UResearch Consulting and Partnering: Full-services for marketing research

UResearch Consulting and Partnering: Full-services for marketing research ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก UResearch Consulting and Partnering: Full-services for marketing research, เอเจนซี่ทางการตลาด, Bhiraj at Sathorn, Sathorn Road, Bangkok.

Full Services for Marketing Research: Qualitative and Quantitative Research

Focus Group Rooms Rental Services

Fieldwork for both Qualitative and Quantitative Research

"ความถูกต้องและจริงใจ" หนึ่งในเทรนด์การตลาดใหม่ปี 2024เข้าสู่ปีมังกรทองได้สักพักแล้ว ใครกำลังมองหาเทรนด์การตลาดที่มีโอกา...
30/01/2024

"ความถูกต้องและจริงใจ" หนึ่งในเทรนด์การตลาดใหม่ปี 2024
เข้าสู่ปีมังกรทองได้สักพักแล้ว ใครกำลังมองหาเทรนด์การตลาดที่มีโอกาสในการต่อยอดธุรกิจในปีนี้ ลองทำตามเทรนด์ "ความถูกต้องและจริงใจ" เพื่อพิจารณาในการสร้างสรรค์โฆษณาหรือคอนเทนต์สำหรับปีนี้กัน!
จากการสังเกตุพฤติกรรมการเสพสื่อออนไลน์ในยุคปัจจุบัน พบว่าหนึ่งในคอนเทนต์ที่ทำให้ผู้บริโภคสนใจและเชื่อใจในตัวผลิตภัณฑ์รวมถึงแบรนด์ต่าง ๆ เกิดจากการแสดงโฆษณาหรือการรีวิวด้วย "ความถูกต้องและจริงใจ" โดยเฉพาะการรีวิวโดยผู้บริโภคด้วยกันผ่านสื่อโซเชียล ไม่ว่าจะเป็น Facebook, YouTube หรือ TikTok ล้วนมีผลที่ดีต่อการตัดสินใจในการซื้อสินค้าทั้งสิ้น
ทั้งนี้ จากการเก็บข้อมูลผู้บริโภคโดย SMB (https://smithbrothersmedia.com.au/get-smarter/content-marketing-authenticity-why-is-it-so-important/) พบว่า 90% ของ กลุ่ม Millennial (25-40ปี), 85% ของกลุ่ม GenX (40-55ปี) และ 80% ของกลุ่ม Baby Boomer (55-70ปี) ต้องการความถูกต้องและจริงใจของข้อมูลสินค้าและบริการที่โฆษณาผ่านสื่อต่าง ๆ โดย 30% ของกลุ่ม Millennial จะเลิกติดตามหรือปฎิเสธการใช้สินค้านั้นๆหากพบว่าสื่อนั้นๆไม่มีความถูกต้องและจริงใจ
เป็นผลให้การตลาด ผ่าน Online Influencer ที่เน้นความจริงใจ ให้ผลลัพธ์ในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์นั้น ๆ ได้เป็นอย่างดีและสร้างความจดจำให้กับกลุ่มลูกค้าได้ยาวนานขึ้นอีกด้วย
แอดมิน UResearch

6 อันดับเทรนด์การตลาด ปี 2023 (The Top Marketing Trends of 2023)📈เทรนด์การตลาดเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในทุกยุคสมัย ทำให...
17/03/2023

6 อันดับเทรนด์การตลาด ปี 2023 (The Top Marketing Trends of 2023)📈
เทรนด์การตลาดเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในทุกยุคสมัย ทำให้นักการตลาดต้องคอยติดตามเทรนด์และพัฒนาตัวเองตามความสนใจของตลาดเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำและมืออาชีพ จากการรวบรวมเทรนด์การตลาดโดย HubSpot พบว่าผู้คนยังคงให้ความสนใจเทรนด์จากอินฟลูเอนเซอร์ออนไลน์เหมือนปีก่อน ๆ แต่จะเน้นรูปแบบไปที่ VDO สั้นมากขึ้น
อัปเดต 6 อันดับ เทรนด์การตลาดปี 2023 📈
1. VDO สั้นบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ (Short-form VDO) เช่น TikTok reel, YouTube short และอื่นๆ
2. การตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer marketing)
3. กลยุทธ์การคุยโต้ตอบลูกค้าอย่างรวดเร็วผ่านโซเชียลมีเดีย (Branded social media DM tactics)
4. การเพิ่มคำค้นหาใน Google ด้วย SEO (Website SEO)
5. การสร้างแบรนด์ให้มีตัวตนเป็นบุคคล (Humanize their brands)
6. การใช้ประโยชน์จาก Data ในการวิเคราะห์ (Benefit from data)

