SEO marketing By Toon&Jame

SEO marketing By Toon&Jame ความรู้พื้นฐานการตลาดในโลกไซเบอร์

5 วิธียิง Ads Facebook ง่ายๆ1. อับดับแรกให้เราเข้าไปที่บัญชีที่เราจะใช้ยิงแอดหรือยิงโฆษณา ซึ่งสามารถทำได้ทั้งในเฟสบุ๊คส่...
07/12/2021

5 วิธียิง Ads Facebook ง่ายๆ
1. อับดับแรกให้เราเข้าไปที่บัญชีที่เราจะใช้ยิงแอดหรือยิงโฆษณา ซึ่งสามารถทำได้ทั้งในเฟสบุ๊คส่วนตัว และเพจที่เราดูแลได้เลย2. กดที่ปุ่ม Campaigns จากนั้นเลือกที่ Create Ad เพื่อสร้างแอดหรือโฆษณา ในหัวข้อ Create New Campaign ให้เราเลือก Objective หรือวัตถุประสงค์ในการลงโฆษณาชุดนี้ โดยระบบของ Facebook จะช่วยค้นหาผู้ใช้งานที่มีแนวโน้มเป็นกลุ่มเป้าหมายของเราให้โดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ ในปัจจุบัน Facebook ได้มีคำแนะนำในการเลือก 3 Objective ซึ่งเราสามารถเลือกได้ตามเป้าหมายที่เราต้องการได้อย่างอิสระดังต่อไปนี้
Build your band คือ เน้นไปที่การทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก เช่น การกดไลค์ คอมเม้นต์ โฆษณาของเรา
Make connections คือการสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย โดยยึดการเชื่อมต่อกับลูกค้าเป็นหลัก
Drive sales คือ มุ่งเป้าหมายไปที่สร้างยอดขายให้กับธุรกิจของเรา
3. ถัดมาเราในหัวข้อ Campaign Details คือการตั้งชื่อให้กับแคมเปญหรือโฆษณาของเรา และการกรอกงบประมาณหรือจำนวนเงินที่เราต้องการใช้จ่ายไปกับแคมเปญนี้ โดยตั้งได้ 2 แบบ คือ Daily Budget คือ งบประมาณที่จะใช้จ่ายต่อวันในการลงโฆษณา และ Lifetime Budget คือ การตั้งงบลงโฆษณาแบบตลอดอายุ Facebook จะคำนวณให้ตามวันที่เราตั้งค่าเปิดปิดโฆษนาให้อัตโนมัติ เมื่อใส่วัตถุประสงค์ของโฆษณาเรียบร้อยแล้วก็กด Continue เพื่อไปกำหนดกลุ่มเป้าหมายของเราได้เลย4. ต่อมาหัวข้อ AD SET ขั้นตอนนี้ถือได้ว่าเป็นส่วนที่สำคัญมากในการลงโฆษณา ในขั้นตอนนี้เราจะทำการเลือกกลุ่มเป้าหมายของโฆษณาชุดนี้ ถ้าเราเลือกกลุ่มเป้าหมายดี กระแสตอบรับกับโฆษณาของเราก็จะดีตามไปด้วย ดังนั้นเราควรใส่ใจในรายละเอียดดังต่อไปนี้
Audience คือ การกำหนดข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ Facebook ส่งโฆษณาให้กลุ่มผู้ใช้งานเหล่านั้น
Location เลือกเป็น People who live this location คือ กลุ่มคนที่อยู่ในสถานที่นั้น เช่น เราจะส่งโฆษณานี้ให้คนไทย เราก็ต้องเลือก Thailand
Age กำหนดช่วงอายุของกลุ่มเป้าหมายของเรา
Gender กำหนดเพศของกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการส่งโฆษณาไปให้ถึง
Demographics คือ ลักษณะทางประชากรศาสตร์ เช่น การศึกษา การทำงาน และไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ
Interests คือ ความสนใจกิจกรรมที่ชอบและหัวข้อที่เกี่ยวข้อง เช่น ขายคอร์สออกกำลังกาย ก็ต้องเลือกเป็น Fitness and wellness Behaviors พฤติกรรมของผู้ใช้งานที่สนใจเรื่องการออกกำลังกาย กลุ่มผู้รักการดูแลสุขภาพ เป็นต้น
5. Placement คือการเลือกว่าจะให้โฆษณาไปแสดงผลในส่วนไหนของ Platforms ของกลุ่มเป้าหมาย อันได้แก่ Facebook, Instagram, Messenger และอื่นๆ โดยเลือกได้เป็นให้แสดงโฆษณานี้เฉพาะการใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์หรือบนโทรศัพท์ ทั้งนี้เราแนะนำให้เลือกทั้งคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์และผู้ใช้งานครั้งแรกแนะนำให้เลือกเป็น Facebook Budget & Schedule คือ การกำหนดงบประมาณและตั้งเวลาโฆษณา Optimization for Ad Delivery ให้เลือก Post Engagement ตามวัตถุประสงค์ที่เลือกไว้ข้างต้น Cost Control ให้ Facebook คำนวณงบประมาณตามจำนวนเงินที่เราใส่ในหัวข้อ Campaign Details ให้อัตโนมัติได้เลยครับ

