PITON Communications

PITON Communications If you want to shout out, if you want to talk to the unknown territory with your stories, your infor

Cr: CIO World Business Thank you for visiting and sharing the view of business and vision of   with the audience.
02/06/2026

Cr: CIO World Business

Thank you for visiting and sharing the view of business and vision of with the audience.

Crunchyroll เป็นกรณีศึกษาการสร้าง Global Fandom Economy ที่แสดงให้เห็นว่า Subculture สามารถเติบโตจนกลายเป็น Mainstream Global Media Business

สุขสันต์วันสงกรานต์ 2026! เติมความสุข สดชื่น และแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ตลอดปีHappy Songkran 2026! Wishing you joy, renewal, a...
13/04/2026

สุขสันต์วันสงกรานต์ 2026! เติมความสุข สดชื่น และแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ตลอดปี

Happy Songkran 2026! Wishing you joy, renewal, and endless inspiration all year long

04/04/2025

[Work&Life] ‘กัมบาเตะ - โชกานัย - กามัน’ บทเรียนความเข้มแข็งจากปรัชญาญี่ปุ่น ที่ช่วยให้เราลุกขึ้นใหม่ได้ในทุกวิกฤต
เมื่อแผ่นดินสั่นไหว เราถูกเตือนให้รู้ว่ามนุษย์เราเล็กนิดเดียวเมื่อเทียบกับพลังของธรรมชาติ ความรู้สึกไร้อำนาจและความไม่แน่นอนเข้ามาครอบงำ ทำให้เราต้องหาทางรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจควบคุมได้
เหมือนเหตุการณ์แผ่นดินไหวในกรุงเทพมหานครเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ข้ามฝั่งมาในประเทศญี่ปุ่น การเผชิญหน้ากับภัยธรรมชาติ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ในรอบ 100 ปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นต้องเผชิญกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่โตเกียวในปี 1923 ระเบิดนิวเคลียร์สองลูกที่ฮิโรชิมาและนางาซากิในปี 1945 แผ่นดินไหวที่โกเบในปี 1995 และเหตุการณ์สามความหายนะรวดเดียว ทั้งแผ่นดินไหว สึนามิ และการรั่วไหลของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในภูมิภาคโทโฮกุในปี 2011 รวมไปถึงไต้ฝุ่นฮากิบิสที่สร้างความเสียหายในเดือนตุลาคมปี 2019
สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ความถี่ของภัยพิบัติที่ญี่ปุ่นต้องเผชิญ แต่เป็นวิธีที่พวกเขาลุกขึ้นมาต่อสู้ สร้างตัวเองขึ้นใหม่ และเติบโตจากความสูญเสีย ความสามารถในการฟื้นตัวนี้ฝังรากลึกในปรัชญาและวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ให้คุณค่ากับความอดทน การยอมรับ และพลังแห่งการลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
ซึ่งสื่งต่างๆ เหล่านี้ เป็นบทเรียนทที่ดีที่เราสามารถนำมาปรับใช้ได้ทันที เริ่มจาก
[ปรัชญาญี่ปุ่นว่าด้วยการลุกขึ้นสู้ ‘นานะ โคโรบิ ยะ โอกิ’ (nana korobi, ya oki) และตุ๊กตาดารุมะ]
ที่วัดโชรินซัน ดารุมะจิ ในเมืองทาคาซากิ ผู้มาเยือนจะพบกับตุ๊กตาทรงกลมจำนวนมากวางซ้อนกันเป็นกอง ตุ๊กตาส่วนใหญ่ทาสีแดง มีหน้าตาคล้ายผู้ชายที่มีหนวดและดวงตาสีดำขนาดใหญ่ที่แสดงถึงความมุ่งมั่น นี่คือ ดารุมะ (Daruma) เครื่องรางนำโชคที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในญี่ปุ่น
ผู้มาเยือนวัดสามารถซื้อดารุมะที่มีดวงตาว่างเปล่าทั้งสองข้าง หลังจากตั้งความปรารถนา ผู้ซื้อจะระบายสีในรูม่านตาข้างซ้าย และเมื่อความปรารถนาเป็นจริง จึงระบายตาข้างที่สอง เมื่อสิ้นปี ตุ๊กตาที่ทำหน้าที่เสร็จสิ้นแล้วจะถูกนำมาบริจาคให้วัดและถูกเผาในพิธีปีใหม่
