DNM Platform สร้างรายได้ยุค Digital

DNM Platform สร้างรายได้ยุค Digital สอนการทำตลาดออนไลน์ Digital Marketing
สามารถสร้างรายได้ด้วยการเป็นเจ้าของ Platform

การ ตลาดออนไลน์ คืออะไรมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร     ตลาดออนไลน์ คือ การทำการตลาดผ่านระบบอินเตอร์เน็ต สามารถเข้าถึงกลุ่มล...
18/12/2019

การ ตลาดออนไลน์ คืออะไรมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร

ตลาดออนไลน์ คือ การทำการตลาดผ่านระบบอินเตอร์เน็ต สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้รวดเร็วและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ทั่วโลก หรือเฉพาะเจาะจงตามความต้องการของลูกค้า แถมการตลาดออนไลน์ ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ในเรื่องพนักงานขาย การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ในรูปแบบสื่อ และยัง ทำให้ปริมาณการซื้อ-ขายเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ผู้ขายจะต้องศึกษาเรื่องของสินค้าและกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน เพื่อให้การใช้สื่อประเภทมีประสิทธิภาพ


เทคนิคที่ช่วยในการทำการตลาดออนไลน์ให้ดียิ่งขึ้น

– มี keyword ของสินค้าที่กระสับและน่าสนใจ เช่น การตั้งชื่อสินค้าที่แปลกกว่าร้านอื่น เป็นต้น
– ควรมีรูปภาพของสินค้าประกอบด้วย เพื่อเรียกความสนใจและน่าดึงดูดของสินค้า
– ควรเพิ่มวีดิโอและอธิบายสรรพคุณของสินค้านั้นให้ละเอียด
– มีการโฆษณา หรือ รีวิวสินค้าด้วยบุคคลที่เป็นที่รู้จักในโลกอินเตอร์เน็ต

ข้อดีของการทำการตลาดออนไลน์

– ได้รับความสนใจจากผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก
– ราคาของการตลาดออนไลน์มีต้นทุนต่ำกว่าการตลาด การโฆษณาและประชาสัมพันธ์แบบอื่น
– การตลาดออนไลน์ช่วยให้เจ้าของกิจการประหยัดงบ และค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานขาย
– การตลาดออนไลน์สามารถทำงานได้ 24 ชั่วโมง สามารถปรับเปลี่ยนโปรโมชั่นใหม่ๆได้ตลอดเวลาไม่ต้องรอ

ข้อเสียของตลาดออนไลน์

– การตลาดออนไลน์มีต้นทุนต่ำ ทำให้เกิดการแข่งขันกันสูงขึ้น
– การที่จะทำให้กิจการเป็นที่รู้จักต้องมี connection มากในการโฆษณาให้คนรู้จัก ถ้าไม่มีก็ยากที่จะทำให้ร้านดังได้
– การที่จะทำให้ร้านได้รับความน่าเชื่อถือจากผู้บริโภค ต้องอาศัยเวลา รวมถึงรีวิวจากลูกค้าที่เป็นส่วนสำคัญ เพราะการขายสินค้าในอินเตอร์เน็ต ลูกค้าไม่เห็นสินค้าจริงๆ

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.0661145054
หรือกดที่ลิงค์นี้
https://lin.ee/vNHwRmk

Cr.Wynysoft

5 ขั้นตอนการเริ่มต้น ทำการตลาดออนไลน์   การตลาดออนไลน์ คือ การทำตลาดผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อทำให้สินค้าและบริการเป็นที่รู้จ...
18/12/2019

5 ขั้นตอนการเริ่มต้น ทำการตลาดออนไลน์
การตลาดออนไลน์ คือ การทำตลาดผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อทำให้สินค้าและบริการเป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น โดยผ่านสื่อต่างๆ เช่น Website, Social Media (Facebook, Instagram, Line, twitter) โดยการทำโฆษณาเพื่อเผยแพร่สินค้าและบริการให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้รับรู้และเกิดความสนใจ จนกระทั่งเกิดการซื้อสินค้าและบริการในที่สุด

5 ขั้นตอนการเริ่มต้น ทำการตลาดออนไลน์

1.เริ่มต้นที่ Social Media คือ เครือข่ายผู้บริโภคขนาดใหญ่ สถานที่ที่สามารถสร้างการรับรู้ และเป็นการ PR เป็นอย่างดี อย่าลืมการเขียนบทความใน Blog นั้นมีคุณค่ากับธุรกิจเป็นอย่างยิ่ง เช่น การสร้างการรับรู้, ความน่าเชื่อถือและ ความเป็นผู้นำในกลุ่มธุรกิจ

