02/03/2017
Digital transformation คำ คำนี้
เริ่มได้ยินแพร่หลายจากสื่อต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ
จากทั้งในและต่างประเทศ
แล้วทำไม คำ คำนี้ ถึงถูกพูดถึงกัน
ต้องยอมรับว่า วันนี้โลกของ “Digital”
กำลังเข้าไปมีบทบาทในชีวิตเรา
เกือบทุกคนบนโลกนี้
ซึ่งเมื่อมันมีบทบาทกับคนมากเท่าไหร่
ก็ยิ่งสำคัญมากเท่านั้น
เพราะ "คน" เท่ากับ "ผู้บริโภค"
ผู้บริโภค คือ ผู้ซื้อสินค้าของ “ธุรกิจ”
ดังนั้น ธุรกิจจึงต้องเปลี่ยนให้ทันเทคโนโลยี
ยิ่งผู้บริโภคติด Digital
องค์กรธุรกิจเองก็เองก็ติด Digital ยิ่งกว่า
Digital transformation
คำ คำนี้จึงเกิดขึ้นมา
“Digital transformation”
มัน คือ การเปลี่ยนแนวคิดองค์กรแบบเดิม
ให้มาในวิถีทางของโลกดิจิตอล
เพื่อปรับตัวให้ทันกับบริบทของผู้บริโภค
หรือแม้กระทั่ง นำไปข้างหน้าผู้บริโภคเลยยิ่งดี
แล้วการเปลี่ยน “วิถีทางของดิจิตอล”
มิใช่เปลี่ยนแปลงแค่การตลาด อันนั้นแค่ส่วนหนึ่ง
แต่มันต้องเปลี่ยนไปทั้งระบบ ทั้งองค์กร
ให้มี “วิธีคิด วิธีทำแบบดิจิตอล”
ถ้าเห็นได้ชัดๆ ในไทยที่เปลี่ยน
จากยุค “อนาล็อก” เป็น “ดิจิตอล”
พลิกจาก จะตาย เป็นเติบโต
องค์กรนั้นก็คือ “ไทยรัฐ” นั้นเอง
ถ้าไทยรัฐ ไม่เปลี่ยนในวันนั้น
วันนี้คงลำบากไม่น้อยทีเดียว
แต่วันนี้ไทยรัฐไม่ตาย
กลับมายืนบนฐานที่เติบโต
แล้วที่ไม่เปลี่ยนละ ตายไปกี่เจ้า จบไปกี่ที่
จะเหลือรอดก็อีกไม่เยอะ ถ้ายังไม่คิดจะเปลี่ยน
วันนี้ผมพาคุณมาพบกับ
-------------------------------------------
5 วิธีในการทำ Digital transformation ให้สำเร็จ
-----------------------------------------
1. จงมองว่ามันจำเป็นจริงๆ ไม่ทำมีตาย
หลายองค์กรรู้ว่าต้องทำ แต่สักแต่พูด แต่เวลาลงมือทำจริง
ไม่เป็นโล้เป็นพาย เพราะไม่ใส่ใจจะทำจริงๆ จัง
ก็ฉันทำอย่างเดิม ฉันก็ยังขายได้ ฉันจะเปลี่ยนทำไม?
หรือ ไม่ก็ผู้บริหารไปเห็นบทความจากที่ไหนมา
แล้วก็มาสั่งลูกน้องว่ามันสำคัญ ต้องทำนะ
พอสั่งเสร็จ ทุกอย่างหายไปภายใน 5 นาที
วันรุ่งขึ้นขอเบิกงบ บอกไม่มี เอาไว้ก่อน
วันต่อมา IT สั่งบล็อค Internet ไม่ให้เล่น
Facebook Youtube line บอกเสียเวลาทำงาน
แล้วปากบอกจะทำ Digital transformation
ขอไม่สุภาพหน่อยนะจ๊ะ “ถุย” เถอะครับ
แค่นี้ก็ไม่ใจกว้าง บอกว่าจะเปลี่ยนเป็นองค์กร Digital
มันต้องเปลี่ยน “ความคิด” หรือภาษาอังกฤษนิดหนึ่ง
ว่าต้องเปลี่ยน “Mind Set” ให้คนทั้งองค์กรให้เข้าใจก่อน
ต้องทำนะ ถ้าไม่ทำมีตาย!!
