𝐊𝐎.𝐩 𝐝𝐢𝐠𝐢𝐭𝐚𝐥 𝐦𝐚𝐫𝐤𝐞𝐭𝐢𝐧𝐠 คอร์สเรียนออนไลน์สู่เงินล้าน

𝐊𝐎.𝐩 𝐝𝐢𝐠𝐢𝐭𝐚𝐥 𝐦𝐚𝐫𝐤𝐞𝐭𝐢𝐧𝐠 คอร์สเรียนออนไลน์สู่เงินล้าน พาคุณเจาะ ทะลวง การตลาดออนไลน์ สร้า?

🖌 3 เครื่องมือการตลาดออนไลน์สายโซเชียล ที่แม่ค้าออนไลน์ต้องรู้🌟1. Facebook Ads ManagerAds Manager เป็นเครื่องมือของ Face...
28/02/2022

🖌 3 เครื่องมือการตลาดออนไลน์สายโซเชียล ที่แม่ค้าออนไลน์ต้องรู้
🌟1. Facebook Ads Manager
Ads Manager เป็นเครื่องมือของ Facebook ที่ใช้สร้างและจัดการโฆษณาบน Facebook ที่เราสร้างขึ้นมา

ซึ่งขั้นตอนจัดการโฆษณานี่แหละ ที่เราจะได้เลือกสรรข้อมูลของผู้ใช้งาน ที่ Facebook จัดกลุ่มเอาไว้แล้วขึ้นมา และได้วิเคราะห์ว่าจะทำอย่างไรต่อไป จากผลลัพธ์ของโฆษณาที่ปรากฎออกมา
🌟2. Facebook Business Suite
Business Suite เป็นเครื่องมือที่ Facebook เตรียม roll out หรือเปิดให้ใช้งานได้เร็วๆ นี้ ซึ่งก็เป็นความตั้งใจของทางแพลตฟอร์มเอง ที่จะให้ใช้สิ่งนี้แทน Facebook Analytics ที่ปิดไป

โดย Facebook เผยว่า Business Suite จะเป็น “ร้านให้บริการที่เดียวจบ” ที่ให้เราจัดการบัญชี Facebook และ Instagram ได้ ทำการตลาดออนไลน์ สร้างโฆษณาได้ ซึ่งนั่นก็หมายถึง การเข้าถึง insights ของผู้ใช้ Facebook และ Instagram นั่นเอง

ข้อมูลที่ Facebook เคลมว่าจะมีอยู่ในเครื่องมือนี้ ได้แก่ การมีส่วนร่วมกับโพสต์ เช่น ไลค์ คอมเมนต์, ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลนั้น เช่น เพศ อายุ ที่อยู่อาศัย และการเข้าถึงเพจของเรา

คร่าวๆ คือเท่านี้ ก็น่าติดตามต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่ง Facebook ก็น่าจะเผยโฉมออกมาให้รู้กันไม่นานนี้แน่นอน
🌟3. Creator Studio
Creator Studio คือ เครื่องมือของ Facebook ที่ออกแบบมาเพื่อผู้สร้างคอนเทนต์หรือ Content Creator โดยเฉพาะ เป็นเครื่องมือที่รวบรวมข้อมูลทุกโพสต์ที่ผู้ใช้งานบันทึกไว้ ติดตาม จัดการ และกระตุ้นให้เกิดการซื้อขายหรือเกิดวัตถุประสงค์ที่เราต้องการ

ในเครื่องมือนี้เอง จึงมีข้อมูลที่นักการตลาดออนไลน์ต้องการอยู่ เช่น ข้อมูลของผู้ติดตามใหม่และผู้ที่เลิกติดตามเราไป, การมองเห็นและมีส่วนร่วมกับโพสต์, การติดตามโพสต์อย่างต่อเนื่องและประสิทธิภาพของโพสต์

Cr:blog.hootsuite.com/,facebook.com/business/

🌟5 วิธียิง Ads ง่ายๆ ที่นักขายออนไลน์ต้องรู้🌟📌1. อับดับแรกให้เราเข้าไปที่บัญชีที่เราจะใช้ยิงแอดหรือยิงโฆษณา ซึ่งสามารถทำ...
15/02/2022

