Yell Worldwide At Yell, we craft experiences, where impact is Simplicity Inspires, Humanity Connects, Innovation Thrives, and Measurable Results.

Since 2009, Yell has been committed to delivering innovative and impactful solutions to our valued clients. We offer a comprehensive suite of services, including project management, strategy, creative, media, and community management, all aimed at driving exceptional results. At Yell, we take pride in being 'Effectively Creative'

Our team of seasoned professionals combines industry expertise with innovative thinking to craft bespoke strategies that align with each client’s unique objectives. By leveraging our deep industry knowledge and utilizing cutting-edge techniques, we maximize brand impact and elevate market presence. Additionally, our expertise in community management allows us to foster strong client relationships and cultivate enduring brand loyalty. Yell is proud to be the first ASEAN-based Thai agency network, with its headquarters in Bangkok and international offices in Singapore, Beijing, and Shanghai. Our presence further extends through regional partner offices in Kuala Lumpur, Jakarta, and Taipei, ensuring a broad and dynamic regional reach.

สำหรับแบรนด์ Retail ทุกวันนี้คนซื้อของไม่ได้เริ่มจากชื่อสินค้าเสมอไปแต่เริ่มจากโจทย์ที่อยากแก้ แล้วถาม AI ให้ช่วยหา เปรี...
26/09/2026

สำหรับแบรนด์ Retail ทุกวันนี้คนซื้อของไม่ได้เริ่มจากชื่อสินค้าเสมอไป
แต่เริ่มจากโจทย์ที่อยากแก้ แล้วถาม AI ให้ช่วยหา เปรียบเทียบ และตัดสินใจ
นี่คือ 3 เรื่องที่แบรนด์ Retail ควรรู้ ก่อนเริ่มใช้ ChatGPT Ads

1. อย่าพาคนเข้าหน้าแรก พาไปที่ "ของที่เขากำลังหา" เลย
ถ้าคนกำลังถามว่า "หูฟังตัดเสียง งบไม่เกิน 3,000"
การพาเขาเข้า Homepage แล้วให้เริ่มหาใหม่ตั้งแต่ต้น คือการเสียจังหวะที่ดีที่สุดไป

Landing Page จึงควรตรงกับโจทย์ของเขา
เช่น หน้าสินค้า หรือหน้าที่ Filter ไว้แล้วตามประเภทและงบ
เป้าหมายไม่ใช่แค่พาคนเข้าร้าน แต่พาไปให้ใกล้สินค้าที่ใช่มากที่สุด
2. อย่ามองแค่คนที่สนใจ แต่มองคนที่กำลังตัดสินใจ
คนที่สนใจเครื่องใช้ไฟฟ้า กับคนที่กำลังถามว่า
"Robot Vacuum รุ่นไหนเหมาะกับบ้านที่มีแมว งบไม่เกิน 15,000?"
มี Intent การซื้อไม่เท่ากัน

บน ChatGPT บทสนทนาเดียวเริ่มได้ตั้งแต่หาข้อมูล เปรียบเทียบ ไปจนถึงตัดสินใจ
อย่าถามแค่ว่า "ใครน่าจะซื้อสินค้าของเรา?"
ให้ถามต่อว่า "เขากำลังตัดสินใจเรื่องอะไร และสินค้าเราช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นได้ไหม?"

เพราะคนที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่คนที่สนใจ Category เรามานาน
แต่คือคนที่มีโจทย์ต้องแก้ตอนนี้
3. สินค้าเป็นพันชิ้น ให้ระบบหยิบชิ้นที่ใช่ไปเจอคนที่ใช่
Feature ที่เหมาะกับ Retail มากคือ Product Feed
ซึ่งแบรนด์สามารถนำ Catalog เข้า ChatGPT Ads ได้ 3 แบบ
- Upload ไฟล์ CSV หรือ TXT
- ดึงจาก Hosted URL
- เชื่อมผ่าน SFTP สำหรับอัปเดตสินค้าอัตโนมัติ

เมื่อเชื่อมแล้ว ระบบจะใช้ข้อมูลอย่างรูป ชื่อสินค้า ราคา และส่วนลด สร้าง Feed-based Ads ได้ใน Scale ที่ใหญ่ขึ้น
แทนที่จะเลือก Hero Product ไม่กี่ตัว
Catalog ที่พร้อมจะเปิดโอกาสให้สินค้าที่ Relevant ถูกค้นพบในจังหวะที่คนกำลังเลือก
สุดท้าย อย่าหยุดวัดแค่ Click
เป้าหมายของ Retail ไม่ใช่แค่ "คนเข้าร้านเยอะขึ้น"
แต่คือ "คนที่กำลังหา เจอของที่ใช่ แล้วซื้อจริง"

