หาเงินง่ายๆ ด้วยปลายนิ้ว แค่มือถือก็รวยได้ จับมือทำจนเป็น

หาเงินง่ายๆ ด้วยปลายนิ้ว แค่มือถือก็รวยได้ จับมือทำจนเป็น ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก หาเงินง่ายๆ ด้วยปลายนิ้ว แค่มือถือก็รวยได้ จับมือทำจนเป็น, โฆษณา/การตลาด, Bangkok.

ส่งเสริมธุรกิจออไลน์ ให้คำศึกษาและมีทีมโค้ชที่จะจับมือคุณทำจนคุณสำเร็จ โทร. 063-5956615 หนิง
" จับกระแสเป็น ! ก็เห็นเงิน "
" ทำการค้าให้ได้กำไร ไม่ต้องลำบากอย่างเมื่อก่อน "
เครื่องมือในการสร้างตลาดในยุคปัจจุบัน ต้องอาศัย social media ง่าย รวย เร็ว แรง เจะถึงกลุ่มเป้าหมายตรง
จะสร้างรายได้อย่างไรให้ได้ แสนภายใน 3-6 เดือน? " ออนไลน์ หากทำเป็น ก็เห็นเงินล้าน "
�อยากขายของ Online
� แต่ไม่รู้จะขายอะไร

ไม่รู้จะขายแบบไหน
�ไม่มีทุน �ไม่รู้จะเริ่มยังไง
� ที่นี่มีคำตอบ
�การทำตลาด Online ที่ง่าย และได้ผลมากที่สุด คือการทำสื่อโฆษณา ผ่าน Social Media เช่น เฟซ กูเกิล ยูทูป ไลน์@ ในต้นทุนที่ต่ำ หักลบแล้วเหลือกำไรที่สูง ขณะนี้เรา กำลังถ่ายทอดวิธีการทำตลาดนี้ให้กับทีมขาย Online ที่ดูแลอยู่
� หากท่านต้องการ เป็นนักขาย online
� เรามีสินค้าให้ ไม่ต้องสต๊อก คัดคุณภาพมี 50 กว่ารายการ เลือกทำตลาดได้ ใหม่สด กระแสมาแรง ! ตลาดใหญ่
สินค้าที่แบรนด์ติดตลาดแล้วก็มี มีพรีเซนเตอร์ ที่มีชื่อเสียง
น่าเชื่อถือ เป็นที่รู้จัก ขายง่าย มีซื้อซ้ำตลอด
" ราคาที่ท่านได้ คือกำไรเท่าตัว "
� เรามี 8 หลักสูตร อบรม 16 วัน ปูพื้นจนถึงขั้น advance
� เราเทรนนิ่ง ให้ท่านขาย ผ่านOnline ที่ง่าย รวย เร็ว
มีวิชาทำการค้า ได้ผลลัพธ...
ยินดีให้คำปรึกษาคะ
ติดต่อคุณหนิง 063-595-6615
https://line.me/R/ti/p/-shop

ไปเที่ยวทะเลคลายร้อน
22/04/2018

ไปเที่ยวทะเลคลายร้อน

ป ว ด ต า ม ข้ อ อ ย่ า ล ะ เ ล ย !!โรคเก๊าท์ (gout)จากประสบการณ์พบว่าผู้ป่วยที่มีอาการปวดตามข้อต่างๆไม่ว่าจะเป็นข้อนิ้ว...
19/09/2017

ป ว ด ต า ม ข้ อ อ ย่ า ล ะ เ ล ย !!
โรคเก๊าท์ (gout)
จากประสบการณ์พบว่าผู้ป่วยที่มีอาการปวดตามข้อต่างๆไม่ว่าจะเป็นข้อนิ้ว ข้อมือ ข้อเท้า หรือแม้กระทั่งข้อเข่า ผู้ป่วยมักจะถามทันทีว่า "ปวดข้ออย่างนี้ใช่โรคเก๊าทืหรือเปล่า?" ฮาๆ อยากจะบอกว่าอาการที่ปวดตามข้อต่อต่างมันยังมีอีกหลายโรคไม่ได้มีเพียงแค่เก๊าท์หรอกนะคะ ฉะนั้น เรามาทำความรู้จักกับโรคเก๊าท์ให้มากขึ้นกันดีกว่าค่ะ
โรคเก๊าท์ เกิดจากการสะสมของกรดยูริกในกระแสเลือดสูงมากกว่าปกติ จนเกิดการตกตะกอนเป็นผลึกเกลือยูเรตสะสมตามเนื้อเยื่อตามข้อต่อและไต ถ้าเรามีกล้องจุลทรรศน์ส่องไปที่ผลึกเกลือยูเรตจะพบว่ามีลักษณะคล้ายเข็มมีความแหลมคม ซึ่งเจ้าผลึกเกลือยูเรตเหล่านี้แหละครับที่ไปทิ่มไปตำเนื้อเยื้อรอบข้อของเราให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนขึ้นนั่นเอง โดยจะพบในข้อเล็กๆส่วนล่างของร่างกายซะเป็นส่วนใหญ่ เช่น ข้อนิ้วเท้า ข้อเท้า น้อยมากๆๆๆๆที่จะพบตามข้ออย่างข้อนิ้ว ข้อมือ หรือข้อไหล่นะค่ะ

