CreativeCafe Thailand

CreativeCafe Thailand CreativeCafe is a fully integrated advertising agency where ideas are brewed to brilliance. With CreativeCafe, your brand doesn’t just compete—it leads.

We craft campaigns that captivate, inspire meaningful engagement, and elevate brands through strategic expertise, creative excellence, and measurable results. Welcome to CreativeCafe, a fully integrated advertising agency where ideas are brewed to brilliance. Since 2009, we’ve assembled a team of forward-thinking experts specializing in Integrated Marketing Communication Solutions, empowering bran

ds to thrive across all platforms—locally and globally. At CreativeCafe, we bring ideas to life—crafting campaigns that captivate audiences, inspire engagement, and elevate brands. Our expertise spans Branding & Advertising, Media, Events & Activations, Public Relations, and a dynamic suite of Digital Solutions. By seamlessly integrating every effort, we amplify impact, maximize results, and deliver measurable ROI.

Client: HMC Polymers Co., Ltd.Brand: HMC PolymersProject: Brand CommunicationCampaign: Step Forward Toward a Sustainable...
14/05/2026

Client: HMC Polymers Co., Ltd.
Brand: HMC Polymers
Project: Brand Communication
Campaign: Step Forward Toward a Sustainable Future
Medium: Social Media Influencer
Agency: CreativeCafe Thailand

ส่องกลยุทธ์เศรษฐกิจหมุนเวียนของ HMC Polymers ผ่านแคมเปญใหม่ล่าสุด มุ่งเน้นการลดคาร์บอนและพัฒนาเม็ดพลาสติก PP คุณ.....

Consumer Insights 2026: After navigating successive crises, consumers are redefining success—not by wealth or assets, bu...
29/04/2026

Consumer Insights 2026: After navigating successive crises, consumers are redefining success—not by wealth or assets, but by the ability to live independently without becoming a burden to others.

Explore four key marketing strategies for brands to stay relevant in this new era.

อินไซต์ผู้บริโภค 2026 หลังเจอวิกฤตกระหน่ำ นิยามความสำเร็จใหม่ ไม่เน้นทรัพย์สิน ขอแค่ไม่เป็นภาระใคร สรุป 4 กลยุทธ์การตลาดแบรนด์ยุคใหม่
งานสัมมนาประจำปี FOCAL 2026 จัดโดย ดับบลิวพีพี มีเดีย (ประเทศไทย) กลุ่มบริษัทตัวแทนการบริหารและจัดการการลงทุนบนสื่อระดับโลกของ WPP สรุปผลวิจัย Consumers Untold 2026 พฤติกรรมผู้บริโภคที่ว่าด้วยการใช้ชีวิต การจับจ่าย และการเสพสื่อ
อินไซต์ผู้บริโภคปี 2026 ชี้ชัดว่าเป็นปีที่ผู้บริโภคเข้าสู่ยุคแห่งการ "ตื่นรู้" หลังเผชิญความสูญเสียจากสถานการณ์วิกฤตต่างๆ ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1. ความมั่นคั่ง 2. อำนาจการควบคุมชีวิต 3. ความเชื่อถือในความจริง
ส่งผลให้นิยามความสำเร็จของคนไทยถูก "พลิกขั้ว" จากการมีทรัพย์สินหรือภาพลักษณ์ภายนอก กลายเป็นความต้องการที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังคือ "ขอแค่ไม่เป็นภาระใคร" ซึ่งกลายเป็นเข็มทิศใหม่ในการตัดสินใจซื้อที่แบรนด์ต้องให้ความสำคัญสูงสุด
#หลังเจอวิกฤตเซ็ตระบบความสุขใหม่
คุณณัฐวีร์ ณีว มาวิจักขณ์ ผู้บริหารแผนกการตลาด และคุณแพน จรุงธนาภิบาล ผู้อำนวยการแผนกการตลาด ดับบลิวพีพี มีเดีย (ประเทศไทย) สรุผลวิจัย Consumer Untold 2026 ที่ศึกษากลุ่มตัวอย่างกว่า 2,400 คน และสัมภาษณ์เชิงลึก 220 คน ในพื้นที่ 22 จังหวัดทั่วประเทศไทย รวมถึงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้ชีวิต ทัศนคติ การเลือกที่จับจ่ายซื้อของ และการเสพสื่อ ดังนี้
้ชีวิตของผู้บริโภค
ช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา (2025-2026) ผู้บริโภคต้องเจอกับสถานการณ์วิกฤตหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น แผ่นดินไหว น้ำท่วมภาคเหนือ-ภาคใต้ ความขัดแย้งชายแดน ปัญหาฝุ่น PM2.5 สงครามอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ที่ต้องเจอกับความสูญเสีย 3 เรื่องหลัก
- สูญเสียความมั่งคั่ง (Wealth Loss) จากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
- สูญเสียด้านการเงิน (Control Loss) จากรายได้คงที่ แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จากปัญหาพลังงาน ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น
- สูญเสียความเชื่อมั่น (Trust Loss) จากการเจอกับสถานการณ์วิกฤตต่างๆ ในรอบปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น น้ำท่วม ความขัดแย้งชายแดน สงครามอิหร่าน
แม้ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาอยู่ในภาวะ "อดทน" มามากแล้วก็ตาม แต่สถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้นในปีนี้ ทำให้ต้องปรับวิถีการใช้ชีวิตใหม่มากขึ้นไปอีก
1. JOY ความสุข - เป็นการเซ็ตระบบความสุขใหม่ เพราะความสุขแบบเดิมยากที่จะเอื้อมถึง
- พบว่าคนไทย "ย่อขนาด" ความสุขของตัวเองให้เล็กลง การซื้อสิ่งของที่อยากได้ อย่าง บ้าน หรือของราคาแพง ก็ปรับขนาดให้เล็กลงเพราะเงินมีลดลง จากผลกระทบเศรษฐกิจ โดยหันมาเลือกความสุขจากคนสำคัญในครอบครัวก่อน เช่น พาครอบครัวไปกินอาหารมื้อพิเศษ ก็เป็นความสุขง่ายๆ
2. Value การให้คุณค่ากับสิ่งต่างๆ แม้เป็นเรื่องเล็กน้อย
- การที่เจอกับวิกฤตมาตลอด 1 ปี เมื่อต้องเจอกับสถานการณ์แย่ เช่น น้ำท่วม ผู้บริโภคจะมองรอบข้างที่เห็นว่าคนอื่นก็เจอสถานการณ์เดียวกัน จึงรู้สึกว่ามีคนที่ได้รับผลกระทบเหมือนกันและรู้สึกว่าจะผ่านไปได้
- การช่วยเหลือกันในชุมชนที่เจอสถานการณ์วิกฤตเหมือนกันเพื่อให้ผ่านไปได้ด้วยกัน
- Self Protection การกลับมารักตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อทำให้ตัวเองมีสุขภาพที่ดี จิตใจดี แม้ต้องเจอสถานการณ์วิกฤต
3. Trust ความมั่นใจ ที่ต้องเช็ตระบบใหม่
- ในยุคข้อมูลล้น การแชร์ข้อมูลจำนวนมาก รวมทั้งข่าวปลอม (Fake News) ทำให้ผู้บริโภคไม่เชื่ออะไรง่ายๆ ต้องตรวจสอบข้อมูลรอบด้านเพื่อสร้างความมั่นใจ
สรุปอินไซต์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคในปีนี้ นิยามความสำเร็จก่อนหน้านี้ ต้องมีบ้าน รถยนต์ มีธุรกิจเป็นของตัวเอง ท่องเที่ยวต่างประเทศ มาวันนี้ได้ถูกลดขนาดลง (Downscale) โดยทุกคนพูดเหมือนกันว่า "ความสำเร็จในชีวิตวันนี้ คือการไม่เป็นภาระให้ตัวเองและคนในครอบครัว"
้เงิน
ปีนี้ผู้บริโภคส่วนใหญ่บอกว่า "หากอยากได้ความสุขเท่าเดิม ต้องทำงานมากขึ้น" เพราะเงินเท่าเดิมให้ความสุขได้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จากเศรษฐกิจไม่ดี เงินหายาก
แต่ผู้บริโภคกลุ่มมีเงินใช้ ก็ยังใช้จ่ายได้ไม่ต้องการลดคุณภาพการใช้ชีวิต ไม่ได้เปลี่ยนการใช้ชีวิต ยังจับจ่ายซื้อสินค้า ท่องเที่ยว
แม้ว่า Gen Z คือความหวังของนักการตลาด แต่การสำรวจพบว่าเป็นกลุ่มที่ต้องใช้เวลาเก็บเงินในการซื้อของแต่ละชิ้น ขณะที่วัยเกษียณ ข้าราชการเงินบำนาญ มีรายได้ 40,000-50,000 บาทต่อเดือน ใช้จ่ายเงินท่องเที่ยวต่างประเทศ พร้อมจ่ายซื้อสินค้า เพราะไม่มีภาระค่าใช้จ่ายใดๆ จึงเป็นมุมมองที่นักการตลาดและแบรนด์ต้องพลิกเกมหาโอกาสใหม่ๆ เข้าถึงกลุ่มนี้
ปีนี้ผู้บริโภคมองว่าการหาเงินเพิ่มขึ้นเป็นเรื่องยาก จึงใช้จ่ายอย่างประหยัด มีเกราะป้องกันตัวเอง 3 ระดับ
1. การป้องกันเงินวันนี้ : นิยมใช้แอปธนาคาร ป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพ มีการเปรียบเทียบโปรโมชั่น
2. การพยายามให้มีเงินใช้ตลอดเดือน : บริหารการใช้เงิน ไม่กู้เงินนอกระบบ แต่การกู้เงินในระบบมีดอกเบี้ยสูงจึงเริ่มจากยืมเงินคนในครอบครัวเพื่อลดภาระดอกเบี้ย
3. ซื้อประกันให้คนเองและครอบครัว : เป็นหลักประกันในอนาคต แต่ผู้บริโภคก็พร้อมจะทิ้งทันทีหากไม่มีเงินจ่าย
จากพฤติกรรมดังกล่าวเห็นได้ว่าปีนี้ผู้บริโภคมีการตัดสินใจซื้อสินค้ายากขึ้น โดยมี 6 ขั้นตอนในการตัดสินใจ คือ 1. เจอของ (Discovery) 2. เปรียบเทียบรีวิวดูความคุ้มค่า (Parallel Review) 3. ตรวจสอบข้อมูลจากออฟฟิเชียล/ช้อป (Physical Official) 4. เปรียบเทียบราคา (Price Triangulation) 5. เลือกซื้อจากออฟฟิเชียลป้องกันสินค้าไม่ได้มาตรฐาน (Buy Through Official) 6. ซื้อสินค้าแล้วพิจารณาว่าจะโพสต์ความเห็นเชิงบวกหรือลบ (Post-Purchase Verdict)
#สรุป4กุญแจทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้า