ฟังดูใจร้ายแต่ต้องทำ แล้วเริ่มจากระดับบริหารเลย
ที่ต้องกระตุ้นอย่างจริงจัง กำหนดเป็นนโยบายให้ชัดเจน
วางแผนปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม อย่าดีแต่พูด!!!
จำไว้ไม่ทำมี “ตาย” จริง
ไม่มีเผาหลอกแน่นอน!!!
2.ต้องสร้างให้เป็น “วัฒนธรรม”
หลายองค์กรต้องการทำ Digital transformation
คิดว่ามี Digital Marketing ไว้ค่อย Update
Facebook,IG,Website นั่นคือใช่แล้ว!!!
ความคิดแบบนี้มันโครตอันตรายเลย
มันเหมือนแค่เอา “น้ำตาลมาเคลือบไว้ที่แอปเปิ้ล”
แล้วบอกว่าฉันปลุกต้นแอปเปิ้ลได้หวานที่สุดในโลก
อันนี้โกหกตัวเองชัดๆ
การ Digital transformation จริงมันเริ่ม
ตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ดิจิตอล
แล้วใส่ลงไปในแผนกต่างๆ
เมล็ดพันธุ์ดิจิตอลจริงแล้ว
อาจจะไม่ต้องไปหาคนนอกที่ไหน
คนในแผนก คนในฝ่าย บางคน
หรือ ถ้าหาไม่ได้จริงๆก็หาคนนอก
ก็ไม่เสียหายอะไรเลย
ยกตัวอย่างประกอบความเข้าใจ นะจ๊ะ
ถามว่า HR ต้องปรับเข้ากับโลก Digital ไหม
บอกเลยโครตจำเป็น ยกตัวอย่างให้ชัดๆ
ถ้า HR งานหลักๆ คือหาคนมาทำงาน
ดูแลสวัสดิการ ความเป็นอยู่ของพนักงาน
การสื่อสารของพนักงาน พัฒนาขีดความสามารถของคนทำงาน
จ่ายเงินเดือนพนักงาน งานจะวนอยู่ประมาณนี้
แล้ว HR ที่ไม่เคยรู้จักโลกดิจิตอลเลย
ก็จะเสียเงินให้กับ Web สมัครงาน แล้วรอคนมาสมัคร
แต่ถ้ามาอยู่ในโลกของ Digital มันต้องเปลี่ยน
จากการลงแค่ Website เป็นนักล่าข้อมูล
เช่นไปล่าคนจาก Linkedin หรือไม่ก็
แฝงตัวอยู่ใน Social ที่แสดงผลงานต่างๆ
ที่คาดว่าจะมีพนักงานกลุ่มเป้าหมายใช้
แล้ว Inbox ไปชวน ไปจีบ
เสร็จแล้วก็ไปเช็คประวัติของคนเหล่านั้นบน Social
เพื่อตามหาคนที่ใช้ที่สุดเข้ามาเป็นตัวเลือก
นี้แค่ตัวอย่างเดียวนะครับ
ยังมีงานให้ทำอีกเป็นร้อยของฝ่าย HR
เช่นเราจะพัฒนาระบบอะไร ให้สะดวกที่สุดสำหรับพนักงาน
ผมเล่าให้ฟังนะ ผมเคยพัฒนา App บนมือถือ
อย่าเรียกว่า App เลย สมัยนู้นเกือบ 15 ปีที่แล้ว
ที่มือถือยังไม่มีจอสีเลย วันนั้นพัฒนาบน J2ME
ให้กับ SCG (ปูนซีเมนต์ไทย) เป็น App ให้พนักงาน
เช็คสิทธิ์การเข้ารักษาของโรงพยาบาลทั้งประเทศ
ว่าเจ็บป่วย สามารถเข้าไปรักษาที่ไหนได้บ้าง
แล้วรักษาได้เท่าไหร่
