Fastcommerz - เซลเพจ Sale Page

Fastcommerz - เซลเพจ Sale Page Fastcommerz เราคือผู้ให้บริการ เซลเพจ เจ้า?

🎉 #ข่าวดีส่งท้ายปี🥳🎉🎉Fastcommerz Sale Page เราขอเปย์ ลูกค้าที่อยู่ด้วยกันมาตลอด🎉ใจดี  #เพิ่มหน้าเซลเพจ ให้เลยทุกร้านค้า ...
24/11/2022

🎉 #ข่าวดีส่งท้ายปี🥳🎉
🎉Fastcommerz Sale Page เราขอเปย์ ลูกค้าที่อยู่ด้วยกันมาตลอด
🎉ใจดี #เพิ่มหน้าเซลเพจ ให้เลยทุกร้านค้า #สูงสุด 5 หน้า
🎉ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า เก่า หรือใหม่
สมัคร แล้วรับเปิดหน้าเพิ่มให้ใช้งานได้เลย #ในราคาเดิม
โดยการเพิ่มหน้าแยกเป็นดังนี้
1.ผู้ใช้ Package
รับเพิ่ม 2 หน้า จากเดิม 1 หน้า รวมทั้งหมด 3 หน้า
2.ผู้ใช้ Package
รับเพิ่ม 5 หน้า จากเดิม 5 หน้า รวมทั้งหมด 10 หน้า
3.สำหรับผู้ใช้ Package
รับเพิ่มในส่วนของ Feature ใหม่ เช่น
📌แยกหน้ารวม Shop และหน้า Service ออกจากกัน
📌ทำแถบเมนูแยกหน้าได้ถึง 10 เมนู
📌 สามารถแยก Google Analytics แยกหน้ากันได้
📌 ใช้งานได้ครบทุกฟีเจอร์ที่มี
______________________
👉👉สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ >>> https://salepage.fastcommerz.com/
👉👉หรือเว็บไซต์ >>> www.fastcommerz.com
👉👉รับชมตัวอย่างเซลเพจได้ที่ >>> http://salepagefastz.fastcommerz.com/
_____________________________
📌📌ติดต่อ/สอบถามเพิ่มเติมที่📌📌
🔵🔵Facebook : m.me/fastcommerz
🟢🟢Line : Fastcommerz

ทำความรู้จักกับ " #" เพิ่มยอดขายได้จริง? 💸💸💸   📌 ถ้าพูดถึง " #" หลายคนคงรู้จักเครื่องหมายนี้เป็นอย่างดี และสำหรับใครที่ใ...
31/08/2022

ทำความรู้จักกับ " #" เพิ่มยอดขายได้จริง? 💸💸💸
📌 ถ้าพูดถึง " #" หลายคนคงรู้จักเครื่องหมายนี้เป็นอย่างดี และสำหรับใครที่ใช้โซเชียลเป็นประจำ คุณคงรู้อยู่แล้วว่าเครื่องหมายนี้ใช้ทำอะไร วันนี้เราจะพาทุกท่านมารู้จักกับ # และเชิญชมวิธีการใช้อย่างถูกต้อง
📌 สัญลักษณ์นี้เรียกว่าแฮชแท็ก ( ) คือคำหรือวลีที่นำหน้าด้วยสี่เหลี่ยมหรือ # ที่ใช้สำหรับโพสต์บนโซเชียลมีเดียต่างๆ
📌 ประโยชน์สำหรับผู้ที่มีความสนใจในหัวข้อนั้น ค้นหาโพสต์ของเราได้ง่ายแม้ว่าคุณจะไม่ใช่ผู้ติดตาม นอกจากนี้ การใช้แฮชแท็กในโพสต์ยังทำให้ข้อความโดดเด่นอีกด้วย
🔓 วิธีใช้ #แฮชแท็ก บนโซเชียลมีเดีย 🔓
📍 #ใช้คำที่ง่ายและตรงประเด็น
📍 #ใช้คำที่สั้น กระชับ ตรงประเด็น และง่ายต่อการพิมพ์และจดจำ ยิ่งถ้าเป็นคำที่อยู่ในกระแสยิ่งดี เพราะจะทำให้คนเห็นโพสต์ของเราบ่อยขึ้น
📍 #ใช้แฮชแท็กในปริมาณที่พอเหมาะ
📍 #การใช้แฮชแท็กมากเกินไป

ซึ่งจะทำให้การมีส่วนร่วมกับโพสต์น้อยลง แต่ละแพลตฟอร์มมีจำนวนแฮชแท็กที่เหมาะสมต่างกัน เช่น Twitter ไม่ควรเกิน 2 แฮชแท็ก Facebook เพียง 2-3 แฮชแท็ก และ TikTok เพียง 4-5 แฮชแท็ก ก็เพียงพอแล้ว
📍 #ใช้แฮชแท็กที่ไม่เหมือนใคร

ซึ่งจะช่วยให้แบรนด์ของเรามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น #มันง่ายที่จะเข้าใจสิ่งที่คุณกำลังพูดถึง และยังทำให้จำง่ายอีกด้วย
การใช้แฮชแท็กแม้ว่าจะดูง่าย แต่เรายังต้องใส่ใจ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและช่วยให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น
!!! #ใครที่มีเซลเพจ ก็สามารถปรับเเต่งหัวเรื่องโดนใส่ " #" เพื่อให้ดูเด่นได้
ไม่ว่าในช่องรายระเอียด ก็สามารถใส่ในจุดสำคัญเพื่อเน้นความน่าสนใจได้เช่นกัน

!!! ถ้ายังไม่มีเซลเพจ ติดต่อทางเรามาได้ที่ Fastcommerz
(AD) _______________
👉👉สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ >>> https://salepage.fastcommerz.com/
👉👉หรือเว็บไซต์ >>> www.fastcommerz.com
👉👉รับชมตัวอย่างเซลเพจได้ที่ >>> http://salepagefastz.fastcommerz.com/
_____________________________
📌📌ติดต่อ/สอบถามเพิ่มเติมที่📌📌
🔵🔵Facebook : m.me/fastcommerz
🟢🟢Line : Fastcommerz - เซลเพจ Sale Page

🤖 TikTok เตรียมปล่อย   พร้อมสู้ Spotify และApple Music   📌 หลังจากที่ TikTok กลายเป็นหนึ่งในแอพ  #ยอดนิยม ด้วยแพลตฟอร์มท...
31/08/2022

🤖 TikTok เตรียมปล่อย พร้อมสู้ Spotify และApple Music
📌 หลังจากที่ TikTok กลายเป็นหนึ่งในแอพ #ยอดนิยม ด้วยแพลตฟอร์มที่มีคุณสมบัติโดดเด่นคือคุณสมบัติการผลิตวิดีโอสั้น รวมถึงการใช้เพลงประกอบวิดีโอจนหลายเพลงกลายเป็นกระแสฮิตไปทั่วเมือง
📌 ล่าสุด TikTok ได้เคลื่อนไหวอีกครั้ง มีรายงานว่า ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok #ได้ยื่นขอเครื่องหมายการค้าสำหรับ "TikTok Music" กับสำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าของสหรัฐฯ
ในเดือนพฤษภาคม 2022 และจดทะเบียนครั้งแรกในออสเตรเลียในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2564 โดยมีคุณสมบัติหลัก ได้แก่ การสตรีมเพลง การแชร์เพลง การซื้อและดาวน์โหลดเพลง สร้าง playlist และแนะนำ playlist ให้คนอื่นได้
📌 สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ บริษัทแม่ ByteDance มีประสบการณ์ในการทำ #แอพพลิเคชั่นสตรีมเพลงอยู่แล้ว โดยใช้ชื่อแอปพลิเคชันที่ Russo มีเฉพาะในอินเดีย บราซิล และอินโดนีเซียเท่านั้น
ฟีเจอร์ TikTok Music ที่แสดงในรายการนั้นคล้ายกับฟีเจอร์ของ Russo เช่น การสร้างและแชร์เพลย์ลิสต์กับผู้ใช้ในชุมชนเดียวกัน
📌 อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวของ นี้สร้างความท้าทายให้กับแอปสตรีมเพลงอย่าง Spotify และ Apply Music
ทิศทางจะเป็นอย่างไร และ TikTok Music จะออกเมื่อไหร่? มีฟีเจอร์ที่คล้ายกับ Russo หรือไม่ หรือต้องรอติดตามสถานการณ์อีกครั้ง?
!!! #ขอเเนะนำให้รีบทำเซลเพจ เพื่อที่จะได้เร็วกว่าใครๆในเรื่องของการหารายได้จากการทำเพลย์ลิสต์

