ชีวิต ต้องคิดบวก

ชีวิต ต้องคิดบวก ขอต้อนรับเข้าสู่ เพจชีวิต ต้องคิดบ?

15/08/2022

นี่สิ คิดบวกของจริง
จะรอวันตาย หรือสู้ต่อ???

" กับดัก กำแพงความคิด "สิ่งที่กั้นกลางระหว่างคนจน และ คนรวย ไม่ใช่กำแพงสูงหรือรั้วลวดหนาม แต่เป็นความคิด (Mind Set) ต่าง...
06/08/2022

" กับดัก กำแพงความคิด "

สิ่งที่กั้นกลางระหว่างคนจน และ คนรวย
ไม่ใช่กำแพงสูงหรือรั้วลวดหนาม
แต่เป็นความคิด (Mind Set) ต่างหาก
คนส่วนใหญ่ไม่กล้าที่จะมองหรือเรียนรู้
เมื่อมีโอกาสดีๆเข้ามา ได้แต่บอกตัวเองว่า
ชีวิตฉันก็ดีอยู่แล้ว ฉันเป็นได้แค่นี้แหละ
อย่าไปเสียเวลากับเรื่องพวกนี้เลย

แต่ผิดกับคนรวยที่เมื่อมีโอกาสดีๆเข้ามา
เค้าจะยินดีต้อนรับ พวกเค้าจะไม่รอช้าที่จะเรียนรู้ ศึกษา ดูความเป็นไปได้ ถ้าเห็นว่าเป็นไปได้ เค้าจะรีบลงมือทำทันที แต่ถ้าดูแล้วไม่ดี เค้าก็จะวางแล้วก้าวเดินต่อไป...
" ชีวิตของคุณ คุณเป็นคนเลือก "

"นิทานเรื่อง ม้า....ตกบ่อ ลองอ่านแล้วคิดอย่างไรกัน ?"อ่านไปสบายๆ..ถูกใจก็แชร์..อ่านแล้วมีกำลังใจ...ม้าของชาวนาตัวหนึ่ง ม...
04/08/2022

"นิทานเรื่อง ม้า....ตกบ่อ ลองอ่านแล้วคิดอย่างไรกัน ?"

อ่านไปสบายๆ..ถูกใจก็แชร์..อ่านแล้วมีกำลังใจ...

ม้าของชาวนาตัวหนึ่ง มันเดินซุ่มซ่ามพลัดตกลงไปใน
บ่อร้างแห่งหนึ่ง มันส่งเสียงร้องเป็นเวลาหลายชั่วโมง
ด้วยความตกใจ ...

ชาวนาซึ่งเป็นเจ้าของม้า พยายามคิดหาวิธีช่วยให้มัน
ขึ้นมาโดยไม่รั้งรอ .ในที่สุดชาวนาคิดได้และตัดสินใจ
ว่า ม้าของเขาแก่มากแล้ว คงไม่ต้องการมันอีกแล้ว
อีกอย่างบ่อร้างนี้ก็ต้องถมกลบ ไม่คุ้มที่จะช่วยเจ้าม้า
ขึ้นมาจากบ่อ

ชาวนาจึงไปขอแรงเพื่อนบ้านมาช่วยกันกลบบ่อ ทุก
คนใช้พลั่วตักดินและสิ่งสกปรกสาดลงไปในบ่อ เจ้า
ม้ารู้สึกได้ด้วยสัญชาตญานของมัน และรู้ชะตากรรม
ของตนทันที ครั้งแรกที่ดินและสิ่งสกปรกถูกหลังของ
มัน มันตกใจและร้องโหยหวน

แต่สักพักหนึ่ง เจ้าม้าเงียบไปทำให้ทุกคนประหลาด
ใจกับสิ่งที่เห็น หลังจากที่ชาวนาตักดินใส่ในบ่อได้สัก
สองสามพลั่ว เขาเหลือบมองลงไปที่ก้นบ่อ เขารู้สึก
ประหลาดใจ ที่เมื่อทุกคนสาดดินและสิ่งสกปรกลงไป
ถูกหลังม้า มันจะสะบัดออกจากหลัง แล้วก้าวขึ้นไป
เหยียบบนดินนั้น.. !!

