OldieMarketing เริ่มทำงานด้านการตลาดมาตั้งกะปี พุทธศักราช ๒๕๓๒ นู่นนนนน... นับแบบสากลก็พวกปี 90

“Bonchon” No.1* KOREAN FRIED CHICKEN (ไก่ทอดสไตล์เกาหลี อันดับ1*)ผมเคยกินไก่ทอดยี่ห้อนี้มาตั้งแต่สมัยที่เค้าเข้ามาเมืองไ...
03/04/2026

“Bonchon” No.1* KOREAN FRIED CHICKEN (ไก่ทอดสไตล์เกาหลี อันดับ1*)
ผมเคยกินไก่ทอดยี่ห้อนี้มาตั้งแต่สมัยที่เค้าเข้ามาเมืองไทยแรกๆ เมื่อหลายปีก่อน
ต้องยอมรับครับว่า ตอนนั้นรู้สึกเลยว่า ไก่ทอดยี่ห้อนี้เค้าอร่อย แปลก แตกต่างจากไก่ทอดที่เคยกินกินมา ช่วงที่รู้จักเค้าใหม่ๆนี่ พาครอบครัว เพื่อน คนรู้จักไปกินบ่อยเลย ก็เพราะความแตกต่างเป็นเหตุนั่นเอง
หลังหลังมานี้ก็ไม่ค่อยได้กินบ่อยนัก เพราะร้านอาหารประเภทนี้มีตัวเลือกเยอะแยะไปหมด … จะแวะเข้ามาก็ในเฉพาะเวลาที่อยากกิน Spicy Japchae เพราะที่อื่นหาไม่ค่อยได้ หรือมีก็ไม่อร่อยเหมือนของที่นี่เค้า
วันนี้เกิดอยากกินเมนูนี้ขึ้นมาก็เลยแวะมากินที่สาขาวิลล่าอารีย์ เพราะใกล้ออฟฟิศ
แต่ที่ต้องให้ลุกขึ้นมาเขียนถึงร้านนี้ เพราะตื่นเต้นที่จะบอกว่าเจอของใหม่(ไม่รู้คนอื่นจะเจอมาก่อนนานแล้วรึยัง)
ตอนที่ขอไม้จิ้มฟันเค้ามาใช้ ก็ได้พบความแตกต่างของไม้จิ้มฟันที่ไม่เหมือนใครของร้านนี้ครับ … ปกติทั่วๆไป ไม้จิ้มฟันจะเป็นไม้ หรือเป็นพลาสติก อย่างเจ๋งๆหน่อยก็อาจจะเป็นพลาสติกที่มีไหมขัดฟันอยู่อีกด้านนึง
แต่ร้านนี้เค้าพิเศษเชียว ของเค้าเป็นพลาสติกสีขาวที่มีปลายอีกด้านหนึ่งเป็นเหมือนแปลงที่เอาไว้ขัดซอกฟัน 😘😘
ผมไม่รู้ว่าคนอื่นเค้าคิดยังไงนะ แต่ผมว่าอาหารของร้านเค้าเนี่ยะ มันกินแล้วมันก็ติดฟันจริงๆ การใช้ไหมขัดฟันในร้านต่อหน้าชาวบ้าน มันก็อาจจะดูท่าทางจะเขินๆนิดหน่อย การที่มีแปรงขัดซอกฟันบนไม้จิ้มฟัน ผมว่าเป็นการบริการที่เหนือความคาดหมาย(Beyond expectation) และแสดงออกถึงการเข้าใจและใส่ใจใน Insight ของ ลูกค้าอย่างแท้จริง
ในยุคสมัยที่ข้อมูลความต้องการ ความชอบของลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญ สินค้าหรือบริการต่างหาความแตกต่าง (Product Differentiation) ได้ยากยิ่ง … ผมว่าการที่มีข้อมูล Insight ของลูกค้า แล้วนำมาใช้ได้อย่างถูกวิธี จะเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้แบรนด์มีความแข็งแรง แข็งแกร่ง และจะเห็นได้ว่าต้นทุนอาจจะไม่ได้เพิ่มเลยด้วยซ้ำไป
Bonchon เข้าตลาดเมืองไทยมาด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่าง แน่นอนครับตัวผลิตภัณฑ์ยังคงต้องดีมีคุณภาพ แต่การขยันสร้างความแตกต่างด้านบริการที่เหนือกว่า ที่ตรงใจของผู้บริโภค น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้แบรนด์ Bonchon เป็น Top of mind ของวงการร้านอาหารโดยเฉพาะไก่ทอดได้อย่างไม่น่าสงสัย