2.สร้างความสำพันธ์ ผ่านช่องทางสื่อ สื่อออนไลน์เป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มจำนวนการเข้าถึงของคนเข้าชมใหม่ๆ ถ้าที่ปรึกษาหรือทีมงาน ไม่ได้สร้างสายสำพันธ์กับนักเขียนหรือ Bloggers ไว้เลย มันคงน่าเสียดายมาก เพราะผู้เข้าชมส่วนใหญ่จะอยากติดต่อและพูดคุย สอบถามกับธุรกิจนั้นๆที่เขาสนใจ

3.E-Mail Marketing ยังสื่อสารถึงคนอ่านอยู่เสมอ วิธีทำการตลาด E-Mail Marketing ยังคงใช้ได้ผลอยู่เสมอ เป็นหนทางที่จะส่งเนื้อหาไปถึงผู้อ่านได้โดยตรง เพื่อเปลี่ยนให้เป็นลูกค้าที่จะซื้อของจากท่าน และยิ่งท่านมีฐานสมาชิก E-Mail List มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งประสบความสำเร็จในการเข้าถึงมากขึ้นเท่านั้น

4.การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติ (Analytics) สร้างจำนวนคนเข้าชมได้มากมายผ่านเครื่องมือสถิติ เช่น Google Analytics เป็นต้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ท่านไม่ควรทิ้งมัน หากแต่จะช่วยทำให้โฟกัสการทำงานได้มากยิ่งขึ้นในสื่อนั้นๆ

5.ปรับแต่งเว็บไซต์ SEO เช็คให้แน่ใจว่า Keywords บทเว็บไซต์ของท่าน เป็นสิ่งที่คนอ่านกำลังค้นหาอยู่จริงๆ ด้วยเครื่องมือวางแผนคำหลัก ของ Google ใน Adwords หากธุรกิจของท่านมีคำค้นหา (keywords) ที่หลากหลาย โปรดอย่ามองข้ามคำค้นหาที่เป็นภาษาพูด เพราะคำเหล่านี้ผู้อ่านมักจะใช้พิมพ์คําค้นหาใน Google ท่านสามารถใส่คำภาษาพูดที่เข้าใจง่ายในหน้า Blog ได้

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.0661145054
หรือกดที่ลิงค์นี้
https://lin.ee/vNHwRmk

Cr.Wynynsoft
ที่มา : warrior

10 กลยุทธ์การตลาดออนไลน์คำว่า ออนไลน์ เข้ามามีบทบาทในสังคมเพิ่มมากขึ้น มองไปทางไหนก็เจอแต่ออนไลน์ หลายสิ่งส่งผลกระทบให้พ...
18/12/2019

10 กลยุทธ์การตลาดออนไลน์

คำว่า ออนไลน์ เข้ามามีบทบาทในสังคมเพิ่มมากขึ้น มองไปทางไหนก็เจอแต่ออนไลน์ หลายสิ่งส่งผลกระทบให้พฤติกรรมของมนุษย์ในสังคมเราเปลี่ยนแปลงไปตามลักษณะการใช้ชีวิตและวิธีการ ความสะดวกสบายทำให้การซื้อขายสินค้าออนไลน์มีบทบาทเพิ่มขึ้น ใครก็ต่างทำธุรกิจผ่านทางออนไลน์กันทั้งนั้น โจทย์อาจตกอยู่ที่นักการตลาดที่จะทำให้สินค้าหรือแบรนด์ติดตลาดและประสบความสำเร็จ

การตลาดออนไลน์จึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้น มีบทบาทในการทำธุรกิจมากขึ้น พฤติกรรมของคนไทยใช้การสื่อสารออนไลน์เป็นหลักอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างความต้องการในการซื้อของในปัจจุบันก็ไม่เปิดสมุดหน้าเหลืองกันแล้ว แต่ค้นหาสินค้าผ่านเสิร์ชเอ็นจินอย่างกูเกิ้ลแทน เพราะมีความสะดวก รวดเร็ว สามารถค้นหาได้อย่างทันใจ ดังนั้นนักการตลาดจึงต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปด้วยตามกลุ่มเป้าหมาย อีกทั้งการแข่งขันก็มีเพิ่มมากขึ้นและแตกต่างจากสมัยก่อนอย่างเห็นได้ชัด

1.ทุกอย่างจะมุ่งเข้าสู่โซเชียลเน็ตเวิร์ก
คนไทยมากกว่า 13 ล้านคน นิยมใช้ Facebook และคิดเป็น 20% ของประชากรทั้งประเทศ เช่นกันกับการใช้งานอื่นๆ ที่คนไทยนิยมเช่นกันนั่นก็คือการเปิด Facebook ดูคลิปผ่าน Youtube เหล่านี้ทำให้เห็นว่าพฤติกรรมของคนไทยกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ Social Network อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น และก็จะกลายเป็น โครงสร้างพื้นฐานในการสื่อสาร (Infrastructure) ของคนไทย เหมือนกับโทรศัพท์ ทีวี หนังสือพิมพ์

