตเซอร์แลนด์ (ญี่ปุ่นยังยืนหนึ่ง แต่ที่น่าจับตาคือเบอร์ 2 อย่าง "จีน")
ปรากฏการณ์ "China Fever" จีนยุคใหม่ ไม่ได้มีแค่วัด
กระแสเที่ยวจีนกำลังมาแรงมากในหมู่ชาวอาเซียน ยอดความต้องการพุ่งถึง 134.1% อานิสงส์หลักมาจากเรื่องฟรีวีซ่าและการเดินทางที่โคตรล้ำ แต่ที่เปลี่ยนไปคือ "สไตล์การเที่ยว"
คนรุ่นใหม่ไม่ได้อยากไปแค่ดูประวัติศาสตร์ แต่ไปตามหา "ความสุนทรีย์" เช่น คาเฟ่ลับ มุมถ่ายรูปชิคๆ หรือประสบการณ์แปลกใหม่
กิจกรรมมาแรงที่คนรุ่นใหม่ชอบ :
- ซ้อนบิ๊กไบค์ที่ฉงชิ่ง
- ใส่ชุดจีนโบราณถ่ายรูป
- นั่งรถไฟความเร็วสูงไปดิสนีย์แลนด์เซี่ยงไฮ้ หรือนอนโรงแรมธีมเก๋ๆ
การใช้พลังของ Micro/Macro Creator ที่มีความจริงใจและเข้าถึงง่าย คือคีย์เวิร์ดสำคัญที่จะกระตุ้นต่อมอยากเที่ยว และจบด้วยการกดจองแบบไร้รอยต่อ อยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว รีบจับเทรนด์ Social-First และพลังของคอนเทนต์ครีเอเตอร์ให้แน่นๆ เพราะนี่คือ "เซลส์แมน" ที่ทรงพลังที่สุดในยุคนี้เลย
#วงเล่าการตลาด #การตลาดย่อยง่าย

"ชิชิงอน สับโดด!" ถอดรหัสไวรัลศัพท์ฮิตวัยรุ่นฟันน้ำนม คำใหม่แห่งปี 2026 ที่นักการตลาดต้องรู้แกรรร...ไถฟีด TikTok หรือ Fa...
14/05/2026

"ชิชิงอน สับโดด!" ถอดรหัสไวรัลศัพท์ฮิตวัยรุ่นฟันน้ำนม คำใหม่แห่งปี 2026 ที่นักการตลาดต้องรู้
แกรรร...ไถฟีด TikTok หรือ Facebook ช่วงนี้ ใครแอบงงกับคำว่า "ชิชิงอน" ที่เด็กๆ ชอบพูดกันบ้าง สารภาพมาซะดีๆ วันนี้แอดขอพาชาววงเล่าฯ มาถอดรหัสศัพท์ฮิตติดปากแห่งปี 2026 ที่กำลังรันวงการแก๊งฟันน้ำนมและสายเกมเมอร์แต่งรถ ว่าสรุปแล้วมันคืออะไร แล้วแบรนด์จะหยิบมาเล่นยังไงให้ปัง!
"ชิชิงอน" แปลว่าอะไรเนี่ย
คำนี้มันคือการรวมร่างกันของคำว่า "ชิ" (เสียงอุทานเวลาแอบขัดใจเบาๆ) + "งอน" = อาการงอนแบบตะมุตะมิ น่ารักน่าเอ็นดู
ความพีคคือ คำนี้มักจะถูกพูดพ่วงมากับคำว่า "สับโดด" ซึ่งเป็นศัพท์ในวงการเด็กเล่นรถจำลอง หรือเด็กที่ชอบเล่นเกมแต่งรถ ที่มีความหมายถึงการ "ยกล้อ"
พอมารวมกันเป็น "ชิชิงอน สับโดด!" เลยกลายเป็นวลีอุทานฮิตติดปากเวลาที่เด็กๆ รู้สึกขัดใจนิดๆ หรืองอนปุ๊บก็ขอเบิ้ลเครื่องยกล้อโชว์สเตปหนีซะเลย!(เอ็นดูความเบียวนี้ 🤣)
แบรนด์จะโหนกระแสนี้ยังไงดี
คำฮิตพวกนี้แหละคือวัตถุดิบชั้นดีในการทำคอนเทนต์ แบรนด์ที่กลุ่มเป้าหมายเป็นวัยรุ่น, Gen Z หรือสินค้าครอบครัว แม่และเด็ก สามารถหยิบมาเล่นในแคปชันเรียกยอดเอนเกจเมนต์ได้เลย เช่น "โปรเดือดขนาดนี้ ไม่รีบกดลงตะกร้า ระวังแอดมินชิชิงอนนะ" หรือ "โปรใหม่มาแรง สับโดดมากดให้ไว"
คำศัพท์พวกนี้สะท้อนวัฒนธรรมย่อย ของเด็กยุคปัจจุบัน การที่แบรนด์เข้าใจและหยิบภาษาของพวกเขามาใช้อย่างเป็นธรรมชาติ จะช่วยสร้างความรู้สึกใกล้ชิดและเป็นกันเอง ทั้งกับตัวเด็กเอง และเข้าถึงใจพ่อแม่ (Gen Y/Z) ที่มักจะได้ยินลูกๆ พูดคำนี้อยู่ทุกวันด้วย
เอ๊าาาา นักการตลาดคนไหนมีศัพท์สนุกๆ ที่น่าเล่นมาแชร์กันได้เลย
#วงเล่าการตลาด #การตลาดย่อยง่าย