😗สอบถามข้อมูลทางไลน์ คลิ๊กที่ลิ้งนี้ค่ะ : http://line.me/ti/p/-shop

กรดยูริก คืออะไร?
คือกรดชนิดหนึ่งในร่างกายของเรา ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายของเราย่อยสารพิวรีน (Purine) ซึ่งเจ้าสารพิวรีนนี้เกิดจากร่างกายเราได้รับจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไป หรือให้เข้าใจง่ายดังนี้
1.ร่างกายได้รับพิวรีน => 2.ร่างกายก็พยายามกำจัดพิวรีน => 3.เมื่อกำจัดพิวรีนได้จึงเกิด => 4.กรดยูริก =>5.ร่างกายไม่สามารถขับยูริกออกทางไตได้หมด => 6.กรดยูริกไปสะสมตามข้อ => 7.เกิดโรคเก๊าท์ในที่สุด
สาเหตุ
- เกิดจากความผิดปกติของเอนไซม์ในเมตาบอลิซึมของสารพิวรีนในร่างกาย (สารพิวรีนเป็นสารตั้งต้นของกรดยูริก) ทำให้ร่างกายมีการสร้างกรดยูริกมากเกินปกติ
- เกิดจากร่างกายสร้างขึ้นเอง จากการสลายเซลล์ต่างๆของร่างกายที่เพิ่มขึ้น เช่น มะเร็งต่อมนํ้าเหลือง มะเร็งปอด มะเร็งเม็ดเลือดขาว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ร่างกายมีของเสียเพิ่มขึ้นในกระแสเลือดและหนึ่งในของเสียนั่นก็คือ กรดยูริก จนร่างกายกำจัดไม่หมดทำให้เกิดการสะสมของกรดยูริกตามข้อต่อต่างๆนั่นเอง
- เกิดจากภาวะไตทำงานผิดปกติ เนื่องจากกรดยูริกกว่า 2 ใน 3 จะถูกขับออกทางไตเป็นหลัก เมื่อไตทำงานบกพร่องจึงเกิดการตกค้างของกรดยูริกเพิ่มสูงขึ้น
- เกิดจากการได้รับยาหรือสารอาหารบางอย่างที่มีส่วนผสมของสารพิวรีนที่สูงจนร่างกายกำจัดออกไม่หมดแล้วเกิดการตกค้างขึ้นในที่สุด เช่น เครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์ปีก ปลาดุก ปลาซาร์ดีน ซุปก้อน กุ้งแห้ง พืชที่กินยอด เช่น แตงกวา ชะอม หน่อไม้ ผักโขม
ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเก๊าท์
- รับประทานอาหารที่มีสารพิวรีนสูง(พบในเครื่องในสัตว์ อาหารทะเล หน่อไม้ฝรั่ง ยอดผัก เป็นต้น) เป็นประจำ
- ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์นั้นลดการขับกรดยูริคออก
- เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง
- เป็นโรคไต
- พบในเพศหญิงที่หมดประจำเดือน เนื่องจากฮอร์โมนเพศหญิงจะทำหน้าที่เร่งขับกรดยูริกออกทางไต เมื่อหมดประจำเดือนฮอร์โมนเพศหญิงก็จะลดลง การขับกรดยูริกก็ทำได้ไม่ดีเท่าเดิม
- พบในเพศชายอายุตั้งแต่ 30-45 ปี เมื่อเทียบกันแล้วจะพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงนะค่ะ
อาการ ของโรคเก๊าท์
แบ่งออกได้เป็น 4 ระยะนะค่ะ
ระยะที่1 :
เป็นช่วงที่ยังไม่มีอาการ แต่พบระดับกรดยูริกในเลือดสูง ซึ่งยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ครับว่าต้องเข้ารับการรักษาหรือไม่ ขึ้นอยู่ดุลพินิจของแพทย์
ระยะที่ 2 :
