หน่วยจู่โจมการตลาด Blue Ocean Marketing Exponential by.Mark

หน่วยจู่โจมการตลาด  Blue Ocean  Marketing Exponential by.Mark บัญชียิงแอด ตอบเร็ว แก้ปัญหาไว ดูแลระดับ VIP ต้องที่นี่ที่เดียว
www.markonline.club

นักทฤษฎี or นักปฏิบัติ ?  ปัญหาโลกแตกที่เจ้าของธุรกิจจะต้องเจอเป็นประจำเมื่อรับทีมงานเข้ามาใหม่และต้องถกเถียงกันหลายๆครั...
20/07/2024

นักทฤษฎี or นักปฏิบัติ ?

ปัญหาโลกแตกที่เจ้าของธุรกิจ
จะต้องเจอเป็นประจำเมื่อรับทีมงานเข้ามาใหม่
และต้องถกเถียงกันหลายๆครั้งเพื่อปรับความเข้าใจ

ฝั่งนึงบอกว่าทฤษฎีต้องมาก่อน
อีกฝั่งบอกทฤษฎีน่ะใช่ แต่ทางปฏิบัติน่ะไม่ได้!!

ฝั่งแรกบอก ก็เพราะว่าปฏิบัติกันไม่ตรงตามทฤษฎีอ่ะสิ!! อีกฝั่งก็สวน

ก็เพราะทฤษฎีมันไม่ครอบคลุมหน้างานอ่ะสิ

สวนกันไปมาไม่จบไม่สิ้นครับ บนความเหมือนคุยคนละเรื่องเดียวกัน...

แต่ผมเชื่อว่าทางแก้เรื่องนี้ง่ายนิดเดียว

ให้เอาคน 2 แบบสลับงานกัน

1.เอานักทฤษฎีไปเจอหน้างาน ก็จะได้รู้ว่า อ้อออ เป็นยังงี้ ต้องเอาทฤษฎีอะไรไปจับ..หรือเอาแนวคิดนักทฤษฎีอะไรมาแก้ปัญหา,

2.ส่วนนักปฏิบัติก็เอามาเจองานวิชาการ เพื่อเพิ่มความรู้ว่า อ้อออ มีแนวคิด/วิธีการของนักคิดแบบนี้ด้วยเว้ย เออ...น่าเอาไปลองใช้หน้างาน

ก็จะได้ประโยชน์กันทุกฝ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยทั่วไป เงินเดือนของพนักงานต้องเป็นไปตามค่าแรงขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม สำหรับตำแหน่ง Sales มีข้อพิจารณาเพิ่ม...
14/07/2024

โดยทั่วไป เงินเดือนของพนักงานต้องเป็นไปตามค่าแรงขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม สำหรับตำแหน่ง Sales มีข้อพิจารณาเพิ่มเติม:

1.ค่าคอมมิชชั่น: พนักงานขายมักได้รับค่าตอบแทนในรูปแบบของเงินเดือนพื้นฐานบวกกับค่าคอมมิชชั่น ซึ่งรวมกันแล้วต้องไม่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ

2.การคำนวณรายได้: กฎหมายกำหนดให้นับรวมค่าคอมมิชชั่นเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้าง ดังนั้น แม้เงินเดือนพื้นฐานอาจต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ แต่เมื่อรวมกับค่าคอมมิชชั่นแล้วต้องไม่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ

3.ความเสี่ยง: หากพนักงานไม่สามารถทำยอดขายได้ และรายได้รวมต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ นายจ้างยังคงมีหน้าที่ต้องจ่ายให้ครบตามค่าแรงขั้นต่ำ

4.ข้อตกลงในสัญญาจ้าง: ต้องระบุวิธีการคำนวณค่าตอบแทนอย่างชัดเจน และต้องไม่ขัดต่อกฎหมายแรงงาน

5.การตรวจสอบ: หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน อาจเข้ามาตรวจสอบหากมีข้อร้องเรียน

สรุปคือ เงินเดือนพื้นฐานของพนักงาน Sales อาจต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำได้ แต่เมื่อรวมกับค่าคอมมิชชั่นแล้ว รายได้รวมต้องไม่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด

วัฒนธรรมองค์กร (Organizational Culture) สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่1.วัฒนธรรมแบบเน้นงาน (Task-Based Culture): ...
12/07/2024

วัฒนธรรมองค์กร (Organizational Culture) สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

1.วัฒนธรรมแบบเน้นงาน (Task-Based Culture): เน้นความสำเร็จของงานเป็นหลัก มุ่งเน้นประสิทธิภาพและผลลัพธ์ สมาชิกในองค์กรมักสื่อสารตรงไปตรงมา ชัดเจน และใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย

2.วัฒนธรรมแบบเน้นความสัมพันธ์ (Relationship-Based Culture): ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ความสามัคคี และการรักษาบรรยากาศในการทำงานที่ดี การสื่อสารมักเป็นแบบอ้อมค้อม ใช้นัยยะ และต้องอาศัยการตีความ

การสื่อสารในองค์กรก็มีอยู่ 2 ลักษณะ คือ

1.วัฒนธรรมแบบ High-context: เน้นการสื่อสารแบบอ้อมค้อม ใช้บริบทแวดล้อมและความเข้าใจร่วมกันในการสื่อความหมาย ผู้ฟังต้องตีความและเข้าใจนัยยะ จึงจะสามารถเข้าใจเนื้อหาที่สื่อสารได้อย่างครบถ้วน

2.วัฒนธรรมแบบ Low-context: การสื่อสารเป็นแบบตรงไปตรงมา ใช้ถ้อยคำที่ชัดเจน ไม่ต้องอาศัยการตีความมากนัก เน้นความเข้าใจที่ตรงกันจากเนื้อหาที่สื่อสารโดยตรง

นอกจากนี้ ยังมีสำนวนที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารและการทำความเข้าใจผู้อื่น ได้แก่

"Read the Air" หมายถึง การเข้าใจบริบทและบรรยากาศของสถานการณ์ เพื่อปรับตัวและสื่อสารได้อย่างเหมาะสม

"Read Between the Lines" หมายถึง การเข้าใจนัยยะ หรือสิ่งที่ไม่ได้ถูกพูดออกมาตรงๆ แต่สามารถเข้าใจได้จากบริบทของการสนทนา

การเข้าใจวัฒนธรรมองค์กรและรูปแบบการสื่อสารที่แตกต่างกัน จะช่วยให้การทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างราบรื่น และสามารถสร้างความเข้าใจที่ดีระหว่างทีมได้

AI 3 ตัว = 2,500 บาท แต่โครตคุ้มมมมม !!! จากที่เรียนรู้และลองใช้ AI มา1 ปี เดือนนึง Subscription  6712.37 บาท แค่เฉพาะ A...
11/07/2024