- Private Proof ได้รับการยืนยันเกี่ยวกับสินค้าจากคนใกล้ตัวผู้บริโภค
- Crowd Signal หากคนส่วนใหญ่พูดเหมือนกัน ผู้บริโภคจะเปิดใจให้สินค้า
- Low-Risk Trial ผู้บริโภคสนใจซื้อสินค้าไซซ์เล็กเพื่อเป็นการทดลองก่อน และลดความเสี่ยงการสินค้าหากไม่โดนใจ
- Generational Handoff การแนะนำสินค้าภายในครอบครัว
ื่อ
พฤติกรรมการเสพสื่อและขั้นตอนการตัดสินใจซื้อ
- ผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่นกับการใช้มือถือ การใช้งานแอปต่างๆ เริ่มจากการ 1. ค้นพบ จากฟีดโซเชียล 2. การใช้งานแบบส่วนตัว เช่น คอมมูนิตี้ในเฟซบุ๊ก 3. การตรวจสอบข้อมูลจากออฟฟิเชียล ก่อนตัดสินใจซื้อ
- คนเปิดรับและใช้ AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว บางครั้งเป็นการใช้แบบไม่รู้ตัว เช่น การเสิร์ช แต่คนสูงวัยกลัวถูกข้อมูลหลอกลวงเช่นกัน โดยมองว่าภาพโฆษณาที่มีความสมบูรณ์แบบมากๆ รูปสวยงาม กลัวเป็นของปลอม เพราะในยุค AI ผู้บริโภคได้รับข้อมูลจำนวนมาก (Overload) จึงกลัวถูกหลอกลวง แต่หากเป็นของคลิปเหมือนปกติ ภาพสั่น รูปภาพไม่สมบูรณ์แบบ จะเชื่อมากกว่า เพราะรู้สึกว่าเป็นของจริง
- คนใช้เวลาอยู่กับมือถือจำนวนมาก แต่ก็ยังมองหาความเป็นมนุษย์และต้องการสัมผัสของจริง เช่น ไปห้าง ร้านค้า ตลาดสด (ต่อรองราคา) งานอีเวนต์ต่างๆ
#4ข้อสรุปกลยุทธ์การตลาดและการปรับตัวของแบรนด์ในยุคใหม่

