DNW Platform Coach Choke 5G

DNW Platform Coach Choke 5G #เรียนออนไลน์ #อีคอมเมิร์ซ #แพลตฟอร์ม #เรียนขายของออนไลน์ #ขายออนไลน์

13/06/2022

รู้ไว้ไม่มีตกเทรนด์
10 คำศัพท์สุดฮิต สายหุ้นและคริปโตฯ
1 ติดดอย : ซื้อหุ้น/เหรียญแล้วราคาปรับตัวลง จนติดอยู่บนยอดราคาที่ซื้อและไม่กล้าขายขาดทุน
2 ขายหมู : การที่เราขายหุ้น/เหรียญ แต่หลังจากขายแล้ว ราคายังปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ
3 ตกรถ : การที่เราไม่ได้ซื้อหุ้น/เหรียญเอาไว้ แต่ราคานั้น ยังปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ
4 ช้อน : การเข้าไปซื้อในขณะที่ราคาลดลงอย่างมาก
5 ลาก : การกว้านซื้อจำนวนมากเพื่อดันราคาขึ้น
6 ทุบ : การเทขายจำนวนมากเพื่อกดราคาลง
7 เม่า : นักลงทุนรายย่อย ที่เปรียบเสมือนแมลงเม่าตัวเล็ก ๆ
8 เจ้า/วาฬ : นักลงทุนรายใหญ่
9 คัท : การยอมขายขาดทุนเพื่อไม่ให้ขาดทุนเพิ่มในอนาคต
10 เด้ง : ได้กำไรขึ้นเท่าตัว เช่น 2 เด้ง คือกำไร 200%
#10คำศัพท์สายหุ้น_คริปโตฯ

29/05/2022

ซิสโก้เปิดผลการศึกษา Hybrid Work ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้พนักงานมีความสุขขึ้น ทั้งประหยัดค่าใช้จ่าย 2.7 แสนบาทต่อปี แถมยังสุขภาพดี
ซิสโก้ (Cisco) เปิดผลสำรวจพบ 85% ของพนักงานในไทยยอมรับว่า การทำงานแบบไฮบริด (Hybrid Work) ทำให้ชีวิตมีความสุขมากขึ้น โดย 87% ระบุว่าช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากถึง 2.7 แสนบาทในช่วงปีที่ผ่านมา และ 83% บอกว่าตนเองมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น ด้านพนักงาน 37% รู้สึกว่าองค์กรของตนมีความพร้อมอย่างมากสำหรับการทำงานแบบไฮบริด
ข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยผ่านรายงานเรื่องความพร้อมของพนักงานสำหรับการทำงานแบบไฮบริด (“Employees are ready for hybrid work, are you?”) โดยพบว่า พนักงานในไทย 7 ใน 10 คน เชื่อว่าคุณภาพการทำงานดีขึ้น และพนักงานในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน (71%) รู้สึกว่าประสิทธิภาพการทำงานของตนเองดีขึ้น และ 82% รู้สึกว่าตนเองสามารถทำงานจากที่บ้านตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายได้สำเร็จเท่ากับการทำงานในออฟฟิศ
อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจความคิดเห็นของพนักงาน 28,000 คนใน 27 ประเทศ รวมถึงผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 1,050 คนในไทย พบว่า มีพนักงานในไทยเพียง 37% เท่านั้นที่คิดว่าบริษัทของตน ‘มีความพร้อมอย่างมาก’ สำหรับการทำงานแบบไฮบริดในอนาคต
การศึกษาของซิสโก้พบว่า การทำงานแบบไฮบริดส่งผลต่อคุณภาพชีวิตใน 5 ด้านที่สำคัญ ได้แก่ ด้านอารมณ์ การเงิน จิตใจ ร่างกาย และสังคม โดยผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ (85%) ระบุว่า การทำงานแบบไฮบริดและการทำงานจากที่บ้านช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตของตนในหลากหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็น

- ตารางเวลาที่ยืดหยุ่นมากขึ้น (54%)
- ไม่ต้องเดินทางเพื่อไปทำงานหรือมีการเดินทางน้อยลงอย่างมาก (46%)

นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามเกือบ 3 ใน 4 (74%) ประหยัดเวลาได้อย่างน้อย 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เมื่อทำงานอยู่ที่บ้าน และกว่า 1 ใน 4 (33%) ประหยัดเวลาได้อย่างน้อย 8 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เลยทีเดียว
"การทำงานแบบไฮบริดให้มีประสิทธิภาพนั้น ผู้บริหารจำเป็นที่จะต้องบ่มเพาะวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อประโยชน์แก่ทุกคน และให้ความสำคัญกับพนักงานเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของประสบการณ์ การมีส่วนร่วม และคุณภาพชีวิตของพนักงาน ทั้งยังจะต้องปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายและระบบรักษาความปลอดภัยหรือระบบซีเคียวริตี้ให้ทันสมัย เพื่อนำเสนอประสบการณ์การทำงานที่ปลอดภัย ไร้รอยต่อ และครอบคลุมคนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง นอกจากนั้น ยังจำเป็นต้องมีระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่เหมาะสมสำหรับการตรวจสอบแง่มุมต่าง ๆ ของระบบไอที รวมถึงการทำความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบการใช้งานแอปพลิเคชัน ที่สามารถระบุและแก้ไขปัญหาในแบบเรียลไทม์ด้วยนั่นเอง" คุณทวีวัฒน์ จันทรเสโน กรรมการผู้จัดการ ซิสโก้ ประเทศไทย กล่าว

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.brandbuffet.in.th/2022/05/cisco-study-hybrid-work-can-saving-employees-cost-270000-baht-per-year/

07/05/2022

📢📢 มาแล้ว!!! คอร์สออนไลน์สุดปัง (เรียน 1 วัน ผ่าน Zoom ประจำเดือน พ.ค. 2565)

"ถ้ามีพื้นฐานดี อะไรก็ดูง่ายไปหมด"

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่...
✅ ต้องการทำออนไลน์ แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร
✅ ยังไม่มีความรู้ในการทำออนไลน์

พลาดไม่ได้กับหลักสูตร S4 - DIGITAL GEN (เรียนผ่าน Zoom)
🔵 เรียนทุก วันเสาร์เวลา 10:00-17:00 น.

สอนโดยโค้ชผู้เชี่ยวชาญ ผู้มากด้วยประสบการณ์ แล้วคุณจะรู้ว่า..ออนไลน์ไม่ยากอย่างที่คิด

03/04/2022

🚫คำต้องห้าม ในการทำโฆษณา Facebook

🔴คนที่ทำโฆษณาบน Facebook หลายคนคงทราบดีกันอยู่แล้วว่า กว่าจะยิงโฆษณาสักตัวได้ก็ต้องผ่านการตรวจสอบเนื้อหาคำโฆษณาโดย Facebook ก่อน จุดนี้ทำเอาหลายคนค่อนข้างเป็นกังวลในการทำโฆษณา และมีหลายเพจถูกปิดไปเนื่องจากใช้คำไม่เหมาะสมด้วย

วันนี้ D Network Update จะมาบอกคำต้องห้ามต่าง ๆ ของการทำโฆษณาบน Facebook เพื่อหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่าน เพราะการทำตลาดบนโลกออนไลน์ปฏิเสทไม่ได้เลยว่า Facebook เป็นช่องทางที่สำคัญมากในยุคนี้

🔷หมวดธุรกิจเสริมความงาม

1. เพียง เช่น เพียง 500 บาท
2. เท่านั้น
3. พิเศษ
4. เฉพาะ
5. ล้ำสมัย
6. แห่งเดียว/แห่งแรกในประเทศไทย
7. ราคาเดิม
8. ครบวงจร
9. ฟรี
10. สวยจริง สวยบอกต่อ
11. งดงามที่…มีเสน่ห์ที่…
12. สวยเหมือนธรรมชาติ
13 เหนือกว่า/สูงกว่า
14. อยากสวย/สวยที่…
15.รักษาโรค…ได้

🔷หมวดหมู่ธุรกิจอาหารเสริม

1. อ้วน/ผอม
2. ระเบิดไขมัน
3. ไซซ์ใหญ่
4. ลดน้ำหนัก
5. ไม่โยโย่
6. ขาแขนใหญ่
7. ดื้อยา
8. ได้ผล 100%
9. คำที่ส่งผลต่อจิตใจ
10. ลดด่วน
11. อยากผอม
12. ผอมทันใจแน่นอน
13. เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้
14. เบิร์น
15. สลายไขมัน
16. หุ่นดีกว่าเดิม
17. คำการันตีผล
18. ยินดีคืนเงิน

