adapter "let's create TOMORROW"
New world creativity with data-led innovation and fresh fuller ecosystem. MOVE BRAND FORWARD

30/04/2026

TikTok Shop เขย่าโลกอีคอมเมิร์ซอาเซียนไม่เกินจริง เพราะหลังจากเปิดตัวในภูมิภาคอาเซียนเมื่อปี 2022 ก็ค่อยๆ ขยับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้ใช้ และกินส่วนแบ่งในตลาดอีคอมเมิร์ซอาเซียนมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเบอร์ 2 ในวันนี้
[ TikTok Shop ครองเบอร์ 2 อีคอมเมิร์ซอาเซียนแล้ว ]
รายงาน Ecommerce in Southeast Asia 2026 ที่จัดทำโดย Momentum Works เผยให้เราเห็นว่า TikTok Shop ที่มาทีหลังกลายได้ล้มอดีตเบอร์ 2 วงการอีคอมเมิร์ซอาเซียนอย่าง Lazada และขึ้นครองเบอร์ 2 ของตลาดนี้แทนเรียบร้อยแล้ว
โดยรายงานเผยว่า แม้ Shopee จะยังครองแชมป์ด้วยส่วนแบ่งตลาดถึง 53% ด้วยมูลค่า ยอดขายสินค้ารวมสูงถึง 2.68 ล้านล้านบาท
แต่อันดับ 2 ถูกแทนที่ด้วย TikTok Shop ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ก้าวเข้ามามีส่วนแบ่งในตลาดถึง 28.9% ด้วยมูลค่ายอดขายสินค้ารวม 1.47 ล้านล้านบาท แม้จะเข้ามาสู่ตลาดหลัง Lazada
ซึ่ง Lazada ตอนนี้หันไปเน้นโปรโมทสินค้ามีแบรนด์ ทำให้ราคาเฉลี่ยต่อคำสั่งซื้อสูงขึ้น แม้มูลค่า ยอดขายสินค้ารวมจะทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 5.76 แสนล้านบาท
[ TikTok Shop ชนะ Lazada ทุกตลาด ยกเว้น ‘สิงคโปร์’ ]
ถ้ามาดูแยกรายประเทศในภาพจะเห็นว่า ‘สิงคโปร์’ เป็นตลาดเดียวที่ Lazada ยังคงอยู่ในอันดับ 2 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 36% สามารถสู้กับ Shopee ที่มีส่วนแบ่งตลาด 52% ได้อย่างสูสี
ขณะที่ตลาดอื่นๆ ทั้ง อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ล้วนมี Shopee ครองอันดับ 1 ตามด้วย TikTok Shop อันดับ 2 และ Lazada ในอันดับ 3 ทั้งหมด
โดยผู้เล่น 3 เจ้ายักษ์ครองส่วนแบ่งรวมกันถึง 98.8% ของตลาดอีคอมเมิร์ซอาเซียน นับเป็นช่วงเวลาที่เหลือเพียงแค่ ‘3 ยักษ์’ อย่าง Shopee TikTok Shop และ Lazada ที่กำลังต่อสู้กันในตลาดนี้ ส่วนผู้เล่นที่ตัวเล็กกว่าหรือผู้เล่นที่อยู่เพียงประเทศเดียวได้ล้มหายหรือออกไปจากตลาดนี้แล้ว
[ เจ้าใหญ่สู้กันยับ ตลาดรวมโตซิ่ง ไทยพุ่งมากสุดในภูมิภาค ]
ด้านภาพรวมตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีมูลค่าสูงถึง 5.04 ล้านล้านบาทในปี 2025 เติบโตขึ้นถึง 22.8% จากปี 2024 และเติบโตมากถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2020 สะท้อนให้เห็นว่า แพลตฟอร์มหลักทั้ง 3 แพลตฟอร์มกลับมาเน้นสร้างการเติบโตอีกครั้ง
โดย ตลาดที่เติบโตมากที่สุดในอาเซียน คือ ‘ประเทศไทย’ ที่เติบโตมากถึง 51.8% จากปีก่อนหน้า ทำให้มีมูลค่าตลาดกว่า 1.14 ล้านล้านบาท ตามด้วย ‘มาเลเซีย’ ที่เติบโต 47.6% ด้วยมูลค่าตลาด 5.5 แสนล้านบาท
แต่แน่นอนว่าตลาดที่ใหญ่ที่สุดยังคงเป็น ‘อินโดนีเซีย’ ที่มีสัดส่วนมากถึง 37% ของภูมิภาค หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.86 ล้านล้านบาท แต่เติบโตน้อย (2.2%) ในปีนี้ เพราะการถอนตัวของ Bukalapak และการควบรวมระหว่าง Tokopedia กับ TikTok Shop
คุณคิดว่าเพราะอะไร TikTok Shop ถึงหงาดแซง Lazada และทำไม Shopee ที่ยังคงรักษาบัลลังก์ได้อย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงแบบนี้
#ธุรกิจคิดใหม่ #อีคอมเมิร์ซ

