Zena Siegel บริษัทซื้อ ขายหลักทรัพย์

การใช้จ่ายและการลงทุนของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ถือว่ามีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ  การรักษาแรงขับเคลื่...
27/11/2022

การใช้จ่ายและการลงทุนของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ถือว่ามีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ การรักษาแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนภาครัฐทั้งจากโครงการลงทุนของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ และถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญให้เศรษฐกิจในปี 2566 ขยายตัวได้
สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า กรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 รวมทั้งสิ้น 3.185 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณก่อนหน้า 27 % โดยแบ่งเป็นงบรายจ่ายประจำ 2,520,329.1 ล้านบาท ลดลง 0.6% จากปีก่อน และวงเงินรายจ่ายลงทุน 664,670.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8% จากปีก่อน
ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณางบลงทุนของรัฐวิสาหกิจในปี 2566 พบว่า มีวงเงินงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจรวมทั้งสิ้น 443,351
ล้านบาท แบ่งเป็นงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ 44 แห่ง วงเงิน 226,247 ล้านบาท และงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจประเภทบริษัทมหาชนจำกัด
และบริษัทในเครือ 5 แห่ง วงเงิน 217,077 ล้านบาท และหากจำแนกตามสาขาการลงทุน พบว่ามีสัดส่วนงบลงทุนในสาขาพลังงาน สาขาขนส่ง
สาขาสาธารณูปการ และสาขาอื่นๆ 61% 24.5% 6% และ 8.5% ตามลำดับ
โดยในปี 2566 คาดว่าจะมีการเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจในโครงการสำคัญ จำนวน 65 โครงการ วงเงินรวม 141,063.37 ล้านบาท คิดเป็น 31.8% ของวงเงินงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ
ทั้งนี้ โครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่คาดว่าจะมีการเบิกจ่ายสูงสุด 10 อันดับแรกในปี 2566 ได้แก่ การลงทุนในสาขาขนส่ง (5 โครงกร) สาขาพลังงาน พาพาณิชย์และบริการ (1 โครงการ) และสาขาสาธารณูปการ (1 โครงการ)
โดยรวมคาดว่าจะมีการเบิกจ่ายงบลง 83,945.12 ล้านบาท คิดเป็น 59.5% ของประมาณการเบิกจายงบลงทุนโครงการสำคัญรวมจำนวน 65 โครงการ
ดังนั้นเพื่อให้การลงทุนภาครัฐสามารถขยายตัวและเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปี 2566 และระยะต่อไป จึงควรให้ความสำคัญกับการเร่งรัดการลงทุนที่ผูกพันสัญญาไว้แล้ว และเร่งดำเนินการโครงการลงทุนที่ได้รับอนุมัติให้เบิกจ่ายลงทุนแล้วให้เป็นไปตามเป้าหมายโดยเร็ว
สำหรับโครงการลงทุนสำคัญ 10 อันดับแรกในปี 2566 มีรายละเอียดดังนี้
1.โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักไทยและรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร - หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร - นครราชสีมา) วงเงิน 1432,890 ล้านบาท คาดว่าจะมีการเบิกจ่ายการลงทุน 18,138.21 ล้านบาท
2.โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ วงเงิน 91,974 ล้านบาท คาดว่าจะมีการเบิกจ่ายการลงทุน 10,646.56 ล้านบาท
3.โครงการพัฒนาระบบส่งและจำหน่าย ระยะที่ 2 วงเงิน 28,585.93 ล้านบาท คาดว่าจะมีการเบิกจ่ายการลงทุน 10,552.04 ล้านบาท
4.โครงการทางพิเศษสายพระราม 3 - ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันตก วงเงิน 20,767.34 ล้านบาท คาดว่าจะมีการเบิกจ่ายการลงทุน 8,608.31ล้านบาท
5.โครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายบ้านไผ่ - มหาสารคาม - ร้อยเอ็ด - มุกดาหาร – นครพนม วงเงิน 61,273.31 ล้านบาท คาดว่าจะมีการเบิกจ่ายการลงทุน7,498.62 ล้านบาท
6.โครงการพัฒนาพื้นที่ส่วนขยายศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 พื้นที่โซน C วงเงินลงทุนรวม 17,343.86 ล้านบาท คาดว่าจะมีการเบิกจ่ายการลงทุน 6,129.02 ล้านบาท
7.แผนปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้าฉบับที่ 12 ปี 2560 – 2564 วงเงินลงทุนรวม 15493.84 ล้านบาท คาดว่าจะมีการเบิกจ่ายการลงทุน 5,863.73 ล้านบาท
8.โครงการก่อสร้างทางรถไฟ สายเด่นชัย - เชียงราย – เชียงของ วงเงินลงทุนรวม 76,368.66 ล้านบาท คาดว่าจะมีการเบิกจ่ายการลงทุน 5,752.88 ล้านบาท
9.โครงการปรับปรุงกิจการประปาแผนหลักครั้งที่ 9 วงเงิน 28,142.5 ล้าานบาท คาดว่าจะมีการเบิกจ่ายการลงทุน 54,559.68 ล้านบาท
และ 10 .โครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่องที่ 8 – 9 วงเงินลงทุนรวม 42,557.14ล้านบาท คาดว่าจะมีการเบิกจ่ายการลงทุน 5,296.06 ล้านบาท

รัฐสภารัสเซียเพิ่งผ่านร่างกฎหมายขยายการห้าม “โฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับ LGBTQ” และจำกัดการ“นำเสนอ” พฤติกรรม LGBTQ ทำให้วิถีช...
26/11/2022