เจ๋งจริงครับ Bonchon นับถือๆ



“ซีคอนสแควร์“ -​ จากผู้เล่นระดับ Underdog สู่ตำนานที่ยังมีชีวิตระดับ Hall of Fameย้อนหลังกลับไปเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว ห้...
30/07/2025

“ซีคอนสแควร์“ -​ จากผู้เล่นระดับ Underdog สู่ตำนานที่ยังมีชีวิตระดับ Hall of Fame
ย้อนหลังกลับไปเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว ห้างสรรพสินค้าในเมืองไทยที่ดังๆก็จะมีแค่เซ็นทรัลกับเดอะมอลล์แค่นั้น
แต่แล้วจู่จู่บนถนนศรีนครินทร์ ซึ่งในยุคนั้นก็ต้องถือว่าเป็นถนนตัดใหม่ ที่ออกจะดูบ้านนอกชานเมืองไปนิดนึงด้วยซ้ำ แต่ก็เป็นถนนใหญ่ หลายเลน มีอนาคต ก็ได้เกิดห้างฯแบรนด์ใหม่ขึ้นมา ชื่อว่า”ซีคอนสแควร์”
ซึ่งในยุคนั้น คนทั่วไปจะรู้จัก”ซีคอน” ก็ในฐานะของผู้รับเหมาสร้างบ้าน ยังจำได้คล้ายๆกับเป็นสโลแกนของซีคอนเลยด้วยซ้ำไปว่า ”ซีคอนรับสร้างบ้าน“
ครั้นพอได้ยินข่าวว่าซีคอนมาเปิดห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่มากๆ ณ ตอนนั้นน่าจะใหญ่เป็นอันดับสองของเอเชียเลยทีเดียว ... เอาจริงๆผมว่าหลายคนในตอนนั้นก็คงคิดคล้ายๆกันว่า “ไม่น่าจะรอด 😅😅”
ตอนนั้นพวกห้างฯทั้งหลายที่เปิดกันจำเป็นจะต้องมี Magnet มาใช้เป็นแม่เหล็กเพื่อดึงดูดให้คนมาเที่ยวห้างฯ เพื่อที่จะช่วยให้ร้านค้าต่างๆที่ห้างฯได้ขายหรือปล่อยพื้นที่เช่าไป จะได้มีลูกค้ามาใช้บริการกันให้ได้มากที่สุด ... ซึ่งแน่นอนพอเป็นแบรนด์ใหม่อย่างซีคอนฯ เลยเป็นเรื่องยากเหมือนกันที่จะมีร้านค้าอะไรมาเชื่อใจมาเช่าพื้นที่
ผมจำได้ว่าตอนซีคอนฯเปิดใหม่ๆ เมื่อปี 2537 Magnet ที่ดีที่สุดในเวลานั้นของซีคอนฯ ก็คือโรงภาพยนตร์EGV ที่ชื่อว่า “EGV ซีคอน14” ... ซึ่งยุคนั้นต้องยอมรับว่า EGV เป็นแบรนด์โรงภาพยนตร์ที่ดังมาก เพราะเป็นเจ้าแรกในไทยที่ระบบมัลติเพล็กซ์(มีหลายๆโรงในพื้นที่เดียวกัน) ซึ่งตอนนั้น EGV เค้าก็เปิดที่ฟิวเจอร์พาร์คบางแค ชื่อ “EGV บางแค10“ แล้วก็มาเปิดที่ซีคอนศรีนครินทร์ ซึ่งจุดขายของที่ซีคอน14 คือมีจอขนาดใหญ่ ระบบเสียง THX (พิเศษมากในยุคนั้น)
Magnet อีกอันนึงก็จะเป็นสวนสนุกที่ชื่อว่าโยโย่แลนด์ นัยว่าเพื่อใช้สวนสนุกเป็นแม่เหล็กที่จะดึงดูดเด็กๆเข้ามาเที่ยวห้างฯ(ซึ่งแน่นอน พ่อแม่ต้องเป็นคนพามา) ซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นแบรนด์สวนสนุกที่ไม่มีใครรู้จัก(น่าจะเป็นซีคอนทำเอง)