04/12/2021

คนทำงานยุคใหม่ต้องรู้เรื่อง Data เก็บทำไม เก็บอย่างไร เก็บแล้วได้อะไร เพราะ Data คือหัวใจสำคัญในการพาองค์กรไปเรียนรู้มิติใหม่ของธุรกิจในมุมที่อาจไม่เคยเห็นมาก่อน ทำให้ใครๆ ก็อยากใช้ Data อยากเริ่มต้นเก็บฐานข้อมูล อยากนำสิ่งเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ แต่กลับมีเพียงคนไม่กี่กลุ่มที่เชี่ยวชาญและเข้าใจจนสามารถนำไปใช้ต่อได้จริง
การเก็บ Data คือการเก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับธุรกิจ แบ่งได้เป็น 2 ประเภท
🔸1. External Data (ข้อมูลภายนอกของลูกค้า) เช่น พฤติกรรมการเสพสื่อ
🔸2. Internal Data (ข้อมูลภายในของลูกค้า) เช่น ข้อมูลส่วนตัว การแบ่งประเภทกลุ่มเป้าหมาย ความถี่ในการซื้อสินค้า
โดยหลังจากได้ข้อมูลมาแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อคือการนำมาวิเคราะห์และต่อยอดโอกาสใหม่ๆ ในการทำธุรกิจนั่นเอง

หลายบริษัทมีข้อมูลอยู่แล้วแต่ไม่รู้ตัว แม้กระทั่งข้อมูลบัญชีก็เป็นข้อมูลรูปแบบหนึ่ง เพียงแค่คนทำงานต้องรู้ว่าถ้าอยากเอามาใช้ประโยชน์ต่อ ต้องเก็บข้อมูลอะไรเพิ่ม หรือจะนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์อย่างไร การเก็บ Data สำคัญมากน้อยแค่ไหน
วลีที่หลายคนมักพูดว่า ‘Digital First’ ได้เปลี่ยนเป็น ‘Data First’ แล้วเพราะ Data เป็นเหมือนกุญแจที่จะนำพาธุรกิจไปสู่สิ่งที่ไม่เคยรู้ ไม่ว่าจะพฤติกรรมของผู้บริโภค แพตเทิร์นการใช้จ่าย ความถี่ ช่วงเวลา ความสามารถในการซื้อ สถานที่จำหน่าย วิธีการจ่ายเงิน ทำให้องค์กรต้องเริ่มให้ความสำคัญกับสิ่งนี้ ตั้งแต่ระดับวิสัยทัศน์ ไปจนถึงการใช้ประโยชน์ (Data Vision & Mindset) เริ่มจากซีอีโอไปถึงพนักงานทุกคนในองค์กร
.
สำหรับบริษัทที่ไม่รู้เรื่อง Data มาก่อน ควรเริ่มต้นอย่างไร ❓
โจทย์ง่ายๆ 3 ขั้นตอน ✨‘เก็บ นำไปใช้ อับเดตข้อมูลให้สดใหม่’✨ ทำเช่นนี้วนไปเรื่อย ๆ
.
อย่างที่รู้กันดีว่า Skill Set ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่ต้องเริ่มสร้างคือ Mindset องค์กรต้องเริ่มเห็นความสำคัญ เพราะถ้าเมื่อไรที่ยังไม่เริ่มเก็บข้อมูล คุณก็เห็นธุรกิจตัวเองอยู่ในมิติเดิม ๆ

