หมอแคท อรอุสา, โรงพยาบาลแพทยศาสตร์และเภสัชมหาวิทยาลัย Shing Mark

หมอแคท อรอุสา, โรงพยาบาลแพทยศาสตร์และเภสัชมหาวิทยาลัย Shing Mark ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก หมอแคท อรอุสา, โรงพยาบาลแพทยศาสตร์และเภสัชมหาวิทยาลัย Shing Mark, เอเจนซี่ทางการตลาด, Bangkok.

ความอ้วนกับอาการข้อเข่าเสื่อมโรคข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคที่พบบ่อยในกลุ่มอาการข้อเสื่อม ยิ่งในปัจจุบัน อัตราการพบผู้ป่วยโรคน...
10/06/2023

ความอ้วนกับอาการข้อเข่าเสื่อม
โรคข้อเข่าเสื่อม เป็นโรคที่พบบ่อยในกลุ่มอาการข้อเสื่อม ยิ่งในปัจจุบัน อัตราการพบผู้ป่วยโรคนี้ก็มากขึ้นกว่าเมื่อสมัยก่อนมาก แน่นอนว่าโรคข้อเข้าเสื่อมที่มีอัตราการพบสูงขึ้นนี้ มีความสัมพันธ์กับโรคอ้วน ซึ่งก็มีอัตราผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบันเช่นกัน
Stephen Messier PhD ผู้เชี่ยวชาญจากห้องปฏิบัติการมหาวิทยาลัย Wake Forest ในนอร์ธ แคโรไลน่า บอกว่า การเพิ่มขึ้นของโรคข้อเข่าเสื่อมกับการเพิ่มขึ้นของผู้เป็นโรคอ้วนนั้น สัมพันธ์กันโดยตรง แค่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 10 ปอนด์ ก็ทำให้ไปเพิ่มแรงกดที่บริเวณข้อเข้าให้มากขึ้นอีก 15-50 ปอนด์เลยทีเดียว ดังนั้น ยิ่งน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่ อาการของโรคก็จะยิ่งเลวร้ายมากขึ้นเท่านั้น
น้ำหนักมาก ข้อเข้ายิ่งต้องรับแรงกดมาก
น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นทุก ๆ ปอนด์ ทำให้ข้อเข่าต้องทำงานหนักขึ้น น้ำหนักยิ่งมากข้อเข่าก็ยิ่งเสียหายมาก เพราะทุก ๆ ก้าวที่เราเดิน ข้อเข่าต้องรับแรงกด และข้อเข้าจะต้องทำงานหนักขึ้น เมื่อเราขึ้น และลงบันได รวมถึงเมื่อเราย่อตัวลงยกของ แน่นอนว่ากิจกรรมเหล่านี้ เป็นการดำเนินชิวิตปกติของเราในทุก ๆ วัน เรามีการเคลื่อนไหวตลอดชิวิต เข่าต้องทำงานหนักโดยตลอด และหนักมากขึ้น หากเรามีน้ำหนักมากขึ้น
