19/07/2026
ท่านอาจารย์บรรเทา จันทรศร(อุตรภัทร์) ท่านได้แต่งเป็นคำกลอนเกี่ยวดาวแต่ละดวง เปรียบดาวกับต้นไม้ ในหนังสือกลวิธีพิจารณาดวงชาตา ตามหลักโหรราศาสตร์ไทย
“ลัคนาคือต้นไม้ใหญ่ อาทิตย์ไซร้คือรากพฤกษา
จันทร์คือแก่นมหึมา อังคารสิหนา คือใบตระการ
พุธคือดอกดวงมาลย์ พฤหัสคือผลรับประทาน
ศุกร์คือเปลือกหอมหวาน เสาร์คือกิ่งก้านสาขา
ราหูคือตัวสัตวามอดคอยกัดกิน ให้สูญสิ้นส่วนทั้งหลาย”
ดวงชาตาเปรียบเหมือนต้นไม้ใหญ่ เมื่อเราทราบแล้ว่า ดวงชาตา คือ แผนที่ชีวิตสำหรับบุคคลหนึ่ง ๆ ว่าจะมีชีวิตเป็นไปอย่างไรจะมีบุญวาสนามีกรรมแค่ไหน จะรุ่งโรจน์ หรือคับแค้น เป็นต้น ซึ่งมีลัคนาสถิตเป็นจุดสำคัญ หมายถึงร่างกายของคนเรา ทั้งร่างกาย อันเปรียบเหมือนต้นไม้ใหญ่ ๆ หนึ่งต้น ประกอบไปด้วย รากแก้ว แก่น ใบ ดอก เกษร ผล เปลือก กิ่ง และสิ่งที่คอยทำลายคือตัวมอดหรือด้วง ฉะนั้นจึงนำมาเปรียบเทียบให้ดูพอสรุปสังเขปดังนี้ ลัคนา หมายถึง ลำต้นรวมทั้งหมด ลัคนาเป็นต้นไม้ใหญ่ ส่วนประกอบอื่น ๆ ของต้นไม้ ถ้าส่วนประกอบดี ต้นไม้แข็งแรง งอกงามเจริญเติบโตดี ชีวิตก็เจริญรุ่งเรืองดีเด่น ถ้าต้นไม้ไม่แข็งแรง หรือมีส่วนเสียหายต้นไม้เหี่ยวแห้งไม่งอกงามให้ดอก หรือผลไม่เต็มที่ ลัคนาหรือชีวิตก็ไม่เด่น ไม่เจริญรุ่งเรือง อาทิตย์ หมายถึง รากแก้ว เป็นหลักของชีวิต การดำเนินชีวิต
ดาวอาทิตย์ ๑ ก็คือราก เป็นส่วนยึดของลำต้น ถ้ารากแก้วดีก็ยึดเหนี่ยวลำต้นให้ดำรงคงทนถาวร เปรียบเหมือนชีวิตมนุษย์ ถ้าหลักของชีวิตดีก็ดำเนินชีวิตอย่างเข้มแข็ง เจริญก้าวหน้าไม่คลอนแคลน ถ้าส่วนยึดเหนี่ยวของลำต้นไม่ดี ก็หมายถึง ชีวิตลุ่ม ๆ ดอน ๆ เดี๋ยวตกอับเดี๋ยวดี รากแน่นหนา ต้นไม้ก็คงทน อาทิตย์ดี ชีวิตก็มั่นคง เป็นหลักใหญ่
ดาวจันทร์ (๒) หมายถึง แก่นหรือดวงใจ จันทร์ ๒ คือ แก่น หมายถึง ส่วนลึกของร่างกาย คือ ดวงใจ เปรียบเหมือนแก่นจันทร์ ถ้าดีก็หอม ถ้าแก่นเสียก็เปรียบเหมือนโพรง เหมือนต้นไม้ แก่นไม่ดีมีโพรง ต้นไม้ก็ต้องผุพังอยู่ไม่ทนทานมีแต่จะทรุดโทรมเหี่ยวเฉา คนก็เหมือนกัน ถ้าอารมณ์ดี จิตใจดี ก็เป็นที่ชื่นชมของคนทั่วไป จันทร์คือแก่นมหึมา ถ้าแก่นไม้แข็งแรงไม่มีโพรงไม่เสีย จันทร์ในดวงชาตาดีก็มั่นคง