1. ต้องเข้าใจพฤติกรรมและความคิดของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ไม่ควรมองผู้บริโภคเป็นภาพใหญ่ ควรมองที่ตัวตนเพื่อทำให้แบรนด์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของผู้บริโภค
2. ใช้ AI ในแนวทางที่ให้มีความเป็นมนุษย์ ให้ AI ทำหน้าที่สร้างสรรค์งานเบื้องต้น แต่ให้ "มนุษย์" เป็นคน "ตัดสินใจ"
3. ความสุขเป็นสิ่งที่ ฮีลใจผู้ริโภค แบรนด์สร้างความสุข ช่วยให้ผู้คนผ่านพ้นความเหนื่อยล้าจากวิกฤตที่ต้องเจอ แบรนด์ที่สามารถสร้าง "ความสุขเล็กๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำได้" จะเป็นผู้ชนะในระยะยาว
4. แบรนด์ต้องหาวิธีทำให้ผู้บริโภคเปิดใจ เลิกโฆษณาแบบยัดเยียด ใช้วิธีหา "คนวงในที่เขาเชื่อใจ" (เช่น Influencer หรือ Community) เป็นคนเปิดประตูเชิญแบรนด์เข้าไปแทน
#สรุปอินไซต์สำคัญCustomersUntold2026
- กลุ่มชนชั้นกลางที่แบกความหวัง : ผู้บริโภคที่รับรู้วิกฤติแต่ไม่ยอมลดมาตรฐานชีวิต เกิดความขัดแย้งเชิงพฤติกรรมที่แบรนด์ต้องใช้ความจริงเข้าหา
- 3 ชั้นภูมิแห่งความจริง : ความเชื่อถือเคลื่อนย้ายยากสื่อสาธารณะไปสู่เครือข่ายส่วนตัวและจุดยืนสุดท้ายคือปัญญาประดิษฐ์ที่กลายเป็นที่ปรึกษาหลักในการตัดสินใจ
- ความสมบูรณ์แบบคือความลวง : ในยุคที่เทคโนโลยีสร้างภาพสวยงามดได้ในวินาที ผู้บริโภคมองหาร่องรอยของความเป็นมนุษย์และความไม่สมบูรณ์เพื่อยืนยันความน่าเชื่อถือ
- เปลี่ยนจากฮีโร่เป็นเพื่อน : ผู้บริโภคไม่ต้องการแบนด์ที่ทำตัวเป็นผู้กอบกู้ แต่ต้องการเพื่อนที่เข้าใจและร่วมเดินทางไปด้วยกัน

Summary of Thai Consumer Behavior in 2026: More Deliberate Purchasing Decisions
28/04/2026

Summary of Thai Consumer Behavior in 2026: More Deliberate Purchasing Decisions

สรุปพฤติกรรมคนไทย ปี 2026 คิดนานขึ้น ก่อนตัดสินใจซื้อ ทั้งดูรีวิว ดูของจริง เทียบราคา - MarketThink
- ล่าสุด WPP Media Thailand ได้จัดงานสัมมนาประจำปี Focal 2026 เพื่อเปิดเผยข้อมูลด้านการตลาด และพฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึงกลยุทธ์ที่น่าสนใจในปีนี้

และหนึ่งในเซสชันที่น่าสนใจของงานนี้ก็คือ เซสชันที่ชื่อว่า Consumers Untold 2026 ที่เปิดเผยผลการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภค ประจำปี 2026 นี้

แล้วจะมีรายละเอียดอะไรที่น่าสนใจ ? MarketThink สรุปให้อ่านในโพสต์นี้

1. ปี 2026 คือ ปีแห่งการสูญเสียของผู้บริโภค ใน 3 มิติหลัก ได้แก่

- การสูญเสียความมั่งคั่ง
- การสูญเสียอำนาจการควบคุมชีวิต
- การสูญเสียความเชื่อถือในความจริง

จากสถานการณ์ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ที่ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทย ไม่ว่าจะเป็น น้ำท่วม ปัญหาเศรษฐกิจ และความขัดแย้งที่ชายแดน

ทำให้นิยามความสำเร็จของคนไทยเปลี่ยนไป จากการมีทรัพย์สิน หรือภาพลักษณ์ภายนอก กลายเป็นความต้องการที่เรียบง่าย อย่างการไม่เป็นภาระใคร

2. คนไทยมองหาความสุขเล็ก ๆ แทนความสุขขนาดใหญ่ ที่มีราคาแพง

ในเมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้ ทำให้ WPP Media Thailand พบว่า คนไทยเลือก “ดาวน์สเกล” ความสุขของตัวเองลง จากเดิมเป็นเรื่องใหญ่ ๆ อย่างการมีบ้าน มีรถ ซึ่งดูไกลตัว

กลายเป็นเรื่องเล็ก ๆ อย่างการขอให้คนในครอบครัว มีกิน อิ่มท้อง และนอนหลับ หรือได้พาลูกไปกินอาหารอร่อย ๆ สักมื้อก็เรียกว่าเป็นความสุขอย่างหนึ่งในชีวิตแล้ว

ทำให้ในตอนนี้ Target ของนักการตลาดแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว คือ

- กลุ่มคนที่รัดเข็มขัด

ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาคุณภาพชีวิต และการใช้จ่ายให้ดีเท่าเดิม

- กลุ่มคนที่มีเงิน

โดยเฉพาะกลุ่มคนในวัยเกษียณ อย่างข้าราชการบำนาญ ที่ไม่มีภาระ ยังคงซื้อสินค้าเพื่อเติมเต็มความสุขของตัวเองได้เหมือนเดิม

นักการตลาดจึงต้องหาวิธี เข้าหาผู้บริโภคทั้งสองกลุ่มนี้ให้ได้

3. Customer Journey ของผู้บริโภคเปลี่ยนไป

ในปี 2026 นี้ Customer Journey ของผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยจะใช้ระยะเวลาในขั้นตอนการพิจารณา หรือ Consideration มากขึ้น

โดย Customer Journey ของผู้บริโภคในปี 2026 จะมีลักษณะแบบนี้

- ขั้นตอน Awareness

ผู้บริโภคจะเริ่มต้นด้วยการค้นพบสินค้า เหมือนอย่าง Customer Journey ปกติที่เราคุ้นกัน

