26/03/2026
ประกันชีวิตและประกันสุขภาพคืออะไร แตกต่างกันอย่างไร เหมาะกับใคร พร้อมตัวอย่างจะได้เข้าใจง่ายขึ้นนะคะ
บทความนี้ต้องการสร้างความเข้าใจเรื่องประกันว่าคืออะไร เพื่อให้แต่ละคนเลือกแบบประกันที่เหมาะสมกับเป้าหมายการเงินของตัวเองได้ รู้ว่าตัวเองกำลังจะซื้ออะไร ควรตั้งคำถามกับตัวแทนประกันว่าอย่างไรนะคะ
#ประกันชีวิต : เป็นสัญญาหลัก เบี้ยประกันคงที่ เน้นดูแลชีวิต มีชีวิตอยู่ได้เงินคืน เสียชีวิตมีเงินมรดก มี 5 แบบ
1️⃣ #ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา : เน้นความคุ้มครองชีวิต ไม่มีเงินคืน
>> เสียชีวิตในช่วงเวลาที่ซื้อความคุ้มครองไว้เท่านั้น ครอบครัวถึงจะได้รับเงินมรดก เบี้ยประกันถูก ความคุ้มครองสูง มีระยะเวลาความคุ้มครองตั้งแต่ 5 ปี , 10 ปี , 15 ปีและ 20 ปี ถ้าระยะเวลาคุ้มครองเกิน 10 ปี สามารถนำเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีได้
>> เหมาะกับคนที่ต้องการความคุ้มครองสูงในชั่วระยะเวลาหนึ่งและต้องการจ่ายเบี้ยประกันราคาประหยัด
>> ตัวอย่าง เพศหญิง อายุ 35 ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา 20 ปี ทุนประกันชีวิต 1,000,000 บาท จ่ายเบี้ยประกัน 20 ปีๆละ 3,180 บาท มีมูลค่าเวนคืนแต่ละอายุจำนวนเงินไม่เท่ากัน ถ้าเสียชีวิตภายใน 20 ปี มีเงินมรดกให้ครอบครัว 1,000,000 บาท ครบ 20 ปีไม่มีเงินคืน ถ้าเสียชีวิตปีที่ 21 ไม่มีเงินมรดกเพราะครบเวลาคุ้มครองไปแล้ว
ก่อนหน้านี้แอดมินเคยเห็นคนที่ซื้อประกันสุขภาพพ่วงกับประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา 10 ปี แม้ว่าจ่ายเบี้ยประกันถูกลงก็จริง แต่ถ้าครบกำหนด 10 ปีแล้วสัญญาหลักที่เป็นประกันชีวิตปิดตัวลงมีผลทำให้ประกันสุขภาพยุติความคุ้มครองลงด้วย ดังนั้น ควรซื้อประกันสุขภาพพ่วงกับประกันชีวิตแบบตลอดชีพ เพื่อจะได้มีประกันสุขภาพระยะยาวถึงอายุ 99 ปีนะคะ
—
2️⃣ #ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ : เน้นความคุ้มครองชีวิต มีเงินคืน
>> อายุสั้นมีเงินมรดกให้ครอบครัว ถ้าอายุยืนมีเงินก้อนดูแลตัวเองในวัยเกษียณ ไม่มีเงินคืนระหว่างการทำประกัน ระยะเวลาความคุ้มครองถึง 80 - 99 ปี เบี้ยประกันลดหย่อนภาษีได้
>> เหมาะกับสร้างมรดกดูแลครอบครัวหรือซื้อพ่วงกับสัญญาเพิ่มเติม เข่น ประกันสุขภาพ ค่าชดเชย โรคร้ายแรง ฯลฯ เพราะเราจะได้รับความคุ้มครองระยะยาว
>> ตัวอย่าง เพศหญิง อายุ 35 ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ทุนประกันชีวิต 1,000,000 บาท (เสียชีวิตมีเงินมรดกให้ครอบครัวทันที 1,000,000 บาท) จ่ายเบี้ยประกัน 20 ปีๆละ 18,400 บาท ได้รับความคุ้มครองชีวิตถึงอายุ 99 ครบสัญญาเราได้รับเงิน 1,000,000 บาท แต่ถ้าต้องการใช้เงินก่อนหน้านั้น เช่น อายุ 80 ปี เวนคืนกรมธรรม์ได้รับเงิน 714,000 บาท (มีมูลค่าสูงขึ้นทุกปี)
---
3️⃣ #ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ : เน้นรับเงินคืน มีความคุ้มครองชีวิตนิดหน่อย
>> เหมาะกับคนที่ต้องการสร้างวินัยและบังคับตัวเองให้เก็บเงินอยู่ มีเงินคืนระหว่างจ่ายเบี้ยประกัน ครบกำหนดได้รับเงินก้อน การจ่ายเบี้ยประกันมีทั้งระยะสั้น เช่น 1ปี , 3 ปี , 5 ปี และระยะยาว เช่น 10 ปี , 15 ปี , 20 ปี
>> ถ้าอายุน้อยแล้วต้องการเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีอยู่แล้วควรเลือกการจ่ายเบี้ยประกันระยะยาว เพราะถ้าทำระยะสั้น 1-5 ปีแล้วเจ็บป่วย ถ้าจะทำประกันเล่มต่อไปจะยากขึ้นหรืออาจจะถูกเพิ่มเบี้ยประกันก็ได้
