ล้อหมุนทั่วไทย

ล้อหมุนทั่วไทย ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ล้อหมุนทั่วไทย, โฆษณา/การตลาด, 78/172, Khlong Sam Wa.

ล้อหมุน คือรายการข่าวและสารคดียานยนต์ ที่นำเสนอข่าวรถยนต์ การทดสอบรถ การเดินทางท่องเที่ยว และการพัฒนาชุมชน พร้อมสาระรอบด้านด้านเศรษฐกิจ ประกันภัย และตลาดรถยนต์–จักรยานยนต์ ครอบคลุมทั้งนโยบายภาครัฐและการใช้งานจริงของประชาชน

18/06/2026

ล้อหมุนทั่วไทย One Day Trip

✨ 1 วัน เที่ยวครบ จบที่สมุทรสาคร ✨

🙏 ไหว้ศาลหลักเมือง เสริมสิริมงคล
🌴 สูดโอโซนกลางสวนมะพร้าวที่บ้านแพ้ว
🍫 ชิมช็อกโกแลตคราฟต์รางวัลระดับโลก
🍜 ตะลุยร้านดัง อิ่มอร่อยอาหารท้องถิ่น
🦐 แวะตลาดมหาชัย ชมวิถีเมืองประมง

🌊 เมืองใกล้กรุงที่รวมทุกความสุขไว้ในวันเดียว

#สุขทันทีที่เที่ยววิถีถิ่นสมุทรสาคร
แล้วออกไปค้นพบเสน่ห์เมืองน่าเที่ยวใกล้กรุงด้วยกัน

📍สมุทรสาคร
#ล้อหมุนทั่วไทย
#เที่ยวภาคกลาง #สมุทรสาคร
#สุขทันทีที่เที่ยวไทย

✨👉🏿วช. แถลงความสำเร็จสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมไทยคว้ารางวัลเวทีนานาชาติ INTARG® 2026 คว้ารางวัล The Best Foreign Innovation A...
18/06/2026

✨👉🏿วช. แถลงความสำเร็จสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมไทยคว้ารางวัลเวทีนานาชาติ INTARG® 2026 คว้ารางวัล The Best Foreign Innovation Award ณ สาธารณรัฐโปแลนด์

วันที่ 17 มิถุนายน 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการแถลงข่าวผลงานสิ่งประดิษฐ์ไทยที่ได้รับรางวัลจากเวทีการประกวดระดับนานาชาติ “The 19th International Inventions and Innovations Show” (INTARG® 2026) ณ เมืองคาโตไวซ์ สาธารณรัฐโปแลนด์ โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร นักวิจัย และสื่อมวลชน เข้าร่วมกิจกรรม ณ ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศกลางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ อาคาร วช. 8 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. จัดแถลงข่าวเผยแพร่ความสำเร็จของนักประดิษฐ์ไทยที่ได้เข้าร่วมประกวดและจัดแสดงผลงานในเวที INTARG® 2026 ณ สาธารณรัฐโปแลนด์ โดยปีนี้ประเทศไทยส่งผลงานเข้าร่วมจำนวน 24 ผลงาน จาก 13 หน่วยงาน และเป็นที่น่ายินดีที่นักประดิษฐ์ของไทยสามารถคว้ารางวัล The Best Foreign Innovation Award ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของงาน และได้รับรางวัล Platinum Award จำนวน 2 รางวัล ซึ่งเป็นรางวัลสำคัญของงาน รวมทั้งได้รับรางวัลพิเศษจาก Eurobusiness Poland อีก 3 รางวัล แสดงศักยภาพของนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยในการพัฒนานวัตกรรมที่มีมาตรฐานระดับสากล

ภายในงาน มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ “Unlocking Value, Creating Opportunity:
นวัตกรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” โดย ผู้ได้รับรางวัลจากการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมจากเวที INTARG® 2026 ได้แก่
* ผลงานเรื่อง “นวัตกรรมการสกัดอัลบูมินบริสุทธิ์จากพลาสมาขุ่นขาวที่เหลือทิ้งเพื่อยกระดับการรักษาในสุนัข” โดย รองศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.ศยามณ ศรีสุวัฒนาสกุล แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับรางวัล The Best Foreign Innovation Award
* ผลงานเรื่อง “โปรแกรมคัดกรองต้อหินป้องกันตาบอด” โดย รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ แห่ง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับรางวัล Platinum Award
* ผลงานเรื่อง “CarbonCap: แพลตฟอร์มตรวจวัด และซื้อขายคาร์บอน stock แบบอัตโนมัติด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ แห่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้รับรางวัล Platinum Award

การจัดแถลงข่าวครั้งนี้ วช. มุ่งเน้นการส่งเสริมและสนับสนุนนักวิจัยและนักประดิษฐ์ไทยให้สามารถพัฒนาผลงานสู่เวทีนานาชาติ สร้างการยอมรับในระดับสากล และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ประเทศไทยในเวทีนานาชาติ
#สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
#ล้อหมุนทั่วไทย
#เจ๊พิมพ์ล้อหมุนทั่วไทย

 #ข่าวสั้นวันนี้  กทพ. ดำเนินการเคลื่อนย้ายรถบรรทุกบรรทุกบ้านน็อกดาวน์กีดขวางด่านฯ บางแก้ว ทางพิเศษบูรพาวิถี พร้อมอำนวยค...
17/06/2026