🌟5 วิธียิง Ads ง่ายๆ ที่นักขายออนไลน์ต้องรู้🌟
📌1. อับดับแรกให้เราเข้าไปที่บัญชีที่เราจะใช้ยิงแอดหรือยิงโฆษณา ซึ่งสามารถทำได้ทั้งในเฟสบุ๊คส่วนตัว และเพจที่เราดูแลได้เลย
📌2. กดที่ปุ่ม Campaigns จากนั้นเลือกที่ Create Ad เพื่อสร้างแอดหรือโฆษณา
ในหัวข้อ Create New Campaign ให้เราเลือก Objective หรือวัตถุประสงค์ในการลงโฆษณาชุดนี้ โดยระบบของ Facebook จะช่วยค้นหาผู้ใช้งานที่มีแนวโน้มเป็นกลุ่มเป้าหมายของเราให้โดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ ในปัจจุบัน Facebook ได้มีคำแนะนำในการเลือก 3 Objective ซึ่งเราสามารถเลือกได้ตามเป้าหมายที่เราต้องการได้อย่างอิสระดังต่อไปนี้
Build your band คือ เน้นไปที่การทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก เช่น การกดไลค์ คอมเม้นต์ โฆษณาของเรา
Make connections คือการสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย โดยยึดการเชื่อมต่อกับลูกค้าเป็นหลัก
Drive sales คือ มุ่งเป้าหมายไปที่สร้างยอดขายให้กับธุรกิจของเรา
📌3. ถัดมาเราในหัวข้อ Campaign Details คือการตั้งชื่อให้กับแคมเปญหรือโฆษณาของเรา และการกรอกงบประมาณหรือจำนวนเงินที่เราต้องการใช้จ่ายไปกับแคมเปญนี้ โดยตั้งได้ 2 แบบ คือ Daily Budget คือ งบประมาณที่จะใช้จ่ายต่อวันในการลงโฆษณา และ Lifetime Budget คือ การตั้งงบลงโฆษณาแบบตลอดอายุ Facebook จะคำนวณให้ตามวันที่เราตั้งค่าเปิดปิดโฆษนาให้อัตโนมัติ เมื่อใส่วัตถุประสงค์ของโฆษณาเรียบร้อยแล้วก็กด Continue เพื่อไปกำหนดกลุ่มเป้าหมายของเราได้เลย
📌4. ต่อมาหัวข้อ AD SET ขั้นตอนนี้ถือได้ว่าเป็นส่วนที่สำคัญมากในการลงโฆษณา ในขั้นตอนนี้เราจะทำการเลือกกลุ่มเป้าหมายของโฆษณาชุดนี้ ถ้าเราเลือกกลุ่มเป้าหมายดี กระแสตอบรับกับโฆษณาของเราก็จะดีตามไปด้วย ดังนั้นเราควรใส่ใจในรายละเอียดดังต่อไปนี้
Audience คือ การกำหนดข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ Facebook ส่งโฆษณาให้กลุ่มผู้ใช้งานเหล่านั้น
Location เลือกเป็น People who live this location คือ กลุ่มคนที่อยู่ในสถานที่นั้น เช่น เราจะส่งโฆษณานี้ให้คนไทย เราก็ต้องเลือก Thailand
Age กำหนดช่วงอายุของกลุ่มเป้าหมายของเรา
Gender กำหนดเพศของกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการส่งโฆษณาไปให้ถึง
Demographics คือ ลักษณะทางประชากรศาสตร์ เช่น การศึกษา การทำงาน และไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ
Interests คือ ความสนใจกิจกรรมที่ชอบและหัวข้อที่เกี่ยวข้อง เช่น ขายคอร์สออกกำลังกาย ก็ต้องเลือกเป็น Fitness and wellness Behaviors พฤติกรรมของผู้ใช้งานที่สนใจเรื่องการออกกำลังกาย กลุ่มผู้รักการดูแลสุขภาพ เป็นต้น
📌5. Placement คือการเลือกว่าจะให้โฆษณาไปแสดงผลในส่วนไหนของ Platforms ของกลุ่มเป้าหมาย อันได้แก่ Facebook, Instagram, Messenger และอื่นๆ โดยเลือกได้เป็นให้แสดงโฆษณานี้เฉพาะการใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์หรือบนโทรศัพท์
ทั้งนี้เราแนะนำให้เลือกทั้งคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์และผู้ใช้งานครั้งแรกแนะนำให้เลือกเป็น Facebook Budget & Schedule คือ การกำหนดงบประมาณและตั้งเวลาโฆษณา Optimization for Ad Delivery ให้เลือก Post Engagement ตามวัตถุประสงค์ที่เลือกไว้ข้างต้น Cost Control ให้ Facebook คำนวณงบประมาณตามจำนวนเงินที่เราใส่ในหัวข้อ Campaign Details ให้อัตโนมัติได้เลย

Cr:Fillgoods

📌7 ข้อควรทำ การตลาดออนไลน์ปี 2022 รู้ก่อนรวยก่อน ผงาดหลังวิกฤตได้ก่อนใคร.....เทรนด์การตลาดออนไลน์ปี 2022 รู้ก่อนรวยก่อน ...
07/02/2022

📌7 ข้อควรทำ การตลาดออนไลน์ปี 2022 รู้ก่อนรวยก่อน ผงาดหลังวิกฤตได้ก่อนใคร.....
เทรนด์การตลาดออนไลน์ปี 2022 รู้ก่อนรวยก่อน ผงาดหลังวิกฤตได้ก่อนใคร มาให้เจ้าของธุรกิจได้ศึกษา เรียนรู้ และจับตามอง เพื่อเตรียมตัวให้พร้อม สามารถประสบความสำเร็จได้แม้ต้องจากวิกฤตอีกกี่ระลอกก็ตาม
1.Content Selling เท่านั้นที่จะอยู่รอด
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าที่ผ่านมาธุรกิจจะเน้นการสร้าง Content Marketing เนื้อหาข้อมูลที่สามารถดึงดูดความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายให้รู้จักหรือจดจำสินค้าหรือแบรนด์ได้ แต่ดูเหมือนจะไม่เพียงพอสำหรับการทำธุรกิจในยุคนี้ เพราะแค่รู้จักยังไม่พอ ต้องรู้และตัดสินใจซื้อจึงจะสามารถอยู่รอดได้ ด้วยเหตุนี้ธุรกิจจึงต้องศึกษาวิธีการสร้าง Content Selling คุณภาพ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลเป็นยอดขายที่พุ่งแรงตามมา
2.เรียนรู้การใช้ Agile Marketing
การตลาดที่เน้นตอบโจทย์ผู้บริโภคได้แบบเรียลไทม์ รวดเร็ว ฉับไว และทันที โดยใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างแคมเปญที่ทันต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว ตอบโจทย์สโลแกน “รู้ก่อนรวยก่อน” ได้อย่างตรงใจ
3.นำ Blockchain มาใช้ประโยชน์
เอื้อประโยชน์ในการเข้าถึงข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค และข้อมูลอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการวางแผนกลยุทธ์การตลาด หรือสร้างสรรค์แคมเปญ โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง ทำให้ข้อมูลที่ได้รวดเร็ว ทันต่อกระแสความนิยม รวมถึงสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่แก้ไขปัญหาได้ทันใจและตรงจุด
4.Micro-Moments วางแผนออกแคมเปญได้ถูกที่ถูกเวลา
เมื่อผลิตภัณฑ์พร้อม คอนเทนต์พร้อม การตลาดพร้อม เหลือแค่ต้องเลือกช่วงเวลาในการปล่อยแคมเปญให้เหมาะสม ซึ่งสร้าง Micro-Moments จะช่วยให้เกิดการปล่อยแคมเปญได้อย่างถูกที่ถูกเวลา รู้ช่วงเวลาที่กลุ่มเป้าหมายใช้งานโซเชียลบ่อย ๆ รู้ความต้องการ และเวลาที่ต้องการจะซื้อ ทำให้การตอบสนองของลูกค้าต่อแคมเปญมีประสิทธิภาพมากขึ้น
5.ซื้อของผ่านโพสต์ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้ดี
“ยิ่งสะดวกยิ่งโดนใจ” นี่คือไลฟ์สไตล์ของมนุษย์ยุคดิจิทัล ที่หากร้านค้าออนไลน์สามารถสร้างแพลตฟอร์มการช้อปปิ้งที่ง่ายต่อการสั่งซื้อได้ ยิ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขายที่มากขึ้นตามมา เลือกทำให้การมองเห็นโพสต์โฆษณาแล้วสามารถกดสั่งซื้อได้เลย คือหนึ่งเทรนด์การตลาดออนไลน์ที่สามารถปิดการขายได้ง่ายขึ้น
6.พัฒนาระบบให้เป็น All-in-One
ยิ่งง่ายยิ่งเพิ่มโอกาสในการเติบโตได้เหนือคู่แข่ง การลงทุนพัฒนาระบบร้านค้าออนไลน์ของคุณให้สามารถทำงานได้แบบ All-in-One ลงชื่อใช้งานเพียงครั้งเดียว แต่สามารถควบคุมและจัดการเครื่องมือการตลาดออนไลน์ได้ทั้งหมด จะยิ่งช่วยประหยัดเวลา และสามารถนำเวลาไปใช้พัฒนาธุรกิจด้านอื่น ๆ ได้มากขึ้น
7.Voice Search กลายเป็นวิธีการหลักในการค้นหาสินค้า
เทคโนโลยีการค้นหาด้วยเสียง หรือ Voice Search ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แถมมีแนวโน้มว่าผู้คนจะหันมาใช้เสียงเพื่อการค้นหาเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ตามไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ธุรกิจออนไลน์จึงความออกแบบและพัฒนาแพลตฟอร์มร้านค้าของตน ให้สามารถรองรับฟีเจอร์นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่ออำนวยความสะดวก ให้ลูกค้าเกิดความประทับใจและกลับมาซื้อสินค้าซ้ำ ๆ อยู่ตลอด