ที่มาข้อมูล: https://blog.hubspot.com/marketing/hubspot-blog-marketing-industry-trends-report

22/01/2022

KEY MESSAGES: สำรวจความเห็นผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศ หมดโอมิครอนแล้วโควิดจบไหม จะเกิดอะไรต่อในปี 2022
ความคิดที่ว่าจะได้ทำอะไรๆ อย่างอิสระ เช่น จองทริปไปเที่ยวต่างประเทศ หรือถ่ายรูปเป็นหมู่คณะโดยไม่ลืมถอดหน้ากากออกก่อน อาจดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัวไปแล้วในตอนนี้ หลังจากที่ผู้คนทั่วโลกต้องอยู่กับโควิดมานานกว่า 2 ปี อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อเชื่อว่าสถานการณ์โควิดอาจจบลงได้ในปี 2022 แต่ขอขีดเส้นใต้คำว่า ‘อาจจะ’
ดร.ทอม ฟรีเดน ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ ในสมัยของประธานาธิบดีบารัก โอบามา กล่าวว่า “ผมคิดว่าถ้าเราทำถูกต้อง เราจะมีปี 2022 ที่โควิดไม่ครอบงำชีวิตเรามากนัก”
สถานการณ์การระบาดจะเป็นอย่างไรต่อไป คือคำถามที่ ดร.อิวอนน์ มัลโดนาโด นักระบาดวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อจาก Stanford Medicine และเหล่าผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ตลอดจนนักวิชาการและผู้นำด้านสาธารณสุขในท้องถิ่น ยังคงพยายามค้นหาคำตอบ
มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ในหมู่ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป นั่นคือ
“เราไม่รู้จริงๆ” มัลโดนาโดกล่าว
ที่ผ่านมาเรามีแบบจำลองโรคและบทเรียนจากการระบาดใหญ่ในอดีต แต่การอุบัติขึ้นของสายพันธุ์โอมิครอนทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะฟันธงว่าสิ่งที่บรรดานักวิทยาศาสตร์ทำนายหรือคาดเดากันมานั้นจะถูกต้องแน่นอน
“พวกเราไม่มีใครคาดคิดถึงโอมิครอนเลย” มัลโดนาโดกล่าว “อันที่จริงก็มีสิ่งบอกใบ้อยู่บ้าง แต่เราไม่ได้คาดว่ามันจะเกิดขึ้นในแบบที่เราเห็น”
ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์ระบุว่า มากกว่า 1 ใน 4 ของจำนวนผู้ป่วยโรคโควิดทั้งหมดในสหรัฐฯ เกิดขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่มีการระบาดของโอมิครอน
เมื่อวันพฤหัสบดี จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงอย่างน้อย 10% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้วใน 14 รัฐ แต่ 26 รัฐพบว่ามีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10% ตามข้อมูลของจอห์นส์ฮอปกินส์
ดูเหมือนว่าการระบาดของโอมิครอนจะถึงจุดสูงสุดแล้วในบางพื้นที่ในสหรัฐฯ ที่พบสายพันธุ์นี้ก่อนใคร เช่น บอสตัน และนิวยอร์ก แต่ใช่ว่าจะวางใจได้ เพราะสถานการณ์การระบาดยังไม่สามารถควบคุมได้ในส่วนอื่นๆ ของประเทศ เช่น ในเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย โรงพยาบาลต่างๆ มีบุคลากรไม่พอรองรับจำนวนผู้ป่วย เช่นเดียวกับในเมืองมินนิโซตา รัฐลุยเซียนา ที่จอห์น เบล เอ็ดเวิร์ดส์ ผู้ว่าการรัฐ กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคโควิดจำนวน ‘มหาศาล’ รวมถึงผู้ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและผู้เสียชีวิตนั้น มากที่สุดเท่าที่รัฐลุยเซียนาเคยเผชิญมา
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อต่างมีความหวังจากสิ่งที่เกิดขึ้นในแอฟริกาใต้
“แอฟริกาใต้เป็นเหมือนสัญญาณเตือนของเรา เพราะพวกเขาสามารถตรวจเจอโอมิครอนได้ก่อน” มัลโดนาโดกล่าว
นักวิทยาศาสตร์ชาวแอฟริกาใต้พบสายพันธุ์นี้เป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน โดยจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศพุ่งขึ้นและลดลงอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับในสหราชอาณาจักร และนั่นคือสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญคาดหวังว่าจะเกิดขึ้นกับประเทศอื่นๆ
ดร.จอห์น สวาร์ตซ์เบิร์ก ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อและวัคซีน และศาสตราจารย์คลินิกกิตติคุณ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ กล่าวว่า “ผมคาดหวังว่าในระยะสั้น ในอีก 6 สัปดาห์ อาจจะ 4-6 สัปดาห์ มันจะยังคงค่อนข้างรุนแรง จะเป็นช่วงประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนที่เราจะได้เห็นสถานการณ์เริ่มดีขึ้น”