รับผลิตกล่องบรรจุภัณฑ์ กล่องแพคเกจจิ้ง เครื่องสำอางค์อาหารเสริม อาหาร เบเกอรี่ และงานพิมพ์ทุกชนิด

เชื่อว่าหลายคนคงได้ฮือฮาและเริ่มสนใจเกี่ยวกับ Metaverse กันมากขึ้น หลัง Facebook ได้ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทของตัวเองเป็น...
29/11/2021

เชื่อว่าหลายคนคงได้ฮือฮาและเริ่มสนใจเกี่ยวกับ Metaverse กันมากขึ้น หลัง Facebook ได้ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทของตัวเองเป็น Meta อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และคงมีคนอยากรู้แล้วใช่มั้ยครับ ว่า Metaverse จะทำประโยชน์อะไรให้กับเราได้บ้าง?

การสัมผัสประสบการณ์ของ Metaverse ก็มีหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเข้าผ่านอินเทอร์เน็ตทั่วไป รวมทั้งเข้าผ่านทาง Virtual Reality (VR) หรือ Augmented Reality (AR) ซึ่งที่ผ่านมาเทคโนโลยีเหล่านี้มักจะถูกใช้เพื่อความบันเทิงมากกว่านำไปใช้งานในด้านอื่นๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยี VR และ AR เหล่านี้มาใช้ในวงการสายอาชีพต่างๆ มากขึ้น

อย่างเช่นในวงการแพทย์ ได้นำเทคโนโลยี VR มาช่วยลดความกลัวเข็มฉีดยาในเด็ก โดยใช้การสร้างเรื่องราวที่แสนอัศจรรย์ผ่านทางโลกเสมือนจริง เปลี่ยนจุดสนใจจากเข็มฉีดยาที่แสนน่ากลัว มาเป็นเรื่องราวการ์ตูนผ่านทางแว่น VR แทน ด้วยวิธีการนี้ทำให้เด็กๆ ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังถูกฉีดยา และยังได้สนุกกับกิจกรรมที่ได้สัมผัสผ่านโลกเสมือนจริง

นอกจากนี้ ยังมีการใช้ VR เพื่อช่วยในการทำกายภาพบำบัดในกลุ่มผู้ป่วยที่มีปัญหาทางการเคลื่อนไหว อย่างกลุ่มโรคเส้นเลือดในสมองแตก กล้ามเนื้ออ่อนแรง พาร์กินสัน หรือกล้ามเนื้อบาดเจ็บจากการออกกำลังกายหรือการแข่งขันต่างๆ โดยจะให้ผู้ป่วยทำกายภาพบำบัดควบคู่ไปกับการเล่นเกมผ่านเทคโนโลยี VR ซึ่งนอกจากจะทำกายภาพบำบัดธรรมดาแล้ว ยังสามารถติดตามการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยระหว่างทำกายภาพบำบัดผ่านตัวอุปกรณ์ควบคุมการเล่นเกมที่ถืออยู่ในมือได้ด้วย ทำให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลและพัฒนาการของผู้ป่วยตลอดการทำกายภาพบำบัด รวมทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนขั้นตอนการทำกายภาพบำบัดได้ตลอดเวลา

ด้วยโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว การใช้เทคโนโลยี VR ไม่ได้มีแค่ในทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีการนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้ในวงการอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ใช้เป็นสื่อการสอน, ใช้ในการออกแบบและพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือใช้ในการออกแบบเสื้อผ้าสวมใส่ โดยไม่ต้องเย็บผ้าจริงๆ ซึ่งในครั้งต่อไป RISC จะนำเทคโนโลยีอื่นๆ มาแบ่งปันให้เราได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กันนะครับ