2.การปรับแต่งโซเชียลมีเดียเป็นสิ่งจำเป็น
เมื่อโซเชียลเน็ตเวิร์กกลายเป็นช่องทางที่เชื่อมโยงให้ผู้ประกอบการและลูกค้าสื่อสารกัน การปรับแต่งโซเชียลเน็ตเวิร์กให้มีประสิทธิภาพสูงสุดจึงเป็นสิ่งจำเป็น ดังนั้นการวางแผนให้เกิดการแชร์และกระจายข้อมูลออกไป ให้ผู้ใช้งานได้มีส่วนร่วมมากขึ้น เช่น ปุ่มแชร์ ปุ่ม Likes และการสร้างลิงก์ให้กลับมาหาเราให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดเป็นการกระจายข้อมูลออกไปให้กว้างและเกิดประสิทธิภาพเข้าถึงผู้คนมากที่สุด

3.ผู้มีอิทธิพลในโลกออนไลน์จะมีบทบาทในการสร้างกระแส
เมื่อมีคนสื่อสารกันในโลกออนไลน์มากขึ้น ผู้ที่มีอิทธิพลในโลกออนไลน์จะเป็นผู้ที่มีคนติดตามมากๆ และมีอิทธิพลทางความคิดกับผู้อื่นๆ ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะมีบทบาทในการสร้างกระแส และสร้างความคล้อยตามต่อผู้อื่นได้ง่าย เพราะการพูดและสื่อสารออกมาของคนที่มีอิทธิพล (Influencer) เหล่านี้ก็จะไปสร้างและโน้มน้าวให้คนอื่นๆ ที่ติดตามเค้าอยู่นั้นเกิดความคล้อยตามในทิศทางเดียวกัน

4.Location มีบทบาทในการทำการตลาดมากขึ้น
เมื่ออุปกรณ์สามารถระบุตำแหน่งของผู้ใช้งานได้ อาทิ มือถือ แท็ปเล็ต กล้องถ่ายรูป หรือแอปพลิเคชั่นที่สามารถนำตำแหน่งของผู้ใช้งานมาประยุกต์ใช้กับการตลาดได้ ตัวอย่างเช่น Foursquare, Google Map, Facebook Place ทำให้การสื่อสารหาลูกค้าได้อย่างแม่นยำ เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ซึ่งเหล่านี้อาจตรวจสอบจากปริมาณการเช็กอินของลูกค้าผ่านโปรแกรมต่างๆ

5.โลกออนไลน์เชื่อมต่อกับโลกออฟไลน์
ตลาดออนไลน์เริ่มเข้ามามีบทบาทเพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจหน้าร้าน(โลกออฟไลน์)ได้มากขึ้น เช่น การค้นหาข้อมูลร้านอาหาร ส่วนลด ผ่านดีลทางออนไลน์ หรือการรับข้อมูล ณ จุดขาย โดยการส่อง QR Code เพื่อรับรายละเอียดเพิ่มเติม ดังนั้นการเชื่อมโยงข้อมูลจากโลกออนไลน์เพื่อไปกระตุ้นโลกออฟไลน์กำลังจะเติบโตเพิ่มขึ้น และเช่นกันมีบางธุรกิจที่สามารถเพิ่มยอดขายและจำนวนลูกค้าได้อย่างมหาศาล

6.มีหลากหลายอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและแอปพลิเคชั่น
อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในปัจจุบันนั้นมีมากมายและหลากหลาย มีความสามารถเพิ่มขึ้นจากอดีตอย่างมาก เช่น มือถือ, ทีวี, รถยนต์ อีกทั้งคนไทยมีการใช้แอปพลิเคชั่นเพิ่มขึ้น และมีช่องทางในการติดต่อสื่อสารกับเหล่าลูกค้าได้มากขึ้น ดังนั้น นักการตลาดจึงสามารถที่จะติดต่อกับลูกค้าผ่านช่องทางใหม่ๆ ได้เพิ่มขึ้นนอกจากหน้าคอมพิวเตอร์ เช่น Line Facebook Instagram