🔷หมวดธุรกิจเครื่องสำอาง

1. ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
2. ป้อนกันการเกิดสิว
3. รักษาโรคผิวหนัง
4. รักษาโรคสะเก็ดเงิน
5. ขาวไว ขาวทันที ต้านอนุมูลอิสระ
6. ธรรมชาติ 100%
7. ลดรอยแดง
8. ลดรอยดำ
9. ลดรอยสิว
10. ลดฝ้ากระ
11. สลายฝ้า
12. เห็นผล…
13. ระบุวันเห็นผล
14. รับประกัน
15. จริง เช่น ขาวจริง
16. หน้าเรียว
17. คำการันตีผล
18. กระชับสัดส่วน
19. ไม่เห็นผลยินดีคืนเงิน

🔷หมวดธุรกิจกลุ่มของขลัง วัตถุมงคล

1. คำพูดอ้างอิทธิทธิ์ ปาฏิหาริย์
2. ถูกหวย
3. เสี่ยงดวง/เสี่ยงโชค
4. พลิกชีวิต
5. เปลี่ยนโชคชะตา
6. ศักดิ์สิทธิ์

🔷หมวดธุรกิจตัวแทนจำหน่าย

1. วิธีรวยเร็ว
2. ทำงานจากบ้านก็รวยได้
3. ทำงานประจำทำแล้วไม่รวย
4. ขายวันนี้ พรุ่งนี้รวย
5. งานสบาย ๆ รวยเร็วภายใน 1 เดือน
6. ใช้สิทธิจองรวย
7. รวยง่าย ๆ แค่คลิก
8. แค่ขายก็รวยแล้ว
9. รวยแบบไม่ทันตั้งตัว
10. รวยในข้ามคืน

30/03/2022

📱หาเงินอย่างไร..ในยุคออนไลน์ Work from home

👍"ยุคดิจิทัล หรือ ยุคออนไลน์" หลายคนยังเข้าใจว่าสามารถหารายได้ด้วย "การขายของออนไลน์" เท่านั้น แต่ความจริงแล้ว ในยุคดิจิทัลเราสามารถเป็นเศรษฐีได้ด้วยเป็นเจ้าของ "Platform"

🔥"DNW Platform Project" โปรเจ็คที่จะทำให้คุณ👇

🔻- รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของยุค Digital Transformation ในขณะที่สังคมไทยกำลังก้าวสู่...ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

🔻- รู้วิธีการขายออนไลน์ผ่าน Dropship Fulfillment

🔻- รู้วิธีการสร้างรายได้ Affiliate จากการแชร์ ช้อป ใช้ ผ่าน DNW Platform

🔻- รู้วิธีการรายได้ Affiliate จากการสร้างชุมชน(Dropship community)

🔻- เป็นเศรษฐีด้วยการเป็นเจ้าของ Platform ของตัวเอง ต้องทำอย่างไร💰💵💸💰

✔️ พบกับการนำเสนอ โอกาสในการสร้างรายได้ผ่าน DNW PLATFORM - OPP ทุกวันพุธ เวลา 19.00 น. ไลฟ์สด ผ่านยูทูป

💰 แล้วคุณจะรู้ว่า คนรวยในยุคดิจิทัลนั้น เขาทำกันอย่างไร 💥

28/03/2022

✅20 นิสัยเล็ก ๆ เปลี่ยนคุณให้สำเร็จตลอดชีวิต

1.ตื่นเช้า
2.อ่านหนังสือ
3.บ่นให้น้อยลง
4.เลิกนิสัยแย่ ๆ
5.หันมาดูแลตัวเอง
6.โฟกัสเป้าหมาย
7.ศึกษาการลงทุน
8.ฝึกคิดบวกจนเป็นนิสัย
9.ฝึกนิสัยให้เป็นกิจวัตร
10.มองปัญหาเป็นความท้าทาย
11.เลิกคิดลบ
12.เรียนรู้ทักษะใหม่
13.ศึกษาการทำธุรกิจ
14.ฝึกคิกแล้วทำทันที
15.ไม่เปรียบเทียบผู้อื่น
16.ออกไปเจอสังคมใหม่
17.กินอาหารเพื่อสุขภาพ
18.อย่ากลัวความเปลี่ยนแแปลง
19.หยุดนึกถึงอดีตที่ล้มเหลว
20.ฝึกเป็นคนมนุษย์สัมพันธ์ดี