ยิ่งทุกคนเร่งระดมสาดดินและสิ่งสกปรกลงไปมากเท่า
ไหร่ มันจะก้าวขึ้นมาได้เร็วมากยิ่งขึ้น ในไม่ช้าทุกคน
ต่างประหลาดใจ ที่ม้าก็มาถึงปากบ่อแล้วก็ออกไปได้
ในที่สุด ชาวนาและเพื่อนบ้านตกใจระคนปนความละ
อายใจต่อเจ้าม้าเป็นอย่างมาก ..

คุณได้ข้อคิดจากเรื่องนี้อย่างไรบ้าง ??? ลองมาดูกัน ...

1. อุปสรรคต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาหาเราในชีวิต
เปรียบเสมือนดินและสิ่งโสโครกที่สาดเข้ามาหาเรา
จงอย่าท้อถอยและยอมแพ้

2. แนวคิดของการเอาตัวรอดจากบ่อร้าง
คือการไม่ปล่อยให้สิ่งโสโครกฝังกลบเรา
แต่เราต้องปกป้องและผลักมันออกไปให้พ้น..

3. การหาวิธีเอาตัวรอดคือของขวัญที่รออยู่เบื้องหน้า..
แม้ว่าทุกคนพยายามสาดสิ่งโสโครกใส่คุณตลอดเวลา
เพื่อขัดขวางไม่ให้คุณเอื้อมถึงปากบ่อก็ตาม...

4. อย่ายอมแพ้ตั้งแต่เริ่มต้น โดยไม่คิดที่จะดิ้นรน..
หาไม่แล้ว ชีวิตของคนๆหนึ่งจะถูกตัดสิน
โดยคนอื่นโดยปราศจากข้อแก้ต่าง..

เพื่อน ๆ ละ ได้ข้อคิดยังไงกับเรื่องนี้ คอมเมนต์บอกกันได้ครับ

#บทความดีๆภาพคำคมดีๆ

หากคุณทำอะไรแล้วไม่ประสบความสำเร็จ แล้วคิดท้อแท้ สิ้นหวังชายคนนี้ล้มเหลวมา 1,009 ครั้ง ดูเขาในวันนี้สิแล้วจะมัวท้อแท้ สิ...
10/07/2022

หากคุณทำอะไรแล้วไม่ประสบความสำเร็จ แล้วคิดท้อแท้ สิ้นหวัง

ชายคนนี้ล้มเหลวมา 1,009 ครั้ง ดูเขาในวันนี้สิ

แล้วจะมัวท้อแท้ สิ้นหวังไปทำไมกัน ?

ครูเอาแบ็งค์ 1000 ออกมาให้นักเรียนดู แล้วถามว่า.. มีใครอยากได้บ้างไหม นักเรียนทุกคนยกมือขึ้น ครูจึงขยำธนบัตรใบนั้น'จนยับ...
10/07/2022

ครูเอาแบ็งค์ 1000 ออกมาให้นักเรียนดู แล้วถามว่า.. มีใครอยากได้บ้างไหม นักเรียนทุกคนยกมือขึ้น
ครูจึงขยำธนบัตรใบนั้น'จนยับยู่ยี่ แล้วถามอีกครั้งว่า "มีใครยังอยากได้ธนบัตรใบนี้อยู่หรือไม่ ทุกคนยังยกมือขึ้นเหมือนเดิม
ครูจึงถามต่อว่า ถ้าสมมุติว่าธนบัตรใบนี้ถูกทิ้งอยู่บนพื้นแล้วมีคนเยียบย่ำจนสกปรกยังจะมีใครอยากได้อีกหรือป่าว
นั้นคือสิ่งมีค่าที่พวกเธอได้เรียนรู้ ไม่ว่าเธอจะทำอะไรกับธนบัตรใบนี้ มันก็ยังคงมีราคา 1,000 บาท เสมอ
ชีวิตคนเราก็เช่นกัน บางครั้งเราอาจจะถูกทอดทิ้ง ถูกใครต่อใครซ้ำเติม เหยียบย่ำ ถูกขยี้ ยับเยิน เพราะผิดพลาดในการเดินของชีวิตจนทำให้เธอเกิดความรู้สึกว่าตัวเอง ไร้ค่า แต่รู้ไหมว่าอะไรเกิดขึ้น "เธอก็ยังมีคุณค่าของความเป็นคน ไม่ว่าเธอจะสะอาดเอี่ยมหรือยับยู่ยี่" ตัวเรามีค่าที่สุดเสมอ
#วันนี้อาจจะเหมือนหมาจนตรอกแต่ใช่ว่าจะไม่มีพรุ่งนี้จงจำไว้อย่าดูถูกตัวเอง😊✌️