#ข่าวสั้นวันนี้
กทพ. ดำเนินการเคลื่อนย้ายรถบรรทุกบรรทุกบ้านน็อกดาวน์กีดขวางด่านฯ บางแก้ว ทางพิเศษบูรพาวิถี พร้อมอำนวยความสะดวกการจราจร

วันนี้ (17 มิถุนายน 2569) เวลาประมาณ 06.30 น. การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้รับแจ้งเหตุรถบรรทุก 6 ล้อบรรทุกบ้านน็อกดาวน์ที่มีความสูงเกินกว่าที่กำหนด พยายามใช้ทางพิเศษและเกิดติดค้างบริเวณด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษบางแก้ว ทางพิเศษบูรพาวิถี ขาออก มุ่งหน้าชลบุรี ส่งผลให้ต้องปิดช่องเก็บค่าผ่านทางชั่วคราว 1 ช่อง

จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้การจราจรติดขัด โดยมีรถสะสมต่อเนื่องบนทางพิเศษกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันออก) สาย 9 และทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี–สุขสวัสดิ์) ที่มุ่งหน้าเข้าสู่ทางพิเศษบูรพาวิถี ขาออก เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ กทพ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งอำนวยความสะดวกด้านการจราจร พร้อมประชาสัมพันธ์แจ้งผู้ใช้ทางทราบ

และต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 08.12 น. เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายรถบรรทุกคันดังกล่าวออกจากพื้นที่ โดยนำรถย้อนกลับไปทางมอเตอร์เวย์ เพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์และเปิดการจราจรให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

ในการนี้ เจ้าหน้าที่ กทพ. และตำรวจทางด่วน นำผู้ขับขี่พร้อมรถคันดังกล่าว ส่งศูนย์จัดการจราจรบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อออกหนังสือคำสั่งเปรียบเทียบปรับ เป็นที่เรียบร้อย


---------------------------------------------
“องค์กรนวัตกรรมเพื่อการเดินทาง และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
Innovation for better drive and better life”
#ล้อหมุนทั่วไทย
#วีล้อหมุน
#เจ๊พิมพ์ล้อหมุนทั่วไทย
.com
#งานของคนกระจอก
.lormhuntuathai.com

 #ข่าวสั้นวันนี้  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง บรรเทาทุกข์ ส่งต่อกำลังใจ มอบเงินช่วยเหลือพร้อมสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น เยียวยาผู้ปร...
17/06/2026

#ข่าวสั้นวันนี้
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง บรรเทาทุกข์ ส่งต่อกำลังใจ มอบเงินช่วยเหลือพร้อมสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น เยียวยาผู้ประสบอัคคีภัยบริเวณชุมชนวัดบรมนิวาส ถนนพระรามที่ 6 ซอย 15 รวมงบประมาณกว่า 8 แสนบาท เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ บริเวณโรงเรียนวัดสระบัว เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
ตามที่ได้เกิดอัคคีภัยบริเวณชุมชนวัดบรมนิวาส ถนนพระรามที่ 6 ซอย 15 เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเพลิงไหม้ในครั้งนี้ได้สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยเมื่อเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่แผนกบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายปฏิบัติการ ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือในทันที หลังจากเพลิงสงบได้นำข้าวต้มพร้อมน้ำดื่มแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบอัคคีภัย รวมทั้งเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย ฝ่ายสาธารณภัย ตั้งจุดลงทะเบียนเพื่อเตรียมการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยต่อเนื่องทันที
วันนี้ (วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.30 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ นายอรัณย์ โตทวด ผู้จัดการใหญ่ และนางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล รักษาการผู้จัดการฝ่ายสาธารณภัย นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย ฝ่ายสาธารณภัย และ แผนกบรรเทาสาธารณภัย ฝ่ายปฏิบัติการ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยบริเวณชุมชนวัดบรมนิวาส ถนนพระรามที่ 6 ซอย 15 โดยมอบเงินช่วยเหลือคนละ 3,500 บาท รวม 199 คน พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบอัคคีภัยรายครอบครัว มูลค่า 2,500 บาท จำนวน 61 ชุด มอบเครื่องอุปโภคบริโภครายบุคคล มูลค่า 1,500 บาท จำนวน 15 ชุด รวมงบประมาณการช่วยเหลือทั้งสิ้น 871,500 บาท (แปดแสนเจ็ดหมื่นหนึ่งพันห้าร้อยบาทถ้วน) โดยมี ดร.นรเทพ ชูพูล ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน พร้อมด้วย คณะมูลนิธิส่งเสริมศีลธรรมสงเคราะห์ มูลนิธิไกรสิทธิการกุศล และมูลนิธิพุทธสมาคมปทุมรังษี รวมทั้งอาสาศิลปินมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายกวินรัฏฐ์ ยศอมรสุนทร (หยวน-กวินรัฏฐ์) นายสัญญา พรนารายณ์ (เก่ง) และนางสาวพัชรมัย บุญเลิศกุล (แพรว พัชรมัย) ร่วมแจกจ่ายสิ่งของและให้กำลังใจ ณ บริเวณโรงเรียนวัดสระบัว เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปี ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
ติดต่อสอบถาม และติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung และช่องทางอื่นๆ ที่สะดวกรวมถึงพิกัดมูลนิธิฯ ได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung หรือที่สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418
# # ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต # #
#แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน
#ล้อหมุนทั่วไทย
#วีล้อหมุน
#เจ๊พิมพ์ล้อหมุนทั่วไทย
.com
#งานของคนกระจอก
.lormhuntuathai.com

