15/12/2020
ทุกครั้งที่ฝุ่นพิษมาเยือน เหมือนเป็นสัญญาณเตือนว่าเราต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ช่วยโลกคนละเล็กคนละน้อยเพื่อไม่ให้เกิดมลพิษและฝุ่นควันถล่มเมือง แต่เคยสังเกตไหมว่าเวลาเข้าหน้าหนาวทีไร ลมเย็นๆ ก็มักมากับฝุ่นอันหนาแน่นเสมอ จนบางทีก็อดตั้งคำถามไม่ได้ว่า เราก็ใช้ชีวิตเหมือนเดิมนะ แต่ทำไมฝุ่นเยอะขึ้นช่วงหน้าหนาวกันล่ะ ?
ขอเล่าก่อนว่าต้นตอของฝุ่นพิษ PM 2.5 ในกรุงเทพฯ นั้น กรมควบคุมมลพิษบอกว่ามาจากพฤติกรรมมนุษย์ ซึ่งกว่า 60% เกิดจากเครื่องยนต์ดีเซล ที่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิงที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดควันดำและฝุ่น และอีกราว 35% มาจากการเผาในที่โล่งแจ้ง เช่น หญ้าแห้ง กิ่งไม้แห้ง ขยะ ไปจนถึงการก่อสร้าง
แล้วรู้ไหมว่า ‘ฤดูหนาว’ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ฝุ่นเยอะกว่าช่วงอื่น ซึ่งปกติแล้วอากาศจะเคลื่อนตัวจากร้อนไปหาเย็น โดยบริเวณเหนือพื้นดินซึ่งมีอากาศร้อนกว่าด้านบน เวลาอากาศลอยตัวขึ้นไปมันก็จะพัดพาฝุ่นให้ลอยตามไปด้วย
ทีนี้พอถึงช่วงฤดูหนาว ความกดอากาศสูงจากทางตอนเหนือของทวีปได้เคลื่อนตัวลงมาปกคลุมพื้นที่ของประเทศไทย ทำให้พื้นดินคายความร้อนอย่างรวดเร็ว กลายเป็นว่าเหนือพื้นดินก็เย็น อากาศข้างบนก็เย็น จนมันอัดแน่นมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเกราะที่ไม่ยอมให้อะไรผ่าน ลองคิดตามดูว่า ขนาดอากาศยังผ่านไปไม่ได้ แล้วฝุ่นควันพิษจะรอดเหรอ ซึ่งก็เลยเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมฝุ่นควันพิษต้องติดแหง็กสะสม เราเลยเรียกว่าสภาวะที่เกิดขึ้นนี้ว่า ‘สภาพอากาศปิด’ นั่นเอง
ยิ่งความเป็นเมืองของเราที่มีตึกสูงละลานตา เลยไม่มีพื้นที่ให้อากาศระบายได้อย่างสะดวกเพียงพอ เหล่ามลพิษ ฝุ่นตัวร้าย และควันต่างๆ ก็เลยสะสมตัวในเมืองของเราไม่ถ่ายเทไปไหน ชาวเมืองก็เลยรู้สึกว่ายิ่งหน้าหนาว ค่าฝุ่นก็ยิ่งสูงขึ้นเป็นพิเศษ
ซึ่งที่จริงแล้วเราต้องอยู่กับฝุ่นตลอดทั้งปีนั่นแหละ แต่พอเข้าหน้าหนาวก็จะพีคกว่าใคร อีกทั้งการรับมือของภาครัฐที่ดูเหมือนว่าจะยังไม่มีอะไรเป็นรูปธรรม แถมยังไม่มีมาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อมาจัดการฝุ่นพิษเหล่านี้ก็ทำให้ประชาชนต้องหันกลับมาใส่ใจตัวเองเมื่อถึงช่วงเวลาฝุ่นพิษอันหนักหนามาเยือน จนเรียกได้ว่า “ฤดูหนาวก็ไม่ต่างอะไรกับฤดูฝุ่น” ที่เราต้องจัดการตัวเอง และรับผิดชอบชีวิตตัวเองต่อไปเรื่อยๆ
Sources:
กรมควบคุมมลพิษ
Thai PBS bit.ly/37JfT8p
Thairath bit.ly/2G2EeuH
Greenpeace bit.ly/35DNX3m
#ฝุ่น #ฤดูหนาว