!!! #ใครที่สนใจทำเซลเพจสินค้า ขายเพลลิสต์เพลง หรือ เซลเพจบริการ จัดหาเพลง

!!! #ก้เตรียมตัวสร้างเซลเพจสำหรับ TikTokMusic ไว้ได้เลย ติดต่อ Fastcommerz ได้เลยนะครับ
(AD) _______________
👉👉สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ >>> https://salepage.fastcommerz.com/
👉👉หรือเว็บไซต์ >>> www.fastcommerz.com
👉👉รับชมตัวอย่างเซลเพจได้ที่ >>> http://salepagefastz.fastcommerz.com/
_____________________________
📌📌ติดต่อ/สอบถามเพิ่มเติมที่📌📌
🔵🔵Facebook : m.me/fastcommerz
🟢🟢Line : Fastcommerz - เซลเพจ Sale Page

💙 Facebook 💙  #ประกาศปิดทำการ Live Shopping แน่นอน เตรียมย้ายไป Reel !!!      📌 Facebook  #ได้ประกาศว่าจะปิดฟีเจอร์ Live...
30/08/2022

💙 Facebook 💙 #ประกาศปิดทำการ Live Shopping แน่นอน เตรียมย้ายไป Reel !!!
📌 Facebook #ได้ประกาศว่าจะปิดฟีเจอร์ Live Shopping ซึ่งเป็นช่องทางการสตรีมสดสำหรับผู้ค้าและผู้ค้าออนไลน์ ผู้ใช้จะสร้างหรือกำหนดเวลาขายสดไม่ได้อีกต่อไป
แต่จะถ่ายทอดสดหรือสตรีมแบบปกติโดยไม่ต้องเพิ่มเพลย์ลิสต์ผลิตภัณฑ์ ยังทำได้เหมือนเดิมและปิดอย่างเป็นทางการ 1 ตุลาคม 2565
📌 #หลังจากที่พฤติกรรมของผู้ใช้เปลี่ยนไป และหันมาให้ความสำคัญกับสื่อออนไลน์ในรูปแบบวิดีโอสั้นมากขึ้น Meta ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการตามพฤติกรรมของผู้ใช้
แต่จะเน้นไปที่คุณสมบัติใหม่เช่น Reels บน Facebook และ Instagram แทน
📌 #มีการระบุว่าหากผู้ใช้ต้องการใช้ฟีเจอร์วิดีโอเพื่อเข้าถึงลูกค้า Facebook แนะนำให้ใช้ฟีเจอร์ Reels หรือ Reels Ads ที่สามารถแท็กสินค้าแทนได้
และหากต้องการใช้ฟีเจอร์ Live streaming เพื่อขายสินค้า ย้ายไปที่นี้ได้ ลักษณะเฉพาะ. ในแพลตฟอร์ม Instagram พวกเขาสามารถใช้แทนกันได้
📌 อย่างไรก็ตาม #การเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจจากผู้ใช้ที่ชื่นชมตัวตนที่ล้าสมัยของ Instagram เพื่อเชื่อมโยง และรักษาความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้และคนรู้จัก เพื่อนฝูง หรือครอบครัวผ่านการดูภาพเพิ่มเติม
ลองหันมาใช้ ดู บางทีอาจจะปังกว่าไลฟ์ปกติก็เป็นได้!!
📍📍ลองหันมาใช้ Reel ดู บางทีอาจจะปังกว่าไลฟ์ปกติก็เป็นได้!!
และ Reel ก้สามารถพูดทิ้งท้ายได้อีก

อาจจะพูดว่า ลิงค์หน้าร้านค้า(เซลเพจ)ของเราอยู่หน้าโปรไฟล์ หรือ อยู่ในคอมเมนต์ แค่นี้คุณก้จบการขายเป็นที่เรียบร้อย
(AD) _______________
👉👉สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ >>> https://salepage.fastcommerz.com/
👉👉หรือเว็บไซต์ >>> www.fastcommerz.com
👉👉รับชมตัวอย่างเซลเพจได้ที่ >>> http://salepagefastz.fastcommerz.com/
_____________________________
📌📌ติดต่อ/สอบถามเพิ่มเติมที่📌📌
🔵🔵Facebook : m.me/fastcommerz
🟢🟢Line : Fastcommerz - เซลเพจ Sale Page

🐤 Twitter 🐤  #มีเเพลตฟอร์มใหม่ตอนนี้!! เปิดให้ทดลองลงสินค้าแล้ว!!     📌   ได้เปิดตัวฟีเจอร์ตัวช้อปปิ้ง สำหรับแบรนด์และผู...
30/08/2022

🐤 Twitter 🐤 #มีเเพลตฟอร์มใหม่ตอนนี้!! เปิดให้ทดลองลงสินค้าแล้ว!!
📌 ได้เปิดตัวฟีเจอร์ตัวช้อปปิ้ง สำหรับแบรนด์และผู้ใช้เพื่อโพสต์ผลิตภัณฑ์ ซึ่งผู้ใช้จะสามารถซื้อสินค้าภายในแพลตฟอร์ม Twitter ได้ทันที โดยไม่ต้องทักไปสอบถามอีกต่อไป
📌 หลังจากอัปเดตแอปพลิเคชันแล้ว ตอนนี้บัญชี ios #บางบัญชีจะสามารถเห็นร้านค้าของบางแบรนด์ได้เเล้ว และ Android จะอัปเดตในไม่ช้าเช่นกัน
📌 Twitter #เป็นอีกแพลตฟอร์มหนึ่งที่มีความดุดันมากเกี่ยวกับ Social Commerce และบอกได้เลยว่าพ่อค้าเเม่ค้าออนไลน์หรือเจ้าของแบรนด์ จะไม่มองข้าม Twitter เลย
📌 #ต้องรีบศึกษาเเล้ว!! ระวังตามไม่ทัน เพราะ Twitter มีตลาดการซื้อขายที่ดีเเละเร็วต่อ Social มาก
📍📍 ทางเราขอเเนะนำเพื่อความง่ายและสดวกของ คุณกับลูกค้า
ทางเรามีเซลเพจ ที่สามารถเเปะลิงค์ไว้ได้เลยไม่ว่าจะหน้าโปรไฟล์ โพสต์
หรือทุกช่องทางที่เขียน พิมท์ได้
ซึ่งเป็นเรื่องง่ายมากต่อการที่จะแจ้งรายระเอียดและปิดยอดขาย สรุปยอดขายในเซลเพจ
ขอให้พ่อค้าเเม่ค้าออนไลน์หรือเจ้าของแบรนด์ทุกท่านติดเทรนด์ซื้อขายใน Twitter กันนะครับ 💸💸💸
(AD) _______________
👉👉สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ >>> https://salepage.fastcommerz.com/
👉👉หรือเว็บไซต์ >>> www.fastcommerz.com
👉👉รับชมตัวอย่างเซลเพจได้ที่ >>> http://salepagefastz.fastcommerz.com/
_____________________________
📌📌ติดต่อ/สอบถามเพิ่มเติมที่📌📌
🔵🔵Facebook : m.me/fastcommerz
🟢🟢Line : Fastcommerz - เซลเพจ Sale Page

เหตุใดจึงแสดง "💰 #ความมั่งคั่ง💰" มักเป็นเครื่องมือของเจ้าของแบรนด์อาหารเสริมและครีม 📌 รถสปอร์ต ตั๋วเครื่องบินชั้นหนึ่ง ภ...
25/08/2022