แต่ดารุมะแสดงถึงบางสิ่งที่มากกว่าเครื่องรางนำโชค แต่ละตัวมีน้ำหนักที่ฐาน คุณสามารถโยกไปมาได้ แต่มันจะไม่ล้มลง
สุภาษิตญี่ปุ่นที่เชื่อมโยงกับดารุมะคือ ‘นานะ โคโรบิ ยะ โอกิ’ (nana korobi ya oki) ซึ่งแปลว่า ‘ล้มเจ็ดครั้ง ลุกขึ้นแปดครั้ง’ สุภาษิตนี้เป็นวิธีคิดของชาวญี่ปุ่นต่อความยากลำบาก ไม่ว่าคุณจะล้มลงกี่ครั้ง สิ่งสำคัญคือคุณต้องลุกขึ้นอีกครั้งเสมอ
[กัมบาเตะ (Ganbatte) พลังของความอดทนและความพยายาม]
หากคุณใช้เวลาในญี่ปุ่นนานพอ คุณจะสังเกตเห็นภาษาแห่งความเข้มแข็งและความสงบนิ่งในคำพูดประจำวัน คำว่า "โชกานาย" หรือ "ชิคาตะ กะ ไน" (ช่วยไม่ได้) พร้อมด้วย "กัมบาเตะ" (พยายามเข้า) และ "กามัน" (ความอดทน) มักปรากฏในการสนทนา สะท้อนว่าความเพียรพยายามเป็นคุณลักษณะที่ได้รับการยกย่อง
"กัมบารุ" เป็นคำกริยาภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า "ทำให้ดีที่สุด" "อย่ายอมแพ้" "ยืนหยัดไว้" หรือ "บากบั่นอดทน" โดยคำนี้ประกอบด้วยอักษรสามตัว ได้แก่
กัม - แปลว่า หัวข้อ หัวแข็ง ดื้อรั้น
บา - แปลว่า ตึง ทำให้ตึง มั่นคง ขยาย
รุ - เป็นอักษรที่ใช้ปิดท้ายคำกริยา
หลายวัฒนธรรมมักกล่าวว่า ‘ขอให้โชคดี’ เมื่อเผชิญความท้าทาย แต่ในภาษาญี่ปุ่น ใช้ ‘กัมบัตเตะ’ ซึ่งแปลว่า ‘ทำให้ดีที่สุดและอย่ายอมแพ้’
ในญี่ปุ่น เด็กๆ จะได้รับการปลูกฝังแนวคิด "กัมบารุ" ตั้งแต่อายุยังน้อย เมื่อเผชิญกับความยากลำบาก คุณต้องอดทน ทำงานหนัก และไม่ยอมแพ้
หลังจากแผ่นดินไหวและสึนามิโทโฮกุในปี 2011 คำขวัญ ‘กัมบาโร โทโฮกุ’ (เรามาฝ่าฟันไปด้วยกัน) มีมากมายบนป้ายในที่สาธารณะและบนเว็บ
[โชกานัย (Shoganai) การยอมรับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้]
"โชกานาย" หรือ "ชิคาตะ กะ ไน" แปลตรงตัวว่า "ช่วยไม่ได้" เป็นวลีที่ชาวญี่ปุ่นใช้บ่อยเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่อยู่เหนือการควบคุม โดยเฉพาะในช่วงวิกฤต
แม้คุณมักจะได้ยินวลีนี้ในสถานการณ์ธรรมดา แต่มันเชื่อมโยงกับประสบการณ์ที่เจ็บปวดที่สุดของญี่ปุ่น ในคำปราศรัยทางวิทยุปี 1945 จักรพรรดิฮิโรฮิโตเรียกร้องให้ชาวญี่ปุ่น "อดทนต่อสิ่งที่ทนไม่ได้และทนทุกข์กับสิ่งที่ไม่อาจทนได้" ขณะที่ประเทศเตรียมรับการยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไขเมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง
ในขณะที่วลีนี้อาจดูเหมือนการยอมรับแบบเฉื่อยชา นิตยสาร Time เสนอว่า "ความเชื่อในโชคชะตาที่แฝงอยู่ในวลีนี้ไม่เพียงแสดงถึงความรู้สึกช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แต่ยังแสดงถึงความมุ่งมั่นที่สงบเพื่อเอาชนะสิ่งที่ไม่อาจควบคุมได้"
[กามัน (Gaman) ศิลปะแห่งความอดทนในยามยาก]
หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิโทโฮกุในปี 2011 ผู้สังเกตการณ์นานาชาติประทับใจกับความสงบและความมีอารยธรรมที่แสดงให้เห็น เมื่อผู้คนเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบนอกร้านค้าและส่วนใหญ่ละเว้นจากการปล้นสะดม
คำว่า "กามัน" หมายถึงการสงบสติอารมณ์ ความอดทนหรือความอดกลั้น มันบ่งบอกถึงการรักษาศักดิ์ศรีและความสงบภายในตัวเองในยามทุกข์ยาก "กามัน" ไม่ใช่แค่การทนทุกข์อย่างเฉื่อยชา แต่เป็นการแสดงออกถึงความอดทนอย่างมีสติและความเข้มแข็งทางจิตใจเมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก
แนวคิดนี้มีรากฐานมาจากพุทธศาสนานิกายเซน ซึ่งสอนให้ยอมรับความทุกข์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ชาวญี่ปุ่นได้รับการสอนตั้งแต่เด็กว่าการควบคุมอารมณ์และการไม่เป็นภาระต่อผู้อื่นเป็นคุณธรรมที่สำคัญ ทัศนคตินี้ช่วยให้สังคมญี่ปุ่นสามารถเผชิญกับโศกนาฏกรรมมากมายในประวัติศาสตร์ได้ด้วยความอดทนและความมีสติ
[การฟื้นฟูที่สร้างสรรค์ บทเรียนจากการที่ญี่ปุ่นฟื้นคืนจากภัยพิบัติ]
ดร. โจชัว ดับเบิลยู. วอล์คเกอร์ จาก Japan Society ในนิวยอร์กซิตี้ เชื่อว่าญี่ปุ่นไม่เพียงแต่เอาชนะความยากลำบาก แต่ยังดัดแปลงมันให้กลายเป็นพลัง ญี่ปุ่นไม่ได้แค่ทนทุกข์ แต่ลุกขึ้นและกลับมาแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ตัวอย่างเช่น การสร้างโตเกียวใหม่หลังเหตุแผ่นดินไหวในปี 1923 และหลังการทิ้งระเบิดในปี 1945 เปลี่ยนโตเกียวให้กลายเป็นเมืองสมัยใหม่ ฮิโรชิมาไม่ได้เพียงแค่สร้างขึ้นใหม่ แต่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดให้เป็นเมืองอนุสรณ์สันติภาพ และแผ่นดินไหวโกเบถือเป็นจุดเปลี่ยนในการมีส่วนร่วมของพลเมืองญี่ปุ่น ซึ่งนำไปสู่วัฒนธรรมการเป็นอาสาสมัครหลังภัยพิบัติที่ฝังรากลึก
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลจังหวัดฟุกุชิมะได้ส่งเสริมแนวคิด "การท่องเที่ยวแห่งความหวัง" (hope tourism) ซึ่งให้ผู้มาเยือนได้เห็นสภาพปัจจุบันของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติและพบปะกับคนในท้องถิ่น ทาเคฮิโระ โอกาโมโตะ ผู้จัดทัวร์อธิบายว่า "นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้ได้ไม่เพียงแค่จากแผ่นดินไหวและอุบัติเหตุนิวเคลียร์ แต่ยังรวมถึงการฟื้นฟูและการเอาชนะความทุกข์ยาก"
หลังจากภัยพิบัติในปี 2011 โอกาโมโตะกล่าวว่ามีแนวโน้มที่จะใช้พลังงานหมุนเวียนทั่วญี่ปุ่น มีการระดมการเคลื่อนไหวจากรากหญ้าเพื่อประเมินพลังงานนิวเคลียร์ใหม่ ในฟุกุชิมะ รัฐบาลท้องถิ่นมีเป้าหมายที่จะใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ในภูมิภาคภายในปี 2040
[บทเรียนสำหรับคนไทยในการนำปรัชญาญี่ปุ่นมาปรับใช้ในชีวิตของเรา]
ดร. วอล์คเกอร์มองว่าโลกสามารถเรียนรู้จากทัศนคติของญี่ปุ่นได้มากขึ้นกว่าเดิม "มีความเข้าใจทางปรัชญา[ในญี่ปุ่น]ว่าชีวิตหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะรวมถึงภัยพิบัติและชัยชนะที่ใหญ่กว่าตัวบุคคลในวงจรชีวิต" เขากล่าว "ซึ่งเป็นกรอบความคิดที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องและมีประโยชน์เป็นพิเศษในช่วงเวลาปัจจุบันที่เราพบตัวเองอยู่ทั่วโลก"
ไม่ว่าคุณจะเรียกมันว่า กัมบารุ กามัน หรือโชกานาย ปรัชญาญี่ปุ่นเกี่ยวกับความเข้มแข็งอดทนมอบโมเดลที่มีประโยชน์สำหรับการเผชิญกับความท้าทาย
เมื่อรู้สึกเหมือนกำลังล้มเจ็ดครั้ง การลุกขึ้นในครั้งที่แปดไม่ได้เกี่ยวกับการกลับไปเป็นตัวเดิม แต่เกี่ยวกับการฟื้นตัวให้กลายเป็นบางสิ่งที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เราลุกขึ้นไม่ใช่แค่เพื่อกลับไปที่เดิม แต่เพื่อก้าวไปข้างหน้า
นั่นคือบทเรียนที่แท้จริงจากความหยุ่นตัวแบบญี่ปุ่น ไม่ใช่แค่การอดทนต่อความยากลำบาก แต่เป็นการยอมรับโอกาสในเวลาวิกฤตเพื่อสร้างขึ้นใหม่ให้เป็นอะไรที่ดีกว่าเดิม เหมือนที่ตุ๊กตาดารุมะแดงยืนหยัดอย่างมั่นคงหลังจากโยกไปมา เราก็สามารถหาสมดุลของตัวเองในช่วงความวุ่นวายและเติบโตจากความท้าทายที่เราเผชิญได้
เขียนโดย : ภคณัฐ ทาริยะวงศ์
#แผนดินไหว