สวาร์ตซ์เบิร์กเชื่อว่าเดือนมีนาคมถึงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อนจะเป็นเหมือนปีที่แล้ว คือ มีจำนวนผู้ป่วยลดลงอย่างต่อเนื่อง “เราจะสามารถทำสิ่งต่างๆ ในชีวิตได้มากขึ้น ผมคิดว่าเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายนสถานการณ์จะดีขึ้นจริงๆ ผมค่อนข้างมองในแง่ดี”
สาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้สวาร์ตซ์เบิร์กมีมุมมองบวกนั้นเป็นเพราะประชากรมีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นมาก ทั้งผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนและบูสเตอร์ และผู้ที่ติดเชื้อโควิดในระลอกโอมิครอน
อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันว่าโควิดจะไม่หายไปอย่างสิ้นเชิง
“ฉันเชื่อว่าไวรัสเวอร์ชันอื่นจะกลับมา” มัลโดนาโดกล่าว “นั่นคือสิ่งที่ทำให้ไม่แน่นอนว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป”
สายพันธุ์ใหม่อาจแพร่เชื้อได้เท่ากับหรือมากกว่าโอมิครอน อาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงมากกว่า หรือไม่แสดงอาการเลยก็ได้
“ไม่ชัดเจนเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป” ดร.จอร์จ รัทเทอร์ฟอร์ด นักระบาดวิทยาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก กล่าว เขากล่าวว่าไวรัสอาจค่อยๆ กลายพันธุ์ เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นกับสายพันธุ์อัลฟาและเบตา หรือมันอาจก้าวกระโดดแบบเดลตาและโอมิครอน “จะเกิดอะไรต่อไป? มันเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน”
ตัวอย่างเช่น ไวรัสไข้หวัดใหญ่ H1N1 เป็นไวรัสชนิดใหม่เมื่อเริ่มมีการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์เมื่อปี 1918 โดยทำให้ประชากรโลกติดเชื้อถึง 1 ใน 3 และคร่าชีวิตผู้คนไป 50 ล้านคน
การระบาดใหญ่สิ้นสุดลงในที่สุด แต่ไวรัสยังคงอยู่กับเราจนถึงทุกวันนี้
“นั่นคือบรรพบุรุษของไวรัส H1N1 ทั้งหมดที่เราเห็นทุกปี” มัลโดนาโดกล่าว “พวกมันมีการกลายพันธุ์หลายครั้งตั้งแต่นั้นมา แต่มันมาจากสายพันธุ์เดียวกัน ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่ไวรัสตัวนี้จะทำสิ่งที่คล้ายกัน”
สหรัฐฯ ยังคงมีผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่โดยเฉลี่ยประมาณ 35,000 คนต่อปี ตามรายงานของ CDC แต่ “เราดำเนินชีวิตของเราต่อไป” สวาร์ตซ์เบิร์กกล่าว “ผมไม่คิดว่ามันจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมแน่นอน”
มัลโดนาโดกล่าวว่า “นั่นเป็นการมองสถานการณ์ในแง่ดีที่สุด”
ผู้เชี่ยวชาญแนะว่า ทั่วโลกจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการปกป้องผู้ที่มีความเสี่ยงว่าจะป่วยรุนแรง ด้วยการมอบการเข้าถึงวัคซีน โมโนโคลนอลแอนติบอดี และยาต้านไวรัส
มัลโดนาโดกล่าวว่า บริษัทวัคซีนจำเป็นต้องผลิตวัคซีนเฉพาะสายพันธุ์ เพื่อให้ผู้คนสามารถฉีดวัคซีนโควิดได้ทุกปี ขณะที่สวาร์ตซ์เบิร์กกล่าวว่า “ยาและโมโนโคลนอลไม่มีประโยชน์ เว้นแต่คุณจะรู้ว่าคุณติดเชื้อโควิด”
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า กรณีที่แย่ที่สุดยังอาจเกิดขึ้นได้ หากไม่มียาต้านไวรัสหรือโมโนโคลนอลเพียงพอที่จะรักษาผู้ป่วย หรือหากผู้ผลิตวัคซีนไม่สามารถผลิตวัคซีนเฉพาะสายพันธุ์ได้เร็วพอ
ในกรณีที่แย่ที่สุดคือ ถ้าไวรัสสายพันธุ์หนึ่งสามารถหลบหนีการป้องกันของวัคซีนและการรักษา อย่างไรก็ดีมัลโดนาโดเชื่อว่า “ฉันคิดว่ามีโอกาสเกิดขึ้นน้อยกว่า”
ดร.แอนโทนี เฟาชี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติ กล่าวว่า เขาหวังว่าสถานการณ์นั้นจะไม่เกิดขึ้น “ผมไม่สามารถบอกคุณได้ว่ามีโอกาสมากแค่ไหนที่เหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้น แต่เราต้องเตรียมพร้อม
“ดังนั้นเราจึงคาดหวังถึงสิ่งที่ดีที่สุด และเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่เลวร้ายที่สุด”
ภาพ: Ying Tang / NurPhoto via Getty Images
อ้างอิง:
https://edition.cnn.com/2022/01/21/health/after-omicron-next-pandemic-steps/index.html
อ่านข่าวอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://thestandard.co/
#โควิด19 #โควิด19วันนี้