ระยะข้ออักเสบ เมื่อยู่ในระยะนี้ผู้ป่วยจะมีอาการปวดข้อ และข้ออักเสบรุนแรง โดยอาจจะเกิดขึ้นเอง หรือมีสิ่งเร้ามากระตุ้น เช่น เกิดอุบัติเหตุโดยตรงที่ข้อต่อ ดื่มสุรา หรือ ทางอาหารที่มีสารพิวริน เช่น เครื่องในสัตว์ ยอดผัก เป็นต้น ในรายที่มีอาการอักเสบรุนแรงจะมีอาการปวด บวม แดง ร้อนอย่างเห็นได้ชัด ร่วมกับมีการขยับข้อลำบาก โดยข้ออักเสบจะเป็นอยู่ 1-2 ข้อ ปวดอยู่ 5-7 วันอาการปวดจะหายไปได้เอง และกลับมาปวดใหม่ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า โดยในระยะแรกๆอาการปวดจะเป็นห่างกันมากๆ แต่ถ้ายังไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ผลึกเกลือยูเรตจะสะสมในร่างกายเพิ่มมากขึ้น ข้ออักเสบจึงเป็นถี่ขึ้น ในบางรายอาจเป็นทุกๆเดือนเลยค่ะ
ระยะที่ 3 :
ระยะสงบ ซึ่งเป็นระยะที่ไม่มีอาการปวด หรืออักเสบใดๆ ซึ่งอาจนานเป็นปีๆจนผู้ป่วยแทบจะลืมไปแล้วด้วยซํ้าว่าเคยมีอาการปวดข้อมาก่อน
ระยะที่ 4 :
ระยะมีก้อนโทฟัส เป็นระยะท้ายของโรค มักพบในผู้ป่วยที่เป็นมานานมากกว่า 5 ปี และรักษาผิดวิธี จนเป็นเหตุให้ผลึกเกลือยูเรตที่สะสมตามเนื้อเยื่อต่างๆเพิ่มมากขึ้นจนเป็นก้อนปูดนูนออกมาบริเวณผิวหนังรอบๆ ไอปุ่มนูนๆนี่แหละค่ะที่เรียกว่า "ปุ่มโทฟัส" ซึ่งจะกัดกินเนื้อเยื่อของข้อจนกระดูกแหว่ง ข้อถูกทำลายและเกิดความพิการในที่สุด ซึ่งในระยะนี้ผู้ป่วยไม่ได้มีเพียงแค่ปวดข้อ แต่จะมีความผิดปกติของระบบอื่นๆในร่างกายร่วมด้วย เช่น ไตวาย นิ่วในทางเดินปัสสาวะ ความดันโลหิตสูง เป็นต้น
การรักษา โรคเก๊าท์
วิธีสังเกตุว่าตนเองเป็นโรคเก๊าท์หรือไม่ในเบื้องต้น ให้สังเกตุอาการปวดของเราคะว่า มักปวดตามข้อนิ้วเท้ารึเปล่า พิเศษของโรคเก๊าท์คือมักปวดตามข้อเล็กๆ อย่างข้อนิ้วเท้า และข้อเท้า ซึ่งเป็นข้อที่อยู่ส่วนล่างของร่างกาย และลักษณะอาการปวดจะรู้สึกปวดเหมือนมีเข็มตำบริเวณข้ออยู่ตลอดไม่ว่าจะอยู่นิ่งๆหรือขยับร่างกายก็ตาม หากมีอาการดังกล่าวให้เข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจโดยละเอียดและทานยาตามกำหนดของแพทย์ เพื่อรักษาให้หายก่อนที่อาการปวดจะรุนแรงจนเกินเยียวยานะคะ
การวินิจฉัย
การวินิจฉัยโรคเกาต์ที่แม่นยำที่สุดจึงจำเป็นต้องเจาะตรวจน้ำไขข้อในขณะที่ข้อมีการอักเสบ ซึ่งเมื่อนำไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จะพบผลึกเกลือรูปเข็มในน้ำไขข้อ ในกรณีที่ไม่มีข้ออักเสบ แต่ตรวจร่างกายพบปุ่มโทฟัส แพทย์อาจใช้เข็มสะกิดบริเวณปุ่มนั้นๆ ซึ่งจะได้สารสีขาวคล้ายชอล์กมา เมื่อไปส่องกล้องดูก็จะพบผลึกเกลือยูเรตเช่นกัน
ข้อห้าม กับความเชื่อผิดของคนเป็นโรคเก๊าท์
- ห้ามนวด หรือหักนิ้วบริเวณที่ข้ออักเสบ เพราะการทำเช่นนั้นจะกระตุ้นให้ข้ออักเสบเพิ่มขึ้นได้
- ห้ามประคบเย็น เชื่อว่านี่อาจจะขัดความรู้สึกของคนส่วนใหญ่อยู่พอสมควร เมื่ออักเสบต้องประคบเย็นสิมันถึงจะช่วยลดปวดได้ อยากจะบอกว่าถ้าเป็นกรณีทั่วไปถูกต้องคะ แต่สำหรับคนเป็นโรคเก๊าท์ ยิ่งประคบเย็นหรืออยู่ในที่ที่มีอากาศเย็นจะยิ่งกระตุ้นให้ปวดเพิ่มมากขึ้นได้ เนื่องจากความเย็นจะทำให้สารนํ้าบริเวณนั้นลดน้อยลง ผลึกเกลือยูเรตจากเดิมที่ลอยอยู่ในสารนํ้าแต่เมื่อสารนํ้าน้อยลง ผลึกเกลือจึงอยู่ใกล้ชิดเนื่อเยื่อเพิ่มขึ้นจนไปทิ่มตำเนื้อเยื่อได้ง่ายและถี่ขึ้นนั่นเอง
หากมีอาการแบบนี้แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร

💥โทรสายด่วนปรึกษา 063 595-6615 คุณหนิง

↔กดเลยจ้า เพื่อติดต่อสอบถามค่ะ↔
♨คุณลูกค้ากดล่างตรงมือชี้เลยจ้า👇
http://ning-shop.com/line/-shop

🎀เยี่ยมชมสินค้าทางเว็ปไซด์คลิ๊กจ้า👇
http://d-boonbycriya.lnwshop.com/

👇👩‍💻 คลิ๊กลิ้งเลยค่ะ 👩‍💻👇
http://www.ning.shop59.shopup2.com

ท่าออกกำลังกายยืดเส้นยืดสาย แบบง่ายๆ ลดอาการปวดให้คลายลงได้ ช่วงไหนว่างๆ ลองทำกันดูนะค๊ะการออกกำลังกายทำให้สุขภาพเราดีขึ...
09/09/2017

ท่าออกกำลังกายยืดเส้นยืดสาย แบบง่ายๆ ลดอาการปวดให้คลายลงได้ ช่วงไหนว่างๆ ลองทำกันดูนะค๊ะ
การออกกำลังกายทำให้สุขภาพเราดีขึ้น

โทรสายด่วนปรึกษา 063 595-6615 คุณหนิง

↔กดเลยจ้า เพื่อติดต่อสอบถามค่ะ↔
♨คุณลูกค้ากดล่างตรงมือชี้เลยจ้า👇
http://ning-shop.com/line/-shop

🎀เยี่ยมชมสินค้าทางเว็ปไซด์คลิ๊กจ้า👇
http://d-boonbycriya.lnwshop.com/

👇👩‍💻 คลิ๊กลิ้งเลยค่ะ 👩‍💻👇
http://www.ning.shop59.shopup2.com

โรคอาการปวดเมื่อยล้ากล้ามเนื้อ หลายคนอาจเป็นอยู่ก็ได้ อ่านดูนะคะ แล้วอย่าลืมกดแชร์..!! นะคะอาการปวดเมื่อยล้ากล้ามเนื้อเก...
09/09/2017

โรคอาการปวดเมื่อยล้ากล้ามเนื้อ หลายคนอาจเป็นอยู่ก็ได้
อ่านดูนะคะ แล้วอย่าลืมกดแชร์..!! นะคะ

อาการปวดเมื่อยล้ากล้ามเนื้อเกิดได้จาก

1. กล้ามเนื้อที่ต้องทำงานหนักและถูกเกร็งค้างอยู่นานๆ โดยจะพบอยู่บ่อยๆ เช่น การเกร็ง ในการสะพายกระเป๋าทุกครั้งเพื่อไม่ให้ประเป๋าหลุดลงจากบ่า เลยต้องมีการเกร็งกล้ามเนื้อบ่าอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะไม่ได้ใช้แรงจากกล้ามเนื้อมากนักแต่เป็นการเกร็งค้าง จึงมีการบีบกดของหลอดเลือดที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อบริเวณนั้นๆ ทำให้การนำออกซิเจนมาช่วยในการเผาผลาญสารอาหารทำได้ไม่เต็มที่ เมื่อร่างกายไม่ได้รับออกซิเจนไปใช้ในกระบวนการนี้ จึงทำให้เกิดการคั่งของกรดแล็กติก ถ้าไม่ได้ระบายออกด้วยการไหลเวียนของเลือด จะทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยล้าได้ กล้ามเนื้อที่มีอาการปวดล้าได้ง่ายได้แก่ กล้ามเนื้อ บริเวณบ่า คอด้านหลัง และหลังส่วนล่าง

2. มีภาวะหดสั้นของกล้ามเนื้อ ภาวะเช่นนี้มักจะพบได่ที่กล้ามบริเวณหน้าอก กล้ามเนื้อคอด้านหน้า กล้ามเนื้อหน้าท้อง กล้ามเนื้องอสะโพก การที่เราใช้มือทำงานโดยยื่นออกไปทางด้านหน้าโดยทั่วไปจะทำให้กล้ามเนื้อหน้าอกอยู่ในภาวะที่หดสั้นตลอดเวลาจนความยาวของกล้ามเนื้อลดลง เมื่อถึงเวลาที่จะต้องใช้งานกล้ามเนื้อส่วนนั้น ในลักษณะที่ยืดยาวออกจะทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ การนั่งนานจะทำให้เกิดการหดสั้นของกล้ามเนื้อหน้าท้อง และกล้ามเนื้องอสะโพกที่อยู่ทางด้านหน้าของลำตัวได้

3. การออกแรงอย่างหนักของกล้ามเนื้อ จะทำให้มีการเกิดการคั่งของกรดแล็กติก ทำให้กล้ามเนื้อล้าและปวด อาการปวดจะไปกระตุ้นกล้ามเนื้อให้เกร็งแข็งโดยอัตโนมัติ แต่หากไม่ได้มีการผ่อนคลายอาการตึงตัวของกล้ามเนื้อ ก็มักจะทำให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังได้ อาการเช่นนี้มักจะพบได้ในกล้ามเนื้อทุกมัดที่ต้องออกแรงอย่างหนัก

วิธีป้องกันการเกิดอาการปวดกล้ามเนื้อ
ควรอยู่ในท่าทางที่เหมาะสม เช่น ไม่ควรก้มคอหรือหลัง มากเกินไป ไม่อยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานๆ เช่น นั่งนานเกินกว่า 2 ชั่วโมง ควรจะปรับกิจกรรมที่ทำให้กล้ามเนื้อต้องเกร็งค้างตลอดเวลา เช่น ไม่ควรสะพายกระเป๋าที่หนักเกินไป ให้ลดน้ำหนักลงหรือสะพายสลับข้างกันบ้าง หรือใช้มือถือไว้บ้าง เพื่อเปลี่ยนกลุ่มการใช้งานของกล้ามเนื้อ หลังจากปรับสภาพงานหรือเปลี่ยนวิธีการทำงานแล้ว การออกกำลังด้วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อที่ใช้งานจะช่วยลดการตึงตัว เพิ่มการไหลเวียนของเลือดและความยืดหยุ่น โอกาสที่ความปวดเมื่อยล้าและบาด-เจ็บจากการทำงานจะลดลง

