09/04/2019
:: อัพเดทข่าววงการโฆษณา ::
SPORE BANGKOK ผุดโปรเจ็กต์ใหม่ กับการดึงเอา Data ด้าน Entertaiment มาสร้างโอกาสในการทำธุรกิจมากขึ้น
อุตสาหกรรมเพลงในบ้านเราเผชิญกับความท้าทายมาทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่เทปผีซีดีเถื่อนจนกระทั่งปัจจุบันที่ผู้คนหันมาฟังเพลงกันบน Streaming กันเป็นส่วนใหญ่ นั่นทำให้ค่ายเพลงต้องพยามหาทางออกให้กับธุรกิจของตัวเองอยู่เสมอ
และทางออกที่ว่าก็มักจะอยู่ในรูปแบบของการจัดคอนเสิร์ต, การทำ Music Marketing,
การให้ศิลปินทำคอนเทนต์ และการ Tie-In แบรนด์สินค้าลงไปในงานศิลปะ
ซึ่งทั้ง 4 เป็นช่องทางการในการขายที่น้อยเกินไปหากเทียบกับประสิทธิภาพของคอนเทนต์ที่อยู่ในรูปแบบ Entertainment ซึ่งเป็นคอนเทนต์ที่ผู้คนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก
นี่จึงกลายเป็นโอกาสที่ทำให้ SPORE BANGKOK มีเดียเอเยนซี่ในเครือของ CJ WORX สร้างสรรค์โปรเจ็กต์ที่ใช้ชื่อว่า Branded Entertainment Data หรือ B.E.D ขึ้นมา
และ What The Duck (ต้นสังกัดของศิลปินอย่าง The Toys, สิงโต นำโชค, กอล์ฟ ฟักกลิ่งฮีโร่) คือค่ายเพลงแรกที่จะได้ใช้ Service ของ B.E.D
วิธีการทำงานของ B.E.D ก็คือการนำระบบที่เรียกว่า Data Management Platform ซึ่งเป็นระบบที่เอาไว้รวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์สู่การซื้อโฆษณาได้อย่างถูกต้องแม่นยำและตรงกับกลุ่มเป้าหมาย มาเชื่อมต่อกับช่องทางต่างๆ ของทาง What The Duck ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Twitter, Youtube
และผลลัพธ์ที่ได้ ก็คือการที่แบรนด์ได้เข้าไปอยู่ใน Customer Journey ของผู้บริโภค
หรือพูดให้เข้าใจกันง่ายๆ ก็คือ B.E.D จะรู้ว่าหากแฟนคลับของ The Toys ชอบดื่มน้ำยี่ห้อนี้ ก็มีแนวโน้มที่จะชอบเพจนี้ด้วยเช่นกัน
และเมื่อแบรนด์ได้เข้าไปอยู่อย่างถูกที่ถูกทาง ไม่ใช่จู่ๆ ก็โผล่มากลาง MV ที่มีช็อตให้ศิลปินยกน้ำขึ้นมาดื่มอย่างไร้เหตุผล ก็มีแนวโน้มว่าผู้บริโภคจะตัดสินใจซื้อมากขึ้นนั่นเอง
และนี่ก็เป็นอีกช่องทางในการเพิ่มรายได้ของค่ายเพลง ที่ในอนาคต B.E.D ก็เตรียมจะเข้าไปเป็นพาร์ทเนอร์กับ Entertainment Platform อื่นๆ ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบของภาพยนตร์ หรือซีรีส์อีกด้วย