David Felson แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก Boston University School of Medicine บอกว่า ความอ้วนยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคข้อเสื่อมในกรณีอื่นอีกนอกจากการเกิดแรงกด นั่นก็คือ เซลไขมัน หรือ Fat Cells จะถูกผลิตและปล่อยเข้าไปในร่างกาย ทำให้เกิดอาการอักเสบ ไขมันนี้จะทำให้เกิดการอักเสบขึ้น เมื่อข้อเข่าถูกใช้งานอย่างหนัก ดังนั้น ผู้ที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อม ต้องควบคุมน้ำหนักให้ดี ไม่เช่นนั้น อาจจะมีอาการอักเสบเกิดขึ้นได้ง่าย
เมื่อผู้ป่วยมีน้ำหนักมาก พัฒนาการของโรคก็จะมากตามไปด้วย
โรคข้อเข่าเสื่อม จะเลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว หากผู้ป่วยเป็นโรคอ้วน ในทางกลับกับ หากผู้ป่วยลดน้ำหนัก ก็จะช่วยชลอความเสียหายจากโรคได้ ดังจะเห็นได้ว่า ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักเกินมาตราฐาน และผู้ที่เป็นโรคอ้วน มักจะต้องรักษาโรคข้อเสื่อมด้วยการเปลี่ยนเข่า ซึ่งต้องใช้การผ่าตัดเข้าช่วย เพราะเข่าไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไปแล้ว ดังนั้น จะเป็นการดีกว่า ถ้าหากผู้ป่วยลดน้ำหนัก และลดความเสี่ยงต่อการเกิดการอักเสบของข้อเข่า ก่อนที่จะต้องถูกรักษาด้วยการผ่าตัด
ความอ้วน ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อโรคข้อเข้าเสื่อมเท่านั้น แต่ยังมีความเกี่ยวข้องกับโรคอื่น ๆ อีกเช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความเครียด ระบบการเผาผลาญอาหาร ความดัน ระดับไขมันในเลือดอีกด้วย
การลดน้ำหนักเป็นสิ่งสำคัญมาก สำหรับผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม
Dr. Messier บอกอีกว่า หากสามารถลดน้ำหนักลงได้ ก็จะส่งผลดี เพราะแค่น้ำหนักลดลงเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ ความเจ็บปวดที่เกิดจากอาการข้อเข่าเสื่อมนี้ก็จะลดลงไปถึงครึ่งหนึ่่ง และถ้าหากลดน้ำหนักลงไปถึง 20 เปอร์เซ็นต์ อาการก็จะลดไปอีก 25 เปอร์เซ็นต์ หรืออาจจะมากกว่านั้น การลดน้ำหนัก ช่วยชะลอพัฒนาการของโรค หรือในบางคนการลดหนักหนักช่วยหยุดยั้งพัฒนาการของโรคได้เลย นอกจากนั้น การลดน้ำหนัก ยังส่งผลดีต่อความดันโลหิต และความเสี่ยงของโรคเบาหวาน และโรคหัวใจได้อีกด้วย