อีกหนึ่งบริการจาก UResearch ที่ผู้ใช้งานจริงต่างประทับใจ 👍UStudio ให้เช่าห้องประชุมสำหรับการทำ workshop การทำเทรนนิ่ง HR...
19/01/2022

อีกหนึ่งบริการจาก UResearch ที่ผู้ใช้งานจริงต่างประทับใจ 👍
UStudio ให้เช่าห้องประชุมสำหรับการทำ workshop การทำเทรนนิ่ง HR สัมมนาขนาดเล็ก การวิจัยโฟกัสกรุ้ป หรือการวิจัยเชิงทดลอง
✅พร้อมระบบ streaming ผ่าน Live สดบนแอพพลิเคชั่น หรือ Social Media
✅สามารถบันทึกการสัมมนาแบบสองภาษา
✅บรรยากาศไม่เหมือนตึกออฟฟิศทั่วไป
✅ที่จอดรถสะดวก
✅พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน
✅ มีการทำความสะอาดและฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อทุกวัน
พิกัดตึก Bhiraj at Sathorn ติดสถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์ทางออก 4
สนใจเยี่ยมชมสถานที่ติดต่อ
คุณหทัยรัตน์ (มิ้ง) 081482 2204
Email: [email protected]

Check list! Are you a "Discovery Generation" consumer? 🤔หากใครได้ติดตาม Meta for Business คงเคยได้ยินคำเรียกใหม่ว่า "Dis...
18/01/2022

Check list! Are you a "Discovery Generation" consumer? 🤔
หากใครได้ติดตาม Meta for Business คงเคยได้ยินคำเรียกใหม่ว่า "Discovery Generation" ที่เอาไว้ใช้เรียกกลุ่มนักช้อปประเภทล่าสุดที่เชื่อว่าจะขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ และจะถึงจุดพีคในปี 2025!
ดังนั้นมาเช็คตัวเองกันหน่อยว่าเป็นหนึ่งในผู้บริโภคดิจิตอลสายใหม่นี้หรือไม่?
Meta for Business ทำวิจัยเมื่อปีก่อนสรุปพฤติกรรมของ Discovery Generation ไว้ดังนี้ เตรียมจดเช็คลิสต์ได้เลย
✅ เข้าไปเลือกชมสินค้าบนเว็บไซต์หรือแอปช้อปปิ้งเรื่อย ๆ โดยที่ไม่รู้ว่าจะซื้ออะไร
✅ กลุ่มนักช้อปที่ดูสินค้าใหม่ ๆ ผ่านช่องทางออนไลน์แทนที่จะเป็นแคตตาล็อคตามนิตยสาร ทีวี หรือบิลบอร์ดต่าง ๆ
✅ เรียนรู้วิธีการใช้งานสินค้าใหม่ ๆ ผ่านสื่อโซเชียล
✅ เปิดใจใช้งานสินค้าแบรนด์ใหม่ ๆ แทนที่จะใช้แบรนด์เดิม
✅ ชอบลองซื้อจากร้านค้าใหม่ ๆ แทนที่จะยึดติดอยู่ที่ร้านเดียว
✅ เปรียบเทียบสินค้ามากขึ้น ประเมินจากหลาย ๆ ร้านก่อนซื้อ
หากคุณตรงกับเช็คลิสต์เหล่านี้ ยินดีด้วย พฤติกรรมการช้อปปิ้งของคุณตอนนี้ได้อยู่ในหมวดหมู่ Discovery Generation เป็นที่เรียบร้อย!
หากได้สังเกตรอบ ๆ ตัวจะพบว่าพฤติกรรมการช้อปปิ้งของทุกคนกำลังเข้าสู่ Discovery Generation กันทั้งนั้น แน่นอนว่าหากย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีก่อนยังไม่มีเทรนด์นี้เกิดขึ้นด้วยซ้ำ เรียกว่าเทรนด์ใหม่งอกขึ้นมาแทบทุกปีและคนที่อยู่รอดบนเส้นทางธุรกิจคือผู้ที่ปรับตัวให้ทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคอยู่เสมอ
ที่มาข้อมูล https://www.facebook.com/business/m/riding-the-digital-wave