21/03/2022

ทำธุรกิจยุคนี้ ยากกว่ายุคเสื่อผืนหมอนใบ
เพราะ แค่เปิดดูในเน็ตก็รู้แล้ว ว่าที่ไหนขายถูกกว่า
ธุรกิจที่รอดได้คือ "ธุรกิจที่กอบโกยในระยะสั้นๆ"
ไม่ยึดติดกับแค่สินค้าหรือของเดิมๆ
เชื่อว่าหลายๆ คนเห็นแบรนด์ที่ชอบร่วมงานกับแบรนด์อื่นเป็นคอลเลคชัน มักจะสร้างความฮือฮาให้เราเสมอ เพราะถือเป็นการเซอรไพรส์แฟน ๆ ไปในตัว จนทำให้แอบคิดว่า การขายของเดิม ๆ ซ้ำ ๆ อาจไม่สร้างความตื่นตาให้ลูกค้า ซึ่งการร่วมงานกับแบรนด์อื่น ๆ ถือเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจและเป็นกระแสได้ดีมาก ๆ
-ที่ปรึกษาทางการจัดการธุรกิจของบริษัท BCG (Boston Consulting Group) อย่าง ‘ฟีลิบ อีเวนส์’ (Philip Evans) ที่ทำงานในบริษัทระดับโลกด้านการจัดการ กล่าวว่า "เรามักจะคิดว่ากลยุทธ์ทางธุรกิจนั้นเป็นแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ที่อยู่เหนือกาลเวลา แต่จริง ๆ แล้วกลยุทธ์ทางธุรกิจนั้นมีการเปลี่ยนแปลง และเปลี่ยนไปอย่างมาก"
-ในช่วงแรก ๆ กลยุทธ์การทำธุรกิจนั้นก็คงเหมือนกันการทำการรบโดยใช้กลยุทธ์ทางทหาร คือเน้นการจู่โจมเข้าที่จุดอ่อนของคู่แข่ง เน้นการลงทุนจำนวนมาก เพื่อความได้เปรียบทางการแข่งขันทางธุรกิจ หรือกลยุทธ์ในการประสานงานกันภายในองค์กรซึ่งยึดเหนี่ยวด้วยต้นทุนในการทำธุรกรรม
-ซึ่งต้นทุนทางธุรกรรมนั้นมีสององค์ประกอบคือ ‘การประมวลข้อมูล’ และ ‘การสื่อสาร’
-แต่ในตอนนี้ต้นทุนในการทำธุรกรรมดังกล่าวได้ลดลงแล้ว เมื่อข้อมูลและการสื่อสารในยุคดิจิทัลนั้นเป็นข้อมูลที่ใคร ๆ ก็เข้าถึงและสามารถเป็นเจ้าของข้อมูลต่าง ๆ ได้ และเขาได้ยกตัวอย่างที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง
-นั่นคือหนังสือสารานุกรม เราจะเห็นได้ว่าในสมัยก่อนนั้น สารานุกรมเป็นหนังสือเล่มใหญ่ ที่มีพนักงานนำมาเสนอขาย แต่ตอนนี้เราจะเห็นได้ว่าสารานุกรมนั้นเสื่อมความนิยมไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าพูดถึงสารานุกรมในยุคนี้ ทุกคนอาจนึกถึง ‘วิกิพีเดีย’ เป็นอย่างแรก
-ในอดีตหนังสือสารานุกรมเล่มหนึ่งอาจจัดทำโดยสำนักพิมพ์โดยมีทีมงานของสำนักพิมพ์นั้นๆ ขายผ่านทางร้านหนังสือ หรือการสั่งซื้อผ่านพนักงานขาย แต่ในยุคดิจิทัลนี้ วิกิพีเดีย ที่เนื้อหาสามารถสร้างขึ้นโดยใครก็ได้ (แต่อย่าลืมว่าบางครั้งข้อมูลของวิกิพีเดียก็ต้องใช้วิจารณญาณในการอ่าน)
-แต่อย่างไรก็ตาม ตัวอย่างของวิกิพีเดียแสดงให้เห็นว่า องค์กรอาจไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป เมื่อคนทั่วไปสามารถสร้างข้อมูล รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ได้เอง แถมในบางครั้งอาจได้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า และที่สำคัญต้นทุนที่ถูกลงด้วย
-ในกรณีนี้ผู้เขียนเองอยากจะตั้งข้อสังเกตว่าในการทำธุรกิจองค์กรมีความสำคัญในยุคดิจิทัลหรือไม่ คำตอบคืออาจมีความจำเป็นอยู่ แต่บุคคลทั่วไปก็สามารถเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพา ‘ระบบองค์กร’
