หัวข้อประเทศไทยที่คนไทยต้องรู้

หัวข้อประเทศไทยที่คนไทยต้องรู้ TOPIC THAILAND หัวข้อประเทศไทยที่คนไทยต้องรู้ หัวข้อประเทศไทย

25/05/2026

โปรโม! : สัญญาณแรงงานไทย ไร้หลักประกัน
🚨 สัญญาณอันตรายตลาดแรงงานไทย! คนว่างงานพุ่งทะลุ 3.8 แสนคน 💼 ยุคที่ความมั่นคงสั่นคลอน มนุษย์เงินเดือน ม.33 กำลังเผชิญวิกฤตหนักที่สุดในรอบ 3 ไตรมาส!
📊 สภาพัฒน์ (สศช.) เผยตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส 1 ปี 2569 ชี้อัตราคนตกงานเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยเฉพาะผู้ประกันตน ม.33 ที่ต้องพึ่งพาเงินชดเชยว่างงานทะยานแตะ 2.4 แสนคน!
❓ เกิดอะไรขึ้นกับตลาดแรงงานไทย?
❓ กฎหมายและสิทธิประกันสังคมคุ้มครองเราแค่ไหนในวันที่ถูกเลิกจ้าง?
เจาะลึกเบื้องหลังตัวเลขสถิติ ผลกระทบทางจิตวิทยา และทางรอดของมนุษย์เงินเดือนในยุคที่ธุรกิจแข่งขันดุเดือด 👇
#ข่าวเศรษฐกิจ #คนว่างงานพุ่ง #ว่างงาน2569 #ประกันสังคมม33 #แรงงานไทย #มนุษย์เงินเดือน #หัวข้อประเทศไทยที่คนไทยต้องรู้

25/05/2026

บ้านก็ต้องกวาด คนละครึ่งพลัส ก็อยากได้ #ขอบคุณคลิปจากผู้สื่อข่าวจังหวัดบุรีรัมย์ #ลงทะเบียนคนละครึ่ง

24/05/2026

เปิดระบบปุ๊ป ล่มปั๊ป #ไทยช่วยไทย #คนละครึ่ง #เป๋าตังค์

[ ปฏิวัติวงการ! อ.ไข่ มาลีฮวนน่า ผนึกกำลังศิลปินทั่วประเทศ ดัน พ.ร.บ.สภาศิลปะแห่งชาติ ชู Soft Power ไทยกินได้จริง ]กรุงเ...
23/05/2026