สามารถเช็คได้จากมือถือของพนักงานทุกคนเลย
เห็นปะ ว่านี่ก็สามารถทำได้ในงาน HR
ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุด ของขั้นตอนนี้
คือ “การปลุกเมล็ดพันธุ์ดิจิตอล”
ให้ลงไปในหน่อยงานต่างในองค์กร
เพื่อเป็นตัวขับเคลื่อน แผนก หน่วยงาน
ให้เปลี่ยนเวัฒนธรรมดิจิตอลให้ได้
3.จงสื่อสารให้ทุกคนเข้าใจว่าทำไปทำไม
ปัญหาใหญ่ของหลายองค์กร
ที่ทำ Digital transformation ไม่สำเร็จ
ส่วนหนึ่งคือการที่คนในองค์กรไม่รู้ทำไปทำไม
ไม่ยอมเปลี่ยน ไม่ยอมแปลง
ยังยืดติดแต่วิธีการเดิมๆ ระบบเดิมๆ
ทำไปแล้วไม่เห็นได้อะไรเลย คนเก่าบ่นเสียงดังกันไปหมด
ปัญหาแบบนี้เจอทุกที่ ที่เข้าไปทำ
ผู้บริหารเห็นดี เห็นงาม แต่ไประดับเมเนเจอร์บอกตูไม่เอา ตูไม่ทำ
อันนี้ก็ไปต่อยาก หรือระดับเมเนเจอร์โอเค
พอถึงระดับคนทำงาน บอกตูไม่เอาอย่ามายุ่ง อันนี้ก็ไปต่อยาก
สิ่งที่ต้องทำ สิ่งที่ต้องมี
คือ ต้องทำให้เขาเห็นว่าทำแล้ว “ชีวิตเขาต้องดีขึ้น”
งานน้อยลง ไม่ซ้ำซ้อน ไม่กระทบกับหน้าการงานของตัวเอง
อันนี้เรื่องสำคัญนะครับ
เพราะหลายที่ บอกว่าจะเอาเทคโนโลยีมาลง
อันดับแรกเลย คนทำงานจะคิดแบบนี้
มันจะลดคนแน่นอน!!!
อันนี้ต้องสื่อสารให้ทุกคนเข้าใจ ว่า “ทำไปทำไม”
ทำแล้วได้อะไร ทำไมต้องทำ
แล้วไม่ใช่บอกแค่ครั้งเดียวแล้วจบ
เรื่องพวกนี้กว่าคนจะเข้าใจ
ต้องใช้เวลาพอสมควร กว่าจะเข้าใจ
บางที่มีแรงต้านมากๆ ว่าไม่เอาไม่ดี ไม่ชอบ
พอเปลี่ยนสำเร็จ ใช้ดิจิตอลมาได้ 6 -7 เดือน
ไปถามว่าย้อนกลับไปใช้แบบเก่าไหม
ตอบกลับมาว่า “บ้าเหรอ” น่าจะทำตั้งนานแล้ว 5555
เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากนะครับ เรื่องการสื่อสาร
เพราะตัวนี้ ตัวดีเลยที่จะทำให้
Digital transformation ในองค์กรไม่สำเร็จ
4.ทำอย่างต่อเนื่อง
ต้องบอกเลยว่า Digital transformation ให้องค์กร
ไม่สามารถเสกได้ บอกว่าภายใน 1 เดือนต้องเสร็จ
ต้องใช้ได้ อันนี้ฝันเลยครับ ยิ่งองค์กรที่อยู่มานาน
โครงสร้างมีความชัดเจนมากเท่าไหร่ ยิ่งยากเท่านั้น
การที่จะเปลี่ยนความเคยชินเดิมๆ สู่การเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ
เป็นอะไรอยากยิ่งกว่าอะไร แถมต้องเรียกว่าใช้แรงโครตเยอะ
เข็ญครกขึ้นภูเขาว่ายาก แต่เปลี่ยนพฤติกรรมคนยากยิ่งกว่า