ติด OpenAI Pixel หรือ Conversions API ให้เรียบร้อย
แล้ววัดกันที่ Conversion และยอดขายรายสินค้า ว่า Intent ไหนเปลี่ยนเป็นยอดขายได้จริง

ถ้าคุณขายอาหารพร้อมทาน เครื่องดื่ม ร้านอาหาร แบรนด์ที่เป็นสายกินต่างๆ อย่าเพิ่งเลื่อนผ่านโพสต์นี้เพราะเราสรุป 4+1 เคล็ดล...
25/09/2026

ถ้าคุณขายอาหารพร้อมทาน เครื่องดื่ม ร้านอาหาร แบรนด์ที่เป็นสายกินต่างๆ อย่าเพิ่งเลื่อนผ่านโพสต์นี้
เพราะเราสรุป 4+1 เคล็ดลับ ChatGPT Ads สำหรับแบรนด์สายกิน ที่คุณต้องรู้ จะมีอะไรบ้างมาดูกันเลย! 😋

1. อย่ารอให้เขานึกชื่อของกินออก ไปเจอตั้งแต่ตอนที่เขายัง "ไม่รู้จะกินอะไร"
นี่อาจเป็น Moment ที่น่าสนใจที่สุดของ Food บน ChatGPTเพราะก่อนจะ Search ชื่อร้านหรือชื่อสินค้า คนมักเริ่มจากคำถามง่าย ๆ อย่าง

"เที่ยงนี้กินอะไรดี"
"กลับบ้านดึก กินอะไรที่ไม่ยุ่งยาก"
"มีทูน่ากับไข่อยู่ ทำอะไรได้บ้าง"

อาหารพร้อมทานอาจตอบโจทย์มื้อที่เร่งรีบ
ร้านอาหารอาจเหมาะกับมื้อที่ไม่อยากทำเอง
ส่วน Food Delivery เหมาะกับมื้อที่ไม่อยากออกจากบ้าน

โจทย์จึงไม่ใช่แค่ "ใครชอบกินอะไร"แต่คือ "ตอนนี้เขาต้องการอะไร ที่แบรนด์เราเป็นตัวเลือกได้"
2. สินค้าชิ้นเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องขายด้วยเหตุผลเดียว
ลองนึกถึงกาแฟพร้อมดื่ม

ตอนเช้า อาจเป็น "หยิบแล้วไปทำงานได้เลย"
ก่อนประชุม อาจเป็น "กาแฟที่ไม่ต้องเสียเวลาแวะร้าน"
ช่วงบ่าย อาจเป็น "Break สั้น ๆ ก่อนกลับไปลุยงานต่อ"

แทนที่จะทำ Creative เดียวแล้วพยายามพูดกับทุกคน
ลองเปลี่ยนเป็นสินค้าหนึ่งชิ้น มีหลายเหตุผลในการกิน เป็นหลาย Message
สินค้ายังเหมือนเดิม แต่เหตุผลที่คนเลือกไม่เหมือนกัน
3. อย่าคิดแค่ "ขายอะไร" แต่คิดว่าเราอยากอยู่ใน Moment ไหน
คนไม่ได้ต้องการสิ่งเดียวกันตลอดทั้งวัน และแต่ละธุรกิจก็มี Moment ที่ตัวเองเหมาะไม่เหมือนกัน

อาหารพร้อมทาน อาจเหมาะกับคนที่รีบ, กินที่ออฟฟิศ หรือกลับบ้านดึก
เครื่องดื่ม เหมาะกับช่วงเช้า, ระหว่างเดินทาง หรือช่วงบ่าย
ร้านอาหารจานด่วน เหมาะกับมื้อเที่ยง, มื้อเย็น-ดึก หรือกินกับเพื่อน

Moment ที่เลือกนี้แหละ คือสิ่งที่ควรใส่ในบริบทของโฆษณาเพื่อบอกระบบว่าแบรนด์เรา Relevant กับบทสนทนาแบบไหน
4. อย่าใช้คำว่า "อร่อย" แก้ทุกโจทย์
แน่นอนว่าอาหารต้องอร่อย แต่คำว่า "อร่อย" อย่างเดียวไม่ได้ตอบว่าทำไมคนควรเลือกเราใน Moment นี้