ดาวอังคาร(๓) หมายถึง ใบ คือ อำนาจ ความสามารถที่ปกคุมให้ความร่มเย็น อังคาร สิหนาคือใบตระการ อังคาร หมายถึงใบไม้ที่ปกคลุมแผ่กิ่งก้านปกคลุมให้ความร่มเย็น อังคารคือใบให้ความสามารถที่เข้มแข็ง เปรียบเหมือน อังคาร ๓ ในดวงชาตา ถ้าอังคาร ๓ ดีเข้มแข็งก็มีคนเคารพยำเกรง มีอำนาจดี ถ้าอังคาร ๓ เสีย ก็หมดอำนาจ ไม่มีคนเกรงกลัว เปรียบเหมือนใบไม้ให้ความร่มเย็น อังคารในดวงชาตาเด่นชีวิตก็รุ่งเรืองมีอำนาจบารมี
การเปรียบเทียบ ดาวอังคาร (๓) ว่าเป็น “ใบไม้ของต้นไม้ชีวิต” เป็นคำอธิบายที่ลึกซึ้งและมีพลังทางสัญลักษณ์สูงมากครับ เพราะในเชิงโหราศาสตร์ไทยและจักรราศีสากล ดาวอังคารแทน พลังงาน ความกล้า ความขยันขันแข็ง และอำนาจ — สิ่งเหล่านี้ล้วนเปรียบเสมือนใบไม้ที่แผ่กิ่งก้านเพื่อ คุ้มครองลำต้น และ เป็นตัวรับแสง สร้างพลังงานให้ต้นไม้เติบโต
ดาวพุธ ๔ คือ ดอกดวงมาลย์ พุธก็คือดอกนั่นเอง ดอกไม้หอมย่อมมีกลิ่นที่จะกระจายไปไกลเป็นที่ชื่นชมของหมู่แมลง ดอกไม้งามดอกไม้หอมมีแต่คนชื่นชอบ เปรียบเหมือนคนเราถ้าปากดีพูดดีก็เป็นที่ชื่นชอบของผู้คน พูดดีเป็นเงินเป็นทอง หมายความถึงการพูด การเจรจา หรือคำพูดที่หลุดออกจากปาก พูดดีเป็นศรีแก่ปาก ดังมีคำพังเพย ของคนสมัยโบราณที่พูดว่า ดอกพิกุลจะล่วงนั่นหมายถึงว่า การพูดที่หลุดออกมาจากปาก ถ้าดอกไม้หอมก็มีคนชอบเด็ดเอามาไว้สูดดมกลิ่นหอมนั้น ดาวพุธดี ปากก็ดี
ดาวพฤหัส(๕) หมายถึง ผล คือสิ่งที่สำเร็จมาจากความคิดและการกระทำ พฤหัส ๕ คือ ผลรับประทาน ก็คือผลที่รับประทานได้ ต้นไม้มีผลงอกงามแล้วคนก็เด็ดกิน เป็นผลประโยชน์ ผลไม้ดีก็มีประโยชน์ เปรียบเหมือนคนเราถ้าไม่ประสบความสำเร็จก็ไม่มีผลอันใดตอบแทน ถ้าในดวงชาตาของใคร พฤหัสบดี เด่น ก็มีความสำเร็จในชีวิต มีความอุดมสมบูรณ์ เหมือนเรารอผลไม้ ดวงชะตาใครที่พฤหัสเสีย ผลไม้ก็ไม่ออกผลให้เรารับประทานเช่นกัน เปรียบเหมือนกับความสำเร็จในชีวิต
การเปรียบเทียบว่า “ดาวพฤหัส (๕) คือ ผล ของต้นไม้แห่งชีวิต” เป็นคำเปรียบที่ลุ่มลึกและทรงพลังในเชิงโหราศาสตร์ เพราะดาวพฤหัสไม่ได้เป็นเพียงแค่ดาวแห่งคุณธรรม แต่ยังเป็น ผลลัพธ์ของกรรมดี ปัญญา และการกระทำที่เจริญงอกงามแล้ว จนกลายเป็นผลอันจับต้องได้ในชีวิต