ไม่อ่านคือพลาดมากการทดลองพลังแห่งความหวัง !!!During a brutal study at Harvard in the 1950s, Dr. Curt Richter placed rats...
10/07/2022

ไม่อ่านคือพลาดมาก
การทดลองพลังแห่งความหวัง !!!
During a brutal study at Harvard in the 1950s,
Dr. Curt Richter placed rats in a pool of water to test how long they could tread water.
On average they'd give up and sink after 15 minutes.
But right before they gave up due to exhaustion, the researchers would pluck them out, dry them off, let them rest for a few minutes - and put them back in for a second round.
In this second try - how long do you think they lasted?
Remember - they had just swam until failure only a few short minutes ago...
How long do you think?
Another 15 minutes?
10 minutes?
5 minutes?
No!
———————————
ในปี ค.ศ. 1950
ศาสตราจารย์ Curt Richter
ได้ทำการทดลองหนึ่งที่โด่งดังมาก
เพื่อศึกษาดูว่าหนูทดลองจะรอดชีวิตได้นานขนาดไหน
ก่อนที่มันจะปล่อยให้ตัวเองจมน้ำ
การทดลองนั้น
ในทีแรกเขาจับหนูทดลองใส่ลงในเหยือกน้ำใบใหญ่ที่หนูไม่สามารถปีนออกมาได้
แล้วปล่อยให้หนูตะเกียกตะกายว่ายน้ำ
เมื่อจับเวลาปรากฏว่า
โดยเฉลี่ยแล้วหนูจะหมดเรี่ยวแรง
และจมน้ำหลังจากผ่านไปประมาณ 15 นาที
จากนั้น Curt Richter ได้ทดลองอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้หนูทดลองจะได้รับประสบการณ์ที่เปลี่ยนไปคือ
เมื่อสังเกตเห็นว่าหนูกำลังจะหมดแรงและจมน้ำ
เขาได้จับมันขึ้นมาจากน้ำ
ปล่อยให้มันได้พักสักสองถึงสามนาที
ก่อนทำการทดลองต่ออีกรอบ
เราคิดว่าคราวนี้เจ้าหนูจะอยู่ได้นานแค่ไหน?
5 นาที ​?
10 นาที ?
15 นาที ?
คำตอบคือ 60 ชั่วโมง
ไม่ผิดครับ !
หนูเหล่านั้นว่ายน้ำเป็นเวลา 60 ชั่วโมง !!!
เทียบเป็นนานกว่าเดิมถึง 240 เท่า
โดยสถิติสูงสุดนั้นคือ 81 ชั่วโมง
โดยหนูตัวนั้น
ว่ายน้ำติดต่อกันแบบไม่หยุดหย่อน
การทดลองนี้ให้เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง ?
เมื่อหนูมีความเชื่อว่า สุดท้ายแล้วจะได้รับการช่วยเหลือ
มันจะอดทนรอ
จนเอาชนะขีดจำกัดที่ร่างกายทนได้
ไปสู่มาตรฐานใหม่ที่แกร่งกว่าเดิม
ทัศนคติ​เชิงบวกเป็นสิ่งที่จำเป็น
เมื่อมาพร้อมกับ “ความหวัง” หรือ “HOPE”
จึงเป็นขุมพลังล้ำค่า
หนูได้แสดงให้เห็นแล้วว่า
พวกมันสามารถทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ได้
เมื่อมีความหวัง ได้รับกำลังใจ
สิ่งเหล่านี้มันช่วยกระตุ้นให้ประสบความสำเร็จได้
แล้วมนุษย์อย่างเราล่ะครับ ?
เมื่อมีความหวังแล้ว ก็จงอย่าล้มเลิกอะไรง่าย ๆ
ความหวัง ศรัทธา ทัศนคติเชิงบวก
คือ สิ่งที่สำคัญในการเปลี่ยนแปลงชีวิต !!!
Credit : Ambição Milionária
youtube.com /watch?v=uSOSv38OWz4

During a brutal study at Harvard in the 1950s, Dr. Curt Richter placed rats in a pool of water to test how long they could tread water.On average they'd give...