 #ข่าวสั้นวันี้  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เสริมสร้าง อนาคตเด็กไทย มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา ประจำปี 2569 แก่เยาวชนที่ป...
17/06/2026

#ข่าวสั้นวันี้
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เสริมสร้าง อนาคตเด็กไทย มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา ประจำปี 2569 แก่เยาวชนที่ประพฤติดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ
วันนี้ (วันพุธที่ 17 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น.) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ เป็นประธานในพิธี นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการ นายจารุรัตน์ คุณัตถานนท์ กรรมการและเหรัญญิก พร้อมด้วย คณะกรรมการ ผู้ช่วยกรรมการ และผู้บริหาร ร่วมในพิธี มอบทุนการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา ประจำปี พ.ศ. 2569 ให้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงปีที่ 6 จำนวน 1,500 ทุนๆ ละ 2,000 บาท รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 3,000,000 บาท (สามล้านบาทถ้วน) เพื่อช่วยเหลือให้เยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้มีโอกาสเท่าเทียมสามามารถศึกษาเล่าเรียนต่อโดยไม่ต้องยุติการศึกษา และเติบโตสร้างอนาคตตามความมุ่งหวังของตนเองและครอบครัวต่อไป โดยมีเยาวชน และผู้แทนจากสถาบันการศึกษา เป็นผู้รับมอบ ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคาร 2 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ
นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการ กล่าวว่า โครงการ “ป่อเต็กตึ๊ง เสริมสร้างอนาคตเด็กไทย” ด้วยการมอบทุนการศึกษาให้แก่เยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่ได้ช่วยเหลือเสริมสร้างชีวิตให้อนาคตแก่เด็กไทยมากว่า 50 ปี และในปี พ.ศ. 2569 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้จัดสรรงบประมาณเพื่อมอบเป็นทุนการศึกษาและทุนส่งเสริมการศึกษา เป็นจำนวนเงินกว่า 20 ล้านบาท โดยแบ่งให้เป็นทุนการศึกษาในระดับต่างๆ ประกอบด้วย 1. เงินสนับสนุนทุนการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษา 2. ทุนการศึกษาต่อเนื่องในทุกระดับชั้น 3. ทุนการศึกษาทุกระดับปีสุดท้าย 4. ทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนในถิ่นทุรกันดาร
ตลอดระยะเวลากว่า 116 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ชนชั้น และศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลาย ๆ ทาง รวมถึงสนับสนุนด้านการศึกษา เพื่อให้เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ภายใต้ปณิธานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
ติดตามข่าวสาร กิจกรรม ของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung หรือคลิกเพื่อติดตามทางช่องทางอื่นๆ รวมถึงพิกัดของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung
# # มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” # #
#ล้อหมุนทั่วไทย
#วีล้อหมุน
#เจ๊พิมพ์ล้อหมุนทั่วไทย
.com
#งานของคนกระจอก
.lormhuntuathai.com

 #ข่าวสั้นล้อหมุน  ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ชวนเจ้าของ Honda E-Clutch ลุ้นเป็น 12 ไบค์เกอร์ผู้โชคดีร่วมทริป “Honda E-Clutch The 4 ...
17/06/2026

#ข่าวสั้นล้อหมุน
ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ชวนเจ้าของ Honda E-Clutch ลุ้นเป็น 12 ไบค์เกอร์ผู้โชคดีร่วมทริป “Honda E-Clutch The 4 Exclusive Xperience” บิด 4 ภาคทั่วไทย
กับ Influencer สายไบเกอร์ชื่อดัง ฟรีตลอดทริป

ฮอนด้าบิ๊กไบค์ เชิญชวนเจ้าของรถ Honda E-Clutch ร่วมลุ้นเป็น 1 ใน 12 ผู้โชคดี เพื่อร่วมออกเดินทางในกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟแห่งปี “Honda E-Clutch The 4 Exclusive Xperience” ทริปพิเศษที่จะพาผู้ร่วมกิจกรรมสัมผัสเสน่ห์การเดินทางบนเส้นทางสุดประทับใจทั่วประเทศไทย ครบทั้ง 4 ภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก พร้อมเปิดประสบการณ์การขับขี่ด้วยเทคโนโลยี Honda E-Clutch ที่มอบความสะดวกสบายและความสนุกในทุกเส้นทาง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดกิจกรรม เปิดรับสมัครและร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 15 – 30 มิถุนายน 2569
กิจกรรมครั้งนี้เปิดโอกาสให้เจ้าของรถ Honda E-Clutch ในตระกูล 650 Series ได้แก่ CBR650R E-Clutch และ CB650R E-Clutch รวมถึงตระกูล 500 Series ได้แก่ CBR500R E-Clutch และ NX500 E-Clutch ได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษไปพร้อมกับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังในวงการรถจักรยานยนต์ นำโดย แพร ทวินันท์, เบนซ์ จากเพจ D BigBike, จอห์น จากเพจ John Rider, แมน จากเพจ ThaiRacing, กร จากเพจ BullyBike และ Influencers ท่านอื่นๆ อีกมากมาย ที่จะมาร่วมสร้างสีสัน ถ่ายทอดประสบการณ์ และแบ่งปันมุมมองการขับขี่ด้วยเทคโนโลยี Honda E-Clutch ในบรรยากาศที่เป็นกันเองตลอดทริป

