Fly in the sky ที่ปรึกษาการลงทุน
ที่ปรีกษาการหารายได้

14/12/2022

อยากประสบความสำเร็จลงมือทำ
เริ่มต้น1,000บาทรับโบนัส112บาท
มีแต่เรียนรู้ แล้วเห็นผลลัพธ์ ไม่ต้องกังวลเราสอนให้
ผลตอบแทนสูง กำไรมั่นคง รายได้การันตี สูงถึง 1,500-3,000บาท/วัน

13/12/2022

อยากเทรดหุ้น ทุนน้อยก็เทรดได้ สร้างรายได้ง่ายๆทุกวัน แค่มีทุน 1000 ก็เทรดได้
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://lin.ee/MAeU6PP ฝ่ายบริการออนไลน์

13/12/2022
12/12/2022

เปิดพอร์ตสร้างกำไรเริ่มต้นเพียง 1,000 บาท
เปิดพอร์ตสร้างกำไรคลิกลิ้งค์ https://lin.ee/MAeU6PP

 #หุ้นไทย  #หุ้นเด่นประจําวัน  #หุ้นเด็ดๆวันนี้  #เล่นหุ้น  #หุ้นมือใหม่  #ลงทุน  #หุ้น  #เงินปันผล  #วางแผนการเงิน  #นั...
10/12/2022

#หุ้นไทย #หุ้นเด่นประจําวัน #หุ้นเด็ดๆวันนี้ #เล่นหุ้น #หุ้นมือใหม่ #ลงทุน #หุ้น #เงินปันผล #วางแผนการเงิน #นักลงทุน #เทรดฟอเร็กซ์ #การลงทุน #หุ้น #ออมเงิน

กองทุนรวมจะมีนโยบาย 2 ประเภท1. มีนโยบายปันผล:ผลตอบแทนจะถูกเฉลี่ยในรูปแบบปันผล เช่น ได้ผลตอบแทน 3% เป็นต้น2.ไม่มีนโยบายปั...
09/12/2022

กองทุนรวมจะมีนโยบาย 2 ประเภท
1. มีนโยบายปันผล:
ผลตอบแทนจะถูกเฉลี่ยในรูปแบบปันผล เช่น ได้ผลตอบแทน 3% เป็นต้น
2.ไม่มีนโยบายปันผล:
นักลงทุนจะสามารถทำกำไรจากส่วนต่างของราคาซื้อ/ขายได้ เมื่อขายคืนหน่วยลงทุน เช่น ซื้อกองทุนมาหน่วยละ 100 บาท ขายได้ที่หน่วยละ 120 บาท ได้กำไร 20 บาทต่อหน่วย

โซรอส จึงไม่รอช้า ที่จะเริ่มแผนโจมตีค่าเงินของฮ่องกงทันทีโดยแผนของ โซรอส ก็คือการขายชอร์ต เงินดอลลาร์ฮ่องกงแบบเดียวกันกั...
08/12/2022