[ ปฏิวัติวงการ! อ.ไข่ มาลีฮวนน่า ผนึกกำลังศิลปินทั่วประเทศ ดัน พ.ร.บ.สภาศิลปะแห่งชาติ ชู Soft Power ไทยกินได้จริง ]
กรุงเทพมหานคร – ท่ามกลางกระแสการผลักดันนโยบาย Soft Power ของรัฐบาลที่กำลังเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ วงการศิลปวัฒนธรรมไทยกำลังจะก้าวข้ามผ่านจุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้ง เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง การรวมตัวของเหล่า "ขุนพลทางปัญญา" และ "ศิลปินภาคประชาชน" ได้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้วาระการประชุมใหญ่เพื่อขับเคลื่อนการจัดตั้ง “สภาศิลปะแห่งชาติ” (National Arts Council)
การขับเคลื่อนครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความฝันของศิลปินกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นการวางรากฐานเชิงโครงสร้างที่เข้มแข็ง โดยมี อาจารย์ไข่ มาลีฮวนน่า (คฑาวุธ ทองไทย) ประธานสมาพันธ์เครือข่ายคนบันเทิงอาชีพแห่งประเทศไทย เป็นหัวเรือใหญ่ ร่วมกับเครือข่ายวิชาการจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ เพื่อเปลี่ยนโฉมหน้าการจัดการด้านศิลปะจาก “งานฝาก” ของภาครัฐ ให้กลายเป็น “ฟันเฟืองหลัก” ของชาติ
[ “สภาศิลปะแห่งชาติ” ทำไมต้องมี และทำไมต้องตอนนี้? ]
อาจารย์ไข่ มาลีฮวนน่า ได้กล่าวถึงความอัดอั้นตันใจของคนทำงานศิลปะที่ยาวนานหลายทศวรรษว่า "ศิลปะจะคุ้มครองเศรษฐศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์จะคุ้มครองศิลปะ" ประโยคนี้สะท้อนภาพชัดเจนว่า ในต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จอย่าง เกาหลีใต้ (KOCCA) หรืออังกฤษ (Arts Council England) ศิลปะไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงความบันเทิงหรือวัฒนธรรมที่ต้องอนุรักษ์ไว้บนหิ้ง แต่คือ “อุตสาหกรรม” ที่สร้างเม็ดเงินมหาศาล
ที่ผ่านมา การสนับสนุนจากภาครัฐมักติดขัดด้วยระเบียบราชการที่ซับซ้อนและขาดความยืดหยุ่น การจัดตั้งสภาศิลปะแห่งชาติจึงเป็นการ "เติมเต็มช่องว่าง" ที่หน่วยงานราชการทำไม่ได้ โดยเฉพาะการส่งเสริมศิลปินอิสระ ศิลปินพื้นบ้าน และศิลปะร่วมสมัย ให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุนและการพัฒนาศักยภาพอย่างทั่วถึง
[ ระดมสมองจากทุกภูมิภาค: จากภูเก็ตถึงเชียงใหม่ ]
อ. ศิริวัฒน์ แสนเสริม จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ผู้ริเริ่มโครงการนำร่อง ยืนยันว่าพลังครั้งนี้มาจากทุกภูมิภาค ทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสาน และกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการแสดงให้เห็นว่า "ศิลปะไทยมีอยู่ทุกที่ แต่ขาดคนเชื่อมโยง" การมีสภาฯ จะเป็นตัวกลางในการรวบรวมอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นมูลค่าเพิ่มในระดับสากล
[ มุมมองเชิงลึกจากนักออกแบบและนักวิชาการ ]
“ประกิต กอบกิจวัฒนา” ครีเอทีฟโฆษณาชื่อดัง ชี้ให้เห็นประเด็นที่แหลมคมว่า หากไทยยังจัดตั้งสภาศิลปะล่าช้า เราจะยิ่งวิ่งไล่ตามหลังโลกในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ การมีสภาศิลปะจะเป็น “แกนกลาง” ในการผลักดันนโยบายรัฐให้คนทำงานศิลปะมีความก้าวหน้าและโดดเด่นในเวทีโลก เช่นเดียวกับที่อังกฤษหรือญี่ปุ่นทำสำเร็จมาแล้ว
ในขณะที่ อาจารย์ธวัชชัย สมคง ผู้ก่อตั้งนิตยสาร Fine Art มองว่านี่คือการสร้าง "นิเวศวิทยาทางศิลปะ" (Art Ecosystem) ให้เกิดขึ้นจริง เพื่อให้งานศิลปะแสดงตัวออกมาในมิติเชิงเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่ การร่วมมือกับเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ จึงเป็นนิมิตหมายอันดีในการเดินหน้าด้านนิติบัญญัติ เพื่อให้ พ.ร.บ. สภาศิลปะแห่งชาติ ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา
[ อนาคตศิลปะไทย: ยั่งยืนและสากล ]
ด้าน ผศ.ดร.อติยศ สรรคบุรานุรักษ์ จาก มศว เน้นย้ำถึงมิติด้านการศึกษาและความยั่งยืน โดยหวังให้วงการศิลปะไทยก้าวเข้าสู่ความเป็นสากลอย่างแท้จริง เช่นเดียวกับ “บริพันธ์ ชัยภูมิ” ตัวแทนฝั่งดนตรีที่เปรียบเปรยการรวมตัวครั้งนี้ว่า "เหมือนเม็ดทรายที่รวมกันเป็นก้อนหินใหญ่" เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมที่ทรงพลัง
การขับเคลื่อนจัดตั้งสภาศิลปะแห่งชาตินี้ ไม่ใช่เรื่องของกลุ่มการเมืองใดกลุ่มการเมืองหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของ “กระดูกสันหลังทางปัญญา” ของชาติ หากร่าง พ.ร.บ. นี้สำเร็จ นี่จะเป็นมิติใหม่ที่คนบันเทิงและศิลปินจะได้รับการดูแลทั้งสวัสดิการ สิทธิประโยชน์ และโอกาสในการเติบโต ซึ่งจะเป็นการวางรากฐานให้ Soft Power ไทยเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป.
#สภาศิลปะแห่งชาติ #มาลีฮวนน่า #ศิลปะไทย #หัวข้อประเทศไทยที่คนไทยต้องรู้

