22/02/2024
"8 เทคนิคการตลาดอัตโนมัติ" จากข้อสรุปเนื้อหาในงาน MarTech Expo 2024 Presented by SC Asset
[Business] ‘8 เทคนิคการตลาดอัตโนมัติ’ จากเซสชั่นปี 2030 จักรกลการตลาดอัตโนมัติ จะมาแทน 9 ใน 10 นักการตลาดธรรมดา
ไชยพงศ์ ลาภเลี้ยงตระกูล (3DS Interactive Co., Ltd.) มาแนะนำวิธีการทำการตลาดอัตโนมัติและสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับนักการตลาดในปี 2030 โดยกล่าวว่า “ลูกค้าถามผมเสมอว่า ปีนี้เราจะต้องทำอะไร เพราะว่าสิ่งที่เราทำในวันนี้จะไปออกผลในอนาคต ซึ่งสิ่งที่เราทำวันนี้จะไปส่งผลในอีก 6 ปีข้างหน้า ดังนั้น สิ่งที่เราต้องรู้คือปี 2030 จะเกิดอะไรขึ้น”
ทุกครั้งที่เทคโนโลยีเข้ามาในชีวิตเรา สิ่งที่เปลี่ยนไปมี 2 สิ่ง คือ Precision (ความแม่นยำ) และ Scale (ทำได้มากขึ้น) เมื่อก่อนถ้าเราไปยืนแจกโบชัว เราไม่ได้ทั้ง Scale และ Precision เราซื้อสื่อวิทยุหรือโทรทัศน์ เราได้ Scale แต่ไม่ได้ Precision สิ่งที่เทคโนโลยีเข้ามาทำให้เราได้ทั้ง Scale และ Precision ปัญหาคือ เราอยู่ตรงไหนของสมการนี้
Martech ต่างจากแพลตฟอร์ม สามารถทำให้ขยับออกจากจุดเดิม มีพลังมากกว่าเดิม สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากกว่าเดิม (ในมุมของ Scale) และสามารถทำให้เข้าถึงลูกค้าได้แม่นยำมากขึ้น (ในมุมของ Precision) ยิ่งลงทุนกับมาร์เทคมากเท่าไร เวลาผ่านไปจนถึงปี 2030 สิ่งที่ได้รับคือ แข็งแกร่งขึ้น แล้วต้องลงทุนกับมาร์เทคอย่างไร?
การลงทุนกับมาร์เทคให้ท่องไว้ 3 แกน คือ
1. Marketing Ecosystem
2. Sales & CRM Ecosystem
3. Partners Ecosystem
สิ่งเหล่านี้ให้ดาต้า ซึ่งเราสามารถนำมาวิเคราะห์ สามารถสื่อสารไปกับลูกค้าจำนวนมากได้ ตรงกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการได้ แต่สิ่งที่จำเป็นต้องทำคือ นำมาร์เทคมาใช้สร้าง Sales & CRM Ecosystem และ Marketing Ecosystem
แบรนด์ทรงพลังกว่า Marketplace เสมอ โดยความทรงพลังที่สร้างความแตกต่างที่มาร์เก็ตเพลซให้ไม่ได้ คือ
1. Unique Selling Point
2. Unique Customer Experiences
3. Unique Customer Services
4. Unique Loyalty Program
5. Unique Products and Content
กรณีตัวอย่าง IKEA ที่สามารถสร้างประสบการณ์ที่เฉพาะเจาะจงกับการซื้อเฟอร์นิเจอร์ มีการแบ่งหมวดหมู่ มีบริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม มีระบบการคืนสินค้าที่สุดยอด ดังนั้น สิ่งนี้เป็นสิ่งที่แบรนด์ให้ได้ มาร์เก็ตเพลซเป็นเท็มเพลตให้ไม่ได้
สิ่งที่ต้องสร้างต่อมาคือช่องทางการตลาด ต้องมาดูว่าเราจัด segment ถูกหรือเปล่า?