คนรีบตอนเช้า ลองบอกว่า "พร้อมกิน หยิบแล้วไปต่อได้เลย"
คนหามื้อกลางวัน ลองบอกว่า "อิ่มครบ จบง่ายในมื้อเดียว"
คนกำลังคุมงบ ลองบอกว่า "มื้อนี้จบได้ในงบ 100 บาท"

Creative ที่ดีจึงไม่ควรบอกแค่ว่าสินค้าเราดีอย่างไร
แต่ต้องตอบให้ได้ว่า "ทำไมมันถึงเหมาะกับสิ่งที่คนกำลังต้องการตอนนี้?"
และ+1 ข้อที่สำคัญ อย่าพยายามไปอยู่ทุกที่ที่มีคำว่า "กิน"
ร้านไก่ทอดไม่จำเป็นต้องอยู่ในทุกบทสนทนาเรื่องอาหาร
กาแฟพร้อมดื่มไม่จำเป็นต้องครองทุก Moment ที่คนง่วง
และ Food Delivery ก็ไม่จำเป็นต้องตอบทุกคำถามว่า "กินอะไรดี"

เลือก Moment ที่แบรนด์มี Right to Win จริง ๆ แล้วทำให้ Message ตรงกับ Moment นั้นที่สุด
เพราะสุดท้าย แบรนด์อาหารไม่จำเป็นต้องชนะทุกมื้อ

แค่ต้องรู้ว่า "มื้อไหน เพราะอะไร" ที่ควรเป็นเรา

25/09/2026

🌕 สุขสันต์วันไหว้พระจันทร์ 🥮

ขอให้พระจันทร์เต็มดวงคืนนี้
พาความสุขเล็ก ๆ กลับไปเติมให้ทุกคน
ร่ำรวยเงินทอง กิจการรุ่งเรือง
มีเรื่องดี ๆ เข้ามาให้ได้ยิ้มในทุกวัน

ขอให้ทุกความตั้งใจค่อย ๆ เป็นจริง
และมีช่วงเวลาดี ๆ ได้อยู่พร้อมหน้ากับคนที่รักนะคะ

Yell Team💛

#วันไหว้พระจันทร์

ChatGPT Ads เข้าไทยแล้ว นี่อาจไม่ใช่แค่ platform ใหม่ แต่ทำให้วิธีคิดของเราเปลี่ยนไปด้วยและนี่คือ 5 เรื่องที่ต้องรู้สำหร...
24/09/2026

ChatGPT Ads เข้าไทยแล้ว

นี่อาจไม่ใช่แค่ platform ใหม่ แต่ทำให้วิธีคิดของเราเปลี่ยนไปด้วย
และนี่คือ 5 เรื่องที่ต้องรู้สำหรับนักการตลาด เริ่มเลย! 👇

1. จากหา Audience ที่ใช่ เป็นเข้าใจ Intent ที่ใช่
ปกติวาง Media เรามักเริ่มจาก

“เราอยากคุยกับใคร?”

แต่บน ChatGPT มีอีกคำถามที่สำคัญขึ้นมาคือ

“ตอนนี้เขากำลังต้องการอะไร?”

เพราะระบบสามารถใช้ Context และ Intent ของ Conversation เป็นหนึ่งใน Signal สำหรับเลือก Ads
คนคนเดียวกัน วันนี้อาจกำลังวางแผนเที่ยว พรุ่งนี้เทียบมือถือ อีกวันกำลังหาสินค้าอื่น ทั้งเป็น audience เดิมแต่ Intent เปลี่ยนไปตามแต่ละ Moment และนี่คือสิ่งที่แบรนด์ต้องเริ่มเข้าใจให้ลึกขึ้น
2. Context Hints ไม่ใช่ Keyword Targeting

ถ้าเราขายเครื่องฟอกอากาศ เราอาจคุ้นเคยกับการคิด Keyword อย่าง

“เครื่องฟอกอากาศ”
“เครื่องฟอกอากาศ คอนโด”

แต่คนคุยกับ AI อาจถามว่า

“อยู่คอนโด มีแมว ห้องประมาณ 25 ตร.ม. ควรใช้เครื่องฟอกแบบไหนดี?”