23/05/2026

“ถ้าจะให้เหมาะสม เนื้อหาสาระ ไม่ควรนำมาเปิดเผย”
“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีนายกรัฐมนตรี แสดงความเห็นมุมมองส่วนตัว ในกรณีที่คณะองคมนตรี เข้าประชุมร่วมกับ กรม. ปภ.กระทรวงมหาดไทย หัวข้อ บทบาท “องคมนตรี” ในระบอบประชาธิปไตย ในรายการคมชัดลึก จากเนชั่น : ขอบคุณคลิปจากเนชั่น
#องคมนตรี #บทบาทในระบอบประชาธิปไตย #มหาดไทย #หัวข้อประเทศไทยที่คนไทยต้องรู้

22/05/2026

ถอดรหัสภาษา “มึงรู้จักกูน้อยไป” ของสุชาติ ชมกลิ่น: วาทกรรม อำนาจ และจิตวิทยาการเมืองไทย
🔥 “มึงรู้จักกูน้อยไป!” วลีเดือดจากปากรัฐมนตรี สู่คำถามสำคัญเรื่อง “จริยธรรมและอำนาจ”
เกิดอะไรขึ้นเมื่อ "สุชาติ ชมกลิ่น" รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ สบถใส่นักข่าวรุ่นใหญ่หลังโดนจี้ถามปมร้อน "สินบนกรมควบคุมมลพิษ" ?
TopicThailand ชวนคุณไปถอดรหัสพฤติกรรมนี้ ไม่ใช่ครั้งแรก! ย้อนรอยตั้งแต่ศึกเลือกตั้งชลบุรี ปะทะคารม สส.ฝ่ายค้าน จนถึงคดีฟ้องปิดปากสื่อ พฤติกรรมเหล่านี้สะท้อนอะไรในโครงสร้างอำนาจการเมืองไทย และเข้าข่ายผิด "มาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง" หรือไม่?
#สุชาติชมกลิ่น #การเมืองไทย #จริยธรรมรัฐมนตรี #สินบน #มึงรู้จักกูน้อยไป #หัวข้อประเทศไทยที่คนไทยต้องรู้

22/05/2026

โปรโม! : “มึงรู้จักกูน้อยไป” ถอดรหัสวาทกรรมอำนาจ
🔥 “มึงรู้จักกูน้อยไป!” วลีเดือดจากปากรัฐมนตรี สู่คำถามสำคัญเรื่อง “จริยธรรมและอำนาจ”
เกิดอะไรขึ้นเมื่อ "สุชาติ ชมกลิ่น" รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ สบถใส่นักข่าวรุ่นใหญ่หลังโดนจี้ถามปมร้อน "สินบนกรมควบคุมมลพิษ" ?
TopicThailand ชวนคุณไปถอดรหัสพฤติกรรมนี้ ไม่ใช่ครั้งแรก! ย้อนรอยตั้งแต่ศึกเลือกตั้งชลบุรี ปะทะคารม สส.ฝ่ายค้าน จนถึงคดีฟ้องปิดปากสื่อ พฤติกรรมเหล่านี้สะท้อนอะไรในโครงสร้างอำนาจการเมืองไทย และเข้าข่ายผิด "มาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง" หรือไม่?
#สุชาติชมกลิ่น #การเมืองไทย #จริยธรรมรัฐมนตรี #สินบน #มึงรู้จักกูน้อยไป #หัวข้อประเทศไทยที่คนไทยต้องรู้

[ 'ซุนหมิงเฉิน' โดนฟัน 7 คดีหลัก ใช้ดาร์กเว็บประกอบปืนเถื่อน ระเบิดมาจาก 3 ประเทศ พบบัญชีเงินที่ใช้โยงคดีไซเบอร์คนไทย 4 ...
21/05/2026