ศาสตร์ทางจิตวิทยา ที่อยู่คู่กับมวลมนุษย์มากว่า 1,000 ปีแล้วกฎแห่งแรงดึงดูด = กฎแห่งธรรมชาติ = กฎแห่งจักรวาลถ้าโลก หรือจั...
10/07/2022

ศาสตร์ทางจิตวิทยา ที่อยู่คู่กับมวลมนุษย์มากว่า 1,000 ปีแล้ว
กฎแห่งแรงดึงดูด = กฎแห่งธรรมชาติ = กฎแห่งจักรวาล
ถ้าโลก หรือจักรวาล มีกฎว่าด้วยแรงโน้มถ่วง (LAW_OF_GRAVITY)
กฎแห่งแรงดึงดูดนี้ก็เป็นกฎที่เป็นจริงอย่างนั้นเหมือนกัน
และถ้าโลกนี้ หรือจักรวาลนี้มีกฎว่าด้วยกฎแห่งกรรม หรือกฎแห่งการกระทำ
เราอาจอธิบาย “กฎแห่งแรงดึงดูด” อย่างง่ายๆ ได้ว่า คนเราคิดอย่างไรก็จะเป็นอย่างนั้น อะไรที่เราคิดถึงอยู่ตลอดเวลามันจะเป็นจริงได้ในที่สุด
ความคิดของคนเรามักดึงดูดสิ่งที่เราคิดอยู่ตลอดเวลา แม้สิ่งนั้นเราจะไม่ต้องการก็ตาม แต่ถ้าเราคิดถึงมันอยู่ตลอด มันก็จะมาปรากฏแก่เราในที่สุด
ดังคำโบราณของไทยที่ว่า
“เกลียด และกลัวสิ่งไหน ก็มักจะเจอสิ่งนั้น!”
ก็เพราะเรามักจะคิดแต่สิ่งที่เราเกลียดและที่เรากลัวอยู่ตลอดเวลา เราจึงมักต้องเจอกับสิ่งนั้นในที่สุด กูรูและผู้รู้หลายท่านจึงมักพร่ำสอนเรามาตลอดว่า
ให้คิดถึงแต่สิ่งที่ต้องการ อย่าไปคิดในสิ่งที่ไม่ต้องการ ให้คิดแต่ในสิ่งที่อยากได้ อย่าไปคิดในสิ่งที่ไม่อยากได้ ให้คิดแต่ในสิ่งที่ชอบ อย่าไปคิดในสิ่งที่ไม่ชอบ ให้คิดแต่ในสิ่งที่ทำให้มีความสุข อย่าไปคิดในสิ่งที่ทำให้เกิดความทุกข์ ฯลฯ
BRIAN TRACY นักพูดชาวอเมริกัน สรุปความหมายของกฎแห่งแรงดึงดูดไว้ว่า
“บทสรุปที่ยิ่งใหญ่ของทุกศาสนา ทุกปรัชญา อภิปรัชญา จิตวิทยา และความสำเร็จ ก็คือ :
คุณจะเป็นอย่างที่คุณคิดเกือบตลอดเวลา โลกภายนอกของคุณคือภาพสะท้อนโลกภายในของคุณ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่คุณคิด ทุกอย่างที่คุณคิดจะโผล่ออกมาในความเป็นจริงของคุณอย่างต่อเนื่อง”
กฎแห่งแรงดึงดูด (Law of Attraction)
กฎแรงดึงดูด (Law of Attraction) กับความรักและการใช้ชีวิต
1. สิ่งใดก็ตามที่คุณคิดถึงอยู่เสมอและมีความเชื่อมั่น จะถูกดึงดูดเข้าหาคุณเสมอ ฉะนั้นควรนึกถึงและเชื่อมั่นในแง่บวก อย่าวิตกกังวลหรือนึกถึงแต่สิ่งเลวร้าย หรือความล้มเหลว ถ้ากำลังนึกถึงเรื่องไม่ดีให้ตั้งสติ ปล่อยวาง อย่าวิตกกังวล กำหนดจิตเราให้ได้
เพราะคนที่วิตกกังวลจะตัดสินใจอะไรไม่ถูก และมันจะเคว้งคว้างหลงทางไปหมด ให้คิดว่าเราปรารถนามันมาก เราคาดหวัง และมองเห็นภาพตัวเองไขว่คว้าความสำเร็จนั้น ให้นึกภาพว่า เราได้มันมาแล้วและเรากำลังมีความสุขกับมันอยู่
จินตนาการหรือความคิดใดๆ ที่จะทำให้เรามีความสุขมโนให้หลุดโลกไปเลยก็ได้ค่ะ ยังไงมันก็อยู่ในหัวในความคิดของเราเนี่ยแหละ ไม่มีใครว่าบ้าหรอก กำหนดจิต กำหนดความคิดตัวเองให้ได้
เหมือนที่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยกว่าวไว้ว่า "จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ (Imagination is more important than knowledge) จงเชื่อมั่นว่าอย่างน้อยเราก็มีความฝันเล็กๆ ในหัว และวันหนึ่งมันจะเกิดขึ้น มันจะสำเร็จ ให้คิดแบบนี้เรื่อยๆ อย่าไปท้อ อย่าคิดในเชิงลบที่ตรงกันข้าม