ไวรัลแตก! ส่องเทรนด์ Memeketing "Gen Y vs Gen Z" ที่แบรนด์ไทยเล่นกันทั้งบ้านทั้งเมืองต้นทางมาจากไหนไถฟีดช่วงสองสามวันที่...
13/05/2026

ไวรัลแตก! ส่องเทรนด์ Memeketing "Gen Y vs Gen Z" ที่แบรนด์ไทยเล่นกันทั้งบ้านทั้งเมืองต้นทางมาจากไหน
ไถฟีดช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ใครเห็นแบรนด์ต่างๆ ทำรูปภาพแบ่งครึ่งซ้าย-ขวา ล้อเลียนวิธีคิดของ "นักการตลาด Gen Y" ปะทะ "นักการตลาด Gen Z" กันบ้างป่ะ? บอกเลยว่านี่คือไวรัลสดๆ ร้อนๆ ที่ไม่ได้มาจากการทุ่มงบจ้างเอเจนซี่แพงๆ แต่มาจากไอเดียสุดเฉียบของเพจ "การตลาดวันละตอน"
จุดเริ่มต้นจากความ "อยากให้คนอื่นเล่นง่ายๆ"
ทางเพจการตลาดวันละตอน ไปเห็นไอเดียมีมเปรียบเทียบเจนเนอเรชันของแบรนด์เมืองนอกมา เลยรู้สึกว่ามันเจ๋งดีและอยากเอามาทำกับแบรนด์ตัวเองบ้างผ่าน AI แต่คิดไปคิดมา "ถ้ามันทำยาก แบรนด์อื่นคงไม่มาเล่นด้วยแน่ๆ"
🤖 สร้าง Custom GPTs ปลุกความเกรียน
เมื่ออยากให้เกิดกระแส ก็ต้องทำให้มัน "ง่ายที่สุด" ทางเพจเลยใช้ทักษะร่ายมนตร์สร้าง AI (ผ่าน Custom GPTs) ขึ้นมาซะเลย โดยให้ AI ตัวนี้มีหน้าที่เดียวคือ "สร้าง Meme Marketing เปรียบเทียบ Gen Y กับ Gen Z" แถมตอนแรกทำออกมาแล้วรู้สึกว่าภาษามันซอฟต์ไป สุภาพไป เลยไปอัปเกรดเป็นเวอร์ชัน 1.1 เติมความ "เกรียน" ระดับสิบเข้าไปให้สะใจชาวเน็ต
จุดพลุข้ามคืน แบรนด์แห่เล่นจนเฟซบุ๊กบล็อก
พอสร้างเสร็จปุ๊บ ก็ทำรูปตัวอย่างของแบรนด์ใหญ่ๆ (SCB, KBank, ttb, heygoody) แล้วแปะลิงก์ให้คนไปลองเล่นดู ปรากฏว่าแบรนด์น้อยใหญ่แห่เข้าไปกดใช้กันถล่มทลาย จนเจ้าของเพจต้องไปไล่คอมเมนต์ขอบคุณและแชร์ต่อให้ทุกเพจ สรุปคอมเมนต์ไวเกินไปจน Facebook บล็อกหาว่าเป็นสแปม (เอ็นดูความทุ่มเทนี้ 5555) ล่าสุดมีคนกดใช้งาน AI ตัวนี้ไปเกิน 1,000 ครั้งแล้วจ้า!
เคสนี้คือกรณีศึกษาของการทำ Trendjacking + Memeketing ที่โคตรฉลาดเลยแก
1. Insight มันโดน: เรื่องช่องว่างระหว่างวัย (Gen Gap) ในที่ทำงาน เป็น Pain Point และเสียงหัวเราะที่ทุกคนอินอยู่แล้ว
2. เครื่องมือพร้อม: แทนที่จะปล่อยให้คนไปงมทำรูปเอง การแจก "เครื่องมือ (AI)" ที่กดคลิกเดียวจบ ทำให้เกิดการมีส่วนร่วม (UGC - User Generated Content) ได้แบบมหาศาล
ต้องปรบมือให้เพจ "การตลาดวันละตอน" เลยที่สร้างสีสันให้วงการการตลาดบ้านเราได้ยิ้มมุมปากกันถ้วนหน้า
#วงเล่าการตลาด #การตลาดย่อยง่าย #การตลาดวันละตอน