📞หมดยุคโทรศัพท์มือถือ Blackberry ปิดซอฟต์แวร์และสัญญาณวันที่ 4 มกราคม! เป็นอีกหนึ่งข่าวช็อควงการธุรกิจ เมื่อโทรศัพท์มือถ...
04/01/2022

📞หมดยุคโทรศัพท์มือถือ Blackberry ปิดซอฟต์แวร์และสัญญาณวันที่ 4 มกราคม!
เป็นอีกหนึ่งข่าวช็อควงการธุรกิจ เมื่อโทรศัพท์มือถือ Blackberry ได้ประกาศปิดซอฟต์แวร์และสัญญาณในวันนี้ เชื่อว่าหลายคนต้องเคยอยู่ในยุคแลก pin เพื่อแชทกันอย่างแน่นอน
ครั้งหนึ่ง Blackberry เคยเป็นที่หนึ่งในวงการแชทโดยเฉพาะในปี 2009 ที่มีผู้ใช้งานกว่า 20% ทั่วโลก!
น่าคิดที่ว่าธุรกิจที่เคยบูมอย่างมากยังมีคราวที่ต้องปิดตัวลงเพราะไม่สามารถสู้กับเทคโนโลยีในปัจจุบันได้ การพัฒนาตัวเองและก้าวทันกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกคือจุดที่จะทำให้ธุรกิจอยู่รอดยาวนาน
อย่างไรก็ตามแม้ซอฟต์แวร์เก่าจะปิดตัวลงไป แต่ทาง CEO ของ Blackberry ก็ยังคงพัฒนาธุรกิจเกี่ยวกับซอฟต์แวร์อื่น ๆ ต่อไป
ที่มาข้อมูล https://www.businessinsider.com/
แอดมิน UResearch

💪 "10 ข้อที่ควรปรับเปลี่ยนในปีนี้เพื่อการตลาดและธุรกิจของคุณ" 1. โฟกัสที่ความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก (FOCUS ON THE U...
04/01/2022

💪 "10 ข้อที่ควรปรับเปลี่ยนในปีนี้เพื่อการตลาดและธุรกิจของคุณ"

