03/10/2026
ในมุมของนักธุรกิจหมื่นล้านที่ผ่านบาดแผลมาแล้วหลายรอบ ย้ำว่าสิ่งที่ทำให้ธุรกิจอยู่รอดระยะยาว อาจไม่ใช่ความเร็ว แต่คือการสร้างของที่มี "มูลค่าจริง" และ "ทำซ้ำ" ได้นานพอ
คลิปนี้ทรงคุณค่าอีกเช่นเคย "คุณต้น" นักธุรกิจหมื่นล้านเล่าถึงเส้นทางการสร้างตัวว่าในความเป็นจริงนั้น “ไม่มีทางลัด”
คำว่า “รวยเร็ว” ไม่มีในพจนานุกรมของคุณต้น เพราะความรวยต้องอาศัยการสร้างความมั่งคั่ง วินัย อดทน และคีย์เวิร์ดสำคัญคือ “การทำซ้ำในระยะยาว” ได้
ใครอยากสร้างตัวเป็นวัยรุ่นพันล้าน ต้องดู!
ขั้นตอนการสร้างตัวควรเริ่มต้นจากงานประจำก่อน เข้าไปฝึกความอดทน ขยัน มีวินัย ขณะเดียวกันก็ต้องรู้จักสะสมเงินออม ประสบการณ์วิชาชีพและ คอนเนคชั่น
ระหว่างทางต้องลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินต่างๆ เช่น หุ้น, ทองคำ ฯลฯ เพื่อรักษาเงินต้นและสร้างผลตอบแทน
เมื่อมีประสบการณ์แล้ว ก็ลองขยับมาทำธุรกิจที่สร้าง "มูลค่าที่แท้จริง" ที่สามารถแก้ปัญหาให้ผู้คนได้จริง เน้นเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยการสร้างรายได้จากกำไรและปันผล (Cash Flow) ที่มาจากผลกำไรจริง
อจ เอ็ม จึงยิงคำถามต่อเนื่องที่น่าสนใจ ในวงการสตาร์ตอัป
ยุคนี้เวลาคุยกัน มักเน้นธุรกิจแนวสตาร์ตอัปที่เน้นขยายขนาด อัดเงินทุน (Burn)โดยไม่รู้ว่ามีรายได้จริงหรือไม่แต่ทำให้ Valuation สูงระดับพันล้านหมื่นล้านแล้วก็นำไปขายต่อ (Exit) แบบนี้ใช่ทางออกสำหรับคนที่อยากมีพันล้านหรือไม่?
คุณต้นยิงคำถามกลับสะกิดใจ…ต้องเลือกก่อนว่า
"อยากทำธุรกิจ หรืออยากเล่นการพนัน"
”อยากโตอย่างยั่งยืน หรือแค่โตเอาชื่อเสียง”
การทำสตาร์ตอัปยุคใหม่ที่อัดเงินทุน ปั่นยอดและมูลค่าให้สูงๆ ทั้งที่ยังไม่มีรายได้หรือผลกำไรจริง มีเป้าหมายให้เป็นเรื่องเล่าสร้างภาพ (Strawberry Story) เพื่อปั่นราคา แล้วขายบริษัททิ้งเอาเงินก้อนเร็วๆ แบบนี้คุณต้นมองว่าเหมือน "การเล่นการพนัน"
พร้อมฝากประโยคน่าคิด... "ถ้าธุรกิจมันดีจริงและสร้าง Cash Flow ได้จริง จะขายทำไม?" และ "ไม่เคยมีใครที่ขายของที่ดีแล้วจะรวยกว่าคนที่ถือของที่ดีเอาไว้"
การตั้งเป้าทำธุรกิจเพื่อจะ "ขายทิ้ง" ตั้งแต่แรกจึงเป็นเรื่องของความเปราะบางและความเสี่ยง ไม่ใช่การสร้างความมั่งคั่งที่มั่นคง
เปรียบเหมือนคนที่ขับรถ 60 กม./ชม.สม่ำเสมอไปอีก 40 ปี ยังไงก็ไปได้ไกลและถึงเป้าหมายได้ดีกว่าคนที่เหยียบ 300 กม./ชม. ภายใน 1 ปีแล้วขายรถทิ้ง รถก็จอดอยู่ตรงนั้นแล้วไปต่อไม่ได้ เพราะ "ความเร็วคือความเปราะบางและความเสี่ยง"