เลิกงานวันนี้ พวกเราขอตัวปิดโหมดงาน แล้วไปเปิดโหมดชิลก่อนนะ😎 #ปิดโหมดงานเปิดโหมดชิล  #เปิดโลกความชิลให้คูล
27/04/2026

เลิกงานวันนี้ พวกเราขอตัวปิดโหมดงาน แล้วไปเปิดโหมดชิลก่อนนะ😎
#ปิดโหมดงานเปิดโหมดชิล #เปิดโลกความชิลให้คูล

22/04/2026
Adapter Digital Group is now looking for visionary talent to drive success! Be part of a dynamic team shaping the future...
09/04/2026

Adapter Digital Group is now looking for visionary talent to drive success! Be part of a dynamic team shaping the future.

Apply Now : [email protected]

or apply via website : https://adapterdigital.com/careers

📍 Location : BTS Ari Station
🕙 Office Hour : 10.00-19.00

🚀Let’s create Tomorrow!

30/03/2026
18/03/2026
12/03/2026

‘ถอดรหัสผู้นำอสังหาฯ ไทย’ เมื่อ ‘ความเข้าใจคุณภาพชีวิตจริงที่ลึกซึ้ง’ กลายเป็นยุทธศาสตร์ธุรกิจ
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน และตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เผชิญความท้าทายรอบด้าน คำถามสำคัญคือ บริษัทอสังหาฯ จะเติบโตอย่างมั่นคงได้อย่างไรในระยะยาว?
รัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ ประธานฝ่ายบริหาร AP Thailand
จะเป็นผู้มาถอดรหัสและตอบคำถามนี้ ผ่านมุมมองการขับเคลื่อนองค์กรของ
เอพี ไทยแลนด์ (AP) ในฐานะผู้นำอันดับ 1 ในกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ
ปี 2569 เอพีประกาศแผนเปิดตัว 42 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวมกว่า 55,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นมูลค่าที่สูงที่สุดในอุตสาหกรรมอสังหาฯ เพื่อการอยู่อาศัยไทย
ขณะเดียวกันยังเปิดเผยยุทธศาสตร์ระยะยาว CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING ด้วย 'AP CODE' แนวคิดหลักที่เชื่อว่า การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องเริ่มต้นจาก ความเข้าใจคุณภาพชีวิตของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง เพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่ง มั่นคง และยั่งยืน
ชวนหาคำตอบและยุทธศาสตร์ทิศทาง
การดำเนินธุรกิจของเอพี ไทยแลนด์ในปี 2569 ได้ที่ https://thestandard.co/ap-code-business-direction-2026/
#ชีวิตดีๆที่เลือกเองได้
ิษัทอสังหาอันดับ1
[ADVERTORIAL]