เทคนิคง่ายๆ ควบคุมน้ำหนักยังไงไม่เสียสุขภาพ         คำว่า “อ้วน” พูดเบาๆ ก็เจ็บ ไม่มีใครอยากอ้วน โดยเฉพาะสาวๆ แต่จะทำอย่...
10/06/2023

เทคนิคง่ายๆ ควบคุมน้ำหนักยังไงไม่เสียสุขภาพ
คำว่า “อ้วน” พูดเบาๆ ก็เจ็บ ไม่มีใครอยากอ้วน โดยเฉพาะสาวๆ แต่จะทำอย่างไรจึงจะรักษารูปร่างและคงน้ำหนักที่พอดิบพอดีกับส่วนสูงไว้ได้ตลอดไป นั่นคือสิ่งที่คนไม่อยากอ้วนต้องทำ และที่สำคัญต้องควบคุมน้ำหนักไว้ได้โดยไม่เสียสุขภาพด้วย มีเทคนิคง่ายๆ ในการควบคุมน้ำหนักโดยไม่เสียสุขภาพซึ่งมีการเผยแพร่ข้อมูล ขึ้นอยู่กับว่า เมื่อรู้แล้วจะปฏิบัติตามหรือไม่เท่านั้น
วิธีรักษาน้ำหนักให้อยู่ในมาตรฐาน
สาเหตุที่ทำให้คนเรามีน้ำหนักเกินมาตรฐานควบคุมไม่อยู่ เนื่องมาจากการรับประทานอาหารที่ให้พลังงานมากเกินกว่าที่ต้องใช้ในแต่ละวัน เมื่อสะสมส่วนเกินทุกวันๆ ก็จะทำให้น้ำหนักเกิน สิ่งที่ต้องทำหากต้องการควบคุมน้ำหนักก็คือ
– กินอาหารให้เพียงพอไม่เกินกว่าที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน
– ออกกำลังเพื่อใช้พลังงานให้มากขึ้น
2 ประการนี้ ถ้าสามารถทำให้สมดุลในชีวิตได้ ก็จะทำให้สามารถควบคุมน้ำหนักได้
เทคนิคง่ายๆ ควบคุมน้ำหนักยังไงไม่เสียสุขภาพ
การควบคุมน้ำหนักมีหลายวิธี แต่ก็มีบ้างเหมือนกันที่ทำไปแล้วสามารถควบคุมน้ำหนักได้ก็จริง แต่มีผลข้างเคียงคือเสียสุขภาพ เช่น การลดน้ำหนักโดยการใช้ยาประเภทที่กดประสาท การอดอาหารที่ทำให้ระบบเผาผลาญพลังงานตามธรรมชาติผิดปกติไป เป็นต้น ส่วนใครอยากควบคุมน้ำหนักโดยที่สุขภาพไม่เสีย มีเทคนิคง่ายๆ ดังต่อไปนี้
1. เปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร
– ให้เริ่มกินอาหารเมื่อรู้สึกหิว อย่าเริ่มกินเร็วด้วยเหตุผลว่า จะได้มีเวลากินไปเรื่อยๆ ขณะกินให้เคี้ยวอาหารช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียด และให้หยุดกินก่อนที่จะรู้สึกว่าอิ่ม เพราะระหว่างนั้น อาหารอาจกำลังเดินทาง พอดื่มน้ำตามก็จะรู้สึกว่าอิ่มพอดี ไม่อิ่มเกินไป ที่สำคัญถ้าอิ่มแล้ว อย่ามีคำแถมเพราะรู้สึกยังอร่อยอยู่ เพราะนั่นคือส่วนเกินที่ร่างกายไม่ได้ต้องการแล้ว
– การรับประทานอาหารให้นั่งทานอาหารอย่างเป็นกิจจะลักษณะที่โต๊ะอาหาร ไม่ใช่กินตรงไหนก็ได้ตามสะดวก หรือกินไปเล่นเกมไป ดูทีวีไป เพราะทำให้คุณเพลินกับการรับประทานอาหารเกินไป หรือเพลินกับอย่างอื่นที่ทำควบคู่ไปกับการกินจนลืมว่าอิ่มแล้ว
– ไม่อดอาหารมื้อเช้าที่นับว่าเป็นมื้อที่สำคัญ หลังจากที่ร่างกายขาดอาหารมาตั้งแต่มื้อเย็นของวันวาน การอดอาหารมื้อเช้า มีข้อเสียหลายประการ ทั้งเรื่องประสิทธิภาพในการทำงาน และยังเป็นตัวกระตุ้นให้คุณกินอาหารมื้อต่อไปอย่างหิวมาก จึงกินมากเป็นพิเศษ ควรเลือกมื้อเช้าที่มีคุณค่าอาหารครบถ้วนและพอเพียง อาหารย่อยง่ายเหมาะกับคนที่ควบคุมน้ำหนัก แต่ไม่ใช่การอดอาหาร