มาดูโอกาสบ้าง นี่คือกลุ่มธุรกิจแห่งอนาคตสำหรับคนรุ่นใหม่ที่น่าสนใจ
1.Human Social Infrastructure
ธุรกิจอะไรก็ได้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาคน พัฒนาชีวิต และพัฒนาความเป็นอยู่ของผู้คนทุกช่วงวัย เช่น ธุรกิจด้านการศึกษา การดูแลผู้สูงอายุ พัฒนาการเด็กเล็ก สุขภาพ และบริการดูแลจิตใจ
ทำไมน่าสนใจ เพราะเป็นกลุ่มธุรกิจที่ต้นทุนต่ำสามารถทำผลตอบแทนได้สูง และขยายผลได้ดี
อจ เอ็ม ที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจเกี่ยวกับการศึกษาและการพัฒนาชีวิตคน ได้ตั้งข้อสังเกตถึงภาพจำและมุมมองในแง่ลบของสังคมเกี่ยวกับการ "ขายคอร์สเรียน" หรือ "ไลฟ์โค้ช" ว่ามันเป็นยังไงกันแน? มันควรจะทำหรือไม่ควรจะทำ?
คุณต้นมองว่า ตัวธุรกิจการสอนไม่ได้ผิดอะไรเลย แต่คนเรียนต่างหากต้องแยกให้ออกว่าคนที่ไปเรียนด้วยนั้น "เขาสำเร็จจริง หรือเขาแค่พรีเซนต์ หรือพูดได้ดี" เพราะในบรรดาคนสอน 100 คน อาจมีคนที่ประสบความสำเร็จจริงน้อยกว่า 1 คน
2.Ecosystem Creator
การทำธุรกิจแบบเชื่อมโยงกันเป็นระบบนิเวศ ไม่จำเป็นต้องสร้างเองทั้งหมด แต่สามารถนำธุรกิจของตนเองไปเชื่อมต่อกับ Ecosystem ของผู้อื่นได้ คุณต้นยังย้ำว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ถึงจะทำได้ เช่น ร้านไก่ย่างก็สามารถไปเชื่อมต่อเข้ากับ Ecosystem ของผู้อื่นเพื่อเติบโตไปด้วยกันได้
3.ศาสตร์การลงทุน (Enter & Exit)
ในหมวกที่เราเป็นนักลงทุน ต้องเข้าใจมูลค่าที่แท้จริงเพื่อ "เข้าซื้อ" เมื่ออ่านออกว่าสินทรัพย์นั้นๆ เช่น หุ้น, อสังหาฯ มีราคาตลาดต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง และ "ขายออก" เมื่อราคาตลาดสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริงเพื่อล็อกผลกำไรส่วนต่าง
4.การนำเทคโนโลยี/AI มาประยุกต์ใช้ (Commercial Use)
ไม่ใช่การที่เราจะต้องสร้างเทคโนโลยีใหม่ แต่เป็นการนำ AI หรือ Software ที่มีอยู่แล้วมาปรับใช้แก้ปัญหา เพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มรายได้ให้ธุรกิจ
ก่อนทิ้งท้ายคมกริบ!
คนที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงจะใช้เวลา 90% ในชีวิตหรือกว่า 40 ปีไปกับการเรียนรู้ และใช้เวลาอีก 10% เพื่อเก็บเกี่ยวผลตอบแทน
#แอดมินช่า
ที่มา : คนรุ่นใหม่ในวันนี้ จะมีพันล้านได้อย่างไร? | The Unspoken EP6
https://www.youtube.com/watch?v=0F2EB7ojH1k
#สตาร์ตอัป #เศรษฐีหมื่นล้าน #วัยรุ่นพันล้าน