ประโยคเดียวมีทั้ง Need, Situation และ Intent

ChatGPT Ads มีสิ่งที่เรียกว่า Context Hints ให้แบรนด์ช่วยบอกระบบว่าสินค้าเหมาะกับใคร และในสถานการณ์แบบไหน
ที่สำคัญ มันไม่ใช่การซื้อ Keyword และไม่ได้การันตีว่า Ads จะขึ้นใน Conversation นั้น

โจทย์จึงไม่ใช่แค่
“เราจะซื้อคำว่าอะไร?”

แต่คือ
“แบรนด์ของเรา Relevant กับ Conversation แบบไหน?”
3. Bid แพงกว่า ไม่ได้แปลว่าจะชนะเสมอ

อันนี้คนซื้อ Media น่าจะสนใจ
ChatGPT Ads ใช้ระบบประมูลที่ไม่ได้มองแค่ราคา Bid แต่ให้น้ำหนักกับ Relevance ของ Ads ด้วย
แปลว่า การ Bid สูงอย่างเดียวไม่ได้การันตีว่าจะได้ Impression

ทั้ง Context, Creative, Message และ Landing Page จึงต้องไปในทางเดียวกัน
ซึ่งทั้งหมดล้วนมีผลกับ Media Performance โดยตรง
4. ตัวเลือก Objective ยังมีไม่มาก

ตอนนี้ ChatGPT Ads มี Objective ให้เลือก 3 แบบ คือ Reach, Clicks และ Conversions

ครอบคลุมตั้งแต่ Awareness ไปจนถึง Conversion ก็จริง แต่ยังไม่ละเอียดเท่า Meta หรือ Google สำหรับแคมเปญที่ต้องวาง Funnel ซับซ้อน หรือแยก Objective ย่อยหลายชั้น

ช่วงแรกนี้ ChatGPT Ads จึงเหมาะกับการใช้เป็น Test & Learn ควบคู่กับช่องทางหลัก
เพื่อดูว่า Intent แบบไหนที่เปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ได้จริง ก่อนจะขยับขึ้นมาใช้เป็น Core Channel
5. สุดท้าย ต้องวัดได้ว่า Intent นั้นสร้าง Business Result หรือเปล่า

ChatGPT Ads วัดผลได้ตั้งแต่
Impression, Click, CTR, CPC, CPM ไปจนถึง Conversion
และฝั่ง Conversion Tracking รองรับทั้ง OpenAI Pixel และ Conversions API

ดังนั้นคำถามไม่ควรหยุดแค่

“เราควรลง ChatGPT Ads ไหม?”

แต่ควรถามต่อว่า
เราจะเลือก Context ไหน ใช้ Creative แบบไหน Bid ยังไง และวัดผลอะไร เพื่อเปลี่ยน Intent นั้นให้เป็น Business Result?

--

สำหรับ Yell เรามองว่า ChatGPT Ads ไม่ได้เข้ามาแทน Google, Meta หรือ TikTok
แต่มันกำลังเพิ่ม Media Moment แบบใหม่ เข้ามา

จากเดิมที่เราต้องเก่งเรื่อง
“ใครคือ Audience ของเรา?”

ต่อไปเราอาจต้องเก่งขึ้นอีกเรื่อง คือ
“Audience คนนั้นกำลังต้องการอะไร ในจังหวะนั้นพอดี?”

เพราะในวันที่ Consumer Journey เริ่มต้นด้วยการ “ถาม AI” มากขึ้น
การซื้อ Media อาจไม่ได้มีแค่การหา Right Person

แต่คือการเข้าไปให้ถูก
Right Intent. Right Context. และ Right Moment. ครับ 😊🤖

🏆 2 MORE AWARDS FOR YELL!!🥳อีกหนึ่งเรื่องดี ๆ ของบ้าน Yell 💛กับ 2 รางวัลจาก Wellness CNB Award ครั้งที่ 8 จัดโดยสถาบันกา...
24/09/2026

🏆 2 MORE AWARDS FOR YELL!!🥳

อีกหนึ่งเรื่องดี ๆ ของบ้าน Yell 💛
กับ 2 รางวัลจาก Wellness CNB Award
ครั้งที่ 8 จัดโดยสถาบันการสร้างชาติ

✨ Thailand Wellness Corporate Nation-Building 2026
คะแนนสูงสุดระดับ AAAAA (5A)