ปวดกล้ามเนื้อป้องกันได้ด้วยการยืดเหยียด
อาการปวดเมื่อยและอ่อนล้าของกล้ามเนื้อมักพบได้บ่อย ในกลุ่มคนที่ทำงานออฟฟิศและผู้ใช้แรงงาน แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีแก้ไขอาการปวดเมื่อยและล้าของกล้ามเนื้ออย่างเหมาะสม อาจทำให้กลายเป็นอาการปวดเรื้อรังของกล้ามเนื้อ (myofascial pain) หากเกิดอาการปวดเมื่อยล้าการยืดเหยียดกล้ามเนื้อก็เป็นอีกหนึ่งวิธี ที่จะช่วยป้องกันและรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อได้

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อ โดยตรง

สามารถสอบถามเพิ่มเติม
โทรสายด่วนปรึกษา 063 595-6615 คุณหนิง

↔กดเลยจ้า เพื่อติดต่อสอบถามค่ะ↔
♨คุณลูกค้ากดล่างตรงมือชี้เลยจ้า👇
http://ning-shop.com/line/-shop

🎀เยี่ยมชมสินค้าทางเว็ปไซด์คลิ๊กจ้า👇
http://d-boonbycriya.lnwshop.com/

👇👩‍💻 คลิ๊กลิ้งเลยค่ะ 👩‍💻👇
http://www.ning.shop59.shopup2.com

ไม่สูงวัยก็มีสิทธิ ′ข้อเข่าเสื่อม′ความเสี่ยงใหม่ของนักกีฬา !"ข้อเข่าเสื่อม" เป็นอาการที่เกิดในผู้สูงวัย ส่วนใหญ่อายุ 60 ...
07/09/2017

ไม่สูงวัยก็มีสิทธิ ′ข้อเข่าเสื่อม′ความเสี่ยงใหม่ของนักกีฬา !

"ข้อเข่าเสื่อม" เป็นอาการที่เกิดในผู้สูงวัย ส่วนใหญ่อายุ 60 ปีเป็นต้นไป เป็นความเสื่อมตามสภาพการใช้งานมานานของกระดูกอ่อนผิวข้อ ซึ่งในผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากยิ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดอาการมากขึ้น
ลักษณะภายนอกที่สังเกตได้ง่ายคือ "ขาโก่ง" ทำให้น้ำหนักตัวแทนที่จะตกลงตรงกลางเฉลี่ยเท่าๆ กัน กลับเป็นลงข้างที่ถูกใช้งานหนักมากกว่าอีกข้าง
ตามสถิติพบว่าปัจจัยที่พบมากในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมคือกรรมพันธุ์ โดยเกิดขึ้นในชาวเอเชียมากกว่าชาวตะวันตก
ปัจจุบันไม่เพียงปัจจัยของการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยของประเทศไทยที่ทำให้มีจำนวนผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น แต่คนที่ไม่สูงวัยก็มีโอกาสข้อเข่าเสื่อมได้เหมือนกัน อย่างนักกีฬา นักวิ่ง
โดยเฉพาะนักฟุตบอลซึ่งใช้เข่ามากและเกิดการบาดเจ็บที่หัวเข่าบ่อยๆ มีการฉีกขาดของเอ็น ส่งผลให้เข่าคลอน ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เข่าเสื่อมเร็ว โดยอาการของโรคนี้คือ คนไข้รู้สึกปวดข้อเข่า เมื่อยๆ ตึงๆ ที่น่องและข้อพับเข่า หรืออาจรู้สึกข้อเข่าขัด เคลื่อนไหวได้ไม่เต็มที่

นพ.วัลลภ สำราญเวทย์ ผู้อำนวยการศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่ากรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ บอกว่า ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคข้อเข่าและข้อสะโพกมากขึ้น
อุบัติการณ์ของโรคข้อเสื่อมข้ออักเสบเท่ากับ 3.5% ของจำนวนประชากรทั้งหมด โดยในอายุ 25 ปี มีอัตราข้อเสื่อม 4.9% อายุ 45 ปี มีอัตราเสื่อมเท่ากับ 19.2% และเมื่ออายุถึง 60 ปี มีโอกาสเกิดข้อเข่าเสื่อมสูงถึง 37.4%
ในประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวนผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมข้อสะโพกเสื่อมที่เข้ารับการผ่าตัดใส่ข้อเข่าเทียมสูงถึง 2% และ 1% ในโรคข้อสะโพกเสื่อม
ส่วนในประเทศไทย อัตราการเข้ารับการผ่าตัดลดหลั่นกันไปตามการเข้าถึงบริการของประชาชน มีจำนวนปีละ 25,000 ราย
การรักษาข้อเข่าเสื่อมไม่จำเป็นว่าต้องได้รับการผ่าตัดเสมอไป ถ้าเป็นในขั้นเริ่มต้น อาจเริ่มตั้งแต่ลดน้ำหนัก (สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักเกิน) ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เข่าในชีวิตประจำวัน ทำกายภาพบำบัด ใส่สนับเข่า รักษาอาการบาดเจ็บจนกว่าจะหายดี การฉีดยาหล่อเลี้ยงข้อสังเคราะห์ไปจนถึงการผ่าตัด
ซึ่งก่อนผ่าตัดจะต้องมีการประเมินเสียก่อนว่าคนไข้ที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมนั้นมีความรุนแรงระดับไหน กระทบกับคุณภาพชีวิตเพียงไร เช่น ถ้าคนไข้อายุ 65 ปี แต่ฟังก์ชั่นการใช้งานเข่าเท่ากับคนอายุ 80 ปี เจ็บปวด เดินลำบาก ทำให้ไม่อยากไปไหน ถ้าผ่าตัดแล้วสามารถกลับมามีคุณภาพชีวิตเท่ากับหรือดีกว่าอายุ 65 ถือว่าคุ้มค่า