- ขั้นตอน Consideration

เป็นขั้นตอนที่ผู้บริโภคใช้ระยะเวลานานที่สุด เริ่มตั้งแต่การเปรียบเทียบสินค้า ดูสินค้าที่หน้าร้าน และเปรียบเทียบราคา

- ขั้นตอน Action

ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าจริง โดยเป็นไปได้ทั้งการซื้อสินค้าออนไลน์บนช่องทาง Official ของแบรนด์ หรือจะเป็นการซื้อสินค้าแบบออฟไลน์ที่หน้าร้านของแบรนด์ก็ได้

- ขั้นตอน Advocacy

ผู้บริโภคจะรีวิว หรือบอกต่อ หากสินค้าที่ซื้อมาทดลองใช้ด้วยตัวเองแล้วประทับใจ

4. สิ่งที่จะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค มีอยู่ด้วยกัน 6 อย่าง ได้แก่

- Private Proof เป็นคำแนะนำจากเพื่อน หรือคนใกล้ตัว ทำให้มีความน่าเชื่อถือ

- Crowd Signal สินค้าที่เป็นไวรัล จะทำให้ผู้บริโภค “รู้จัก” ได้ง่ายขึ้น

- Low-Risk Trial การทดลองใช้ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น การซื้อสินค้าขนาดเล็กมาทดลองใช้ก่อน หากดีจริงก็จะตัดสินใจซื้อทีหลัง แต่หากไม่ดีก็ไม่เสียดาย

- Generational Handoff สินค้าที่ได้รับการบอกต่อจากรุ่นสู่รุ่น เช่น แม่เคยใช้ เลยแนะนำให้ลูกใช้ต่อ

นอกจากนี้ อีกสิ่งที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคได้ในปี 2026 ก็คือ ความสนุก และความรู้สึกได้เอาชนะ

เช่น การที่ผู้บริโภคแย่งกันกด Voucher หรือคูปองส่วนลด จนสินค้ามีราคาถูกลงกว่าปกติ จะทำให้ผู้บริโภคมีความรู้สึกสนุก เกิดความรู้สึกเหมือนเอาชนะแบรนด์ได้

5. AI กลายเป็นเครื่องมือ ที่ช่วยผู้บริโภคตัดสินใจ ก่อนซื้อสินค้า

ในด้านเทคโนโลยี ในปี 2026 นี้ พบว่า AI กลายเป็นเครื่องมือที่มีอิทธิพล ต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคมาก ๆ

โดยเฉพาะในการตัดสินใจขั้นสุดท้ายก่อนซื้อสินค้าจริง เช่น การใช้ ChatGPT หรือ Gemini ช่วยเปรียบเทียบสินค้า หรือร้านอาหาร

และที่น่าสนใจคือ ผู้บริโภคบางคนใช้ AI ช่วยตัดสินใจซื้อ แต่กลับไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังใช้ AI อยู่ เพราะไม่รู้ว่า ChatGPT หรือ Gemini คือ AI

รวมถึงผู้บริโภคจำนวนมาก ก็มีความกังวลเรื่องความน่าเชื่อถือของ AI จนทำให้คอนเทนต์ที่มีความสมบูรณ์แบบ ถูกตีตราว่าเป็น AI และมองว่าไม่จริงใจ

ผู้บริโภคจำนวนมากจึงชอบคอนเทนต์ที่ดูเป็นมนุษย์ ดิบ ๆ เรียล ๆ ไม่ต้องสมบูรณ์แบบมาก มีความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้างก็ได้

6. จากพฤติกรรมผู้บริโภคทั้งหมด แบรนด์และนักการตลาด ต้องปรับตัวอย่างไร ?

และในข้อสุดท้าย WPP Media Thailand ได้สรุปการปรับตัวของแบรนด์และนักการตลาด เพื่อรับมือกับพฤติกรรมผู้บริโภค ที่เกิดขึ้นในปี 2026 นี้

โดยแบ่งออกเป็น 4 ข้อสำคัญ ได้แก่

- แบรนด์ต้องเลิกจัดกลุ่มลูกค้าตาม Generation แบบเดิม แต่ต้องใช้ Data เพื่อทำความเข้าใจบริบทของผู้บริโภคแบบเฉพาะบุคคล ในแต่ละช่วงเวลา

- แบรนด์ควรใช้ AI แบบเป็นธรรมชาติ เพื่อสื่อสารกับผู้บริโภค ให้มีความเป็นมนุษย์มากที่สุด

- แบรนด์ควรหาวิธี “ฮีลใจ” และสร้างความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค

- แบรนด์ควรต้องหาวิธีจับจังหวะที่ใช่ เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ต้องยอมรับให้ได้ว่าแบรนด์เป็น “คนนอก” ในสายตาของผู้บริโภคเสมอ

ดังนั้น แบรนด์ต้องหาจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าหาผู้บริโภค ให้ถูกที่ ถูกเวลา เพื่อให้ผู้บริโภคเปิดใจให้แบรนด์

อ้างอิง :
- ข้อมูลจากเซสชัน Consumers Untold 2026 ในงานสัมมนาประจำปี Focal 2026 ของ WPP Media Thailand

Consumers Untold 2026: When Happiness Is Downsized and Authenticity Becomes What Customers Truly Seek[Summary from the F...
28/04/2026

Consumers Untold 2026: When Happiness Is Downsized and Authenticity Becomes What Customers Truly Seek
[Summary from the FOCAL2026 Conference]