✨ Wellness Corporate Culture Award 2026
สำหรับองค์กรที่มีวัฒนธรรมส่งเสริมสุขสภาพของคนในองค์กร

ดีใจกับพี่ ๆ ทีม HR มาก ๆ

ขอบคุณที่คอยดูแลชาวเยล สร้างพื้นที่ดี ๆ
และทำให้เรื่องของ “คน”
เป็นเรื่องสำคัญของ Yell เสมอนะคะ 🫶🏻🥹

ทีม HR ของเราเก่งมากค่าา👏🏻


🇱🇦 ສະບາຍດີ! 👋🏻พี่โอห์ม ดิศรา อุดมเดชFounder & CEO, Yell WorldwideGuest Speaker, Laos E-Commerce 2026 🎤✨ครั้งนี้พี่โอห์มจ...
22/09/2026

🇱🇦 ສະບາຍດີ! 👋🏻

พี่โอห์ม ดิศรา อุดมเดช
Founder & CEO, Yell Worldwide
Guest Speaker, Laos E-Commerce 2026 🎤✨

ครั้งนี้พี่โอห์มจะพาไปมองโลกของ E-Commerce ให้ไกลกว่าตลาดเดิมๆ พร้อมแชร์ประสบการณ์จาก Yell Chengdu และมุมมองต่อโอกาสของแบรนด์อาเซียนในตลาด Cross-border 🌏🔥

📅 25–26 September 2026
📍 National Convention Centre, Vientiane, Laos

แล้วพบกันที่เวียงจันทน์นะคะ 💛

AND THAT’S ANOTHER ONE FOR YELL!!! 🏆ยินดีกับ Ajinomoto Quick Meal อีกหนึ่งรางวัลจาก Marketing Excellence Awards 2026 🎉ดี...
19/09/2026

AND THAT’S ANOTHER ONE FOR YELL!!! 🏆

ยินดีกับ Ajinomoto Quick Meal อีกหนึ่งรางวัลจาก Marketing Excellence Awards 2026 🎉

ดีใจและขอบคุณ Ajinomoto Quick Meal ที่ไว้ใจ และเปิดพื้นที่ให้เยลได้สนุกกับไอเดียไปด้วยกันนะคะ 💛

THE ONLY PRESENTER งานที่มีทั้งไอเดีย มีทั้งความสนุก และมี Presenter ที่เหมือนเกิดมาเพื่อบทนี้จริง ๆ 🤩

และขอบคุณทีมเยลทุกคนที่ช่วยกันคิด ช่วยกันลุย และใส่ใจในทุกดีเทล จนวันนี้เราได้มีอีกหนึ่งรางวัลกลับบ้านไปด้วยกัน🫶🏻

เก่งมากค่าาา ลุยกันต่อออ❤️‍🔥


And the winner is…“แน่นอก (ไชโยยกออก)”! 🏆ขอแสดงความยินดีกับ เงินไชโย กับรางวัล Best Financial Influencer Campaign จาก Th...
19/09/2026

And the winner is…“แน่นอก (ไชโยยกออก)”! 🏆

ขอแสดงความยินดีกับ เงินไชโย กับรางวัล Best Financial Influencer Campaign จาก Thailand Influencer Awards 2026! 🎉

ดีใจกับ เงินไชโย มาก ๆ เลยค่ะ👏🏻

จากเรื่องเงินที่หลายคนอาจคิดว่า “ยากจังเล๊ยยย”
เงินไชโยเปลี่ยนเรื่องที่ดูยาก ให้สนุก จำง่าย
โยกตามได้แบบไม่รู้ตัว 🤩

และดีใจกับทีม Yell ของเรามาก ๆ💛
ตั้งใจกันสุด ๆ จนได้พารางวัลกลับบ้านด้วยกัน
เก่งมากกกค่าา 🫶🏻

We came. We created. We YO(K)ED.💃🏻

#เงินไชโย

HELLOOOO THE WORK 2026!!! 👀💥Yell มาแล้วค่าาา!ปีนี้เยลคว้า Rank  #9 in Thailand 🇹🇭พร้อม 10 Acceptances แบบจึ้ง ๆ 🏆🔥ขอบคุณ...
18/09/2026

HELLOOOO THE WORK 2026!!! 👀💥

Yell มาแล้วค่าาา!
ปีนี้เยลคว้า Rank #9 in Thailand 🇹🇭
พร้อม 10 Acceptances แบบจึ้ง ๆ 🏆🔥