โทรสายด่วนปรึกษา 063 595-6615 คุณหนิง

↔กดเลยจ้า เพื่อติดต่อสอบถามค่ะ↔
♨คุณลูกค้ากดล่างตรงมือชี้เลยจ้า👇
http://ning-shop.com/line/-shop

🎀เยี่ยมชมสินค้าทางเว็ปไซด์คลิ๊กจ้า👇
http://d-boonbycriya.lnwshop.com/

👇👩‍💻 คลิ๊กลิ้งเลยค่ะ 👩‍💻👇
http://www.ning.shop59.shopup2.com

กล้ามเนื้ออักเสบ (Myositis) เป็นภาวะอักเสบที่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อและใยกล้ามเนื้อ ซึ่งมักมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงและล้ามากห...
07/09/2017

กล้ามเนื้ออักเสบ (Myositis) เป็นภาวะอักเสบที่ส่งผลต่อกล้ามเนื้อและใยกล้ามเนื้อ ซึ่งมักมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงและล้ามากหลังเดินหรือยืนเป็นเวลานาน อาการเจ็บและบวมที่กล้ามเนื้อ อาจจะเกิดจากการเกิดอุบัติเหตุเช่นหกล้ม หรือเล่นกีฬา อาจเกิดขึ้นในระยะสั้น ๆ หรือเป็นอาการเรื้อรัง ทั้งนี้สาเหตุอาจมาจากการติดเชื้อ การได้รับบาดเจ็บ โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง หรืออาจเป็นผลข้างเคียงจากการใช้ยาก็ได้

อาการของกล้ามเนื้ออักเสบส่วนใหญ่จะแสดงในลักษณะของกล้ามเนื้ออ่อนแรงและปวดกล้ามเนื้อ บางครั้งผู้ป่วยอาจสังเกตได้เอง แต่บางครั้งก็อาจรู้ได้จากการตรวจเท่านั้น ซึ่งความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อที่เกิดขึ้นนี้มักจะค่อย ๆ แย่ลงเมื่อเวลาผ่านไปหลายสัปดาห์จนถึงหลายเดือน และส่งผลต่อกลุ่มกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ทั้งหลาย เช่น คอ หัวไหล่ หลัง ขา และสะโพก

อาการอื่น ๆ ที่สามารถเกิดร่วมกับการอักเสบ ได้แก่
มีผื่นขึ้น หรือผิวหนังที่มือหนาขึ้น ในกรณีที่มีผิวหนังอักเสบร่วมด้วย
อ่อนล้า กลืนลำบาก หายใจลำบาก อาการของการติดเชื้อไวรัส เช่น เป็นไข้ น้ำมูกไหล ไอ เจ็บคอ คลื่นไส้ ท้องเสีย ในกรณีที่เป็นกล้ามเนื้ออักเสบจากการติดเชื้อไวรัส
ปวดกล้ามเนื้อ ส่วนมากเกิดจากอุบัติเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้อตึง หรือเป็นอาการจากโรคหวัดหรือไข้หวัดใหญ่

สาเหตุของกล้ามเนื้ออักเสบ
- การอักเสบ ภาวะที่ก่อให้เกิดการอักเสบไม่ว่าบริเวณใดของร่างกายก็ส่งผลกระทบต่อกล้ามเนื้อ และตามมาด้วยการอักเสบอย่างรุนแรงของกล้ามเนื้อที่จำเป็นต้องรับการรักษาระยะยาว
ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มักพบว่าเป็นการอักเสบที่เกิดจากโรคแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง หรือภาวะภูมิคุ้มกันผิดปกติที่ร่างกายหันมาทำลายตัวเองนั่นเอง
เช่น โรคผิวหนังและกล้ามเนื้ออักเสบ ภาวะกล้ามเนื้ออักเสบหลาย ๆ แห่งในร่างกาย และโรคกล้ามเนื้ออักเสบชนิด IBM (Inclusion Body Myositis) นอกจากนี้โรคเอสแอลอี (SLE) โรคผิวหนังแข็ง และโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์เองก็สามารถทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบอ่อน ๆ ชนิดไม่รุนแรงได้เช่นกัน

- การติดเชื้อ ต้นเหตุของกล้ามเนื้ออักเสบส่วนมากเกิดจากการติดเชื้อไวรัส เช่น เชื้อไวรัสโรคหวัด ไข้หวัดใหญ่ และเชื้อไวรัสเอชไอวี การที่กล้ามเนื้ออักเสบอาจเกิดจากเชื้อไวรัสเหล่านี้บุกเข้าไปยังเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อโดยตรงหรือมีการปล่อยสารที่ไปทำลายใยกล้ามเนื้อให้เสียหาย