- อย่างในสมัยก่อนเรารับสื่อจากสถานีโทรทัศน์เป็นหลัก แต่ตอนนี้ Youtube ที่มีช่องรายการต่าง ๆ ที่ผู้ผลิตคอนเทนต์เป็นเพียงคนธรรมดา บางคนอาจทำหน้าที่ทุกอย่างด้วยตัวเองตั้งแต่เจ้าของช่อง ผู้คิดคอนเทนต์ ตัดต่อ เป็นต้น
-เราจะเห็นได้ว่าในยุคที่มีข้อมูลต่าง ๆ มากมายบนโลกออนไลน์ การทำธุรกิจโดยยึดแต่กลยุทธ์เดิม ๆ อาจทำให้ธุรกิจของเราตามไม่ทันโลกก็ได้ โดยเฉพาะช่วงยุค New Normal ที่ต้องคอยอัปเดตข้อมูลและสถานการณ์ต่าง ๆ กันแบบวันต่อวัน
-ฟีลิป อีเวนส์ ได้ตั้งข้อสังเกตว่าในยุคนี้ผู้ประกอบการต้องหาคำตอบว่าจะประกอบธุรกิจอย่างไรที่จะมี ‘การทำงานร่วมกัน และสามารถแข่งขันกันในเวลาเดียวกัน’ ได้
-ทฤษฎีนี้อาจเป็นเรื่องที่ฟังดูแปลก แต่เมื่อนึกถึงแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่าง ‘Supreme’ ที่มีการออกคอลเลกชั่นใหม่ ๆ ร่วมกับแบรนด์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น Nike หรือแบรนด์หรูอย่าง ‘Louis Vuitton’ ที่ออกคอลเลกชันเสื้อผ้าที่กลายเป็นปรากฏการณ์มาแล้วช่วงหนึ่ง
-การร่วมมือกันออกคอลเลกชันของต่างแบรนด์แต่สินค้าประเภทเดียวกัน (ถึงแม้กลุ่มลูกค้าอาจแตกต่างกัน) อาจไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไร ถ้าเทียบกับการที่โลโก้ Supreme ไปปรากฎบนขนมสโลแกน ‘บิด ชิม ครีม จุ่มนม’ อย่าง ‘Oreo’ (ซึ่งวางขายไปเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา สนนราคาเบา ๆ ที่แพคละ 3 ดอลล่าร์ (ประมาณ 95 บาท ) ซึ่งหนึ่งแพคมี 3 ชิ้น ซึ่งปกติโอริโอ้รสชาติธรรมดาแพคใหญ่ ราคาอยู่ที่ 30 บาท
-หรือที่เขย่าวงการเกมเมอร์และแฟชั่นไปพร้อมกัน ในช่วงปลายปี 2562 Louis Vuitton ก็มาร่วมมือกับเกมยอดฮิตอย่าง ‘LOL (League of Legends)’ มีเสื้อยืดที่สกรีนรูปแชมป์เปี้ยน (คาแรกเตอร์ในเกม) หรือสกินของตัวละครในเกมที่ชื่อ Qiyana และSenna ก็สวมใส่เสื้อผ้าที่ดีไซน์โดย Louis Vuitton
- นอกจากนี้แบรนด์หรู ยังทำหน้าที่ออกแบบกระเป๋าหนังที่ใช้ใส่ถ้วยรางวัลของผู้ชนะใน ของการแข่งขัน LOL ระดับเวิร์ดคัพอีกด้วย
-ถ้ามองเผิน ๆ กลุ่มลูกค้าของแบรนด์ที่ยกมาดังกล่าวข้างต้นอาจเป็นคนละกลุ่มกันอย่างสิ้นเชิง แต่จุดร่วมของกลยุทธ์แบบนี้คือการที่มีการ ‘แบ่งปัน’
ระหว่างผู้ประกอบการต่าง ๆ
-ซึ่งสถานการณ์ New Normal ที่เกิดขึ้นหลังโรคระบาดที่มีผลกระทบไปทั่วโลก กลยุทธ์ทางธุรกิจแบบตัวใครตัวมัน เน้นลงมือลงทุนมาก ๆ และแข่งขันกับคู่แข่งอย่างเดียวจะถือเป็นกลยุทธ์ที่ไปรอดหรือไม่
-หากผู้ประกอบการมีการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจไปในแนวทางที่ ‘ร่วมมือ’ และ ‘แข่งขัน’ ไปพร้อมกัน นอกจากจะได้ฐานลูกค้า ผู้บริโภคอาจมีทางเลือกที่หลากหลายที่มากขึ้นกว่าเดิม
เรียบเรียงโดย เพจ ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน

อ้างอิง
https://bit.ly/3cHPb0X
https://bit.ly/38Mx7RZ
https://bit.ly/3lqHlg5
https://bit.ly/3cGD58b

21/03/2022

อ่านใจลูกค้าผ่านตำราจริต 6
ปิดการขายยังไงให้ตรงใจลูกค้า
🗣️ มนุษย์มีความอยากซื้อ อยากครอบครองเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะการครอบครองเป็นการบ่งบอกถึงความมีอำนาจเหนือคนอื่น แต่การถูกขายเหมือนเป็นการลดทอนอำนาจในการตัดสินใจ “หากเราถูกขายได้สำเร็จ เหมือนเราแพ้คนขาย” ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่ลูกค้าได้กลิ่นอายของการขาย ลูกค้าจะตั้งกำแพงขึ้นมาทันที
หลายครั้งที่เราพยายามปิดการขายจนอาจจะหลงลืมไปว่า ลูกค้าไม่ได้อยากรู้ทุกรายละเอียด พวกเขาแค่อยากรู้เฉพาะประเด็นที่อยากรู้ การลงรายละเอียดไปซะทุกเรื่องจะทำให้ลูกค้าเบื่อหน่ายด้วยซ้ำไป
🗣️ ก่อนจะขายของให้ได้ เราต้องรู้ก่อนว่าลูกค้าแต่ละประเภทเป็นอย่างไร โดยการใช้ตำราที่เก่าแก่ที่สุซึ่งเรียกว่า “การแบ่งคนตามจริต” ซึ่งจะแบ่งคนออกเป็น 6 กลุ่มก็คือ
1. โทสะจริต
2. ราคะจริต
3. วิตกจริต
4. โมหะจริต
5. ศรัทธาจริต
6. พุทธิจริต
โดยหลัก ๆ ทางการตลาดแล้ว ส่วนมากมักจะพบแค่ 4 จริตเท่านั้น นั่นก็คือ โทสะจริต, ราคะจริต, วิตกจริต และ โมหะจริต
🗣️ ปิดการขายกับลูกค้าประเภท “โทสะจริต”
คนประเภทนี้คาดหวังกับโลกเยอะ คิดว่าโลกต้องเป็นในแบบที่ตัวเองต้องการ จึงชอบชี้ถูกชี้ผิด คนแบบนี้ตรงไปตรงมา เมื่ออยากรู้อะไรก็จะถามแบบ ตรง ๆ ชอบอะไรเร็ว ๆ ไม่เยิ่นเย้อ คนกลุ่มนี้มักเน้นเรื่องงานมากกว่าเรื่องส่วนตัว สนใจผลประโยชน์ที่สามารถจับต้องได้
การที่จะปิดการขายกับคนกลุ่มนี้ ต้องทำให้ชีวิตพวกเขาสะดวกสบายขึ้น ไม่ต้องลงรายละเอียดสินค้า เอาแค่คุณสมบัติหลักที่เขาอยากได้ก็พอ ถ้าเราบอกเขาว่า “สินค้านี้จะทำให้คุณลูกค้าประหยัดเงินไปถึง ###x บาทเลยนะครับ” นี่คือผลลัพธ์ที่จับต้องได้มากกว่า
🗣️ ปิดการขายกับลูกค้าประเภท “ราคะจริต”
คนประเภทนี้สังเกตง่ายเพราะเป็นคนที่เสียงเพราะ นุ่มนวล ภาพลักษณ์สำคัญเป็นอันดับ 1 เพราะเขาต้องการการยอมรับจากสังคม คนกลุ่มนี้ชอบคำชม (แม้จะไม่จริงก็ตาม) โดยเฉพาะเสื้อผ้าหน้าผม หรือสิ่งทีเป็นรูปลักษณ์ภายนอก
การที่จะปิดการขายกับคนกลุ่มนี้คุณต้องเน้นให้เห็นว่ามันช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ยังไง หรือมีคำเหล่านี้ “รุ่นใหม่” “มีก่อนใคร” “ไม่ซ้ำใคร” “ที่แรก” “คนเดียว” “พิเศษ” “แค่คนเดียว” เพราะคนประเภทนี้ชอบที่จะเป็นจุดสนใจของคนอื่น คำเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นให้พวกเขาอยากได้สินค้ามากขึ้น
🗣️ ปิดการขายกับลูกค้าประเภท “วิตกจริต”