รัฐสภารัสเซียเพิ่งผ่านร่างกฎหมายขยายการห้าม “โฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับ LGBTQ” และจำกัดการ“นำเสนอ” พฤติกรรม LGBTQ ทำให้วิถีชีวิตของพวกเขาแทบแสดงออกไม่ได้เลย ชวนให้เกิดข้อสงสัยว่า ทำไมรัสเซียถึงต่อต้าน LGBTQ อย่างหนัก
กฎหมายฉบับใหม่ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรรัสเซียเห็นชอบเมื่อวันพฤหัสบดี (24 พ.ย.) ระบุว่า การกระทำหรือข้อมูลใดๆ ที่ถูกมองว่า เป็นความพยายามส่งเสริมการรักเพศเดียวกันไม่ว่าจะในที่สาธารณะ บนโลกออนไลน์ ในภาพยนตร์ หนังสือ หรือการโฆษณาจะเจอโทษปรับอย่างหนัก จากเดิมที่กฎหมายเคยห้ามแค่การโฆษณาชวนเชื่อ LGBTQ ต่อเด็กเท่านั้น
อเล็กซานเดอร์ คินสทีน นักการเมืองรายหนึ่งที่ช่วยออกแบบร่างกฎหมายกล่าวเมื่อเดือนก่อน
“LGBTQ วันนี้เป็นส่วนประกอบของสงครามลูกผสม (ไฮบริดวอร์แฟร์) และในสงครามลูกผสมนี้เราต้องปกป้องคุณค่า สังคม และเด็กๆ ของเรา”
ทัศนคติของ ส.ส.รายนี้อาจบ่งบอกเบื้องหลังกฎหมายได้ระดับหนึ่ง แต่ในรัสเซียทัศนะของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน น่าจะบอกอะไรได้ชัดเจนกว่า
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2563 ปูตินเคยประกาศกร้าวว่า รัสเซียจะไม่ยอมให้การสมรสเพศเดียวกันถูกต้องตามกฎหมายตราบเท่าที่เขายังอยู่ในทำเนียบเครมลิน ทั้งยังแสดงออกอย่างชัดเจนว่า จะไม่ยอมให้ความเป็นพ่อแม่แบบดั้งเดิมถูกล้มล้างโดยสิ่งที่เขาเรียกว่า “พ่อแม่หมายเลข 1” และ “พ่อแม่หมายเลข2”
“เรื่องพ่อแม่หมายเลข 1 กับพ่อแม่หมายเลข 2 นี้ ผมเคยพูดกับประชาชนไปแล้ว และจะขอพูดอีกครั้ง ตราบเท่าที่ผมยังเป็นประธานาธิบดี สิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้น จะมีแค่พ่อกับแม่เท่านั้น”
ตลอดเวลาที่อยู่ในอำนาจสองทศวรรษ ปูตินเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับศาสนจักรออร์โธดอกซ์ และพยายามนำรัสเซียออกห่างจากค่านิยมเสรีนิยมของตะวันตก รวมถึงทัศนคติต่อคนรักเพศเดียวกันและการเลื่อนไหลทางเพศ
ความคิดเห็นที่ไม่ยอมให้มีการสมรสเพศเดียวกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายในรัสเซียเกิดขึ้นหลังจากปูตินเข้าพบกับคณะกรรมาธิการแห่งรัฐเพื่อหารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เอื้อให้เขาอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้ถึงปี 2567
จากนั้นไม่กี่เดือนต่อมาในวันชาติสหรัฐ 4 ก.ค. หลังจากชาวรัสเซียลงประชามติรัฐธรรมนูญใหม่ไปแล้ว ปูตินได้แสดงความคิดเห็นเยาะเย้ยที่สถานทูตสหรัฐประจำกรุงมอสโกชักธงสีรุ้งฉลองวันชาติ กล่าวว่า เป็นการเปิดเผยถึงอะไรบางอย่างของเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐ

เสียงเตือนจาก “แบงก์ชาติ” ตั้งการ์ดให้สูง ปีหน้าป่วนแน่ |  #บทบรรณาธิการกรุงเทพธุรกิจระยะหลังเราไม่ค่อยเห็นธนาคารแห่งประ...
25/11/2022