================
📌มีรายได้หลายกระเป๋าดีกว่าไหม??
#ไม่มีสินค้า
# ไม่มีหน้าร้าน
# ไม่มีพื้นฐาน
# ไม่มีประสบการณ์
# อยากขายออนไลน์เป็น.. แต่ไม่มีคนสอน
ขายของออนไลน์ ไม่ได้ยาก อย่างที่คิด🤫
ถ้าไม่รีบเรียนตอนนี้ จะไปเรียนตอนไหน ❓
ความพร้อมไม่มีอยู่จริง !‼️ เรียนได้ทุกวัย

✏️ เนื้อหาที่จำเป็นในการทำออนไลน์
ที่ไม่มีสอนในตำรา เข้าใจง่าย สอนตั้งแต่เริ่มต้น
จนทำเป็น (มีโค้ชพี่เรียนดูแลตลอดการเรียนรู้)
และที่คลิปย้อนหลังให้ทบทวน
พร้อมแนะนำธุรกิจที่มาแรง อยู่ในกระแส คนกำลังสนใจ
เรียนแล้วคุณอาจจะได้โอกาสในการทำธุรกิจออนไลน์
เพิ่มรายได้อีกกระเป๋า

💥โปรโมชั่นพิเศษต้อนรับเดือนแห่งความรัก
สนใจ “เรียนฟรี” เหลือเพียง 20 สิทธิ์สุดท้าย
ได้สิทธิ์เรียนรู้เคล็ดลับพื้นฐานถึงมืออาชีพ
ล้วงเคล็ดลับที่ร้านขายดีไม่บอกกัน
🔥สนใจ “เรียนฟรี” โพสต์ใต้คอมเมนท์
พิมพ์ คำว่า “สนใจ1” รับสิทธิ์ทันที

**แอดมินขออนุญาตไม่เพิ่มสิทธิ์แล้วนะคะ😊 เต็มแล้วเต็มเลยนะคะ และขอขอบคุณทุกท่านสำหรับการตอบเป็นอย่างดี ที่ให้ความสนใจสมัครเข้ามาเรียน**

📌วัตถุประสงค์โฆษณา Facebook Ads แค่เข้าใจ ก็สร้างรายได้หลักล้านประเภทวัตถุประสงค์ของ Facebook Ads มีทั้งหมด 3 อย่างคือ💥1...
22/01/2022