25/03/2025

ทำไม วอร์เรน บัฟเฟตต์
แนะนำให้อ่านบทกวี
สมัยศตวรรษที่ 19 เมื่อหุ้นตก
เวลาที่ราคาหุ้นตกลงอย่างหนัก หลายคนมักตื่นตระหนกรีบขายทิ้งด้วยความกลัว ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ แต่คุณเคยสงสัยไหมว่าเหล่านักลงทุนระดับตำนานอย่างวอร์เรน บัฟเฟตต์ ทำอย่างไรในช่วงเวลาที่ตลาดผันผวนรุนแรง?
บัฟเฟตต์เองเคยแนะนำให้อ่านบทกวีคลาสสิกจากศตวรรษที่ 19 ของรัดยาร์ด คิปลิง เพื่อรักษาสติในช่วงตลาดหุ้นร่วง แทนที่จะขายทิ้งด้วยความกลัวและสูญเสียโอกาสในการสร้างความมั่งคั่งระยะยาว
นับตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมา ตลาดหุ้น S&P 500 มีการปรับตัวลดลงมากกว่า 10% ถึง 21 ครั้ง โดยการปรับตัวลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ 14% ต่อปี ตัวเลขนี้บอกเราว่าการร่วงลงของตลาดหุ้นเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้เสมอ และจากข้อมูลของ Hartford Funds ระบุว่าตั้งแต่ปี 1928 ตลาดหมีที่ราคาหุ้นลดลงมากกว่า 20% มีระยะเวลาเฉลี่ยเพียงแค่ไม่ถึง 10 เดือนเท่านั้น
วอร์เรน บัฟเฟตต์ ยังเคยเขียนในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นปี 2017 ว่า "ไม่มีใครบอกได้ว่าราคาหุ้นจะตกลงไปเท่าไรในช่วงเวลาสั้นๆ" แต่เมื่อเกิดการปรับตัวลดลงครั้งใหญ่ขึ้น เขาแนะนำให้ยึดถือบทกวี "If" ของรัดยาร์ด คิปลิง ที่ว่า
"หากคุณรักษาสติได้ในขณะที่คนรอบตัวกำลังสูญเสียสติ... หากคุณรอได้โดยไม่เหนื่อยกับการรอ... หากคุณคิดได้โดยไม่ให้ความคิดเป็นเป้าหมาย... หากคุณเชื่อมั่นในตัวเองเมื่อทุกคนสงสัยในตัวคุณ... โลกใบนี้และทุกสิ่งในโลกจะเป็นของคุณ"
การรักษาสติและมองเห็นโอกาสในวิกฤติ โดยอาศัยความรู้และประสบการณ์ เป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในการลงทุนระยะยาว โดยมีวิธีดังนี้
1. ยึดมั่นในแผนการลงทุนระยะยาว
แม้ตลาดจะร่วงหนัก แต่อย่าทิ้งเป้าหมาย
เมื่อตลาดผันผวน บัฟเฟตต์แนะนำให้ยึดมั่นในแผนการลงทุนระยะยาวและลงทุนต่อไป ไม่ว่าการปรับตัวลดลงจะเล็กน้อยหรือรุนแรง ข้อความสำคัญสำหรับนักลงทุนรายย่อยนั้น มีข้อเดียวกัน คือ ยึดมั่นในแผนระยะยาวและลงทุนต่อเนื่อง เพราะโดยปกติแล้ว ตลาดมักจะฟื้นตัวกลับมาและดำเนินต่อไปในทิศทางขาขึ้นเสมอ
2. มองวิกฤติเป็นโอกาสพิเศษ
เพราะอดีตบอกเราว่าตลาดกลับมาเสมอ