AI 3 ตัว = 2,500 บาท แต่โครตคุ้มมมมม !!!
จากที่เรียนรู้และลองใช้ AI มา1 ปี
เดือนนึง Subscription 6712.37 บาท
แค่เฉพาะ AI 3 ตัว = 2,500 บาท แต่โครตคุ้มมมมม !!!
ยังนึกไม่ออกถ้าต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญแผนกต่างๆมาทำงาน ต่ำๆ น่าจะมีเดือนละหลายแสน แถมถ้าเอาเวลาเป็นตัวตั้ง ก็คงช้าไปอีก ไม่นับประสิทธิภาพต่างๆ Human error อีก
ส่วนตัวเอา AI มาใช้ ทั้งส่วนตัว และ การทำงาน เป็นเหมือน cyborg
สรุปสั้นๆ
1. ใครไม่เปิดใจเริ่มใช้ตั้งแต่วันนี้ อีกไม่นานชีวิตคุณจะเหนื่อยไปอีก 100,000เท่า (แต่อาจจะยังไม่เหนื่อยตอนนี้ )
2. เมื่อไหร่ผู้คนหรือคู่แข่งคุณเริ่มใช้ ชีวิตจะเหมือนมีแรงโน้มถ่วงมากกว่าคนอื่น จะเดินก็โอ้ย ลุกก็โอ้ยยยย
3. คุณจะเดินจาก จุด A ไปจุด B โดยวิธีจะปั่นจักรยาน ในขณะที่ทุกคนขึ้นจรวดเดินทางกันหมดแล้ว ( และคุณอาจจะไม่มีวันไปถึงจุดหมายได้เลย )
- มีความเชื่ออย่างสูงว่า ( จากประสบการณ์ใช้งานเอง100% )
AI จะตัวเร่ง Productivity ทั้งชีวิตส่วนตัวและบริษัท
บริษัทไหนที่สามารถใช้หรือควรใช้ แต่ไม่ใช้ เตรียมรับแรงโน้มถ่วงของโลกอนาคต นอกจาก Productivity ต่ำ ยังมีเรื่องของ Timing ที่จะมากดดันคุณอีกด้วย ธุรกิจแข่งกันด้วย "เวลา" ยุคนี้มันคือ "ใครไวใครได้"
แต่....โอเค กลับกัน เนื่องจาก เรากำลังพูดในมุมของ ผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจในธุรกิจ การจะ Transform องกรค์ to AI เป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย เพราะ Power ที่เบ็ดเสร็จสั่งซ้ายไปซ้าย สั่งขวาไปขวา Seed ไหนไม่โต ก็ไม่ต้องเสียเวลารดน้ำ เปลี่ยน Seed ใหม่
แต่...ถ้าคุณไม่ใช่ ผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจในบริษัทละจะทำยังไงดี ?
สิ่งแรกเลยคุณต้องปรับ Mindset ของตัวและเข้าใจ พฤติกรรมธรรมชาติของมนุษย์ (มนุษย์ถึงต่อต้านการเปลี่ยนแปลง)
สมองของคนถูกโปรแกรมให้เราเฝ้าระวังสถานการณ์ หรือสิ่งที่เราไม่สามารถคาดการณ์ได้ อธิบายง่ายๆ ได้ว่า สมองเราเลือกที่จะเห็นผลที่ได้รับแบบที่เราสามารถคาดเดาทิศทางได้ )
ถ้าวันนี้คุณไม่ได้มีอำนาจเบ็ดเสร็จในที่ทำงานหรืออาจจะเป็นพนักงานระดับปฏิบัติการไม่ได้มี Power ทั้ง ตำแหน่ง และ trust
สิ่งที่ต้องทำไม่ใช่การไป คะยั้นคะยอ หรือ บังคับใครทุกคนให้เปลี่ยน
แต่คุณอาจจะต้องเริ่มต้นจากตัวคุณเอง นำมันมาใช้ให้เห็นเป็นรูปธรรม แล้วค่อยๆ บอกทีละเป็นคนๆ ไป ค่อยๆ สร้าง วัฒนธรรม การใช้ AI ไปเรื่อยๆ ใช้เวลาค่อยๆทำความเข้าใจไปทีละวันๆ ทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นได้ด้วยตัวคุณเอง ไม่ต้องไปคาดหวังว่าทุกคนจะเปลี่ยนแปลงตามคุณทันที แม้ภาพรวมบริษัทจะยังไม่ดีขึ้น แต่ชีวิตส่วนตัวคุณจะดีขึ้นแน่นอน ไม่ควรหยุดพัฒนาตัวเอง เพราะเหตุผลของคนอื่น
ท่องไว้ทุกวัน "เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว"
แต่เพื่อนๆ ในเฟสหลายคน ส่วนใหญ่จะอยู่ในหมวดเจ้าของธุรกิจ
ส่วนตัวคิดว่าควรยกเรื่องนี้เป็น เรื่องสำคัญ สำหรับอนาคตของธุรกิจ
จริงๆมีคำแนะนำที่จริงจังและสุดโต่งกว่านั้น แต่เก็บไว้ก่อน ว่าแล้วก็เข้าสู่ช่วงขายคอร์ส ...
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและไม่ตกขบวนกับคนอื่น ๆ ในยุคที่ผู้คนและบริษัทเริ่มใช้ AI กันมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าการนำ AI มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างมีกลยุทธ์และยั่งยืนนั้น ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจในหลาย ๆ ด้าน เช่น:
เข้าใจ AI แต่ละประเภทมีความสามารถและข้อจำกัดอย่างไร เหมาะกับงานแบบไหน
วางกลยุทธ์การนำ AI มาใช้ในธุรกิจและองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม ให้สอดคล้องกับเป้าหมายและ pain point
ออกแบบ workflow และกระบวนการทำงานร่วมกับ AI เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
บริหารจัดการการเปลี่ยนแปลง สื่อสารสร้างความเข้าใจ เพื่อให้คนในองค์กรปรับตัวและร่วมมือกันใช้ AI
พัฒนาทักษะของพนักงานเพื่อทำงานเคียงข้างกับ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงและข้อจำกัดของ AI เช่น bias, privacy, security เป็นต้น
สิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ไม่สามารถเรียนรู้ได้เองง่าย ๆ
ดังนั้น ผมจึงอยากแนะนำคอร์สอบรมและให้คำปรึกษาเชิงลึกสำหรับเจ้าของธุรกิจและผู้บริหารที่ต้องการประยุกต์ใช้ AI ในองค์กรอย่างจริงจัง ผ่านการเรียนรู้แนวคิด เครื่องมือ และกระบวนการต่าง ๆ จากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์จริง
คอร์สนี้จะช่วยวางแผนและดำเนินการนำ AI มาใช้ในธุรกิจของคุณอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การกำหนดกลยุทธ์ การสร้างทีมงานที่มีความรู้ความสามารถ ไปจนถึงการทำ change management ในระดับองค์กร เพื่อสร้างวัฒนธรรมและ mindset ที่ถูกต้องในการใช้ประโยชน์จาก AI และรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ในระยะยาว
คอร์สนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ตระหนักถึงความสำคัญของ AI และพร้อมลงทุนเพื่ออนาคต ด้วยค่าใช้จ่าย 199,900 บาท / ครั้ง
สำหรับการฝึกอบรม วางแผน และ consult แบบเข้มข้นและครอบคลุม ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ธุรกิจของคุณสามารถใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างเต็มศักยภาพ และเติบโตอย่างก้าวกระโดดในยุค AI อย่างแท้จริง
หากสนใจคอร์สนี้ กรุณาติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ครับ ยินดีให้คำแนะนำเพื่อความสำเร็จทางธุรกิจของคุณ

