WelBest - Thailand

WelBest - Thailand Marketing Communications consulting company

29/05/2022

ช่วยชุบชีวิตให้พิพิธภัณฑ์ไทย เด็กๆอยากไปผู้ใหญ่อยากชมด้วยนะครับ

28/03/2022

ไปเที่ยวชุมพรกันครับ

ปลูกทุกอย่างที่กินได้
27/01/2022

ปลูกทุกอย่างที่กินได้

15/01/2022

ไปชิลล์กันที่ชุมพรครับ 15-16 กุมภาพันธ์นี้

ไม่ต้องเสียค่ายา ค่าฟิตเนส ค่าอาหารลดน้ำหนัก แค่ลดเหลือ1-2มื้อก็พอเพียงแล้วครับ
10/10/2021

ไม่ต้องเสียค่ายา ค่าฟิตเนส ค่าอาหารลดน้ำหนัก แค่ลดเหลือ1-2มื้อก็พอเพียงแล้วครับ

HEALTH: นักวิจัยพบเทคนิคใหม่ “กินมื้อกลางวัน” มื้อเดียว สามารถช่วยยืดอายุได้
สำหรับคนที่เคย “ลดความอ้วน” ก็คงจะเคยได้ยินเทคนิคที่เรียกว่า IF (Intermittent Fasting) หรือการ “อดอาหารเป็นเวลา” ซึ่งมันเป็นเทคนิค ที่ใช้กันแพร่หลายเพราะเทคนิคแบบนี้มันใช้กันเพราะมัน “ง่าย” มันไม่ต้องไปคุมว่าตัวเองจะกินอะไร คุมแค่กินเวลาไหน เวลาไหนห้ามกินก็พอ และมัน “เวิร์ค” หลายๆ คนก็ลองแล้วได้ผล น้ำหนักลดจริง
เทคนิคแบบนี้ก็มีหลายแบบ ตั้งแต่การกินข้าววันละ 2 มื้อในช่วงเวลา 6-8 ชั่วโมง หลังจากนั้นห้ามกินอะไรนอกจากน้ำเปล่า การกินข้าววันละมื้อเดียวภายใน 2 ชั่วโมง อีก 22 ชั่วโมงไม่กินอะไรเว้นแต่น้ำเปล่า หรือบางสูตรก็จะกินข้าวแบบวันเว้นวันก็มี
ซึ่งหลักการ “ลดความอ้วน” แบบนี้ ทั่วๆ ไปถ้าจะอธิบายแบบไม่ต้องลงลึกไปกระบวนการชีวเคมีมากๆ ก็คือ พอร่างกายเรา “ขาดอาหาร” มันก็จะเอาพวกไขมันที่สะสมมาใช้เป็นพลังงาน และการเอาไขมันที่สะสมมาใช้ มันก็ทำให้เราผอมลง กลไกมันง่ายๆ แค่นี้
ที่นี้นักวิจัยเขาก็สงสัยว่า จริงๆ มันทำได้แค่นี้เหรอ? ไอ้เทคนิคนี้มันส่งผลแค่ลดความอ้วนเหรอ ผลมันจะมีอะไรมากกว่านั้นหรือเปล่า? เขาเลยไปทดลองกับพวกแมลงวันผลไม้
ซึ่งถามว่าทำไมทดลองกับแมลงวันผลไม้? คำตอบคือ จริงๆ พวกมันมีพื้นฐานพันธุกรรมใกล้มนุษย์พอสมควร โรคอวัยวะภายในต่างๆ ก็มีร่วมกัน และมันมีอายุขัยเฉลี่ยแค่ 2 เดือน ดังนั้นมันทดลองได้เร็วมาก (ยังไม่ต้องพูดถึงว่ามันใช้งบในการทดลองย่อมเยาอีกด้วย)
นักวิจัยแบ่งแมลงวันเป็น 4 กลุ่ม ซึ่งอธิบายง่ายๆ ก็คือ กลุ่มแรก ได้กินอาหารตลอดเวลา กลุ่มที่สอง ได้กินอาหารแค่ครึ่งวัน กลุ่มที่สาม ได้อาหารวันเว้นวัน หรือให้วันหนึ่งอด อีกวันกินได้เต็มที่ และกลุ่มที่สี่จะได้อาหารทุกวันแค่ช่วงสั้นๆ ตอนกลางวัน หรือพูดง่ายๆ คือจะได้กินแค่ “วันละมื้อ” และเป็น “มื้อกลางวัน”