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถร่วมกิจกรรมได้ง่าย ๆ ดังนี้
• ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน My Honda Moto และลงทะเบียนรถ Honda BigBike ระบบ E-Clutch ภายในแอปฯ โดยสามารถดาวน์โหลดได้ที่ iOS: https://apple.co/4dXHjtu และ Android: https://bit.ly/4cAzB67
• เข้าเมนู “กิจกรรมจากฮอนด้า” และกดเข้าร่วมกิจกรรม “Honda E-Clutch The 4 Exclusive Xperience”
• สร้างคลิปวิดีโอเล่าความรู้สึกในหัวข้อ “ทำไมต้อง Honda E-Clutch” ในสไตล์ของคุณ
• โพสต์คลิปลง Facebook ส่วนตัว พร้อมติดแฮชแท็ก #นาทีนี้ต้องHondaEClutch ตั้งค่าโพสต์เป็นสาธารณะ (Public) และแชร์โพสต์กิจกรรม
• คอมเมนต์ลิงก์วิดีโอใต้โพสต์กิจกรรม พร้อมระบุช่วงเวลาที่ต้องการร่วมทริป โดยสามารถเลือกได้สูงสุด 2 ช่วงเวลา
ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้ร่วมเดินทางในทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เส้นทางละ 3 คน รวมทั้งสิ้น 12 คน โดยสามารถเลือกช่วงเวลาที่สะดวกในการเข้าร่วมกิจกรรม ดังนี้
• ทริปครั้งที่ 1: 9 – 13 กรกฎาคม 2569
• ทริปครั้งที่ 2: 15 – 20 กรกฎาคม 2569
• ทริปครั้งที่ 3: 27 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2569
• ทริปครั้งที่ 4: 5 – 10 สิงหาคม 2569
ทั้งนี้ จะมีการประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกในวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.00 น. ผ่านหน้าเฟซบุ๊ก Honda BigBike (https://www.facebook.com/HondaBigBikeTH/) พร้อมศึกษารายละเอียดกิจกรรมและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ผ่านแอปพลิเคชัน My Honda Moto

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://bit.ly/thaihondabigbike
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : www.facebook.com/HondaBigBikeTH

#นาทีนี้ต้องHondaEClutch #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #ไทยฮอนด้า
#ล้อหมุนทั่วไทย
#วีล้อหมุน
#เจ๊พิมพ์ล้อหมุนทั่วไทย
.com
#งานของคนกระจอก
.lormhuntuathai.com

วช. – สอศ. จัดกลไกบ่มเพาะสิ่งประดิษฐ์อาชีวศึกษา “TVET Smart Idea2Innovation” หนุนทีมอาชีวศึกษาภาคใต้ พัฒนาสิ่งประดิษฐ์สู...
17/06/2026

วช. – สอศ. จัดกลไกบ่มเพาะสิ่งประดิษฐ์อาชีวศึกษา “TVET Smart Idea2Innovation” หนุนทีมอาชีวศึกษาภาคใต้ พัฒนาสิ่งประดิษฐ์สู่นวัตกรรมพร้อมใช้

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดกิจกรรม “TVET Smart Idea2Innovation : สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมอาชีวศึกษาสู่นวัตกรรมพร้อมใช้” ประจำปี 2569 ภาคใต้ โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธาน พร้อมด้วย นายภูวดล มิ่งขวัญ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา คณะผู้บริหาร สอศ. คณะผู้ทรงคุณวุฒิ วช. และนักเรียน นักศึกษาสายอาชีวศึกษาจาก 32 สถาบันการศึกษา เข้าร่วม ระหว่างวันที่ 14-16 มิถุนายน 2569 ณ แก้วสมุย รีสอร์ท จังหวัดสุราษฏร์ธานี

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ได้กล่าวถึงทิศทางและเป้าหมายของกิจกรรม โดยในปีนี้เป็นปีที่ 2 ที่ได้ปรับโฉมแนวคิดกิจกรรมให้เท่าทันยุคปัจจุบัน โดยนำเรื่อง “ทีมยุทธศาสตร์และความหลากหลาย” มารวมกับแนวคิดด้าน “นวัตกรรม (Innovation)” เพื่อขับเคลื่อนการทำงานอย่างมีชั้นเชิง วช. คาดหวังให้คณาจารย์และเยาวชนอาชีวศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรม กลายเป็นพลังขับเคลื่อนและเป็นต้นแบบ (Role Model) ในการนำทักษะความรู้ รวมถึงการเรียนรู้จากอุปสรรค ไปต่อยอดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ โดย วช. มีกลไกสนับสนุนที่พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกวิทยาลัย ทุกจังหวัด และทุกภูมิภาค ได้เรียนรู้กระบวนการทำงาน ขยายผลงาน และพัฒนาความเชี่ยวชาญร่วมกับวิทยากรอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ วช. ยังได้เตรียมกลไกสำคัญเพื่อต่อยอดผลงานที่สร้างสรรค์และนำเสนอในเวทีนี้ให้เกิดการนำไปใช้งานจริงและสร้างมูลค่าได้มากขึ้น ผ่านกิจกรรม "Invent Class" ซึ่งจะช่วยสนับสนุนทั้งด้านการพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์ การจัดทำข้อเสนอโครงการอย่างปลอดภัย และการจับคู่ธุรกิจร่วมกับเครือข่าย เพื่อมุ่งมั่นสร้างโอกาสและสร้างสัมพันธภาพให้บุคลากรสายอาชีวศึกษาเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติ

ต่อมา เป็นกิจกรรมแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติ 5 กลุ่มเรื่อง ดังนี้ ด้านเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร, ด้านสาธารณสุข สุขภาพ อาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ, ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ อุปกรณ์อัจฉริยะ, ด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และ BCG Economy Model และด้านคุณภาพชีวิตและ Soft Power

พร้อมนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้ฝึกทักษะการนำเสนอผลงาน (Storytelling & Pitching) โดยเรียนรู้เทคนิคการนำเสนอแบบ Pitch Deck การตอบคำถามคณะกรรมการอย่างมืออาชีพ การเตรียม Demo สาธิตผลงาน ตลอดจนการสื่อสารแนวคิดผ่านรูปภาพและแผนภาพเพื่อสร้างความเข้าใจแก่ผู้ฟังอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกิจกรรม “Mock Pitching” เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การพัฒนาผลงานนวัตกรรมที่มีศักยภาพ สามารถแข่งขันและต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต

ทั้งนี้ กิจกรรม “TVET Smart Idea2Innovation : สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมอาชีวศึกษาสู่นวัตกรรมพร้อมใช้” เป็นกิจกรรมที่ วช. และ สอศ. มุ่งมั่นที่จะยกระดับศักยภาพนักเรียน นักศึกษาสายอาชีวศึกษา ให้มีทักษะการพัฒนาและต่อยอดผลงานสิ่งประดิษฐ์สู่การเป็นนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง โดยบูรณาการองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญและเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อสร้างนักประดิษฐ์รุ่นใหม่ที่มีความพร้อมทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และการนำเสนอผลงาน อันจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาประเทศ
#สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
#ล้อหมุนทั่วไทย

มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย มอบคอมพิวเตอร์ 864 เครื่องสนับสนุนการศึกษา 3 จังหวัดชายแดนใต้ สานต่อความช่วยเหลือต่อเนื่องมูลค่าร...
16/06/2026

มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย มอบคอมพิวเตอร์ 864 เครื่อง
สนับสนุนการศึกษา 3 จังหวัดชายแดนใต้ สานต่อความช่วยเหลือต่อเนื่อง
มูลค่ารวมกว่า 5.3 ล้านบาท

นายอิสรภาพ อู่โชตนานันท์ กรรมการผู้จัดการ มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย (ลำดับที่ 4 จากขวา) ร่วมส่งมอบคอมพิวเตอร์สนับสนุนอุปกรณ์การศึกษาแก่โรงเรียนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส โดยมี นายบุญช่วย หอมยามเย็น
ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส (ลำดับที่ 5 จากซ้าย) พร้อมผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและสถานศึกษา ร่วมรับมอบ ณ ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส

(นราธิวาส - 16 มิถุนายน 2569) มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ร่วมกับผู้จำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในพื้นที่ จัดพิธีส่งมอบคอมพิวเตอร์ 864 เครื่อง เพื่อสนับสนุนการศึกษา ให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี และจังหวัดยะลา ณ ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส โดยมีนายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ คณะผู้บริหารสถานศึกษา และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธี

การดำเนินในครั้งนี้เป็นการสานต่อความช่วยเหลือจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อปี 2567 ซึ่งส่งผลให้โรงเรียนจำนวนมากได้รับความเสียหายและขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนการสอน โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการเรียนรู้ของเยาวชน โดยในปี 2567 มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณเพื่อฟื้นฟูโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบ มูลค่า 1.8 ล้านบาท ควบคู่กับการมอบคอมพิวเตอร์รวม 326 เครื่อง เพื่อช่วยให้โรงเรียนสามารถกลับมาเปิดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในปีนี้ ได้ดำเนินการจัดหาคอมพิวเตอร์เพิ่มเติมเพื่อมอบให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ รวม 864 เครื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา และลดช่องว่างทางการเรียนรู้และการเข้าถึงเทคโนโลยีของเยาวชนในพื้นที่

นายอิสรภาพ อู่โชตนานันท์ กรรมการผู้จัดการ มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย กล่าวว่า “มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทยมุ่งมั่นสนับสนุนสังคมไทย โดยเฉพาะการยกระดับโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนในพื้นที่ขาดแคลน ทั้งในยามวิกฤตและการฟื้นฟูระยะยาว เพื่อให้เด็ก ๆ เข้าถึงการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม”

ทั้งนี้ หากนับรวมการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2567 จนถึงปัจจุบัน มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทยได้ให้การสนับสนุนโรงเรียนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 5.3 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง

มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทยจัดตั้งขึ้นช่วยเหลือสังคมไทยเมื่อเกิดสาธารณภัย รวมถึงสนับสนุนด้านการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิต ภายใต้เจตนารมณ์ของฮอนด้าในการสร้างสรรค์คุณค่าและเป็นองค์กรที่สังคมไทยต้องการให้ดำรงอยู่ตลอดไป
#มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย
#ล้อหมุนทั่วไทย

16/06/2026

ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม ขอเชิญเที่ยว “งานประเพณีแห่เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร
ประจำปี 2569” ณ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ระหว่างวันที่ 21-25 มิถุนายน นี้