ดาวศุกร์(๖) หมายถึง เปลือก คือสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา ถ้าดีก็ดูสวยงาม ถ้าเสียก็ดูน่าเกลียด น่าชังหาคนที่รักใคร่ที่แท้จริงไม่ได้
ดาวศุกร์(๖) คือ เปลือกหอมหวาน เปลือกคือสิ่งที่อยู่รอบต้นไม้ ถ้าเปลือกดีก็มีคุณประโยชน์ใช้ทำยาทำอะไรก็ได้ตามแต่ประเภทของต้นไม้ และดูสวยงาม ถ้าในดวงชาตาใครก็ตาม ดาวศุกร์ดี เด่น ก็ดูสวยดูดี เป็นที่ต้องตาต้องใจของคนทั่วไป ความรักก็สดชื่น แจ่มใส่ถ้าดาวศุกร์เสีย ก็มักมีปัญหาเรื่องความรัก ดูภายนอกไม้เป็นผู้ที่สวยงาม ไม่มีเสน่ห์แก่ผู้ที่พบเห็น ไม่เป็นที่ต้องตาต้องใจ หาคนที่จะชอบพอจริง ๆ ก็ยาก เปลือกไม้สวยเปลือกไม้มีประโยชน์คนก็ชอบ ศุกร์ในดวงชาตาดี เด่น ก็เป็นที่รักของคนทั่วไป แลดูเป็นคนที่สวยงาม ชอบแต่งตัว
คำเปรียบที่ว่า “ดาวศุกร์ (๖) คือเปลือกไม้หอมหวาน” เป็นอุปมาที่ลึกซึ้งมากในเชิงโหราศาสตร์ไทย เพราะสะท้อนให้เห็นถึง ภาพลักษณ์ภายนอก เสน่ห์ ความรัก ความสุนทรีย์ และความดึงดูดใจ ซึ่งเป็นแก่นแท้ของดาวศุกร์อย่างแท้จริง
ถ้าดีก็มีไร่นาสาโทมากมาย ถ้าเสียก็เป็นคนเอาแต่ได้และคับแค้น เสาร์ ๗ คือ กิ่งก้านสาขา ต้นไม้ก็ต้องมีกิ่งยื่นออกไป มีก้านยื่นออกไป เป็นส่วนประกอบของลำต้น กิ่งก้านสาขามากขึ้น ลำต้นก็ใหญ่ขึ้น เปรียบเสมือนกับคนเราเหมือนกัน ต้องมีการแผ่ขยายแตกกิ่งก้านสาขาออกไป เหมือนกับงานต้องมีการขยายกว้างออกไป ต้องมีทรัพย์สมบัติ มีเลือกสวนไร่นา มีถิ่นฐานบ้านช่อง มีข้าทาสบริวาร ต้นไม้ที่ไม่มีกิ่งก้านสาขาจะเป็นต้นไม้ที่แห้งเหมือนต้นไม้ที่กำลังจะตาย เปรียบกับคนเรา ถ้าไม่มีทรัพย์สมบัติ ไม่มีลูกหลาน เหมือนกับ ยืนรอความตาย ไม่มีความหวังในชีวิต ในดวงชาตาใคร ดาวเสาร์เด่น ก็มีหลักทรัพย์ดี ถ้าเสาร์เสียก็กลายเป็นคนตัวคนเดียวไปเหมือนกับคนใจแคบ กิ่งก้านแตกสาขาต้นไม้ก็เจริญดี เสาร์ในดวงดี ก็มีฐานะหลักฐานมั่นคง
“ดาวเสาร์ (๗) คือ กิ่งก้านของต้นไม้” สะท้อนแก่นแท้ของดาวเสาร์ในทางโหราศาสตร์ได้อย่างลึกซึ้ง เพราะดาวเสาร์มิใช่เพียงดาวแห่งทุกข์หรือความหนักแน่นเท่านั้น แต่ยังเป็น ดาวแห่งโครงสร้าง ความมั่นคง การต่อสู้เพื่อความยั่งยืน และการวางรากฐานชีวิตระยะยาว ดังที่ “กิ่ง” คือสิ่งที่แผ่ออกไปจากลำต้น ก็เปรียบเสมือน ความมั่นคงที่แผ่ขยายจากชีวิตหนึ่งสู่งาน ครอบครัว ทรัพย์สมบัติ และการต่อยอดในชีวิต