พวกเขาพบว่ามีเพียงกลุ่มสุดท้ายเท่านั้นที่การควบคุมการกินอาหารเป็นเวลาจะให้ผลน่าสนใจ ซึ่งผลที่ว่าคือ มันทำให้แก่ช้าลง ตัวชี้วัดด้านสุขภาพต่างๆ ดีขึ้นหมด และที่สำคัญ อายุยืนขึ้นประมาณ 15%
ทำไมถึงเป็นแบบนี้? นักวิจัยพบว่าคีย์สำคัญมันน่าจะเป็นกระบวนการทางชีวเคมีในร่างกายของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า Autophagy หรือการ “กินตัวเอง” ของเซลล์
มันฟังดูน่าสยอง หลายๆ คนอาจนึกว่ามีแค่ในการ์ตูน แต่จริงๆ มันเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นเวลาร่างกายเราขาดอาหาร
คือเวลาร่างกายเราขาดอาหารนานๆ สารอาหารจะไม่พอใช้ ร่างกายก็จะหาทางดึงสารอาหารที่มีอยู่ในระบบมาใช้ และถามว่าเอามาจากไหน ก็เอามาจากเซลล์น่ะแหละ ซึ่งร่างกายมันจะเลือกเอาเซลล์ที่แก่ๆ เซลล์ที่มีปัญหามาย่อยสลายซะ แล้วดูดเอาสารอาหารมาใช้
ซึ่งผลพวงของกระบวนการนี้คือมันจะช่วย “กำจัดของเสีย” ซึ่งก็คือพวกเซลล์แก่ๆ และมันก็จะเอาไปสร้างพวกเซลล์ใหม่ๆ ที่แข็งแรงกว่า หรือพูดง่ายๆ มันคือกระบวนการที่บีบให้ร่างกายทำการ “ซ่อมบำรุง” ตัวเองระดับเซลล์นั่นแหละ
ทีนี้เงื่อนไขของการเกิดการ “กินตัวเอง” ของเซลล์มันไม่ใช่แค่ตอนเรา “ขาดอาหาร” เท่านั้น แต่มันจะเกิดเฉพาะเวลากลางคืน หรือเวลาที่เรานอน หรือพูดอีกแบบ เราต้อง “ขาดอาหารตอนนอน”
กระบวนการนี้ถึงจะเกิดขึ้น และนี่คือเหตุผลว่าทำไมการกินอาหารมื้อเดียวต่อวัน มันถึงต้องเป็น “มื้อเที่ยง” เท่านั้น เพราะถ้าไปกินมื้อเดียวแต่เป็น “มื้อเย็น” ผลคือเวลานอน ร่างกายเราก็ยังจะเหลืออาหารในระบบ และกระบวนการ “กินตัวเอง” ของเซลล์ มันก็จะไม่เกิด
การค้นพบนี้สำคัญ เพราะเอาจริงๆ ในทางวิทยาศาสตร์ มันก็ค้นพบนานแล้วว่ากระบวนการ “กินตัวเอง” ของเซลล์ มันคือสิ่งที่ “ดีต่อสุขภาพ” เพราะคนทำแล้ว พวกตัวชี้วัดทางสุขภาพมันดีหมด และที่เขาเพิ่งรู้กันก็คือมันดีระดับ “ช่วยยืดอายุ” ได้ และเราก็คงไม่มีทางรู้ ถ้าเราไม่ทดลองในสัตว์ที่มีอายุสั้นอย่างแมลงวันผลไม้
แต่เราไม่ได้ชวนทุกคนมา “กินข้าวแค่มื้อกลางวัน” เพราะนั่นก็คงจะเป็นสิ่งที่ยากเย็นแน่ๆ สำหรับคนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นความยากลำบากทางวินัยหรือเงื่อนไขการใช้ชีวิต หรือคนที่ลองทำ อาจจะลองทำแบบผิดวิธี ทำแบบไม่เข้าใจ แล้วส่งผลร้ายมากกว่าผลดี
แต่ความรู้ในเรื่องนี้ จะทำให้เราเข้าใจในเบื้องต้นว่ากระบวนการ “กินตัวเอง” ของเซลล์ทำให้อายุยืนขึ้นได้ เราก็อาจพัฒนายาที่กินเข้าไปแล้วกระตุ้นให้เซลล์ของร่างกายมัน “กินตัวเอง” และผลก็คือทำให้อายุยืนยาวขึ้น โรคภัยน้อยลงนั่นเอง

