Anhedonia - Let 's live again.

Anhedonia - Let 's live again. "เราทุกคนต่างมีบาดแผลที่ปกปิดไว้ และต่อสู้เพื่อจะเยียวยามัน" ... รับยารักษาใจ
BY : ☆〜หมอก้อย ❤

❝ เราทุกคนต่างมีบาดแผลที่ปกปิดไว้ และต่อสู้เพื่อจะเยียวยามัน. ❞
...
ความสุขที่แท้จริงของชีวิต มีเงื่อนไขน้อยกว่าที่คุณคิด...
รับยารักษาใจ

BY : ☆〜หมอก้อย ♡

07/04/2026
ครั้งหนึ่ง เขาเคยเป็น “หนุ่มแบดบอย” ตัวจริงของฮอลลีวูดแต่วันที่ลูกชายลืมตาดูโลก โดยไม่อาจเปล่งเสียงได้แม้แต่คำเดียวชีวิต...
04/04/2026

ครั้งหนึ่ง เขาเคยเป็น “หนุ่มแบดบอย” ตัวจริงของฮอลลีวูด
แต่วันที่ลูกชายลืมตาดูโลก โดยไม่อาจเปล่งเสียงได้แม้แต่คำเดียว
ชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไป…ตลอดกาล

โคลิน ฟาร์เรลล์ (Colin Farrell) ไม่ได้พบการไถ่บาปในสถานบำบัด
เขาพบมันในห้องผู้ป่วย
ขณะอุ้มทารกตัวน้อยที่ไม่สามารถสื่อสารอะไรกับเขาได้เลย

ย้อนกลับไปในช่วงต้นทศวรรษ 2000
เขาคือภาพแทนของความดิบเถื่อนในโลกภาพยนตร์
นักแสดงชาวไอริชที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ความกล้า และความเสี่ยง

เขาดื่มหนัก
ใช้ชีวิตสุดขั้ว
และพร้อมจะพังทลายลงได้ในคืนเดียว

ผู้กำกับหลงรักเขา
เพราะเขาคือ “ความโกลาหลที่งดงาม”
สื่อมวลชนก็หลงใหล
เพราะเขาไม่เคยปฏิเสธการเป็นข่าว

เขาเคยพูดติดตลกว่า
“ผมเคยตื่นมาพร้อมอาการเมาค้าง…ที่ยังมีอาการเมาค้างซ้อนอยู่อีกที”

ชีวิตของเขาเหมือนจะวิ่งไปในทิศทางเดิม
จนกระทั่งปี ค.ศ. 2003

วันที่ เจมส์ ฟาร์เรลล์ (James Farrell) ลูกชายของเขาถือกำเนิด

เด็กน้อยตัวเล็ก บอบบาง
และเงียบงัน

แพทย์วินิจฉัยว่า
เจมส์เป็นโรค Angelman syndrome
ความผิดปกติทางพันธุกรรมที่พบได้ยาก
ซึ่งอาจทำให้เขาไม่สามารถพูด หรือแม้แต่เดินได้ตามปกติ

บรรยากาศในห้องนั้น…หยุดนิ่ง

เป็นครั้งแรกในชีวิต
ที่โคลินไม่สามารถใช้เสน่ห์แก้ปัญหา
ไม่สามารถซื้อเวลา
และไม่สามารถ “ควบคุมอะไรได้เลย”

เขาเคยเล่าถึงช่วงเวลานั้นว่า
“ผมมองเขา…แล้วก็รู้ทันทีว่า
ผมรักบางสิ่งที่ผมไม่เข้าใจเลยได้มากขนาดนี้”

คืนนั้น
เขานั่งอยู่ในความมืด
โดยไม่มีแอลกอฮอล์แม้หยดเดียว

แล้วกระซิบเบา ๆ กับลูกชายว่า
“เอาล่ะนะลูก…จากนี้ เราจะไปด้วยกัน”