ให้คิดแบบนี้ทุกวันเหมือนเป็นการกระตุ้นจิตใต้สำนึก หรือสะกดจิตตัวเองให้เรามีแรงบันดาลใจที่จะทำในสิ่งที่เราฝันและให้ได้มาซึ่งความสุข
2. เกลียดอะไรได้สิ่งนั้น
ให้เลิกเกลียดและเปลี่ยนซะ จิตใต้สำนึกเป็นพลังอำนาจทางจิตวิญญาณของมนุษย์ การที่เราเกลียดคนประเภทไหนก็มักจะดึงดูดเหนี่ยวรั้งคนแบบนั้นเข้ามาในชีวิต เพราะจิตใจเรามัวแต่วนเวียนจดจ่ออยู่บนความเกลียดชังนั้น
เพราะฉะนั้นให้เราปล่อยวาง เลิกเกลียด (ความเกลียดเป็นราคะที่แรงกล้าและน่ากลัวมาก ทิ้งมันไป) และเปลี่ยนมานึกถึงเสมอว่า เราชอบคนแบบไหน หลงไหลคนแบบไหนแทน (ความรักมีพลังงานแรงกล้ามหาศาล)
3. ตั้งใจฟังเสียงจากข้างใน
เมื่อจิตและความคิดของคุณมีแต่เรื่องที่ดี พลังงานบวกมากกว่าพลังงานลบ สมองคุณจะปลอดโปร่งและหลั่งสารแห่งความสุขออกมา ให้คุณเริ่มตั้งใจฟังเสียงจากภายในแล้วลงมือทำตามสัญชาติญาณ
follow your intuition, follow your dreams
เสียงนั้นอาจนำคุณไปยังที่ๆ หนึ่งเพื่อที่คุณจะได้พบกับสิ่งๆ หนึ่งที่คุณอาจกำลังค้นหา หรือคนๆ หนึ่งตามที่ใจคุณปรารถนาก็ได้
เคล็ดลับในการคิดบวก
ให้รู้ซึ้งและขอบคุณทุกอย่างรอบตัวคุณแม้แต่เรื่องเล็กๆ (Gratitude)
เราคิดอะไร รู้ค่าสิ่งไหน ก็จะได้สิ่งนั้น การรู้สึกสำนึกรู้คุณสามารถนำพาความคิดจิตใจทั้งหมดของคุณไปใกล้ชิดกลมกลืนกับพลังสร้างสรรค์ของจักรวาลยิ่งขึ้น…
ทันทีที่คุณรู้สึกกับสิ่งที่คุณมีอยู่แล้วต่างไปจากเดิมคุณก็จะเริ่มดึงดูดสิ่งดี ๆ เข้าหาตัวเองมากขึ้น สิ่งดี ๆ อีกมากมายที่คุณต้องรู้สึกขอบคุณ
จงขอบคุณสิ่งที่คุณมีอยู่แล้วและพอใจแล้ว เช่น ร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง เสื้อผ้าที่สวมใส่ เพื่อนที่ทำงาน อาหารที่ทาน มือถือ …ฯลฯ
แต่หากสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่คุณไม่ต้องการก็ไม่ต้องนึกถึงมัน เช่นฉันไม่มีบ้าน ฉันไม่มีรถ ฯลฯ เอาแค่สิ่งที่คุณมีอยู่แล้ว
บางสิ่งอาจเป็นแค่สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันเช่น อาหารที่ทานประจำทุก ๆ เช้า แต่ลองคิดดูถ้าเกิดว่าวันหนึ่งเราไม่มีอาหารทานมันจะเลวร้ายซักแค่ไหน
…ฉะนั้นจงเริ่มมองสิ่งต่าง ๆ รอบตัวคุณด้วยมุมมองที่พิเศษ แล้วเริ่ม ขอบคุณ… ขอบคุณ… ขอบคุณเช้าวันใหม่ ขอบคุณเตียงนอน ขอบคุณห้องน้ำ ขอบคุณฝักบัว ขอบคุณกระจก ขอบคุณเสื้อผ้า ขอบคุณอาหารเช้า ฯลฯ
กฎแห่งการดึงดูด เพื่อดึงดูดคนรัก
จาก “Secrets of Attraction: The Universal Laws of Love, S*x and Romance” โดย Sandra Anne Taylor
ตัวผู้เขียนนั้นเป็นที่ปรึกษาด้านจิตวิทยาส่วนตัวมากว่า 25 ปีแล้ว เป็นนักบรรยายเกี่ยวกับกฎของการบันดาลให้เกิดขึ้น, กลไกทางพลังงานของการสำนึกรู้ และการเยียวยาทางจิตวิทยา-วิญญาณ ในหนังสือเล่มนี้ว่าด้วยเรื่องของพลังงานจักรวาล (Universal energy)
ได้พยายามศึกษาว่าปรากฏการณ์เชิงพลังงานของโลกตามควอนตัมฟิสิกส์ (Quantum physics) มีอิทธิพลต่อสัมพันธภาพของมนุษย์ (human relationship) อย่างไร
ซึ่งสาระสำคัญของหนังสือเล่มนี้อาจกล่าวได้ว่า