ดังนั้นการเปลี่ยนแปลง จึงไม่สามารถทำได้ในระยะสั้น
เรารู้ว่า Digital มัน เร็วยิ่งกว่าจรวด
แต่พฤติกรรมขององค์กร มันไม่สามารถเปลี่ยนได้ในทันที
ต้องหาเส้นดีๆ ระหว่างถ้าเปลี่ยนเร็วเกินไป
มันจะเหมือนปลาในตู้ที่ถูก “เปลี่ยนน้ำ” มันจะซ็อคน้ำตาย
ถ้ารีบเกินไปคนในองค์กรปรับตัวไม่ได้
จะซ็อคออกไปไม่มากก็น้อย
อันนี้ต้องหาบาลานซ์ให้ดี ว่าความเร็วแค่ไหนถึงเหมาะสม
แต่ที่แนะนำควรทำมันถูกวัน วันละนิด ละหน่อย ค่อยเปลี่ยนๆไป
มันจะทำให้การปรับเปลี่ยน โดนแรงต้านน้อยกว่า
อย่าทำแบบว่าโหมกันทีเดียวจบ เหมือนทำ 5ส ทำวันนี้เสร็จ
ทุกอย่างจะกลายสภาพเดิมภายใน 7 วัน
อันนี้เรียกว่าทำเอาพิธี แบบนี้เป็นเกือบทุกที่ 5555
5.สร้างหัวหอกทะลวงฟัน
ในบ้างครั้งการเปลี่ยนมันทั้งกะบิมันเป็นอะไรที่ทำไม่ได้
ถ้าองค์กรนั้นมีขนาดใหญ่มากๆ
ดังนั้นเราต้องสร้าง หัวหอก ผู้นำ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ขึ้นมา
จะเป็น แผนก หน่วยงาน ส่วนงาน หรือ ทีมงาน
เป็นส่วนนำร่อง เพื่อเอาไปใช้ในหน่วยงานต่างๆ
แล้วต้องเต็มที่ กับหน่วยงานนี้จริงๆ ไม่ใช่ว่าบอกว่าเป็นต้นแบบ
แต่เครื่องไม้ เครื่องมือ งบประมาณ ไม่มีให้
เสนออะไร ไม่เอาไม่ใช้ ไม่จำเป็น
อันนี้เขาเรียกทำเป็น”พิธี” อีกแล้ว
ไม่เอาจริงเอาจัง บอกมึงออกไปรบแนวหน้า
แต่ตูไม่มีอะไรให้นะ มีแต่รอยยิ้มให้
เอาไปรบ ไปออกหน้า เอารอยยิ้มไปสู้
มันคงรบชนะ หรอกครับ
เราต้องเตรียมทุกอย่าง ทุกสิ่งให้พร้อมกับหัวหอกต้นแบบนี้
ให้จริงจัง แบบว่านี่คือความหวังของคนทั้งองค์กร
ถ้าขึนไม่เอาใจช่วย ไม่ให้เครื่องไม้ เครื่องมือไป
บริษัทเราตายแน่นอนๆ อย่าลืมข้อแรกเป็นอันขาด
อ้าวแล้วองค์กรเล็กๆ จะทำบ้าง
แล้วใครจะเป็นหัวหอกละ
เอางี้ไม่ต้องไปจิ้มที่ไหนเลย ตัวเจ้าของนี้แหละ
เปลี่ยนที่เดียว เปลี่ยนทั้งองค์กรเลย
ที่ร่ายยาวมานี่ไม่มีอะไร ที่เริ่มจากดิจิตอลเลย
ก็ใช่ดิ การทำ Digital transformation
จริงๆ ไม่ใช่เริ่มจาก Digital
แต่จริงๆแล้วมันจะสำเร็จไม่สำเร็จ มันอยู่ที่คนทั้งนั้น
ถ้าเริ่มจากเครื่องมือ Digital ก่อนรายไหนรายนั้น
ทำไม่ค่อยสำเร็จเท่าไหร่
#แชร์วนไปให้คนบล็อคเฟสตู
#หายไปนานมายาวเลย
#สวัสดีปีใหม่จ๊ะ
#อ่านจบบอกสวัสดีปีใหม่กันนะจ๊ะ
LINE : .th
Tel :092-636-1565