อ้างอิง: IFLS. Intermittent Fasting – If Done Right – May Help You Live Longer, Fly Study Suggests. https://bit.ly/3ABRkp3


#พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า

09/10/2021

ทำแล้วแมลงวันจะน้อยลงเหมือนที่สิงคโปร์มั้ยเอ่ย?

06/10/2021

คิดดี พูดดี ทำดี

เดี๋ยวนี้ถ้าไม่ปรับตัวอาจไปไม่รอดนะ
02/10/2021

เดี๋ยวนี้ถ้าไม่ปรับตัวอาจไปไม่รอดนะ

Lazada Secret X ลงทุนแมน
Sabina กับการทำลายความเชื่อเดิมๆ สู่ยอดขายเกือบ 2 แสนชิ้นต่อเดือนบน LazMall

“มันจะขายได้จริงเหรอบนออนไลน์ เพราะชุดชั้นใน คนซื้อต้องลองใส่ก่อน”
คุณ ดวงดาว มหะนาวานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการส่งเสริมธุรกิจ บมจ. ซาบีน่า
เล่าให้ ลงทุนแมน ฟังในช่วงเริ่มต้นสนทนา

ความน่าสนใจของเรื่องนี้ ก็คือจากคนที่เคยคิดว่าจะขายไม่ได้
แต่เชื่อหรือไม่ว่า ปัจจุบัน Sabina มียอดขายชุดชั้นในบน Lazada เฉลี่ยเดือนละเกือบ 2 แสนชิ้น

คำถามพื้นฐานง่ายๆ ก็คือ อะไรที่ทำให้ Sabina กล้าทำลายความเชื่อเดิมๆ ของตัวเอง
และเมื่อทำลายความเชื่อเก่าทิ้งไปแล้ว
Sabina ทำอย่างไร ให้ตัวเองประสบความสำเร็จบน LazMall
หรือห้างสรรพสินค้าเสมือนจริงที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Lazada

คำตอบ 2 ข้อนี้ถูกเฉลยผ่าน ‘Lazada Secret สูตรลับ สร้างแบรนด์ดังที่ LazMall’
ที่ทางลงทุนแมนร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำอย่าง Lazada
เพื่อค้นหาสูตรลับของแบรนด์ต่างๆ บน LazMall ที่ประสบความสำเร็จ

แล้วสูตรลับความสำเร็จของชุดชั้นใน Sabina คืออะไร
ลงทุนแมนจะสรุปให้ฟัง

หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าจริงๆ แล้ว Sabina อยู่ในธุรกิจชุดชั้นในมานานกว่า 50 ปี
โดยยอดขาย 100% ก็จะมาจากหน้าร้านค้า

จนเมื่อ 7 ปีที่แล้วก็เกิด จุดเปลี่ยน ครั้งสำคัญเมื่อ Lazada ได้มาชวนให้ Sabina
เปิดร้านค้าบน LazMall ตรงนี้หลายคนอาจจะคิดว่า Sabina คงตอบตกลงทันที

แต่เรื่องมันกลับหักมุมตรง การ ‘ปฎิเสธ’ โดยคุณดวงดาว เล่าให้ฟังว่า
ก่อนหน้านั้น Sabina ก็เคยทดลองขายออนไลน์บนเว็บไซต์ตัวเอง
และก็พบจุดอ่อนหลายอย่าง สร้างความยุ่งยากให้ระบบขนส่งของบริษัท
เพราะการขายออนไลน์ จะต้องส่งให้ลูกค้าหลายคนและลูกค้าหนึ่งคนก็ซื้อจำนวน 1- 2 ชิ้น
แตกต่างจากการขายออฟไลน์ ที่ส่งให้จุดขายแต่ละที่ แบบล็อตใหญ่ เป็นจำนวนชิ้นมากๆต่อครั้ง