ในเวลานั้น ผมจำได้ว่าพวก Chain ร้านอาหารดังๆจากต่างประเทศ ก็แทบจะไม่มาลงเลย เหมือนกับว่าจะมีแค่แมคโดนัลด์อยู่เจ้าเดียวเท่านั้น ที่เหลือก็จะเป็น Local Brand แบบมาเปิดเป็นสาขาแรกอะไรแบบนั้น
และก็เป็นธรรมดานะครับ ที่เวลาเปิดห้างสรรพสินค้ามันก็จะต้องมีพื้นพื้นที่ส่วนกลางที่เอาไว้จัดกิจกรรมต่างๆ ซึ่งกิจกรรมที่อยู่ตรงส่วนกลางนี่แหละ ที่ห้างต่างๆใช้สร้างรายได้ สร้างกิจกรรมเพื่อดึงดูดคนเข้ามา เพราะเวลามีคนเข้ามาเยอะๆก็จะเป็นอานิสงส์ให้กับร้านเช่าต่างๆสามารถขายของได้มากขึ้นไปด้วย
พื้นที่เหล่านี้ ตามปกติก็จะมีพวกบริษัท Event Organizer มาเช่า เพื่อจัดงานต่างๆ อาจจะเป็นจัดงานเปิดตัวสินค้า เปิดตัวหนัง เปิดตัวนู่นนี่นั่น งานขายของอะไรก็แล้วแต่
แต่ต้องบอกว่าสำหรับซีคอนศรีนครินทร์ การจะหา Organizer ที่พร้อมจะเสี่ยงมาเช่าพื้นที่เพื่อจัดงานอะไรต่างๆในตอนนั้น เรียกว่าหาไม่ได้เลยดีกว่า ทั้งทั้งที่เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่มากเพราะว่าห้างมีขนาดใหญ่มากๆ แต่กลับไม่มีใครมั่นใจพอที่จะมาจัดงาน เพราะซีคอนสแควร์ ต้องถือว่าเป็นม้านอกสายตามากๆ เป็นห้างระดับ Underdog ในเวลานั้นทึ่แท้ทรู
สิ่งที่ทีมซีคอนฯใช้แก้ปัญหาในเวลานั้นก็คือ เมื่อไม่มีใครมาใช้มาเช่า ก็สร้างทีมงานของตัวเองขึ้นมาเองมันซะเลย เพราะถ้าปล่อยให้พื้นที่ใหญ่ขนาดนั้นรกร้างว่างเปล่า น่าจะทำให้ร้านเช่าที่เช่าอยู่อยู่กันไม่ได้แน่ๆ
เหมือนเคยอ่านว่าเจ้าของห้างฯเค้าก็พาทีมงานที่จะทำอีเวนท์ไปดูงานที่ต่างประเทศ เพราะในต่างประเทศมันมีบางห้างฯครับที่ไม่มี Magnet ประเภทโรงหนัง, สวนสนุก, สระว่ายน้ำ ฯลฯ อะไรต่อมิอะไร แต่ว่าใช้พื้นที่ส่วนกลางนี่แหละเป็น Magnet เป็นแม่เหล็กในการดึงดูดให้คนเข้ามาเที่ยวห้างฯ แต่ผมก็จำไม่ได้นะครับว่าเค้าพากันไปดูงานที่ไหนยังไง แต่ผลจากการพาทีมงานไปดูงานในครั้งนั้น ก็เลยทำให้ทีมงานจัดกิจกรรมของซีคอนสแควร์เกิดมีไอเดียหลากหลาย พร้อมที่จะจัดกิจกรรมเพื่อดึงดูดผู้คนเข้ามาในห้างฯ
กิจกรรมแรกที่อยู่ในความทรงจำ ก็คือการประกวดทีมเชียร์ลีดเดอร์ ซึ่งผมคิดว่าเป็นการเลือกกิจกรรมที่ชาญฉลาดมาก เพราะปกติแล้วเชียร์ลีดเดอร์นี่มันก็จะมีการแข่งขัน หรือประกวดกันอยู่แล้วบ้างตามโรงเรียน ตามสถาบันการศึกษา ซึ่งแน่นอนครับ พอมันเป็นกิจกรรมระดับสถานศึกษา มันก็จะมีทั้งเด็กนักเรียน มีเพื่อนฝูง มีครูบาอาจารย์ มีความเป็นโรงเรียน มีผู้ปกครอง มีคนเยอะมากครับที่จะมาเกี่ยวข้อง และยิ่งเป็นการแข่งขันที่มีผู้แข่งขันในทีมจำนวนมากๆ มันก็ยิ่งสามารถดึงดูดคนจำนวนมากให้เข้ามาในห้างฯได้
