07/07/2020
เส้นทางสายไหมทางบก ที่จางเชียนในสมัยซีฮั่นของจีนสร้างขึ้น เริ่มต้นจากเมืองฉางอาน Chang’an (ซีอาน Xi’an ในปัจจุบัน) ไปยังเมืองหลันโจว Lanzhou ในมณฑลกานซู ผ่านด่านเจียยูกวน Jiayuguan และ เมืองตุนหวง Dunhuang จากนั้นเส้นทางบกสายนี้จะแยกออกเป็น 3 สาย ได้แก่ เส้นทางทิศเหนือ เส้นทางสายกลาง และเส้นทางสายใต้
เส้นทางสายเหนือ จะเดินทางเลียบเทือกเขาเทียนซานไปทางตะวันตก แวะเมืองฮามี่ Hami (คูมูล Kumul), อูรุมชี Urumqi และอี้หนิง Yining (หรือ อีลี่ Ili) ผ่านเข้าสู่ภาคใต้ของคาซัคสถาน ผ่านเมืองสำคัญๆ เช่น ทาราซ Taraz, ซิมเค้นท์ Shymkent จากนั้นเส้นทางสายนี้ จะเข้าสู่ เมืองทัชเคนท์ Tashkent (ชาช Chach) ของ อาณาจักรซอกเดียนา Sogdiana (อุซเบกิสถาน Uzbekistan ในปัจจุบัน) และบรรจบกับเส้นทางสายไหมสายกลางที่ เมืองซามาร์คานต์ Samarkand
เส้นทางสายใต้ จากเมืองตุนหวง Dunhuang เดินทางลงทางตะวันตกเฉียงใต้ เลียบ ทะเลทรายทากลามากัน Taklamakan Desert ทางด้านตะวันออก ไปตามทางตอนเหนือของเทือกเขาคุนหลุน ผ่าน เมืองรั่วชิง Ruoqiang (ชาร์คลิลิค Charkhlik), เหอเถียน Hetian (โขฏาน Khotan) จนถึง คาสือ Kashi (คัชการ์ Kashgar) จุดสุดท้ายของเส้นทางสายไหมในประเทศจีน จากนั้นเส้นทางนี้จะข้าม ช่องเขากุนจีราบ Khunjerab Pass ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะเข้าสู่ อาณาเขตของอินเดียโบราณ สู่ อาณาจักรกัษมีระ หรือ แคชเมียร์ Kashmir เลียบไปตามแม่น้ำสินธุ Indus River เข้าสู่ เมืองตักศิลา Taxila เมืองหลวงของ อาณาจักรคันธาระ Gandhara เผื่อเข้าสู่อาณาจักรต่างๆในอินเดีย จากตักศิลา เส้นทางอีกสายจะแยกได้อีก 2 สาย สายหนึ่งไปถึงตอนใต้ของปากีสถานที่ เมืองการาจี Karachi แล้วต่อทางเรือจะเข้าไปยังอ่าวเปอร์เซีย สู่ เปอร์เซีย ไบเซนไทน์ อียิปต์ และอาณาจักรโรมัน ส่วนอีกเส้นจะมุ่งหน้าไปทางตะวันตกผ่าน ช่องเขาไคเบอร์ Khyber Pass สู่ เมืองคาบูล Kabul ในอัฟกานิสถาน (อาณาจักรแบคเตรียโบราณ) มุ่งหน้าไปทางตะวันออกสู่ เมืองเฮรัต Herat จนเข้าสู่เปอร์เซีย และบรรจบเส้นทางสายหลักที่ เมืองมัชฮัด Mashhad
เส้นทางสายกลาง ที่ถือว่าเป็นเส้นทางสายหลัก จากเมืองตุนหวง Dunhuang ไปสู่ทางตะวันตกโดยออกทาง ด่านหยางกวน ข้ามเทือกเขาเทียนซาน ผ่านเมืองโบราณอักซู Akzu เลียบทะเลทรายทากลามากัน Taklamakan Desert ทางฝั่งตะวันตก เข้าสู่ เมืองคัชก้าร์ Kashgar (หรือ คาสือ Kashi) ข้ามเทือกเขาคุนหลุน Kunlun Mountains เข้าสู่ เมืองทัชคอร์กัน Tashkorgan (เดิมเรียก เมืองศิลา Stone City) และข้ามเข้าสู่ ที่ราบสูงปาร์มี่ Pamir Plateau ผ่านเมืองสำคัญๆบนเส้นทางการค้าหลายแห่งในอัฟกานิสถานจนถึง ดราปซากา Drapsaca (คอนดุซ Konduz) และ บัลค์ห์ Balkh จนไปบรรจบกับเส้นทางสายไหมสายเหนือ ณ ใจกลางของอาณาจักรซอกเดียน (อุซเบกิสถานในปัจจุบัน) ที่ ซามาร์คานต์ Samarkand และ บุคคาร่า Bukhara จนถึง เมิร์ฟ Merv (เติร์กเมนิสถานในปัจจุบัน) เมืองหลวงของ อาณาจักรโฆราซาน Khorasan Kingdom และเข้าสู่อาณาเขตของเปอร์เซียที่ เมืองทุซ Touz (ใกล้เมืองมัชฮัด Mashhad)