❤️ Consumers Untold 2026: เมื่อความสุขถูกย่อส่วน และความจริงใจคือสิ่งที่ลูกค้ามองหา [สรุปจากงาน FOCAL2026]
หลังจากพบเจอกับความผันผวน ทั้งสงคราม ภัยพิบัติ และวิกฤตค่าครองชีพ ผู้บริโภคปี 2026 ไม่ได้แค่กัดฟันอดทน แต่กำลังเซตระบบชีวิตใหม่ เพื่อให้อยู่รอดต่อไปได้อย่างไม่แย่ไปกว่านี้ นี่คือ 4 มิติสำคัญที่ผู้บริโภคเลือกเปลี่ยนไป แต่ไม่เคยบอกตรงๆ
====================
⭐ 1. Life Context: การล่มสลายของความเชื่อมั่นสู่การนิยามความสุขใหม่
เมื่อปัจจัยภายนอกถาโถมจนความมั่งคั่งสูญหาย สิ่งที่ตามมาคือการปรับตัวใน 3 รูปแบบ
● ความสุขขนาดใหญ่อย่างบ้าน, รถ, ธุรกิจ ถูกพับเก็บไว้ก่อน ผู้บริโภคหันมาโฟกัสความสุขที่เอื้อมถึงได้จริง เช่น การได้กินอิ่ม นอนหลับ หรือการพาครอบครัวไปทานข้าวนอกบ้านสักมื้อ
● การปลอบใจตัวเองจากความทุกข์ด้วยการมองว่า "ใครๆ ก็เจอเหมือนกัน" และหันมาให้ความสำคัญกับ Self-Protection เน้นสุขภาพและการเตรียมพร้อมรับวิกฤตครั้งหน้า
● มาตรฐานความสำเร็จในปี 2026 เปลี่ยนไป ไม่ใช่การมีหน้ามีตาในสังคม แต่คือการไม่เป็นภาระให้ตัวเองและครอบครัว
====================
⭐ 2. Spending Habit: ใช้จ่ายอย่างมีสติ และล่าชัยชนะจากการได้สินค้าในราคาถูกที่สุด
ภาวะเงินเฟ้อทำให้คนต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษามาตรฐานชีวิตเดิม ส่งผลให้พฤติกรรมการใช้เงินเปลี่ยนไปอย่างสุดขั้ว
● ผู้บริโภคยกการ์ดสูงขึ้นมาก ขั้นตอนการซื้อซับซ้อนขึ้น เริ่มจาก Awareness > ดูรีวิว > ไปดูของจริง (Physical/Official) > เทียบราคา > ซื้อจาก Official > และจบที่การตัดสินใจว่าจะอวยหรือด่า
● การตามล่าหาสินค้าราคาถูกที่สุดกลายเป็นความสนุก (Entertainment) และเป็นความรู้สึกว่า "ฉันชนะ" ในโลกที่พวกเขาควบคุมอะไรไม่ได้เลย อย่างน้อยก้ฉะนั้นแพลตฟอร์มที่สามารถซื้อสินค้าในราคาที่ดีที่สุดได้
● เมื่อใครก็สามารถขายของได้ ผู้บริโภคจึงเลิกซื้อกับ "คนขาย" แต่เลือกซื้อกับ "โฮสต์" ที่ชอบ ที่สร้างความบันเทิงและคุยสนุกได้แทน
====================
⭐ 3. Media & Tech: หนีจากความสมบูรณ์แบบ กลับสู่ความไม่เพอร์เฟคแต่รู้สึกถึงความเป็นมนุษย์
เมื่อ AI เข้ามามีบทบาทและซึมซับอยู่ในทุกอย่างของชีวิตประจำวันจนแยกไม่ออก ผู้บริโภคเริ่มเกิดความระแวงและโหยหาความจริง
● โฆษณาที่สวยสมบูรณ์แบบเกินไปจะถูกมองว่าปลอมและถูกกดข้าม ผู้บริโภคโหยหาคอนเทนต์ที่ดูเป็นมนุษย์ เช่น กล้องสั่นบ้าง มีความผิดพลาดบ้าง เพราะมันดูจริงใจกว่า
● ผู้บริโภคใช้ AI โดยไม่รู้ตัว แต่ขณะเดียวกันก็กังวลว่าจะถูก AI หลอก ดังนั้นแบรนด์ต้องสร้างความ Verify และ Trust ในทุกช่องทาง
● เมื่อโลกออนไลน์มีข้อมูลและคอนเทนต์ล้นเกินรับไหว คนจึงวิ่งเข้าหาประสบการณ์ที่ให้ รูป รส กลิ่น เสียง เช่น การไปห้าง ไปตลาด ได้ต่อราคากับพ่อค้าแม่ค้าจริงๆ ไปอีเวนต์ ที่ได้พูดคุยกับคนจริงๆ
====================
⭐ 4. Moving Forward: กลยุทธ์สำหรับนักการตลาด
เพื่อเข้าถึงใจผู้บริโภคที่กำเงินแน่นกว่าเดิม และขี้ระแวงกับทุกอย่างที่ได้รับ นักการตลาดต้องปรับตัวดังนี้
● Human-Centric Data: ใช้ Data เพื่อทำความเข้าใจ Human Engagement จริงๆ ไม่ใช่แค่ตัวเลข มองเห็นตัวตนที่แท้จริงของเขา
● Beyond AI Recommendations: ในเมื่อทุกแบรนด์ใช้ AI แนะนำลูกค้าเหมือนกัน แบรนด์ของคุณจะคัดกรองคำแนะนำจาก AI มานำเสนอให้น่าสนใจและแตกต่างได้อย่างไร?
● Be Their Happiness: สร้างแบรนด์ให้เป็นความสุขที่สอดคล้องกับตัวตนและความเป็นอยู่ของเขา
● Stop Hard Sell, Start Open Heart: เลิกบีบคอขาย แต่จงหาวิธีทำให้เขาเปิดใจรับแบรนด์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอย่างเป็นธรรมชาติ

Consumer Insights Summary: “Consumers Untold 2026” — Thai Consumers Are Letting Go of Long-Term Dreams to Survive the Pr...
28/04/2026

Consumer Insights Summary: “Consumers Untold 2026” — Thai Consumers Are Letting Go of Long-Term Dreams to Survive the Present


!