เหตุใดจึงแสดง "💰 #ความมั่งคั่ง💰" มักเป็นเครื่องมือของเจ้าของแบรนด์อาหารเสริมและครีม
📌 รถสปอร์ต ตั๋วเครื่องบินชั้นหนึ่ง ภูเขากระเป๋าแบรนด์เนม บ้านหลังใหญ่ ออเดอร์ล้นหลามจากบ้าน..
📌 #คงจะเป็นภาพที่หลายคนเห็นจนชินแล้ว ตามกระแสโซเชียลจากโพสต์ "โชว์รวย" ของแม่ค้าและเจ้าของแบรนด์อาหารเสริมหรือครีมบำรุงผิว ในอดีต..
📌 เมื่อเร็วๆ นี้ หญิงสาวคนหนึ่งได้โพสต์ภาพตัวเองจับคู่กับรถสปอร์ตราคาแพง (คล้ายกับการซื้อรถสปอร์ตคันนั้น)
📌 #ผมยังบอกตัวเองว่า วันนี้ หาเงินได้เพียง 6,000 บาทจากการลงทุนในการเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบรนด์ดัง แต่สามารถสร้างผลตอบแทนสูงถึง 15 ล้านบาทในเวลาเพียง 3 เดือน
📍 #ซึ่งเรื่องราวดังกล่าว ทำให้หลายคนสงสัยว่าการเป็นตัวแทนจำหน่ายเพียง 3 เดือน จะทำเงินได้มากเพียงไร?
📍 #จนกลายเป็นประเด็นร้อนในสมัยก่อน
📍 อย่างไรก็ตาม หากคุณพยายามไม่มองแบรนด์ใดโดยเฉพาะ
📍 #จะเห็นได้ว่ากรณีนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่แบรนด์อาหารเสริมหรือครีมบำรุงผิวในบ้านเรานำมา “ความมั่งคั่งของตัวแทน” เพื่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายมากกว่าที่จะนำคุณภาพของสินค้าและบริการ มาเป็นกุญแจสำคัญในการส่งสาร..
ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะถ้าตัดภาพมาที่เคาน์เตอร์แบรนด์ในห้างสรรพสินค้า
จะเห็นได้ว่าแบรนด์ที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามก็เหมือนกัน มักใช้คุณภาพของผลิตภัณฑ์เป็นข้อความสำคัญในการสื่อสารกับลูกค้ามากขึ้น
แล้วทำไมแบรนด์อาหารเสริมหรือครีมออนไลน์ต้องนำ "ความร่ำรวยของตัวแทน" มาสื่อสารด้วย?
#มันเป็นแบบนี้..
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า สินค้าจำพวกอาหารเสริมและผลิตภัณฑ์ความงาม เป็นสินค้าที่เอื้อต่อการวางตำแหน่งหรือตำแหน่งทางการตลาดให้ดู "พรีเมียม" มากกว่าสินค้าประเภทอื่นๆ
เพราะเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคไม่น่าจะซื้อถ้า "ถูกเกินไป" เพราะกลัวว่าจะปนเปื้อนสารอันตราย หรือสินค้าไม่มีคุณภาพ
ดังนั้นจึงเป็นการดีกว่าที่เจ้าของแบรนด์จะเลือกวางตำแหน่งของตนให้ดูมีระดับ เพราะอย่างน้อยภาพลักษณ์ของพรีเมี่ยมก็สามารถช่วยให้ผลิตภัณฑ์ผ่านอุปสรรคทางจิตใจแรกของผู้บริโภคได้
เป็นเรื่องง่ายที่จะสังเกตเห็นว่าแบรนด์อาหารเสริมหรือครีมบำรุงผิวในโลกออนไลน์ แพ็คเกจ CI ของแบรนด์ และคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ถูกตั้งค่าให้เป็น "พรีเมียม" เสมอ
#นอกจากนี้ คนไทยจำนวนมาก มีแนวโน้มที่จะจ่าย "แพงกว่า" เพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาคิดว่ามีสุขภาพที่ดีและมีสุขภาพที่ดีสำหรับตัวเอง
จากการสำรวจพบว่าคนไทยมีแนวโน้มที่จะใช้จ่ายกับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพมากขึ้น 28%
ดังนั้นอาหารเสริมหรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ขึ้นชื่อว่าเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ที่ดีต่อร่างกายและผิวพรรณของคุณ ส่งผลให้แบรนด์สามารถกำหนดราคาสินค้าให้สูงขึ้นได้
ทั้งหมด ดังนั้นผลิตภัณฑ์เหล่านี้ส่วนใหญ่จึงมีอัตรากำไรขั้นต้น (กำไรขั้นต้นต่อต้นทุนสินค้า) ค่อนข้างสูง
#เพราะถ้าขายถูกเกินไป คนจะกลัวไม่ซื้อ แถมขายในราคาพรีเมี่ยม คนเห็นปกติ..
นี่คือความแตกต่างระหว่างผลิตภัณฑ์เคาน์เตอร์แบรนด์ กับอาหารเสริมหรือครีมออนไลน์
เพราะแบรนด์เล็กส่วนใหญ่ไม่มีฐานลูกค้าเหมือนแบรนด์ใหญ่ ผลิตกี่ชิ้นก็มีคนรอซื้อ และถ้ายังไม่หมด แค่ทำโปรโทรฝ่ายขาย..
#นอกจากนี้แบรนด์ขนาดเล็กส่วนใหญ่ยังใช้การผลิตผ่านโรงงาน OEM (โรงงานที่ผลิตสินค้าหลายยี่ห้อ) ที่ต้องสั่งจำนวนมากเพื่อให้ได้ราคาต่ำสุด
ดังนั้นจึงค่อนข้างเสี่ยงที่จะจมทุน เนื่องจากแบรนด์ขนาดเล็กไม่มีฐานลูกค้ามากเท่ากับแบรนด์เคาน์เตอร์
#ดังนั้นเจ้าของแบรนด์ขนาดเล็กส่วนใหญ่จึงใช้ประโยชน์จากส่วนต่างของผลิตภัณฑ์ประเภทนี้เพื่อแบ่งออกเป็น
ทอดแล้วแบ่งพ่อค้าเป็นคน “เสี่ยง” ในการสต๊อกสินค้าที่ผลิตขึ้นจำนวนมาก
ในรายละเอียดการเป็นตัวแทนจำหน่าย ขึ้นอยู่กับยี่ห้อว่ามีเงื่อนไข
แต่ส่วนใหญ่จะ "เปิดบิล" หรือให้สต๊อกของกับผู้จัดจำหน่ายมาก ซึ่งปัจจุบันบางยี่ห้อมีขั้นต่ำในการเปิดแบรนด์ไม่เกินล้าน..
อย่างไรก็ตาม มันก็มีข้อเสียอยู่เช่นกัน เพราะเจ้าของแบรนด์จะได้กำไรไม่เต็มที่จากการขายสินค้าของตัวเอง
แต่มันก็คุ้มค่า ถ้าแลกกับความจริงที่ว่าสินค้าตัวเองขายได้ 100% (เพราะมีตัวแทนขายต่อ)..
ตัวแทนจำหน่ายฟรี นอกจากนี้ยังช่วยให้เจ้าของแบรนด์สร้างฐานลูกค้าและทำการตลาดได้
#จากทั้งหมดจะเห็นได้ว่าอาหารเสริมแบรนด์และครีมออนไลน์ในบ้านเรา จะมีคำถามใหญ่สองข้อ:

1) ต้องสื่อสารให้แบรนด์ดูพรีเมี่ยมมากขึ้น

2) แบรนด์ต้องดึงดูดผู้คนให้มาเป็นผู้จัดจำหน่ายกับแบรนด์มากขึ้น

#ดังนั้นจึงไม่มีอะไรเหมาะสมไปกว่าการใช้ "ความมั่งคั่ง" เพื่อสื่อสารกับผู้บริโภค
เพราะ " #ความมั่งคั่ง" และ "พรีเมียม" สามารถสร้างความรู้สึกผูกพันกับผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง
#ดังนั้นการเป็นตัวแทนจำหน่ายหรือเจ้าของแบรนด์ "รวย" จะทำให้แบรนด์ดูพรีเมี่ยม
(AD) _______________
👉👉สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ >>> https://salepage.fastcommerz.com/
👉👉หรือเว็บไซต์ >>> www.fastcommerz.com
👉👉รับชมตัวอย่างเซลเพจได้ที่ >>> http://salepagefastz.fastcommerz.com/
_____________________________
📌📌ติดต่อ/สอบถามเพิ่มเติมที่📌📌
🔵🔵Facebook : m.me/fastcommerz
🟢🟢Line : Fastcommerz - เซลเพจ Sale Page

📺   ทดสอบหน้าฟีด   แสดงเนื้อหาที่อยู่ใกล้ตัวเรา 📺 📌   กำลังทดสอบระบบฟีดใหม่ที่เรียกว่า Near By ซึ่งจะแสดงเนื้อหาโดยรอบหร...
25/08/2022

📺 ทดสอบหน้าฟีด แสดงเนื้อหาที่อยู่ใกล้ตัวเรา 📺
📌 กำลังทดสอบระบบฟีดใหม่ที่เรียกว่า Near By ซึ่งจะแสดงเนื้อหาโดยรอบหรือในพื้นที่มากขึ้น
📌 ระบบนี้บน จะเริ่มทดสอบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก่อน ซึ่งรายการที่เลือกในการทดสอบจะมีอีกแท็บใหม่ปรากฏขึ้น ถัดจากแท็บเดียวกันเช่นกำลังติดตามและสำหรับคุณ
📌 #กำลังทดสอบระบบ ผู้สร้างเพิ่มแท็กตำแหน่งลงในวิดีโอคลิปของพวกเขา ปัจจุบัน TikTok ยังไม่ได้สรุปว่าฟีด Near by จะแสดงเฉพาะวิดีโอที่ติดแท็กตำแหน่งหรือไม่
📌 เนื่องจากยังมีเนื้อหาในฟีดจำนวนจำกัด