เสียงเตือนจาก “แบงก์ชาติ” ตั้งการ์ดให้สูง ปีหน้าป่วนแน่ | #บทบรรณาธิการกรุงเทพธุรกิจ
ระยะหลังเราไม่ค่อยเห็นธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) หรือ “แบงก์ชาติ” ออกมาเตือนอะไรบ่อยนัก จะมีก็เพียงบอกเล่าถึงตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจและความเสี่ยงต่างๆ ที่จะต้องเผชิญในระยะข้างหน้า ไม่ถึงขั้น “เตือน” ให้ทุกคนเฝ้าระวังอย่างจริงๆ จังๆ แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา “แบงก์ชาติ” โดยท่านผู้ว่าการฯ ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ได้เชิญสื่อมวลชนร่วมรับประทานอาหารกลางวัน วัตถุประสงค์หลักของการเชิญทานข้าวในครั้งนี้ ก็เพราะต้องการจะส่งเสียง “เตือน” ให้สื่อมวลชนตระหนักและ “สื่อ” ออกไปให้สาธารณชนรับทราบถึงความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจที่อาจต้องเผชิญในปีหน้า
ประเด็นหลักที่ท่านผู้ว่าการแบงก์ชาติต้องการเตือนให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตั้งการ์ดสูงเพื่อรับมือกับสถานการณ์เลวร้ายที่อาจมาเยือน ซึ่งตัวท่านเองก็ยังไม่รู้ว่าจะมาในรูปแบบไหน แต่เชื่อว่ามาแน่นอน นั่นคือ ความผิดเพี้ยนของตลาด หรือ “Market Dysfunction” ซึ่ง ดร.เศรษฐพุฒิ ย้ำคำนี้อยู่หลายรอบในวงพูดคุยมื้อกลางวัน ท่านบอกว่า คนยังพูดถึงเรื่องนี้น้อยมาก แต่มีความสำคัญ เพราะสถานการณ์ในตอนนี้ไม่ต่างกับสุภาษิตที่ว่า “น้ำลดตอผุด” ซึ่งที่ผ่านมาทั่วโลกดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากเป็นพิเศษ กดดอกเบี้ยไว้ระดับต่ำ เมื่อถึงจุดหนึ่งปัญหาต่างๆ ก็เริ่มโผล่ออกมาให้เห็น
ผู้ว่าการแบงก์ชาติ บอกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นหากไปเกิดในจุดที่คาดการณ์ไว้อยู่แล้ว ก็อาจไม่ได้เซอร์ไพร์ซอะไรมาก แต่ระยะหลังปัญหาต่างๆ มักไประเบิดในจุดที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน เช่นทุกครั้งเมื่อมีปัญหา เราก็พอจะรู้ว่าปัญหาจะตกอยู่ที่กลุ่มเอสเอ็มอีหรือประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ แต่ที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือ ปัญหารอบนี้ดันไปเกิดกับประเทศที่เซฟที่สุด เกิดกับตลาดที่คิดว่าปลอดภัยที่สุด และยังเกิดในสินค้าที่มั่นคงที่สุด ตัวอย่างที่เห็นชัดๆ คือ อังกฤษ เป็นประเทศที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดปัญหา ที่สำคัญยังไปเกิดกับตัวพันธบัตรรัฐบาล ไปเกิดในกลุ่ม pension fund สะท้อนว่า สถานการณ์เวลานี้ปัญหาต่างๆ อาจเกิดขึ้นในจุดไหนก็ได้ ความเสี่ยงจึงมีสูงมากกว่าปกติ
ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ คือ อาการของ Market Dysfunction ซึ่ง ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ย้ำเตือนว่า ปีหน้ากับระเบิดลักษณะนี้ยังมีอยู่เยอะ ที่น่ากลัวคือไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนบ้าง จึงอยากเตือนให้ทำใจเตรียมรับมือกับข่าวไม่ดี ซึ่งอาจจะทำให้ หุ้นตก ต่างชาติขนเงินกลับ ค่าเงินอ่อนลง แต่อย่างไรก็ตามในมุมพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยแล้ว ยังพอจะมีภูมิคุ้มกันอยู่บ้าง ซึ่ง ดร.เศรษฐพุฒิ กล่าวย้ำว่า เศรษฐกิจไทยปีหน้าอาจจะโตไม่ถึง 3.8% ตามที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ แต่อย่างน้อยจะไม่เลวร้ายถึงขั้นโตต่ำกว่า 3% หรือพูดง่ายๆ คือ เศรษฐกิจไทยในปีหน้ายังคง Takeoff อยู่ เพียงแต่จะไม่ Smooth เท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีอีก 2 ปัจจัยที่ ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ให้ความเป็นห่วง อันแรกคือ ปัญหา Geopolitics หรือความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในระยะยาวอย่างแน่นอน ส่วนอีกอัน คือ การดำเนินนโยบายแปลกๆ ของภาครัฐ ซึ่งช่วงนี้ใกล้เลือกตั้ง พรรคการเมืองต่างๆ เริ่มหาเสียง และก็เริ่มเห็นการเสนอนโยบายที่อาจบ่อนทำลายเศรษฐกิจระยะยาว เช่น การพักหนี้ต่างๆ โดยผู้ว่าการแบงก์ชาติ ย้ำเตือนว่า อยากให้ดูบทเรียนในต่างประเทศเป็นตัวอย่าง เช่น ในอังกฤษชัดเจนมาก เพราะเห็นได้ชัดว่า “ตลาดจะ Punish stupid policy” นี่คือโค๊ตสำคัญของผู้ว่าการแบงก์ชาติที่อยากสื่อให้สาธารณชนรับทราบ!

เปิดสัมพันธ์ ‘กลุ่มตงฮั้ว’ เกี่ยวยังกับหุ้น MOREเรียกได้ว่าโดนลูกหลงไปเต็มๆ สำหรับหุ้น บริษัท ตงฮั้ว โฮลดิ้ง จำกัด (มหาช...
24/11/2022