นายชัยวิทย์ เผื่อนอุดม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม กล่าวว่า จังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับ เทศบาลนครสมุทรสาคร คณะกรรมการบริหารศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม หน่วยงานภาครัฐและเอกชน พ่อค้า และประชาชนในจังหวัดสมุทรสาคร กำหนดจัด “งานประเพณีแห่เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ประจำปี 2569” ในระหว่างวันที่ 21-25 มิถุนายน 2569 ณ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ต.มหาชัย อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร เพื่อแสดงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่มีความศรัทธา ต่อเจ้าพ่อหลักเมือง ที่เปรียบเสมือนดังหลักชัย รวมนำชัยให้เจริญรุ่งเรืองแก่ชาวประมงสมุทรสาคร รวมทั้งเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์และความเชื่อของชุมชน ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้จังหวัดสมุทรสาครในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงประเพณี ตลอดจนอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่ควบคู่กับการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
โดยในปีนี้ พิธีแห่เจ้าพ่อหลักเมืองฯ จะมีขึ้นในวันที่ 22 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 น. ถือเป็นไฮไลท์สำคัญของงาน โดยจะอัญเชิญเจ้าพ่อหลักเมืองฯ ประทับเกี้ยว พร้อมอัญเชิญประทับในเรือประมงแห่ไปทางน้ำ ข้ามแม่น้ำท่าจีนและแห่ไปตามถนนสายต่างๆ ทั้งฝั่งท่าฉลอมและมหาชัย รวมทั้งมีการตั้งโต๊ะบูชาเพื่อทำพิธีเปลี่ยนธูปตลอดเส้นทางขบวนแห่เจ้าพ่อหลักเมืองฯ ให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวได้ร่วมกันสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล ขบวนแห่ทางบกประกอบไปด้วยหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดสมุทรสาครจำนวนมาก ซึ่งแต่ละหน่วยงานจะจัดตกแต่งขบวนและเข้าร่วมขบวนแห่อย่างสวยงาม เพื่อสร้างสีสันให้เป็นขบวนแห่ที่ยิ่งใหญ่ทั้งทางบกและทางน้ำ โดยประกอบไปด้วยขบวนทางบกกว่า 45 ขบวน และขบวนทางน้ำสวยงามตระการตา ถือเป็นขบวนแห่ทางน้ำหนึ่งเดียวในประเทศด้วยเรือประมงกว่า 30 ลำ จำนวนผู้เข้าร่วมกว่า 10,000 คน สำหรับวันคล้ายเกิดของเจ้าพ่อหลักเมืองฯ ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2569 ในเวลา 10.00 น. จะมีพิธีไหว้วันเกิดเจ้าพ่อหลักเมืองฯ และประมูลของมงคลของเจ้าพ่อฯ ด้วย
นอกจากพิธีแห่องค์เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ศักดิ์สิทธิ์อันเป็นมงคลยิ่งแล้ว ภายในงานบริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษามหาราชา ข้างศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ยังมีการจัด “งานถนนคนเดิน” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเทศบาลนครสมุทรสาครด้วย ได้มีการออกร้านจำหน่ายสินค้า อาหาร ของฝากของที่ระลึก ผลิตภัณฑ์ชุมชน และของดีจังหวัดสมุทรสาคร กว่า 150 ร้าน พร้อมรับชมการแสดงจากศิลปินชื่อดังมากมายทุกคืน ดังนี้ วันที่ 21 มิ.ย. พบกับศิลปิน พี่เอ๋ Stone Soul และ วงวานร, วันที่ 22 มิ.ย. 69 พบกับศิลปิน วงโตโคเร และน้องต้นข้าว สุปรียา, วันที่ 23 มิ.ย. พบกับศิลปิน Teddy boy trio/วงไวเปอร์, วันที่ 24 มิ.ย. 69 พบกับศิลปิน วงชีสเดย์ / F.C Band, วันที่ 25 มิ.ย. 69 พบกับศิลปิน กิมกลอย คนดัง / อ้น ฐากร และการประชันงิ้ว 2 โรง มหรสพชมฟรีตลอดงาน ตั้งแต่ 16.00 น. เป็นต้นไป
ในโอกาสนี้ ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม จึงขอประชาสัมพันธ์การจัดงานดังกล่าว และขอเชิญชวนชาวจังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดใกล้เคียง และนักท่องเที่ยวผู้มีจิตศรัทธาต่อองค์เจ้าพ่อหลักเมืองร่วมงานได้ ตั้งแต่วันที่ 21-25 มิถุนายน 2569 และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของขบวนแห่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ได้ในวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ที่บริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานยังสามารถเดินทางท่องเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมได้อีกมากมาย รวมถึงชุมชนท่องเที่ยวในจังหวัดสมุทรสาครมีความหลากหลาย ทั้งชุมชนริมทะเล ชุมชนเกษตรกรรม และชุมชนเมืองเก่า ที่มีทั้งกิจกรรมทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 120 ปี
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร โทร. 0 3442 5150 หรือ เทศบาลนครสมุทรสาคร โทร. 0 3441 1208 , 0 3441 3853 หรือ ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม โทร. 0 3475 2847-8 Inbox Facebook : ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม : TAT Samut Songkhram Office

#งานประเพณีแห่เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร #ประจำปี2569 #สมุทรสาคร #เที่ยวสมุทรสาคร
#สมุทรสาครเมืองน่าเที่ยว #สมุทรสาครนครแห่งอาหารทะเล #สุขทันทีที่เที่ยวสมุทรสาคร
ุทรสงคราม #สมุทรสาคร
#งานประเพณีแห่เจ้าพ่อหลักเมือง #ประจำปี2569 #สมุทรสาครเมืองน่าเที่ยว #เที่ยวสมุทรสาครนครแห่งอาหารทะเล #สุขทันทีที่เที่ยวสมุทรสาคร #ทททสมุทรสงคราม