📍 #อย่างไรก็ตาม TikTok คิดว่าการใช้ฟีด Near By จะช่วยให้แอปค้นหาเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้มากขึ้น และใกล้ขึ้น
📍 ที่จริงแล้ว ฟีเจอร์นี้ออกมาเพื่อติดตามฟีเจอร์ใหม่ของ Snapchat, Snap Map ของ Snapchat และฟีเจอร์ใหม่อย่าง Searchable Map ของ Instagram ซึ่งให้ผู้ใช้ค้นหาสถานที่ยอดนิยมที่อยู่ใกล้เรา
📍 #กล่าวอีกนัยหนึ่ง คุณลักษณะทั้งสองนี้ช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาเนื้อหาที่อยู่ใกล้ๆ ได้ง่ายขึ้น และช่วยค้นหาเนื้อหาจากสถานที่แปลกใหม่ใกล้หรือไม่เคยง่าย
📍 แต่สำหรับ TikTok เมื่อรวมกับระบบอัลกอริธึมที่ประสบความสำเร็จแล้ว
ตัวอย่างการแสดงฟีด Near By อาจอยู่ในรูปแบบของ:
ฟีดของเรามักจะเกี่ยวกับร้านอาหาร อาหาร หรือการเดินป่า
เมื่ออยู่ในฟีด Near By ระบบอาจแสดงร้านอาหารหรือสถานที่ปีนเขาใกล้เรา
ซึ่งการทำเช่นนี้จะทำให้ TikTok สามารถเพิ่มคุณสมบัติเพิ่มเติมให้กับแอพได้
#และมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบโดยตรงกับแอพค้นหาการเดินทาง เช่น Tripadvisor หรือ Google Maps
ปัจจุบันมีผู้ใช้ค้นหาสถานที่น้อยลง เพราะผู้ใช้ไปค้นหาร้านอาหารหรือสถานที่บน TikTok รวมถึง Instagram แทน
อย่างไรก็ตาม อีกฝ่ายหนึ่งที่จะได้ประโยชน์จากสิ่งนี้ก็คือ ผู้ซื้อสื่อโฆษณาต่างๆ หรือเจ้าของธุรกิจในพื้นที่นั้น
#เพราะในฟีด Near By จะช่วยให้ผู้ประกอบการยิงโฆษณาได้ง่าย และกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติม
#อย่างไรก็ตาม TikTok กล่าวว่าระบบฟีด Near by อาจต้องแก้ไขอีกครั้ง ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ หรืออาจจะถอดเลยก็ได้ ถ้าลองแล้วไม่ได้ผล
(AD) _______________
👉👉สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ >>> https://salepage.fastcommerz.com/
👉👉หรือเว็บไซต์ >>> www.fastcommerz.com
👉👉รับชมตัวอย่างเซลเพจได้ที่ >>> http://salepagefastz.fastcommerz.com/
_____________________________
📌📌ติดต่อ/สอบถามเพิ่มเติมที่📌📌
🔵🔵Facebook : m.me/fastcommerz
🟢🟢Line : Fastcommerz - เซลเพจ Sale Page

🤑 กลยุทธ์   ปริมาณน้อยลง แต่ราคาเท่าเดิม 🤑 📌 หนึ่งในคำที่นิยมมากที่สุดในปีนี้ ไม่มีทางหนีพ้นคำว่าเงินเฟ้อหรือเงินเฟ้อซึ่...
24/08/2022

🤑 กลยุทธ์ ปริมาณน้อยลง แต่ราคาเท่าเดิม 🤑
📌 หนึ่งในคำที่นิยมมากที่สุดในปีนี้ ไม่มีทางหนีพ้นคำว่าเงินเฟ้อหรือเงินเฟ้อ

ซึ่งใช้อธิบายสถานการณ์ที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั้งตัว เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม
📌 และบริการต่างๆ เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่ารักษาพยาบาล ซึ่งแพงกว่าเมื่อก่อน

อัตราเงินเฟ้อไม่เพียงส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคทั้งสองเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบด้านผู้ผลิตอีกด้วย
ทางฝั่งผู้ผลิต #วิธีรักษากำไรช่วงต้นทุนที่สูงขึ้น มีหลายวิธี เช่น 🤑
1. เพิ่มราคาขายสินค้าและบริการ

2. ลดต้นทุนการผลิตด้วยการลดจำนวนแรงงานหรือค่าจ้าง

3. ลดราคาวัตถุดิบที่ใช้ รวมถึงการลดปริมาณการผลิตสินค้าและบริการ
📌 ในกรณีที่สามนี้ เราเรียกมันว่า "การหดตัว" ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นการแสดงท่าทางปกติของหลายๆ บริษัท
📌 #การหดตัวคืออะไร? เหตุใดบริษัทจำนวนมากจึงเลือกกลยุทธ์นี้ ในช่วงเงินเฟ้อสูง?
#ผมจะสรุปกรณีนี้ให้คุณฟัง แบบเข้าใจง่าย
📍 มันเกิดขึ้นจากการรวมกันของสองคำ:
- Shrink ความหมายคือ การหดตัว
📍 #เงินเฟ้อ หมายถึง เงินเฟ้อ ในที่นี้หมายถึง "เงินเฟ้อ"

📍 รวมกันเพื่อลดขนาดสินค้าเพื่อช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ผลิต

📍 โดยทั่วไป เมื่อผู้ผลิตต้องเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นอันเนื่องมาจากผลกระทบของเงินเฟ้อ
#ผู้ผลิตมักจะต้องขึ้นราคาสินค้าและบริการ เพื่อรักษาอัตรากำไร

เช่น ถ้าเราขายกาแฟ ถ้วยละ 50 บาท

ราคารวมแก้วละ 30 บาท

เราจะมีกำไรแก้วละ 20 บาท

คิดเป็นอัตรากำไร กาแฟต่อถ้วยเท่ากับ 40%

#ต่อมาเมื่อราคาเมล็ดกาแฟ ราคาฟาง ราคาแก้ว และค่าเช่าเพิ่มขึ้น
จนหมดแก้วละ 40 บาท
ดังนั้นเราจะรักษาหรือสร้างอัตรากำไร 40% เท่าเดิม
เราควรจะต้องปรับราคาขายกาแฟ เหลือแก้วละ 67 บาท
อย่างไรก็ตามการขายกาแฟมีราคาแพงกว่า อาจทำให้ลูกค้าลดการซื้อกาแฟที่ร้านลง
หรือแย่กว่านั้นคือลูกค้าหันไปบริโภคเครื่องดื่มอื่นๆ แล้วไม่กลับมาซื้อกาแฟร้านเราอีก
#เมื่อเรื่องราวเป็นเช่นนี้ เราจึงอยากรักษาราคาขายกาแฟไว้ที่ถ้วยละ 50 บาทเหมือนเดิม
#แต่เพื่อรักษาอัตรากำไรไว้ที่ 40% เราต้องลดขนาดของถ้วยกาแฟลง หรือใช้หลอดและวัตถุดิบที่ถูกกว่าในตอนแรก
เมื่อเป็นกรณีนี้ แสดงว่าร้านกาแฟของเรากำลังใช้กลยุทธ์ การหดตัวที่ใช้กับลูกค้า
ในช่วงเวลานี้เรากำลังเผชิญกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นต่างๆ

และต้องบอกว่าบริษัทระดับโลกหลายแห่งได้นำกลยุทธ์นี้ไปใช้

เพราะหลายบริษัทเชื่อในภาพรวม ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่ค่อยสังเกต ขนาดบรรจุภัณฑ์ที่เล็กลงหรือน้ำหนักของผลิตภัณฑ์ลดลงเมื่อเทียบกับราคาที่เปลี่ยนแปลงซึ่งผู้บริโภคสังเกตเห็นได้ชัดเจนกว่า
#ตัวอย่างเช่น