ที่สำคัญยอดขายก็ไม่ได้ดีมากนัก เพราะมองว่าพฤติกรรมคนซื้อ ชุดชั้นใน
ต้องลองก่อนว่าใส่ได้ไหม และพอใส่แล้วตัวเองชอบหรือเปล่า

ทีนี้หากเราเป็น Lazada จะทำอย่างไรต่อไป ?
หลายคนอาจตอบว่า ถอดใจแล้วไปชวนแบรนด์อื่น ที่เปิดใจกับการขายออนไลน์

แต่คำตอบของ Lazada กลับสวนทาง
พวกเขาเลือกที่จะซื้อ ชุดชั้นใน Sabina จำนวนหนึ่งแล้วไปขายเองบนร้านค้าใน LazMall

เหตุผลที่ Lazada ทำเช่นนี้ ก็เพื่อสร้างความเชื่อให้ทาง Sabina เชื่อว่า ชุดชั้นในขายได้จริงบน LazMall
แล้วก็เป็นจริงเช่นนั้น เพราะเพียงไม่กี่วันก็ขายหมดในเวลารวดเร็ว จนต้องสั่งซื้อเพิ่ม

เมื่อทาง Sabina มั่นใจว่าขายได้จริง
จึงเริ่มจัดตั้งระบบและทีมงานเพื่อขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม Lazada ภายใต้ร้านค้าบน LazMall
ขณะเดียวกันก็รับรู้ว่า สาวๆ ที่ซื้อสินค้าบน Lazada ก่อนหน้านั้น
คือกลุ่มที่รู้อยู่แล้วว่าตัวเองจะใส่ คัพอะไร ไซซ์เท่าไหร่ ชอบสีไหน

ขณะที่ผู้หญิงไทยส่วนใหญ่เกือบ 70% ที่ไม่รู้ว่าตัวเองใส่ชุดชั้นในขนาดเท่าไร
เพราะโดยปกติ ผู้หญิงส่วนใหญ่จะซื้อผ่านหน้าร้านและมีคนขายแนะนำ
จากนั้นก็ทดลองใส่จึงค่อยตัดสินใจซื้อ
ตรงจุดนี้เองที่ช่องทางออนไลน์ ไม่สามารถทำได้

และนี้คือสิ่งที่ท้าทายสุดในช่วงเริ่มต้นคือการทำลายข้อจำกัดตรงนี้
โดยวิธีของ Sabina คือทุกช่องทางออนไลน์ทั้งใน Lazada และ Social media ของตัวเอง จะมีพนักงานค่อยตอบให้คำปรึกษาสาวๆ นักช้อป
ว่าแต่ละคนใส่ชุดชั้นในคัพไหน ขนาดเท่าไร
พร้อมกับมีบริการหลังการขาย หากซื้อไปแล้วใส่ไม่ได้หรือไม่ชอบสี ก็สามารถเปลี่ยนได้

เหตุผลที่เลือกใช้วิธีนี้ คุณดวงดาว บอกว่า เพื่อให้ลูกค้าที่ไม่เคยซื้อสินค้าผ่าน Lazada
กล้าที่จะซื้อตัวแรก เพราะเมื่อซื้อแล้วก็จะรู้ว่าตัวเองใส่ชุดชั้นไหนคัพไหน ขนาดเท่าไร

สิ่งที่ตามมาก็คือการซื้อชิ้นที่สองที่สาม และยิ่งมีบริการรับคืนสินค้า ก็สร้างความอุ่นใจเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกันก็มีการเซทระบบขนส่งสินค้าใหม่หมด เพื่อให้เกิดความคล่องตัว

ที่น่าสนใจคือการก้าวสู่โลก eCommerce คุณดวงดาวบอกว่าทาง Sabina ต้องจัดทัพใหม่หมด
โดยเลือกพนักงานในแผนกอื่น ๆ ที่เป็นคนรุ่นใหม่อายุไม่เกิน 30 ปี มีความคล่องตัว
เหตุผลก็เพราะการขายบน eCommerce มีความเร็วสูง
ลูกค้าสามารถเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้ตลอดเวลา