7.เทคโนโลยีฉลาดและมีความอัตโนมัติมากขึ้น
เรากำลังอยู่ในยุคของข้อมูลอย่างแท้จริง การเคลื่อนที่ในแต่ละครั้งของเรานั้นเกิดเป็นข้อมูลขึ้นตลอดเวลา เช่น ข้อมูลตำแหน่งพิกัดตัวคุณ ข้อมูลสภาพอากาศ หรือข้อมูลอื่นๆ ที่อยู่รอบตัวเรา ซึ่งข้อมูลแต่ละอย่างจะสามารถนำมาเชื่อมโยงและสร้างให้เกิดข้อมูลรูปแบบใหม่ที่เหมาะสม นักการตลาดเริ่มจะเห็นความสำคัญของข้อมูลเหล่านี้และนำมาประกอบกันเพื่อสร้างกลยุทธ์การตลาดรูปแบบใหม่ๆ ที่สามารถตอบสนองกับคนในพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ

8.เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายด้วยการวิเคราะห์พฤติกรรมกลุ่มลูกค้าออนไลน์
เพราะข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้งานเว็บไซต์นั้นสามารถตรวจสอบและวิเคราะห์ได้ เพื่อให้เราเข้าถึงและเข้าใจกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น โดยมีเครื่องมือต่างๆ ช่วย เช่น Google Analytics, Truehits.net, ZocialRank.com ซึ่งเป็นข้อมูลที่นักการตลาดควรให้ความสำคัญ

9.การค้าบนโลกออนไลน์จะขายได้อย่างรวดเร็ว
การค้าขายบนโลกออนไลน์นั้นมีมายาวนานแล้ว แต่เพิ่งมานิยมมากขึ้นในปีนี้เพราะเริ่มมีบริษัทให้ความสนใจ และขยายช่องทางการขายออกไปยังยังโลกออนไลน์ เช่น เปิดสาขาออนไลน์ ประกอบกับระบบชำระเงินออนไลน์และระบบขนส่งที่พัฒนาควบคู่ไปกับการซื้อขายทางออนไลน์เช่นกัน ทำให้การขายสินค้าออนไลน์เป็นสิ่งหนึ่งที่แบรนด์และธุรกิจต่างๆ ให้ความสำคัญและขยายกลุ่มเป้าหมายออกไปทั่วโลก

10.ทุกอย่างจะหลอมรวมเข้าด้วยกัน
เทคโนโลยีและสื่อถูกพัฒนาและหล่อหลอมรวมตัวกันให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เนื่องจากการใช้วิธีการใดวิธีการหนึ่งอาจทำให้ไม่เกิดประสิทธิภาพเท่าที่ควรนัก เพื่อทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในการทำการตลาดยุคใหม่ บางคนอาจจะเรียกวิธีนี้ว่า IMC (Integrated Marketing Communication) เป็นการใช้สื่อดั่งเดิมเข้าผสมผสานกับสื่อออนไลน์รูปแบบใหม่ เพื่อสร้างกลยุทธ์รูปแบบใหม่ที่จะเข้าถึงลุกค้าได้ในทุกๆ สื่อและช่องทางที่ลูกค้าอยู่ เช่น กลยุทธ์การตลาดผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ ทีวี วิทยุ แอปพลิเคชั่น ซึ่งเหล่านี้เป็นการทำการตลาดโดยอาศัยพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายเป็นสำคัญ

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.0661145054
หรือกดที่ลิงค์นี้
https://lin.ee/vNHwRmk

ที่มา : bangkokbiznews
Cr.Wynynsoft

การตลาดออนไลน์ – เรียนรู้ทุกช่องทาง Online Marketingการตลาดออนไลน์ ในยุคปัจจุบันเป็นเรื่องที่ธุรกิจต่างๆ คงจะมองข้ามไปไม...
18/12/2019

การตลาดออนไลน์ – เรียนรู้ทุกช่องทาง Online Marketing

การตลาดออนไลน์ ในยุคปัจจุบันเป็นเรื่องที่ธุรกิจต่างๆ คงจะมองข้ามไปไม่ได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นธุรกิจขนาดกลางไปจนถึงใหญ่ ที่มีการดำเนินธุรกิจอยู่แล้ว
หรือเป็นคนๆหนึ่งที่คิดอยากจะเริ่มต้นทำธุรกิจ ก็ต้องมาศึกษาและเรียนรู้การทำการตลาดออนไลน์ในที่สุดค่ะ

ทำไมต้องเรียนรู้ช่องทาง การตลาดออนไลน์ ให้เป็นระบบ?
จากการที่ขวัญมีประสบการณ์สอนการทำการตลาดออนไลน์ให้กับบริษัทเอกชนและธุรกิจมาหลายปี ปัญหาแรกที่เจอปัญหาหนึ่งคือ คนส่วนใหญ่จะไม่สามารถมอง
การตลาดออนไลน์ อย่างเป็นระบบได้ คือจะเข้าใจว่า การทำ การตลาดออนไลน์ คือแค่เปิดเพจ Facebook แล้วโพสต์ขายของ