สรุปอินไซต์ผู้บริโภค ‘Consumers Untold 2026’ คนไทยต้องทิ้งฝันระยะยาว เพื่อเอาวันนี้ให้รอดก่อน
หลังเผชิญกับวิกฤตซ้อนวิกฤตในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตใหม่ ในเซสชัน Consumers Untold 2026 จากงาน FOCAL 2026 ได้เผยอินไซต์จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 2,400 คนทั่วประเทศ และเปรียบเทียบกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ เพื่อฉายภาพความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน โดยสามารถแบ่งประเด็นสำคัญออกเป็น 3 แกนหลัก ได้แก่ Life, Money และ Media
[ LIFE - วิถีชีวิตผู้บริโภคเปลี่ยนไป ]
ช่วงปี 2025 - 2026 ถือเป็นปีที่หนักหน่วงสำหรับคนไทย ข่าวสารเรื่องภัยพิบัติอย่างน้ำท่วม แผ่นดินไหว และสงคราม (ทั้งใกล้และไกลตัว) ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและชีวิตอย่างรุนแรง จนทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง
- คนไม่เชื่ออะไรง่ายๆ: เพราะข่าวปลอม หรือ Fake News ที่ระบาดหนักทำลายความเชื่อมั่นของคนไทยกู้คืนได้ยาก การ์ดหนาขึ้น เชื่อใจอะไรได้ยากกว่าเดิม
- นิยามความสุข-ความทุกข์ที่เปลี่ยนไป: ความสุขแบบเดิมๆ เช่น การมีบ้านหลังใหญ่ มีรถหรู กลายเป็นเป้าหมายที่ไกลตัวเกินไป คนยุคนี้ย่อขนาดความสุขลงมาเหลือแค่สิ่งใกล้ตัว เช่น แค่คนในครอบครัวมีความสุข กินอิ่มนอนหลับ ก็เพียงพอแล้ว
สำหรับความทุกข์ได้ย่อขนาดลงเช่นกัน เพราะมองไปทางไหนทุกคนก็แย่เหมือนกันหมด เช่น น้ำท่วมบ้านเรา บ้านข้างๆ ก็ท่วม ความเจ็บปวดที่คุ้นชินทำให้คนหันมาโฟกัสที่ Self-Protection ขอแค่ปกป้องตัวเอง และคนรอบข้างให้รอดก็พอ
- ความสำเร็จ = การไม่เป็นภาระ: นิยามความสำเร็จเปลี่ยนจากทรัพย์สินเงินทอง กลายเป็นการดูแลตัวเองได้ ‘โดยไม่เป็นภาระของตัวเองและคนรอบข้าง’ คือคุณค่าที่สำคัญที่สุดในยุคนี้
- Reverse Mentoring: เกิดการยอมรับซึ่งกันและกันระหว่างวัยมากขึ้น ผู้ใหญ่เริ่มมองเห็นว่าเด็กรุ่นใหม่มีความรู้กว้างขวางรู้เยอะ ในขณะที่เด็กมองเห็นว่าผู้ใหญ่มีความรู้ที่ลึกซึ้ง รู้ลึก
[ MONEY - ใช้เงินอย่างไรให้เกิดความสุขในยุคที่เงินหายาก ]
เมื่อเศรษฐกิจฝืดเคือง เงินหายากขึ้น แต่ผู้คนยังไม่อยากลดคุณภาพชีวิตลง ทำให้ถ้าอยากมีชีวิตเหมือนเดิม ต้องทำงานมากขึ้น ต้องดิ้นรนทำมากขึ้นเพื่อให้ได้เงินมากขึ้น
Customer Journey ยุคใหม่ กว่าจะยอมจ่าย คิดแล้วคิดอีก
ผู้บริโภคมีกระบวนการ Consideration สูงขึ้นมากก่อนซื้อ: เจอสินค้า > หารีวิว > ดูของจริง > เปรียบเทียบราคา > ซื้อจากร้าน Official เท่านั้น > นำไปอวยหรือด่าต่อ โดยกุญแจในการเปิดประตูเหล่านี้จนถึงการซื้อที่แบรนด์ต้องรู้คือ
- มีข้อพิสูจน์จากคนใกล้ตัว หรือได้รับการแนะนำจากคนในครอบครัว
- เห็นว่าคนหมู่มากก็ใช้กัน
- ได้ลองใช้แบบไม่เสี่ยง (พร้อมทิ้งได้ถ้าไม่ดี)
- ข้อยกเว้น: หากเป็นของจำเป็นจริงๆ (เช่น นมลูก) ผู้บริโภคยังคงยอมจ่ายและจ่ายแพงได้เสมอ
จิตวิทยาการบริโภค
- Reward is Oxygen: ชีวิตทุกวันนี้ ทำให้คนต้องการรางวัลมาหล่อเลี้ยงจิตใจ คนมีฐานะอาจเปย์ของแพง ส่วนคนงบน้อยหรือยังไม่มีรายได้ประจำ ก็ให้รางวัลตัวเองด้วยของที่ถูกลงมาและไม่ต้องถี่มาก เช่น ขอแค่ได้กินกาแฟพรีเมียมสักแก้วก็พอแล้ว
- Saving is Winning: การได้ซื้อของลดราคา ทำให้ผู้บริโภครู้สึกชนะ และสนุกไปกับการจับจ่าย แม้ส่วนลดนั้นจะไม่ได้มากมายก็ตาม
- Live Selling: พฤติกรรมการดูไลฟ์สดขายของเปลี่ยนไป จากเดิมที่เลือกซื้อจาก ‘ความน่าเชื่อถือ’ กลายเป็น ‘ใครไลฟ์สนุกกว่า คนนั้นได้ยอดขายไป’
ใครคือผู้ใช้จ่ายตัวจริง?
เรามักภาพจำว่า Gen Z คือสายเปย์ แต่ในความเป็นจริง Gen Z เองกลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เพราะกว่าจะตัดสินใจซื้อของแต่ละชิ้นต้องใช้เวลาพิจารณานานมาก
กลุ่มที่มีกำลังซื้อและพร้อมจ่ายตัวจริงคือ กลุ่มวัยใกล้เกษียณหรือวัยเกษียณ เพราะเป็นกลุ่มที่มีความมั่นคงทั้งเงินและเวลา แถมยังเปิดใจรับช่องทางการใช้จ่ายใหม่ๆ มากกว่าที่คิด
จิตวิทยาทั่วไปการสำรองเงินให้พอใช้
1. ป้องกันเงินสูญหาย: ระมัดระวังตัวสูงมากจากมิจฉาชีพและสแกมเมอร์
2. บริหารเงินให้รอดรายสัปดาห์: เน้นให้มีเงินพอใช้จ่ายในแต่ละสัปดาห์ หากถึงคราวจำเป็นต้องกู้ยืม จะมองหาญาติหรือคนใกล้ตัวก่อน
3. หลักประกันชีวิต: แม้การซื้อประกันจะดูเป็นการสร้างความปลอดภัยที่ดีที่สุด แต่ในยุคนี้กลับเป็นสิ่งที่ ‘คนพร้อมจะทิ้งเป็นอันดับแรก’ เพราะการมี Fixed Cost ทุกเดือน ถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงและอันตรายต่อสภาพคล่อง
[ MEDIA - การโหยหาความเป็นมนุษย์ ในยุคที่ Too Perfect is Too Fake ]
การเสพสื่อของผู้บริโภคถูกแบ่งออกเป็น 3 เลเยอร์
- Scroll Layer: การไถฟีดโซเชียลทั่วไป แค่รับรู้ แต่ไม่ได้เชื่อและไม่ได้สนใจลึกซึ้ง
- Private Layer: พื้นที่ส่วนตัวหรือคนใกล้ชิด ที่ให้ความเชื่อถือมากกว่า
- Verify Layer: พื้นที่ของข้อมูล Official และการใช้ AI เข้ามาช่วยตรวจสอบ
คนไทยเปิดรับและปรับตัวใช้ AI ได้เร็วมาก แต่น่ากลัวตรงที่ขาดการตรวจสอบความถูกต้อง ที่น่าสนใจคือหลายคนไม่ได้เข้าใจการทำงานของ AI อย่างแท้จริง รู้แค่ว่า ‘มันตอบคำถามได้’
นอกจากนี้ Perception ของคนในปี 2026 คือ ‘Too perfect is too fake’ งานที่ดูมีความผิดพลาดบ้าง ดูไม่เนี้ยบจนเกินไป กลับให้ความรู้สึกที่เป็นมนุษย์ ทัชใจ และเข้าถึงได้มากกว่า
Information Overload สู่การออกตามหา ‘ความจริง’ นอกบ้าน
เดี๋ยวนี้โลกออนไลน์ล้นไปด้วยข้อมูล คนจึงหันมามองหาความจริงในชีวิต โหยหาการสัมผัสของจริง บทเรียนชีวิตจริง และประสบการณ์นอกบ้าน แล้วเมื่อผู้บริโภคต้องการความจริงเหล่านี้ จะไปที่ไหน?
- ห้างสรรพสินค้า: พื้นที่ที่สามารถทำกิจกรรมได้หลากหลาย
- Store: สเกลเล็กลงมา เน้นให้คนได้มาลอง ได้มาจับสินค้าจริง
- Market: พื้นที่ที่ได้เจอทั้งสินค้า และเจอผู้คน
- Event: พื้นที่แห่งประสบการณ์ ได้เจอคน แสง สี และเสียง
[ MOVING FORWARD บทสรุปสู่การปรับตัวของแบรนด์ ]
เพื่อก้าวไปข้างหน้าในยุค 2026 แบรนด์และนักการตลาดควรนำอินไซต์เหล่านี้ไปปรับใช้
1. ตระหนักรู้เรื่อง AI: อย่าเชื่อหรือพึ่งพา AI ไปเสียทั้งหมด ยังต้องอาศัยวิจารณญาณและความเป็นมนุษย์ในการตรวจสอบ
2. สร้างความสุขให้ลูกค้า: ในยุคที่ผู้คนโหยหาความสุข แบรนด์ต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่า สินค้าหรือบริการของจะเข้าไปเป็นความสุขให้กับลูกค้าได้อย่างไร
3. ขายด้วยความรัก ให้ลูกค้าซื้อเพราะรักจริงๆ: หลีกเลี่ยงการขายของโดยไปขยี้ความจำเป็น หรือความเดือดร้อนของลูกค้า เพราะไม่มีตัวเลือกแล้วจึงซื้อ เพราะรีบสุดๆ เลยซื้อ แต่การให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อเพราะรักและชอบจริงๆ หลังผ่านการคิดมาอย่างดีแล้ว จะสร้างความผูกพันและให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในระยะยาว
สรุปจากงาน FOCAL 2026
เซสชัน: Consumers Untold 2026
โดย:
- Neil Mavichak, WPP Media Thailand
- Pan Jroongtanapibarn, WPP Media Thailand