เนื้อหาโดย ณัฐภัทร ตันจริยภรณ์ นักวิจัยอาวุโส ปฏิบัติการเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ RISC

ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://www.neurorehabvr.com, http://lobo.cx/vaccine/
The metaverse just became an even hotter topic with Facebook’s rebranding as Meta in October. But you might still be wondering what the metaverse will do for you... ​

There will be many ways to experience the metaverse. Virtual reality (VR) and augmented reality (AR) are often used for entertainment but are now also finding professional uses. ​

VR technology, for example, is used in the medical profession to help children feel less afraid of syringes. The virtual world can shift their focus to a cartoon so they don’t notice the needle. ​

VR is also being used to aid physical therapy in patients with mobility issues such as cerebral hemorrhage, muscular weakness, Parkinson's, or muscle injuries. Patients can do physical therapy while playing games through VR technology. Their movements can also be tracked through a hand controller to analyze data and development. Physical therapy procedures can also be adjusted at any moment. ​

In the fast-changing world, VR is also relevant for fields such as teaching, media, real estate, business, design and development, and fashion.

Get set for more technology insights from RISC for everyone to learn together. ​

Story by Nattapat Tanjariyaporn, Senior Researcher, Brain Computer Interface, RISC

References: https://www.neurorehabvr.com, http://lobo.cx/vaccine/

Virtual reality library of exercises for physical therapy and neurological rehabilitation. Exercises allow for you to quantify and track a patient's progress.

20/11/2021

2 วิธีการหลักๆในการยิงแอดเฟสบุ๊ค

1) โปรโมทโพสต์ หรือ BOOST POST

เป็นวิธียิงแอดที่ง่าย ทำในมือถือก็ได้ แค่กดคลิกตรงปุ่ม “โปรโมทโพสต์” บนแฟนเพจของเราที่ผูกบัญชีบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตไว้ ก็สามารถโปรโมท Content หรือ โพสต์ขายไปยังกลุ่มเป้าหมายไม่ยาก

แต่ไม่สามารถปรับแต่ง หรือ เลือกกลุ่มเป้าหมายได้ละเอียดมาก เท่ากับวิธีถัดไป

2) เครื่องมือจัดการโฆษณา หรือ Ads Manager

เป็นเครื่องมือยิงแอดเฟสบุ๊ค ที่ได้ผลที่สุด เลือกกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้แม่นยำ วัดผลได้
แต่ต้องทำในเครื่องคอมพิวเตอร์, โน๊ตบุ๊ค หรือ แท็บเล็ต ซึ่งหลายๆ คนที่ไม่สะดวกทำให้ พลาดโอกาสในการยิงแอดที่ได้ผลที่สุดไป

สรุปข้อดีของการยิงแอด โดยใช้ตัวจัดการโฆษณา Facebook
เลือกยิงแอดได้ตรงตามพฤติกรรมลูกค้า เช่น ยิงแอดหาคน ทักข้อความ , มีส่วนร่วม , รับชมวิดีโอ , Conversion
เลือกกลุ่มเป้าหมายได้ละเอียด และ แม่นยำกว่า
ใช้หลายๆ โพสต์ เพื่อทดสอบหา โพสต์ที่ดีที่สุด A/B Testing
ใช้เทคนิค Retarget ทำให้กว่าแอดถูกลง 50% ได้
สามารถทำ Lookalike สร้างกลุ่มเป้าหมายที่แม่นยำที่สุด เองได้
วัดผลค่าแอดได้ดีที่สุด
และอีกหลายๆ เทคนิค ที่ช่วยทำให้เพจเราโตเร็วและขายดีขึ้นหลายเท่า

Facebook Ads. คือ อะไร???ยุคนี้เป็นยุค Digital คงไม่มีใครไม่รู้จัก Facebook ชุมชนออนไลน์ยอดฮิต จากจุดเริ่มต้นแค่การเปิดเ...
20/09/2021