จริงๆแล้ว นั่นคือช่องทางแค่ช่องทางเดียวในการทำการตลาดออนไลน์ให้เป็นระบบค่ะ ยังมีอีกหลายช่องทางมากๆให้เรียนรู้ ไม่ได้หมายความว่าการที่เราทำการตลาดช่องทางเดียวแล้ว
จะไม่ประสบความสำเร็จนะคะ บางธุรกิจ ขายของออนไลน์ ผ่าน Facebook Fanpage อย่างเดียว หรือขายเฉพาะใน Instagram อย่างเดียว
ก็ประสบความสำเร็จ มียอดขายที่ดี มีกำไรที่น่าพอใจได้



แต่หากเราเรียนรู้ช่องทาง การตลาดออนไลน์ อย่างเป็นระบบ ในทุกช่องทางแล้ว ก็จะทำให้ธุรกิจของเราดียิ่งขึ้นไปอีก ขวัญเจอเจ้าของกิจการหลายธุรกิจที่มองว่าการทำ
การตลาดออนไลน์ ผ่าน Facebook อย่างดีก็พอ โดยไม่ได้วิเคราะห์ถึงธุรกิจของตัวเองเลยว่าเหมาะกับช่องทางไหน มันมีบางธุรกิจที่เหมาะกับกับช่องทางอื่นมากกว่าและ
สามารถไปเติบโตได้ที่อื่นนอกเหนือจาก Facebook นะคะ


- ควรรู้จักช่องทางไหนบ้าง
- แต่ละช่องทางคืออะไร
- มีข้อดีและจุดอ่อนอย่างไร
- จะเลือกอย่างไรให้เข้ากับธุรกิจของตนเอง
- สิ่งที่ต้องเตรียมและทักษะที่ต้องมี ในการเลือกจะทำการตลาดผ่านช่องทางนั้นๆ


แต่ก่อนจะเข้าสู่ช่องทางการตลาดออนไลน์และการวางกลยุทธ์การตลาด อยากให้ลองอ่านบทความนี้ก่อนค่ะ “4 หัวใจสำคัญ ขายของออนไลน์ ให้ปังในโลกยุคออนไลน์”
เป็นบทความที่ขวัญเขียนถึงพื้นฐานของการเริ่มต้นทำการตลาดออนไลน์เอาไว้ ก่อนเราจะวางกลยุทธ์การตลาดในแต่ละช่องทาง พื้นฐานธุรกิจและการสร้างแบรนด์ของเราต้องดีก่อน
บทความนี้จะรวม Checklist องค์ประกอบสำคัญในการทำ การตลาดออนไลน์ เอาไว้

ออนไลน์ ผ่านสื่อสังคม Social Media ต่างๆ เช่น

- Facebook
- Instagram
- Twitter
- Pinterest
การทำการตลาดผ่านช่องทางนี้มีข้อดีคือ ใช้ทุนในการเริ่มต้นน้อยและไม่ต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญมากเท่าช่องทางอื่นๆ ใครอยากเริ่มต้นทำ
การตลาดออนไลน์ / ขายของออนไลน์ ในยุคนี้ ก็จะเริ่มต้นด้วยการเปิดบัญชี Facebook Fanpage หรือ Instagram ก่อน จริงมั้ยคะ


ธุรกิจส่วนใหญ่แล้วควรมีช่องทาง Social Media ในการทำการตลาดนะคะ แต่อาจต้องวิเคราะห์ธุรกิจเพิ่มว่า เราจะใช้กลยุทธ์ Social Media อย่างไร

ธุรกิจบางธุรกิจอาจไม่ได้ใช้ Social Media ในการปิดการขาย แต่อาจมีเพื่อสร้าง Brand Awareness ยิงโฆษณาเพื่อให้คนมารู้จักสินค้าและแบรนด์ของเรา
หรือยิงโฆษณา Facebook เพื่อนำลูกค้าไปปิดที่ Website หรือ Line@ เป็นต้น

ทักษะที่ควรมี :

- การวางแผนการทำ Content Marketing ผ่าน Social Media ในแฟลตฟอร์มต่างๆ
- การทำรูปกราฟฟิกให้สวยดึงดูดใจ
- การเขียนที่ดี รวมทั้งหมด ทั้งการเลือกเขียนหัวข้อ, เนื้อหา
- การยิงโฆษณาในแต่ละช่องทาง เช่น Facebook Ads, Twitter Ads (ดูความซับซ้อนของการยิงโฆษณา Facebook แบบกำหนดรายละเอียดของกลุ่มเป้าหมายเอง – Facebook Detailed Target Ads ที่บทความนี้ “32 INFOGRAPHIC เจาะลึก กลุ่มเป้าหมายโฆษณา Facebook Ads”)