การวิเคราะห์ข้อมูลและ dashboard Telesales ฉบับมือใหม่หัดทำ easy-easy  101 จำนวนสายที่โทรทั้งหมด: 100% Dashboard แสดงเปอร...
09/07/2024

การวิเคราะห์ข้อมูลและ dashboard Telesales
ฉบับมือใหม่หัดทำ easy-easy 101

จำนวนสายที่โทรทั้งหมด: 100%
Dashboard แสดงเปอร์เซ็นต์การโทร

ไม่รับสาย: 25.93%
ไม่สะดวกคุย: 18.52%
สามารถติดต่อได้: 51.85%
ไม่สำเร็จ: 48.15%
สำเร็จ: 3.70%
ตัดสาย: 3.70%

การวิเคราะห์เพิ่มเติม:

1.สายที่สามารถติดต่อได้ (ไม่สำเร็จ + สำเร็จ) คิดเป็น 51.85% ของการโทรทั้งหมด ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากที่สุด

2.อัตราความสำเร็จในการติดต่อค่อนข้างต่ำ โดยมีเพียง 1 สายจาก 27 สายที่สำเร็จ (3.70%)

3.มีสายที่ไม่รับถึง 25.93% ซึ่งอาจต้องพิจารณาปรับปรุงช่วงเวลาในการโทรหรือวิธีการติดต่อ

4.สายที่ไม่สะดวกคุยมี 18.52% ซึ่งอาจต้องพิจารณาการนัดหมายล่วงหน้าหรือหาช่วงเวลาที่เหมาะสมในการติดต่อ
-

คำแนะนำเพิ่มเติมจากการวิเคราะห์ข้อมูลนี้:

1.ปรับปรุงอัตราการรับสาย:

ทดลองโทรในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน เพื่อหาช่วงที่มีโอกาสรับสายมากที่สุด
พิจารณาใช้ระบบนัดหมายล่วงหน้าก่อนโทร

2.เพิ่มอัตราความสำเร็จ:

วิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้การติดต่อไม่สำเร็จ 13 สาย และหาวิธีแก้ไข
ฝึกอบรมทีมให้มีทักษะการสื่อสารที่ดีขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการติดต่อสำเร็จ

3.ลดจำนวนสายที่ไม่สะดวกคุย:

ส่งข้อความหรืออีเมลก่อนโทร เพื่อแจ้งวัตถุประสงค์และนัดเวลาที่สะดวก
พัฒนาระบบให้ลูกค้าสามารถเลือกช่วงเวลาที่สะดวกรับสายได้

4.วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก:

เก็บข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ช่วงเวลาที่โทร, ประเภทของลูกค้า, หัวข้อการติดต่อ
ใช้เทคนิค Data Mining เพื่อหาแนวทางปรับปรุงประสิทธิภาพ

5.ตั้งเป้าหมายและ KPI:

กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น เพิ่มอัตราการรับสายเป็น 80%, เพิ่มอัตราความสำเร็จเป็น 10%
ติดตามผลอย่างสม่ำเสมอและปรับกลยุทธ์ตามผลลัพธ์

6.พิจารณาช่องทางการติดต่ออื่น:

สำรวจความต้องการของลูกค้าในการใช้ช่องทางอื่น เช่น อีเมล, แชท, หรือ video call
พัฒนาระบบ omni-channel เพื่อให้การติดต่อมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

7.ให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมทีม:

จัดอบรมเทคนิคการสื่อสารทางโทรศัพท์
สร้างคู่มือและสคริปต์สำหรับการโทรในสถานการณ์ต่างๆ

8.ทำ A/B Testing:

ทดลองใช้วิธีการติดต่อที่แตกต่างกันและเปรียบเทียบผลลัพธ์
ปรับปรุงวิธีการทำงานตามผลการทดสอบ

9.รับฟังความคิดเห็นของทีมและลูกค้า:

สำรวจความคิดเห็นของทีมที่ทำการโทรเพื่อหาปัญหาและแนวทางแก้ไข
รับฟังความคิดเห็นของลูกค้าเพื่อปรับปรุงกระบวนการติดต่อ

คำแนะนำเหล่านี้จะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการทำTelesales และเพิ่มอัตราความสำเร็จในการขายครับ

28/06/2024

ถึงแม้ Lisa จะเป็น Rock Star แต่ Mark ก็ Lock Account ไปพร้อมกันด้วย 😅

หลังทำ BM เชื่อม Meta x Shopee เสร็จ ก็ไปสร้างกลุ่มเป้าหมายจาก แคตตาล็อก ก็จะยิงแอดหลอนไปหาลูกค้าอีกรอบ เรื่องมันก็เท่าน...
16/06/2024

หลังทำ BM เชื่อม Meta x Shopee เสร็จ ก็ไปสร้างกลุ่มเป้าหมายจาก แคตตาล็อก ก็จะยิงแอดหลอนไปหาลูกค้าอีกรอบ

เรื่องมันก็เท่านี้......

11/06/2024

บิส สำหรับเชื่อม Shopee + 8000 4 บัญชีในบิส ราคา 12,000 บาท
ต่อ1ชุดครับ พร้อมคำแนะนำวิธีเชื่อม Shopee

Facebook x Shopee ดัน Traffic วันแรกแล้ว เกือบ 400% คีย์สำคัญหลักๆ คือ ต้องใช้ BM หรือ บิส ( บัญชีธุรกิจ ) ซึ่งตอนนี้สร้...
03/06/2024

Facebook x Shopee ดัน Traffic วันแรกแล้ว เกือบ 400%

คีย์สำคัญหลักๆ คือ ต้องใช้ BM หรือ บิส ( บัญชีธุรกิจ )
ซึ่งตอนนี้สร้างใหม่เองยากมากๆ คือสร้างปุ๊ปแดงปั๊ป
แถมยังจะติดลิมิตที่วันละ 1700 ต่อวันเอง