ตั้งแต่นั้นมา
เขาไม่เคยแตะแอลกอฮอล์อีกเลย

ชายผู้เคยใช้ชีวิตสุดโต่ง…หายไป

สิ่งที่เข้ามาแทนที่
ไม่ใช่นักบุญ
แต่เป็นมนุษย์ที่ “เข้มแข็งขึ้นในแบบที่อ่อนโยนกว่าเดิม”

เขากลายเป็นพ่อที่ปกป้องลูกอย่างถึงที่สุด
อดทนอย่างไร้เงื่อนไข

เมื่อเจมส์ก้าวเดินได้ครั้งแรกในวัย 4 ขวบ
โคลินยืนร้องไห้อยู่เงียบ ๆ ที่มุมห้อง

เขาเคยพูดว่า
“บางคนปรบมือให้ลูกตอนชนะเหรียญรางวัล
แต่ผม…ปรบมือให้ลูกตอนเขาเดินข้ามห้องได้”

เส้นทางในวงการภาพยนตร์ของเขาก็เปลี่ยนไปเช่นกัน

เขาเริ่มเลือกบทบาทที่สะท้อนตัวตนใหม่ของเขา
ตัวละครที่บอบช้ำ แสวงหา และเต็มไปด้วยความเป็นมนุษย์

ทั้งใน In Bruges
The Lobster
และ The Banshees of Inisherin

บทบาทเหล่านั้นไม่ใช่เพียงการแสดง
แต่มันคือชีวิตที่เขากำลังเผชิญอยู่จริง

วันนี้
เมื่อผู้คนได้พบเขา
พวกเขาไม่ได้เห็นชายผู้เคยเป็นข่าวฉาว

แต่เห็นชายคนหนึ่ง
ที่เคยเผาผลาญความวุ่นวายในชีวิตของตัวเอง
แล้วค่อย ๆ สร้างบางสิ่งที่อ่อนโยนขึ้นมาแทน

เขาเคยกล่าวไว้ว่า
“ผมเคยคิดว่าต้องใช้ชีวิตให้สุดเหวี่ยง ถึงจะน่าสนใจ”

แล้วก็หยุดเล็กน้อย ก่อนจะยิ้ม

“แต่เอาเข้าจริง…ความรักต่างหาก
คือสิ่งที่บ้าคลั่งที่สุดที่ผมเคยทำ”
เจาะเวลาหาอดีต
อ้างอิง Pyramid Secrets

มีนักบําบัดคนหนึ่งบอกว่า: “เมื่อผู้หญิงคนหนึ่งเติบโตมาโดยรู้สึกว่าเธอ ‘ไม่มีตัวตน’ ในสายตาใครเธอจะเรียนรู้ที่จะรัก…ด้วยก...
31/03/2026

มีนักบําบัดคนหนึ่งบอกว่า:

“เมื่อผู้หญิงคนหนึ่งเติบโตมาโดยรู้สึกว่าเธอ
‘ไม่มีตัวตน’ ในสายตาใคร
เธอจะเรียนรู้ที่จะรัก…ด้วยการ
‘ให้มากเกินไป’
เธอเททุกอย่างให้คนอื่น
หวังว่าสักวัน…จะมีใครสักคนเทกลับมาหาเธอบ้าง
เธอกลายเป็นคนดูแล
เป็นคนแก้ปัญหา
เป็นคนที่ ‘อยู่ตรงนั้นเสมอ’
แม้ในวันที่…ไม่มีใครอยู่เพื่อเธอเลย
และส่วนที่เจ็บที่สุดคืออะไร?
ลึกๆ แล้ว
เธอไม่ได้พยายามจะเป็นคนเข้มแข็ง
เธอแค่กำลังรอ…
ใครสักคน
ที่จะทำให้เธอ
เหมือนที่เธอทำให้คนอื่นมาตลอดทั้งชีวิต”
© Wiyadadotcom

อันที่จริงแล้ว การคิดว่าเราได้รู้จักใครสักคนหนึ่งจริงๆ ก็อาจไม่ได้มีความหมายอะไรมากไปกว่านั้นเราทุกคนเปลี่ยนแปลงกันได้เส...
24/03/2026