เปิดสัมพันธ์ ‘กลุ่มตงฮั้ว’ เกี่ยวยังกับหุ้น MORE
เรียกได้ว่าโดนลูกหลงไปเต็มๆ สำหรับหุ้น บริษัท ตงฮั้ว โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TH เพราะนับตั้งแต่มีข่าวอื้อฉาวของหุ้น บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE ราคาหุ้นของ TH ก็ร่วงลงมาต่อเนื่องติดกัน 7 วันทำการ ก่อนที่จะรีบาวด์กลับมาได้ในวานนี้ (23พ.ย.)
โดย ราคาหุ้น TH ระหว่างวันที่ 14-22 พ.ย.2565 หรือประมาณ 7 วันทำการ ลดลงไปราว 45% จากระดับ 3.94 บาท มาอยู่ที่ระดับ 2.22 บาท ก่อนที่วานนี้ จะรีบาวด์กลับขึ้นมาอยู่ในระดับ 2.78 บาท เพิ่มขึ้น 0.56 บาท หรือ 25% ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นราว 996 ล้านบาท
📌 ‘ตงฮั้ว’ เกี่ยวยังไงกับหุ้น MORE
เรื่องนี้คงไม่มีใครรู้ดีเท่ากับ ‘สมนึก กยาวัฒนกิจ’ ประธานกรรมการบริษัท TH และยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งของ TH ด้วย ซึ่ง ‘สมนึก’ เป็นหนึ่งในรายชื่อที่ถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) อายัดทรัพย์จำนวน 1 รายการ มูลค่าราว 14.5 ล้านบาท
โดย ปปง. ระบุในรายงานว่า สมนึก ได้ตั้งคำสั่งขายหุ้น MORE ในวันที่ 10 พ.ย.2565 มีเงื่อนไขว่าให้ซื้อขายในราคาที่มีการเปิดการซื้อขาย(ATO) จึงถูก ปปง. อายัดเงินไว้ก่อน
นอกจาก สมนึก แล้ว ปปง. ยังตรวจพบว่า มีบริษัทในเครือของ TH เข้าซื้อขายหุ้น MORE ในช่วงเวลาดังกล่าวอีก 2 บริษัท คือ บริษัท ตงฮั้ว แคปปิตอล จำกัด และ บริษัท ตงฮั้ว มีเดีย แล็บ จำกัด ซึ่งทั้ง 2 บริษัท ล้วนเป็นบริษัทลูกของ TH ซึ่งมี ‘สมนึก กยาวัฒนกิจ’ นั่งเป็นประธานกรรมการ
สำหรับ ‘ตงฮั้ว แคปปิตอล’ มีรายการทรัพย์สินที่ถูก ปปง. อายัดรวม 102.58 ล้านบาท ขณะที่ ‘ตงฮั้ว มีเดีย แล็บ’ มีรายการทรัพย์สินที่ถูกอายัดรวม 27.77 ล้านบาท โดยเป็นเงินหรือหลักทรัพย์ที่ซื้อต่อเนื่องจากเงินที่ได้จากการขายหุ้น MORE ในวันที่ 10 พ.ย.2565
ทั้งนี้ หากรวมรายการของ ‘สมนึก’ และ ‘กลุ่มตงฮั้ง’ เท่ากับว่ามี 3 รายการ ที่ถูก ปปง. อายัดทรัพย์ไว้ คิดเป็นมูลค่ารวม 144.85 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามเรื่องราวทั้งหมดนี้ ‘สมนึก’ ให้สัมภาษณ์กับ ‘กรุงเทพธุรกิจ’ โดยยืนยันความบริสุทธิ์ใจ พร้อมกับย้ำว่า หุ้น MORE ที่เข้าซื้อเป็นการลงทุนโดยสุจริต
📌 ‘สมนึก กยาวัฒนกิจ’ เป็นใคร?
‘สมนึก’ เป็นทายาทรุ่นที่ 2 ของผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ตงฮั้ว ปัจจุบันเขาเป็นประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทตงฮั้ว มีทั้งบริษัทและบริษัทย่อยดำเนินงานในหลายประเภทธุรกิจ การตีพิมพ์และจัดจำหน่ายหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ และให้บริการโรงพิมพ์ บริการขนส่ง ธุรกิจด้านการลงทุน และบริการสินเชื่อระยะสั้นในรูปแบบแฟ็คเตอริ่ง เงินกู้ และลีสซิ่ง และบริษัทในเครือ ประกอบด้วย

ปปง.พบหลักฐานชัด จงใจเบี้ยวค่าหุ้น MORE สั่งอายัด 5.3 พันล. โยงใยอื้อปปง. สั่งอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวพันหุ้น MORE รวม 34...
22/11/2022

ปปง.พบหลักฐานชัด จงใจเบี้ยวค่าหุ้น MORE สั่งอายัด 5.3 พันล. โยงใยอื้อ
ปปง. สั่งอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวพันหุ้น MORE รวม 34 รายการ มูลค่ากว่า 5.3 พันล้านบาท จากผู้เกี่ยวข้องรวม 25 ราย พบหลักฐานคำสั่งขายบางรายการใช้ IP Address เดียวกับเครื่องที่ “อภิมุข” ส่งคำสั่งซื้อหุ้น เผยหลักฐานชัดตั้งใจเบี้ยวจ่ายค่าหุ้น ด้าน ตลท. ปลด SP หุ้น MORE ราคาดิ่งฟลอร์ต่อเนื่องวันที่สาม
หลังจากสร้างความปั่นป่วนไปทั่วทั้งวงการตลาดทุน สำหรับกรณีหุ้น บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE ที่พบวอลุ่มปริศนากว่า 1,500 ล้านหุ้น ในช่วงเปิดตลาด(ATO) ที่ราคาหุ้นละ 2.90 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 4,400 ล้านบาท ต่อมาทราบว่า ผู้ส่งคำสั่งซื้อหุ้นดังกล่าว มีเพียงคนเดียว คือ นายอภิมุข บำรุงวงศ์ โดยเป็นการส่งคำสั่งซื้อหุ้นผ่านบริษัทหลักทรัพย์(โบรกเกอร์)​ ราว 11 แห่ง
ซึ่งในเวลาต่อมา นายอภิมุข ไม่สามารถชำระค่าซื้อหุ้นได้ ส่งผลให้ภาระการจ่ายเงินทั้งหมดตกอยู่กับโบรกเกอร์ที่เป็นผู้ส่งคำสั่งซื้อหุ้นของ นายอภิมุข ขณะที่ฝั่งผู้ขายพบว่า มีผู้เกี่ยวข้องราว 24 ราย ซึ่งทั้งหมดนี้ถูก สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) อายัดทรัพย์สินไว้ทั้งหมดรวม 34 รายการ มูลค่าราว 5,376 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบสวนของ ปปง. ซึ่งได้รับรายงานจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางลงวันที่ 20 พ.ย.2565 เรื่อง รายงานเหตุอันควรเชื่อว่ามีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งเข้าข่ายการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญาอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และความผิดฐานฟอกเงิน จึงได้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว
โดย โบรกเกอร์ที่ได้รับความเสียหาย ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับ นายอภิมุข และบุคคลที่เกี่ยวข้อง กรณีถูก นายอภิมุข หลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือ ปกปิดความจริง หลอกลวงให้หลงเชื่อว่า นายอภิมุข จะชำระค่าซื้อหุ้น MORE และ MORE-R ซึ่งต่อมาโบรกเกอร์ได้อนุมัติให้มีการปล่อยสินเชื่อกับ นายอภิมุข และบุคคลที่เกี่ยวข้อง
📌 พบคำสั่งขายมาจาก IP Address เดียวกับผู้ซื้อ
กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากในวันเกิดเหตุ นายอภิมุข ได้มีการตั้งคำสั่งซื้อหุ้น MORE และ MORE-R จำนวนมาก และเป็นการตั้งคำสั่งล่วงหน้าก่อนตลาดหลักทรัพย์เปิดทำการเข้ามายังระบบ Automatic Order Matching (AOM) ไปยังบริษัทหลักทรัพย์ซึ่งเป็นนายหน้าของ นายอภิมุข จำนวนหลายแห่ง ในราคาที่สูงกว่าราคาปิดตลาดของวันก่อนหน้า ทำให้มีมูลค่าการซื้อหุ้นด้วยวิธีการดังกล่าว แต่เมื่อครบกำหนดชำระค่าหลักทรัพย์ นายอภิมุข กลับไม่ได้ชำระค่าหุ้นดังกล่าว
นอกจากนี้ การซื้อขายหุ้นในลักษณะดังกล่าว อาจทำให้ประชาชนและนักลงทุนทั่วไปเข้าใจผิดว่าหุ้น MORE เป็นหุ้นที่มีความเสี่ยงในการลงทุน โดยจากการสืบสวนของกองกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พบว่า นายอภิมุข และผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 24 ราย มีการตั้งคำสั่งซื้อขายในลักษณะที่เหมือนกัน โดยมีเงื่อนไขว่า ให้ซื้อขายในราคาที่มีการเปิดการซื้อขาย(At the Open (ATO) และยังพบว่าคำสั่งซื้อขายของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ นายอภิมุข มีหมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ Internet Protocol Address (IP Address) ที่ตรงกับคำสั่งซื้อขายของ นายอภิมุข
📌 หลักฐานโยง 24 รายส่อเกี่ยวข้อง
ซึ่งกลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่ได้มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ในลักษณะของการเป็นเครือญาติ แต่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ IP Address กลับอยู่ในสถานที่เดียวกัน ทั้งนี้ โดยมีบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกัน ได้แก่