ดาวราหู(๘) หมายถึง ตัวมอดตัวด้วง คือสิ่งที่คอยทำลายอยู่ที่ไหนทำลายที่นั่น ราหู คือ สัตวามอดคอยกัดกิน ราหูก็คือ ตัวมอด หรือตัวด้วง หมายถึง สัตว์ที่คอยกัดกินต้นไม้ให้ชำรุดทรุดโทรม หรือ คอยทำลาย เปรียบเหมือนคนเรา ที่คอยมีสิ่งที่มาทำลายขัดขวาง มอดอยู่กับอะไรก็กัดกินส่วนนั้น อยู่ที่รากก็กัดราก อยู่ที่แก่นก็กัดกินแก่น เปรียบกับในดวงชาตาถ้าราหูไม่ดี อยู่ในตำแหน่งไหนก็ทำลายส่วนนั้น ราหู คือมอดทำลาย ดวงชาตาใดราหูอยู่ในตำแหน่งที่เสียก็ถูกทำลายส่วนนั้น
คำอธิบายว่า “ดาวราหู (๘) คือมอดหรือตัวด้วง” เป็นคำเปรียบที่ทรงพลังและลึกซึ้งยิ่งในทางโหราศาสตร์ไทย เพราะราหูไม่ได้เป็นเพียงดาวแห่งเงา แต่คือ พลังลึกลับที่แทรกแซง ทำลาย หรือบิดเบือนสิ่งที่ดีอยู่แล้ว จึงเปรียบได้กับ “ตัวมอด” ที่แม้จะเล็ก แต่กัดกินอย่างเงียบ ๆ และทำลายได้ลึกถึงแก่นโดยไม่รู้ตัว
#สนใจโหราศาสตร์ไทย ระบบธาตุและเรือนชาตา กับอาจารย์ฐิ โหราศาสตร์ไทย รุ่นที่ ๒๑ ติดต่อสอบถามที่ :m.me/arjarnthi
ท่านอาจารย์บรรเทา จันทรศร(อุตรภัทร์) ท่านได้แต่งเป็นคำกลอนเกี่ยวดาวแต่ละดวง เปรียบดาวกับต้นไม้ ในหนังสือกลวิธีพิจารณาดวงชาตา ตามหลักโหรราศาสตร์ไทย
“ลัคนาคือต้นไม้ใหญ่ อาทิตย์ไซร้คือรากพฤกษา
จันทร์คือแก่นมหึมา อังคารสิหนา คือใบตระการ
พุธคือดอกดวงมาลย์ พฤหัสคือผลรับประทาน
ศุกร์คือเปลือกหอมหวาน เสาร์คือกิ่งก้านสาขา
ราหูคือตัวสัตวามอดคอยกัดกิน ให้สูญสิ้นส่วนทั้งหลาย”
ดวงชาตาเปรียบเหมือนต้นไม้ใหญ่ เมื่อเราทราบแล้ว่า ดวงชาตา คือ แผนที่ชีวิตสำหรับบุคคลหนึ่ง ๆ ว่าจะมีชีวิตเป็นไปอย่างไรจะมีบุญวาสนามีกรรมแค่ไหน จะรุ่งโรจน์ หรือคับแค้น เป็นต้น ซึ่งมีลัคนาสถิตเป็นจุดสำคัญ หมายถึงร่างกายของคนเรา ทั้งร่างกาย อันเปรียบเหมือนต้นไม้ใหญ่ ๆ หนึ่งต้น ประกอบไปด้วย รากแก้ว แก่น ใบ ดอก เกษร ผล เปลือก กิ่ง และสิ่งที่คอยทำลายคือตัวมอดหรือด้วง ฉะนั้นจึงนำมาเปรียบเทียบให้ดูพอสรุปสังเขปดังนี้ ลัคนา หมายถึง ลำต้นรวมทั้งหมด ลัคนาเป็นต้นไม้ใหญ่ ส่วนประกอบอื่น ๆ ของต้นไม้ ถ้าส่วนประกอบดี ต้นไม้แข็งแรง งอกงามเจริญเติบโตดี ชีวิตก็เจริญรุ่งเรืองดีเด่น ถ้าต้นไม้ไม่แข็งแรง หรือมีส่วนเสียหายต้นไม้เหี่ยวแห้งไม่งอกงามให้ดอก หรือผลไม่เต็มที่ ลัคนาหรือชีวิตก็ไม่เด่น ไม่เจริญรุ่งเรือง อาทิตย์ หมายถึง รากแก้ว เป็นหลักของชีวิต การดำเนินชีวิต