!

Client: HMC Polymers Co., Ltd.Brand: HMC PolymersProject: Brand CommunicationCampaign: Step Forward Toward a Sustainable...
02/04/2026

Client: HMC Polymers Co., Ltd.
Brand: HMC Polymers
Project: Brand Communication
Campaign: Step Forward Toward a Sustainable Future
Medium: Social Media Influencer
Agency: CreativeCafe Thailand

จากความมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน ‘ก้าวใหม่’ ของ HMC Polymers ยกระดับเม็ดพลาสติก PP เกรดพรีเมียมด้วยโซลูชันแห่งอนาคต (อ่านเพิ่มเติม : https://rebrand.ly/r827bfv)
เมื่อพูดถึง ‘ความยั่งยืน’ หลายคนอาจมองเป็นเรื่องของอนาคตที่ไกลเกินตัว แต่ความจริงแล้วความยั่งยืนคือรากฐานที่มั่นคงของปัจจุบันที่เราทุกคนต้องใส่ใจ
เช่นเดียวกันกับ HMC Polymers ผู้นำด้านการผลิตและพัฒนาเม็ดพลาสติกโพลีโพรพิลีน (PP) เกรดพรีเมียมของไทย ที่ขอตั้งเป้าหมายปี 2026 ด้วยแนวคิด Step Forward Toward a Sustainable Future พร้อมก้าวไปข้างหน้า สู่อนาคตที่ยั่งยืน
ซึ่งนอกจากจะมุ่งมั่นพัฒนาเม็ดพลาสติก PP คุณภาพสูง แตกต่างจากคู่แข่งอื่น ๆ ในท้องตลาด เพื่อให้ลูกค้า คู่ค้าได้นำไปใช้เป็นส่วนประกอบหลักของสินค้าหลายอย่าง ทั้งบรรจุภัณฑ์ทนร้อน ทนเย็น เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนภายใต้ 3 เสาหลักดังต่อไปนี้
📍แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circularity)
📍การลดการปล่อยคาร์บอน (Carbon Reduction)
📍การใช้ความรู้ เชื่อมโยง ยกระดับชีวิตคนทั่วโลก (Connectivity)
HMC Polymers ได้สื่อสารความตั้งใจผ่านวิดีโอสุดล้ำที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นด้วย AI และ Computer Graphic ทั้งหมด โดยสะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการคิดค้น และพัฒนานวัตกรรมเม็ดพลาสติก และโชว์ให้เห็นว่าพลาสติก PP มีความสำคัญและอยู่ในทุก ๆ ช่วงเวลาของชีวิต ให้ทุกคน “ก้าวไปได้ไกลขึ้นอีก” แบบ Step Forward Toward ที่แท้จริง
นอกจากนั้นบริษัทฯ ยังมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานด้านคุณภาพ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานทั่วโลก
ในมุมแอด อุตสาหกรรมเม็ดพลาสติก ถือเป็นอีกหนึ่งวงการที่ดุเดือดและมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่แม้จะต้องเจอกับความท้าทายมากแค่ไหน HMC Polymers ก็ยังคงยืนหยัดการเป็นผู้ผลิตรายแรกและรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย รวมไปถึงเป็นบริษัทชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างสมศักดิ์ศรี ตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมา
สาเหตุก็เพราะบริษัทพร้อมปรับตัวกับการเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งในหมุมการหมุนเวียนทรัพยากร ลดปริมาณคาร์บอน รวมไปถึงจริยธรรมในทางธุรกิจ ทั้งหมดนี้ช่วยหล่อหลอมให้ HMC Polymers รองรับความต้องการของอุตสาหกรรมยุคใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยมนั่นเองคร้าบ~
อ่านเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ : https://rebrand.ly/r827bfv