1 ชม.  · ยังไม่รอด! หุ้น MORE ดิ่งฟลอร์วันที่สี่ มีแต่คนขาย ไร้คนซื้อยังคงไร้แรงซื้อสำหรับหุ้น บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกั...
22/11/2022

1 ชม. ·
ยังไม่รอด! หุ้น MORE ดิ่งฟลอร์วันที่สี่ มีแต่คนขาย ไร้คนซื้อ
ยังคงไร้แรงซื้อสำหรับหุ้น บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE หลังจากเปิดตลาดภาคเช้าวันนี้ ราคาปรับตัวลดลงทันทีจนติดเพดานการซื้อขายต่ำสุด(ฟลอร์) ต่อเนื่องเป็นวันที่ 4
โดยเช้าวันนี้ (22 พ.ย.) ราคาหุ้น MORE เปิดตลาดปรับตัวลดลงทันที 29.17% หรือ 0.28 บาท มาเคลื่อนไหวที่ระดับ 0.68 บาท ซึ่งถ้าดูจากราคาคำเสนอซื้อ(Bid) แทบจะไม่มีผู้ตั้งคำสั่งซื้อเข้ามาเลย ขณะที่ฝั่งขาย(Offer) พบว่ามีการตั้งราคาเสนอขายจำนวนมาก
สำหรับความคืบหน้าหุ้น MORE เมื่อวานนี้(21พ.ย.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) มีคำสั่งอายัดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหุ้น MORE รวม 34 รายการ มูลค่ารวมกว่า 5,376 ล้านบาท จากผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 25 คน
จากการสอบสวนของ ปปง. ซึ่งได้รับรายงานจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางลงวันที่ 20 พ.ย.2565 เรื่อง รายงานเหตุอันควรเชื่อว่ามีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งเข้าข่ายการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญาอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และความผิดฐานฟอกเงิน จึงได้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว
โดย โบรกเกอร์ที่ได้รับความเสียหาย ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับ นายอภิมุข และบุคคลที่เกี่ยวข้อง กรณีถูก นายอภิมุข หลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือ ปกปิดความจริง หลอกลวงให้หลงเชื่อว่า นายอภิมุข จะชำระค่าซื้อหุ้น MORE และ MORE-R ซึ่งต่อมาโบรกเกอร์ได้อนุมัติให้มีการปล่อยสินเชื่อกับ นายอภิมุข และบุคคลที่เกี่ยวข้อง
กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากในวันเกิดเหตุ นายอภิมุข ได้มีการตั้งคำสั่งซื้อหุ้น MORE และ MORE-R จำนวนมาก และเป็นการตั้งคำสั่งล่วงหน้าก่อนตลาดหลักทรัพย์เปิดทำการเข้ามายังระบบ Automatic Order Matching (AOM) ไปยังบริษัทหลักทรัพย์ซึ่งเป็นนายหน้าของ นายอภิมุข จำนวนหลายแห่ง ในราคาที่สูงกว่าราคาปิดตลาดของวันก่อนหน้า ทำให้มีมูลค่าการซื้อหุ้นด้วยวิธีการดังกล่าว แต่เมื่อครบกำหนดชำระค่าหลักทรัพย์ นายอภิมุข กลับไม่ได้ชำระค่าหุ้นดังกล่าว
นอกจากนี้ การซื้อขายหุ้นในลักษณะดังกล่าว อาจทำให้ประชาชนและนักลงทุนทั่วไปเข้าใจผิดว่าหุ้น MORE เป็นหุ้นที่มีความเสี่ยงในการลงทุน โดยจากการสืบสวนของกองกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พบว่า นายอภิมุข และผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 24 ราย มีการตั้งคำสั่งซื้อขายในลักษณะที่เหมือนกัน โดยมีเงื่อนไขว่า ให้ซื้อขายในราคาที่มีการเปิดการซื้อขาย(At the Open (ATO) และยังพบว่าคำสั่งซื้อขายของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ นายอภิมุข มีหมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ Internet Protocol Address (IP Address) ที่ตรงกับคำสั่งซื้อขายของ นายอภิมุข
ซึ่งกลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่ได้มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ในลักษณะของการเป็นเครือญาติ แต่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ IP Address กลับอยู่ในสถานที่เดียวกัน

ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์รวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 3...
21/11/2022

ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงตัวเลขผลิตภัณฑ์รวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 3/2565 ขยายตัวได้ 4.5%
ปรับฤดูกาลขยายตัวได้ 1.2% ถือว่าเป็นการขยายตัวได้ต่อเนื่อง 4 ไตรมาสตั้งแต่ปลายปี 2564 ที่ผ่านมา รวม 9 เดือนแรก เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้ 3.1%
ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 ภาคการท่องเที่ยวรวมกับภาคการส่งออกในรูปดอลลาร์ขยายตัว 6.7% ได้อานิสงค์จากภาคการท่องเที่ยวที่มีการเปิดประเทศ โดยในส่วนของภาคการผลิตมีการขยายตัวได้ 6.3% การเข้าพักแรมและด้านบริการอาหารขยายตัว 53.6% ขณะที่ภาคการผลิตอุตสาหกรรมขยายตัวได้ 4.8% การส่งออกภพรวมขยายตัว 9.5% และการนำเข้าขยายตัวได้ 8.2%
ส่วนเสถียรภาพเศรษฐกิจการว่างงานลดลงต่อเนื่องอยู่ที่ 1.23% ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 1.37% เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ 2 แสนล้านดอลลาร์ หนี้สาธารณะ 60% ของจีดีพี
ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆพบว่าประเทศในกลุ่มพัฒนาแล้วเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ เช่น มาเลเซีย และเวียดนามขยายตัวได้มาก ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำ ทำให้เศรษฐกิจปีก่อนหดตัวมาก ในส่วนของประเทศไทยยังคงขยายตัวได้ดีเช่นกันในระดับ 4.5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
เรื่องของอัตราเงินเฟ้อ ส่วนใหญ่ในหลายประเทศยังอยู่ในระดับสูงแม้ว่าจะมีการปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนในส่วนของสหรัฐฯ ขณะที่ยูโรโซนยังเงินเฟ้อสูง ส่วนเงินเฟ้อไทยลดลงจากระดับ 6.6% เหลือ 6.4% ในเดือนที่ผ่านมา ในเรื่องของดอกเบี้ยนโยบาย ที่มีการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าสหรัฐฯจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง
ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในเรื่องของเงินเฟ้อที่สูง ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ในเรื่องของเศรษฐกิจจีนยังได้รับผลกระทบจากเรื่องของการคุมโควิด และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ สศช.ได้มีการปรับลดประมาณการเศรษฐกิจโลกลงจาก 3.1% เหลือ 2.6%
คาดว่าในปี 2565 มีรายได้จากการท่องเที่ยว 5.7 แสนล้านบาท และนักท่องเที่ยวเข้ามา 10.2 ล้านคน ปีหน้าจะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 23.5 ล้านคนมีรานได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 1 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ สศช.คาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2565 อยู่ที่ 3.2% ส่วนในปี 2566 อยู่ที่ 3 – 4% โดยมีปัจจัยสนับสนุนในปี 2565 และ 2566 ได้แก่ การฟื้นตัวจากภาคการท่องเที่ยว การอนุมัติการส่งเสริมการลงทุน รวมทั้งการเร่งรัดการลงทุน โดยภาครัฐต้องเร่งเบิกจ่ายงบประมาณให้ได้ตามเป้าหมาย โดยในส่วนของการฟื้นตัวอีกส่วนยังมาจากการใช้จ่ายภายในประเทศ อย่างไรก็ตามต้องดูแลในเรื่องของหนี้ครัวเรือน

วิธีเช็คสิทธิ-จองคิวตรวจสุขภาพฟรี ‘ประกันสังคม-บัตรทอง’ ผ่านแอปฯ ‘เป๋าตัง’คนไทยหลายๆ คนใช้แอปพลิเคชันเป๋าตังเฉพาะช่วงโคร...
17/11/2022