โซรอส จึงไม่รอช้า ที่จะเริ่มแผนโจมตีค่าเงินของฮ่องกงทันที
โดยแผนของ โซรอส ก็คือการขายชอร์ต เงินดอลลาร์ฮ่องกง
แบบเดียวกันกับที่ทำกับเงินบาท และเขาก็รู้ว่าฮ่องกงนั้น
จะต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อป้องกันค่าเงิน ซึ่งน่าจะทำให้หุ้นตก
เขาจึงทำการขายชอร์ตตลาดหุ้นฮ่องกงด้วย เพื่อจะทำกำไร ในทั้งสองตลาด
โซรอส เริ่มโจมตีค่าเงินของฮ่องกงมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 1997
และเริ่มรุกหนักขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงเดือนกันยายน ปีเดียวกัน
ซึ่งองค์การเงินตราฮ่องกง ก็ได้ตอบโต้ด้วยการนำเงินดอลลาร์สหรัฐ มาซื้อเงินดอลลาร์ฮ่องกง
ในระบบเป็นจำนวนมาก จนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ พุ่งไปถึง 280% ในเดือนตุลาคม
เนื่องจากธนาคารแทบไม่มีเงินดอลลาร์ฮ่องกง เหลือให้ปล่อยกู้แล้ว
แน่นอนว่าดอกเบี้ย ที่สูงมากขนาดนี้ จะทำให้ โซรอส ต้องจ่ายคืนหนี้ที่มากขึ้น
เนื่องจากเงินที่เขากู้มาขายชอร์ต ถูกคิดดอกเบี้ยเพิ่มอย่างมหาศาล
จนทำให้ โซรอส อาจไม่เหลือกำไรเลย แม้ฮ่องกงจะปล่อยลอยตัวค่าเงิน
แต่ถึงอย่างนั้น การที่อัตราดอกเบี้ย เพิ่มขึ้นมากขนาดนี้ ก็ได้ทำให้
ตลาดหุ้นของฮ่องกง ปรับตัวลงอย่างหนัก โดยในเดือนตุลาคม
ตลาดหุ้นฮ่องกง ก็ติดลบมากถึง 29%
ซึ่งนั่นก็ทำให้ โซรอส ยังคงมีโอกาสได้กำไร จากการขายชอร์ตตลาดหุ้น
มาชดเชยการขาดทุน จากการโจมตีค่าเงิน ส่งผลให้ โซรอส
ขายชอร์ตตลาดหุ้นของฮ่องกง เรื่อยมาตั้งแต่ตอนนั้น
จนทำให้ตลาดหุ้นฮ่องกง ในวันที่ 13 สิงหาคม 1998
ติดลบมากถึง 60% เมื่อเทียบกับปีก่อน
แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือ..
เงินดอลลาร์ฮ่องกง ที่ถูกซื้อออกไปจากระบบนั้น
กำลังจะไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้น ที่เขากำลังทำการขายชอร์ตไว้อยู่
เพื่อปิดฉาก การต่อสู้ในสงครามค่าเงิน ระหว่างเขา และฮ่องกง
โดยในวันที่ 14 สิงหาคม 1998 ทางการของฮ่องกง ได้นำเงิน
มูลค่ากว่า 79,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 425,000 ล้านบาท ในปัจจุบัน)
มาเข้าซื้อหุ้น รวมถึงสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต่าง ๆ จนเดือนต่อมา
ตลาดหุ้นฮ่องกง บวกมากถึง 15% และฟื้นตัวขึ้นเรื่อย ๆ
ด้วยการแทรกแซงตลาดหุ้นของฮ่องกง และรัฐบาลจีน
ได้ออกมาประกาศว่า พร้อมใช้ทุนสำรองระหว่างประเทศ
ที่มีอยู่อย่างมหาศาลของจีน เพื่อช่วยค่าเงินของฮ่องกงอย่างไม่อั้น
ก็ได้ทำให้ โซรอส ต้องขาดทุน และจำใจยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี
และนั่นก็ทำให้ฮ่องกง รอดพ้นจากวิกฤติมาได้ และยังสามารถรักษาสถานะ
การเป็นศูนย์กลางทางการเงิน ที่สำคัญของโลกอีกแห่งหนึ่ง มาจวบจนถึงปัจจุบัน..
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
ปัจจุบัน ฮ่องกง มีทุนสำรองระหว่างประเทศ มากที่สุดเป็นอันดับที่ 7 ของโลก
โดยคิดเป็นมูลค่ามากถึง 19 ล้านล้านบาท และคิดเป็นอัตราส่วนมากถึง 122.6% ต่อ GDP

ย้อนอดีต “ฮ่องกง” ปราบ จอร์จ โซรอส ได้อย่างไร - BillionMoneyเมื่อพูดถึงชื่อ จอร์จ โซรอส หลายคน อาจจะวาดภาพเขาเป็นปีศาจร้...
06/12/2022