2. Google Marketing / SEM : Google Ads
ช่องทางการทำการตลาดต่อมาที่คุณควรรู้จักและไม่ควรมองข้ามคือ การทำการตลาดผ่านช่องทาง Google หรือจะเรียกว่าการทำการตลาดแบบ SEM
(Search Engine Marketing) คือ การทำให้เว็บไซต์หรือ Facebook Fanpage ของเราก็ได้ ปรากฎขึ้นเมื่อมีคนมาค้นหาคำ Keyword
ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเรานั่นเอง

บางคนเน้นการทำการตลาดผ่าน Social Media มากเกินไป จนละเลยช่องทางนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากๆค่ะ เพราะอย่าลืมนะคะ การทำการตลาดแบบ Google นี้
เราจะได้ “คนที่ต้องการสินค้าเราจริงๆ” มา เพราะเมื่อเค้าค้นหา = เค้าต้องการสินค้านี้ ณ ขณะนี้แล้ว

คนค้นหา = คนที่มีความต้องการซื้อแล้วค่ะ ซึ่งการตลาดบน Social Media ไม่สามารถทำเจาะจงขนาดนี้ได้

ยังไม่นับว่าบางธุรกิจ หากวิเคราะห์จริงๆ อาจเหมาะกับช่องทาง Google มากกว่าการทำการตลาด Social Media เช่น ธุรกิจขายส่ง, ธุรกิจบริการเฉพาะเจาะจง เช่น บริการรับเหมาก่อสร้าง, ซื้อเครื่องจักรโรงงานขนาดใหญ่ เป็นต้น ทางที่ดี เราต้องวิเคราะห์ง่ายๆด้วยตัวเองก่อนค่ะ ว่าถ้าเราสวมหมวกเป็นลูกค้าของเรา เราจะค้นหาสินค้าของเราผ่าน Facebook หรือ Google กันแน่

หลักๆแล้ว หากอยากทำการตลาดช่องทางนี้ ทางขวัญแนะนำว่าควรมี “เว็บไซต์” ที่ดี จะดีกว่าการทำ SEM ให้กับ Facebook Fanpage หรือบัญชี Social Media อื่นๆนะคะ เพราะสามารถทำอะไรได้ไม่มากเท่ากับการทำผ่านเว็บไซต์ของเราเอง

การทำ Google Marketing สามารถแบ่งใหญ่ๆได้ 2 ทางคือ

- การทำ SEO หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ให้เว็บของเราติด Google โดยธรรมชาติ
- การลงโฆษณากับ Google หรือการทำ Google Ads นั่นเอง

การลงโฆษณา Google Ads เป็นสิ่งแรกๆที่เราควรทำเมื่อเราสร้างเว็บไซต์เสร็จ เพราะการทำ SEO นั้นใช้เวลา แต่หากเราเรียนรู้การลงโฆษณากับ Google
เราจะสามารถดึงคนเข้าเว็บไซต์และเริ่มธุรกิจของเราได้ทันทีค่ะ เช่น เรา ขายของออนไลน์ เป็นสินค้าเป็นเสื้อผ้าสำหรับคนอ้วน เราจะลงโฆษณากับ Google
ด้วยการพิมพ์คำ Keyword ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเราลงไป เมื่อคนเสริชคำต่างๆ เช่น เสื้อคนอ้วน, ชุดเดรสคนอ้วน, เสื้อผ้าสาวอวบ ฯลฯ
เว็บไซต์ของเราก็จะปรากฎขึ้นมาเพื่อเสนอสินค้าของเราทันที

โดยเราจะเสียค่าโฆษณาเป็น “คลิ๊ก” (Pay-Per-Click) คือคนคลิ๊ก 1 ครั้ง เราจะเสียค่าโฆษณา 1 ครั้งค่ะ ตามการประมูลคลิ๊กของ Keyword นั้นๆ
ว่ามีการแข่งขันสูงมากขนาดไหน

เครื่องมือและทักษะที่ควรมี :

- เว็บไซต์ที่สวยงาม มีข้อมูลธุรกิจครบถ้วนและน่าสนใจ
- การทำ Keyword Research ว่าธุรกิจเราควรใช้ Keyword ไหนทำการตลาด
- ทักษะการยิงโฆษณา Google Ads


3. Google Marketing : SEO
การทำ Google Marketing ยุทธศาสตร์ที่ 2 คือ การทำ SEO หรือ Search Engine Optimization
คือการที่เราปรับแต่งหน้าเว็บไซต์ของเราให้เป็นที่ชื่นชอบของ Google คือทำตามกฎเกณฑ์ที่ Google วางไว้ในการจัดลำดับเว็บไซต์ล่ะกัน หากเว็บไซต์ของเราทำ SEO ได้ดี
เว็บไซต์ของเราจะติดอันดับใน Keyword ที่เราต้องการโดยธรรมชาติ หมายถึง ลูกค้าจะคลิ๊กเข้ามาที่หน้าเว็บเรากี่ครั้ง เราก็ไม่เสียเงิน!