Facebook Ads. คือ อะไร???
ยุคนี้เป็นยุค Digital คงไม่มีใครไม่รู้จัก Facebook ชุมชนออนไลน์ยอดฮิต จากจุดเริ่มต้นแค่การเปิดเผยตัวตนบนโลกออนไลน์ ต่อมามีการขยับขยายอาศัย Facebook เป็นช่องทางในการทำธุรกิจเล็ก ๆ ขายสินค้าในโลกออนไลน์ Facebook จึงกลายเป็นตลาดกลางของพ่อค้าแม่ค้าจำนวนมากที่เข้ามาขายกัน เมื่อคนขายก็เยอะ ลูกค้าก็กลุ่มเดียวกัน ทำอย่างไรร้านค้าของคุณจะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ก่อนใคร และทำอย่างไรจึงจะเข้าถึงลูกค้าได้มากกว่า นั่นจึงเป็นที่มาของ Facebook ads

มาทำความเข้าใจง่าย ๆ เกี่ยวกับ Facebook Ads เพื่อการโฆษณาบนตลาดออนไลน์

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์นั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ต้องทำ คำว่า Ads เป็นคำย่อของ Advertise ซึ่งหมายถึงโฆษณาความหมายของ Facebook ads จึงเป็น การโฆษณา(ในสังคม) ของ Facebook กล่าวคือ การทำโฆษณาในสื่อ Facebook นั่นเองค่ะ ซึ่งโฆษณาออนไลน์นั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดทั้งสินค้าและบริการ วิธีการนำเสนอโฆษณาก็มีความแปลกใหม่มากขึ้น Facebook Ads เป็นสื่อออนไลน์ที่เป็นที่นิยมสูง ได้รับความนิยมจากทั่วทุกมุมโลก และมีโอกาสสูงที่จะถูกส่งไปยังเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาดูกันว่า Facebook Ads มีรูปแบบที่เข้าใจง่ายมีอะไรบ้าง

การโปรโมทเพจ เป็นการโฆษณาของผู้ที่เปิด Fan page เป็นร้านค้า เพราะฉะนั้นในเบื้องต้นจำเป็นต้องประกาศให้กลุ่มเป้าหมายทราบว่าได้เปิดร้านค้าแล้ว เมื่อมีคนเห็นแล้วคลิกข้อความโฆษณา ก็จะนำผู้คลิกเข้าไปที่หน้า page เมื่อมีการคลิกไลค์ Fan page การติดตามข่าวสารของร้านค้าก็จะเพิ่มมากขึ้นสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้ร้านค้าของคุณได้เป็นอย่างดี
การโปรโมทโพสต์ เป็นอีกหนึ่งการโฆษณาของ Facebook เพราะโดยปกติเมื่อเจ้าของร้านโพสต์ข้อความเนื้อหาและสินค้าใหม่ ๆ โพสต์ดังกล่าวจะไปปรากฏเป็นสาธารณะในฟีดข่าวน้อยมาก แม้แต่คนที่ติดตามเป็น Fan page อยู่นั้นก็อาจจะไม่ได้เห็นโพสต์ใหม่ ๆ การโปรโมทโพสต์แต่ละครั้งจึงเป็นการยิงกลุ่มเป้าหมายให้กลุ่มลูกค้าที่ต้องการเห็นข่าวที่ร้านค้าโปรโมทอย่างแน่นอน เช่น ข่าวโปรโมชั่นพิเศษ ๆ การอัปเดตสินค้าใหม่ ๆ เพื่อกระตุ้นยอดขาย หรือข่าวกิจกรรมอื่น ๆ บนฟีด Facebook

การคลิกเว็บไซต์ โฆษณาประเภทนี้จะปรากฏด้านขวาและตรงกลางเพจของหน้า Facebook ที่จะนำไปแสดงตามกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการให้เห็น และเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มที่จะสนใจในกิจกรรมของร้านค้าที่โฆษณา เพื่อให้เห็นและคลิกตามเข้าไปดูหน้า Fan page ของร้านค้า การโฆษณาแบบนี้จะเน้นที่กลุ่มเป้าหมายการตลาดได้ดียิ่งขึ้น