📌วัตถุประสงค์โฆษณา Facebook Ads แค่เข้าใจ ก็สร้างรายได้หลักล้าน
ประเภทวัตถุประสงค์ของ Facebook Ads มีทั้งหมด 3 อย่างคือ
💥1. การรับรู้ (Awareness)
ความหมายตามชื่อเลยคือ ต้องการสร้างการรับรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมาย โดยจะเน้นเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเป็นจำนวนมาก และเราสามารถเลือกได้ว่าต้องการสร้างการรับรู้ของแบรนด์ หรือต้องการให้เข้าถึงคนให้ได้มากที่สุด ซึ่งยังแบ่งได้เป็นอีก 2 วัตถุประสงค์ย่อยคือ
1.1. การรับรู้แบรนด์ (Awareness)
เป็นการนำส่งโฆษณาของเราไปให้กลุ่มเป้าหมายที่คาดว่าน่าจะจดจำแบรนด์ของเราให้ได้มากที่สุด โดยเป็นการเห็นโฆษณาซ้ำ ๆ บ่อยครั้ง และไม่ได้ต้องการให้มีปฏิสัมพันธ์อื่น ๆ เช่น กดไลก์โพสต์ แชร์ คอมเมนต์ แต่จะไปเน้นให้คนจดจำมากที่สุด
1.2. การเข้าถึง (Reach)
เป็นการนำส่งโฆษณา Facebook Ads ไห้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด และเห็นซ้ำบ่อย ๆ เหมาะเป็นอย่างมากในการแนะนำสินค้าหรือต้องการสื่อสารโปรโมชั่นต่าง ๆ ของธุรกิจ รวมถึงยังสามารถทำ Remarketing เพื่อสร้างความสนใจให้กับกลุ่มเป้าหมายที่อาจจะเคยเห็นโฆษณาตัวนี้แล้วก็ยังได้
💥2. การพิจารณา (Consideration)
การพิจารณาจะเน้นการมีปฏิสัมพันธ์กับโฆษณาของกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการรับชมวิดีโอ การติดตั้งแอพ การส่งข้อความ ฯลฯ ในวัตถุประสงค์การพิจารณาก็จะแบ่งเป็นอีก 6 วัตถุประสงค์ย่อยดังนี้
2.1. การมีส่วนร่วม (Engagement)
โฆษณาจะถูกส่งไปยังผู้ที่มีส่วนร่วมกับโพสต์มากที่สุด เช่น กดไลค์ กดแชร์ คอมเมนต์ โดยวัตถุประสงค์ตัวนี้จะส่งไปให้คนเหล่านี้มากที่สุด ตัวนี้มีประโยชน์มาก ๆ ในการโปรโมทกิจกรรมต่าง ๆ การตอบรับการเข้าร่วม หรือการทำ “Social Proof” นั้นเอง
2.2. จำนวนการติดตั้งแอพ (App Install)
ช่วยเพิ่มจำนวนการติดตั้งแอพพลิเคชั่นของคุณ แต่วัตถุประสงค์นี้จะแสดงเพียงแค่ใน IOS และ Android เท่านั้น เพื่อให้ผู้ที่เห็นโฆษณาสามารถกดติดตั้งแอพพลิเคชั่นของคุณได้ทันที
2.3. จำนวนการรับชมวิดีโอ (Video View)
ส่งวิดีโอไปหาคนที่น่าจะสนใจ และมีแนวโน้มดูจนจบ เหมาะเป็นอย่างมากในการหากลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ โดยใช้วิดีโอเป็นตัวสื่อสารให้กับกลุ่มเป้าหมายได้เข้าใจ และที่สำคัญเลยคือเราสามารถปรับแต่งให้โฆษณาได้อีก 3 รูปแบบคือ
1. ThruPlay คือ ส่งไปหาคนที่คาดว่าจะดูวิดีโอครบ 15 วินาทีหรือมากกว่า
2. 10 – Second Video View คือ เลือกส่งไปยังคนที่คาดว่าดูวิดีโอ 10 วินาทีหรือมากกว่า
3. 2 – Second Video View คือ เลือกส่งไปยังคนที่คาดว่าดูวิดีโอ 2 วินาทีหรือมากกว่า
2.4. การสร้างลูกค้าเป้าหมาย (Lead Generation)
เก็บข้อมูลของกลุ่มเป้าหมายโดยไม่ต้องมีเว็บไซต์ เช่น ชื่อ เบอร์โทร อีเมล โดยให้ลูกค้ากรอกข้อมูลต่าง ๆ ตามที่เราได้กำหนดตอนทำโฆษณา Facebook Ads โดยข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปต่อยอดทำ CRM ในอนาคตได้
2.5. ข้อความ (Message)
ตัว Facebook จะส่งโฆษณาไปให้ผู้ที่มีแนวโน้มสนใจและข้อความเมื่อได้เห็นโฆษณา Facebook Ads ของเรา รวมถึงสามารถกำหนดได้ว่าจะให้แสดงที่ฟีดปกติของ Facebook หรือจะให้ขึ้นเป็น Sponsor ในหน้าของ Massager
2.6. จำนวนผู้เข้าชม (Traffic)
กระตุ้นผู้คนบน Facebook ไปที่ URL ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการให้คลิกลิงค์เพื่ออ่านบทความ หรือต้องการให้กลุ่มเป้าหมายกดไปยัง Landing Page ต่างๆ ที่เราได้กำหนดไว้ โดยตัวนี้จะส่งไปหาคนที่คาดว่าจะกดลิงค์ของคุณมากที่สุด
💥3. คอนเวอร์ชั่น (Conversion)
วัตถุประสงค์นี้เป็นการกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายได้กระทำสิ่งต่าง ๆ กับโฆษณา ไม่ว่าจะเป็นการกดเข้าไปสั่งซื้อสินค้า การเข้าไปชมหน้าร้าน หรือสิ่งต่าง ๆ ตามที่เราต้องการ โดยตัวนี้จะมีวัตถุประสงค์ย่อยทั้งหมด 3 ตัว
3.1. คอนเวอร์ชั่น (Conversion)
เป็นวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้กลุ่มเป้าหมายกระทำสิ่งต่าง ๆ เช่น การซื้อสินค้า การลงทะเบียน โดย Facebook สามารถช่วยให้คุณได้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการได้ แต่การที่จะทำคอนเวอร์ชั่นนั้น จำเป็นที่จะต้องติดตั้ง Facebook Pixel ก่อน
3.2. แคตตาล็อก (Catalog Sale)
ในการทำโฆษณา Facebook Ads แบบแคตตาล็อกนั้น เราจำเป็นที่จะต้องสร้างแคตตาล็อกสินค้าหรือบริการของเราเสียก่อน ในหน้าของ Facebook Business Manager หรือหน้าเพจของเราก็ได้ เพราะ Facebook จะทำการส่งแคตตาล็อกสินค้าไปยังกลุ่มเป้าหมาย โดยให้กลุ่มเป้าหมายเกิดการซื้อหรือซื้อซ้ำได้
3.3. การเยี่ยมชมร้านค้า (Store Traffic)
เป็นวัตถุประสงค์เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายนั้นได้ไปที่หน้าร้านของคุณ โดยคุณจะต้องมีหน้าร้านและเลือกพื้นที่บริเวณใกล้เคียงเพื่อนำส่งโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายและดึงเข้ามาใช้บริการหรือเข้ามายังหน้าร้านของคุณ