– อาหารมื้อกลางวัน ควรเลือกอาหารที่มีโปรตีนสูง อาหารมื้อนี้ยังต้องการเปลี่ยนเป็นพลังงานเพื่อใช้ในช่วงบ่ายถึงเย็น โดยรวมแล้ว เลือกให้ครบ 5 หมู่ รวมถึงอาหารที่มีไขมันก็ควรเลือกไขมันดี มีประโยชน์ ที่สำคัญควรเพิ่มอาหารประเภทผักให้อยู่ในมื้ออาหารมากหน่อย เพื่อเพิ่มไฟเบอร์ช่วยในการย่อยและการขับถ่ายเป็นอย่างดี
– อาหารมื้อเย็น เป็นมื้อที่คุณอาจมีเวลาในการรับประทานมากที่สุดก็จริง แต่เป็นมื้อที่ต้องระมัดระวังในการเลือกรับประทานมากที่สุด ไม่ควรเลือกอาหารที่ให้พลังงานสูง เพราะจะกลายเป็นส่วนเกินที่เหลือเก็บในร่างกาย เวลาที่รับประทานก็มีส่วนสัมพันธ์กับเวลานอน คือ ห้ามรับประทานก่อนนอนน้อยกว่า 4-6 ชั่วโมง
– อาหารว่าง แม้คุณจะควบคุมน้ำหนัก ก็สามารถมีมื้ออาหารว่างได้ แต่ควรเลือกอาหารที่ไม่ได้เติมพลังงานส่วนเกิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารประเภทกรุบกรอบ มีไขมันสูงควรงดเว้นเด็ดขาด อาจเลือกผักหรือผลไม้ที่ไม่หวานเกินไป หรือถ้าเป็นธัญพืชก็ต้องควบคุมปริมาณ
– ไม่กินอาหารรสจัดจ้านที่ทำให้เจริญอาหารมากกว่าปกติ เพราะคุณจะควบคุมปริมาณที่กินไม่ได้ เผลอใจกินมากกว่าที่ร่างกายต้องการ
– ควรเลือกดื่มน้ำเปล่า แทนน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เพราะน้ำตาลเหล่านั้น หากมากเกินไป ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นไขมันสะสม หรือหากจะเป็นน้ำผลไม้ก็เลือกน้ำผลไม้ที่รสออกเปรี้ยวที่มีส่วนช่วยย่อย และเลือกเวลาดื่ม เช่น ดื่มน้ำมะนาวแต่เช้า ช่วยดีท็อกซ์และเผาผลาญไขมัน
2. ปรับพฤติกรรมการออกกำลังกายและเพิ่มการใช้พลังงาน เพราะการควบคุมน้ำหนักทำได้ 2 วิธีคือ ลดพลังงานขาเข้า กับเพิ่มพลังงานขาออก พฤติกรรมส่วนตัวและการออกกำลังกายเป็นทางออกในการใช้พลังงาน หากต้องการควบคุมน้ำหนักจึงควรเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวัน
– ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละ 30 นาทีขึ้นไป ควรเป็นการออกกำลังกายที่ทำให้หัวใจเต้นแรงและเหงื่อออก มีหลายวิธีให้เลือก เช่น คาร์ดิโอ เป็นวิธีการออกกำลังกายที่มีรูปแบบเฉพาะและช่วยเผาผลาญพลังงานได้ดี หรือแม้แต่การออกกำลังกายพื้นๆ เช่น การกระโดดเชือก หรือการเดินเร็ว การวิ่ง การออกกำลังกายด้วยร่างกายของตัวเองโดยไม่ต้องมีอุปกรณ์ก็ได้ ขอให้ได้เหงื่อ
– เลือกเดินแทนการใช้รถในระยะทางใกล้ๆ
– ใช้การเดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟท์
– ทำงานบ้านด้วยตัวเอง
3. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเรื่องการพักผ่อนอย่านอนดึกเพราะยิ่งนอนดึกคุณยิ่งหิว และกินอาหารส่วนเกิน การนอนวันละ 7-8 ชั่วโมงในเวลาที่เหมาะสมจึงช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดี
เทคนิคง่ายๆ ในการควบคุมน้ำหนักโดยไม่เสียสุขภาพ คือ กินอาหารให้ครบหมู่ ออกกำลังกายให้เหมาะสม พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้กลไกในร่างกายทำงานของตัวเองให้เต็มประสิทธิภาพนั่นเอง

