19/11/2021
ความลับการตั้งราคาห้องพักโรงแรม ที่คุณอาจมองข้าม!
เรามาดูกันว่าโรงแรมส่วนใหญ่เขาตั้งราคายังไง?
❗🤔
ธุรกิจโรงแรมเป็นธุรกิจที่มีราคาผันแปรบ่อย ความท้ายทายหลักก็คือการตั้งราคาให้เหมาะสมกับความต้องการลูกค้าเพื่อให้โรงแรมสามารถทำกำไรได้มากที่สุด โดยปัจจัยสามอย่างที่ต้องพิจารณา ก็คือต้นทุน ความสามารถในการจ่ายของลูกค้า และ ราคาของคู่แข่ง การตั้งราคาห้องพักโรงแรมให้เหมาะสม ก็อาจจะเป็นตัวชี้วัดแยกระหว่างโรงแรมที่เจ๊งและโรงแรมที่ขายดี แล้วเขาตั้งราคากันยังไง ?
💰
ก่อนอื่นเราต้องมาดูก่อนว่าสาเหตุที่ทำให้ราคาของห้องพักโรงแรมเปลี่ยนไปเรื่อยๆ นั้นเป็นเพราะว่าธุรกิจโรงแรมมีต้นทุนที่คงที่ (Fixed Cost) เป็นส่วนใหญ่ เช่นเรื่องของค่าก่อสร้าง ค่าที่ดิน หรือค่าจ้างพนักงาน นั้นหมายความว่าต่อให้มีหรือไม่มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปตามลูกค้า นี้จึงเป็นเหตุผลที่ว่าในช่วงเวลาบางเวลา ราคาห้องพักถึงขึ้นสูงเพื่อมาชดเชยในวันที่ขาดทุนหรือไม่มีมีลูกค้าเข้ามาพักหรือมาใช้บริการนั้นเอง
📌
กลยุทธิ์การตั้งราคาของห้องพักโรงแรมส่วนใหญ่ โดยอิงจากปัจจัยเหล่านี้
- ชนิดของห้อง
- ชนิดของลูกค้า
- จำนวนห้องในโรงแรม
- ความต้องการของลูกค้า
- การบริการของโรงแรม
- ทำเล
- ราคาของคู่แข่ง
- วันในสัปดาห์
ปัจจัยเหล่านี้คือปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาห้องพัก
✈️💰
การนำไปตั้งราคาห้องพักใช้เป็นกลยุทธิ์ของโรงแรม
โรงแรมแบรนด์ดังหลายแห่งถึงกับมีการสร้างแผนก Revenue Management (บริหารจัดการรายได้) เพื่อที่จะสามารถคุมการตั้งราคาให้อย่างเต็มที่ที่สุด ส่วนโรงแรมส่วนใหญ่ทั่วไปจะตั้งราคาห้องไว้ที่ 3 ระดับ
ราคาต่ำสุด ราคากลาง ราคาสูง โดยเริ่มจากราคาที่ต่ำสุดเท่าที่เราจะรับได้
👥💰
ก่อนอื่นเราต้องมาหาต้นทุนหรือราคาทุนห้อง/จำนวนการเข้าพัก แต่การคำนวณว่าจะมีลูกค้าเข้ามากี่คนนั้นก็ค่อนข้างยาก ในส่วนนี้สิ่งที่เจ้าของโรงแรมส่วนมากควรจะเข้าใจก็คือ Occupancy rate หรือ อัตราการเข้าพัก นั้นก็คือสมมุติคุณมีจำนวนห้อง 100 ห้อง โดยเฉลี่ยแล้วลูกค้าจะเข้าพักกี่เปอร์เซ็นต์กัน โรงแรมส่วนมากถ้ามีคนเข้าพัก 50 ถึง 60% (นี่เป็นการคิดแบบพื้นฐาน) หากคุณมีห้องหลายชนิด เช่นห้องขนาดใหญ่แบบหรู ห้องขนาดเล็ก อัตราการเข้าพักของแต่ละห้องก็คงต่างกัน (ห้องถูกคนจะเข้าพักมากกว่า)
📌