ขอบคุณชาว Yell ทุกคนที่ คิดสุด ลุยสุด
และใส่สุดในทุกดีเทล

และขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่เชื่อใจ
ให้เยลได้คิด ได้ลอง และสร้างผลงานดี ๆ
ไปด้วยกันเสมอนะคะ ✨

เห็น Rank แล้วก็อยากตะโกนอีกทีว่า…

ชาวเยลลลล เก่งมากกกกกก!!! 🗣️❤️‍🔥
ไปกันต่อค่าาาาา!!! 🚀


ขอบคุณ AD ADDICT ที่หยิบประเด็นจากเวที Thailand Influencer Awards 2026 มาเล่าต่อ 💛✨ดีใจที่พี่โอห์มได้ไปร่วมแชร์มุมมองเรื...
18/09/2026

ขอบคุณ AD ADDICT ที่หยิบประเด็นจากเวที Thailand Influencer Awards 2026 มาเล่าต่อ 💛✨

ดีใจที่พี่โอห์มได้ไปร่วมแชร์มุมมองเรื่อง Creator ในมุมของ Agency และการทำงานร่วมกันแบบ Creative Partner 🫶🏻

ใครอยากรู้ว่า วันนี้ Agency มองหา Creator แบบไหน ไปอ่านกันต่อได้เลยค่าา 🫶🏻🤩

Creator แบบไหนที่ Agency อยากทำงานด้วย? เมื่อวันนี้ Creator ต้องเป็นมากกว่าแค่ “คนรับบรีฟ”
ทุกวันนี้การทำงานระหว่าง Agency และ Creator มีหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ตั้งแต่การทำ Content, Influencer ไปจนถึงการ Collaboration ที่ Creator สามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับ Idea ของ Campaign ได้มากกว่าเดิม
แล้วในมุมของ Agency วันนี้ Creator แบบไหนที่พร้อมทำงานร่วมกับ Agency? และการ Collaboration ที่ดีควรเป็นอย่างไร?
นี่คือประเด็นจาก Session “What Makes Creators Agency-Ready?” บนเวที Thailand Influencer Awards 2026 ที่มีคุณพีท ทสร Chief Creative Officer แห่ง Ogilvy Thailand และ คุณ โอห์ม ดิศรา CEO แห่ง Yell Worldwide มาร่วมแชร์มุมมองและประสบการณ์ในการทำงานกับ Creator ทั้งในไทย จีน และอินโดนีเซีย
AD ADDICT เลยหยิบประเด็นสำคัญจาก Session นี้มาสรุปให้ทุกคนอ่านกันดังนี้ครับ
[ 1 : จาก “รับบรีฟ” สู่การเป็น “Creative Partner” ]
เมื่อก่อนการทำงานกับ Creator อาจเป็นการที่ Agency รับโจทย์จาก Brand ก่อน แล้วค่อยเลือก Creator มาช่วยผลิต Content หรือ Amplify Campaign แต่วันนี้ Creator ไม่ได้อยู่แค่ปลายทางอีกต่อไป เพราะหลายครั้ง Idea และ Insight จาก Creator สามารถกลายเป็นส่วนสำคัญของ Campaign ได้ตั้งแต่ต้น
หนึ่งในตัวเลขที่ถูกแชร์บนเวทีคือ ในตลาดจีน Budget ของบางแบรนด์ประมาณ 35% ถูกใช้ไปกับ Creator และสำหรับบางแบรนด์อาจมากกว่านั้นด้วยซ้ำ สะท้อนให้เห็นว่า Creator วันนี้ไม่ได้เป็นเพียง Media Channel แต่กำลังขยับเข้ามาเป็น Partner ที่ร่วมคิด ร่วมสร้าง และสร้าง Impact ให้กับ Brand ได้มากขึ้น
[ 2 : ยิ่งเป็นตัวเอง ยิ่งมีค่ากับแบรนด์ ]
อีกประเด็นสำคัญคือ ถ้าเลือก Creator มาแล้ว สุดท้ายกลับทำให้เขา “ไม่เหมือนตัวเอง” ก็อาจกำลังทิ้งสิ่งที่มีค่าที่สุดของ Creator คนนั้นไป เพราะ Creator แต่ละคนก็เหมือนมี Brand ของตัวเอง ทั้งวิธีพูด วิธีคิด บุคลิก ไปจนถึงความสัมพันธ์ที่สร้างมากับ Followers