1. โฟกัสที่ความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก
(FOCUS ON THE USER EXPERIENCE (UX))
การมุ่งเป้าไปที่ UX คือการที่เราจะเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคโดยแท้จริง ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น แม้แต่ Google เมื่อปีที่แล้วยังมีการสร้างเมทริกซ์ใหม่เพื่อเข้าใจผู้ใช้งานแต่ละคนว่าค้นหาอะไรบ้าง เพื่อเสนอข้อมูลให้ตรงความต้องการของผู้ใช้งานได้มากที่สุด
2. ลองเทรนด์และกลยุทธ์ใหม่ ๆ
(TRY NEW TRENDS AND STRATEGIES)
เชื่อว่าทุกคนน่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในปี 2021 ที่ผู้บริโภคหันมาใช้งานออนไลน์มากขึ้น การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาดตามความเปลี่ยนแปลงของกระแสสังคมจึงเป็นสิ่งสำคัญ
3. เกาะติดสถานการณ์ในโลกโซเชียล
(BE SOCIAL ON SOCIAL MEDIA)
การเท่าทันความเปลี่ยนแปลงบนโลกโซเชียลทำให้เราเข้าใจเทรนด์ของผู้บริโภค และสามารถต่อยอดเป็นผู้สร้างเทรนด์ใหม่ได้ พร้อมทั้งโอกาสในการทำการตลาดใหม่ ๆ
4. ลองเล่นการตลาดกับโลกดิจิตอลมากขึ้น
(TRY A VARIETY OF DIGITAL CONTENT)
ด้วยความที่ตอนนี้ผู้บริโภคต่างใช้งานออนไลน์มากขึ้น ทั้งยังมีแอปและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เป็นตัวกลางเชื่อมต่อกับโลกอินเทอร์เน็ต การวางแผนการตลาดให้อยู่ในรูปแบบออนไลน์ช่วยให้เข้าถึงผู้บริโภคได้มากกว่าเดิม
5. สร้างประโยชน์จากคอนเท้นต์ออนไลน์ให้มากขึ้น
(TAKE ADVANTAGE OF ONLINE CONTENT)
การสร้างคอนเท้นต์ออนไลน์คือหนึ่งในการตลาดออนไลน์ที่ดึงดูดผู้คนเข้ามายังผลิตภัณฑ์ของเราอย่างต่อเนื่องและใช้จ่ายน้อย นอกจากนี้การค้นหาแนวทางการสร้างคอนเท้นต์ที่ตรงตามความคาดหวังของผู้บริโภคยังช่วยเพิ่มฐานลูกค้าได้กว้างขึ้น
6.เตรียมแพลนรับมือฉุกเฉินกับความเปลี่ยนแปลงที่คาดเดาไม่ได้
(PREPARE A CONTINGENCY MARKETING PLAN)
จากโควิดที่เกิดขึ้นมาในปี 2019 เป็นตัวบ่งบอกว่าโลกของเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ธุรกิจออนไลน์มีบทบาทมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ใครที่มองเห็นช่องทางก่อน เตรียมตัวไว้พร้อมต่อความเปลี่ยนแปลงมากกว่าจะได้เปรียบในธุรกิจ
7. อย่าหยุดรังสรรค์สิ่งใหม่
(BE CREATIVE)
ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งสำคัญมากในวงการธุรกิจ มีไอเดียอะไรใหม่ ๆ ในปีนี้ลองสร้างขึ้นมาเผื่อจะเป็นโอกาสใหม่ให้กับธุรกิจของคุณ
8. เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ให้มากขึ้นในทุกวัน
(LEARN SOMETHING NEW)
ทุกคนสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ได้เสมอ การมี Open minded พร้อมรับความรู้ใหม่ ๆ เป็นตัวช่วยในการพัฒนาธุรกิจให้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกก้าว
9.หาที่ปรึกษาทำวิจัยทางการตลาดเพื่อค้นหาปรับปรุงการตลาดหรือสินค้าให้ดียิ่งขึ้น
(RESEARCH CONSULTING)
หากมีความสงสัยและไม่มั่นใจว่าควรพัฒนาจุดใดของธุรกิจ ยังมองไม่เห็นถึงปัญหา ลองหาที่ปรึกษาหรือทำการวิจัยทางการตลาดเพื่อค้นหา pain point และ needs ของผู้บริโภคเพื่อสร้างการตลาดที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ
10. อย่าลืมใช้ชีวิตให้มีความสุขอย่างเต็มที่ล่ะ
(ENJOY LIFE TO THE FULLEST)
สิ่งสำคัญของการทำธุรกิจใด ๆ คือความสุขและความสนุกในการทำ ที่สำคัญต้องเต็มที่ไปกับมันด้วย
เชื่อว่าในปี 2022 นี้ทุกคนจะมีแนวทางในธุรกิจและแพลนการตลาดพร้อมรับกับกระแสสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างมากในยุคนี้
แอดมิน UResearch

🙋การบรรเทาปัญหาความเครียดเรื้อรังจากโควิดในวัยทำงาน ยุคนี้ผู้คนเลือกวิธีผ่อนคลายความเครียดกันอย่างไร? การทำวิจัยการตลาดใ...
11/10/2021

🙋การบรรเทาปัญหาความเครียดเรื้อรังจากโควิดในวัยทำงาน ยุคนี้ผู้คนเลือกวิธีผ่อนคลายความเครียดกันอย่างไร?
การทำวิจัยการตลาดในช่วงนี้สิ่งแรกที่ต้องถามผู้คนที่มาให้สัมภาษณ์คือผลกระทบจากโควิด แน่นอนว่าทุกคนประสบกับปัญหาในระดับที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะคนวัยทำงานส่วนมากที่ต้องเผชิญกับความเครียดจากรายได้ที่ลดลง บางคนโชคดีไม่ได้รับผลกระทบในเรื่องงาน แต่ด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป กิจวัตรประจำวันที่จำเป็นต้องเปลี่ยน ทำให้เกิดความเครียดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จากการสัมภาษณ์ผู้คนวัยทำงานที่มองหาวิธีการผ่อนคลายความเครียดด้วยการเข้าสปา หรือ บริการนวดเพื่อผ่อนคลาย พบว่า ความเครียดสะสมสามารถลดลงได้จากการได้รับการปรนนิบัติร่างกายภายนอก และการได้รับบริการที่ดี ในทางกลับกันกลุ่มคนที่สนใจในเรื่องของเวชศาสตร์บำบัด กลับมองว่าการปรนนิบัติร่างกายภายนอกไม่สามารถช่วยได้ เป็นเรื่องของการเพิ่มความมั่นใจและสร้างบุคลิกภาพที่ดีมากกว่าจะลดความเครียด วิธีที่คนกลุ่มนี้ใช้เพื่อลดความเครียดคือการตรวจร่างกายหาสิ่งที่ร่างกายขาด และชดเชยด้วยการไดร์ฟวิตามินควบคู่กับการเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ส่วนใหญ่รู้สึกร่างกายสดชื่นขึ้นหลังได้รับวิตามินและส่งผลต่อจิตใจที่ดีขึ้นตามไปด้วย
ไม่ว่าความเชื่อหรือวิธีที่ใช้ในการผ่อนคลายความเครียดจะแตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้คือความรู้สึกที่ว่า “ร่างกายและจิตใจมีความสัมพันธ์กัน” เมื่อสุขภาพกายดีสุขภาพจิตจะดีขึ้นด้วย เช่นเดียวกันเมื่อสุขภาพจิตดีสุขภาพกายก็จะดีขึ้นด้วยนั่นเอง
ทุกคนมีวิธีการผ่อนคลายความเครียดในยุคโควิดกันอย่างไรบ้าง มาแบ่งปันกันหน่อยค่ะ? 😊
แอดมิน UResearch