- ยารักษาโรค หลายชนิดที่สามารถส่งผลทำให้กล้ามเนื้อเสียหาย เช่น ยาลดไขมันในเลือดสแตติน (Statins) ยาโคลชิซินรักษาโรคเก๊าท์ (Colchicine) ยาไฮดรอกซีคลอโรควินสำหรับรักษาโรคข้อรูมาตอยด์ โรคลูปัส และโรคมาลาเรีย ยารักษาโรคไวรัสตับอักเสบอัลฟาอินเทอร์เฟอรอน หรือยาที่มีส่วนผสมของสารเสพติดอย่างโคเคนและแอลกออลล์ เป็นต้น

ผลข้างเคียงจากยาเหล่านี้อาจเกิดขึ้นทันทีหลังจากเริ่มรับประทานยาหรือเกิดขึ้นตามมาภายหลังเมื่อรับประทานเป็นเวลานานเป็นเดือน ๆ หรือเป็นปีก็ได้ และบางครั้งก็เป็นผลจากยา 2 ชนิดที่รับประทานเข้าไปแล้วทำปฏิกิริยากัน อย่างไรก็ตาม โรคกล้ามเนื้ออักเสบจากการใช้ยานี้มักพบได้น้อย

การได้รับบาดเจ็บ การออกกำลังกายอย่างแข็งขันเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่การปวด บวม และอ่อนแรงของกล้ามเนื้อหลังจากออกกำลังกาย โดยอาจเกิดขึ้นนานเป็นชั่วโมงไปหรือเป็นวัน ๆ และทำให้เกิดการอักเสบตามมาในที่สุด แต่ก็มักจะหายไปเมื่อหยุดพักหรือเมื่อร่างกายได้รับการฟื้นฟู

นอกจากนี้ กล้ามเนื้อที่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงอย่างเฉียบพลันอาจนำไปสู่เกิดภาวะกล้ามเนื้อลายสลาย ที่ทำให้มีอาการปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อบวม อ่อนแรง และอักเสบในที่สุด โดยผู้ป่วยอาจมีอาการปัสสาวะเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือสีแดงร่วมด้วย

การวินิจฉัยโรคกล้ามเนื้ออักเสบ
แพทย์อาจวินิจฉัยด้วยการซักถามอาการและตรวจร่างกายเบื้องต้น หากผู้ป่วยมีแนวโน้มจะเป็นโรคกล้ามเนื้ออักเสบจึงอาจวินิจฉัยขั้นต่อไปด้วยการตรวจเลือดเป็นหลัก เพื่อวัดระดับของเอ็นไซม์และสารภูมิคุ้มกันในเลือด ค่าเอ็นไซม์กล้ามเนื้อที่อยู่ในระดับสูงอาจหมายถึงการอักเสบของกล้ามเนื้อได้ ส่วนระดับสารภูมิคุ้มกันที่ผิดปกตินั้นจะสามารถบ่งบอกถึงโรคภูมิแพ้ตัวเองที่เป็นสาเหตุของกล้ามเนื้ออักเสบ นอกจากนี้ การวินิจฉัยอื่น ๆ ที่แพทย์อาจนำมาใช้ประกอบในบางกรณีมีดังนี้
- การตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG) เป็นการสอดขั้วกระแสไฟฟ้ารูปร่างคล้ายเข็มผ่านผิวหนังเข้าไปภายในกล้ามเนื้อ วิธีนี้จะช่วยตรวจหากล้ามเนื้อที่อ่อนแอหรือถูกทำลายจากการเกิดกล้ามเนื้ออักเสบ โดยเครื่องจะบันทึกสัญญาณไฟฟ้าของปลายเส้นประสาท เพื่อให้แพทย์สามารถดูว่ามีรูปแบบการทำงานผิดปกติหรือไม่
- การทำ MRI Scan เป็นการวินิจฉัยโดยใช้กระแสแม่เหล็กไฟฟ้าพลังงานสูงถ่ายภาพกล้ามเนื้อของผู้ป่วย สามารถช่วยระบุหากล้ามเนื้อบริเวณที่มีการอักเสบหรือมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามวิธีนี้มักไม่ค่อยนำมาใช้
- การตรวจเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ นับเป็นการตรวจวินิจฉัยการอักเสบของกล้ามเนื้อที่แม่นยำที่สุด และมักนำมาใช้เป็นการวินิจฉัยวิธีสุดท้าย โดยแพทย์จะระบุหากล้ามเนื้อที่อ่อนแอ แล้วใช้การผ่าตัดเล็กนำเอาตัวอย่างของเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อดังกล่าวออกมาเพื่อส่งตรวจหาการอักเสบ การบาดเจ็บ หรือความผิดปกติใด ๆ

การรักษาโรคกล้ามเนื้ออักเสบ
การเลือกใช้วิธีรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุของการเกิดกล้ามเนื้ออักเสบในผู้ป่วยรายนั้น ๆ กล้ามเนื้ออักเสบที่เกิดจากอาการอักเสบอื่น ๆ อาจต้องรักษาด้วยยากดระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ได้แก่ ยาเพรดนิโซน (Prednisone) ยาอะซาไธโอพรีน (Azathioprine) และยาเมโธเทรกเซต (Methotrexate)