น้ำหนักตัวมากทำให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้นถ้าตัวท่านมีกล้ามเนื้อรอบหัวเข่าไม่เเข็งเเรง เเล้วยังคงตามใจปาก ปล่อยเนื้อปล่อยตั...
10/06/2023

น้ำหนักตัวมากทำให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น
ถ้าตัวท่านมีกล้ามเนื้อรอบหัวเข่าไม่เเข็งเเรง เเล้วยังคงตามใจปาก ปล่อยเนื้อปล่อยตัวทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นทุกปีท่านก็อาจจะเป็นคนคนหนึ่งที่ต้องเสียเวลาในชีวิตเหลืออยู่ ต่อสู้กับโรคข้อเข่าเสื่อมที่มาเร็วกว่าคนปกติ โดยสุดท้ายก็อาจจะต้องถูกผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมโดยที่ไม่ทันตั้งตัว
หากคิดในทางตรงกันข้ามว่าถ้าเราลดน้ำหนักลงจะทำให้ข้อเข่าเสื่อมดีขึ้นหรือไม่ ในปี ได้มีการวิจัยเเเละพบว่า สำหรับผู้หญิงที่มีความสูงตามปกติทั่วไป ทุกๆ น้ำหนักตัวที่ลดลงไป11 ปอนด์ (ประมาณ5 กิโลกรัม) ความเสี่ยงในการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมจะหายไปมากว่า 50% นอกจากนั้นยังพบว่า การลดน้ำหนักเพียงอย่างเดียวจะสามารถช่วยลดอาการปวดข้อเข่าได้ โดยไม่ต้องทานยาเเก้อักเสบได้
ทุกๆ น้ำหนักตัวที่ลดลง 1 กิโลกรัม
จะไปลดน้ำหนักที่กดทับลงบนข้อเข่า 4 กิโลกรัมในเเต่ละก้าวที่เราก้าวเดิน หรือลดลง 3,000 กิโลกรัมต่อการเดินไกล 1 กิโลเมตร ในเเต่ละวันคนเราอาจจะเดินถึงวันละ 1.5 กิโลเมตรนั่นก็หมายความว่าจะมีการลดเเรงกระเเทกที่หัวเข่าอย่างมากมายมหาศาลในคนที่สามารถลดน้ำหนัดลงเเค่เพียง 1 กิโลกรัม
เเต่ในบางคนที่ลดน้ำหนักไม่ได้
ก็ไม่ต้องกลุ้มใจเเต่ให้ใช้วิธีการควบคุม น้ำหนักตัวเเทนโดยพยายามควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เพิ่มขึ้นในเเต่ละปี ส่วนคนที่น้ำหนักตัวเกินมาก เเละไม่สามารถลดน้ำหนักลงได้ก็จำเป็นต้องเเก้ไขปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่มีอยู่มากมายหลายข้อทดเเทนกันการผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก (Sleeve Gastrectomy)ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
สามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป รพ.กรุงเทพพัทยา หรือโทร.1719

ความสำคัญของวิตามินและเกลือแร่การรู้ว่าร่างกายขาดอะไร ขาดวิตามินตัวไหน แล้วเสริมตัวนั้นเข้าไป เช่น หากกำลังลดน้ำหนักและอ...
10/06/2023

ความสำคัญของวิตามินและเกลือแร่
การรู้ว่าร่างกายขาดอะไร ขาดวิตามินตัวไหน แล้วเสริมตัวนั้นเข้าไป เช่น หากกำลังลดน้ำหนักและออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย เป้าหมายคือ การลดไขมันในร่างกาย ควรรับประทานวิตามินที่ช่วยให้การเผาผลาญน้ำตาลทำงานได้ดีขึ้น เช่น วิตามินบี 2 บี 3 บี 12 หรือถ้าพบว่าปริมาณไขมันในร่างกายเยอะเกินไป ต้องเลือกวิตามินที่ช่วยเผาผลาญไขมันได้ดียิ่งขึ้น แนะนำให้รับประทานแอลคาร์นิทีน (L- Carnitine) เป็นต้น หรือกลุ่มคนไข้เบาหวาน แนะนำให้รับประทานโครเมียม (Chromium) เพราะช่วยให้การเผาผลาญน้ำตาลเป็นปกติ ถ้าขาดโครเมียมการเผาผลาญน้ำตาลจะไม่ดี พอน้ำตาลเหลือมาก เบาหวานจะไม่ดีขึ้น คนที่รับประทานอาหารได้ไม่ครบตามหลักโภชนาการที่ถูกต้องจำเป็นต้องหาวิตามินเสริม

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หมอแคท อรอุสา, โรงพยาบาลแพทยศาสตร์และเภสัชมหาวิทยาลัย Shing Markผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์