GWM ตอกย้ำผู้นำด้านบริการหลังการขายของแบรนด์รถยนต์จีนในไทยด้วยมาตรฐาน ความโปร่งใส และความอุ่นใจที่ผู้ใช้จริงพิสูจน์แล้ว ...
15/06/2026

GWM ตอกย้ำผู้นำด้านบริการหลังการขายของแบรนด์รถยนต์จีนในไทย
ด้วยมาตรฐาน ความโปร่งใส และความอุ่นใจที่ผู้ใช้จริงพิสูจน์แล้ว

กรุงเทพฯ 15 มิถุนายน 2569 – GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด ตอกย้ำความแข็งแกร่งด้านบริการหลังการขายในประเทศไทยด้วยมาตรฐานการดูแลที่โดดเด่นรอบด้าน ทั้งความสะดวกในการเข้าถึงการบริการ ความโปร่งใสของข้อมูลและค่าใช้จ่าย ความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิค กระบวนการให้บริการที่มีประสิทธิภาพและการสื่อสารที่ชัดเจน การันตีด้วยผลการสำรวจโดย บริษัท ดิฟเฟอเรนเชียล (ไทยแลนด์) จำกัด ปี 2569 ที่ยกให้ GWM เป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่ได้รับความพึงพอใจด้านบริการหลังการขายสูงเป็นอันดับ 1 ในไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน (2568 และ 2569)*
มากกว่าการขายรถคือการสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว
GWM ยังคงเดินหน้าลงทุนและพัฒนาศักยภาพด้านการบริการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้พร้อมดูแลลูกค้าในทุกช่วงเวลาของการใช้งาน เน้นการสร้าง ‘ความเชื่อมั่นที่จับต้องได้จริง’ ด้วยบริการที่โปร่งใส ชัดเจน พร้อมเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวก และทีมงานที่พร้อมสนับสนุนอย่างมืออาชีพ เพื่อยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ GWM และรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยในยุคยานยนต์พลังงานใหม่

"GWM Exclusive Service": ปัจจัยสำคัญสู่ความพึงพอใจและไว้วางใจจากลูกค้า GWM

• ความสะดวกในการเข้าถึงการบริการ: หนึ่งในปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของลูกค้าในทุก ๆ ขั้นตอนการบริการ คือ ความสะดวกในการเข้าถึงบริการ โดยมี GWM แอปพลิเคชันเป็นหัวใจหลักของการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าที่เข้าถึงได้ง่าย รวมไปถึงมีศูนย์บริการมาตรฐานและเครือข่าย GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ จำนวน 71 แห่งทั่วประเทศ ที่ทำให้ GWM พร้อมดูแลลูกค้าอย่างครอบคลุมในทุกมิติของการใช้งานรถยนต์ ตั้งแต่การเข้ารับบริการตามระยะ การดูแลหลังการขาย ไปจนถึงการให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐานของ GWM รวมไปถึง บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง คลอบคลุมถึงบริการยกรถฉุกเฉิน บริการเติมน้ำมันฉุกเฉิน รวมไปถึงบริการรับกุญแจสำรอง ณ ที่พักของลูกค้า ภายในระยะทาง 20 กิโลเมตร ซึ่งลูกค้าสามารถขอความช่วยเหลือผ่านแอปพลิเคชัน GWM หรือโทรติดต่อศูนย์บริการลูกค้า GWM ที่หมายเลข 02-668-8888 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง; GWM Mobile Service ที่ให้บริการบำรุงรักษาตามระยะทางถึงที่ทั่วประเทศ เพียงทำการนัดหมายล่วงหน้า
• ความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิคและกระบวนการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ: GWM ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและอบรมพนักงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจได้ว่าช่างเทคนิค ที่ปรึกษาการบริการและเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ทุกคน จะมีความรู้ความสามารถในการให้บริการลูกค้า และซ่อมบำรุงรถยนต์ทุกประเภทพลังงานของ GWM ได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐานสากล ยิ่งไปกว่านั้น GWM ยังมุ่งมั่นในการสร้างมาตรฐานใหม่ของงานบริการ ด้วยเป้าหมายในการส่งมอบบริการหลังการขายที่รวดเร็ว ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเน้นการบริหารจัดการอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการรับประกันความพร้อมส่งอะไหล่ภายใน 7 วัน พร้อมการชดเชยด้วย GWM Point หากไม่สามารถส่งอะไหล่ได้ภายใน 7 วัน นอกจากนั้นยังมีศูนย์มาตรฐานซ่อมตัวถังและสีที่ครอบคลุม โดยทุกขั้นตอนผ่านการดูแลโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมการรับประกันคุณภาพงานซ่อม เพื่อสร้างความมั่นใจในทุกครั้งของการเข้ารับบริการ