26/03/2026

Client: HMC Polymers Co., Ltd.
Brand: HMC Polymers
Project: Brand Communication
Campaign: Step Forward Toward a Sustainable Future
Medium: Social Media Influencer
Agency: CreativeCafe Thailand

Client: HMC Polymers Co., Ltd.Brand: HMC PolymersProject: Brand CommunicationCampaign: Step Forward Toward a Sustainable...
18/03/2026

Client: HMC Polymers Co., Ltd.
Brand: HMC Polymers
Project: Brand Communication
Campaign: Step Forward Toward a Sustainable Future
Medium: Social Media Influencer
Agency: CreativeCafe Thailand

HMC Polymers ย้ำแนวคิด ก้าวไปข้างหน้าอย่าง ‘ยั่งยืน’ ผ่านหนังโฆษณาที่สร้างจาก AI 100%

18/03/2026

Client: HMC Polymers Co., Ltd.
Brand: HMC Polymers
Project: Brand Communication
Campaign: Step Forward Toward a Sustainable Future
Medium: Social Media Influencer
Agency: CreativeCafe Thailand

WPP Media Launches “Thailand Digital Playbook 2026”: Decoding Consumer Behavior Trends and the Future of Digital Marketi...
05/03/2026

WPP Media Launches “Thailand Digital Playbook 2026”: Decoding Consumer Behavior Trends and the Future of Digital Marketing in Thailand – Free Download Available

WPP Media has officially unveiled the “Thailand Digital Playbook 2026”, a comprehensive strategic guide that analyzes emerging consumer behavior trends and outlines the future direction of Thailand’s digital marketing landscape.

The playbook provides in-depth insights into evolving audience expectations, digital consumption patterns, platform shifts, data-driven marketing strategies, and the growing role of technology and AI in shaping brand engagement. Designed for marketers, business leaders, and digital strategists, the report equips organizations with actionable intelligence to navigate an increasingly complex and competitive digital ecosystem.

Key highlights of the Thailand Digital Playbook 2026 include:
• Emerging Thai consumer behavior trends and mindset shifts
• The evolution of digital platforms and media consumption
• The impact of AI and data analytics on marketing effectiveness
• Strategic frameworks for sustainable brand growth in 2026 and beyond
• Practical recommendations for optimizing digital investments

As Thailand accelerates its digital transformation, the playbook serves as an essential resource for brands seeking to stay ahead of market dynamics and unlock new growth opportunities.

The “Thailand Digital Playbook 2026” is available for free download.

WPP Media เปิดตัว "Thailand Digital Playbook 2026” ถอดรหัสเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภค และอนาคตการตลาดดิจิทัลไทย ดาวน์โหลดฟรี!
WPP Media Thailand เปิดตัว “Thailand Digital Playbook 2026” คู่มือเชิงกลยุทธ์ที่หลอมรวมอัจฉริยะภาพจากผู้นำการตลาดและผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อระดับแนวหน้าของประเทศ คู่มือฉบับนี้คือผลลัพธ์จากการผนึกกำลังทางความคิดครั้งยิ่งใหญ่ ที่สกัดเอาอินไซต์เจาะลึกจากภาคสนามมาบรรจบกับวิสัยทัศน์ระดับบริหาร เพื่อสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้งและเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง
👉รวมวิสัยทัศน์-ประสบการณ์จริงจากขุนพลการตลาดไทยกว่า 300 คน พร้อมอินไซต์จากผู้บริโภคกว่า 2,600 คน
ความพิเศษของ Thailand Digital Playbook 2026 คือ การรวบรวมมุมมองและการวิเคราะห์จากนักการตลาด และบุคลากรในวงการสื่อ-โฆษณา รวมทั้งอินไซต์จากผู้บริโภค
• การกลั่นกรองเนื้อหาจากมุมมองและประสบการณ์จริงของนักการตลาดและบุคลากรในวงการสื่อและโฆษณาไทยกว่า 300 ท่าน
• การวิเคราะห์ประเด็น และวิสัยทัศน์แห่งอนาคตผ่านมุมมองของตัวจริงในอุตสาหกรรมอีกกว่า 30 ท่าน ที่ร่วมกันฉายภาพความท้าทายในปี 2026 ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ AI, การบริหารจัดการข้อมูล และวิวัฒนาการของแพลตฟอร์มสื่อ
• เสริมความแข็งแกร่งด้วยข้อมูลจาก Consumers Untold งานวิจัยที่ศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยกว่า 2,600 คน เพื่อให้ได้อินไซต์ที่แม่นยำที่สุด
👉ถอดรหัสจิตวิทยาและพฤติกรรมผู้บริโภค พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง!
เนื้อหาใน Thailand Digital Playbook 2026 แบ่งออกเป็น 2 บทสำคัญ
• บทที่ 1: ถอดรหัสจิตวิทยาและพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทย เจาะลึกสาเหตุที่ทำให้เกิดความรู้สึกไม่มั่นคงจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อ และการเลือกเชื่อใจแบรนด์
• บทที่ 2: มุมมองผู้เชี่ยวชาญและความท้าทายที่นักการตลาดต้องเตรียมพร้อมในปี 2026 ตั้งแต่โอกาสของ AI การบริหารจัดการข้อมูล ความไว้วางใจ ไปจนถึงวิวัฒนาการของแพลตฟอร์มสื่อ
สำหรับ Thailand Digital Playbook 2026 ฉบับพิมพ์ตัวจริงได้รับการจัดทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อมอบให้แก่ลูกค้าและพันธมิตรของ WPP Media โดยเฉพาะ
โดยผู้ที่สนใจสามารถศึกษาแนวทางเบื้องต้นผ่านเวอร์ชั่น e-book (ภาษาอังกฤษ) ได้ที่ลิงก์ในคอมเมนต์
หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แผนกการตลาด WPP Media Thailand และเอเยนซีในเครือ ได้แก่ เอสเซ้นส์มีเดียคอม มายด์แชร์ และเวฟเมคเกอร์



!

ที่อยู่

5/254 Srinagarindra 24 Road, Phatthanakan, Suan Luang
Bangkok
10250

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+66819369799

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ CreativeCafe Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง CreativeCafe Thailand:

แชร์