นี่ก็เป็นหลักการทำโฆษณาผ่าน Facebook Ads แบบเข้าใจง่าย แต่จะให้มีประสิทธิภาพที่สูงสุดนั้น เราจำเป็นต้องใช้ช่องทางในการสร้างโฆษณาที่มีฟังก์ชันให้เลือกใช้งานครบถ้วนที่สุด นั่นคือการใช้งานผ่านเว็บไซต์ www.facebook.com บนคอมพิวเตอร์

การตลาดออนไลน์ ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง (Digital Marketing) คืออะไร?การตลาดออนไลน์ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการค้าขายและบริการยุคใ...
17/09/2021

การตลาดออนไลน์ ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง (Digital Marketing) คืออะไร?

การตลาดออนไลน์ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการค้าขายและบริการยุคใหม่ที่ต้องอาศัยแพลตฟอร์มอุปกรณ์พกพาที่เชื่อมโยงอินเทอร์เน็ต เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการค้าขายออนไลน์ โดยใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ช่วยเผยแพร่ข้อมูลแบรนด์ก่อนผู้บริโภคตัดสินใจซื้อ

การตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) หมายถึงการทำการตลาดผ่านช่องทางดิจิทัลเพื่อติดต่อกับผู้บริโภค โดยนำหลักการตลาดเดิมในอดีตมาประยุกต์ใช้ บริษัทที่ทำการตลาดออนไลน์จะติดรหัสระบุตัวผู้ใช้ทำให้ทราบพฤติกรรมการสื่อสารกับลูกค้าเป็นรายบุคคล เพื่อให้พัฒนาวิธีการส่งเสริมสินค้าและบริการให้แก่ลูกค้ารายถัดไป ได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค และจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

การตลาดออนไลน์ (Digital Marketing) ทําอะไรบ้าง
งานของนักการตลาดออนไลน์ ที่ใช้ช่องทางดิจิทัลเพื่อสื่อสารกับลูกค้า จะต้องคำนึงถึงปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า 5 อย่างต่อไปนี้

1. การเชื่อมต่อ (Connections) เปลี่ยนแปลงวิธีการสื่อสารจากทางหน้าร้าน มาใช้ช่องทางดิจิทัล เช่น การทำวิดีโอไลฟ์เพื่อใช้ช่องทางอินเทอร์เน็ตสร้างการเชื่อมโยงกับลูกค้า

2. การปฏิสัมพันธ์ (Conversations) สร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคในกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้สินค้าและบริการ โดยอาศัยเครื่องมือวิจัยแบบกลุ่ม (Focus Group) ขนาดใหญ่เพื่อเรียนรู้พฤติกรรมของผู้บริโภค

3. การร่วมกันสร้าง (Co-Creation) แบ่งปันข้อมูลแนวคิดการทำการตลาดจากช่องทางต่างๆ เช่น สถาบันการศึกษา หน่วยงาน นักวิชาการ ผู้ประกอบการ เพื่อปรับปรุงเทคนิคการตลาดออนไลน์ให้ทันสมัย ตรงกับความต้องการสูงสุดของผู้บริโภค

4. ทำ E-Commerces สร้างระบบตะกร้า หรือการสั่งซื้อบนหน้าเว็บไซต์ หรือวางสินค้าบนเว็บไซต์ที่รองรับการซื้อขายออนไลน์ผ่านช่องทางนั้น เช่น Amazon, Ebay, Lazada, Shopee เป็นต้น

5. สร้างชุมชน (Community) เชื่อมโยงแบรนด์ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ทั้ง Facebook และ Social Media อื่นๆ

“ดิจิทัล 4.0” และ “ดิจิทัลไทยแลนด์” คนไทยเริ่มจะได้ยินบ่อยขึ้นในช่วงหลายปีมานี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่าหมายถึงอะไร เกี่ยวข้อ...
15/09/2021