การทำ SEO ควบคู่ไปกับการลงโฆษณา Google Ads จะช่วยลดค่าโฆษณาได้ในระยะยาว จากประสบการณ์การทำธุรกิจส่วนตัวของขวัญเอง การทำ SEO ที่ดี จะช่วยลดค่าโฆษณาได้ทั้งฝั่ง Google Ads และ Facebook Ads ค่ะ

เครื่องมือและทักษะที่ควรมี :

เว็บไซต์ที่สวยงาม มีข้อมูลธุรกิจครบถ้วนและน่าสนใจ
การทำ Keyword Research ว่าธุรกิจเราควรใช้ Keyword ไหนทำการตลาด
ทักษะการทำ SEO ทั้้ง On-Page และ Off-Page (สนใจความรู้เกี่ยวกับ SEO เข้าไปอ่านได้กับผู้เชี่ยวชาญ SEO โดยตรงเลยค่ะที่ “นักรบการตลาดออนไลน์”)

4. Video Marketing
ยุคนี้เป็นยุคของ Video Content นะคะ ทั้งจากสถิติ Youtube ถือเป็น Social Media ที่ติด 1 ใน 3 อันดับที่คนไทยเข้าสูงสุดตลอดเวลา ทั้ง Video
ยังเป็นสื่อที่ดูง่ายและตรึงความสนใจของคนดูได้มากกว่าการอ่านข้อความยาวๆนะคะ การทำ Video ที่นำเสนอเรื่องราวของแบรนด์และสินค้าได้ดีจึงถือเป็นกลยุทธ์การตลาดหนึ่งที่เราไม่ควรมองข้าม


เมื่อเราทำ Video ออกมาเรียบร้อยแล้ว เราสามารถนำไปลงได้หลายช่องทาง เช่น Facebook Videos (ลงกับ Facebook โดยตรงจะได้ผลดีมากที่สุด),
Youtube Channel ของแบรนด์, ลง Website ที่หน้าต่างๆ

เครื่องมือและทักษะที่ควรมี :

- คนทำ Video ที่ดี ถ่ายทอดเรื่องราวของแบรนด์และสินค้าได้ดี
- ควรเปิดช่อง Youtube Channel เพื่อรวม Videos ของแบรนด์ทั้งหมดไว้ในที่เดียว
- เรียนรู้การทำ SEO ให้กับ Video บน Youtube

5. Influencer Marketing
กลยุทธ์การตลาดที่แบรนด์จ้าง “ผู้ที่มีอิทธิพล” หรือบุคคลที่เป็นที่รู้จักในสังคม เช่น ดารา เนตไอดอล หรือเจ้าของเพจดัง ฯลฯ มาทำการโฆษณาสินค้าหรือบริการของตัวเอง
เพราะยุคสมัยนี้ ลูกค้าเชื่อรีวิวหรือความคิดเห็นในโลกออนไลน์มากกว่าแบรนด์พูดเอง ถ้าพูดภาษาง่ายๆก็คือ การว่าจ้างรีวิวนั่นเอง

กระบวนการตัดสินใจของคนในปัจจุบัน ก่อนจะซื้อสินค้า กระบวนการตัดสินใจของเค้าจะนานกว่าการซื้อของที่ Supermarket ทั่วไป คือ คนในยุคนี้จะมี
“การหาข้อมูล / การอ่านรีวิว” ก่อนค่ะ

การที่เราสร้างตัวตนในโลกออนไลน์ไว้ ทั้งเว็บไซต์ธุรกิจที่นำเสนอข้อมูลสินค้าครบถ้วน, Social Media ของแบรนด์ แล้ว การสร้างตัวตนว่า “ถูกพูดถึง”
จำนวนมากในโลกอินเตอร์เนต ก็เป็นปัจจัยหนึ่งในการช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าเราได้เร็วขึ้นนะคะ

สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคือ เราต้องเลือกคนที่มีภาพลักษณ์ตรงกับแบรนด์ของเราด้วย ไม่ใช่เลือกใครก็ได้ที่มีผู้ติดตามเยอะๆ แนะนำให้ถามเงื่อนไขและแพ็คเกจในการลงรีวิวให้ดีก่อนตกลงค่ะ เช่น ลงอะไรให้บ้าง มีรูปกี่รูป มีผู้ติดตามใน Social Media เท่าไร มีเว็บไซต์หรือไม่ ถ้ามีลงในเว็บไซต์ให้หรือเปล่า ฯลฯ

เครื่องมือและทักษะที่ควรมี :