การทำโฆษณา Facebook นั้นก็ยังช่วยให้ธุรกิจของเราเติบโตเป็นที่รู้จักให้กับหลาย ๆ คน แต่อย่าลืมว่าห้ามใช้วัตถุประสงค์เดียวซ้ำ ๆ และต้องวัดผลด้วยทุกครั้ง เพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงโฆษณาของเราให้มีประสิทธิภาพดียิ่ง ๆ ขึ้นไป

================
📌มีรายได้หลายกระเป๋าดีกว่าไหม??
#ไม่มีสินค้า
# ไม่มีหน้าร้าน
# ไม่มีพื้นฐาน
# ไม่มีประสบการณ์
# อยากขายออนไลน์เป็น.. แต่ไม่มีคนสอน
ขายของออนไลน์ ไม่ได้ยาก อย่างที่คิด🤫
ถ้าไม่รีบเรียนตอนนี้ จะไปเรียนตอนไหน ❓
ความพร้อมไม่มีอยู่จริง !‼️ เรียนได้ทุกวัย
✏️ เนื้อหาที่จำเป็นในการทำออนไลน์
ที่ไม่มีสอนในตำรา เข้าใจง่าย สอนตั้งแต่เริ่มต้น
จนทำเป็น (มีโค้ชพี่เรียนดูแลตลอดการเรียนรู้)
และที่คลิปย้อนหลังให้ทบทวน
พร้อมแนะนำธุรกิจที่มาแรง อยู่ในกระแส คนกำลังสนใจ
เรียนแล้วคุณอาจจะได้โอกาสในการทำธุรกิจออนไลน์
เพิ่มรายได้อีกกระเป๋า
💥โปรโมชั่นพิเศษต้อนรับเดือนแห่งความรัก
สนใจ “เรียนฟรี” เหลือเพียง 20 สิทธิ์สุดท้าย
ได้สิทธิ์เรียนรู้เคล็ดลับพื้นฐานถึงมืออาชีพ
ล้วงเคล็ดลับที่ร้านขายดีไม่บอกกัน
🔥สนใจ “เรียนฟรี” โพสต์ใต้คอมเมนท์
พิมพ์ คำว่า “สนใจ1” รับสิทธิ์ทันที
**แอดมินขออนุญาตไม่เพิ่มสิทธิ์แล้วนะคะ😊 เต็มแล้วเต็มเลยนะคะ และขอขอบคุณทุกท่านสำหรับการตอบเป็นอย่างดี ที่ให้ความสนใจสมัครเข้ามาเรียน**

📌3 โครงสร้าง Facebook Ads ที่พ่อค้าแม่ค้าต้องรู้ก่อนการยิงโฆษณา❗️❗️โครงสร้างของ Facebook Ads Campaign Structure จะมีอยู่...
11/01/2022

📌3 โครงสร้าง Facebook Ads ที่พ่อค้าแม่ค้าต้องรู้ก่อนการยิงโฆษณา❗️❗️
โครงสร้างของ Facebook Ads Campaign Structure จะมีอยู่ด้วยกัน 3 ส่วนดังนี้
💥 แคมเปญ (Campaign)
ผู้ที่ทําโฆษณาต้องกําหนดวัตถุประสงค์ของโฆษณาเมื่อสร้างแคมเปญโดยแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วนหลัก ๆ คือ การรับรู้แบรนด์ การพิจารณา และการกระตุ้นให้เกิดการกระทํา
>> การรับรู้แบรนด์ (awareness) ประกอบไปด้วย 2 อย่างดังนี้
- Brand Awareness คือ ยิงเพื่อเข้าถึงคนที่มีแนวโน้มจะสนใจโฆษณาของคุณ
- Reach คือ การแสดงโฆษณา Facebook Ads ให้ได้มากที่สุด
>> การพิจารณา (Consideration) มีให้เลือกอยู่ 5 แคมเปญ ดังนี้
- Traffic คือ การเพิ่มจํานวนผู้เข้าชมเว็บปลายทาง ทั้งในและนอกเว็บไซต์
- Facebook Engagement คือ การเพิ่มจํานวนคนที่จะเห็นและ เกิดการมีส่วนร่วมกับโพสต์และเพจ
- App Installs คือ การเชิญชวนให้คนติดตั้งหรือ ซื้อแอปฯ ของคุณ
- Video Views คือ เพิ่มจํานวนการรับชมวิดีโอเพื่อเพิ่มการรับรู้เกี่ยวกับแบรนด์
- Lead Generation คือ การสร้างลูกค้าเป้าหมายและ เก็บข้อมูลลูกค้าที่สนใจธุรกิจคุณ
>> การกระตุ้นให้เกิดการกระทํา (Conversion) มีให้เลือกอยู่ 3 แคมเปญ ดังนี้
- Conversions คือ การทําให้เกิดการดําเนินการที่มีมูลค่าบนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน
- Store Visits คือ การแสดงตําแหน่งที่ตั้งของร้าน เพื่อโปรโมตธุรกิจ กับคนที่อยู่ใกล้เคียง
- Product Catalogue Sales คือ การสร้างโฆษณาที่แสดงสินค้าจากแค็ตตาล็อกสินค้า
💥 ชุดโฆษณา (Ad Set)
ชุดโฆษณาจะอยู่ภายใต้แคมเปญ ซึ่งเป็นตัวควบคุมการโฆษณาทั้งหมดที่ต้องการให้มาอยู่ในกลุ่มเดียวกันมีการกําหนดการตั้งค่าต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
>> กล่มเป้าหมาย (Audience) เป็นการตั้งค่าว่า ผู้ที่จะเห็นโฆษณาชิ้นนี้คือใคร โดยสามารถแบ่งกลุ่มเป้าหมาย
- กลุ่มเป้าหมายหลัก (Core Audience Targeting)
- กลุ่มเป้าหมายที่เรากําหนดเอง (Custom Audience)
- กลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกัน (Lookalike Audience Targeting)
>> ตําแหน่งการจัดวาง (Placements) เพื่อกําหนดว่าโฆษณาจะปรากฏที่ไหนได้บ้าง เช่น ปรากฏบนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์มือถือหรือทั้งสองอย่าง จากนั้นตําแหน่งการจัดวางจะแบ่งได้เป็น 4 แพลตฟอร์ม ได้แก่
- Facebook
- Instagram
- Audience Network
- Messenger
>> งบประมาณ และการกําหนดเวลา (Budget & Schedule) เราสามารถกําหนดงบประมาณ ในการทําโฆษณาและ กําหนดเวลา เพื่อตั้งค่าระยะเวลาที่เริ่มต้นจนถึงเวลาที่สิ้นสุด ในการนําเสนอโฆษณาซึ่งเราตั้งค่างบประมาณได้ 2 วิธี คือ
- งบประมาณต่อวัน (Daily Budget)
- งบประมาณตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Budget)
>> วิธีการประมูล (Bidding) การตั้งค่าการประมูล จะอยู่ในตัวเลือกขั้นสูงสามารถแบ่งการตั้งค่าได้ 3 รูปแบบ คือ
- ปรับการนําส่งโฆษณาให้เหมาะสม
- กลยุทธ์การประมูล โดยสามารถเลือกได้ 2 วิธีคือ ต้นทุนที่ตํ่าที่สุด และ ต้นทุนเป้าหมาย
- วิธีการเรียก เก็บค่าใช้จ่าย
💥 โฆษณา (Ad)
โฆษณาจะอยู่ภายใต้ชุดโฆษณาแต่ละชิ้นงานต่าง ๆ ซึ่งประกอบไปด้วย รูปภาพ วิดีโอ ข้อความ ลิงก์ และ ปุ่ม Call-to-Action ลักษณะชิ้นงานโฆษณา สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ
>> ใช้โพสต์ที่มีอยู่แล้ว (Use Existing Post) คือ การยิงโฆษณาด้วยโพสต์ ที่เผยแพร่ลงในเพจก่อนหน้านี้
>> สร้างโฆษณา (Create Ad) คือ การสร้างชิ้นงานโฆษณาตัวใหม่แต่จะไม่ปรากฏอยู่บนเพจ ซึ่งเรียกว่า โพสต์โฆษณา (Ad Post)
>> รูปแบบการโฆษณา