27/02/2026

2. แบรนด์หันมาทำคอนเทนต์ของตัวเอง โดยเน้นให้ความรู้ และแก้ปัญหาให้ผู้บริโภค
นอกจากคอนเทนต์โซเชียลในมุมของครีเอเตอร์แล้ว ปีนี้เป็นอีกหนึ่งปีที่แบรนด์หันมาทำคอนเทนต์​ Own Channel เพื่อสื่อสารโดยตรงไปสู่ผู้บริโภคบนแพลตฟอร์ม จะเห็นได้ว่าแบรนด์ส่วนใหญ่ที่ได้รางวัล มักจะมาจากคอนเทนต์และแคมเปญที่โดดเด่นบนโซเชียล
โดยคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมส่วนใหญ่เป็นการถ่ายทอดความรู้ นำเสนอทริก หรือแก้ปัญหาให้กับผู้บริโภค ตัวอย่างเช่น เมืองไทยประกันชีวิต ที่ขยับมาสร้างคอนเทนต์ Edutainment เล่าความรู้เรื่องประกันผ่าน “ละครกรมธรรม์”

30/01/2026

UPDATE: สวนลุมฯ ไม่เหมือนเดิม! โค้ชเดี่ยว ชี้พฤติกรรมคนเมืองเปลี่ยน วิ่งเพื่อ ‘สุขภาพ’ แต่ไม่ทิ้ง ‘คอนเทนต์’ ที่สำคัญไม่แพ้เหงื่อ
หากย้อนกลับไปเมื่อประมาณสิบปีก่อน พื้นที่อย่างสวนลุมพินีแทบจะไม่มีกลุ่มคนวัยทำงานหรือวัยรุ่นปรากฏตัวให้เห็น มีเพียงกลุ่มผู้สูงอายุที่มาออกกำลังกายเบาๆ รำไทเก็ก หรือเต้นแอโรบิกในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนที่สวนจะปิดให้บริการ
แต่ปัจจุบันสวนสาธารณะคลาคล่ำไปด้วยผู้คนจนถึงนาทีสุดท้ายก่อนเวลาปิดทำการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนผ่านของพฤติกรรมคนเมืองที่หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานอายุสามสิบปีขึ้นไปที่เริ่มตระหนักถึงปัญหาสุขภาพและความเครียดจากการทำงาน รวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองว่าการออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต
ปฏิการ เพชรศรีชา หรือ โค้ชเดี่ยว ฉายภาพให้เห็นถึง ‘แรงจูงใจ’ ในการวิ่งที่เปลี่ยนไป หากเทียบกับยุคก่อนโควิดที่มีกระแสการวิ่งเพื่อการกุศลและสังคมเป็นตัวนำ กระแสในปัจจุบันได้เปลี่ยนทิศทางไปสู่การวิ่งเพื่อสุขภาพส่วนบุคคล โดยงานวิ่งที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันมักจะเป็นงานที่ผสมผสานระหว่างการกุศลและการสร้างสุขภาพที่ดีไปพร้อมกัน
ขณะเดียวกันรูปแบบการจัดงานวิ่งก็ได้ปรับตัวเปลี่ยนไป จากเดิมที่เน้นเชิงธุรกิจหากำไร ปัจจุบันงานที่ประสบความสำเร็จคือเมกะอีเวนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเช่น งานบางแสน21 อีกทั้งงานวิ่งต่างๆ เปิดโอกาสให้นักวิ่งทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการลุ้นรางวัล ไม่ใช่แค่เฉพาะกลุ่มนักวิ่งยอดเยี่ยม (Elite) อันดับ 1-3 แต่ขยายไปถึง Top 50 หรือ Top 100 ทำให้คนทั่วไปรู้สึกว่าเป้าหมายนั้นเอื้อมถึงและมีความท้าทาย
ปัจจัยสำคัญที่เข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้คืออิทธิพลของโลกโซเชียลมีเดีย การวิ่งในยุคนี้ไม่ได้จบแค่เรื่องของสุขภาพ แต่ต้องมาพร้อมกับภาพลักษณ์ที่ดูดีหรือมีความเป็น 'Instagram Friendly' นักวิ่งยุคใหม่ต้องการคอนเทนต์เพื่อนำไปแชร์ต่อในพื้นที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นสถิติเวลาใหม่ (New PB) หรือรูปถ่ายขณะวิ่งที่สวยงาม ซึ่งกลายเป็นเครื่องมือในการแสดงออกทางไลฟ์สไตล์และตัวตน
อีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในกลุ่มคนรุ่นใหม่หรือ Gen Z คือการเติบโตของวัฒนธรรม Run Club ซึ่งรับอิทธิพลมาจากต่างประเทศ โมเดลนี้เปลี่ยนจากการเน้นเรื่องกีฬา มาสู่คอนเซปต์ ‘วิ่ง กิน เที่ยว’ เน้นการรวมตัวเพื่อทำกิจกรรมสังสรรค์ วิ่งชมเมือง หรือไปตามจุดเช็คอินต่างๆ ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการทางสังคมของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการพบปะเพื่อนฝูงที่มีความชอบในไลฟ์สไตล์เดียวกัน