"กล้ามเนื้ออักเสบที่มีสาเหตุจากการติดเชื้อซึ่งโดยมากพบว่าเป็นเชื้อไวรัสนั้นไม่จำเป็นต้องรักษา"
"แต่หากเกิดจากเชื้อแบคทีเรียก็มักจะต้องได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการแพร่ของเชื้อที่อาจอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้"

ด้านกล้ามเนื้ออักเสบที่เป็นผลจากการใช้ยา วิธีรักษาคือการหยุดให้ยาชนิดนั้น ๆ เช่น การใช้ยาสแตตินเพื่อลดไขมันในเลือด หลังหยุดรับประทานยาชนิดนี้ 2-3 สัปดาห์ อาการอักเสบของกล้ามเนื้อก็จะบรรเทาลงในที่สุด

ส่วนผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้อลายสลายเกิดขึ้นตามมาจากการอักเสบของกล้ามเนื้อ แม้พบได้ไม่บ่อยแต่สามารถทำให้ไตได้รับความเสียหายไปอย่างถาวรได้ ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อรับสารน้ำผ่านเข้าหลอดเลือดจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันแพทย์จะเฝ้าดูการทำงานของไต และอาจจำเป็นต้องฟอกไตหากมีอาการรุนแรง

ภาวะแทรกซ้อนโรคกล้ามเนื้ออักเสบ
ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออักเสบบางรายอาจมีการตอบสนองต่อการรักษาได้ไม่ดี และได้รับผล
กระทบในการใช้ชีวิตประจำวันจากอาการกล้ามเนื้ออักเสบที่เป็น รวมถึงภาวะไตวายที่อาจเกิดขึ้นได้หากผู้ป่วยได้รับน้ำไม่เพียงพอ นอกจากนี้โรคกล้ามเนื้ออักเสบชนิดที่เกิดขึ้นหลายแห่งและชนิดกล้ามเนื้ออักเสบร่วมกับผิวหนังอักเสบที่มีอาการรุนแรงอาจส่งผลต่อการหายใจและการกลืนอาหาร จนอาจต้องใช้การบำบัดด้านการพูดและการใช้ภาษาหากอาการดังกล่าวมีผลต่อการสื่อสาร และยังอาจเชื่อมโยงกับการเกิดมะเร็งได้ แพทย์ที่ทำการรักษาโรคกล้ามเนื้อชนิดนี้จึงอาจแนะนำให้ผู้ป่วยรับการตรวจหามะเร็งร่วมด้วย

การป้องกันโรคกล้ามเนื้ออักเสบ
กล้ามเนื้ออักเสบหลายชนิดยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ทำให้ไม่มีวิธีป้องกันที่ได้ผลแน่นอน แต่กล้ามเนื้ออักเสบชนิดที่เกิดจากการติดเชื้อ การใช้ยารักษาโรค และการได้รับบาดเจ็บนั้นสามารถป้องกันได้ตามสาเหตุที่ทำให้เกิด ดังนี้

ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี
ไม่ฉีดสารเสพติดเข้าเส้นเลือดหรือเข้ากล้ามเนื้อ ส่วนยารักษาโรคที่จำเป็นต้องใช้การฉีด ก่อนฉีดควรทำความสะอาดผิวหนังบริเวณนั้น ๆ ให้สะอาด
หากจำเป็นต้องใช้ยาที่อาจทำให้กล้ามเนื้ออักเสบได้ ควรใช้ในปริมาณที่น้อยที่สุดที่แพทย์จะอนุญาตให้ใช้ได้ รวมทั้งควรตรวจเลือดเพื่อดูว่ายาที่ใช้มีผลทำให้กล้ามเนื้อได้รับบาดเจ็บหรือไม่

การออกกำลังกายแต่พอดี อย่าหักโหม เพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ

เป็นแล้วเรื้อรังหายยากมากจ้า
โทรสายด่วนปรึกษา 063 595-6615 คุณหนิง

↔กดเลยจ้า เพื่อติดต่อสอบถามค่ะ↔
♨คุณลูกค้ากดล่างตรงมือชี้เลยจ้า👇
http://ning-shop.com/line/-shop

🎀เยี่ยมชมสินค้าทางเว็ปไซด์คลิ๊กจ้า👇
http://d-boonbycriya.lnwshop.com/

👇👩‍💻 คลิ๊กลิ้งเลยค่ะ 👩‍💻👇
http://www.ning.shop59.shopup2.com

เขาทำอะไรกัน นั่งคิดอยู่บ้านก็ได้แค่คิด อยากพิชิตเงินแสน ต้องมาเรียนรู้....สอบถาม สำรองที่นั่งด่วน 063-5956615 หนิงค่ะไม...
06/04/2017

เขาทำอะไรกัน นั่งคิดอยู่บ้านก็ได้แค่คิด
อยากพิชิตเงินแสน ต้องมาเรียนรู้....
สอบถาม สำรองที่นั่งด่วน 063-5956615 หนิงค่ะ
ไม่มีความรู้..แต่อยากเรียนรู้...เชิญค่ะ

ที่อยู่

Bangkok
10510

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หาเงินง่ายๆ ด้วยปลายนิ้ว แค่มือถือก็รวยได้ จับมือทำจนเป็นผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์