18/07/2026
🔥 Postgres ถูก Rewrite ใหม่ด้วย Rust + AI — เวอร์ชัน WIP อ้างผ่าน Regression Test 100% และเร็วขึ้นสูงสุด 300 เท่า
มีโปรเจค Open Source ชื่อ pgrust กำลัง viral ใน Hacker News เลยครับ
เป้าหมายของโปรเจคนี้คือ Rewrite PostgreSQL 18.3 ใหม่ด้วยภาษา Rust โดยพยายามรักษาพฤติกรรมและความเข้ากันได้กับ Postgres เดิมให้มากที่สุด
เวอร์ชันที่เปิดบน GitHub ตอนนี้สามารถ
- Match ผลลัพธ์กับ Postgres มากกว่า 46,000 Regression Queries
- เปิดใช้งานจาก Data Directory เดิมของ PostgreSQL 18.3 ได้
- ทดลองผ่าน Docker หรือ WebAssembly ได้
- ใช้ License แบบ AGPL-3.0
แต่สิ่งที่ทำให้คนสนใจมากกว่าคือ ผู้พัฒนาบอกว่ากำลังทำเวอร์ชันใหม่ที่ยังไม่เปิดเผย ซึ่งตอนนี้
- ผ่าน Postgres Regression Suite ครบ 100%
- เปลี่ยนจาก Process per Connection เป็น Thread per Connection
- เร็วกว่า Postgres ประมาณ 50% ใน Transaction Workloads
- เร็วกว่า Postgres ราว 300 เท่าใน Analytical Workloads
- บน ClickBench ตอนนี้ช้ากว่า ClickHouse ประมาณ 2 เท่า และทีมมองว่ายังเร่งต่อได้อีก
ตัวเลขแรงมากครับ แต่ต้องย้ำว่าเป็นผล Benchmark จากผู้พัฒนา และเวอร์ชันดังกล่าวยังไม่ถูกปล่อยออกมาให้ Community ตรวจสอบเต็ม ๆ
สิ่งที่น่าสนใจคือ pgrust ไม่ได้แค่แปลโค้ด C เป็น Rust ตรง ๆ
ช่วงแรกทีมใช้ c2rust แปลง Postgres ออกมาเป็น Unsafe Rust ก่อน จากนั้นใช้ AI Agents ช่วย Rewrite แต่ละส่วนให้เป็น Idiomatic Rust
Workflow คร่าว ๆ คือ
- Agent หา Crate ถัดไปที่ควร Rewrite
- Agent อีกตัวลงมือ Port
- Agent อีกตัว Audit งานและตรวจปัญหา
- เมื่อ Workflow เริ่มนิ่ง จึงค่อย Scale ด้วย Subagents หลายตัวพร้อมกัน
พูดง่าย ๆ คือใช้ AI เป็นแรงงานจำนวนมาก แต่ยังอาศัย Test Suite ของ PostgreSQL เป็นตัวตัดสินว่าพฤติกรรมที่ได้ตรงกับของเดิมหรือไม่
ฝั่ง Hacker News ก็ถกกันเดือดครับ
บางคนมองว่านี่คือตัวอย่างที่ดีมากของ AI-assisted software engineering เพราะช่วยสร้าง Prototype และทดสอบแนวคิดด้าน Architecture ได้เร็วแบบที่เมื่อก่อนแทบเป็นไปไม่ได้
แต่อีกฝั่งก็เตือนว่า
ผ่าน Regression Test ไม่ได้แปลว่าพร้อม Production
Benchmark เร็วขึ้นไม่ได้แปลว่าไม่มี Trade-off
และฐานข้อมูลคือ Software ที่ความผิดพลาดอาจหมายถึงข้อมูลหาย ไม่ใช่แค่หน้าเว็บพัง
โดยเฉพาะเรื่อง Thread per Connection แม้จะช่วยเรื่อง Parallelism และลดความยุ่งยากของ Shared Memory แต่ก็อาจเปลี่ยน Isolation Model และความเข้ากันได้กับ Extensions เดิม
ตอนนี้ผู้พัฒนาเองก็ระบุชัดว่า
pgrust ยังไม่ Production-ready
ยังไม่ได้ Optimize เสร็จ
และ Extensions อย่าง PL/Python, PL/Perl, PL/Tcl รวมถึง Postgres Extensions หลายตัวยังใช้ไม่ได้โดยตรง
ผมว่าส่วนที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่ว่า pgrust จะมาแทน PostgreSQL ได้จริงไหม
แต่คือ AI เริ่มทำให้เราสามารถทดลอง Rewrite และ Rearchitect Software ขนาดใหญ่มาก ๆ ได้ในระดับที่เมื่อก่อนต้องใช้ทีมมหาศาลและเวลาหลายปี
คำถามต่อไปเลยกลายเป็นว่า
ในยุคที่ AI Generate Commit ได้เป็นพัน ๆ ครั้งภายในเวลาไม่นาน เราจะยัง Review ทีละ Commit อยู่ไหม?
หรืออนาคตของ Software Engineering จะขยับไปเน้น
- Architecture
- Contracts
- Test Oracles
- Fuzzing
- Formal Verification
และการตรวจสอบระบบโดยรวมมากกว่าเดิม?
แล้วเพื่อน ๆ ล่ะครับ?
ถ้า pgrust ผ่าน Test ครบ เร็วกว่าเดิมมาก แต่ Code ส่วนใหญ่สร้างด้วย AI คุณจะกล้าเอาไปใช้กับ Production Database ไหม? หรือขอรอดูให้ผ่านการใช้งานจริงสัก 5-10 ปีก่อนครับ
คอมเมนต์มาแชร์กันได้เลย 👇
สรุปและเรียบเรียงโดย Devhub Team 🙏
ซัพพอร์ตเราด้วยการกดไลก์ ติดตาม และแชร์ เพื่อที่จะได้ไม่พลาดสาระดี ๆ
📌 ลงทะเบียน developer profile เพื่อเชื่อมต่อ dev ของไทยและภูมิภาคอาเซียนเข้าด้วยกัน พร้อมโอกาสในการโชว์ของ หางาน และอื่น ๆ เกี่ยวกับด้าน dev
https://devhub.in.th/th/
ที่มา:
GitHub: pgrust — A Postgres rewrite in Rust
https://github.com/malisper/pgrust
Hacker News Discussion
https://news.ycombinator.com/item?id=48841676