กฎแห่งจักรวาล ในการดึงดูดความรักแบบที่เราต้องการเข้ามาในชีวิต มีพื้นฐานมาจากการมองเห็นค่าในตัวเองอย่างแท้จริง เป็นการนับถือตัวเราและชีวิตของเราเอง
เมื่อหัวใจของเราเปี่ยมไปด้วยความรักอย่างแท้จริง ก็จะเกิดความรักที่ไม่เห็นแก่ตัว ความเห็นอกเห็นใจ ความอ่อนโยนต่อผู้อื่น จากนั้นจักรวาลก็พร้อมที่จะส่งความรักในแบบเดียวกันกลับมาให้เรา
ยิ่งเราสามารถปลดปล่อยตัวเราให้เป็นอิสระได้มากเท่าไร เราก็จะยิ่งรับรู้ถึงความรักมากมายที่อยู่รอบตัวเรามากขึ้นเท่านั้น
ถ้าคุณต้องการดึงดูดความสัมพันธ์ในรูปแบบใดก็ตาม
ความคิด คำพูด การกระทำ และสภาพแวดล้อมของคุณจะต้องไม่เป็นปฏิปักษ์ขัดแย้งกับความปรารถนาของคุณ
หน้าที่ของคุณก็คือรับผิดชอบตัวคุณเอง ถ้าคุณไม่เติมตัวเองให้เต็มก่อน คุณก็ไม่มีอะไรที่จะให้คนอื่น
เวลาที่คุณรู้สึกแย่กับตัวเอง คุณกำลังปิดกั้นความรักและกำลังดึงดูดผู้คนหรือสถานการณ์ที่จะทำให้คุณรู้สึกแย่กับตัวเองเข้ามาเรื่อย ๆ ปรับความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นด้วยการมุ่งมองแต่ข้อดีของอีกฝ่าย ไม่ใช่ข้อเสีย เมื่อคุณมุ่งคิดถึงแต่ข้อดีเหล่านั้น คุณก็จะได้พบข้อดีเพิ่มขึ้น
ความลับปรับชีวิต
ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นพลังงาน คุณคือแม่เหล็กพลังงานแท่งหนึ่ง ฉะนั้นคุณจึงส่งพลังงานไฟฟ้าไปดึงดูดสิ่งต่างๆ เข้ามาหาตัวคุณ และใช้พลังงานไฟฟ้านำพาตัวเองไปหาทุกสิ่งที่คุณต้องการ
คุณยิ่งใช้พลังอำนาจในตัวมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งดึงดูดพลังอำนาจให้เข้ามามากขึ้นเท่านั้น
ทำสิ่งที่คุณรัก ถ้าคุณไม่รู้ว่าสิ่งใดจะนำความสุขมาให้คุณ จงถามว่า “ความสุขของฉันคือะไร” ขณะที่คุณผูกใจไว้กับความสุขใจนั้น คุณก็จะดึงดูดสิ่งที่จะนำพาความยินดีมีสุขเข้ามาอย่างท่วมท้น เนื่องจากคุณได้ส่งคลื่นความสุขออกไป
จงโอบกอดความดีงามของคุณเสียตั้งแต่บัดนี้
คุณก้าวมาถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งหนึ่งในชีวิต เพียงเพราะว่ามีบางอย่างในตัวคุณที่คอยตอกย้ำว่า “คุณสมควรที่จะมีความสุข”
คุณเกิดมาเพื่อจะเพิ่มเติมอะไรบางอย่าง เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับโลกใบนี้ เป็นอะไรบางอย่างที่ใหญ่กว่าและดีกว่าที่คุณเป็นอยู่ ทุก ๆ สิ่ง ทุก ๆ อย่างที่คุณได้ผ่านมา
ทุกเวลาทุกนาทีที่คุณได้ผ่านมา ได้เตรียมคุณให้พร้อมแล้วสำหรับช่วงเวลานี้
ตอนนี้คุณรู้แล้วว่าคุณคือผู้กำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง
ลองจินตนาการถึงสิ่งที่คุณสามารถทำในจากวันนี้เป็นต้นไป
ด้วยสิ่งที่คุณรู้แล้วในขณะนี้ คุณจะทำอะไรกับช่วงเวลา จังหวะโอกาสต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิตคุณ? คุณจะคว้าโอกาสนั้นไว้ได้อย่างไร?
ไม่มีใครเต้นรำแทนคุณได้ ไม่มีใครร้องเพลงแทนคุณได้ ไม่มีใครเขียนเรื่องราวแทนคุณได้ คุณเป็นใคร คุณทำอะไร จงเริ่มเสียแต่บัดนี้ !
Credit : The Secret Book
Credit : Facebook : Rapasith Sasinonpakorn