💥6 เทคนิคดีๆที่จะทำเพจคุณปังปุรีเย่และคนติดตามเยอะขึ้นยังไง มาไล่ดูกันเลยค่ะ📌1. การตั้งชื่อเพจ : ต้องน่าจดจำและมีคีย์เวิ...
24/12/2021

💥6 เทคนิคดีๆที่จะทำเพจคุณปังปุรีเย่และคนติดตามเยอะขึ้นยังไง มาไล่ดูกันเลยค่ะ
📌1. การตั้งชื่อเพจ : ต้องน่าจดจำและมีคีย์เวิร์ด
อย่างแรกเลยในการที่จะทำให้คนจดจำเพจของเราได้และสนใจเพจของเรา คือ การที่ลูกค้ารู้ว่าเราต้องการจะขายอะไร อย่างเช่น เราจะขายเสื้อผ้ามือสอง ถ้าเราตั้งเป็นชื่อร้านเพียงอย่างเดียว คนก็อาจจะจดจำไม่ได้ว่าเราขายอะไร รวมถึงเวลาที่คนเสิร์ช ส่วนน้อยมากที่จะเสิร์ชชื่อร้าน
โดยส่วนมากคนเราเมื่อเวลาต้องการซื้อของ ก็มักจะเสิร์ชคำว่า เสื้อผ้า เสื้อผ้าผู้หญิง เดรส รองเท้าผู้หญิง แบบนี้เป็นต้นค่ะ ดังนั้นเทคนิคเด็ดในการทำให้ลูกค้าเจอร้านเราได้ง่ายขึ้น คือการใส่คีย์เวิร์ดลงไปในชื่อเพจด้วยก็จะทำให้คนเจอร้านเราง่ายขึ้นค่ะ
📌2. ตั้ง URL ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
อีกหนึ่งส่วนที่จะทำให้แฟนเพจของคุณเติมโตขึ้นอย่างรวดเร็ว คือ การตั้ง URL ให้คนสามารถเจอได้ง่ายโดยส่วนมากบน บน Facebook โดยเทคนิคในการตั้งคือ การตั้งให้ สั้น กระชับ เป็นคำที่คนใช้เสิร์ช หรืออาจจะเลือกใช้เป็นชื่อแบรนด์ก็ได้
การตั้ง URL ให้ออกมาดีคนจะทำให้ติดอันดับในการค้นหาทั้งบน Facebook และ Google ได้ง่าย กาติดอันดับก็จะเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเพจเราว่า มีคนเสิร์ชเพจเราบ่อยนะ มีคนมาซื้อของเราจริงๆ แบบนี้ยังไงก็ขายได้ชัวร์ค่ะ
📌3. ข้อมูลหน้า ABOUT
ต้องบอกว่าการใส่รายละเอียดในหน้า About นั้นมีผลต่อการค้นหาเช่นเดียวกันนะคะ ดังนั้นการใส่ข้อมูลที่อธิบายชัดเจนว่าร้านเราขายอะไร สามารถติดต่อได้อย่างไร จึงสำคัญมาก
การเลือกใส่รายละเอียดควรเลือกใช้คำที่ สั้น ง่าย กระชับ และได้ใจความ ยิ่งเป็นคำที่มีคนเสิร์ชบ่อยๆ ยิ่งดีค่ะ เพราะจะทำให้คนค้นหาแฟนเพจเราเจอได้ง่ายขึ้นค่ะ
📌4.คอนเทนต์ต้องดีเพจต้องสวย
ต้องบอกว่าสิ่งสำคัญในการทำเพจ ก็คือ คอนเทนต์ ดังนั้นการ เลือกคนเทนต์ที่ดี มีประโยชน์กับคนอ่าน อย่างไรคนก็ต้องแชร์แน่นอน
โดยเทคนิคในการทำคอนเทนต์ คือต้องกระชับ ไม่เยิ่นเย้อ แต่ก็ไม่สั้นจนเกินไป น่าติดตาม จนอยากจะกด Read More ตัวอย่างของการทำคอนเทนต์ที่น่าสนใจและมีคนแชร์กันเยอะ คือพวกเทคนิคต่างๆ การใช้หัวข้อคอนเทนต์เป็นตัวเลข เช่น 5 เทคนิคเด็ด! พิชิตไขมัน
เป็นหัวข้อที่อ่านแล้วได้ประโยชน์ เนื้อหาไม่เยอะจนเกินไป ไม่เสียเวลาในการอ่าน
📌5. โพสต์สม่ำเสมอและมีประสิทธิภาพ
การที่เราโพสต์อย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ทั้งลูกค้าและเฟสบุ๊กเห็นว่าเรามีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ไม่ได้เป็นเพจร้าง ไม่รู้ว่ายังขายสินค้าอยู่ไหม โดยการโพสต์เราไม่จำเป็นต้องโพสต์แต่รูปสินค้าเพียงอย่างเดียวนะคะ อาจจะเป็นการแชร์บทความที่เกี่ยวกับสินค้า หรือเป็นการทำคอนเทนต์ขึ้นมาเองให้คนสนใจ มีคนไลค์เยอะ แชร์เยอะ ลูกค้าก็จะเห็นเพจของเราเพิ่มมากขึ้นเองค่ะ
ใส่คีย์เวิร์ด (Keyword) ทุกการโพสต์
ถ้าอยากจะทำให้ลูกค้าจดจำสิ่งที่คุณขายได้ อย่าลืมที่จะ ใส่คีย์เวิร์ด คำที่คนค้นหาเพื่อให้เพจของเรามีคนค้นหามากขึ้นและติด #แท็กชื่อสินค้าหรือคำที่คิดว่าคนจะค้นหาด้วยนะคะ วิธีนี้จะช่วยให้เฟสบุ๊คตรวจจับเพจของคุณได้ง่ายขึ้น ทำให้คนหาเพจของคุณเจอง่ายขึ้นด้วยล่ะค่ะ
📌6.งานแจกงานฟรีต้องมีบ้าง
อย่างที่บอกค่ะว่า การเปิดแฟนเพจ ก็เหมือนการเปิดหน้าร้าน ดังนั้นช่วงเวลา GrandOpening ร้านให้เป็นที่รู้จักเราก็ต้องมีลด แลก แจก แถม กันบ้าง ให้คนมาแชร์ มาสนใจเพจเรา อย่างเช่นการจัดกิจกรรมให้คน มาคอมเมนต์ใต้โพสต์ คอมเมนตไหนโดนใจ รับของรางวัลไปเลย รับรองเลยค่ะว่ายังไงคนก็ต้องแชร์เพจเราให้เป็นที่รู้จักอย่างแน่นอน