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การจัดเซ็กเม็นต์แต่เป็นการส่งข้อความผิดชนิดไปผิดช่องทางต่างหาก ข้อความที่เป็นโฆษณาให้ส่งไปในช่องทางโฆษณา แต่ถ้าส่งข้อความโฆษณาที่ส่งไปยังช่องทางที่ลูกค้าได้ให้กับเราไว้ ลูกค้าจะไม่พอใจ ลูกค้าต้องการการดูแลจากเรา ดังนั้น ระดับของความสำคัญของข้อความกับตัวลูกค้า แบ่งเป็น 4 ระดับ คือ
ระดับที่ 1 เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น วันเกิด คะแนนที่ได้รับ การแจ้งเตือนคูปองหมดอายุ นัดหมายครั้งถัดไป เป็นต้น
ระดับที่ 2 เกี่ยวข้องกับความสนใจทางตรง เช่น ส่งลิงก์เอกสารที่ลูกค้าดาวน์โหลด แนะนำสินค้าที่ลูกค้าน่าจะสนใจอิงจากข้อมูลการซื้อที่ผ่านมา เป็นต้น
ระดับที่ 3 เกี่ยวข้องกับคนกลุ่มที่ลูกค้าอยู่ สถานที่ลูกค้าอยู่ และช่วงเวลาที่สัมพันธ์กับตัวลูกค้า เช่น สินค้าที่เป็นที่นิยมในพื้นที่ของคุณ งานอีเวนท์ที่กำลังจะเกิดขึ้น เป็นต้น
ระดับที่ 4 เกี่ยวข้องกับความสนใจทางอ้อม เช่น กลุ่มคนที่สนใจเทคโนโลยี กลุ่มคนที่สนใจงานศิลปะ เป็นต้น
ความผิดพลาดคือ เรามักที่จะจัดเซ็กเมนท์ในระดับที่ 4 ต้องโฟกัสไปที่ระดับที่ 1 – 3 โดยมี 8 เทคนิคการตลาดอัตโนมัติ ดังนี้
1. Lead Creation มองหาลูกค้าใหม่
2. Abandon Win-back ติดตามทำให้เสร็จ
3. Moment Capturing จับช่วงเวลาน่าจดจำ
4. Reminder Notification คอยเตือนเมื่อถึงเวลา
5. Recommendation สิ่งนี้เหมาะกับคุณ
6. Segment Personalization ปรับให้เข้ากับลูกค้า
7. Inactive Re-engagement คอยสังเกตความผิดปกติ
8. Personal Assistant ที่ปรึกษาส่วนตัว
ในการส่งข้อความจาก 8 ข้อเหล่านี้มีมากมาย โดยเป็นระดับ 1 – 3 ซึ่งการจะส่งข้อความที่มากมายไปยังลูกค้าที่มากมายจะต้องทำผ่านระบบ Automation หลักการคือข้อมูลใดๆ เข้ามาที่ช่องทางไหน ต้องวิ่งมาที่ CDP ซึ่งต้องมีความสามารถในการทำวิเคราะห์ ต้องสามารถคัสตอม การทำงานในรูปแบบเดิมทำไม่ได้ ต้องทำในรูปแบบอัตโนมัติ
[ At 2030 ]
9 ใน 10 คนของนักการตลาดธรรมดาจะถูกแทนที่ด้วย
3 ใน 10 ของนักการตลาดธรรมดา จะถูกแทนด้วย Data + AI Marketers
3 ใน 10 ของนักการตลาดธรรมดา จะถูกแทนด้วย Creative + AI Marketers
3 ใน 10 ของนักการตลาดธรรมดา จะถูกแทนด้วย Automation + AI Marketers
คนสุดท้าย 1 ใน 10 คน คือคุณที่จะต้องทรานฟอร์มไปให้ได้
สรุปเนื้อหาจากงาน MarTech Expo 2024 presented by SC Asset ในเซสชั่น “ปี 2030 จักรกลการตลาดอัตโนมัติ จะมาแทน 9 ใน 10 นักการตลาดธรรมดา” โดย ไชยพงศ์ ลาภเลี้ยงตระกูล (3DS Interactive Co., Ltd.) เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ภิรัช ฮอลล์ ไบเทค บางนา