[ 'ซุนหมิงเฉิน' โดนฟัน 7 คดีหลัก ใช้ดาร์กเว็บประกอบปืนเถื่อน ระเบิดมาจาก 3 ประเทศ พบบัญชีเงินที่ใช้โยงคดีไซเบอร์คนไทย 4 พันกว่าคดี ]
เมื่อวันที่ วันนี้ 21 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่มีความเชื่อมโยงกับ “ซุนหมิงเฉิน” ผู้ต้องหารายสำคัญ
โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยกระดับการสืบสวนสอบสวนและแบ่งแยกการดำเนินคดีออกเป็น 7 กลุ่มความผิดหลัก ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ข้อหาการครอบครองอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด ไปจนถึงการฟอกเงินผ่านการทำธุรกรรมสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งประเมินมูลค่าความเสียหายในระบบได้กว่า 815 ล้านบาท
กลุ่มที่ 1 คดีความผิดเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธปืน วัตถุระเบิด และยุทธภัณฑ์ มีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาชาวต่างชาติจำนวน 2 ราย ได้แก่ ซุนหมิงเฉิน และหญิงที่ใกล้ชิด
กลุ่มที่ 2 คดีขยายผลกรณีอาวุธปืนยาว M4 ดำเนินการจับกุมบุคคลที่ทำหน้าที่จัดหาอาวุธปืนรวม 5 ราย ประกอบด้วยข้าราชการจำนวน 2 ราย และพลเรือน 3 ราย
กลุ่มที่ 3 คดีขยายผลกรณีอาวุธปืนสั้น G***k 26 มีการแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้
องหาจำนวน 5 ราย และอยู่ระหว่างการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องอีก 6 ราย โดยพบว่าอาวุธปืนกระบอกดังกล่าวถูกจดทะเบียนอย่างถูกต้องในครั้งแรก แต่นำมาลักลอบจำหน่ายต่ออย่างผิดกฎหมาย
กลุ่มที่ 4 คดีขยายผลกรณีวัตถุระเบิด C4 อยู่ระหว่างการตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องจำนวน 4 ราย ซึ่งมีทั้งผู้ที่มีส่วนรู้เห็นกับองค์กรอาชญากรรมและผู้ที่ทำหน้าที่เพียงการขนส่ง เบื้องต้นพบว่าเป็นวัตถุระเบิดเก่าที่มีต้นทางจากประเทศเกาหลี รัสเซีย และเมียนมา
กลุ่มที่ 5 คดีขยายผลกรณีการออกบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) ดำเนินการตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่อำนวยความสะดวกในการจัดทำบัตรแสดงถิ่นที่อยู่ให้แก่ซุนหมิงเฉิน ซึ่งในชั้นนี้ยังไม่พบพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยตรง
กลุ่มที่ 6 คดีขยายผลเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ดำเนินคดีในฐานความผิดที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน การลักลอบนำพาบุคคลต่างด้าวเข้าเมือง และความผิดตามกฎหมายศุลกากร โดยพยานหลักฐานบ่งชี้ถึงการเตรียมการนำอาวุธออกไปก่อเหตุนอกราชอาณาจักร
กลุ่มที่ 7 คดีขยายผลเส้นทางการเงินและการทำธุรกรรมดิจิทัล: ตรวจพบการทำธุรกรรมจากบัญชีหลัก 5 บัญชีของซุนหมิงเฉิน ซึ่งมีความเชื่อมโยงไปยังบัญชีอื่นอีก 648 บัญชี และเกี่ยวพันกับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Case ID) จำนวน 4,143 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 815 ล้านบาท
ประเด็นสำคัญจากการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์โดยศูนย์พิสูจน์หลักฐาน ระบุว่า อาวุธปืนยาว M4 จำนวน 2 กระบอกที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้นั้น ไม่ได้สูญหายหรือเบิกจ่ายมาจากคลังอาวุธของทางราชการ เนื่องจากไม่พบหมายเลขประจำปืนและไม่มีร่องรอยการขูดลบสัญลักษณ์ของหน่วยงานราชการ แต่เป็นอาวุธปืนดัดแปลงสภาพที่เกิดจากการนำชิ้นส่วนและอะไหล่จากปืนหลายกระบอกมาประกอบเข้าด้วยกัน อาทิ การนำลำกล้องของปืน M16A1 มาดัดแปลงเพื่อเลียนแบบปืน M4 Commando
จากการสืบสวนพบว่า ชิ้นส่วนประกอบของอาวุธปืนเหล่านี้ถูกลักลอบจัดหามาจากแหล่งซื้อขายผิดกฎหมาย (ตลาดมืด) รวมถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตใต้ดิน (Dark Web) สำหรับข้าราชการ 2 รายและพลเรือน 3 รายที่ถูกจับกุมนั้น เบื้องต้นถูกดำเนินคดีในฐานะผู้จัดหา อาวุธปืน โดยเจ้าหน้าที่กำลังขยายผลการสืบสวนเชิงลึกเพื่อพิสูจน์ทราบว่า บุคคลกลุ่มนี้มีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะสมาชิกขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติด้วยหรือไม่
นอกจากนี้ แม้ผลการตรวจพิสูจน์จะพบเขม่าดินปืนตกค้างภายในลำกล้อง ซึ่งเป็นการยืนยันว่าอาวุธปืนเคยผ่านการใช้งานมาแล้ว แต่เนื่องจากอาวุธดังกล่าวถูกประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนที่ผ่านการใช้งานมาต่างวาระกัน จึงไม่สามารถระบุห้วงเวลาหรือความถี่ในการใช้งานที่แน่ชัดได้
"พยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์และบันทึกการสนทนายืนยันอย่างชัดเจนว่า เครือข่ายผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์ที่จะก่อเหตุในประเทศไทย แต่ใช้ประเทศไทยเป็นเพียงจุดพักพิงและจัดเตรียมอาวุธ เพื่อเตรียมการนำออกไปก่อเหตุนอกราชอาณาจักร" โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุ
นอกจากนี้ร่องรอยพยานหลักฐานทางดิจิทัลได้นำไปสู่การค้นพบประวัติการสนทนาระหว่างซุนหมิงเฉิน กับผู้สั่งการระดับสูงที่ใช้ชื่อว่า “หลานเทียน” ซึ่งไม่ได้พำนักอยู่ในประเทศไทย แต่เป็นบุคคลระดับหัวหน้าเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในประเทศกัมพูชา อีกทั้งยังมีเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงไปถึงกลุ่มของ “เฉินจื้อ” ตามที่ปรากฏในรายงานข่าวกรองก่อนหน้านี้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับหลานเทียน ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
ในส่วนของการตรวจสอบเส้นทางการเงิน กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ได้จัดตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนเพื่อไล่เรียงเส้นทางการทำธุรกรรมจาก 648 บัญชีธนาคาร ที่มีความเชื่อมโยงกับระบบรับแจ้งความออนไลน์กว่า 4,000 คดี โดยจะดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดเป็นรายคดี (Case by Case) และเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเสนอศาลอนุมัติออกหมายจับซุนหมิงเฉินพร้อมพวกเพิ่มเติม ในฐานความผิดว่าด้วยการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและการฟอกเงิน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป.
#ซุนหมิงเฉิน #จีนเทา #ขยายผลคดีอาวุธปืน #ตำรวจแห่งชาติ #หัวข้อประเทศไทยที่คนไทยต้องรู้