ต้องถือว่าการแข่งขันประกวดเชียร์ลีดเดอร์ เป็นลายเซ็นของซีคอนสแควร์เลยด้วยซ้ำไป แม้ว่าหลังๆจะมีอีกหลายห้างฯที่พยายามก๊อปปี้ความสำเร็จนี้ไปทำ แต่ถ้าพูดถึงการประกวดเชียร์ลีดเดอร์ ซีคอนสแควร์ก็จะถูกนึกถึงเป็นชื่อแรก
หลังจากนั้นซีคอนฯก็จะจัดกิจกรรมเรื่อยมา และเป็นการจัดโดยทีมจัดกิจกรรมของซีคอนฯเอง ไม่ได้ว่าจ้างใครอีกเลย ได้ยินมาว่าทีมจัดกิจกรรมส่วนกลางของซีคอนฯ ซึ่งบริหารทั้งซีคอนศรีนครินทร์ และซีคอนบางแค มีทีมงานระดับ 100 กว่าคนเลยทีเดียว และรับผิดชอบการจัดกิจกรรมตลอดทั้งปีโดยแทบจะไม่มีวันหยุดเลย
กิจกรรมของซีคอนฯ ขึ้นชื่อลือชาว่ามีความน่าสนใจ มีความแปลก แตกต่าง ยิ่งใหญ่ ตามสูตรการจัดงานอีเว้นท์ “แปลก-ใหม่-ใหญ่-ดัง” แถมหลังๆยังมีกิจกรรมส่วนกลางหลายๆอันที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกร ดึงดูดผู้คนให้หลั่งไหลมาเข้าร่วม ถึงขนาดที่ต้องขายบัตรเข้าสถานที่กันเลยทีเดียว
จึงไม่น่าแปลกใจนะครับว่า ซีคอนสแควร์ที่มีเจ้าของเป็นคนรับสร้างบ้าน จะเข้ามาบริหารห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่มากๆเพียงสองแห่ง แต่กลับอยู่มาได้ยาวนานถึง 30 กว่าปี ผ่านร้อน ผ่านหนาว ฝ่าวิกฤติมานับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะน้ำท่วม แผ่นดินไหว ม๊อบ โรคร้าย ฯลฯ ทุกอย่างซีคอนฯผ่านมาได้ทั้งหมด
และถ้าคุณไปเดินดูซีคอนฯในเวลานี้ คุณจะพบว่าร้านส่วนใหญ่ เป็นร้านฯที่อยู่มาตั้งแต่ต้น ที่เพิ่มมาก็คือแบรนด์ดังๆจากต่างประเทศนี่ต้องเรียกว่ามีแทบทุกแบรนด์
วันนี้ผมมีโอกาสได้ไปเดินเที่ยวซีคอนฯ ศรีนครินทร์ หลังจากที่ไม่ได้ไปมาสักพักนึง แล้วก็เห็นกิจกรรมที่เค้าจัดเป็น Theme แบบล้านนา (ตามรูปเลยครับ) มันไม่ใช่แค่การออกร้านขายของเหนือตามปกติธรรมดาทั่วๆไป แต่มีการจัดการแสดงโชว์บนเวที มีนิทรรศการ มีพิธีพื้นบ้าน มีการกินขันโตก ฯลฯ บรรยากาศเหมือนกับเราไปเที่ยวเมืองเหนือจริงๆยังไงหยั่งงั้นเลยทีเดียว
สิ่งนี้คงเป็นข้อพิสูจน์ว่า ม้านอกสายตาอย่างซีคอนฯ ได้อาศัยความใจสู้ ความใจถึง ความคิดสร้างสรรค์ และความตั้งใจจริง เปลี่ยนสถานะตัวเองจาก Underdog มาอยู่ในหอเกียรติยศระดับตำนานที่ยังมีชีวิต ของผู้เล่นในอุตสาหกรรมห้างสรรพสินค้าของไทยได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ซีคอนรับสร้างบ้าน นายแน่มาก