"นันยาง" เล่นใหญ่ ตรึงราคาสู้เงินเฟ้อ แถมผุด "ตู้นันยืม" ฮีโร่กู้ชีพวัยเรียนเปิดเทอมใหญ่ทีไร มนุษย์พ่อมนุษย์แม่เตรียมปาด...
12/05/2026

"นันยาง" เล่นใหญ่ ตรึงราคาสู้เงินเฟ้อ แถมผุด "ตู้นันยืม" ฮีโร่กู้ชีพวัยเรียน
เปิดเทอมใหญ่ทีไร มนุษย์พ่อมนุษย์แม่เตรียมปาดเหงื่อ บิลค่าชุด ค่าเทอม ค่าอุปกรณ์ถาโถมเข้ามาแบบตั้งตัวไม่ทัน ความเครียดพุ่งปรี๊ดดด ดุเดือดและชวนปวดหัวยิ่งกว่าการต้องไปนั่งฟาดฟันเอาตัวรอดจาก "การเมืองในที่ทำงาน" ซะอีก
"นันยาง" จึงงัดกลยุทธ์ซื้อใจเข้ามาช่วยคุณพ่อคุณแม่และคุณครูในช่วงเปิดเทอมใหม่นี้
ยอมเฉือนกำไร ตรึงราคา & คลอดรุ่นประหยัด
รู้ว่าเศรษฐกิจตึง นันยางเลยกัดฟัน "ไม่ขึ้นราคา" รุ่นคลาสสิก 205-S (เริ่ม 340 บาท) แต่ถ้าใครอยากเซฟงบไปอีก เขาก็คลอดรุ่นน้องกันตาย "Superstar" ทรงกว้าง เบาหวิว สบายกระเป๋า เริ่มแค่ 270 บาท ส่วนแก๊งฟันน้ำนมวัยประถมก็มีรุ่น "Have Fun" แบบไม่ต้องผูกเชือกให้วุ่นวาย แค่ 320 บาท จบปึ้ง มีทางเลือกให้ครบทุกกำลังทรัพย์ของจริง
ฮีโร่แห่งโรงเรียน ด้วยแคมเปญ "ตู้นันยืม"
อันนี้คือไฮไลต์ที่แอดร้องกรี๊ดดด ฉลาดและทัชใจมาก ลองนึกภาพสมัยเรียนนะ วันไหนฝนตกซักรองเท้าไม่แห้ง หรือจังหวะนรกโดนเพื่อน "เทิร์นรองเท้า" (สลับคู่) ไปหน้าตาเฉย ฟีลตอนนั้นคือโลกถล่มสุดๆ นันยางเลยแก้ปัญหาแบบหล่อเท่ ด้วยการส่ง "ตู้นันยืม" ไปตั้งกลางโรงเรียนซะเลย วันไหนซวย รองเท้าพัง รองเท้าหาย ไม่ต้องร้องไห้ เดินไปเปิดตู้ขอยืมใส่ได้ฟรีๆ
นี่แหละที่เขาเรียกว่าแบรนด์ที่ไม่ได้กะจะเอาแต่ "ขายของ" แต่มาเพื่อ "ซื้อใจ" ผู้บริโภคด้วยการส่งมอบของดีราคาโดน แถมยังเข้าใจความเจ็บปวดของเด็กนักเรียนแบบลึกซึ้งเบอร์นี้ ใครจะหนีไปใส่แบรนด์อื่นเจอแบบนี้ก็ต้องมีสลบกลับมาซบอกนันยางกันบ้างแหละ
#วงเล่าการตลาด #การตลาดย่อยง่าย #นันยาง #ตู้นันยืม

