09/08/2021
❤️🩹
โควิด-19 ยังพุ่งไม่หยุด ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 21,839 ราย เสียชีวิต 212 ราย กว่า 93% ของผู้เสียชีวิต เป็นกลุ่มสูงวัยและโรคประจำตัว และ กว่า 172 ราย ยังไม่เคยได้รับวัคซีนโควิด-19 ขณะที่ผลการตรวจ ATK ทั่วประเทศ พบเป็นผลบวก 6,026 ราย
วันนี้ (7 ส.ค. 64) ที่ กระทรวงสาธารณสุข นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค แถลงข่าวผ่านระบบออนไลน์ อัพเดทสถานการณ์วัคซีนโควิด 19 โดยระบุถึงสถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน ว่า ขณะนี้ทั่วโลกอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 95,205 คน เสียชีวิต 9,923 คน คิดเป็น 2.12% สหรัฐฯ มีผู้ป่วยเสียชีวิตค่อนข้างมาก ผู้ป่วยใหม่ 113,584 ราย เสียชีวิต 720 ราย ขณะที่ สหราชอาณาจักร มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 31,808 ราย ประเทศเพื่อนบ้านไทย อาทิ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ยังพบการติดเชื้อค่อนข้างมาก
สัดส่วนผู้ป่วยและเสียชีวิตต่อประชากร 1 ล้านคน พบว่า สหรัฐฯ มีอัตราการป่วย 109,357 รายต่อล้านประชากร มากกว่าไทย 10 เท่า ซึ่งอยู่ที่ 10,211 รายต่อล้านประชากร หากดูสัดส่วนอัตราการเสียชีวิตสหรัฐฯ 1,899 รายต่อล้านประชากร มากกว่าไทย 22-23 เท่า ไทยอยู่ที่ 84 รายต่อล้านประชากร
ภาพรวมของสหรัฐฯ มีการระบาดของเดลต้าในหลายรัฐ พบว่ามีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น สำหรับในยุโรป ที่มีการระบาดเดลต้า เช่นกัน และอยู่ในช่วงขาขึ้นบางประเทศ ต้องติดตามต่อเนื่องว่าประเทศที่มีการฉีดวัคซีนกว่า 50% ทำให้ผู้เสียชีวิตและติดเชื้อน้อยลงหรือไม่ ขณะที่ สหราชอาณาจักร แนวโน้มผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตมีแนวโน้มลดลง
📌 10 ประเทศที่ฉีดวัคซีนมากที่สุด
ข้อมูลจาก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ข้อมูล ณ วันที่ 6 ส.ค. 64 พบว่า ทั่วโลกฉีดไปทั้งหมด 4,320 ล้านโดส โดย 10 ประเทศ ที่มีการฉีดวัคซีนมากที่สุด ได้แก่
▫️ จีน
▫️ อินเดีย
▫️ สหรัฐอเมริกา
▫️ บราซิล
▫️ ญี่ปุ่น
▫️ เยอรมนี
▫️ สหราชอาณาจักร
▫️ ฝรั่งเศส
▫️ ตุรกี
▫️ อินโดนีเซีย
สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย มีสัญญานที่ดีในเชิงบวก เนื่องจากพบ ผู้ป่วยหายป่วยกลับบ้าน 21,108 ราย ขณะที่ผู้ป่วยรายใหม่ 21,839 ราย เสียชีวิต 212 ราย ขณะที่การตรวจ Antjgen Test Kit ATK ทั่วประเทศ (20 ก.ค. - 6 ส.ค. 64) พบเป็นผลบวก 6,026 ราย
ในพื้นที่กทม. พบว่า สัดส่วนผู้ที่ตรวจและมีผลบวกเฉลี่ย 10% แปลว่าตรวจ 100 คน ผู้มผลบวก 10 คน และหากสถานการณ์เป็นแบบนี้และเปอร์เซ็นต์การติดเชื้อลดลงเรื่อยๆ จะเป็นสถานการณ์ที่ดีว่า การฉีดวัคซีนมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดการแพร่เชื้อในบ้านลดลง
สำหรับตัวเลขคาดการณ์จากโมเดลการติดเชื้อและเสียชีวิตจากโควิด หากเริ่มล็อกดาวน์ 20 ก.ค.-31 ส.ค. ประมาณ 1 เดือนกว่า มีประสิทธิภาพ 20% คาดการณ์ว่าจะมีผู้ป่วยกว่า 39,953 ราย ในสิ้นเดือน ส.ค. และอีกตัวเลขคาดการณ์ล็อกดาวน์มีประสิทธิภาพ 25% นาน 2 เดือน ประกอบกับเร่งฉีดวัคซีนผู้สูงอายุถึงเป้าหมายใน 1-2 เดือนก็จะช่วยให้ผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงเหลือ 12,000 ราย
ขณะที่สถานการณ์จริงขณะนี้มีการติดเชื้อราว 2 หมื่นราย แสดงว่าสถานการณ์ล็อกดาวน์มีประสิทธิภาพตรง 20% ดังนั้น การเร่งฉีดวัคซีนตอนนี้ยังไม่ออกผล จนกว่าจะฉีดจนครบถ้วนได้มากกว่านี้
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/953445?anm=
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
-------------------------------
ติดตาม "กรุงเทพธุรกิจ" ผ่านช่องทางต่างๆ ได้ที่
Line: https://line.me/R/ti/p/%40rvb8351i
Twitter: https://twitter.com/ktnewsonline
Website : http://www.bangkokbiznews.com
Youtube: https://www.youtube.com/user/KrungthepTurakij
Blockdit : https://www.blockdit.com/bangkokbiznews
Instagram: https://www.instagram.com/bangkokbiznews
Tiktok : https://www.tiktok.com/
Soundcloud: https://soundcloud.com/njqvvip1pkff
Spotify: https://qrgo.page.link/CHpWR