26/02/2022
ข้อดีของระบบ Dropship
Dropship ขายไม่ต้องมีของ
Dropship หรือ Drop Shipping (หรือบางทีก็เรียก Dropshipping) เป็นวิธีขายปลีกสินค้าแบบที่ร้านค้าไม่ต้องมีสินค้าที่จะขายเป็นของตัวเอง
วิธีการสร้างรายได้คือ นำรูปและลักษณะของสินค้าที่ร้านค้าสามารถสั่งมาขายโพสต์ลงเว็บไซต์หรือเว็บที่ขาย
เมื่อมีลูกค้ามาสั่งสินค้า ร้านค้ารับเงินค่าสินค้าแล้วค่อยไปสั่งกับร้านขายสินค้าจริงพร้อมกับจ่ายเงินค่าสินค้านั้นให้กับร้านขายสินค้า และร้านขายสินค้าจะเป็นผู้ส่งสินค้าให้กับลูกค้าเอง
รายได้ของร้านค้าจะมาจาก ส่วนต่างของค่าสินค้า เช่น สมมติร้านค้าประกาศขายสินค้าชิ้นละ 120 บาท ร้านค้ารับเงินลูกค้ามา 120 บาท แต่ร้านค้าจ่ายให้ร้านขายสินค้าจริงด้วยมูลค่าเงินน้อยกว่านั้น
เช่น ขายสินค้าราคา 120 บาท แต่อาจจ่ายร้านขายสินค้าแค่ 100 บาทหรือน้อยกว่า 120 บาท แล้วแต่ว่าตกลงกันไว้เท่าไหร่
dropship, dropship คือ, รับตัวแทนจำหน่าย ไม่ต้องสต็อกของ, ดรอปชิป, drop shipping, dropshipping
แผนผังการขายสินค้าแบบ Dropship
สรุปแล้วคือ ร้านค้าแนว Dropship จะทำหน้าที่เป็นคนซื้อสินค้าจากร้านค้าจริงให้กับลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่ร้านค้าจริงจะเป็นโรงงาน ผู้ค้ารายใหญ่ หรือผู้ผลิตสินค้าเองเลย
โดยที่ร้านค้าจริงเป็นคนส่งสินค้าให้ในนามของร้านค้าแนว Dropship อีกที
ข้อดีของการทำDropship
Dropshipเป็นรูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ดี สำหรับผู้เริ่มสนใจอยากทำธุรกิจของตัวเองเป็นครั้งแรก ด้วยรูปแบบของDropship เอื้อให้ผู้สนใจสามารถทดลองไอเดียธุรกิจได้หลากหลาย
เช่น แหล่งร้านรับตัวแทนขาย สินค้าที่เป็นที่ต้องการในตลาด ช่องทางการขาย การตั้งราคา ฯลฯ เพราะไม่มีต้นทุนการกักตุนสินค้าเอง มาดูข้อมูลอย่างละเอียดๆ กันว่ามีอะไรบ้าง
1. ใช้ต้นทุนน้อยมาก
ต้นทุนต่ำอาจเรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นและข้อได้เปรียบที่ใหญ่ที่สุดของการทำ Drop shipping ก็ว่าได้
เพราะ Drop shipping สามารถทำได้เลยโดยไม่ต้องลงทุนเงินจำนวนมากก่อน พ่อค้าแม่ค้าไม่ต้องซื้อสินค้าเลยสักชิ้น จนกว่าจะมีลูกค้าสั่งสินค้าและจ่ายเงินเข้ามา
2. เริ่มต้นง่าย
พอไม่ต้องสต็อกของ ก็เริ่มต้นได้ง่ายขึ้น และไม่ต้องกังวลเรื่อง
จัดการหรือค่าเช่าโกดังเก็บของ
แพ็คของ ส่งของให้ลูกค้า
นับสต็อกของเพื่อทำบัญชี
จัดการสินค้าที่ถูกตีกลับ
สต็อกสินค้าให้มีอยู่ในคลังอย่างต่อเนื่อง
3. ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดน้อย
เมื่อไมต้องสต็อกสินค้าหรือจัดการเรื่องโกดังของเอง ค่าใช้จ่ายยิบย่อยก็น้อยลงตามไปด้วย ผู้ขายของออนไลน์แนว Dropship จำนวนไม่น้อยเลยในบ้านเรา ที่ใช้แค่คอมพิวเตอร์เครื่องเดียวทำงาน
แม้ในอนาคตเมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น ผู้ทำ Dropship จะต้องใช้ค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นตาม เช่น จ้างพนักงาน แต่ก็ยังน้อยกว่าการทำธุรกิจออนไลน์แบบสต็อกสินค้าเองอยู่ดี
4. ทำงานที่ไหนก็ได้
อาชีพในฝันเลยไหมล่ะ! Dropshipping เป็นงานที่ทำที่ไหนก็ได้ ขอแค่มีคอมพิวเตอร์กับอินเตอร์เน็ต เพราะตราบใดที่คุณสามารถติดต่อกับลูกค้าและผู้ส่งสินค้าได้ ก็สามารถทำงานนี้ได้แล้ว
5. มีสินค้าให้เลือกขายได้หลายอย่าง
คุณจะขายอะไรก็ได้ เพราะไม่ต้องสต็อกของเอง รับความเสี่ยงเอง แต่ส่วนมากแล้ว พ่อค้าแม่ค้าก็จะพยายามคุมประเภทของสินค้าที่ขายให้เป็นประเภทเดียวกัน เช่น เสื้อผ้า ของใช้ในบ้าน อาหารเสริม เป็นต้น
6. ทดสอบตลาดได้ง่าย
Dropshipping เหมาะกับการทดสอบความต้องการของลูกค้าได้หลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเบ็ดเตล็ด เช่น เครื่องประดับ ไปจนถึงสินค้าใหม่เอี่ยมอ่อง ไม่เคยมีใครขายมาก่อน
เพราะอย่างที่บอกว่า การทำDropship ช่วยทดสอบสินค้ากับความต้องการซื้อของลูกค้า ก่อนที่ร้านค้าจะตัดสินใจผลิตหรือสั่งมาขายจำนวนมากๆ
7. ขยายขนาดธุรกิจได้ง่าย
หากเป็นธุรกิจขายปลีกทั่วไป ถ้าคุณได้รับออเดอร์จากลูกค้าเยอะขึ้น 3 เท่า คุณต้องลงมือทำงานเพิ่มเป็น 3 เท่า
แต่ถ้าเป็นธุรกิจแบบ Dropship การจัดการออเดอร์ประมาณ 90% จะไปตกอยู่ที่โรงงานที่รับออเดอร์ไปจัดการต่อ เมื่อภาระงานน้อย คุณก็สามารถขยายธุรกิจได้ง่ายขึ้น และขยายใหญ่ได้ไวด้วย
เมื่อธุรกิจขยายใหญ่ขึ้น แพลตฟอร์มออนไลน์อาจรองรับลูกค้าได้ไม่เพียงพอ หรือทำโอกาสการขายได้น้อยกว่าการมีหน้าเว็บของตัวเองหรือ Sale Page ซึ่งทำหน้าที่รองรับออเดอร์ลูกค้าตรง ตัดปัญหาการหักค่าคอมมิชชั่นของแพลตฟอร์ม ควบคุมได้มากกว่า