คนประเภทนี้เป็นคนมีเหตุผล รอบคอบ จนบางทีรอบคอบเกินไปจนไม่กล้าตัดสินใจ คนประเภทนี้จะหาข้อมูลสินค้ามาดีมาก บางทีอาจจะมากกว่าคนขายเลยก็ได้ น้ำเสียงในการพูดจะเป็นแบบโมโนโทน
สิ่งที่ห้ามทำถ้าอยากปิดการขายกับคนประเภทนี้ก็คือ “การคิดแทนลูกค้า” เพราะคนประเภทนี้จะเชื่อข้อมูลของตัวเองมากกว่าคนอื่น หน้าที่ของนักขายคือ เตรียมข้อมูลให้พร้อม และสอบถามลูกค้าว่า ต้องการข้อมูลด้านไหมเพิ่มเติมหรือไม่ จนกว่าจะได้ข้อมูลที่พอใจ คนกลุ่มนี้ถึงจะตัดสินใจซื้อ
🗣️ ปิดการขายกับลูกค้าประเภท “โมหะจริต”
คนกลุ่มนี้จะมองตัวเองต่ำกว่าความเป็นจริง อาจจะไม่ค่อยมีความมั่นใจต้องการพึ่งคนอื่น มักห่วงใยคนอื่นก่อนเสมอ เป็นคนเชื่อคนง่าย แต่ถ้าถูกหักหลังจะจำไปตลอดกาล
การปิดการขายกับคนกลุ่มนี้ เหล่านักขายต้องเสนอให้เห็นว่า ซื้อสินค้าชิ้นนี้ไปแล้วจะเป็นประโยชน์ต่อคนรอบข้างของลูกค้าอย่างไร เช่นหากจะขายรถยนต์ ถ้าเราบอกว่ารถคันนี้ดีต่อสไตล์ลูกค้า พวกเขามักจะไม่ค่อยสนใจ แต่ถ้าเราเสนอว่า รถคันนี้สามารถพาคุณแม่ไปเที่ยวต่างจังหวัด ไปพักผ่อนสูดอากาศบริสุทธิ์ได้เลยนะครับ พวกเขาจะเริ่มสนใจสินค้าขึ้นมาทันที
🗣️ ปิดการขายกับลูกค้าประเภท “ศรัทธาจริต”
คนประเภทนี้มักจะคล้อยตามคนได้ง่าย เชื่อคนแบบไร้เหตุผล เวลามีแนะนำอะไรก็ตัดสินใจเชื่อโดยไม่คิดให้ถี่ถ้วน ปากกับใจจะตรงกัน อยากได้อะไรก็บอกตรง ๆ ทำอะไรไม่รีบร้อน
การปิดการขายกับคนกลุ่มนี้ไม่ยากมากเท่าไหร่ เพราะด้วยความที่เชื่อคนได้ง่าย เมื่อเราพูดอะไรไปมักก็จะคล้อยตาม แต่หากว่าเราบอกว่ารายได้ส่วนหนึ่งจากการซื้อสินค้าหรือการใช้บริการ จะนำไปบริจาคเข้าองค์กร หรือ มูลนิธิ พวกเขามักจะสนใจเป็นพิเศษ
🗣️ ปิดการขายกับลูกค้าประเภท “พุทธิจริต”
คนกลุ่มนี้ชอบคิดและพิจารณาอย่างมีเหตุผล เป็นคนเจ้าปัญญาความคิด มีความฉลาดเฉลียว มีปฏิภาณไหวพริบดี การคิดการอ่านหรือการทรงจำดีทุกอย่าง
การปิดการขายกับคนกลุ่มนี้ต้องบอกรายละเอียดที่ตรงประเด็น ไม่ต้องอ้อมค้อม ถ้าเขาทำท่าไม่ชอบเมื่อไหร่ นั่นหมายความว่าเขาตัดสินใจไม่ซื้อแล้ว แต่ถ้าทำท่าทางสนใจเมื่อไหร่ ก็จะเป็นนิสัยเท่าไหนก็เท่ากัน คนประเภทนี้ถ้าหากยิ่งยื้อการขาย อาจทำให้เขาโกรธก็ได้
🗣️ ในแต่ละคนมักจะมีส่วนผสมมากกว่า 1 จริตเสมอ นักขายมือทองจะต้องคาดเดาให้ได้ตั้งแต่แรกเห็นว่าลูกค้าของเขาเป็นคนประเภทไหน อาจจะวิเคราะห์จากบทสนทนาหรือการแต่งตัวก็ได้ หรือถ้าเป็นการขายออนไลน์ ก็อาจจะต้องเข้าไปส่องหน้าโปรไฟล์เขาหน่อยว่ามีความคิดอย่างไร แชร์โพสต์แบบไหน เพื่อแยกตามประเภทให้ถูกต้อง
การปิดการขายที่ดีต้องรู้จักลูกค้าว่าเป็นแบบไหน บอกรายละเอียดเยอะไม่ได้แปลว่าจะทำให้ขายดี แต่พูดยังไงให้ตรงกับความต้องการลูกค้ามากกว่าถึงจะทำให้ร้านค้าได้กำไร
เรียบเรียงโดย 100wealth
ผู้เขียน เจแปนคุง