ย้อนอดีต “ฮ่องกง” ปราบ จอร์จ โซรอส ได้อย่างไร - BillionMoney
เมื่อพูดถึงชื่อ จอร์จ โซรอส หลายคน อาจจะวาดภาพเขา
เป็นปีศาจร้ายที่ทำลาย ค่าเงินปอนด์สเตอร์ลิงของอังกฤษ ในปี 1992
ก่อนจะเข้าโจมตีค่าเงินบาท ในปี 1997 จนนำไปสู่วิกฤติต้มยำกุ้ง
แต่รู้หรือไม่ว่า หลังจากนั้นแล้ว โซรอส ที่ดูเหมือนจะไร้เทียมทาน
กลับถูกสยบได้ด้วย ดินแดนเล็ก ๆ อย่าง “ฮ่องกง”
ซึ่งถ้าหากคุณสงสัย ว่าฮ่องกงทำอย่างไร ถึงทำให้ โซรอส พ่ายแพ้ในครั้งนี้ ?
BillionMoney จะย่อยให้เข้าใจ
ก่อนอื่นเราต้องทราบก่อนว่า เป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยนของฮ่องกงนั้น เป็นอย่างไร
โดยฮ่องกงนั้น ใช้เป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ ซึ่งกำหนดให้
7.8 ดอลลาร์ฮ่องกง เท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐ
เป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยนนี้ ถูกใช้มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ปี 1983
แต่รู้หรือไม่ว่า ก่อนหน้านั้น ฮ่องกงใช้นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว
โดยเหตุการณ์ที่ทำให้ฮ่องกง ต้องเปลี่ยนนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน
ก็เนื่องจากกรณีที่ ฮ่องกง กำลังจะกลับสู่อ้อมอกของประเทศจีนในเวลานั้น
ก็ได้ทำให้ผู้คนสูญเสียความเชื่อมั่น ในค่าเงินของฮ่องกง เนื่องจากตอนนั้นไม่มีใครรู้ว่า
จีนจะใช้การปกครองแบบ 1 ประเทศ 2 ระบบ อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ส่งผลให้เพียงแค่ 2 วัน ค่าเงินดอลลาร์ฮ่องกง อ่อนค่าลงถึง 13%
ในเดือนกันยายน ปี 1983 จากแรงเทขายของผู้คน และนักลงทุนต่าง ๆ
พร้อมกับนักเก็งกำไร ที่เข้ามาผสมโรงด้วย
เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ทางรัฐบาลของฮ่องกง ณ ขณะนั้น
จึงต้องตัดสินใจ เปลี่ยนเป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยน จากแบบลอยตัว
ให้กลายเป็นแบบคงที่ ในเดือนตุลาคมของปีนั้น โดยกำหนดอัตราแลกเปลี่ยน
ไว้ที่ 7.8 ดอลลาร์ฮ่องกง เท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ที่ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน
ผู้ที่ทำการดูแลอัตราแลกเปลี่ยนของฮ่องกง คือ องค์การเงินตราฮ่องกง (Hong Kong Monetary Authority)
ซึ่งทำหน้าที่เป็นเหมือน ธนาคารกลางของฮ่องกง แต่ไม่ได้ชื่อว่าเป็น ธนาคารกลาง
เนื่องจากฮ่องกง ไม่ใช่ประเทศ แต่เป็นเพียงเขตปกครองตนเอง เท่านั้น
วิธีการที่องค์การเงินตราฮ่องกง ดูแลอัตราแลกเปลี่ยนนั้น ค่อนข้างแตกต่าง
กับประเทศอื่น ที่ใช้เป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ เช่นเดียวกันอยู่มาก
เพราะโดยปกติแล้ว การทำให้อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ ยกตัวอย่างเช่น
ประเทศไทย ช่วงก่อนเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง ถ้าหากเงินบาทอ่อนค่า