• การบริหารจัดการปัญหาและการวิเคราะห์เชิงลึกแบบบูรณาการ: GWM ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยไม่เพียงมุ่งเน้นการซ่อมให้แล้วเสร็จ แต่ยังให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์สาเหตุเชิงลึก (Root Cause Analysis) เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำในระยะยาว โดยทีมงานในประเทศไทยทำงานอย่างใกล้ชิดเป็นหนึ่งเดียวกับทีม Quality Management (QM), Research & Development (R&D) และสำนักงานใหญ่ (HQ) เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา กำหนดแนวทางการซ่อม และพัฒนาวิธีการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง แนวทางดังกล่าวช่วยให้ GWM สามารถยกระดับคุณภาพการซ่อมบำรุงให้มีความแม่นยำ รวดเร็ว และได้มาตรฐานเดียวกันในระดับสากล สะท้อนถึงความแตกต่างด้านกระบวนการทำงานที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบ และเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้อย่างแท้จริง

• ความโปร่งใส และการให้คำปรึกษาอย่างเป็นระบบ: GWM มุ่งเน้นการกำหนดราคาค่าบริการที่โปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ผู้ใช้งานทุกรายมั่นใจและได้รับประสบการณ์ที่ดีในการใช้บริการทุกครั้ง โดยผู้ใช้งานจะได้รับข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตั้งแต่ก่อนเข้ารับบริการจนถึงหลังการบริการเสร็จสิ้น ซึ่งช่วยให้สามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและไม่รู้สึกว่ามีการซ่อนเร้นค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น

• ความพร้อมด้านอะไหล่และการสนับสนุนที่เหนือกว่า: GWM เสริมความแข็งแกร่งด้านการบริหารจัดการอะไหล่ด้วยการมีฐานการผลิตภายในประเทศ ซึ่งช่วยให้สามารถจัดหาและกระจายอะไหล่ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สะท้อนถึงศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนที่แตกต่างจากแนวทางการจัดหาอะไหล่ทั่วไปในอุตสาหกรรม พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังคงยืนยันมาตรฐานการให้บริการด้วยการรับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน ซึ่งช่วยรองรับการใช้งานของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ลดระยะเวลารอคอย และตอกย้ำความได้เปรียบเชิงโครงสร้างของ GWM เมื่อเทียบกับภาพรวมทั้งอุตสาหกรรม

• การรับประกันที่ครอบคลุมและโดดเด่นของ GWM: สะท้อนความตั้งใจในการดูแลผู้บริโภคในไทยอย่างจริงจังในระยะยาว เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานรถยนต์ GWM ได้อย่างมั่นใจและอุ่นใจในทุกเส้นทาง ครอบคลุมทั้งการรับประกันคุณภาพรถใหม่สูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน; การรับประกันแบตเตอรี่เพื่อความมั่นใจในยุคพลังงานใหม่ อาทิ การรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด ORA 5 HEV นาน 10 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง และการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ORA 5 EV นาน 8 ปี หรือ 180,000 แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน ; รวมไปถึงการรับประกันเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับ TANK 300 DIESEL และ TANK 500 DIESEL สูงสุดถึง 1,000,000 กิโลเมตร หรือ 8 ปี แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.gwm.co.th

• การสื่อสารที่มีความชัดเจนและเข้าถึงได้ง่าย: GWM เน้นการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการต่าง ๆ ผ่าน GWM Smart Service ซึ่งเป็นระบบจัดการอัจฉริยะที่เชื่อมต่อแพลตฟอร์มการทำงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการเข้ารับบริการที่ลูกค้าสามารถปรับเปลี่ยนหรือยืนยันนัดหมายได้ตามความสะดวก ช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการเวลาได้ดีขึ้นและเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนการใช้บริการ รวมถึงระยะเวลาในการซ่อม ค่าบริการ และสถานะการดำเนินการ และการให้รายละเอียดต่าง ๆ ให้ลูกค้าเข้าใจอย่างถูกต้องและครบถ้วน
เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ท่ามกลางการแข่งขันที่แบรนด์ต่างมุ่งยกระดับบริการหลังการขายในหลากหลายมิติ GWM ได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการผสานจุดแข็งทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการรับประกันระดับสูง เครือข่ายบริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ระบบบริหารจัดการปัญหาอย่างเป็นระบบ และความพร้อมด้านอะไหล่จากฐานการผลิตในประเทศที่ช่วยให้สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ GWM สามารถส่งมอบประสบการณ์การให้บริการที่ครบวงจร ชัดเจน และเชื่อถือได้ในทุกมิติ ซึ่งเป็นหนึ่งในความแตกต่างสำคัญที่ทำให้เราโดดเด่นกว่าใครในอุตสาหกรรม พิสูจน์ได้จากผลการสำรวจด้านความพึงพอใจที่จัดทำโดย Differential ซึ่งสะท้อนว่า GWM สามารถทำผลงานโดดเด่นเหนือกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม และก้าวขึ้นเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่ได้รับความพึงพอใจด้านบริการหลังการขายสูงเป็นอันดับ 1 ในไทยต่อเนื่อง ทั้งนี้ GWM ยังคงให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของลูกค้าอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด พร้อมนำทุกความคิดเห็นไปวิเคราะห์ ปรับปรุง และพัฒนาการบริการให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าทุกคนได้รับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ที่อุ่นใจและดียิ่งขึ้นในทุกมิติ และสะท้อนความมุ่งมั่นของ GWM ในการเติบโตไปพร้อมกับผู้บริโภคชาวไทยอย่างยั่งยืน”

*แหล่งที่มา: บริษัท ดิฟเฟอเรนเชียล (ไทยแลนด์) จำกัด


#เจ้พิมล้อหมุนทั่วไทย
#ล้อหมุนทั่วไทย

ที่อยู่

78/172
Khlong Sam Wa
10500

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ล้อหมุนทั่วไทยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์