20/05/2026

เจาะลึกเหตุผล ทำไม! แอนโธนี ฮัดสัน ยังเรียก "ธีรศิลป์" ติดช้างศึกในวัยใกล้ 38 ปี?
ไขข้อข้องใจแฟนบอลไทย! 🧐 ทำไม "เจ้ามุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา ในวัยกำลังจะเต็ม 38 ปี ถึงยังคงมีชื่อติดโผ 23 ขุนพลช้างศึก ยุคแอนโธนี ฮัดสัน ลุยศึกฟีฟ่าเดย์ มิ.ย. นี้? 🐘🇹🇭
ในขณะที่ทีมชาติไทยกำลังเดินหน้าสู่สายเลือดใหม่ พักแกนหลักเพื่อขยายฐานนักเตะ แต่ทำไมดาวยิงจาก ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด รายนี้ถึงยังได้รับความไว้วางใจ?
⚽️ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มีคำตอบทั้งในแง่แท็กติก "False Nine" วิกฤตกองหน้าไทย และวิทยาศาสตร์การกีฬาขั้นสูง!
#ทีมชาติไทย #ช้างศึก #ธีรศิลป์แดงดา #แอนโธนีฮัดสัน #ฟุตบอลไทย

16/05/2026

โต้เดือด! อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ จี้ขอหลักฐานหากไม่มีต้องขอโทษ
เดือด! อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ โต้ คณะกรรมการ กกร. ทำงานตามหลักวิชาการ ไม่มีหน้าที่เอื้อการ รับสินบน จี้ขอหลักฐาน ภายใน 7 วัน หากไม่มีขอให้ กกร.แถลงขอโทษ และรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ยืนยัน คพ. ยึดมั่นในองค์กรแห่งความโปร่งใส #กรมควบคุมมลพิษ #รับสินบน #กกร #หัวข้อประเทศไทยที่คนไทยต้องรู้

[ อนุทิน ชี้ หากกล้าบอกใครทำผิด ก็ต้องพร้อมถูกฟ้องกลับ ]นายอนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล​ นายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ กล่าวถึงกรณี...
16/05/2026