================
📌มีรายได้หลายกระเป๋าดีกว่าไหม??
#ไม่มีสินค้า
# ไม่มีหน้าร้าน
# ไม่มีพื้นฐาน
# ไม่มีประสบการณ์
# อยากขายออนไลน์เป็น.. แต่ไม่มีคนสอน
ขายของออนไลน์ ไม่ได้ยาก อย่างที่คิด🤫
ถ้าไม่รีบเรียนตอนนี้ จะไปเรียนตอนไหน ❓
ความพร้อมไม่มีอยู่จริง !‼️ เรียนได้ทุกวัย

✏️ เนื้อหาที่จำเป็นในการทำออนไลน์
ที่ไม่มีสอนในตำรา เข้าใจง่าย สอนตั้งแต่เริ่มต้น
จนทำเป็น (มีโค้ชพี่เรียนดูแลตลอดการเรียนรู้)
และที่คลิปย้อนหลังให้ทบทวน
พร้อมแนะนำธุรกิจที่มาแรง อยู่ในกระแส คนกำลังสนใจ
เรียนแล้วคุณอาจจะได้โอกาสในการทำธุรกิจออนไลน์
เพิ่มรายได้อีกกระเป๋า

💥โปรโมชั่นพิเศษต้อนรับเดือนแห่งความรัก
สนใจ “เรียนฟรี” เหลือเพียง 20 สิทธิ์สุดท้าย
ได้สิทธิ์เรียนรู้เคล็ดลับพื้นฐานถึงมืออาชีพ
ล้วงเคล็ดลับที่ร้านขายดีไม่บอกกัน
🔥สนใจ “เรียนฟรี” โพสต์ใต้คอมเมนท์
พิมพ์ คำว่า “สนใจ1” รับสิทธิ์ทันที

**แอดมินขออนุญาตไม่เพิ่มสิทธิ์แล้วนะคะ😊 เต็มแล้วเต็มเลยนะคะ และขอขอบคุณทุกท่านสำหรับการตอบเป็นอย่างดี ที่ให้ความสนใจสมัครเข้ามาเรียน**

📌Get Start !!!หากคุณอยากให้ร้านค้าประสบความสำเร็จบนโลกออนไลน์ เริ่มต้นทำตั้งแต่วันนี้1.เริ่มวางแผน ตั้งชื่อร้านให้แตกต่า...
20/12/2021

📌Get Start !!!
หากคุณอยากให้ร้านค้าประสบความสำเร็จบนโลกออนไลน์ เริ่มต้นทำตั้งแต่วันนี้
1.เริ่มวางแผน ตั้งชื่อร้านให้แตกต่าง หากลุ่มเป้าหมายให้เจอ และที่สำคัญตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน
2.เลือกช่องทางการโปรโมทสินค้าให้ครอบคลุม เข้าถึงลูกค้าทุกช่องทาง
3.เลือกช่องทางการชำระเงิน ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า เพื่อเพิ่มโอกาสปิดการขาย
4.สุดท้ายที่คุณทำมาทั้งหมด ต้องวัดผลได้ เพื่อหาแนวทางในการพัฒนา ให้ไปถึงไปหมายที่ตั้งไว้