แต่ผมมีทางแก้ให้แล้ว BM เขียว ยิงได้เลย 8000+ ต่อวัน กี่บัญชีก็ยัดใส่ได้หมด

สนใจบอกได้เลยนะจ๊ะ แต่ราคา professional นะครับ ขอดูแลเฉพาะคนใจถึง

ต้องใช้ BM ยิงนะครับ ไม่มีอะไร แค่อยากจะบอกว่ามี BM ขายนะ ฮ่าๆ
01/06/2024

ต้องใช้ BM ยิงนะครับ ไม่มีอะไร แค่อยากจะบอกว่ามี BM ขายนะ ฮ่าๆ

สร้าง Code ส่วนลดบน Shopee ยังไงให้ปัง #ฉบับคนทำจริงนั่งทฤษฎีมานิดหน่อย !!!  #ลำดับความสำคัญของลูกค้าและคูปองแต่ละประเภท...
01/06/2024

สร้าง Code ส่วนลดบน Shopee ยังไงให้ปัง

#ฉบับคนทำจริงนั่งทฤษฎีมานิดหน่อย !!!

#ลำดับความสำคัญของลูกค้าและคูปองแต่ละประเภท

1.โค้ดลูกค้าใหม่: สร้างความประทับใจแรกเริ่ม (ลดสูงสุด)
2.โค้ดส่วนตัว: รักษาลูกค้าที่มีความสัมพันธ์ดี (ลดมาก)
3.โค้ดผู้ซื้อซ้ำ: กระตุ้นการซื้อซ้ำ ( ลดเยอะกว่าลูกค้าใหม่ )
4.โค้ดส่วนลดร้านค้า: กระตุ้นยอดขายทั่วไป
5.โค้ดส่วนลดสินค้า: กระตุ้นยอดขายทั่วไป
6.โค้ด Shopee Live: เพิ่มการมีส่วนร่วมกับลูกค้า
7.โค้ด Shopee Video: เพิ่มการมีส่วนร่วมกับลูกค้า
8.โค้ด Follow Prize: เพิ่มการติดตามร้านค้า

#การจัดลำดับความสำคัญของคูปอง

1.โค้ดลูกค้าใหม่ (ลด 30%): ใช้กระตุ้นการสมัครและการซื้อครั้งแรก
2.โค้ดส่วนตัว (ลด 25%): ใช้กับลูกค้าที่มีการซื้อบ่อยและสร้างความสัมพันธ์ที่ดี
3.โค้ดผู้ซื้อซ้ำ (ลด 20%): ใช้กระตุ้นการซื้อซ้ำจากลูกค้าเดิม
4.โค้ดส่วนลดร้านค้า (ลด 20%): ใช้ทั่วไปในการกระตุ้นยอดขาย
5.โค้ดส่วนลดสินค้า (ลด 20%): ใช้ทั่วไปในการกระตุ้นยอดขาย
6.โค้ด Shopee Live (ลด 18%): ใช้กระตุ้นการเข้าชม Shopee Live
7.โค้ด Shopee Video (ลด 15%): ใช้กระตุ้นการรับชม Shopee Video
8.โค้ด Follow Prize (ลด 10%): ใช้กระตุ้นการติดตามร้านค้า

เป็นแค่ตัวอย่างและทฤษฎีคร่าวๆ เท่านั้น เพราะรายละเอียดการจัดทำตัวเลขขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ ณ ช่วงเวลานั้นๆ ของแบรนด์ และจำนวนเงินส่วนลดและ % ก็ขึ้นอยู่กับ สภาพการแข่งขันของธุรกิจแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน

การจัดแผนโปรโมชั่นนี้จะช่วยสร้างความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาวโดยให้ความสำคัญกับลูกค้าใหม่และลูกค้าที่มีความสัมพันธ์ดีกับร้านค้า การลดราคาจะกระตุ้นให้เกิดการซื้อซ้ำและการติดตามร้านค้า ซึ่งจะนำไปสู่การสร้าง Royalty ของแบรนด์ในระยะยาว

26/05/2024

วิธีเข้าหน้า "ตัวจัดการโฆษณา" แบบ 1 วินาที

ไม่ต้องมาเสียเวลา ใส่ข้อมูลใหม่

ที่อยู่

Bangkok
67110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หน่วยจู่โจมการตลาด Blue Ocean Marketing Exponential by.Markผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง หน่วยจู่โจมการตลาด Blue Ocean Marketing Exponential by.Mark:

แชร์