วิธีเช็คสิทธิ-จองคิวตรวจสุขภาพฟรี ‘ประกันสังคม-บัตรทอง’ ผ่านแอปฯ ‘เป๋าตัง’
คนไทยหลายๆ คนใช้แอปพลิเคชันเป๋าตังเฉพาะช่วงโครงการคนละครึ่ง แต่หารู้ไม่ว่าแอปฯ เป๋าตัง สามารถตรวจสอบข้อมูลสิทธิฯ เงื่อนไขบริการหลักประกันสุขภาพ และจองคิวตรวจสุขภาพออนไลน์ได้ฟรีๆ ผ่านฟีเจอร์ Health Wallet หรือ กระเป๋าสุขภาพได้ด้วยโดยฟีเจอร์ ‘กระเป๋าสุขภาพ’
ทั้งนี้ คุณสมบัติของกระเป๋าสุขภาพหลักๆ คือ ตรวจสอบข้อมูลสิทธิฯ และเงื่อนไขบริการหลักประกันสุขภาพ,ใช้ QR Health ID ยืนยันตัวตนแทนบัตรประชาชน,รองรับการนัดหมายล่วงหน้าเพื่อเข้ารับบริการกับหน่วยบริการ, ค้นหาหน่วยบริการที่อยู่ใกล้คุณ, แจ้งเตือนนัดหมายบริการใกล้ถึง หรือในกรณีที่มีค่าบริการเพิ่มเติมสามารถชำระผ่านแอปฯเป๋าตัง ได้ทันที
สิทธิประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง จองตรวจสุขภาพผ่านแอปฯ เป๋าตังฟรี ได้อะไรบ้าง?
📌วคซีนเสริมภูมิคุ้มกันโรคต่าง ๆ
📌การคัดกรองความเสี่ยงในกลุ่มภาวะโรคเมตาบอลิก
📌การตรวจคัดกรองมะเร็งสตรี
📌การให้สุขศึกษา ความรู้ และคำแนะนำด้านสุขภาพ
📌การดูแลเฝ้าระวังโรคซึมเศร้าในผู้ที่มีโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุ และผู้พิการ
📌วางแผนครอบครัว คุมกำเนิด
📌การตรวจคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป)
📌ตรวจคัดกรอง ประเมินพัฒนาการ และการกระตุ้นพัฒนาการเด็ก
📌การฝากครรภ์
📌การตรวจสุขภาพหญิงหลังคลอด
📌การตรวจคัดกรองภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมนในทารกแรกเกิด
📌คลินิกผู้สูงอายุครบวงจร
📌คดกรองสุขภาพในกลุ่มแรงงานนอกระบบ ในกลุ่มผู้ขับขี่รถ
📌คดกรองความสามารถในการประกอบกิจวัตรในผู้สูงอายุ ตาม ADL
📌บริการคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
หมายเหตุ : กรณีเพศชายจะขึ้นสิทธิไม่ครบเท่าเพศหญิง เนื่องจากโรคทางเพศแตกต่างกัน
สิทธิประกันสังคม ม.33 ม.39 จองตรวจสุขภาพผ่านแอปฯเป๋าตังฟรี ได้อะไรบ้าง?
รับสิทธิยาเม็ดคุมกำเนิด
📌การคุมกำเนิด
-ใส่ห่วงคุมกำเนิด
-ยาฉีดคุมกำเนิด
-ยาฝังคุมกำเนิด
-ยาเม็ดคุมกำเนิดฉุกเฉิน
📌การฝากครรภ์
-ฝากครรภ์
-ตรวจการตั้งครรภ์
📌สร้างภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีน โรคคอตีบ-บาดทะยัก
-ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
📌ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแบบ HPV DNA
📌ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแบบ Pap smear
หมายเหตุ : กรณีเพศชายจะขึ้นสิทธิไม่ครบเท่าเพศหญิง เนื่องจากโรคทางเพศแตกต่างกัน

นายกรัฐมนตรีฮุน เซน เผยมีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก ที่อินโดนีเซีย ในระหว่างมีกำหนดการเข้าร่วมประชุมสุดยอด G20 ในฐานะประธานอ...
15/11/2022

นายกรัฐมนตรีฮุน เซน เผยมีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวก ที่อินโดนีเซีย ในระหว่างมีกำหนดการเข้าร่วมประชุมสุดยอด G20 ในฐานะประธานอาเซียน
เว็บไซต์เดอะพนมเปญโพสต์รายงานอ้างคำพูดของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน เปิดเผยว่าเขามีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวกที่อินโดนีเซีย ซึ่งเขามีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมสุดยอด G20 ในฐานะประธานอาเซียน
ฮุนเซน ระบุว่า “ก่อนออกจากกัมพูชา ผมได้ตรวจโควิด-19 อยู่เสมอ และหลังออกจากประเทศ ผมได้ทดสอบหาเชื้ออย่างรวดเร็วและพบผลเป็นลบ
“ผมไม่รู้ว่าติดเชื้อเมื่อไหร่ แต่เมื่อมาถึงอินโดนีเซียได้ตรวจหาเชื้อ และเช้านี้ก็ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อโควิด-19 ผมต้องยอมรับสิ่งนี้แม้ว่าจะไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ ก็ตาม” ผู้นำกัมพูชากล่าว
นายกฯฮุน เซน วางแผนที่จะร่วมประชุมดินเนอร์กับประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง ในตอนเย็นของวันที่ 14 พฤศจิกายน ที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นกิจกรรมในการประชุมสุดยอด G20 แต่เขากล่าวว่าการพบปะนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นขณะที่เขาบินมาร่วมงานช้า
“เพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้นำคนอื่นๆ ผมและสมาชิกทุกคนในคณะผู้แทนได้ตัดสินใจเดินทางกลับกัมพูชาและมอบตำแหน่งประธานอาเซียนให้อินโดนีเซียสำหรับการประชุมสุดยอด เพราะอินโดนีเซียเป็นประธานหมุนเวียนอาเซียนคนต่อไป” นายกรัฐมนตรีฮุนเซนกล่าว
นอกจากนี้ ผู้นำกัมพูชาจะเข้าร่วมอย่างไม่เป็นทางการในผู้นำอาเซียน-เอเชียแปซิฟิก (APEC) ครั้งที่ 29 ที่ไทยในวันที่ 18 พฤศจิกายน แต่ขณะนี้ได้ยกเลิกไปแล้วเช่นกัน โดยฮุน เซน กล่าวว่าตอนนี้ เขาจะยังทำงานในกัมพูชาต่อไป โดยที่การประชุมแบบตัวต่อตัวที่วางแผนไว้ทั้งหมดถูกยกเลิก

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (11 พ.ย.) ​ที่ระดับ 36.17 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นแรง จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ระดับ 36.94...
11/11/2022