อันที่จริงแล้ว การคิดว่าเราได้รู้จักใครสักคนหนึ่งจริงๆ ก็อาจไม่ได้มีความหมายอะไรมากไปกว่านั้น

เราทุกคนเปลี่ยนแปลงกันได้เสมอ ตลอดเวลา วันนี้เขาอาจชอบสัปปะรด แต่วันพรุ่งนี้ก็อาจเปลี่ยนใจไปชอบอย่างอื่นแล้ว

เวลาอกหัก ฉันจะออกไปวิ่ง เมื่อร่างกายสูญเสียเหงื่อไปแล้ว ก็เลยไม่มีน้ำตาหลงเหลือเอาไว้ร้องไห้

“Actually, really knowing someone doesn't mean anything. People change.”

“A person may like pineapple today and something else tomorrow.”

“When I get heartbroken, I go jogging. The body loses water, so I don't cry.”..

- Cop 223

Chungking Express
Wong Kar Wai, 1994

ประโยคเตือนสติ“เขายังเลือกตัวเองเลย แล้วทำไมเราถึงไม่เลือกตัวเองบ้างนะ”
23/03/2026

ประโยคเตือนสติ
“เขายังเลือกตัวเองเลย
แล้วทำไมเราถึงไม่เลือกตัวเองบ้างนะ”

EP.02หัวข้อ: บางคนไม่ได้หายไป | Some People Didn't Disappearบางครั้งความเงียบของใครบางคนไม่ได้หมายความว่าเขาหายไปจากชีวิ...
16/03/2026

EP.02
หัวข้อ: บางคนไม่ได้หายไป | Some People Didn't Disappear

บางครั้งความเงียบของใครบางคน
ไม่ได้หมายความว่าเขาหายไปจากชีวิตเรา
Sometimes someone's silence
does not mean they disappeared from our life.

เขาอาจยังอยู่
ยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม
ยังเดินอยู่บนโลกใบเดียวกับเรา
They may still be here,
living the same life,
walking on the same earth as you.

แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปคือ
เขาไม่ได้เลือกเดินไปกับเรา
But one thing has changed,
they simply didn't choose
to walk the journey with us.

ความจริงของความสัมพันธ์คือ
ไม่ใช่ทุกคนที่เข้ามาในชีวิต
จะถูกกำหนดให้อยู่กับเราตลอดไป
The truth about relationships is
not everyone who enters your life
is meant to stay forever.

บางคนเข้ามา
เพื่อเป็นความทรงจำ
Some people come
just to become a memory.

บางคนเข้ามา
เพื่อสอนบทเรียนชีวิต
Some people come
to teach us a life lesson.

และบางคนเข้ามา
เพื่อให้เราเข้าใจความหมายของคำว่า
การปล่อยวาง
And some people come
to help us understand
the meaning of letting go.

ดังนั้นถ้าวันหนึ่ง
ใครบางคนเลือกเดินออกจากชีวิตเรา
So if one day
someone walks away from your life,

มันไม่ได้แปลว่า
เราดีไม่พอ
it does not mean
you were not good enough.

มันแค่หมายความว่า
เส้นทางของเรา
ไม่ได้ถูกกำหนดให้เดินไปพร้อมกัน
It simply means
our paths
were never meant to be the same.

— Dr.TAN

∆... "จิตวิเคราะห์วัยเด็กของทรัมป์ : ถูกเลี้ยงแบบผิดๆ ... เขียนโดยหลานสาวของทรัมป์"***... ในหนังสือ "Too Much and Never ...
10/03/2026

∆... "จิตวิเคราะห์วัยเด็กของทรัมป์ : ถูกเลี้ยงแบบผิดๆ ... เขียนโดยหลานสาวของทรัมป์"

***... ในหนังสือ "Too Much and Never Enough" หรือ "มากเกินไปและไม่เคยพอ" เขียนโดย ดร. แมรี แอล. ทรัมป์ (... ดร.แมรี่เป็นหลานสาวของ อาทรัมป์ ... )

ผสมผสานมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอในฐานะสมาชิกในครอบครัวเข้ากับการฝึกฝนทางวิชาชีพในฐานะนักจิตวิทยาคลินิก เพื่อนำเสนอ

***... "ชีวประวัติทางจิตวิทยา" ของอาของเธอ โดนัลด์ ทรัมป์
.. หัวใจหลักของหนังสือเล่มนี้คือ บุคลิกภาพของอดีตประธานาธิบดีไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นกลไกการเอาตัวรอดที่ "ผิดปกติ" ซึ่งเกิดจาก "วัยเด็กที่บอบช้ำ"

1)... ผู้สร้างบุคลิกในวัยเยาว์ "พิษร้าย": เฟรด ทรัมป์ ซีเนียร์ คือผู้เป็นพ่อของทรัมป์เอง
.. แมรีโต้แย้งว่ารากเหง้าของทุกสิ่งอยู่ที่ปู่ของเธอ "เฟรด ทรัมป์ ซีเนียร์" (... พ่อของทรัมป์ ) เธออธิบายว่าเขาเป็นผู้มีภาวะต่อต้านสังคมระดับสูงที่มองโลกผ่านสองมุมมอง:

*... ทางเลือกชีวิตคือ จะเป็น "ฆาตกร" หรือ "ผู้แพ้": ในบ้านของตระกูลทรัมป์ การแสดงความเมตตา ความเห็นอกเห็นใจ หรือการยอมรับความผิดพลาด ถูกมองว่าเป็น "ผู้แพ้"

*... "การลบเลือนความเป็นปัจเจกบุคคล" : เฟรด ซีเนียร์ พ่อของทรัมป์, ไม่ต้องการลูกที่มีบุคลิกภาพของตัวเอง เขาต้องการลูกๆที่เป็นแค่ "หมาก" หรือ "เครื่องมือ" เพื่อสร้างอาณาจักรของเขา

2)... โศกนาฏกรรมของเฟร็ด จูเนียร์ (บิดาของผู้เขียน = พี่ชายของทรัมป์ )
.. ส่วนสำคัญของหนังสือเล่มนี้วิเคราะห์ว่าทำไมโดนัลด์ถึงกลายเป็น "ลูกชายคนโปรด" ของพ่อ

*... "ความล้มเหลวของความเมตตา" : เฟร็ด จูเนียร์ เป็นลูกชายคนโต เขาเป็นคนอ่อนไหวและอยากเป็นนักบิน เพราะเขาไม่ใช่ "นักฆ่า" เฟร็ด ซีเนียร์ผู้ปู่ จึงดูถูกและทำลายเขาจนกระทั่งเขาเสียชีวิตด้วยปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับโรคพิษสุราเรื้อรังเมื่ออายุ 42 ปี

* ... การปรับตัวของโดนัลด์:

เมื่อเห็นพี่ชายถูกทำลาย โดนัลด์เรียนรู้ว่าเขาต้องเป็นตรงกันข้ามกับเฟร็ดพี่ชายเพื่อเอาตัวรอดจากความโกรธแค้นของพ่อ เขาจึงรับเอาบุคลิกที่ชอบรังแกของพ่อมาเป็นเกราะป้องกัน

3)... แม่ผู้ "ล่องลอย"
.. แมรี่อธิบายว่า "แม่ของโดนัลด์ คือ แมรี่ แอนน์ แม็คลีโอ ทรัมป์" ประสบปัญหาสุขภาพอย่างหนักและไม่ได้อยู่เคียงข้างโดนัลด์ทั้งทางร่างกายและจิตใจในช่วงปีสำคัญของการพัฒนาการเด็ก (อายุ 2.5 ถึง 5 ปี)

( ... = ทรัมป์จึงเติบโตมาเหมือนกับคนที่ขาดแม่คอยเลี้ยงดูปลูกฝังอบรมจิตใจ อารมณ์และแนวความคิด ... )