“ดิจิทัล 4.0” และ “ดิจิทัลไทยแลนด์” คนไทยเริ่มจะได้ยินบ่อยขึ้นในช่วงหลายปีมานี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่าหมายถึงอะไร เกี่ยวข้องกับพวกเรายังไง ส่งผลอะไรต่อชีวิตเราบ้าง และประเทศไทยในตอนนี้อยู่ในยุคใด คนไทยมีชีวิตผูกติดกับดิจิทัลมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการใช้อินเทอร์เน็ต ซื้อขายออนไลน์ อีคอมเมิร์ซ ทำธุรกรรมการเงินผ่านแอพพลิเคชั่น การสื่อสาร แต่เพียงเท่านี้ยังไม่พอที่จะพาสังคมไทยเข้าสู่ยุคดิจิทัล 4.0 ได้

Digital 1.0 เปิดโลกอินเตอร์เน็ต
ยุคนี้เป็นยุคเริ่มต้นของ “Internet” เป็นช่วงเวลาที่กิจกรรมและการดำเนินชีวิตของผู้คนเปลี่ยนจากออฟไลน์ (offline) มาเป็นออนไลน์(online)มากขึ้น เช่น การส่งจดหมายทางไปรษณีย์ก็เปลี่ยนมาเป็นการส่งอีเมล์ E-mail และอีกหนึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ การถือกำเนิดของเว็บไซต์ Website ที่ทำให้เราเข้าถึงทุกอย่างได้ง่ายขึ้นและทั่วถึง การอัพเดตรวดเร็วตลอด 24 ชั่วโมง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบครั้งใหญ่และเป็นวงกว้าง การดำเนินกิจกรรมสะดวกและรวดเร็ว เริ่มมีกิจกรรมเชิงพาณิชย์และโฆษณาผ่านเครื่องมือออนไลน์เสมือนกับมีหน้าร้านที่ทุกคนบนโลกจะเห็นเราได้ง่ายขึ้น

Digital 2.0 ยุคโซเชียลมีเดีย
ต่อยอดจากยุค 1.0 ก็จะเป็นยุคที่ผู้บริโภคเริ่มสร้างเครือข่ายติดต่อสื่อสารกันในโลกออนไลน์ เครือข่ายสังคม Social Network นี้เริ่มจากการคุยหรือแชทกับเพื่อน สมาคม กลุ่มเล็กๆของผู้คนที่ต้องการความสะดวกสบายในการติดต่อสื่อสาร จุดเล็กๆนี้เริ่มพัฒนาและขยายวงกว้างไปสู่การดำเนินกิจกรรมในเชิงธุรกิจ โดยนักธุรกิจส่วนใหญ่มองว่า Social Media เป็นเครื่องมือเชื่อมต่อและสร้างเครือข่ายทางธุรกิจให้แก่พวกเขาได้เป็นอย่างดีด้วยการคลิกเพียงครั้งเดียว อีกทั้งยังช่วยในการพัฒนา Brand วัดผลการดำเนินงานของธุรกิจ ส่งเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ เสมือนว่า Social Media เป็นกระบอกเสียงและเวทีเสนองานแก่นักธุรกิจสู่สายตาชาวโลกเป็นอย่างดี เครื่องมือโซเชียลยังสามารถเป็นอำนาจในการต่อรองของผู้บริโภคที่กำลังตัดสินใจเลือกสินค้าและบริการ เนื่องจากมีตัวเลือกและร้านค้าให้เห็นมากขึ้นอีกด้วย