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (11 พ.ย.) ​ที่ระดับ 36.17 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นแรง จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ระดับ 36.94 บาทต่อดอลลาร์ และหากดูย้อนหลังช่วง 1 สัปดาห์ หรือในช่วง 5 วันทำการที่ผ่านมา ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาแล้วเกือบ 2 บาท จากระดับ 38 บาทต่อดอลลาร์เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
พูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ตลาดการเงินสหรัฐฯ กลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) อีกครั้ง หนุนโดยการปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงของบรรดาหุ้นกลุ่มเทคฯ และหุ้นสไตล์ Growth อาทิ Amazon +12%, Apple +8.9%, Microsoft +8.2% ส่งผลให้ ดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq พุ่งขึ้นกว่า +7.35% ส่วนดัชนี S&P500 ก็พุ่งขึ้น +5.54%
โดยแรงซื้อหุ้นในฝั่งสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังรายงานข้อมูลเงินเฟ้อพื้นฐาน หรือ Core CPI ในเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้นเพียง +0.3% จากเดือนก่อนหน้า น้อยกว่าที่ตลาดประเมินไว้ที่ +0.5% และเป็นการชะลอตัวลงต่อเนื่องของเงินเฟ้อพื้นฐาน
นอกจากนี้ บรรดาเจ้าหน้าที่เฟดก็ต่างออกมาสนับสนุนการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่ชะลอลง ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดยิ่งมั่นใจแนวโน้มเฟดชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ย โดยล่าสุดจาก CME FedWatch Tool ผู้เล่นในตลาดมองโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย +0.50% ในเดือนธันวาคมสูงถึง 90% ก่อนที่จะทยอยขึ้นเพียง +0.25% ในการประชุมครั้งถัดๆ ไป และมีโอกาส 50-50 ที่จะขึ้นไปถึงระดับ 5.25%
ส่วนในฝั่งตลาดบอนด์ มุมมองของผู้เล่นในตลาดที่มั่นใจว่า เฟดจะชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ยและอาจไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยไปสูงมาก หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอตัวลงมากขึ้น ได้หนุนให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวลงแรงกว่า -0.30% สู่ระดับ 3.80% ซึ่งเรามองว่า การปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ในช่วงคืนที่ผ่านมาก็อาจส่งผลให้ บอนด์ยีลด์ระยะยาวในฝั่งเอเชีย ปรับตัวลดลงได้บ้าง
อย่างไรก็ดี เราประเมินว่า แม้ว่าเฟดอาจจะชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ยได้ตามคาด แต่ความไม่แน่นอนของจุดสูงสุดดอกเบี้ยนโยบายเฟด (Terminal Rate) ก็อาจส่งผลให้บอนด์ยีลด์ระยะยาวยังเคลื่อนไหวผันผวนและอาจปรับตัวสูงขึ้นได้ ซึ่งเรามองว่าควรหาจังหวะที่บอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้นในการทยอยซื้อ มากกว่าจะไล่ราคาในจังหวะที่บอนด์ยีลด์ลดลง
ในฝั่งตลาดค่าเงิน ภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน ท่ามกลางแนวโน้มเฟดอาจชะลอการเร่งขึ้นดอกเบี้ย และการปรับตัวลงแรงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ได้ส่งผลให้ เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงหนัก เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ทำให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวลงแรง -2.3% สู่ระดับ 108.2 จุด
โดยการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์และการปรับตัวลงแรงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ได้หนุนให้ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค.) พุ่งขึ้นต่อเนื่องทะลุโซนแนวต้านที่เคยประเมินไว้ สู่ระดับ 1,756 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเราคาดว่า การปรับตัวขึ้นแรงของราคาทองคำ อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดทยอยขายทำกำไรออกมา และน่าจะเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นเร็ว (เงินบาทเคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคาทองคำสูงถึง 85%)
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท ประเมินว่า บรรยากาศการเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินอาจช่วยหนุนให้เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้นใกล้โซนแนวรับ 36.00 บาทต่อดอลลาร์ได้ จากแนวโน้มเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง ฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติที่อาจเดินหน้าเข้าซื้อหุ้นไทย แต่ทว่า เราอยากให้ระมัดระวัง ความผันผวนที่อาจกลับมา หากรายงานข้อมูล GDP อังกฤษ ออกมาแย่กว่าคาด ทำให้ตลาดยิ่งมั่นใจแนวโน้มการเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยของอังกฤษ ซึ่งอาจส่งผลให้ เงินปอนด์อังกฤษ (GBP) พลิกกลับมาอ่อนค่าลงได้ หลังจากที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ตามการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์
นอกจากนี้ ในเชิงเทคนิคัล การแข็งค่าอย่างรวดเร็วของเงินบาทในช่วงที่ผ่านมาได้ส่งผลให้เงินบาทเข้าสู่ช่วง RSI Oversold (กราฟเงินบาทรายวัน) ทำให้การแข็งค่าของเงินบาทอาจเริ่มชะลอลงและมีโอกาสเห็นค่าเงินบาทอ่อนค่าลงได้เร็ว หากปัจจัยมีการเปลี่ยนแปลง อาทิ เงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้น ตามตลาดกลับมาปิดรับความเสี่ยง หรือจากการอ่อนค่าของสกุลเงินหลักอื่นๆ
ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ผันผวนสูงในช่วงที่ผ่าน ทำให้เราคงคำแนะนำ ผู้ประกอบการควรใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ Options ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงได้ดีในช่วงที่ตลาดผันผวนหนัก โดยมองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.00-36.30 บาท/ดอลลาร์

ที่อยู่

ที่อยู่93/1 อาคารจีพีเอฟวิทยุทาวเวอร์ เอ ชั้น 2 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 22:00
อังคาร 11:00 - 22:00
พุธ 10:00 - 22:00
พฤหัสบดี 11:00 - 22:00
ศุกร์ 10:00 - 22:00
เสาร์ 10:00 - 22:00
อาทิตย์ 10:00 - 22:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Zena Siegelผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์