บัฟเฟตต์มองว่าช่วงตลาดขาลงเป็น "โอกาสพิเศษที่น่าทึ่ง" เขาถึงกับกล่าวในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นปี 2009 ว่า "โอกาสใหญ่ๆ เกิดขึ้นไม่บ่อย เมื่อฝนทองกำลังตก จงคว้าถังไว้ อย่าคว้าเพียงถ้วยตวง" นั่นเพราะประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่า ตลาดไม่เคยใช้เวลานานนักก่อนจะกลับมาสู่แนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง
3. ซื้อหุ้นในราคาที่ถูกลง
เหมือนได้ส่วนลดจากตลาดที่กำลังตื่นตระหนก
ในช่วงตลาดร่วง การลงทุนอย่างสม่ำเสมอเท่ากับว่าคุณซื้อหุ้นในราคาที่ถูกลง ตราบใดที่คุณใช้วิธีการลงทุนแบบกระจายความเสี่ยงที่ดี คุณจะได้ดีลที่ดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อราคาหุ้นลดลง จงมองวิกฤตตลาดเป็นเหมือนห้างสรรพสินค้าที่ลดราคาสินค้าคุณภาพดี ถ้าสินค้าที่คุณอยากได้ลดราคา 20-30% คุณจะหนี หรือรีบคว้าโอกาสซื้อเก็บไว้?
4. ไม่สนใจข่าวตื่นตระหนก
แต่จดจ่อกับเป้าหมายระยะยาวของคุณ
เมื่อตลาดร่วง สื่อมักจะนำเสนอข่าวในแง่ลบอย่างต่อเนื่อง บัฟเฟตต์แนะนำให้รักษาสติ ไม่สนใจพาดหัวข่าวที่น่าตื่นตระหนก และทำในสิ่งที่คุณวางแผนไว้ต่อไป อย่าให้อารมณ์ชั่วขณะมากำหนดการตัดสินใจลงทุนระยะยาวของคุณ จำไว้ว่านักลงทุนที่ประสบความสำเร็จคือผู้ที่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีในทุกสถานการณ์
5. ลงทุนอย่างมีจังหวะและวินัย
ควบคุมสิ่งที่ควบคุมได้ในตลาดที่ควบคุมไม่ได้
สิ่งเดียวที่คุณควบคุมได้ในตลาดหุ้นคือตัวคุณเอง บัฟเฟตต์สอนให้เรามีวินัย ไม่รีบร้อน และอดทน วางแผนลงทุนอย่างเป็นระบบ ทยอยซื้อในราคาที่เหมาะสม และมองภาพใหญ่ระยะยาว แม้ในวันที่ตลาดวูบลงอย่างหนัก จงจำไว้ว่าคนที่ทำเงินจากตลาดหุ้นไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่เป็นคนที่อดทนที่สุด
6. ศึกษาประวัติศาสตร์ตลาดทุน
เพื่อเตรียมใจให้พร้อมรับความผันผวน
การทำความเข้าใจว่าตลาดหุ้นมีการขึ้นลงเป็นเรื่องปกติ จะช่วยให้คุณรับมือกับความผันผวนได้ดีขึ้น จงศึกษาประวัติศาสตร์ตลาดทุน และเตรียมใจไว้ล่วงหน้าว่าจะเจอกับช่วงเวลายากลำบาก แต่หากคุณมีความรู้และยึดมั่นในหลักการ คุณจะผ่านพ้นวิกฤติและมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว
ดังคำแนะนำจากบทกวีของคิปลิง รักษาสติไว้ ไม่สนใจข่าวตื่นตระหนกและทำตามแผนของคุณต่อไป แม้คุณอาจไม่ได้ครอบครองโลกและทุกสิ่งในโลก แต่คุณมีโอกาสที่ดีในการเพิ่มพูนความมั่งคั่งในระยะยาว
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
———
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน
อ้างอิง
https://bit .ly/4hn8OL8