เปรียบเทียบให้เห็นภาพชัด ๆ สมมติการวางแผนช่องทางขายหน้าร้านจะเป็นเดือนต่อเดือน
แต่บน Lazada อาจเป็นวันต่อวัน หรือแม้ชั่วโมงต่อชั่วโมง ก็มีให้เห็นมาแล้ว
ในช่วงเวลาแคมเปญใหญ่ๆ ของ Lazada ที่มีนักช้อปจำนวนมาก

ตรงนี้เองที่สะท้อนให้เห็นว่า Sabina ปรับตัวตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา
ทำให้จากจุดเริ่มต้นเมื่อ 7 ปีที่แล้วมียอดขายแค่หลักพันชิ้น
แต่ปัจจุบัน Sabina สร้างยอดขายเกือบ 2 แสนชิ้นต่อเดือน

จากจุดเริ่มต้นด้วยความคิดว่า จะขายได้จริงเหรอ ?
เวลานี้คุณดวงดาวบอกว่า Lazada เป็นเสมือนสิ่งที่มาเติมในส่วนที่ขาดหายไป

จริงอยู่แม้วันนี้ Sabina จะมีช่องทางการขายหน้าร้านกว่า 500 แห่งทั่วประเทศ
แต่ก็ยังไม่สามารถครอบคลุมทุกพื้นที่
ดังนั้น LazMall จึงเปรียบเสมือนหน้าร้านออนไลน์ที่ทำให้สินค้าเข้าถึงคนไทยทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตามกว่าจะมาถึงจุดนี้ คุณดวงดาว บอกว่านอกจากการปรับตัวแล้วนั้น
ก็ตอบยอมรับว่าทีมงาน Lazada เป็นอีกหนึ่งส่วนผสมของความสำเร็จนี้

เมื่อในช่วงเริ่มต้นทางทีม Sabina รู้สึกว่าการขายบน LazMall เป็นเรื่องยาก
เพราะมีสารพัดเครื่องมือมากมาย แต่เมื่อ Lazada มาสอนเทคนิคระบบการจัดการหลังบ้านต่างๆ
จนถึงทริคในการขาย จนเมื่อซึมซับทุกอย่างจากที่เคยรู้สึกเป็นเรื่องยาก
กลับกลายเป็นว่าทีมงาน Sabina รู้สึกเอ็นจอยและสนุกกับการขายสินค้าบน LazMall

ในแต่ละเดือนก็จะมีการส่งรายงานให้แก่ทาง Sabina แนะนำสิ่งที่ควรต่อยอด
หรือควรปรับปรุงในเรื่องไหนบ้าง ซึ่งทำให้เห็นว่าทีมงาน Lazada ยังดูแลใกล้ชิดเหมือนเดิม

ส่วนสิ่งที่คุณ ดวงดาว ชื่นชอบเป็นพิเศษก็คือเครื่องมือระบบหลังบ้านของ LazMall
ที่จะทำให้รู้ความเคลื่อนไหวทั้งยอดขายและพฤติกรรมลูกค้า
อย่างเช่น ชุดชั้นในแบบไหนที่คนเข้ามาดูเยอะและชอบซื้อ
ช่วงเวลาไหนที่คนช้อปปิ้งมากที่สุด หรือในแต่ละวันมียอดขายเท่าไร
โดยข้อมูลจะปรากฎแบบ Real Time
ผิดกับหน้าร้านที่กว่าจะได้ข้อมูลเหล่านี้เป็นเรื่องยากและใช้เวลานาน

‘การปรับตัวให้ทันต่อเทรนด์ธุรกิจ รวมไปถึงการใช้ Data จาก Business Advisor ของ Lazada ทำให้ Sabina เข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าออนไลน์ และสามารถวางแผนการตลาดได้อย่างแม่นยำ’

รวมไปถึงการเข้าร่วมทุกแคมเปญของ Lazada
ส่งผลให้ Sabina มียอดขายอันดับ 1 บน LazMall ในหมวดสินค้าแฟชั่นผู้หญิง
ในทุกๆ เมกะแคมเปญที่ผ่านมาของปีนี้
อาทิ Lazada 9th Birthday Sale, 6.6 Mega Mid Year Sale และ LazMall 9.9 Mega Brands Sale