Chocolate Toblerone แบรนด์ช็อคโกแลตเก่าแก่และมีชื่อเสียง จากสวิตเซอร์แลนด์ กลยุทธ์นี้เปิดตัวในปี 2559
โดย Toberone ได้ลดปริมาณช็อกโกแลตแท่งจาก 400 กรัมเป็น 360 กรัม
เนื่องจากต้นทุนและราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้นในขณะนั้น ในขณะที่ยังขายช็อกโกแลตแท่งในราคาเดิม
ซึ่งทาง Topberone เลือกที่จะรักษาราคาสินค้าไว้ และไม่ขึ้นราคา เพราะไม่อยากให้เรื่องนี้กระทบความรู้สึกของลูกค้า โดยเฉพาะแฟนตัวยงจนอาจส่งผลเสียต่อแบรนด์ในที่สุด
#แต่ในมุมมองของผู้บริโภคก็ต้องยอมรับว่า
ถึงแม้เราจะจ่ายค่าสินค้าในราคาเท่ากัน แต่เราได้รับสินค้าในปริมาณน้อย หรืออีกมุมหนึ่งหมายความว่าเราต้องการช็อกโกแลตในปริมาณเท่ากัน เราต้องจ่ายราคาที่สูงขึ้น
นั่นหมายความว่าผู้บริโภคกำลังได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้ออยู่แล้ว
ความจริงต้องบอกว่ากลยุทธ์ Shrinkflation ไม่ใช่เรื่องใหม่ และหลายบริษัททำ เพราะธุรกิจต้องพยายามรักษาผลกำไร หรืออย่างน้อยก็ไม่ควรขาดทุนในการทำธุรกิจ
#ดังนั้นหลายธุรกิจจึงพยายามเปลี่ยนรูปแบบผลิตภัณฑ์ ในช่วงที่ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น
ในขณะที่ตัวธุรกิจเองไม่ต้องการขึ้นราคาหรืออาจต้องการขึ้นราคาแต่ไม่ได้รับอนุญาต
เพราะสินค้าถูกควบคุมหรือขอความร่วมมือไม่ให้ขึ้นราคา
อย่างไรก็ตาม เมื่อธุรกิจนำกลยุทธ์ Shrinkflation มาใช้
#เราควรทำอย่างโปร่งใส เช่น ระบุปริมาณสุทธิอย่างตรงไปตรงมา
เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของแบรนด์และรักษาความรู้สึกของผู้บริโภคกับสินค้าในระยะยาว
#มิฉะนั้นหากวันหนึ่งผู้บริโภคขาดความมั่นใจในแบรนด์ หรือสินค้าของเรา
ไม่ว่าเราจะกลับมาลดราคาสินค้าหรือเพิ่มปริมาณมากขึ้นกว่าเดิมโดยไม่ขึ้นราคา
#ก็จะไม่มีลูกค้าอยากซื้อสินค้าของเราอยู่แล้ว
(AD) _______________
👉👉สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ >>> https://salepage.fastcommerz.com/
👉👉หรือเว็บไซต์ >>> www.fastcommerz.com
👉👉รับชมตัวอย่างเซลเพจได้ที่ >>> http://salepagefastz.fastcommerz.com/
_____________________________
📌📌ติดต่อ/สอบถามเพิ่มเติมที่📌📌
🔵🔵Facebook : m.me/fastcommerz
🟢🟢Line : Fastcommerz - เซลเพจ Sale Page

 #กรณีศึกษา: 💻 Intel ทำอะไรผิดพลาดเมื่อถูก AMD แซงหน้า 💻ถ้าเราพูดถึง CPU โปรเซสเซอร์ของคอมพิวเตอร์ ทุกคนรู้ว่า Intel เป็...
24/08/2022

#กรณีศึกษา: 💻 Intel ทำอะไรผิดพลาดเมื่อถูก AMD แซงหน้า 💻
ถ้าเราพูดถึง CPU โปรเซสเซอร์ของคอมพิวเตอร์ ทุกคนรู้ว่า Intel เป็นผู้นำตลาด
📌 แต่คุณรู้หรือไม่ว่าในปัจจุบัน คู่แข่งอย่าง AMD นั้นมีมูลค่าเหนือกว่า Intel

แม้กระทั่งตอนนี้ AMD มีส่วนแบ่งตลาดเพียง 35% ในขณะที่ Intel มีส่วนแบ่งตลาด 65%
📌 นอกจากนี้ เครื่องเล่นเกมยอดนิยมอย่าง PS5 และ Xbox Series X ล้วนใช้ CPU และ GPU ของ AMD แต่ Intel ออกแบบและผลิตชิปของตนเอง กลับไม่สามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดได้เลย
💻 ทำอะไรผิดเพื่อให้ แซงหน้า? 💻
📌 ทั้ง Intel และ AMD มาจาก Fairchild Semiconductor แต่เนื่องจากอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันทำให้ทั้งคู่กลายเป็นคู่แข่งกัน
📌 #ถึงจุดเปลี่ยนในปี 2548 เมื่อ Apple เลือก Intel เป็นผู้ผลิตชิปสำหรับคอมพิวเตอร์ Mac
📍 ผสมผสานกับความสำเร็จของการโปรโมตแบรนด์ด้วย Intel Inside ที่ซึ่งคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่มี Intel CPUs
📍 โดยจะมีสติ๊กเกอร์สีน้ำเงินติดอยู่ ทำให้ Intel เป็นที่รู้จักในหมู่ลูกค้าทั่วไปมากขึ้น จากจุดเริ่มต้นจะเป็นที่รู้จักเฉพาะในหมู่ผู้ผลิตด้วยกันเท่านั้น
📍 ในขณะเดียวกัน CPU ของ AMD ประสบปัญหาด้านประสิทธิภาพ และไม่สามารถแข่งขันกับซีพียูของ Intel ได้ในขณะนั้น
📍 ปัญหายังคงมีอยู่จนถึงปี 2554
ทำให้ AMD กลับมาทบทวนการออกแบบใหม่นานถึง 6 ปี
จนกระทั่งมาถึงซีพียูตระกูล Ryzen ของ AMD ในปี 2560
ประสิทธิภาพคล้ายกับซีพียู Intel แต่ราคาถูกกว่า
ซึ่งช่วยให้ AMD ค่อยๆ ดึงส่วนแบ่งตลาดของ Intel กลับคืนมา
ตั้งแต่ปี 2008 Intel ครองส่วนแบ่งตลาด 70-80% มาโดยตลอด
แต่หลังจากเปิดตัว Ryzen ในปี 2560 ส่วนแบ่งการตลาดของ AMD เพิ่มขึ้นจาก 18% ในปี 2559
ปัจจุบันอยู่ที่ 35% ในขณะที่ Intel มีส่วนแบ่งตลาด 65%
สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้ AMD ได้ส่วนแบ่งการตลาดจาก Intel กลับคืนมาคือกลยุทธ์การเอาท์ซอร์ส
เพราะสิ่งที่ทำให้การประมวลผลชิปดีขึ้นคือจำนวน “ทรานซิสเตอร์” บนชิป
ยิ่งมีมาก ยิ่งประมวลผลมาก ยิ่งดี
ซึ่งอินเทลถือว่าเป็นผู้ออกแบบชิปไม่กี่ราย กับโรงงานชิปของตัวเอง
ในขณะที่ผู้ออกแบบชิปรายอื่นๆ เช่น AMD, Nvidia, ARM เลือกที่จะจ้าง TSMC เพื่อผลิตชิปเหล่านั้น
#แม้ว่า Intel ดูเหมือนจะมีความได้เปรียบเหนือคู่แข่งด้วยการเป็นทั้งผู้ผลิตและนักออกแบบ
#แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่แบบนั้น..
เพราะจากการทำทั้งการออกแบบและการผลิต ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลในการปรับปรุงเครื่อง ทำให้ Intel ต้องต่อสู้กับการพัฒนาชิปจาก 14nm เป็น 10nm ซึ่งช้ากว่ากำหนดสองปี
ในขณะที่ TSMC ซึ่งผลิตเท่านั้นสามารถพัฒนาการผลิต และส่งมอบชิป 7nm ให้กับ AMD ก่อน ในขณะที่ Intel ยังคงผลิตได้เพียง 10-14nm เท่านั้น
นอกจากนี้ Intel สูญเสียลูกค้ารายใหญ่อย่าง Apple ซึ่งหันไปใช้การออกแบบชิปด้วย ARM และจ้าง TSMC เพื่อผลิตชิปสำหรับผลิตภัณฑ์ Apple ตั้งแต่รุ่น M1
อีกเหตุผลหนึ่งคือ Intel ขาดตลาดกราฟิกการ์ด
ในปี 1988 Intel มีการ์ดกราฟิกเป็นของตัวเอง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ดังนั้นการผลิตจึงถูกยกเลิก แต่หลังจากปี 2000 อุตสาหกรรมเกมเติบโตขึ้นทุกปี ตลาดการ์ดวิดีโอก็เติบโตเช่นกัน
ปี 2020 ตลาดการ์ดจอมูลค่าสูงถึง 9 แสนล้านบาท
แต่ปัจจุบันมีผู้เล่นหลักเพียงสองรายคือ Nvidia และ AMD
มีส่วนแบ่งตลาดการ์ดกราฟิกพีซี 60%
ในขณะที่ ครองตลาดคอนโซลส่วนใหญ่
#ไม่ว่าจะเป็น PS4 ของ Sony หรือ Xbox One ของ Microsoft 🕹
แม้แต่คอนโซลล่าสุดอย่าง PS5 และ Xbox Series X ก็ใช้ทั้งซีพียู AMD และการ์ดกราฟิกเพราะเข้ากันได้ดีกว่า เพราะเป็นสินค้าจากบริษัทเดียวกัน
แต่เมื่อมองย้อนกลับไปที่ Intel น่าแปลกใจที่เหตุใดผู้ผลิตชิป Intel จึงเพิ่งเปิดตัวกราฟิกการ์ดของตนเองในปี 2565
#หลายปีที่ผ่านมา Intel ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียในตลาดการ์ดจอมูลค่า 9 แสนล้านบาท แม้ว่าจะมีโรงงานผลิตเป็นของตัวเองก็ตาม
#จากนี้จะเห็นได้ว่า Intel เลือกที่จะทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ทั้งการออกแบบและการผลิต อาจไม่ได้มีข้อดีเสมอไป
#เพราะในขณะที่อินเทลต้องเน้นทั้งการออกแบบและการผลิต สิ่งนี้ทำให้เทคโนโลยีการผลิตล้าหลัง TSMC จนกระทั่งสูญเสียส่วนแบ่งในตลาดซีพียู
นอกจากนี้ยังสูญเสียลูกค้ารายใหญ่อย่าง Apple ที่ปล่อยให้ซีพียูออกแบบ ARM และ TSMC ผลิตขึ้น ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เป็นคู่แข่งของ Intel
รวมถึงโอกาสที่ขาดหายไปในตลาดกราฟิกการ์ดที่ยังคงเติบโตสำหรับ AMD
#ตรงกันข้ามกับการมุ่งเน้นที่ AMD เน้นการออกแบบ CPU ที่เคยอยู่เบื้องหลัง Intel
#มีประสิทธิภาพที่คล้ายคลึงกันในเวลาเพียงไม่กี่ปี ประกอบกับความต้องการการ์ดจอที่สูงขึ้น จากทั้งอุตสาหกรรมเกมและสกุลเงินดิจิทัล
โดยรวมแล้ว มูลค่าของ Intel ลดลงมากกว่า 42% จากสิ้นปี 2019
เหลือเพียง 5.31 ล้านล้านบาท
ขณะที่ AMD มีมูลค่ากว่า 5.79 ล้านล้านบาท
แซงหน้าIntelไปแล้ว
⚠️⚠️⚠️ #ผู้บริหารเปลี่ยนบริษัทเปลี่ยน ⚠️⚠️⚠️
(AD) _______________
👉👉สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ >>> https://salepage.fastcommerz.com/
👉👉หรือเว็บไซต์ >>> www.fastcommerz.com
👉👉รับชมตัวอย่างเซลเพจได้ที่ >>> http://salepagefastz.fastcommerz.com/
_____________________________
📌📌ติดต่อ/สอบถามเพิ่มเติมที่📌📌
🔵🔵Facebook : m.me/fastcommerz
🟢🟢Line : Fastcommerz - เซลเพจ Sale Page