19/03/2025
For a lovely Friday 😍 Cr: pinterest
07/02/2025

For a lovely Friday 😍

Cr: pinterest

02/02/2025


ช่างท้าทาย!!!!

01/02/2025


Wishing you all in Thailand safe for this weekend 😘
Hopefully, fewer cases of fires, wild-fires, burning fields, intentionally or not, and cleaner air quality soon.

I'm going to spend the weekend enjoying the books that has been piled up for months 😌 with a wonderful glass of wine and Claire de Lune by

Let's turn it to be your fantastic time at home 🏡

Can't believe this is happening! Looks so much like some sort of sci-fi thriller end-of-the-world movie!!!Cr photo & new...
01/02/2025

Can't believe this is happening!
Looks so much like some sort of sci-fi thriller end-of-the-world movie!!!

Cr photo & news reference: Thai News Pix

บรรยากาศช่วงเช้าบริเวณท่าอากาศยานดอนเมือง สามารถมองเห็นฝุ่นละอองปกคลุมท้องฟ้าได้อย่างชัดเจน เช่นเดียวกับหลายในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่พบว่ามีปริมาณฝุ่น PM 2.5 ค่อนข้างสูง
โดยศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานครขอรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร วันศุกร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2568 เวลา 07.00 น. ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) : ตรวจวัดได้ 33-67.5ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบว่าเกินมาตรฐานอยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (มาตรฐานไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม.) จำนวน 69 พื้นที่
ภาพ ภานุมาศ สงวนวงษ์

ที่อยู่

9 Prachachuen 9/10
Bangkok
11000

เบอร์โทรศัพท์

+66994196324

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ PITON Communicationsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง PITON Communications:

ทางลัด

แชร์