เปอร์เซียบนเส้นทางสายไหม ก่อนหน้าที่เส้นทางสายไหมจะถือกำเนิดขึ้น พระเจ้าดาริอุสมหาราชแห่งจักรวรรดิอะคีเมนิดเมื่อศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสต์ศักราช ได้สถาปนา เส้นทางสาย ราชมรรคาแห่งเปอร์เซีย Persia Royal Road เพื่อช่วยในการคมนาคมติดต่อกับบริเวณต่าง ๆ ในอาณาจักรอันใหญ่หลวงที่มีอาณาบริเวณตั้งแต่ ซูซา Susa ไปจนถึง ซาร์ดิส Sardis (ใกล้เมืองอิซมีร์ Izmir ในตุรกีปัจจุบัน) เมืองหลวงของอาณาจักรลิเดีย Lydia ที่ถูกพิชิตโดยเปอร์เซีย ผู้ส่งสารของเปอร์เซียสามารถเดินทางด้วยม้าเร็ว และเปลี่ยนม้าตามสถานีต่าง เป็นระยะทาง 2,699 กิโลเมตรภายใน 7 วัน ซึ่งหากเดินทางด้วยเท้าจะใช้เวลาถึง 90 วัน เปอร์เซียบำรุงรักษาเส้นทางสายนี้อย่างดี และขยายเส้นทางไปอีกหลายสาย ในที่สุดเส้นทางเหล่านี้เชื่อมต่อลงไปในอนุทวีปอินเดีย ข้ามเมโสโปเตเมีย ไปจนถึงอียิปต์
เมื่อการค้าบนเส้นทางสายไหมกำเนิดขึ้น ขบวนคาราวานนำผ้าไหม แพรพรรณ เครื่องกังไสจากจีน และเครื่องเทศจากอินเดีย เข้าสู่ผ่านจักรวรรดิเปอร์เซีย ไปจนถึงจุดหมายปลายทางที่ของจักรวรรดิไบแซนไทน์ และ โรมัน กษัตริย์เปอร์เซียทุกราชวงศ์สนับสนุนการค้าบนเส้นทางสายไหม ด้วยการสร้างที่พักขบวนคาราวานที่เรียกว่า คาราวานซาราย Caravansarai เพื่อให้พ่อค้า นักเดินทาง และขบวนคาราวาน พักตลอดเมืองสำคัญๆตลอดเส้นทางสายไหมบนอาณาจักรเปอร์เซีย เส้นทางสายไหมสายหลักจาก นครเมิร์ฟ Merv เข้าสู่ เมืองทุซ Tous (ซูเซีย Susia) ชุมทางการค้าทางตะวันออกเฉียงเหนือของเปอร์เซีย ติดกับเมืองมัชฮัด Mashhad ไปจนจรดกับเส้นทางราชมรรคาของเปอร์เซียทางตะวันตก ผ่าน เนชาปูร์ Neshabur, ซับเซวาร์ Sabzevar, ดัมกาน Damqhan, คูมิส Qumis, เรย์ Rey หรือ ราเก Rhagae (ชานเมืองเตหะราน Tehran ในปัจจุบัน), กาซวิน Qazvin, ฮาเมดาน Hamedan (เอคบาตานา Ecbatana), คานกาวาร์ Kangavar, บิโชตุน Bisotun, เคอร์มันชาห์ Kermanshah (เดิมชื่อ เฟอร์มิส Fermis)
จากจุดนี้ เส้นทางจะแยกออกเป็นสองสาย สายแรกไปทางตะวันตก ผ่าน เข้าสู่ กรุงแบกแดด Baghdad ในอิรัค จนถึง ดามัสกัส Damascus ในซีเรีย เพื่อเดินทางผ่านทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จนถึง นครไบแซนติอุม Byzantium, เมืองอเล็กซานเดรีย Alexandria ในอียิปต์ และ กรุงโรม Rome ส่วนอีกเส้นทาง จาก เคอร์มันชาห์ Kermanshah จะวิ่งขึ้นเหนือ ไปตามเส้นทางสายราชมรรคาของเปอร์เซีย Persia Royal Road ผ่าน เมืองซานันดาจ Sanandaj, ทาบริซ Tabriz เข้าสู่ภูมิภาคคอเคซัส ผ่านเมืองสำคัญๆใน อาเซอร์ไบจาน ริมทะเลสาบแคสเปี้ยน เข้าสู่ อาร์เมเนีย จอร์เจีย จนถึง ทราบิซอนด์ Trabizon จากนั้นจึงเดินทางเลียบทะเลดำบนคาบสมุทรอนาโตเลีย (ตุรกี) ไปจนถึงไบแซนติอุม Byzantium และ เอฟฟิซุส Ephesus และลงเรือต่อจนถึง กรุงโรม Rome เปอร์เซียจึงคงความสำคัญอย่างยิ่งในฐานะผู่ส่งต่อสินค้า ศาสนา และอารยธรรมอันสำคัญยิ่งของโลกโบราณ