ตัวอย่างการหาราคาต้นทุนห้อง สมมุติโรงแรมคุณมี 50 ห้อง อัตราการเข้าพักอยู่ที่ 50% ก็จะเป็น 25ห้อง/วัน ในหนึ่งปีคุณจะขายห้องไปทั้งหมด 9,125 ห้อง/ปี (จำนวนห้องที่ขายได้ต่อวัน 25 x 365วันหรือ1ปี) และหากคุณอยากได้ทุนคืนภายใน 5ปี (ส่วนใหญ่ใช้เวลาคืนทุน 5-10ปี) คุณก็ต้องเอา 9,125ห้อง/ปี x 5ปี ก็จะเท่ากับ 45,625ห้อง ในระยะเวลา 5 ปี แปลว่าถ้าคุณลงทุน 30 ล้านบาท แล้วต้องการที่จะคืนทุนภายใน 5 ปี ราคาต้นทุนของห้องก็จะอยู่ที่ 657 บาท/ห้อง (30ล้าน x 45,625ห้องใน5ปี) ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่รวมการคิดเพิ่มกำไร 10% - 20% และค่าโฆษณาหรือนายหน้าต่างๆ 15% - 20% ราคาห้องที่ต่ำสุดต่อคืนก็จะเป็น 946บาท/คืน (657+20%+20%) นี้คือราคาต่ำสุดของห้องพักคุณ
👇
50 (จำนวนห้องพักของคุณ)
- 50% (อัตราการเข้าพักคิดเป็นเฉลี่ย)
= 25 (จำนวนห้องที่ขาย/วัน)
x 365 (จำนวนวันใน1ปี)
= 9,125 (จำนวนห้องที่ขาย/ปี)
x 5 (จำนวนปีที่คุณอยากคืนทุน)
= 45,625 (จำนวนห้องที่ขายในเวลา5ปี)
30,000,000 บาท (จำนวนเงินลงทุนของคุณ)
หารกับ 45,625 (จำนวนห้องที่ขายในเวลา5ปี)
= 657 บาท / คืน (ราคาต้นทุนห้อง)
+ 20% (ค่าคิดเพิ่มกำไร)
+ 20% (ค่าโฆษณาและการตลาด)
= ⭐ 946 บาท / คืน (ราคาต่ำสุด) ✨
ในการคืนทุนในระยะเวลา 5 ปี
📌
ต่อมาเรามาดูราคาสูงสุด ส่วนใหญ่การใช้กลยุทธิ์ราคาสูงจะไม่ตายตัว และการตั้งราคาระดับนี้ก็มีได้หลายปัจจัย แต่โดยรวมก็ขึ้นกับ
- การตั้งราคาตามความต้องการของลูกค้า 🥰💰
ในส่วนนี้คุณจะทำแบบสอบถามขึ้นมาเพื่อให้ลูกค้าของคุณได้ออกความคิดเห็นที่จะยอมจ่ายคุณสูงสุดในราคาเท่าไหร่หรือถ้าคุณไม่ต้องการความวุ่นวายอะไรมากให้ลองปรับราคาไปเลยแล้วดูปฏิกิริยาของลูกค้าในช่วงนั้น
- การเปรียบเทียบราคาคู่แข่ง 🤔💰
ในส่วนนี้คุณต้องดูจากคุณภาพโดยรวมของคู่แข่งและราคาของคู่แข่ง หากคู่แข่งถูกกว่าและดีกว่า ให้สร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ (ซึ่งผมจะมานำเสนอในถัดไป) หรือไม่ก็ลดต้นทุนเพื่อที่จะลดราคาให้เท่าคู่แข่ง
✅
กลยุทธ์การเล่นกับราคาของห้องพักโรงแรมยังมีอีกหลายวิธี เช่นการลดราคาเพื่อเรียกลูกค้าใหม่ การลดราคาเพื่อขายห้องในวันและนาทีสุดท้าย และการตั้งราคาสำหรับลูกค้าประจำ นอกจากนั้นก็ยังมีกลยุทธ์การเล่นกับจำนวนลูกค้าและจำนวนวันที่เข้าพัก อย่างการจัดแพ็คเกจให้ลูกค้าเข้าพักได้นานขึ้น การเพิ่มช่องทางการขายเพื่อเพิ่มโอกาสรับลูกค้า สุดท้ายแล้วการตั้งราคาตามความต้องการลูกค้าก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุด สำหรับโรงแรมใหม่ให้สังเกตพฤติกรรมลูกค้าและลองปรับราคาตามความต้องการดูอีกทีระยะยาว เพื่อให้สามารถตั้งราคาได้อย่างรัดกุม และสร้างผลตอบแทนให้กับธุรกิจของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