- รายชื่อ Influencer เช่น ดารา เนตไอดอล ที่มีภาพลักษณ์ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์
- รายชื่อ Influencer ที่มีคนติดตามส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์


ทั้ง 5 ช่องทาง การตลาดออนไลน์ ที่กล่าวมาถือเป็นช่องทางหลักๆที่ควรรู้จักและพิจารณาลงแผนการตลาดนะคะ ที่เน้นจริงๆว่าควรทำเป็นอย่างน้อยคือ
Social Media และ Google Marketing ควรวางแผนให้ดีค่ะ

ช่องทางการตลาดออนไลน์ นอกเหนือจาก 5 ช่องทางที่กล่าวมาก็ยังมีช่องทางอื่นๆอีก เช่น การทำ Email Marketing, Google Display Ad
Online E-Marketplace เป็นต้น แต่ขวัญคิดว่า 5 ช่องทางหลักที่กล่าวมาก็เพียงพอแล้วค่ะ สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและกลาง

ลองศึกษาและปรับใช้กับธุรกิจของตัวเองดูนะคะ ลองดูว่าธุรกิจของเรายังขาดการวางแผนกลยุทธ์การตลาดในช่องทางไหนบ้าง และยังขาดเครื่องมือและทักษะอะไรที่จำเป็น

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.0661145054
หรือกดที่ลิงค์นี้
https://lin.ee/vNHwRmk

Cr.startupnow

การ ตลาดออนไลน์ คืออะไรมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร     ตลาดออนไลน์ คือ การทำการตลาดผ่านระบบอินเตอร์เน็ต สามารถเข้าถึงกลุ่มล...
18/12/2019

การ ตลาดออนไลน์ คืออะไรมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร

ตลาดออนไลน์ คือ การทำการตลาดผ่านระบบอินเตอร์เน็ต สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้รวดเร็วและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ทั่วโลก หรือเฉพาะเจาะจงตามความต้องการของลูกค้า แถมการตลาดออนไลน์ ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ในเรื่องพนักงานขาย การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ในรูปแบบสื่อ และยัง ทำให้ปริมาณการซื้อ-ขายเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ผู้ขายจะต้องศึกษาเรื่องของสินค้าและกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน เพื่อให้การใช้สื่อประเภทมีประสิทธิภาพ


เทคนิคที่ช่วยในการทำการตลาดออนไลน์ให้ดียิ่งขึ้น
– มี keyword ของสินค้าที่กระสับและน่าสนใจ เช่น การตั้งชื่อสินค้าที่แปลกกว่าร้านอื่น เป็นต้น
– ควรมีรูปภาพของสินค้าประกอบด้วย เพื่อเรียกความสนใจและน่าดึงดูดของสินค้า
– ควรเพิ่มวีดิโอและอธิบายสรรพคุณของสินค้านั้นให้ละเอียด
– มีการโฆษณา หรือ รีวิวสินค้าด้วยบุคคลที่เป็นที่รู้จักในโลกอินเตอร์เน็ต

ข้อดีของการทำการตลาดออนไลน์
– ได้รับความสนใจจากผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก
– ราคาของการตลาดออนไลน์มีต้นทุนต่ำกว่าการตลาด การโฆษณาและประชาสัมพันธ์แบบอื่น
– การตลาดออนไลน์ช่วยให้เจ้าของกิจการประหยัดงบ และค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานขาย
– การตลาดออนไลน์สามารถทำงานได้ 24 ชั่วโมง สามารถปรับเปลี่ยนโปรโมชั่นใหม่ๆได้ตลอดเวลาไม่ต้องรอ

ข้อเสียของตลาดออนไลน์
– การตลาดออนไลน์มีต้นทุนต่ำ ทำให้เกิดการแข่งขันกันสูงขึ้น
– การที่จะทำให้กิจการเป็นที่รู้จักต้องมี connection มากในการโฆษณาให้คนรู้จัก ถ้าไม่มีก็ยากที่จะทำให้ร้านดังได้
– การที่จะทำให้ร้านได้รับความน่าเชื่อถือจากผู้บริโภค ต้องอาศัยเวลา รวมถึงรีวิวจากลูกค้าที่เป็นส่วนสำคัญ เพราะการขายสินค้าในอินเตอร์เน็ต ลูกค้าไม่เห็นสินค้าจริงๆ

Cr.wynynsoft

18/12/2019

ขอบคุณที่กดถูกใจเพจนี้ค่ะ ขอให้ทุกคนมีความสุขทั้งทางโลกและทางธรรม ฝากติดตาม กดไลท์ กดแชร์ด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ

ที่อยู่

Bangkok
10110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ DNM Platform สร้างรายได้ยุค Digitalผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์