เรื่องราวของ Sabina บน LazMall เป็นอีกหนึ่งข้อคิดในการใช้ชีวิตได้ดีทีเดียว
เมื่อชีวิตใครหลายคนชื่นชอบใน Comfort Zone เพราะรู้สึกว่าทุกอย่างในชีวิตมันลงตัวไปหมด
พร้อมกับเลือกจะปิดหน้าต่างทุกบาน
ผลลัพธ์ก็คือ ชีวิตมีความสุขดี แต่เราจะไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงโลกภายนอก
พร้อมกับหยุดพัฒนาตัวเอง ซึ่งวิธีนี้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร

แต่หากเราลองเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เหมือนอย่าง Sabina กล้าที่ลองเปิดหน้าต่าง
ดูความเปลี่ยนแปลงโลกภายนอก พร้อมปรับเปลี่ยนวิธีดำเนินธุรกิจตัวเอง
เราก็อาจจะพบเส้นทางความสำเร็จใหม่ๆ
เหมือนอย่าง Sabina ที่ประสบความสำเร็จบน LazMall จาก Lazada นั่นเอง

สาว ๆ นักช้อปสาวก Sabina เตรียมพบโปรโมชันพิเศษ สินค้าลดสูงสุด 80% พร้อมคูปองลดเพิ่มสูงสุด 40% และส่งฟรีทั่วไทยเมื่อซื้อสินค้าครบ 299 บาท ในแคมเปญ Lazada Chic & Shop Women’s Festival สวยสับฉบับรักตัวเอง ในวันที่ 3 – 6 ตุลาคม 2564 นี้เท่านั้น
รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก https://www.lazada.co.th/shop/sabina

ดองกิ ค่อยๆขยายสาขา เมื่อไหร่จะมาแถวบ้านผมบ้างค
02/10/2021

ดองกิ ค่อยๆขยายสาขา เมื่อไหร่จะมาแถวบ้านผมบ้างค

สนใจinbox มาได้เลยครับ
02/09/2021

สนใจinbox มาได้เลยครับ

Studies show that the nose is the primary portal of entry of airborne viruses. That’s why it’s so important to protect it. That is where Taffix comes in. Taf...

เตรียมตัวระวังให้ดี คงจะมีมาอีกในรูปแบบธุรกิจใหม่แต่วิธีการเดิมๆ เล่นกับความคาดหวังรวยของนักลงท
26/08/2021

เตรียมตัวระวังให้ดี คงจะมีมาอีกในรูปแบบธุรกิจใหม่แต่วิธีการเดิมๆ เล่นกับความคาดหวังรวยของนักลงท

มหากาพย์ของ California Wow ที่ปั้นธุรกิจให้ดูรุ่งเรือง แล้วค่อยชิ่ง - MarketThink

หนึ่งกลโกงในอดีต ที่ทุกคนยังคงจำฝังใจ น่าจะมีชื่อของ California Wow ติดอยู่ในใจ
ซึ่งหลาย ๆ คนก็อาจเคยมีประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์นี้มาก่อน แต่สำหรับใครที่ไม่รู้จักหรือไม่เคยได้ยิน เรื่องราวต่อไปนี้ จะเป็นอุทาหรณ์อย่างดี

ก่อนอื่นต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุกันก่อน
ในปี 2544 “แคลิฟอร์เนีย ว้าว” แบรนด์ธุรกิจออกกำลังกาย สัญชาติอเมริกัน ได้เข้ามาเปิดให้บริการในไทยอย่างเป็นทางการ ภายใต้การบริหารงานของ คุณเอริค มาร์ค เลอวีน ชาวอเมริกัน

ในยุคนั้นต้องยอมรับว่า ธุรกิจฟิตเนสในไทย คือความแปลกใหม่
รวมถึงเทรนด์รักสุขภาพ ก็ยังเป็นเรื่องที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับคนไทย
และถ้าพูดถึงในมุมธุรกิจ ฟิตเนสในช่วงเวลานั้น ก็ต้องเรียกว่ายังเป็น Blue Ocean อยู่ เพราะคู่แข่งมีเพียงไม่กี่เจ้าในตลาด