#ไปให้ถึง100ล้าน

#เจแปนคุง
อ้างอิง
- หนังสือ รู้แค่นี้ขายดีทุกอย่าง
ผู้เขียน: สุภกฤษ กุลชาติวิจิตร

19/03/2022

เก็บภาษี e-Service แพลตฟอร์มต่างชาติ 5 เดือนแรก โกย 3,000 ล้าน จากมูลค่าบริการออนไลน์ 44,569 ล้าน
หลังจากกรมสรรพากร เริ่มจัด เก็บภาษี e-Service จากแพลตฟอร์มต่างชาติ ที่ให้บริการผู้บริโภคในประเทศไทย และมียอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี โดยเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% ของมูลค่าบริการ เริ่มวันที่ 1 กันยายน 2564 เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทย
การจัดเก็บภาษี e-Service จากแพลตฟอร์มต่างประเทศ (VAT for Electronic Service : VES) ซึ่งปัจจุบันมีแพลตฟอร์มผู้ให้บริการต่างประเทศเข้ามาจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มรวม 127 ราย ช่วง 5 เดือน (กันยายน 2564 – มกราคม 2565) มียอดมูลค่าบริการรวม 44,569 ล้านบาท คิดเป็นภาษีมูลค่าเพิ่มจัดเก็บรวม 3,120 ล้านบาท ดังนี้
สรุปการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มแยกตามประเภทแพลตฟอร์มและบริการ 5 เดือน (กันยายน 2564-มกราคม 2565)

- บริการโฆษณาออนไลน์ มูลค่า 28,013 ล้านบาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 1,960 ล้านบาท

- บริการขายสินค้าออนไลน์ มูลค่า 11,982 ล้านบาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 838 ล้านบาท

- บริการสมาชิก เพลง หนัง เกมส์ มูลค่า 4,023 ล้านบาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 281 ล้านบาท

- บริการแพลตฟอร์มที่เป็นตัวกลาง 367 ล้านบาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 25 ล้านบาท

- บริการแพลตฟอร์มจองที่พัก ตั๋วเดินทาง 182 ล้านบาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 12 ล้านบาท

รวม บริการ มูลค่า 44,569 ล้านบาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 3,120 ล้านบาท
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่าการจัดเก็บภาษี e-Service จากผู้ประกอบการต่างประเทศหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ให้บริการในประเทศไทย ตั้งแต่กันยายน 2564 – มกราคม 2565 จำนวนกว่า
3,000 ล้านบาท ในระยะเวลาเพียง 5 เดือนนั้น ทำให้คาดได้ว่าภายใน 1 ปี ทางกรมสรรพากรจะสามารถจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มได้จากแพลตฟอร์มผู้ให้บริการต่างประเทศประมาณ 8,000 –10,000 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าที่เคยมีการคาดการณ์ไว้แต่เดิมว่าจะจัดเก็บได้ที่ประมาณ 5,000 ล้านบาท
สำหรับแพตลฟอร์มดิจิทัลต่างชาติ หมายถึง แพลตฟอร์มของบริษัทต่างชาติให้บริการออนไลน์รูปแบบต่างๆ ในประเทศไทย โดยมี 5 ประเภทหลัก คือ อีคอมเมิร์ซ, แพลตฟอร์มโฆษณา เช่น เฟซบุ๊ก กูเกิล ,แพลตฟอร์มจองที่พัก โรงแรม, แพลตฟอร์มตัวกลาง เช่น บริการสั่งอาหาร เรียกรถ, แพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เกม ระบบคลาวด์

#สรรพากร #แพลตฟอร์มต่างชาติ #โฆษณาออนไลน์ #ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ที่อยู่

กรุงเทพฯ

เบอร์โทรศัพท์

+66820304608

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ DNW Platform Coach Choke 5Gผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง DNW Platform Coach Choke 5G:

แชร์