สำหรับแนวโน้มในอนาคต ปฏิการมองว่า “แม้กราฟความนิยมอาจมีการทรงตัวบ้างตามธรรมชาติ แต่การวิ่งจะยังคงเป็นกีฬายอดนิยมอันดับ 1 ของคนไทยต่อไปเนื่องจากเป็นกีฬาที่เข้าถึงง่ายที่สุด ทุกเพศทุกวัยสามารถทำได้ ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ป่วยที่ต้องการฟื้นฟูร่างกาย”
นอกจากนี้ยังมีเทรนด์การออกกำลังกายรูปแบบใหม่ๆ เข้ามาเสริม เช่น การวิ่งเทรล (Trail Running) สำหรับผู้ที่ชอบธรรมชาติ หรือ Hyrox ซึ่งเป็นการแข่งขันฟิตเนสผสมผสานที่กำลังมาแรง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความท้าทายในที่ร่มและไม่ต้องการเผชิญกับสภาพอากาศร้อน
แน่นอนเมื่อพฤติกรรมเปลี่ยนการใช้จ่ายก็เปลี่ยนตามไปด้วย ปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าว ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า ‘นักวิ่งคือนักช้อปตัวยง’ หากสำรวจอุปกรณ์ของนักวิ่งจริงจังหนึ่งคน จะพบว่าพวกเขามีรองเท้าวิ่งสะสมเฉลี่ยคนละไม่ต่ำกว่า 10 คู่ ด้วยราคาเฉลี่ยคู่ละประมาณ 5,000 บาท รวมกับเสื้อผ้าที่ต้องเน้นเทคโนโลยีแห้งไว และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ทำให้นักวิ่งหนึ่งคนมีการลงทุนกับอุปกรณ์เหล่านี้สูงถึง 50,000 บาท
นอกจากนี้ ‘ชุดวิ่ง’ ได้กลายมาเป็นแฟชั่นไปแล้ว โดยเสื้อผ้าต้องมีสีสันและดีไซน์ที่ทันสมัย จนถึงขั้นที่คนทำงานยุคใหม่สามารถใส่รองเท้าวิ่งหรือชุดแนวสปอร์ตไปทำงานได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเส้นแบ่งระหว่างชุดออกกำลังกายและชุดไลฟ์สไตล์ได้จางหายไป ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญของธุรกิจค้าปลีกในการเจาะตลาดกลุ่มนี้
จากอินไซต์ดังกล่าว นำมาสู่ความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างเซ็นทรัลรีเทลและมาสเตอร์การ์ด ในการจัดแคมเปญเพื่อเฟ้นหานักวิ่งไปร่วมงาน ‘Tokyo Marathon’ ซึ่งถือเป็นงานวิ่งระดับโลกที่หลายคนอยากไปร่วมวิ่ง แต่กลับไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะต้องใช้ระบบจับสลาก (Lottery) เนื่องจากมีผู้สมัครจากทั่วโลกจำนวนมหาศาลเกินกว่าสถานที่จะรอบรับได้
“Tokyo Marathon เป็น 1 ใน 6 รายการเมเจอร์ (World Marathon Majors) เพียงแห่งเดียวที่อยู่ในเอเชีย การได้ไปวิ่งที่นั่นไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่คือการได้ไปสัมผัสมาตรฐานการจัดงานระดับโลก ได้เห็นนักวิ่งระดับ Elite ตัวจริง และเป็นสนามที่มีคนไทยไปร่วมวิ่งมากที่สุดในบรรดารายการเมเจอร์ทั้งหมด ถือเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่นักวิ่งไทยจำนวนมากใฝ่ฝัน” ปฏิการให้มุมมอง
ความร่วมมือดังกล่าวกลายเป็นที่มาของแคมเปญ ‘Shop Fun, Run Far to Tokyo Marathon 2026’ คือการมอบสิทธิ์วิ่ง Tokyo Marathon 2026 จำนวน 25 สิทธิ์ให้กับลูกค้าที่สะสมยอดใช้จ่ายด้วยบัตรมาสเตอร์การ์ดครบ 200,000 บาท ซึ่งเมื่อสิ้นสุดโครงการพบว่ามีผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมสูงเกือบ 8,000 คน
“ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เมื่อผู้บริโภคมองเห็นถึงความพิเศษและความคุ้มค่าของประสบการณ์ที่จะได้รับ ผู้บริโภคก็พร้อมที่จะใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น เพราะไม่ใช่ประสบการณ์ที่หาได้ง่าย ๆ หรือซื้อได้ด้วยเงิน แคมเปญนี้จึงเป็นตัวอย่างสำคัญของกลยุทธ์ Value-Driven Experience ที่ถือเป็นอีกหนึ่งในกลไกในการขับเคลื่อนการตลาดยุคปัจจุบัน” ปิยวรรณ กล่าวทิ้งท้าย
ภาพ : Thanaphat Kingkaew / Shutterstock