ดาวอาทิตย์ ๑ ก็คือราก เป็นส่วนยึดของลำต้น ถ้ารากแก้วดีก็ยึดเหนี่ยวลำต้นให้ดำรงคงทนถาวร เปรียบเหมือนชีวิตมนุษย์ ถ้าหลักของชีวิตดีก็ดำเนินชีวิตอย่างเข้มแข็ง เจริญก้าวหน้าไม่คลอนแคลน ถ้าส่วนยึดเหนี่ยวของลำต้นไม่ดี ก็หมายถึง ชีวิตลุ่ม ๆ ดอน ๆ เดี๋ยวตกอับเดี๋ยวดี รากแน่นหนา ต้นไม้ก็คงทน อาทิตย์ดี ชีวิตก็มั่นคง เป็นหลักใหญ่
ดาวจันทร์ (๒) หมายถึง แก่นหรือดวงใจ จันทร์ ๒ คือ แก่น หมายถึง ส่วนลึกของร่างกาย คือ ดวงใจ เปรียบเหมือนแก่นจันทร์ ถ้าดีก็หอม ถ้าแก่นเสียก็เปรียบเหมือนโพรง เหมือนต้นไม้ แก่นไม่ดีมีโพรง ต้นไม้ก็ต้องผุพังอยู่ไม่ทนทานมีแต่จะทรุดโทรมเหี่ยวเฉา คนก็เหมือนกัน ถ้าอารมณ์ดี จิตใจดี ก็เป็นที่ชื่นชมของคนทั่วไป จันทร์คือแก่นมหึมา ถ้าแก่นไม้แข็งแรงไม่มีโพรงไม่เสีย จันทร์ในดวงชาตาดีก็มั่นคง
ดาวอังคาร(๓) หมายถึง ใบ คือ อำนาจ ความสามารถที่ปกคุมให้ความร่มเย็น อังคาร สิหนาคือใบตระการ อังคาร หมายถึงใบไม้ที่ปกคลุมแผ่กิ่งก้านปกคลุมให้ความร่มเย็น อังคารคือใบให้ความสามารถที่เข้มแข็ง เปรียบเหมือน อังคาร ๓ ในดวงชาตา ถ้าอังคาร ๓ ดีเข้มแข็งก็มีคนเคารพยำเกรง มีอำนาจดี ถ้าอังคาร ๓ เสีย ก็หมดอำนาจ ไม่มีคนเกรงกลัว เปรียบเหมือนใบไม้ให้ความร่มเย็น อังคารในดวงชาตาเด่นชีวิตก็รุ่งเรืองมีอำนาจบารมี
การเปรียบเทียบ ดาวอังคาร (๓) ว่าเป็น “ใบไม้ของต้นไม้ชีวิต” เป็นคำอธิบายที่ลึกซึ้งและมีพลังทางสัญลักษณ์สูงมากครับ เพราะในเชิงโหราศาสตร์ไทยและจักรราศีสากล ดาวอังคารแทน พลังงาน ความกล้า ความขยันขันแข็ง และอำนาจ — สิ่งเหล่านี้ล้วนเปรียบเสมือนใบไม้ที่แผ่กิ่งก้านเพื่อ คุ้มครองลำต้น และ เป็นตัวรับแสง สร้างพลังงานให้ต้นไม้เติบโต
ดาวพุธ ๔ คือ ดอกดวงมาลย์ พุธก็คือดอกนั่นเอง ดอกไม้หอมย่อมมีกลิ่นที่จะกระจายไปไกลเป็นที่ชื่นชมของหมู่แมลง ดอกไม้งามดอกไม้หอมมีแต่คนชื่นชอบ เปรียบเหมือนคนเราถ้าปากดีพูดดีก็เป็นที่ชื่นชอบของผู้คน พูดดีเป็นเงินเป็นทอง หมายความถึงการพูด การเจรจา หรือคำพูดที่หลุดออกจากปาก พูดดีเป็นศรีแก่ปาก ดังมีคำพังเพย ของคนสมัยโบราณที่พูดว่า ดอกพิกุลจะล่วงนั่นหมายถึงว่า การพูดที่หลุดออกมาจากปาก ถ้าดอกไม้หอมก็มีคนชอบเด็ดเอามาไว้สูดดมกลิ่นหอมนั้น ดาวพุธดี ปากก็ดี