ดังนั้นการ Collaboration ที่ดีจึงไม่ควรเป็นการบังคับให้ Creator ทุกคนพูด Message แบบเดียวกัน แต่คือการหาให้เจอว่า Purpose ของ Brand จะถูกเล่าผ่านตัวตนของ Creator คนนั้นได้อย่างไร
หนึ่งใน Case ที่ถูกหยิบมาเล่าคือ Campaign เรื่องไข้เลือดออก ที่ไม่ได้ให้ Creator เพียงออกมาพูดข้อมูลเกี่ยวกับโรค แต่หยิบ เรื่องจริงของการสูญเสียคนในครอบครัวจากไข้เลือดออก มาเป็นจุดเริ่มต้น ก่อนชวนคนอื่น ๆ ออกมาแบ่งปันเรื่องราวของตัวเองต่อ
จากเรื่องจริงของคนหนึ่งคน จึงค่อย ๆ กระจายออกไปสู่ Circle ของคนจำนวนมาก และสร้างการพูดถึงต่อแบบ Organic Case นี้ทำให้เห็นว่า บางครั้ง Asset ที่สำคัญที่สุดของ Creator อาจไม่ใช่จำนวน Follower แต่คือ “เรื่องบางเรื่องที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่เล่าได้”
[ 3 : Collaboration ที่ดี ต้อง “เปิดใจ” ให้กัน ]
Creator มีวิธีทำ Content และเข้าใจ Audience ของตัวเอง ขณะที่ Agency ก็มีโจทย์ของ Brand และ Business ที่ต้องตอบ
เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญจึงไม่ใช่ว่าใครควรเป็นคนคุม Idea แต่คือการ Respect ความเชี่ยวชาญของกันและกัน และเปิดใจคิดงานไปด้วยกัน
หนึ่งในตัวอย่างที่ถูกแชร์คือ Campaign ของโค้กที่เข้าไปเล่นกับช่วง 9.9 ซึ่งถือเป็นวันสำคัญของ Live Selling ด้วยการชวน Creator หลายสิบคนทำสิ่งที่ดูสวนทางกับสิ่งที่ควรทำที่สุดในวันนั้น นั่นคือ “หยุด Live แล้วไปกินข้าว”
ในตอนแรก Creator หลายคนไม่อยากทำ เพราะวัน 9.9 คือโอกาสสำคัญในการขายของ การหยุด Live จึงดูเหมือนกำลังทิ้งทั้งยอดขายและคนดู แต่เมื่อทดลองทำจริง บาง Live กลับมีคนดูเพิ่มขึ้น เช่น จากประมาณ 3,000 คน ขึ้นไปถึง 6,000 คน เพราะความผิดปกตินั้นทำให้คนสนใจว่าเกิดอะไรขึ้น
นี่จึงเป็นอีกตัวอย่างว่า Collaboration ที่ดีอาจไม่ใช่การให้ Creator ทำสิ่งเดิมให้ดีขึ้น แต่คือการที่ Agency และ Creator กล้าลองสร้างสิ่งใหม่ไปด้วยกัน
[ 4 : Creator เข้าใจ Audience ส่วน Agency ช่วยทำให้มัน “ใหญ่ขึ้น” ]
ทุกวันนี้ Creator หลายคนมีทั้งทีม Production, Creative, Data หรือแม้กระทั่ง Commerce เป็นของตัวเอง จนบางครั้งแทบไม่ต่างจากบริษัทหนึ่งบริษัท คำถามคือ แล้ว Agency ยังมีบทบาทอะไร?
หนึ่งในคำตอบจาก Session คือ Strategic Layer ที่ช่วยเชื่อมความเข้าใจของ Creator เข้ากับ Brand, Business และบริบทของตลาดที่ใหญ่ขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องทำงานในตลาดที่มีความซับซ้อน อย่างจีนหรืออินโดนีเซีย การเลือก Creator ไม่ได้ดูเพียงว่าใครมี Follower เยอะ แต่ต้องเข้าใจทั้ง Culture, Religion, Timing และ Consumer Behavior
อย่างตัวอย่างการทำตลาด Energy Drink ในอินโดนีเซียช่วง Ramadan ที่ต้องเข้าใจตั้งแต่ช่วงเวลาที่ผู้บริโภคสามารถกินและดื่มได้ ไปจนถึงการเลือก Message และ Creator ที่เหมาะกับบริบททางวัฒนธรรม