* ... ผลลัพธ์: สิ่งนี้ทำให้เกิด "ความเหงาอย่างลึกซึ้ง" และ "ความกระหาย" ความสนใจตลอดชีวิต เนื่องจากแม่ของเขาไม่ได้อยู่ปลอบโยนเขา และพ่อของเขาเห็นคุณค่าชีวิตแต่เพียง "การชนะ" การเติบโตทางอารมณ์ของโดนัลด์จึงหยุดชะงักตั้งแต่ในวัยเด็ก

4)... "ภาวะหลงตัวเองที่ฝังรากลึก"
.. แมรี่แย้งว่าพฤติกรรมของโดนัลด์ การพูดเกินจริง ความต้องการคำชมอย่างต่อเนื่อง และความไม่สามารถยอมรับความพ่ายแพ้—เป็นผลมาจากลักษณะบุคลิกภาพแบบหลงตัวเองที่ได้รับการตอบแทนจากครอบครัวและสื่อของเขา

*... ชื่อเรื่องของหนังสือที่ว่า "ไม่เคยพอ":
.. ไม่ว่าเขาจะได้รับ "เงินหรืออำนาจ" มากแค่ไหน มันก็ไม่สามารถเติมเต็มช่องว่างที่เหลืออยู่จากพ่อที่ไม่เคยรักเขาอย่างแท้จริงและแม่ที่ไม่ได้อยู่เคียงข้างเขาได้เลย
.. สรุปผลการค้นพบทางจิตวิทยาหลัก

แนวคิด การวิเคราะห์ของแมรี่ ทรัมป์

$... ภาวะหลงตัวเอง กลไกการป้องกันที่ใช้เพื่อซ่อนความไม่มั่นคงที่ฝังลึก

$... ความเห็นอกเห็นใจ ไม่เคยเรียนรู้ เพราะถูกตราหน้า,ลงโทษว่าเป็น "ความอ่อนแอ" เป็น "ผู้แพ้" โดยเฟร็ด ซีเนียร์ ผู้พ่อทรัมป์

$... ความจริง ข้อเท็จจริงและเรื่องแต่งปะปนกัน เพราะเขาถูกสอนว่า "ความจริงคืออะไรก็ตามที่คุณทำได้โดยไม่ถูกจับได้"

$... ความสำเร็จ เขา "ถูกโกง" ให้ประสบความสำเร็จด้วยเงินและเส้นสายของพ่อ ทำให้เกิดความรู้สึกฉลาดหลักแหลมที่ผิดๆ
.. "โดนัลด์เป็นคนที่บอบช้ำ... เขาเป็นเด็กที่ยังรอให้พ่อบอกว่าเขาดีพอแล้ว" ....แมรี่ แอล. ทรัมป์

***... บทสรุปสุดท้าย...
.. หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่แค่การวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมือง แต่เป็นโศกนาฏกรรมของครอบครัว เป้าหมายของแมรี่คือการแสดงให้เห็นว่าลักษณะนิสัยที่สาธารณชนมองว่าเป็น "ความแข็งแกร่ง" แท้จริงแล้วเป็นสัญญาณของชายคนหนึ่งที่ไม่เคยได้รับอนุญาตให้พัฒนาชีวิตทางอารมณ์ในทางที่ดีเลย

(***... จากหนังสือที่หลานสาวเขียนถึงคุณอาของเธอเอง... )

09/03/2026
“ความรักไม่เคยสูญเปล่า” “แม้ว่าจะไม่ได้รับการตอบสนองก็ตาม” 🤍DIARY MOOD 🕊️
07/03/2026

“ความรักไม่เคยสูญเปล่า”

“แม้ว่าจะไม่ได้รับการตอบสนองก็ตาม” 🤍

DIARY MOOD 🕊️

ที่อยู่

ถนน พระราม 9
Bangkok
10310

เบอร์โทรศัพท์

+66836965636

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Anhedonia - Let 's live again.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์