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาบริษัทหลายแห่งเริ่มมีการเก็บข้อมูลเพื่อทำนายว่า New Normal จะเกิดขึ้นอะไรบ้างหลังจาก COVID-19 ผม...
08/05/2020

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาบริษัทหลายแห่งเริ่มมีการเก็บข้อมูลเพื่อทำนายว่า New Normal จะเกิดขึ้นอะไรบ้างหลังจาก COVID-19 ผมได้รวบรวมข้อมูลจากผู้บริโภคที่ได้มีการสัมภาษณ์จากวิจัยที่ได้ดำเนินการอยู่ และสังเกตปรากฏการณ์บางอย่างในท้องตลาดเลยอยากเสนอ Insight และสรุป 6 เทรนด์หลักที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังจาก COVID-19 ที่น่าจะช่วยให้ทุกท่านได้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมลูกค้า และธุรกิจในอนาคต

เทรนด์ของการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัล (Digital Transformation) ตัวอย่างที่เห็นชัดคือธุรกิจร้านอาหาร หลายร้านที่ผมทานประจำตามห้างสรรพสินค้าไม่เคยเปิดทำ Delivery มาก่อน และไม่ได้มีการเตรียมพร้อมสำหรับการย้าย Platform มาสู่การทำ Delivery จริงจัง สถานการณ์ที่บีบบังคับให้ทุกคนต้องมาเล่นบริการ Delivery ทำให้ร้านอาหารปรับตัวไม่ทันเพราะยังไม่ได้มีความพร้อมทั้งคนในองค์กร และความเข้าใจที่มีต่อลูกค้าในหมวด Delivery ดังนั้นบริษัทต่างๆ จะเน้นการพัฒนาด้าน IT ที่ช่วยสนับสนุนให้เกิดการทำธุรกิจด้านออนไลน์แบบเต็มรูปแบบ เพื่อให้เกิดการใช้บริการด้านออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เทรนด์การลดความเสี่ยง (Risk Averse) ในภาคธุรกิจการลงทุนการตลาดจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด จะเห็นได้ว่าหลายภาคธุรกิจชะลอการออออกสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จะลดลงให้เหลือเฉพาะสินค้าหรือบริการใหม่ๆ ที่มีคุณภาพและมีแนวโน้มสร้างรายได้ให้กับองค์กร รวมไปถึงลูกค้าเองยังไม่แน่ใจกับการจับจ่ายใช้สอยในช่วงที่สถานการณ์ยังไม่แน่นอน ทำให้การศึกษาเพื่อทำความเข้าใจโอกาสทางด้านการเงิน หรือพฤติกรรม และทัศนคติของลูกค้าที่มีต่อสินค้าหรือบริการจะกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เจ้าของธุรกิจมั่นใจว่าเงินที่ลงทุนไปจะได้รับผลตอบแทนได้อย่างแน่นอน

เทรนด์การลดขนาดองค์กร (Resizing) ค่าใช้จ่ายอันหนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นรายจ่ายมหาศาลขององค์กรคือเงินเดือนของพนักงาน หลังจากจบสถานการณ์ COVID-19 ผู้บริหารจะเริ่มประเมินว่าศักยภาพพนักงานแต่ละคนที่ส่งผลต่อการสร้างรายได้ให้กับองค์กร อย่าลืมว่ารายได้ของหลายธุรกิจต้องลดลงทั้งร้านอาหาร ธุรกิจสายการบิน การธนาคาร การท่องเที่ยว หรือการศึกษา ซึ่งในช่วง COVID-19 หลายบริษัทได้ลดเงินเดือนพนักงานไปเรียบร้อย หากต้องการให้บริษัทอยู่รอดการ Lean องค์กรจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