Cr:MakeWebEasy

📌มีรายได้หลายกระเป๋าดีกว่าไหม?? #ไม่มีสินค้า # ไม่มีหน้าร้าน # ไม่มีพื้นฐาน # ไม่มีประสบการณ์ # อยากขายออนไลน์เป็น.. แต่...
19/12/2021

📌มีรายได้หลายกระเป๋าดีกว่าไหม??
#ไม่มีสินค้า
# ไม่มีหน้าร้าน
# ไม่มีพื้นฐาน
# ไม่มีประสบการณ์
# อยากขายออนไลน์เป็น.. แต่ไม่มีคนสอน

ขายของออนไลน์ ไม่ได้ยาก อย่างที่คิด🤫

ถ้าไม่รีบเรียนตอนนี้ จะไปเรียนตอนไหน ❓
ความพร้อมไม่มีอยู่จริง !‼️ เรียนได้ทุกวัย

✏️เนื้อหาที่จำเป็นในการทำออนไลน์
ที่ไม่มีสอนในตำรา เข้าใจง่าย สอนตั้งแต่เริ่มต้น
จนทำเป็น (มีโค้ชพี่เรียนดูแลตลอดการเรียนรู้)
และที่คลิปย้อนหลังให้ทบทวน
พร้อมแนะนำธุรกิจที่มาแรง อยู่ในกระแส คนกำลังสนใจ
เรียนแล้วคุณอาจจะได้โอกาสในการทำธุรกิจออนไลน์
เพิ่มรายได้อีกกระเป๋า

💥โปรโมชั่นพิเศษต้อนรับเดือนแห่งความรัก
สนใจ “เรียนฟรี” เหลือเพียง 20 สิทธิ์สุดท้าย
ได้สิทธิ์เรียนรู้เคล็ดลับพื้นฐานถึงมืออาชีพ
ล้วงเคล็ดลับที่ร้านขายดีไม่บอกกัน
🔥สนใจ “เรียนฟรี” โพสต์ใต้คอมเมนท์
พิมพ์ คำว่า “สนใจ1” รับสิทธิ์ทันที

**แอดมินขออนุญาตไม่เพิ่มสิทธิ์แล้วนะคะ😊 เต็มแล้วเต็มเลยนะคะ และขอขอบคุณทุกท่านสำหรับการตอบเป็นอย่างดี ที่ให้ความสนใจสมัครเข้ามาเรียน**

💢ไม่มีทางออก 🚫ก็ให้ไปออกที่ทางเข้าเลือก 🚪 ประตูสักบาน ❤️‍🩹ถ้า ผิด ก็แค่ ปิด แล้ว เปิดใหม่ ชีวิตก็เหมือนกัน จะว่าง่ายก็ง่...
16/12/2021

💢ไม่มีทางออก 🚫ก็ให้ไปออกที่ทางเข้า
เลือก 🚪 ประตูสักบาน

❤️‍🩹ถ้า ผิด ก็แค่ ปิด แล้ว เปิดใหม่
ชีวิตก็เหมือนกัน จะว่าง่ายก็ง่าย~~เกิ๊น
จะว่ายาก ก็ไม่น่าจะยาก น่ะ

คนเราต้องก้าวเดิน ต้องเติบโต
มาเติบโตไปด้วยกันกับเรามั้ย

#ก้าวแรกสำคัญเสมอ


#โรงเรียนสอนการตลาดออนไลน์

ทักแชท ได้เลยค่ะ

...นี่คือ 3 สิ่งทำให้การสร้างเพจประสบความสำเร็จ...1.คอนเท้นต์ดีมีชัยไปกว่าครึ่งประโยคดังแห่งปีว่า Content is the king นี...
06/08/2021

...นี่คือ 3 สิ่งทำให้การสร้างเพจประสบความสำเร็จ...

1.คอนเท้นต์ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
ประโยคดังแห่งปีว่า Content is the king นี่ใช้ได้จริงอย่างแน่นอน เพราะต่อให้คุณมีงบยิงโฆษณาเยอะแค่ไหน แต่ถ้าคอนเท้นต์ไม่ดี ก็ไม่มีใครสนใจ อยากกดไลค์ กดแชร์ อีกอย่างนะหัวใจสำคัญของการทำคอนเท้นต์อยู่ที่ คนอ่าน อ่านแล้ว พวกเขาได้อะไรจากคอนเท้นต์คุณมากกว่าด้วยซ้ำ

2.เลือกจังหวะให้เหมาะ
เพจดังไม่ได้มาเพราะโชคช่วย นอกจากคอนเท้นต์แล้ว พวกเขายังรู้จักเรื่องเวลาปล่อยคอนเท้นต์ให้ตรงกับช่วงที่คนจะสนใจมากที่สุดอีกด้วย เรียกได้ว่า เจ้าของเพจรู้จักคนตามเพจดี ยิ่งกว่าพวกเขารู้จักตัวเองอีกด้วยซ้ำไป

3.ปรับคอนเท้นต์ไปเรื่อยๆ
ไม่มีใครบอกคุณได้ว่าเพจของคุณทำคอนเท้นต์แบบไหนแล้วถึงจะปัง เอาเข้าจริงๆแล้ว การปล่อยคอนเท้นต์ออกมาแต่ละครั้งก็เหมือนการ เรียนรู้ไป ปรับคอนเท้นต์ไปนั้นแหละ เพราะอย่างน้อบคุณจะจับจุดได้ว่า สไตล์คอนเท้นต์แนวไหนที่ลูกเพจชอบ ยิ่งถ้าชอบมากแชร์มาก คุณก็ควรเอากลับมาทำอีกรอบน่ะสิว่ามั้ย?

Cr: M Creation

ที่อยู่

42, บริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด สำนักงานใหญ่, ถนนรามอิททรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน
Bangkok
10220

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ 𝐊𝐎.𝐩 𝐝𝐢𝐠𝐢𝐭𝐚𝐥 𝐦𝐚𝐫𝐤𝐞𝐭𝐢𝐧𝐠 คอร์สเรียนออนไลน์สู่เงินล้านผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์