ดาวพฤหัส(๕) หมายถึง ผล คือสิ่งที่สำเร็จมาจากความคิดและการกระทำ พฤหัส ๕ คือ ผลรับประทาน ก็คือผลที่รับประทานได้ ต้นไม้มีผลงอกงามแล้วคนก็เด็ดกิน เป็นผลประโยชน์ ผลไม้ดีก็มีประโยชน์ เปรียบเหมือนคนเราถ้าไม่ประสบความสำเร็จก็ไม่มีผลอันใดตอบแทน ถ้าในดวงชาตาของใคร พฤหัสบดี เด่น ก็มีความสำเร็จในชีวิต มีความอุดมสมบูรณ์ เหมือนเรารอผลไม้ ดวงชะตาใครที่พฤหัสเสีย ผลไม้ก็ไม่ออกผลให้เรารับประทานเช่นกัน เปรียบเหมือนกับความสำเร็จในชีวิต
การเปรียบเทียบว่า “ดาวพฤหัส (๕) คือ ผล ของต้นไม้แห่งชีวิต” เป็นคำเปรียบที่ลุ่มลึกและทรงพลังในเชิงโหราศาสตร์ เพราะดาวพฤหัสไม่ได้เป็นเพียงแค่ดาวแห่งคุณธรรม แต่ยังเป็น ผลลัพธ์ของกรรมดี ปัญญา และการกระทำที่เจริญงอกงามแล้ว จนกลายเป็นผลอันจับต้องได้ในชีวิต
ดาวศุกร์(๖) หมายถึง เปลือก คือสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา ถ้าดีก็ดูสวยงาม ถ้าเสียก็ดูน่าเกลียด น่าชังหาคนที่รักใคร่ที่แท้จริงไม่ได้
ดาวศุกร์(๖) คือ เปลือกหอมหวาน เปลือกคือสิ่งที่อยู่รอบต้นไม้ ถ้าเปลือกดีก็มีคุณประโยชน์ใช้ทำยาทำอะไรก็ได้ตามแต่ประเภทของต้นไม้ และดูสวยงาม ถ้าในดวงชาตาใครก็ตาม ดาวศุกร์ดี เด่น ก็ดูสวยดูดี เป็นที่ต้องตาต้องใจของคนทั่วไป ความรักก็สดชื่น แจ่มใส่ถ้าดาวศุกร์เสีย ก็มักมีปัญหาเรื่องความรัก ดูภายนอกไม้เป็นผู้ที่สวยงาม ไม่มีเสน่ห์แก่ผู้ที่พบเห็น ไม่เป็นที่ต้องตาต้องใจ หาคนที่จะชอบพอจริง ๆ ก็ยาก เปลือกไม้สวยเปลือกไม้มีประโยชน์คนก็ชอบ ศุกร์ในดวงชาตาดี เด่น ก็เป็นที่รักของคนทั่วไป แลดูเป็นคนที่สวยงาม ชอบแต่งตัว
คำเปรียบที่ว่า “ดาวศุกร์ (๖) คือเปลือกไม้หอมหวาน” เป็นอุปมาที่ลึกซึ้งมากในเชิงโหราศาสตร์ไทย เพราะสะท้อนให้เห็นถึง ภาพลักษณ์ภายนอก เสน่ห์ ความรัก ความสุนทรีย์ และความดึงดูดใจ ซึ่งเป็นแก่นแท้ของดาวศุกร์อย่างแท้จริง