ดังนั้น การมาของแคลิฟอร์เนีย ว้าว จึง “ว้าว” สมชื่อ ในมุมของกลุ่มลูกค้า ที่มีรายได้ปานกลางไปจนถึงสูง

แคลิฟอร์เนีย ว้าว จัดว่าเป็นฟิตเนสแบรนด์แรก ๆ ในประเทศไทย ที่เน้นการขยายสาขาแบบเชิงรุก โดยใช้วิธีการบุกไปยังหัวเมืองต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดอย่างรวดเร็ว

ภายในระยะเวลาไม่นาน แคลิฟอร์เนีย ว้าว ก็สามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้ถึง 55% จากปีแรกที่เข้ามาทำตลาด มีสมาชิกเพียง 8,500 ราย เมื่อผ่านไป 9 ปี ก็สามารถเพิ่มจำนวนสมาชิกได้เป็น 160,000 ราย
โดยมีสมาชิกเข้าใช้บริการเฉลี่ยทุกสาขา สูงกว่าวันละ 20,000 ราย

การขยายสาขาถูกทำควบคู่ไปกับการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่ทันสมัย เพื่อจับกลุ่มเป้าหมายคนเมือง ที่มีรายได้ปานกลางไปจนถึงสูง

ภาพลักษณ์ที่ดูดี บวกกับสาขาที่ทั่วถึง จึงเป็นแต้มต่อที่ทำให้แคลิฟอร์เนีย ว้าว สามารถคิดค่าบริการที่ค่อนข้างสูงได้

ถึงแม้ค่าบริการฟิตเนสของแคลิฟอร์เนีย ว้าว ในสมัยนั้น จะไม่ได้ถูกเลย แต่สมาชิกจำนวนมาก ก็ยินดีควักเงินจ่ายค่าสมาชิกแบบรายปี ซึ่งบางรายมีมูลค่าสูงถึงหลักแสนบาท เลยทีเดียว..

จากที่อ่านมาถึงตรงนี้ ทุกคนอาจมองว่า แคลิฟอร์เนีย ว้าว ก็ดูเป็นธุรกิจที่มาแรง ไปได้ด้วยดี และไม่น่าจะโกงได้

แต่เรื่องราวมหากาพย์การโกง กำลังเริ่มต้นขึ้นหลังจากนี้..

เมื่อธุรกิจฟิตเนสใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากนั้น แคลิฟอร์เนีย ว้าว ก็ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ในช่วงปลายปี 2548
โดยเสนอขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไปในราคาหุ้นละ 6 บาท ภายใต้ชื่อหุ้นว่า CAWOW หรือ บริษัท แคลิฟอร์เนีย ว้าว เอ็กซ์พีเรียนซ์ จำกัด (มหาชน)

จากกระแสที่มาแรง ทำให้แบรนด์ฟิตเนสอย่าง แคลิฟอร์เนีย ว้าว ดูผิวเผินเป็นบริษัทที่น่าจะมีอนาคตที่สวยงาม และไปได้ไกล

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ คุณวิชา พูลวรลักษณ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ตัดสินใจร่วมทุน ในตอนที่หุ้น CAWOW เข้าตลาดใหม่ ๆ

หลังจากที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ บริษัทสามารถแสดงผลประกอบการที่มีกำไรได้เพียงแค่ปีเดียว คือปี 2549 ก่อนที่จะขาดทุนต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี จนกระทั่งถูกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สั่งพักการซื้อขายหุ้น ในปี 2554

ซึ่งในระหว่างทาง ก่อนที่ตลาดหลักทรัพย์จะสั่งพักการซื้อขายหุ้น
แคลิฟอร์เนีย ว้าว ได้ฉายแววว่า ธุรกิจอาจจะไปไม่รอด
เพราะในตอนที่ขยายสาขาเพิ่มประมาณ 10 สาขา ก็เกิดปัญหา เช่น สมาชิกไม่ได้รับความสะดวกในการใช้บริการ
บางสาขามีปัญหาการค้างชำระค่าเช่า, ค่าน้ำ, ค่าไฟ และค่าบริหารจัดการ จนไม่สามารถเปิดให้บริการต่อไปได้

เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น สมาชิกได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด

หลังจากนั้นไม่นาน ราคาหุ้น CAWOW ก็ทรุดลงอย่างต่อเนื่อง และคุณวิชา พูลวรลักษณ์ ก็ได้ทยอยขายหุ้นจนหมด เพราะคงจะประเมินแล้วว่า กิจการกำลังมีปัญหา
รวมถึงพฤติกรรมของคุณเอริค ที่ส่อแววว่าเป็นบุคคลที่ไม่น่าไว้วางใจอีกต่อไป

จนในที่สุด แคลิฟอร์เนีย ว้าว ก็ทยอยปิดตัวลงทุกสาขา

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ได้เข้าตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของบริษัท แคลิฟอร์เนีย ว้าวฯ และพบว่า ในระหว่างปี 2544 ถึง 2555 มีการโอนเงินให้บุคคลทั้งต่างประเทศและในประเทศ เป็นจำนวนเงินทั้งหมด 1,669 ล้านบาท หรือร้อยละ 99 ของธุรกรรมทางการเงินทั้งหมด

พูดง่าย ๆ คือ เงินสดและทรัพย์สินของบริษัทเกือบทั้งหมด ถูกคุณเอริค ถอนออกไปจนหมด ไม่เหลืออะไรไว้ให้สมาชิกฟิตเนสและผู้ถือหุ้นของบริษัท สักบาทเดียว..

และ 1 เดือนต่อมา บริษัทได้ถูกฟ้องล้มละลาย และเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ

จะว่าไปแล้ว การโกงก็อยู่คู่กับมนุษย์มานานมากแล้ว และมีวิวัฒนาการ ตามยุคสมัย

ตัวอย่างการโกง ที่เกิดขึ้นในไทย เช่น แชร์แม่ชม้อย, แชร์ชาร์เตอร์, แชร์แม่มณี, ซินแสโชกุน
และล่าสุดคือ “ประสิทธิ์ เจียวก๊ก” ที่หลอกลวงผู้บริโภคในรูปแบบของทัวร์

หากวิเคราะห์ดูแล้ว ปัญหาของการโกง สาเหตุหลักก็คงจะมาจาก “ความโลภ” ของผู้กระทำ
แต่ในมุมของผู้ถูกกระทำ โดยเฉพาะนักลงทุน
วิธีป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ก็คือ ต้องศึกษารายละเอียดของบริษัท, ฝึกอ่านงบการเงินเบื้องต้นให้เป็น, ดูความน่าเชื่อถือของผู้บริหาร ว่าเขาสามารถทำได้อย่างที่ตัวเองพูดไว้หรือไม่

จากกรณีศึกษาของ แคลิฟอร์เนีย ว้าว เรียกได้ว่า “ว้าว” สมชื่อจริง ๆ เพราะค่าสมาชิกที่จ่ายไป ได้หายวับไปกับตา

เรื่องนี้อาจทำให้เราฉุกคิดได้ว่า หากจะซื้อแพ็กเกจอะไร ที่ต้องจ่ายเป็นเงินก้อน ควรคิดให้ถี่ถ้วน
และยอมรับให้ได้ว่า หากเราควักเงินจ่ายไป แล้วโดนเท
เราจะต้องรับความเสี่ยง ที่อาจสูญเสียเงินก้อนนั้นไปให้ได้..

#มหากาพย์

-------------------------
อ้างอิง :
-https://bit.ly/2Vs8fvx
-https://mgronline.com/daily/detail/9590000007362
-https://www.finnomena.com/fiftytwohurtz/california-wow-true-fitness/
-https://www.longtunman.com/29837
-https://www.youtube.com/watch?v=MbWAIbnYhoc
-http://www.siamtownus.com/2016/New-1603000094-1.aspx
-https://www.sanook.com/money/62778/
-หนังสือ รวยได้ด้วยหุ้น โดยเซียนหุ้นอัจฉริยะ

Brand building สำคัญไฉน?
17/08/2021

Brand building สำคัญไฉน?

ทุกวันนี้มีแบรนด์สินค้าและบริการอยู่มากมายให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อ แต่มีเพียงหยิบมือเท่านั้นที่สามาร.....

ที่อยู่

435 Soi Samsen 28, Samsen Road, Dusit
Bangkok
10300

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ WelBest - Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์