📚✨ กทม. เอาใจสายพัฒนาตัวเอง เปิดตัว "Next Learn" แพลตฟอร์มรวมคอร์สเรียน อัปสกิลหาอาชีพเสริมได้แบบปังๆใครกำลังเบื่อๆ อยาก...
11/05/2026

📚✨ กทม. เอาใจสายพัฒนาตัวเอง เปิดตัว "Next Learn" แพลตฟอร์มรวมคอร์สเรียน อัปสกิลหาอาชีพเสริมได้แบบปังๆ
ใครกำลังเบื่อๆ อยากหาอะไรทำช่วงวันหยุด หรือมนุษย์เงินเดือนคนไหนกำลังมองหาลู่ทางทำ "อาชีพเสริม" เพื่อเพิ่มช่องทางรายได้ ต้องรีบมามุงด่วนๆ ล่าสุด กทม. เขาปล่อยของดี เปิดตัวแพลตฟอร์มชื่อ "Next Learn" ที่บอกเลยว่าตอบโจทย์เทรนด์การเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) แบบสุดๆ
จุดเด่นของแพลตฟอร์ม Next Learn ที่ชาวเราต้องเลิฟ
- มีคอร์สให้เลือกจุกๆ กว่า 20 หมวด : ครอบคลุมตั้งแต่งานคราฟต์, ทักษะอาชีพ, การทำอาหาร, ภาษา และอีกเพียบ อยากต่อยอดเรื่องไหนเข้าไปจิ้มเลือกได้เลย
- เรียนแบบ Hybrid ได้ตามใจชอบ : สะดวกแบบไหนเลือกแบบนั้น มีทั้งคอร์สเรียนออนไลน์ชิลๆ อยู่ที่บ้าน หรือถ้าวิชาไหนต้องเน้นลงมือปฏิบัติจริง ก็สามารถจองคิวไปลงเรียนที่จุดเรียนใกล้บ้านได้เลย สะดวกสุดๆ
- ไร้ขีดจำกัดเรื่องอายุ : แพลตฟอร์มนี้เปิดกว้างมาก ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน หรือผู้สูงวัย ก็สามารถเข้ามาตักตวงความรู้ใหม่ๆ ได้หมด ไม่มีคำว่าสายสำหรับการเรียนรู้
โปรเจกต์นี้ถือว่าเข้ามาถูกจังหวะมากๆ ในยุคที่เศรษฐกิจผันผวนและทุกคนต้องการ Reskill & Upskill ตัวเองอยู่ตลอดเวลา การที่ภาครัฐทำแพลตฟอร์มส่วนกลางที่เข้าถึงง่ายและยืดหยุ่นสูง ถือเป็นการติดอาวุธทางอาชีพให้คนกรุงเทพฯ พร้อมลุยในตลาดแรงงานและการทำธุรกิจส่วนตัวได้ดีเยี่ยมมากๆ
ใครที่กำลังอยากหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ หรืออยากอัปเกรดสกิลตัวเอง รีบพุ่งตัวไปเสิร์ชหา "Next Learn" ของ กทม. หรือกดไปที่ลิ้งก์ : https://learning.bangkok.go.th/nextlearn/ แล้วไปลงทะเบียนเรียนคอร์สที่ใช่กันได้เลยนะ โอกาสดีๆ แบบนี้รีบคว้าไว้เลย
#วงเล่าการตลาด #การตลาดย่อยง่าย #กทม