ถ้าดีก็มีไร่นาสาโทมากมาย ถ้าเสียก็เป็นคนเอาแต่ได้และคับแค้น เสาร์ ๗ คือ กิ่งก้านสาขา ต้นไม้ก็ต้องมีกิ่งยื่นออกไป มีก้านยื่นออกไป เป็นส่วนประกอบของลำต้น กิ่งก้านสาขามากขึ้น ลำต้นก็ใหญ่ขึ้น เปรียบเสมือนกับคนเราเหมือนกัน ต้องมีการแผ่ขยายแตกกิ่งก้านสาขาออกไป เหมือนกับงานต้องมีการขยายกว้างออกไป ต้องมีทรัพย์สมบัติ มีเลือกสวนไร่นา มีถิ่นฐานบ้านช่อง มีข้าทาสบริวาร ต้นไม้ที่ไม่มีกิ่งก้านสาขาจะเป็นต้นไม้ที่แห้งเหมือนต้นไม้ที่กำลังจะตาย เปรียบกับคนเรา ถ้าไม่มีทรัพย์สมบัติ ไม่มีลูกหลาน เหมือนกับ ยืนรอความตาย ไม่มีความหวังในชีวิต ในดวงชาตาใคร ดาวเสาร์เด่น ก็มีหลักทรัพย์ดี ถ้าเสาร์เสียก็กลายเป็นคนตัวคนเดียวไปเหมือนกับคนใจแคบ กิ่งก้านแตกสาขาต้นไม้ก็เจริญดี เสาร์ในดวงดี ก็มีฐานะหลักฐานมั่นคง
“ดาวเสาร์ (๗) คือ กิ่งก้านของต้นไม้” สะท้อนแก่นแท้ของดาวเสาร์ในทางโหราศาสตร์ได้อย่างลึกซึ้ง เพราะดาวเสาร์มิใช่เพียงดาวแห่งทุกข์หรือความหนักแน่นเท่านั้น แต่ยังเป็น ดาวแห่งโครงสร้าง ความมั่นคง การต่อสู้เพื่อความยั่งยืน และการวางรากฐานชีวิตระยะยาว ดังที่ “กิ่ง” คือสิ่งที่แผ่ออกไปจากลำต้น ก็เปรียบเสมือน ความมั่นคงที่แผ่ขยายจากชีวิตหนึ่งสู่งาน ครอบครัว ทรัพย์สมบัติ และการต่อยอดในชีวิต
ดาวราหู(๘) หมายถึง ตัวมอดตัวด้วง คือสิ่งที่คอยทำลายอยู่ที่ไหนทำลายที่นั่น ราหู คือ สัตวามอดคอยกัดกิน ราหูก็คือ ตัวมอด หรือตัวด้วง หมายถึง สัตว์ที่คอยกัดกินต้นไม้ให้ชำรุดทรุดโทรม หรือ คอยทำลาย เปรียบเหมือนคนเรา ที่คอยมีสิ่งที่มาทำลายขัดขวาง มอดอยู่กับอะไรก็กัดกินส่วนนั้น อยู่ที่รากก็กัดราก อยู่ที่แก่นก็กัดกินแก่น เปรียบกับในดวงชาตาถ้าราหูไม่ดี อยู่ในตำแหน่งไหนก็ทำลายส่วนนั้น ราหู คือมอดทำลาย ดวงชาตาใดราหูอยู่ในตำแหน่งที่เสียก็ถูกทำลายส่วนนั้น
คำอธิบายว่า “ดาวราหู (๘) คือมอดหรือตัวด้วง” เป็นคำเปรียบที่ทรงพลังและลึกซึ้งยิ่งในทางโหราศาสตร์ไทย เพราะราหูไม่ได้เป็นเพียงดาวแห่งเงา แต่คือ พลังลึกลับที่แทรกแซง ทำลาย หรือบิดเบือนสิ่งที่ดีอยู่แล้ว จึงเปรียบได้กับ “ตัวมอด” ที่แม้จะเล็ก แต่กัดกินอย่างเงียบ ๆ และทำลายได้ลึกถึงแก่นโดยไม่รู้ตัว
#สนใจโหราศาสตร์ไทย ระบบธาตุและเรือนชาตา กับอาจารย์ฐิ โหราศาสตร์ไทย รุ่นที่ ๒๑ ติดต่อสอบถามที่ :m.me/arjarnthi