ภาพนี้ สื่อถึงอะไร ?"Every single day you make a choice."ในทุก ๆ วัน คุณมีทางเลือก มุมมองในการใช้ชีวิต หากเราเลือกที่จะม...
10/07/2022

ภาพนี้ สื่อถึงอะไร ?
"Every single day you make a choice."
ในทุก ๆ วัน คุณมีทางเลือก

มุมมองในการใช้ชีวิต หากเราเลือกที่จะมองแต่ด้านที่มืดมน ชีวิตเราก็จะมีแต่ความทุกข์ ซึ่งไม่มีประโยชน์ใด ๆ กับตัวเราเลย....

แต่กลับกันหากเราเลือกที่มองอีกด้านนึง จะทำให้เรามองเห็นถึงความสุขที่มีอยู่ในการใช้ชีวิต ทุก ๆ อย่างถ้ามองในแง่ดี ก็จะมีความสุข

ได้อาบน้ำเย็น ๆ ก็มีความสุข
ได้กินของอร่อย ก็มีความสุข
ได้ฟังเพลงเพราะๆ ก็มีความสุข
ได้ยินเสียงนกร้อง ก็มีความสุข
แฟนให้ของขวัญ ทำอาหารให้กิน ก็มีความสุข
ลูกๆ เล่นสนุก ก็มีความสุข
ฯลฯ

ขอให้ทุกคนเลือกที่จะมองในด้านดี ชีวิตจะมีความสุขขึ้น
จงสัญญากับตัวเอง ต้องย้ายฝั่งที่นั่งกันวันนี้ และทุกๆวันเลยยยย....

#ทุกย่างก้าว ชีวิตต้องมีความสุข
#เราเลือกทางเดินชีวิตเองได้ #ใช้ชีวิตให้มีความสุข

ที่อยู่

ตำบลบางมด เขตทุ่งครุ
Bangkok
10140

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ชีวิต ต้องคิดบวกผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์