28/01/2026

ไม่ต้องคิดคีย์เวิร์ดเอง! Google Trends ดึง Gemini ช่วย ‘คิด-แนะนำ-เปรียบเทียบ’ ข้อมูลอัตโนมัติแล้ว

ใครเคยเจอปัญหาแบบนี้บ้าง? อยากรู้ว่าอะไรกำลังเป็นกระแส ต้องการเอาข้อมูลมาวางแผนการตลาด แต่ไม่รู้ว่าจะใช้คำไหนในการเสิร์ช หรือบางทีอยากจะเปรียบเทียบข้อมูล แต่ก็ต้องเสียเวลาหาข้อมูลทีละอัน

ล่าสุดทาง Google Trends ได้หยิบ Gemini เข้ามาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ให้เราได้ใช้ Google Trends ได้ง่ายขึ้นไม่ว่าจะเป็นการ

👉 ค้นหาสิ่งที่กำลังเป็นกระแส
👉 นำข้อมูลที่ได้มาวางแผนการตลาด
👉 ติดตามความเคลื่อนไหวของคู่แข่ง

ซึ่งแน่นอนว่าประโยชน์ของการมี Gemini เข้ามาช่วยก็มีหลายอย่างด้วยกันเช่น

👉เป็นผู้ช่วยในการคิดคีย์เวิร์ด, คำค้นหา
👉 นำข้อมูลทั้งหมดมาเปรียบเทียบอัตโนมัติ
👉 แนะนำ Prompt ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
👉 ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน
👉 ประหยัดเวลาทำงาน

Google เริ่มนำ Gemini เข้ามาผสานรวมกับหลายๆบริการมากขึ้นในเวลานี้ และ Google Trends ก็เป็นหนึ่งในนั้นและไม่ใช่แค่ช่วยแนะนำคีย์เวิร์ดเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เราศึกษาเทรนด์ของคำค้นหาใน Google ได้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นด้วย และตอนนี้ ฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้งานแล้วแนะนำว่าให้ไปลองเล่นดู

📍อ่านบทความดูลิงก์ในคอมเมนต์



!

ที่อยู่

Pearl Bangkok Building
Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 09:30 - 18:30
อังคาร 09:30 - 18:30
พุธ 09:30 - 18:30
พฤหัสบดี 09:30 - 18:30
ศุกร์ 09:30 - 18:30

เบอร์โทรศัพท์

+6620297830

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ adapterผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง adapter:

แชร์