[ อนุทิน ชี้ หากกล้าบอกใครทำผิด ก็ต้องพร้อมถูกฟ้องกลับ ]
นายอนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล​ นายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ กล่าวถึงกรณีภาคเอกชนห่วงเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน ว่า ทุกคนเป็นห่วงเรื่องคอร์รัปชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาล แต่ผู้สื่อข่าวก็น่าจะสังเกตได้ ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามา เดือนตุลาคมจนถึงปัจจุบัน มีการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันอย่างสม่ำเสมอ และใช้กฎหมายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเข้มงวดและเด็ดขาด จะเห็นได้จากการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย ทั้งสแกมเมอร์​ ยาเสพติด​ บ่อนการพนัน การค้ามนุษย์
"ผมยืนยันได้เลยว่า ในรัฐบาลชุดนี้ ทำงานร่วมกับฝ่ายปราบปราม ด้วยความเข้าใจและมีเป้าหมายเดียวกัน และมีความสัมพันธ์สนับสนุนซึ่งกันและกัน ตำรวจทหาร เจ้าหน้าที่ เราทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน"
เมื่อถามว่ากรณี กกร.จัด 10 หน่วยงานที่มีการรับสินบนมากที่สุด นายอนุทิน​ กล่าวว่า เรื่องนั้นเป็นดัชนี ที่มาจากแบบสอบถาม แต่ในส่วนของรัฐบาลเรามีการปราบปรามอย่างจริงจัง ไม่ได้ใช้ความรู้สึกหรือการทำแบบสอบถาม หรือ ทำโพล ของรัฐบาลทุกเคสจัดการด้วยข้อกฎหมาย ยกตัวอย่าง ที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีเรื่องของการสวมสิทธิ์ ก็ไม่ได้จบ แค่ปลดนายอำเภอคนเดียว แต่รัฐบาลขยายผล เห็นการกระทำผิดเป็นขบวนการ ต้องดำเนินการทั้งหมด ผู้มีอิทธิพลทั้งหลาย ที่เป็นข้อกังวลของประชาชน ยกตัวอย่างในจังหวัดนครปฐม ก็ได้มีการปลดกำนันออกจากตำแหน่ง หากเป็นสมัยก่อน อาจจะต้องขอรอให้มีคนมาเคลียร์ มีคนมาขอ
เมื่อถามว่า เรื่องของผลสำรวจ กกร. จะไม่จบเพราะหน่วยงานรัฐที่ถูกจัดอันดับเตรียมจะฟ้องกลับเอกชน นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างที่บอกที่มาของการสำรวจคืออะไร ถ้าสำรวจแล้วไม่ได้เป็นไปตามนั้น ก็มีสิทธิ์ที่จะฟ้อง
"หากเรากล้าที่จะบอก ว่าคุณทำผิด คุณโกงคุณทำไม่ดี เราก็ต้องพร้อม ที่จะถูกฟ้องกลับ อย่างเมื่อวาน ที่ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ ดัชนีการรับรู้รับทราบ เรื่องคอร์รัปชัน ว่ามาจากไหน ส่วนนึงก็มาจาก การสำรวจความรู้สึก ถามมีการโกงไหม ถ้ามี ก็ติ๊กถูก อย่างนั้น จะนำไปวัด ว่า เป็นเรื่องที่จะต้องดำเนินคดีมันไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องของความรู้สึก ซึ่งอย่างที่บอกเป็นตราบาป ที่พวกผมต้องมาแก้ เป็นตราบาปที่ถูกประทับมาตั้งแต่ในอดีต ก็ต้องถือว่าเป็นเวรกรรมของรัฐบาลชุดนี้ ของผู้บริหารในปัจจุบันที่จะต้องไปแก้ตราปาบ แต่ไม่ใช่ไปเสริมตราบาป ไปย้ำ เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง "
#อนุทิน #กกร #หน่วยงานรับสินบน #เตรียมฟ้องกลับ #หัวข้อประเทศไทยที่คนไทยต้องรู้

ที่อยู่

No. 218, Village No. 11, Baan Suan Pa, Chong Mek Sub-district, Sirindhorn District, Ubon Ratchathani Province
Bangkok
34350

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หัวข้อประเทศไทยที่คนไทยต้องรู้ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง หัวข้อประเทศไทยที่คนไทยต้องรู้:

แชร์