เดอะ มาร์เก็ต รีแบรนด์สู่ PLATINUM POP พร้อม EVEANDBOY Cafe แห่งแรกของโลกใครจะไปเชื่อว่าห้างใจกลางราชประสงค์ที่เคยเงียบเ...
08/05/2026

เดอะ มาร์เก็ต รีแบรนด์สู่ PLATINUM POP พร้อม EVEANDBOY Cafe แห่งแรกของโลก
ใครจะไปเชื่อว่าห้างใจกลางราชประสงค์ที่เคยเงียบเหงาอย่าง THE MARKET BANGKOK กำลังจะกลายร่างเป็น "PLATINUM POP" แล้วนะ บอกเลยว่างานนี้ "เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป" เขาไม่ได้มาเล่นๆ แต่จัดเต็มกะเอาให้สะเทือนทั้งย่านประตูน้ำ-ราชประสงค์ไปเลยจ้า ด้วยโปรเจกต์ยักษ์ The Neighbourhood of Platinum ที่เชื่อมโยง Ecosystem ทั้งห้าง โรงแรม และออฟฟิศเข้าด้วยกันแบบครบวงจร
จำได้มั้ยว่า THE MARKET เปิดตัวปี 62 ด้วยงบ 4,000 ล้านบาท แต่ดันเจอโจทย์หินจนต้องปรับทัพกันรัวๆ รอบนี้เขาเลยขอ Revolution ใหม่หมดจด มาในคอนเซปต์ "The Center of Bangkok’s Pop Life" เน้นความป๊อปที่ไร้กรอบ ไม่หลับไม่นอน
ไฮไลท์ที่ต้องว้าวคือการดึง Magnet ตัวท็อปอย่าง EVEANDBOY มาเปิด Cafe แห่งแรกของโลก (แต่งหน้าไปจิบกาแฟไปคือฝันที่เป็นจริงป่ะ?) แถมยังมีโซน "Lai Jie" (ไหล่เจี๊ยะ) ที่ยกความอร่อยระดับตำนานจากเยาวราชมาไว้ที่นี่แบบไม่ต้องเดินร้อน
ยังไม่หมดนะ! เขายังเอาใจสายบิวตี้ด้วย TOFU SKINCARE MEGAMART พื้นที่กว่า 7,200 ตร.ม. และเอาใจสายแฟชั่นด้วย HOUSE OF LITTLEBUNNY ที่จะเปิด Flagship Store ยิ่งใหญ่ระดับเอเชีย
ส่วนชั้นบนๆ ก็ยังเก็บร้านเด็ดอย่าง Mo-Mo-Paradise ไว้ให้เราได้อิ่มท้องเหมือนเดิม ที่น่าสนใจคือกลยุทธ์ "Hybrid Retail & Wholesale" ที่ขายทั้งปลีกและส่ง ตอบโจทย์ทั้งคนช้อปเก่งและพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ยุคนี้สุดๆ
การรีแบรนด์จาก THE MARKET สู่ PLATINUM POP คือการทำ "Strategic Repositioning" ที่ชาญฉลาดโดยการละทิ้งภาพจำเดิมที่คลุมเครือ แล้วหันมาใช้จุดแข็งของชื่อแบรนด์ "Platinum" ที่ทรงพลังในด้านการค้าส่งมาผสมผสานกับ "Lifestyle" ยุคใหม่
การดึงร้านค้าที่มีฐานแฟนคลับหนาแน่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาเป็นหัวหอก จะช่วยแก้ปัญหาเรื่อง Traffic ได้อย่างตรงจุด การปรับตัวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าในสมรภูมิ Retail ที่ดุเดือด การมีแค่ทำเลที่ดีอาจไม่เพียงพออีกต่อไป แต่การสร้าง Ecosystem ที่แข็งแรงและการเลือก Tenant Mix ที่สร้าง Experience ใหม่ๆ คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้โครงการกลับมามีชีวิตชีวาและยั่งยืนในระยะยาว
#วงเล่าการตลาด #การตลาดย่อยง่าย

ที่อยู่

Wonglaokarntaladteam
Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66867770684

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วงเล่าการตลาดผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์