วิดีโอ 📽   📽 สั้น ๆ จะเพิ่มลายน้ำบนวิดีโอได้ เช่นเดียวกับ TikTok หากคุณต้องการแชร์ไปยังแอปอื่น 📌  #จะเห็นได้ว่าในช่วงนี้...
23/08/2022

วิดีโอ 📽 📽 สั้น ๆ จะเพิ่มลายน้ำบนวิดีโอได้ เช่นเดียวกับ TikTok หากคุณต้องการแชร์ไปยังแอปอื่น
📌 #จะเห็นได้ว่าในช่วงนี้ ไม่ว่าวิดีโอสั้นแพลตฟอร์มไหน ก็จะมีคลิปจาก TikTok ทุกที่ เช่น Reels บน Instagram หรือ Facebook Reels บน Facebook รวมถึง YouTube Shorts บน YouTube
📌 ซึ่งสิ่งหนึ่งที่เราสามารถสังเกตได้ก็คือคลิปที่มาจาก TikTok นั่นคือตรงมุมของคลิปวิดีโอจะมีลายน้ำ TikTok TikTok ได้ทำคุณสมบัตินี้มาหลายปีแล้ว
📌 ในขณะที่แพลตฟอร์มอื่นๆ ส่วนใหญ่ไม่มีคุณลักษณะนี้ หลายคนไม่รู้ว่าแหล่งที่มาของวิดีโอมาจากไหน เพราะไม่มีลายน้ำให้ดู
📌 แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้คู่แข่งรายใหญ่อีกรายของ YouTube Shorts ได้ประกาศว่าจะเตรียมเพิ่มลายน้ำให้กับคลิปวิดีโอ
#นั่นหมายความว่า เมื่อครีเอเตอร์สร้างคลิป YouTube Shorts และต้องการดาวน์โหลดคลิปของตัวเองเพื่อแชร์ไปยังแพลตฟอร์มอื่น ลายน้ำ YouTube Shorts จะปรากฏบนคลิป
ซึ่งสิ่งนี้มีประโยชน์ สำหรับผู้ที่มาดูคลิปบนแพลตฟอร์มอื่นเพราะจะสามารถหาวิดีโอต้นฉบับได้
แต่สำหรับคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่มีช่องหลากหลายให้ติดตามอาจเป็นปัญหาได้ เพราะเมื่อทำคลิปวิดีโอบน Youtube Shorts และต้องการแชร์ไปยังแพลตฟอร์มอื่น ๆ บางคนไม่ต้องการให้ลายน้ำปรากฏ อาจจำเป็นต้องใช้วิธีการอื่นในการโพสต์แทน
#สำหรับการอัปเดตนี้ YouTube ชี้แจงว่าจะเปิดตัวในอีกประมาณ 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า..
#ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
คุณรู้หรือไม่ว่า Instagram Reels ได้ตอบโต้ผู้ที่ชอบแชร์วิดีโอจากแพลตฟอร์มอื่นที่มีลายน้ำ โดยลดการมองเห็นเนื้อหาด้วยลายน้ำเหล่านี้โดยเฉพาะ TikTok
#นั่นหมายถึง ผู้ที่อัปโหลดคลิปที่มีลายน้ำจากแพลตฟอร์มอื่น จะไม่ค่อยเห็นหรือไม่แนะนำ
(AD) _______________
👉👉สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ >>> https://salepage.fastcommerz.com/
👉👉หรือเว็บไซต์ >>> www.fastcommerz.com
👉👉รับชมตัวอย่างเซลเพจได้ที่ >>> http://salepagefastz.fastcommerz.com/
_____________________________
📌📌ติดต่อ/สอบถามเพิ่มเติมที่📌📌
🔵🔵Facebook : m.me/fastcommerz
🟢🟢Line : Fastcommerz - เซลเพจ Sale Page

ทำไม 🤖   🤖 ถึงไม่สามารถ ฆ่า 💪   💪 ได้ ! 📌 บอกว่าคนจะไม่เล่น   ให้ไป   แทน 📌 เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงแล้ว ข้อความนี้คงไ...
23/08/2022

ทำไม 🤖 🤖 ถึงไม่สามารถ ฆ่า 💪 💪 ได้ !
📌 บอกว่าคนจะไม่เล่น ให้ไป แทน
📌 เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงแล้ว ข้อความนี้คงไม่เป็นอย่างนั้นเลย
📌 #เพราะไม่มีวันไหนที่ทุกคนจะหยุดใช้ Facebook และหันมาใช้ TikTok แทน
📌 ถ้า 10 ปีที่แล้ว โซเชียลไม่ใหญ่เท่าทุกวันนี้ หากลองนึกภาพในตอนนั้น เราจะรู้จักสื่อต่างๆ เช่น ทีวี หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วิทยุ สื่อแต่ละรูปแบบทำหน้าที่ของมัน
📍 นั่นไม่ได้หมายความว่าทุกคนกำลังดูทีวีอยู่ตลอดเวลา
📍 ไม่ได้หมายความว่าทุกคนอ่านหนังสือพิมพ์ตลอดเวลา
📍 ผู้คนจะบริโภคมันตามความต้องการของแต่ละคนในขณะนั้น
📍 การจำแนกประเภทอย่างง่ายคือ