"iberry group" - ความเหนือกว่าที่มองเห็นได้ด้วยสายตาผมว่าหลายหลายคนก็คงเห็นเหมือนกันว่าร้านอาหารในเครือ iberry group ของ...
17/07/2025

"iberry group" - ความเหนือกว่าที่มองเห็นได้ด้วยสายตา
ผมว่าหลายหลายคนก็คงเห็นเหมือนกันว่าร้านอาหารในเครือ iberry group ของคุณปลา ประสบความสำเร็จอย่างมากมาย เรียกได้ว่าเกือบจะทุกแบรนด์ที่ออกมาภายใต้เครือฯนี้ ล้วนแต่ขายดี มีคนรอคิว ขยายสาขามากมายไปหมด
เรื่องราวของความสำเร็จ เรื่องราวของการทำงานของคุณปลาและทีมงาน ผมว่าคงมีหลายคนมาสัมภาษณ์ไปนำเสนอทั้งรูปแบบของวิดีโอ และบทความกันเยอะอยู่ ผมเองก็ได้ฟังได้ดูแล้วก็อดชื่นชมไม่ได้
แต่สิ่งที่ผมเห็น และสัมผัสเองในวันนี้ ยิ่งเป็นเครื่องตอกย้ำถึงปัจจัยแห่งความสำเร็จที่ทาง iberry group ได้รับอยู่นี้ ว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ไม่ใช่เรื่องที่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่มันเป็นเรื่องของการที่พยายามจะเพิ่มพัฒนาขีดความสามารถในการให้บริการอย่างจริงจัง ใครๆก็รู้ว่าการทำร้านอาหารให้ประสบความสำเร็จได้นั้น อาหารต้องอร่อย แต่นอกจากอาหารอร่อยซึ่งทุกคนก็คงยอมรับว่าร้านในเครือฯนี้เค้าอร่อยจริงอร่อยจัง แม้ว่าราคาจะสูงมาก แต่คนก็ยังแห่ไปใช้บริการกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ปัจจัยเรื่องการให้บริการก็คือหัวใจสำคัญของธุรกิจร้านอาหารด้วยเช่นกัน
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ร้านอาหารในเครือฯนี้เค้าให้บริการชนิดที่เรียกว่าเหนือชั้นกันเลยทีเดียว บริการที่ลูกค้าได้รับนั้นมีมาตรฐานเหมือนกันหมดในทุกๆสาขาที่ไป แต่ก่อนเรามักจะพูดถึงแบรนด์ต่างประเทศเท่านั้นที่จะทำแบบนี้ได้ แต่สำหรับแบรนด์ของคนไทย แบรนด์ในเครือฯนี้เค้าพิสูจน์ให้เห็นว่าเค้าก็ทำได้
วันนี้ผมมีโอกาสได้ไปใช้บริการร้าน“รสนิยม” ซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์ของ iberry group ซึ่งปกติผมก็ใช้บริการแบรนด์นี้อยู่เนืองๆ แต่วันนี้ให้บังเอิญว่าไปนั่งอยู่ในจุดที่ใกล้มากๆกับเคาท์เตอร์ของผู้จัดการร้าน จริงๆโต๊ะนี้เค้าติดป้ายจองไว้ แต่เนื่องจากผมมาคนเดียวแล้วโต๊ะมันก็เป็นโต๊ะที่ว่างอยู่โต๊ะเดียว เค้าก็เลยให้ไปนั่ง ผมว่าจริงๆแล้วมันไม่มีใครจองหรอก แต่เขาตั้งป้ายจองไว้เพราะว่าไม่ต้องการให้คนมานั่งใกล้ผู้จัดการร้านมากขนาดนั้น