เทรนด์ไทยช่วยไทย (Thai Help Thai) จากสภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองทั่วโลก ประชาชนระดับรากหญ้าตกงานจำนวนมาก ทำให้นายกรัฐมนตรีได้ติดต่อไปยังเศรษฐีในประเทศเพื่อช่วยให้ประคองธุรกิจในประเทศให้อยู่รอดได้ รวมถึงในตลาดออนไลน์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ เริ่มมีการจับจ่ายซื้อสินค้าเกษตรกับเกษตรกรโดยตรงผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ในอนาคตผมเชื่อว่าอาจมีมาตรการส่งเสริมทั้งจากภาครัฐ และเอกชนเพื่อให้เศรษฐกิจในประเทศหมุนเวียนมากขึ้น

เทรนด์กิจกรรมภายในบ้าน (Home Activities) จากการที่คนไทยส่วนใหญ่ออกไปทานข้าวนอกบ้านไม่ได้ ทำให้หลายคนค่อนข้างอึดอัดและพยายามหากิจกรรมต่างๆ ที่ได้เจอคนรู้จัก อย่าลืมนะครับว่าว่าคนไทยเป็นคนรักสนุก ชอบสังสรรค์ แม้ว่าหลายคนจะมีการ Drink from home ผ่าน VDO Call ต่างๆ แต่ยังไม่จุใจเท่ากับการเจอหน้า เช่นเดียวกับกิจกรรมต่างๆ ในครอบครัวที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผมเชื่อว่าการทำกิจกรรมต่างๆ ภายในบ้านกับเพื่อนหรือญาติๆ จะมีมากขึ้น ทำให้ธุรกิจที่เอื้อให้คนในครอบครัวสามารถทำกิจกรรมร่วมกัน (เช่น หม้อทอดไร้น้ำมันที่ตอนนี้ขาดตลาดเป็นที่เรียบร้อย) Content บน Youtube แบบ DIY (เช่น การเรียนรู้ทำกับข้าว การเรียนรู้ภาษาจีนจากเพลงบน Youtube) หรือของใช้ภายในบ้าน (เช่น การซื้อตู้เย็นใหม่รองรับของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ซื้อตุนมากขึ้น)

เทรนด์ของสุขภาพแบบครบวงจร (360 Health) ลักษณะการดูแลสุขภาพจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ทั้งการปกป้อง(Protective) เสริมสร้าง (Strength) และดูแลอนามัย (Hygiene) จะสอดแทรกเข้ามาในการพิจารณาสินค้า หรือบริการในทุกหมวดผลิตภัณฑ์ และบริการมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การพิจารณาเลือกโรงเรียนพิเศษให้ลูกพ่อแม่ก็จะเริ่มดูเรื่องระยะห่างการดูแลทำความสะอาด หรือ การพิจารณาน้ำยาทำความสะอาดบ้านจะพิถีพิถันกับส่วนผสมที่สามารถฆ่าเชื้อโรคหรือไวรัสได้มากขึ้น ทั้งนี้การเลือกสินค้าจะทำควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพที่ Active มากขึ้นทั้งการออกกำลังกายหรือการทานอาหารเสริมที่ช่วยดูแลสุขภาพ

ในอีก 1-2 ปีนับจากนี้คงมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจที่รุนแรง และมีแนวโน้มไปทางลบค่อนข้างแน่นอน คำถามคือว่าแล้วเราจะอยู่รอดต่อได้อย่างไร สิ่งที่ผมอยากจะทิ้งท้ายไว้คือว่ามองเห็นโอกาสในวิกฤติให้ได้ คำนี้ดูจะเป็นคำ Classic ในช่วงเกิดเหตุการณ์ต่างๆ แต่ลองดูครับมองโลกในทางบวกและต่อยอดกับสิ่งกำลังเปลี่ยนแปลงให้ดีที่สุด แล้วทุกท่านจะพบกับทางออกของปัญหาได้แน่นอนครับ

ดร.วสุพล ตรีโสภากุล
นักพฤติกรรมศาสตร์ และนักวิจัยการตลาด
บริษัท ยูรีเสิร์ช คอนซัลติ้ง แอนด์ พาร์ทเนอร์ริ่ง

ตอนนี้ทางเราได้เปิดรับให้เช่าห้องทำ CLT เพื่อทำการสำรวจวิจัยการตลาดด้วยนะคะใครสนใจติดต่อมาได้เลยค่า
13/01/2020

ตอนนี้ทางเราได้เปิดรับให้เช่าห้องทำ CLT เพื่อทำการสำรวจวิจัยการตลาดด้วยนะคะ

ใครสนใจติดต่อมาได้เลยค่า

ที่อยู่

Bhiraj At Sathorn, Sathorn Road
Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66818130314

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ UResearch Consulting and Partnering: Full-services for marketing researchผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์