1. ดู

2. อ่าน

3. ฟัง

#ตัวอย่างเช่น คนส่วนใหญ่ดูทีวีเมื่อพวกเขาต้องการความบันเทิง
คนที่อ่านหนังสือพิมพ์และนิตยสาร มีไว้สำหรับต้องการข้อมูล ข่าวสาร หรือเนื้อหาในเรื่องที่สนใจอย่างรวดเร็วหรือลึกซึ้ง
สำหรับผู้ที่ฟังวิทยุ คุณจะฟังเมื่อสายตาจดจ่อกับสิ่งอื่น เช่น ขณะขับรถ ทำงานบ้าน หรือออกกำลังกาย
#ต่อมาเมื่อโซเชียลมีเดียปรากฏขึ้น
ในยุคแรกๆ ที่เทคโนโลยียังส่งข้อมูลไม่มาก โซเชียลมีเดียในยุคแรกๆ ส่วนใหญ่เกี่ยวกับการส่งข้อความและรูปภาพ ไม่ว่าจะเป็น Chat, Facebook, Twiiter และ Instagram ในภายหลัง
#รู้หรือไม่ Facebook ไม่มีวิดีโอแต่แรก สไตล์วันนี้..
หลังจากที่สื่อสังคมออนไลน์เข้ามาในชีวิตประจำวันของคนในยุคแรกๆ ก็ทำให้หนังสือพิมพ์และนิตยสารต่างๆ หายไปและตายไป
เพราะมนุษย์ไม่จำเป็นต้องอ่านหรือดูรูปในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารอีกต่อไป โซเชียลมีเดียมีความได้เปรียบในเรื่องความสดของข้อมูล เปิดโอกาสให้ใครก็ตามที่กลายเป็นข้อมูลเผยแพร่และเลือกติดตามเฉพาะสิ่งที่คุณสนใจ
ซึ่งแตกต่างจากเมื่อก่อนทุกคนต้องเห็นเนื้อหาเดียวกันในหนังสือพิมพ์
ต่อมาเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้น ผู้คนสามารถส่งข้อมูลให้กันได้มากขึ้น สื่อที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาวิดีโอจะมีบทบาทมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งในยุคนี้เป็นยุคที่เปลี่ยนจากยุค 3G เป็น 4G
ผู้นำในตลาดวิดีโอคือ YouTube และต่อมา Facebook ปรับให้แข่งขันกับ YouTube
ซึ่งเมื่อ 5 ปีที่แล้ว Mark Zuckerberg เพิ่งมาเน้นวิดีโอใน Facebook..
เมื่อเวลาผ่านไปตลาดมีการพัฒนา และพบว่าสื่อวิดีโอไม่เหมาะกับพฤติกรรมมนุษย์ในชีวิตปัจจุบันที่จะรับโทรศัพท์ในช่วงเวลาสั้นๆ แต่บ่อยครั้ง ไม่เหมือนในอดีตที่ผู้คนจะดูวิดีโอในช่วงเวลาว่างเป็นเวลานาน
ดังนั้น TikTok ได้สร้างช่องว่างในตลาดวิดีโอ
#และแน่นอนว่า TikTok ครองส่วนแบ่งตลาดเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น ซึ่งเป็นตลาดสำหรับการดูวิดีโอ อีกสองตลาดที่เหลือคือการอ่านและการฟัง
การฟังเป็นตลาดที่เล็กกว่าการดูและการอ่านมาก แต่ก็เป็นตลาดเฉพาะที่ไม่มีใครสามารถฆ่าได้เช่นกัน ซึ่งวันนี้เราจะเห็น Podcasts บนแพลตฟอร์มต่างๆ มาตอบคำถามนี้กันแล้ว
การอ่านเป็นตลาดขนาดใหญ่และเป็นวิถีชีวิตมนุษย์มาเป็นเวลาหลายพันปี
ทุกครั้งที่ต้องการข่าวสารหรือความรู้ใหม่อย่างรวดเร็ว มนุษย์จะใช้วิธีการอ่านคร่าวๆ
ทุกครั้งที่ฉันต้องการความรู้ใหม่อย่างลึกซึ้ง มนุษย์จะใช้วิธีการอ่านอย่างตั้งใจในข้อความเหล่านั้น
คำพูดที่ว่าผู้คนใช้เวลาบน Facebook น้อยลงและใช้เวลากับ TikTok มากขึ้น
#นั่นเป็นเพราะ TikTok เข้ามาแทนที่การแชร์เรื่องราววิดีโอของ Facebook และ YouTube
แต่จะแข่งขันได้เพียงจุดเดียวเท่านั้นเพราะสิ่งที่ TikTok ไม่สามารถแข่งขันได้ มันคือตลาดการอ่าน "เพราะไม่มีใครอ่านเนื้อหาใน TikTok"
#เช่นเดียวกับ IG ที่ผู้คนใช้จะไม่เน้นการอ่านในนั้น และนั่นเป็นเหตุผลที่ Meta ตั้งใจที่จะใช้ IG เป็นแนวหน้าในการทำสงครามกับ TikTok
ดังนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ User time mix จะแตกต่างกันออกไป

1. คนที่ชอบดูไม่ชอบอ่านจะใช้เวลาบน TikTok, IG มากกว่า Facebook

2. คนที่ชอบอ่านมากกว่าดู จะใช้เวลาบน Facebook มากกว่า TikTok, IG อยู่ดี

#ผู้อ่านยังพยายามประเมินว่าเราใช้ Facebook, IG, TikTok มากขึ้นหรือไม่
#หากเราใช้ Facebook มากขึ้นแสดงว่าเราชอบอ่านมากกว่าดู
#หากเราใช้ IG, TikTok มากขึ้นแสดงว่าเราชอบดูมากกว่าอ่าน
คนที่พูดอย่างมั่นใจว่า TikTok จะฆ่า Facebook และทุกคนบน Facebook จะหันไปหา TikTok มั่นใจได้ว่าคนนั้นคือนาฬิกา และไม่ชอบอ่านหนังสือ
#จะบอกว่า TikTok จะมาฆ่า Facebook ผู้นำตลาดการอ่าน คงจะเปรียบได้กับพวกเราที่บอกว่ามนุษย์จะไม่อ่านหนังสืออีกต่อไป ที่เราไม่เคยเห็นพฤติกรรมที่มนุษย์จะหยุดอ่าน
และถ้าในอนาคตคนเล่น TikTok กันหมดและไม่ได้ใช้ Facebook ประวัติศาสตร์ก็ต้องจารึกว่า TikTok เป็นผู้เปลี่ยนเกมสำหรับมนุษยชาติ ที่ทำให้คนหยุดอ่าน
#ส่วนการอ่านหรือดู อันไหนมีประโยชน์มากกว่ากัน? มันเป็นเรื่องส่วนตัว บางคนไม่ค่อยมีสมาธิในการอ่าน หรือบางคนมีความต้องการ เช่น ผู้สูงอายุที่มีสายตาไม่ดี อาจชอบดูและฟังสิ่งที่เป็น
(AD) _______________
👉👉สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ >>> https://salepage.fastcommerz.com/
👉👉หรือเว็บไซต์ >>> www.fastcommerz.com
👉👉รับชมตัวอย่างเซลเพจได้ที่ >>> http://salepagefastz.fastcommerz.com/
_____________________________
📌📌ติดต่อ/สอบถามเพิ่มเติมที่📌📌
🔵🔵Facebook : m.me/fastcommerz
🟢🟢Line : Fastcommerz - เซลเพจ Sale Page

🧑‍🦱   ลด   อย่างมาก ในทุกเพจ 🧑‍🦱 📌 ตอนนี้ใครทำเพจ   อาจมีเหตุการณ์ที่ทั้งการดูการเข้าถึงและการแสดงผลลดลงอย่างมาก ขึ้นอยู...
22/08/2022

🧑‍🦱 ลด อย่างมาก ในทุกเพจ 🧑‍🦱
📌 ตอนนี้ใครทำเพจ อาจมีเหตุการณ์ที่ทั้งการดูการเข้าถึงและการแสดงผลลดลงอย่างมาก ขึ้นอยู่กับว่าใครจะล้มมากหรือน้อย
📌 การเข้าถึงโดยเฉลี่ยของหน้าบางหน้าลดลงจากเดิมถึง 50% หรือบางหน้าลดลงจากเดิมถึง 20%
📌 แล้วจะส่งผลต่อคนทำเพจอย่างไร?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
📌 สาระสำคัญของสิ่งนี้ จุดเริ่มต้นของทุกสิ่งคือ " ต้องการเลียนแบบ TikTok"
📍 ซึ่งกระทบต่อคนทำเพจ ไม่ใช่เรื่องที่เฟสบุ๊คต้องการจะก็อป วิดีโอสั้นของ TikTok
📍 แต่ ต้องการเลียนแบบ “แนะนำโพสต์ที่เลิกติดตาม” เช่น TikTok
เมื่อเข้าสู่ TikTok เราจะเห็นโฮมเพจ For You TikTok จะใช้ AI เพื่อแนะนำวิดีโอสั้น ที่ผู้ใช้อาจจะสนใจ
📍 เลยอยากติดตามบ้าง จึตั้งชื่อระบบนี้ว่า Discovery Engine หรือระบบที่จะช่วยให้เราค้นพบสิ่งใหม่ๆ หากเราเจอคำว่า Suggested สำหรับคุณ นั่นคือโพสต์จาก Discovery Engine..
📍 แต่ประเด็นคือ ฟีดหลักที่ทุกคนไถคือโฮมเพจ

ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่โพสต์บน Facebook ที่แนะนำจะทำให้โพสต์ที่เราติดตามในหน้าแรกหนาแน่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ตั้งแต่แรกที่ใช้ วันละ 5 นาที เราจะพบว่า

โพสต์ที่เราติดตาม 3 นาที

โพสต์ของเพื่อน 1 นาที

ลงโฆษณา 1 นาที

เมื่อใส่ และ แล้ว เราอาจพบว่า

กระทู้ที่เราติดตาม 1 นาที

โพสต์ของเพื่อน 1 นาที

ลงโฆษณา 1 นาที

โพสต์ที่แนะนำ 1 นาที

โพสต์วิดีโอสั้น 1 นาที Reels

และนี่คือเหตุผลที่ผู้สร้างเพจต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่ทั้งมุมมองการเข้าถึงและการแสดงผลลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ซึ่ง ทำเช่นนี้ ผู้ใช้หลายคนไม่ชอบมัน และอยากให้ Facebook กลับมาเป็นเหมือนเดิมจนมีเสียงว่า "ไม่มีใครทำลาย ได้มากเท่ากับคนที่สร้างมันขึ้นมา"..
แต่นี่ไม่ใช่ข้อเสียเสมอไป

#เพราะคนที่ได้ประโยชน์คือ คนตั้งกระทู้ไปเป็นไวรัลเพื่อโพสต์เป็นกระทู้แนะนำสำหรับคนอื่นๆ
ซึ่งต้องระลึกไว้เสมอว่า ไม่ว่าเพจจะดีแค่ไหน ก็ยากที่จะทำให้เนื้อหาไปไวรัลทุกโพสต์
แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับหน้า ? ลงทุนแมนคิดว่าจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ

1. #เพจขนาดใหญ่ที่มีคนเข้าร่วมแล้วหลายโพสต์

สำหรับกลุ่มนี้จะได้รับผลกระทบคือ ยิ่งโพสต์ที่มีส่วนร่วมมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งเข้าถึงคนหลายแสนคนถึงหลายล้านคนได้ง่ายขึ้น

แต่ถ้าฟอร์มตกในโพสต์บางโพสต์ โพสต์ที่มีการมีส่วนร่วมน้อยก็อาจทำให้เข้าถึงได้น้อยลงเช่นกัน

ดังนั้นกลุ่มนี้จะมีสถิติเพิ่มเติมสำหรับแต่ละโพสต์ที่แกว่ง กระทู้ดีๆจะมีคนดูเยอะ โพสต์ที่ไม่ดีจะได้รับจำนวนการดูน้อยลง

เพจกลุ่มนี้อาจเป็นเพจขนาดใหญ่ที่มีผู้ติดตามกว่า 500,000+ คน ซึ่งมีส่วนร่วมอย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว เช่น เพจข่าวไวรัล เพจบันเทิง บทสรุปละคร หรือเพจอินฟลูเอนเซอร์รายใหญ่

แน่นอนว่าเพจนั้นใหญ่แม้จะมีผู้ติดตามจำนวนมากก็ตาม แต่ถ้าผู้ติดตามเหล่านั้นถูกซื้อแบบอนินทรีย์ก็อาจเกิดว่าผู้ติดตามอยู่ในหลักล้าน แต่ทุกโพสต์มีการเข้าถึงที่ต่ำมาก

2. #เพจที่มีเนื้อหาดีแต่เน้นคนที่ติดตามเฉพาะกลุ่ม

สำหรับกลุ่มนี้จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง และดูไม่ยุติธรรมกับเพจในกลุ่มนี้ เพราะเพจกลุ่มนี้จะเน้นสร้างโพสต์เฉพาะกลุ่ม ไม่ได้สร้างโพสต์ที่เน้น

ไวรัส ดังนั้น โพสต์ของเพจกลุ่มนี้จึงมีโอกาสน้อยที่จะได้รับโพสต์ที่แนะนำ
และฟีดของทุกคนจะเห็นโพสต์ในหน้าของกลุ่มนี้น้อยลง

หน้ากลุ่มนี้อาจเป็นหน้าคงที่โดยเน้นที่รูปภาพ หรือเน้นเฉพาะกลุ่ม เช่น หน้าภาพถ่าย หน้าท่องเที่ยว หน้าอาหาร หน้าประวัติศาสตร์ หน้าวิทยาศาสตร์ หน้ากีฬา หน้าหลักและหน้าเด็ก หน้าหุ้น หรือหน้าหนังสือ

3. #เพจที่มีเนื้อหาไม่น่าสนใจ ไม่มีแฟนเพจเฉพาะเจาะจง

สำหรับกลุ่มนี้ เกือบถูกเหยียบย่ำถึงพื้น คาดว่า 90% ของหน้าเหล่านี้จะหล่นลงมาอย่างน่าตกใจ และการทำเพจก็เหมือนการคุยกับอากาศ ไม่มีใครดู

เพราะโพสต์ของเพจกลุ่มนี้ ไม่มีทางที่จะติดอยู่กับโพสต์ที่แนะนำ และการพบปะกับคนอื่นๆ บนโฮมเพจเป็นเรื่องยาก

เพจกลุ่มนี้อาจเป็นเพจขาย เพจบริษัท เพจบริษัท เพจไดอารี่ส่วนตัว หรือเพจร้านอาหารเล็กๆ

#โดยสรุป ทุกคนจะได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นหน้าเล็กหรือหน้าใหญ่

หน้าเล็กเสียเปรียบมากกว่าหน้าใหญ่ เพราะมันจะยากขึ้น และจะนำไปสู่ทางออกสองทาง

1. #หยุดทำเพจเฟสบุ๊ค

2. #ยินดีจ่ายเพิ่มเพื่อโปรโมทโพสต์เฟสบุ๊ค

เพื่อการลงทุนของผู้ชาย ในฐานะเพจที่ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด เริ่มขยายเพจไปยังช่องทางอื่นๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ตัวอย่างเช่น Invest Man มีผู้ติดตาม Facebook 2,200,000 คน แต่มีผู้ติดตามใน Blockdit 400,000 คน

อย่างที่คุณเห็นจำนวนผู้ติดตามใน Blockdit คือ 1 ใน 5 ของ Facebook แต่คุณรู้หรือไม่ว่าบางโพสต์บน Facebook มีถึง 20,000 คน ซึ่งน้อยกว่าใน Blockdit ที่มีถึง 30,000 คน?

นี่เป็นเพราะว่า Blockdit แสดงโพสต์ของทุกคนที่คุณติดตามในฟีดหลัก ซึ่งแตกต่างจาก Facebook ที่พยายามแทรกอย่างอื่น

ในอนาคตไม่รู้ว่า จะเป็นอย่างไร

Mark Zuckerberg #บีบคนทำเพจยังไง?

แต่ดูเหมือนที่ผ่านมา มันเป็นแบบนี้มาตลอด
การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา และจะไม่หยุดตลอดไป
หากถูกถามว่าผู้สร้างเพจควรให้ความสำคัญกับอะไร? ในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้
คำตอบหนึ่งก็คือ

ทำทุกวิถีทางให้เราเป็นคนสุดท้ายที่รอด
(AD) _______________
👉👉สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ >>> https://salepage.fastcommerz.com/
👉👉หรือเว็บไซต์ >>> www.fastcommerz.com
👉👉รับชมตัวอย่างเซลเพจได้ที่ >>> http://salepagefastz.fastcommerz.com/
_____________________________
📌📌ติดต่อ/สอบถามเพิ่มเติมที่📌📌
🔵🔵Facebook : m.me/fastcommerz
🟢🟢Line : Fastcommerz - เซลเพจ Sale Page

ที่อยู่

573/104 รามคำแหง39 แยก27
Bangkok
10310

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00
เสาร์ 10:00 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+66845095545

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Fastcommerz - เซลเพจ Sale Pageผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Fastcommerz - เซลเพจ Sale Page:

แชร์