วันนี้ก็เลยได้สังเกตุเห็นว่าตัวผู้จัดการมีหูฟังติดอยู่ เอาจริงๆก็อาจจะเคยเห็นมานานแล้วแต่ว่าไม่ได้สังเกตว่ามันสำคัญยังไง แต่ที่วันนี้สังเกตุเห็นเพราะรู้สึกว่าได้ยินผู้จัดการในขณะที่ทำงานบนเคาน์เตอร์ของเค้าอยู่อย่างขมักเขม่นนั้น เค้าก็คุยกับพนักงานในร้านไปด้วยผ่านทางหูฟัง small talk นั่นแหละ ซึ่งในประโยคที่เค้าพูดคุยกันนั้น มันเป็นประโยคที่เขาสอนพนักงานของเขาที่กำลังให้บริการลูกค้าอยู่ในบริเวณอื่น ซึ่งไม่ได้ใกล้กับที่ผมนั่งอยู่ ผมเลยสะกิดใจขึ้นมาว่า โอ้โห!นี่มันเป็นการมอนิเตอร์การทำงานควบคู่ไปกับการฝึกพนักงานให้สามารถให้บริการได้ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้แบบ 100%
ผมกวาดตามองไปทั่วทั้งร้าน ก็เลยได้เห็นว่าพนักงานทุกคนมีหูฟังแบบนี้หมดทุกคน ก็เลยแอบฟังเค้าคุยกันต่อ 555 ผู้จัดการนอกจากไกด์น้องคนนั้นแล้ว ก็ยังสามารถเข้าไปครอบครองปัญหาทันทีที่สังเกตว่าอาจจะกำลังมีความวุ่นวายเล็กๆเกิดขึ้น ซึ่งก่อนจะมีอะไรเกิดขึ้น ผู้จัดการก็เข้าถึงโต๊ะแล้ว และสามารถครอบครองปัญหาได้โดยที่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ผมว่าจุดนี้นี่เองครับที่ทำให้เกิดการบริการที่เรียกว่าเหนือชั้น ผู้จัดการสามารถรู้ถึงความเคลื่อนไหวของทั้งร้าน พนักงานก็เหมือนกับมีพี่เลี้ยงที่คอยประกบอยู่ตลอดเวลา นอกเหนือจากเรื่องที่จะต้องทำตามระเบียบปฏิบัติที่ได้รับการฝึกมาแบบเป๊ะเป๊ะแล้ว ก็ยังเหมือนมีคนที่คอยให้ความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลาอีกด้วย
นี่คือเรื่องที่ได้เห็นกับตาในวันนึ้ จึงไม่ต้องแปลกใจครับว่าทำไมความสำเร็จของ iberry group ที่เราเห็นจึงเกิดขึ้นได้ ซึ่งสุดท้ายแล้วร้านอาหารก็คือธุรกิจบริการ ใครที่ทำธุรกิจนี้อยู่ก็ต้องให้ความสำคัญกับการบริการ ต้องบริการดี ดีอยู่แล้วก็ต้องดีขึ้น และต้องดีขึ้นมากๆ จึงจะถือว่าเป็นผู้ชนะที่แท้จริงครับ

เก่งจริงครับ คุณปลา iberry


#รสนิยม

ที่อยู่

Bangkok
10250

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ OldieMarketingผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์