ธนาคารแห่งประเทศไทย ก็จะนำทุนสำรองระหว่างประเทศ มาซื้อเงินบาท
แต่ถ้าเงินบาทแข็งค่า ก็จะนำเงินบาท ไปซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐ เป็นต้น
แต่ด้วยการที่ฮ่องกงมีทุนสำรองระหว่างประเทศ เป็นดอลลาร์สหรัฐจำนวนมาก
จนถ้านำปริมาณเงินดอลลาร์ฮ่องกงทั้งหมด ที่ไหลเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจของฮ่องกงนั้น
ก็สามารถนำมาแลก เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐได้ทั้งหมด ในอัตรา
7.8 ดอลลาร์ฮ่องกง ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ
ทำให้องค์การเงินตราฮ่องกง ทำการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยน ด้วยวิธีที่แตกต่างออกไป
โดยถ้าหากดอลลาร์ฮ่องกง อ่อนค่าไปถึง 7.85 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อดอลลาร์สหรัฐ
องค์การเงินตราฮ่องกง จะนำเงินดอลลาร์สหรัฐ มาแลกกับเงินดอลลาร์ฮ่องกง
ที่อยู่ในธนาคารทั่วฮ่องกง ทำให้ปริมาณเงินดอลลาร์ฮ่องกง ในระบบเศรษฐกิจ ลดน้อยลง
ซึ่งการที่ธนาคารมีเงินน้อยลง ก็จะทำให้ธนาคารต่าง ๆ จำเป็นต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ย
เนื่องจากเหลือเงินที่จะปล่อยกู้น้อยลง และต้องการดึงให้ผู้คนมาฝากเงินเพิ่มขึ้น
ส่งผลให้เงินทุนไหลเข้ามายังฮ่องกง และทำให้เงินกลับมาแข็งค่าขึ้นได้ในที่สุด
และในทางตรงกันข้าม ถ้าหากดอลลาร์ฮ่องกง แข็งค่าไปถึง 7.75 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อดอลลาร์สหรัฐ
องค์การเงินตราฮ่องกง จะนำเงินดอลลาร์ฮ่องกง มาแลกกับเงินดอลลาร์สหรัฐ ในธนาคาร
ส่งผลให้ปริมาณเงินดอลลาร์ฮ่องกง ในระบบเศรษฐกิจ เพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ธนาคาร
ต้องลดอัตราดอกเบี้ยลง จนทำให้เงินทุนไหลออก และนำไปสู่ค่าเงินที่อ่อนลง
ระบบนี้ได้ถูกใช้เรื่อยมา จนกระทั่งฮ่องกง ต้องพบกับบททดสอบครั้งใหญ่
หลังจากที่อังกฤษ ส่งมอบฮ่องกงให้แก่จีน ในวันที่ 1 กรกฎาคม 1997
ประเทศไทยก็ประกาศลอยตัวค่าเงินบาท ในวันต่อมา ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ วิกฤติต้มยำกุ้ง
จอร์จ โซรอส เจ้าของกองทุน Quantum ก็ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ ในตอนนั้น
จากการขายชอร์ตเงินบาท ด้วยการกู้ยืมเงินบาทมาขาย แลกเป็นดอลลาร์สหรัฐ
และรอให้ไทยปล่อยลอยตัวค่าเงิน ก่อนจะนำเงินดอลลาร์สหรัฐ มาแลกเป็นเงินบาท
แล้วจ่ายคืนเงินกู้ พร้อมกับทำกำไรจากส่วนต่างนั้น
เหตุการณ์นี้บวกกับการที่เขาชนะ ในการเก็งกำไรค่าเงินปอนด์สเตอร์ลิง จนทำให้ธนาคารอังกฤษ
แทบจะพังพินาศ ในปี 1992 ส่งผลให้ โซรอส มีความมั่นใจในฝีมือของตัวเองเป็นอย่างมาก
ซึ่งฮ่องกงในตอนนั้น ดูจะเป็นเป้าหมายที่ดี สำหรับ โซรอส
เพราะฮ่องกงยังไม่มีเสถียรภาพมากนัก จากการที่กำลังปรับตัว กับการเข้าไปรวมกับจีนอีกครั้ง
อีกทั้งยังใช้เป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ เหมือนกับประเทศไทย ที่เขาเพิ่งจัดการมา