Digital 3.0 ยุคแห่งข้อมูลและบิ๊กดาต้า
ยุคแห่งการใช้ข้อมูลที่วิ่งเข้าออกเป็นล้านๆดาต้าให้เป็นประโยชน์ การเติบโตของโซเชียลมีเดียและ E-Commerce จากยุค 2.0 ทำให้เกิดการขยายของข้อมูลอย่างมหาศาล ทุกแพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็น สื่อโซเชี่ยล เว็บเบราวเซอร์ หรือแม้แต่ธุรกิจอย่างธนาคาร โลจิสติกส์ ประกันภัย รีเทล ต่างมีข้อมูลเข้าออกเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน และเริ่มมีการนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ดังคำกล่าวที่ว่า “ใครมีข้อมูลมาก ก็มีอำนาจมาก”
ข้อมูลถูกนำมาประมวลผล จับสาระ วิเคราะห์ถึงความต้องการของผู้บริโภคเพื่อสร้างสินค้าและบริการที่สามารถตอบสนองโจทย์ของลูกค้าได้ ทุกองค์กรต่างเห็นความสำคัญของการนำบิ๊กดาต้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่การนำบิ๊กดาต้ามาตอบสนองอย่างเรียลไทม์นั้น จำเป็นต้องมีระบบคลาวด์ Cloud Computing มาช่วยอำนวยความสะดวก จัดเก็บข้อมูล เลือกทรัพยากรตามการใช้งาน และทำให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลบนคลาวด์จากที่ใดก็ได้ ผู้ใช้ทุกคนสามารถเข้าถึงระบบ ข้อมูลต่างๆผ่านอินเตอร์เน็ต สามารถจัดการ บริหารข้อมูล และแบ่งปันข้อมูลกับผู้อื่น (Shared Services) ลดต้นทุนและลดความยุ่งยากเพื่อโฟกัสกับงานหลัก เพิ่มความเร็วในการบริการและการทำธุรกิจได้มากขึ้น
บิ๊กดาต้าสามารถนำมาต่อยอดโดยการคิดค้น เฟ้นหา และประยุกต์ใช้ข้อมูลนั้น พัฒนาเป็นแอพลิเคชั่น Application ที่ให้ความสะดวกสบายแก่ผู้บริโภคผ่านทางสมาร์ทโฟนและแท็บเลตอีกด้วย

Digital 4.0 เมื่อเทคโนโลยีมีมันสมอง
และเราก็มาถึงยุคที่ความฉลาดของเทคโนโลยีจะทำให้อุปกรณ์ต่างๆสื่อสารและทำงานกันเองได้อย่างอัตโนมัติ เทคโนโลยีในสามยุคแรกที่กล่าวไปเปรียบเสมือนเป็นแขน ขา ให้แก่มนุษย์ เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเหลือ อำนวยความสะดวก หยิบจับ คำนวณ ประมวลผมให้มนุษย์ มีแขน ขา แต่ไม่มีสมองเป็นของตัวเอง ในยุค 4.0 เทคโนโลยีถูกนำมาพัฒนาต่อยอดเพื่อลดบทบาทของมนุษย์ และเพิ่มศักยภาพของมนุษย์ในการใช้ความคิดเพื่อข้ามขีดจำกัด สร้างสรรค์พัฒนาสิ่งใหม่ๆ โดยจะใช้ชื่อยุคนี้ว่าเป็นยุค Machine-to-Machine เช่น เราสามารถเปิด-ปิด หรือสั่งงานอื่นๆกับเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านตัวเองผ่านแอพลิเคชั่นโดยไม่ต้องเดินไปกดสวิตช์ หรือตัวอย่างที่ถูกนำมาใช้งานจริงแล้วอย่างการพูดคำว่า “แคปเจอร์” กับแอพถ่ายภาพในสมาร์ทโฟน โทรศัพท์ก็จะถ่ายรูปให้อัตโนมัติโดยที่เราไม่ต้องกดถ่ายด้วยซ้ำ หรือแม้แต่เทคโนโลยีซิมูเลชั่น Simulation จำลองสถานการณ์เพื่อฝึกอบรมพนักงาน วางแผนสถานการณ์โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปถึงสถานที่จริง หรือเป็นสื่อการเรียนรู้แบบ Interactive

ตัวเลข และ ผลลัพธ์ ที่ไม่สามรถเปลี่ยนแปลงผลได้
13/09/2021

ตัวเลข และ ผลลัพธ์ ที่ไม่สามรถเปลี่ยนแปลงผลได้

ที่อยู่

Bangkok Yai

เบอร์โทรศัพท์

+66923683883

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ SEO marketing By Toon&Jameผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง SEO marketing By Toon&Jame:

แชร์