Creator จึงอาจเป็นคนที่เข้าใจ Community ของตัวเอง ดีที่สุด ขณะที่ Agency ช่วยนำความเข้าใจนั้นมาเชื่อมกับ Brand Strategy และ Scale ที่ใหญ่กว่าเดิม
[ 5 : ในวันที่ AI ทำหน้าที่ Creator ได้ แล้วมนุษย์ต้องเหลืออะไร? ]
อีกหนึ่ง Challenge สำคัญที่ถูกทิ้งท้ายไว้ คือการเข้ามาของ AI ที่ไม่ได้แค่ช่วย Creator ผลิต Content แต่เริ่มสามารถเข้ามาทำ “หน้าที่ของ Creator” บางส่วนได้แล้ว
ในประเทศจีนเริ่มมีการใช้ AI Digital Human ด้วยการนำภาพ เสียง และ Character ของ Creator มาสร้างเป็นตัวตน Digital เพื่อทำ Live ต่อในช่วงที่ Creator ตัวจริงไม่ได้อยู่หน้ากล้อง
เช่น Creator ตัวจริงอาจเข้ามา Live ในช่วง Peak Time ส่วนช่วง Off-Peak ก็สามารถให้ AI Version ทำหน้าที่ต่อได้
รวมถึงงานอย่างการตอบคำถามเกี่ยวกับ Product ที่บนเวทีมีการยกตัวอย่างว่า มนุษย์ที่ทำได้ดีอาจใช้เวลาประมาณ 3–5 วินาที ขณะที่ AI สามารถตอบได้ต่ำกว่า 0.3 วินาที
ดังนั้นโจทย์ของ Creator ต่อจากนี้อาจไม่ใช่แค่ “เราจะใช้ AI ทำ Content อย่างไร?” แต่ต้องย้อนกลับมาถามตัวเองว่า “แล้วอะไรคือสิ่งที่มีแค่เราเท่านั้นที่ทำได้?”
สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทำให้ Creator เป็น “Agency-Ready” จึงอาจไม่ใช่การเป็นคนที่ทำตาม Brief ได้เก่งที่สุด แต่คือการ มีตัวตนที่ชัด เข้าใจ Audience ของตัวเอง เปิดใจให้กับ Collaboration และรู้ว่าจะนำสิ่งที่ตัวเองมีไปต่อยอดกับ Strategy ของ Brand และ Agency ได้อย่างไร
เพราะในวันที่ Technology ทำให้ใคร ๆ ก็สามารถสร้าง Content ได้ง่ายขึ้น สิ่งที่อาจมีค่ามากขึ้นเรื่อย ๆ กลับเป็นสิ่งที่ Copy กันไม่ได้ง่าย ๆ อย่าง ตัวตน เรื่องราว และมุมมองของ Creator แต่ละคน
จากความสัมพันธ์แบบ “Brand จ้าง Agency แล้ว Agency จ้าง Creator” วันนี้ทั้งสามฝ่ายจึงอาจต้องขยับเข้ามาใกล้กันกว่าเดิม จาก Creator ที่ทำงาน “ให้” Brand สู่การเป็น Creative Partner ที่สร้างงาน “ไปด้วยกัน”
และนี่ก็เป็นอีกหนึ่ง Session น่าสนใจจาก Thailand Influencer Awards 2026 ที่ AD ADDICT หยิบมาแบ่งปันให้ทุกคนได้ติดตามกัน เพราะในวันที่ Creator Economy เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ การเป็น Creator ที่เก่งอาจไม่พอ แต่การรู้ว่า จะเอาความเก่งของตัวเองไปสร้างงานร่วมกับคนอื่นอย่างไร อาจเป็นอีกหนึ่ง Skill สำคัญที่จะทำให้ Creator ไปได้ไกลกว่าเดิม

ที่อยู่

35/39 Soi Lat Phrao 18 Chom Phon, Chatuchak
Bangkok
10900

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 19:00
อังคาร 10:00 - 19:00
พุธ 10:00 - 19:00
พฤหัสบดี 10:00 - 19:00
ศุกร์ 10:00 - 19:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Yell Worldwide โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Yell Worldwide:

ทางลัด

แชร์