05/12/2022

Global House ขายวัสดุก่อสร้าง 34,000 ล้าน แต่ไม่มี สาขาในกรุงเทพฯ | BrandCase
Global House เป็นร้านขายวัสดุก่อสร้าง และของตกแต่งบ้านครบวงจร มีทั้งหมด 77 สาขาทั่วประเทศไทย
มีรายได้ในปีที่ผ่านมา กว่า 34,000 ล้านบาท
และจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย มีมูลค่าบริษัทกว่า 90,000 ล้านบาท
แต่ที่น่าสนใจคือ จนถึงวันนี้
Global House ก็ยังไม่มีสาขาในกรุงเทพมหานครเลย สักสาขาเดียว..
มีอะไรน่าสนใจเกี่ยวกับแบรนด์ขายวัสดุก่อสร้างรายนี้บ้าง ?
BrandCase จะเล่าหลาย ๆ มุมให้ฟัง
จุดเริ่มต้นของ Global House เริ่มขึ้นในจังหวัดร้อยเอ็ด
โดยผู้ก่อตั้งคือ คุณวิทูร สุริยวนากุล
คุณวิทูร เปิดกิจการรับเหมาก่อสร้างในบ้านเกิด หลังเรียนจบวิศวกรรมโยธา ในปี พ.ศ. 2523
ก่อนจะขยับขยายมาเปิดร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ชื่อว่า ร้อยเอ็ดฟาร์ม
ร้อยเอ็ดฟาร์ม ปฏิวัติการค้าวัสดุก่อสร้างในจังหวัดร้อยเอ็ด ด้วยการเปลี่ยนร้านแบบเดิม ๆ ไปเป็นแบบโมเดิร์นเทรด
คือ ให้ลูกค้าเดินเลือกสินค้าด้วยตัวเองเหมือนห้างสรรพสินค้า
ในที่สุด ร้อยเอ็ดฟาร์ม ก็ขยับขยายจนกลายมาเป็น Global House ในปี พ.ศ. 2540
เมื่อลูกค้าเยอะจนเป็นที่รู้จักไปเกินกว่าแค่ในร้อยเอ็ด Global House ก็เริ่มขยายออกไปยังจังหวัดอื่น ๆ
โดยเริ่มจากจังหวัดรอบ ๆ ก่อน เช่น ขอนแก่น อุดรธานี
จนในปี พ.ศ. 2550 บริษัทก็เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยชื่อ “สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)”
จุดเด่นของ Global House คือเป็น Warehouse Store ที่มีขนาดใหญ่มาก และรวบรวมสินค้าวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้านครบวงจร
มีสินค้าให้เลือกชมหลากหลายกว่า 130,000 รายการ
และมีพื้นที่แต่ละสาขากว้างถึง 18,000-32,000 ตารางเมตร
โดย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา Global House มีทั้งหมด 77 สาขา ซึ่งกระจายอยู่ทั่วภูมิภาคของไทย รวมถึงภาคกลาง
แต่ในกรุงเทพมหานคร Global House มี 0 สาขา..
จะมีที่ใกล้กรุงเทพมหานครหน่อย ก็อย่างเช่น สาขาไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี
ถ้าให้ลองวิเคราะห์ว่าทำไม Global House ไม่ขยายสาขามาในกรุงเทพมหานคร
- ในกรุงเทพมหานคร มีเจ้าใหญ่ ๆ แข่งกันอยู่แล้ว เช่น HomePro, ไทวัสดุ
- ต้นทุนค่าซื้อหรือเช่าที่ดินในต่างจังหวัด ถูกกว่า เพราะ Global House แต่ละสาขาก็ใช้พื้นที่เยอะมาก
- รู้ว่าตลาดวัสดุก่อสร้างในต่างจังหวัด ก็ใหญ่พอให้เติบโตได้ เพราะคนต่างจังหวัดก็ต้องสร้างบ้าน และตกแต่งบ้านเหมือนกัน
แล้วรายได้และกำไร ปี 2564 ที่ผ่านมา ของ Global House มากขนาดไหน ?
ลองมาเทียบกับเจ้าดัง ๆ ที่ทำธุรกิจคล้าย ๆ กัน
บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
รายได้ 34,116 ล้านบาท
กำไร 3,344 ล้านบาท
บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของ HomePro
รายได้ 63,926 ล้านบาท
กำไร 5,441 ล้านบาท
บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) เจ้าของ DoHome
รายได้ 25,937 ล้านบาท
กำไร 1,818 ล้านบาท
สรุปให้เห็นภาพรวมง่าย ๆ คือ Global House เปรียบเป็นเจ้าสัวค้าวัสดุก่อสร้างรายใหญ่ แห่งตลาดต่างจังหวัด
คือมี 77 สาขาทั่วไทย ที่สามารถทำรายได้ในปีที่ผ่านมา กว่า 34,000 ล้านบาท
แต่ไม่มีสาขาในกรุงเทพมหานครเลย..

ที่อยู่

48/49 อาคารทิสโก้ทาวเวอร์ ชั้น 21 ถนนสาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก
Bangkok
10500

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Fly in the skyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Fly in the sky:

แชร์