25/09/2026
การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ลุยน้ำหรือเผชิญเหตุการณ์น้ำท่วม แม้ว่าตัวแบตเตอรี่แรงดันสูง (High-Voltage Battery) และมอเตอร์ของรถ EV จะถูกออกแบบมาให้มีซีลกันน้ำและระบบตัดไฟอัตโนมัติที่ได้มาตรฐาน (โดยทั่วไปผ่านมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP67 หรือสูงกว่า) ทำให้ไม่เกิดอันตรายจากไฟดูดผู้โดยสารภายในรถทันทีเมื่อขับผ่านน้ำขังตื้นๆ
อย่างไรก็ตามเราไม่แนะนำให้ขับรถลุยน้ำท่วมสูงด้วยความประมาท เนื่องจากมีความเสี่ยงด้านความเสียหายของตัวรถและระบบควบคุมอื่นๆ (เช่น ระบบไฟแรงดันต่ำ 12V, ระบบบังคับเลี้ยว, ช่วงล่าง) รวมถึงความเสี่ยงเรื่องกระแสน้ำเชี่ยว
ข้อแนะนำและแนวทางการรับมือมีดังนี้
1. ระหว่างขับขี่ ก่อนและขณะลุยน้ำ
ประเมินระดับน้ำ หากจำเป็นต้องขับผ่าน หลีกเลี่ยงเส้นทางที่น้ำท่วมสูงเกิน "กึ่งกลางล้อ หรือประมาณ 30-40 เซนติเมตร" หากน้ำสูงเกินขอบประตูหรือมิดดุมล้อ ไม่ควรฝืนขับลุยเด็ดขาด ให้เปลี่ยนเส้นทางทันที
ใช้ความเร็วต่ำและสม่ำเสมอเพื่อลดแรงกระแทกและการเกิดคลื่นน้ำ ซัดเข้าไปในห้องเครื่อง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หรือดันน้ำเข้าสู่ระบบระบายอากาศของแบตเตอรี่
หลีกเลี่ยงการหยุดรถกลางน้ำ จอดแช่ในเส้นทางน้ำท่วม โดยเฉพาะบริเวณที่การจราจรติดขัด เพราะเสี่ยงต่อน้ำซึมเข้าสะสมเป็นเวลานาน
ปิดระบบปรับอากาศ (ถ้าจำเป็น) การปิดแอร์ขณะลุยน้ำช่วยลดความเสี่ยงที่พัดลมแอร์จะดูดความชื้นหรือพาน้ำเข้าไปกระทบกับชิ้นส่วนไฟฟ้าของรถ
ระวังสิ่งกีดขวางใต้น้ำ เช่น หลุมบ่อ ฝาท่อ หรือเศษเหล็ก ซึ่งอาจกระแทกเข้ากับชุดแบตเตอรี่ใต้ท้องรถอย่างรุนแรงจนเกิดความเสียหายภายในได้
2. ข้อควรปฏิบัติหลังการลุยน้ำ
เมื่อพ้นจากจุดน้ำท่วมแล้ว ให้ลองเหยียบเบรกเบาๆ เป็นระยะเพื่อไล่น้ำและเช็กประสิทธิภาพของผ้าเบรกว่ายังทำงานเป็นปกติหรือไม่
สังเกตไฟเตือนบนหน้าจอ ตรวจเช็กดูว่ามีสัญลักษณ์เตือนความผิดปกติของระบบไฟฟ้า ระบบฉนวนไฟฟ้าแรงสูง หรือระบบเบรกแสดงขึ้นมาหรือไม่
หากรถเพิ่งลุยน้ำมาหรือมีความชื้นสูง หลีกเลี่ยงการชาร์จไฟทันที ห้ามเสียบสายชาร์จเด็ดขาด ควรปล่อยให้ตัวรถและบริเวณพอร์ตชาร์จแห้งสนิทเสียก่อน
3. กรณีรถจมน้ำ หรือถูกน้ำท่วมสูงเป็นเวลานาน
ห้ามเปิดระบบ "Ready" หรือพยายามสตาร์ทรถ เพราะอาจทำให้เกิดการลัดวงจรในระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำหรือระบบควบคุม ไม่ควรพยายามขับต่อหากน้ำท่วมสูงถึงห้องโดยสารหรือตัวรถจมน้ำ
ระวังความเสี่ยงของแบตเตอรี่ (Thermal Runaway) แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่แช่น้ำเป็นเวลานาน โดยเฉพาะน้ำเค็มอาจมีความเสียหายภายในที่ส่งผลให้เกิดผลกระทบในภายหลัง
จอดแยกในที่โล่ง หากรถผ่านน้ำท่วมขังสูงมาและปลอดภัยพอที่จะเคลื่อนย้าย ให้จอดไว้ในพื้นที่โล่งแจ้ง ห่างจากตัวอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างน้อย 15 เมตร เพื่อป้องกันความเสี่ยงเรื่องอัคคีภัยจากแบตเตอรี่ที่อาจเกิดขึ้นหลังจากนั้น
ประสานงานบริษัทประกันภัยหรือศูนย์บริการเพื่อนำรถขึ้นรถสไลด์ นำส่งศูนย์บริการเพื่อให้ช่างผู้ชำนาญตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่ด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง ห้ามขับหรือลากจูงโดยล้อแตะพื้น เว้นแต่คู่มือรถรุ่นนั้นๆ จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น
R.S.K.Rescue Equipment
R.S.K.Safety & Training Center