>> ตัวอย่าง เพศหญิง อายุ 35 ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ทุนประกัน 1,000,000 บาท จ่ายเบี้ยประกัน 20 ปีๆละ 151,900 บาท ได้รับความคุ้มครอง 20 ปี รับเงินคืนทุก 4 ปี ครั้งละ 100,000 บาท ครบกำหนดได้รับเงินก้อน 3,000,000 บาท รวมรับเงินคืนทั้งหมด 3,400,000 บาท สมมติอายุสั้นเสียชีวิตตอนอายุ 50 มีเงินมรดกให้ครอบครัว 3,000,000 บาท
---
4️⃣ #ประกันชีวิตแบบบำนาญ : เน้นมีเงินใช้หลังเกษียณ
>> เหมาะกับคนที่มีเงินบำนาญของตัวเอง มีทั้งจ่ายเบี้ยประกันระยะสั้นและระยะยาว เริ่มรับเงินคืนได้ตั้งแต่อายุ 55 , 60 , 65 ขึ้นอยู่กับแบบประกัน ถ้ารับเงินบำนาญแล้วไม่สามารถเวนคืนกรมธรรม์ได้ ส่วนใหญ่จะมีการันตีเงินบำนาญประมาณ 15 ปี เบี้ยประกันนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท
>> ตัวอย่าง เพศหญิง อายุ 35 ประกันชีวิตแบบบำนาญ ทุนประกัน 1,000,000 บาท จ่ายเบี้ยประกันตั้งแต่อายุ 35 - 59 ปีๆละ 95,000 บาท อายุ 60 - 90 ปีรับเงินบำนาญปีละ 150,000 บาท รวมทั้งหมด 4,650,000 บาท
---
5️⃣ #ประกันชีวิตแบบควบการลงทุน : เน้นปรับเปลี่ยนได้หลายเป้าหมาย
>> เป็นประกันชีวิตผสมกับกองทุนรวม โดยจัดพอร์ตกองทุนรวมตามคะแนนในแบบทดสอบความเสี่ยงของแต่ละคน แบบประกันมีความยืดหยุ่นสูง ปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา เช่น เพิ่มหรือลดทุนประกันชีวิต ถ้ามีเงินก้อนใส่เข้ามาที่กองทุนรวมได้ ถอนเงินจากกองทุนรวมออกมาใช้ได้ หยุดจ่ายเบี้ยประกันได้ สุขภาพไม่ดีก็ไม่ถูกเพิ่มเบี้ยประกัน ฯลฯ ตัวแทนประกันจะต้องมีใบอนุญาต IC ถึงจะให้คำแนะนำได้
>> เหมาะกับคนที่มีความต้องการที่หลากหลาย เช่น ทุนประกันสูงผสมกับเงินเกษียณ เน้นถอนใช้เงินหลังเกษียณผสมมรดกนิดหน่อย เข้าใจเรื่องการลงทุนและประกันพอสมควร เบี้ยประกันหักลดหย่อนภาษีได้เพียงบางส่วน
>> ตัวอย่าง เพศหญิง อายุ 35 ประกันชีวิตแบบควบการลงทุน ทุนประกัน 10,000,000 บาท จ่ายเบี้ยประกันปีละ 44,000 - 200,000 บาท เรื่องการจ่ายเบี้ยประกันขั้นต่ำและขั้นสูงแตกต่างกันอย่างไร แอดมินเคยเขียนไว้ในโพสต์นี้นะคะ https://www.facebook.com/photo.php?fbid=890866802404073&set=pb.100044422839904.-2207520000&type=3
—
#ประกันสุขภาพ : เป็นสัญญาเพิ่มเติม เบี้ยประกันเพิ่มขึ้นทุก 5 ปี (ถ้าซื้อพ่วงกับยูนิตลิงค์ สามารถจ่ายเบี้ยประกันคงที่ได้) เน้นดูแลสุขภาพ เจ็บป่วย นอนโรงพยาบาล โรคร้ายแรง ชดเชยรายวัน อุบัติเหตุ
📍 #รักษาพยาบาล : ถ้าเคยมีประวัติเบาหวาน ไขมัน ความดันหรือเคยรักษาตัวในโรงพยาบาล จะต้องขอประวัติการรักษาหรือตรวจสุขภาพก่อนทำประกัน ถ้าสุขภาพไม่ดีมีโอกาสถูกเพิ่มเบี้ยประกัน ยกเว้นความคุ้มครองบางโรคหรือบริษัทปฎิเสธไม่รับทำประกันก็ได้
>> IPD ผู้ป่วยใน เจ็บป่วยเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล มีค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าผ่าตัด ค่ายา ค่าผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ ฯลฯ ปัจจุบันมีทั้งแบบจำกัดวงเงินค่ารักษา กึ่งเหมาจ่ายและแบบเหมาจ่าย บางแบบประกันถ้าเรารับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนแรก(Deductble) เบี้ยประกันจะถูกลง ขอบเชตการรักษาว่าเฉพาะที่ประเทศไทยหรือทั่วโลก เบี้ยประกันไม่เท่ากัน
>> OPD ผู้ป่วยนอก เจ็บป่วยไปหาหมอรับยาแลัวกลับบ้าน มีหลายแบบ เช่น วงเงินทั้งปี 8,000 บาท หรือจำกัดวงเงิน 2,000 บาทต่อครั้งสูงสุด 30 ครั้งต่อปี
ส่วนตัวมองว่าประกันสุขภาพเหมาจ่าย ครอบคลุมการรักษาได้มากกว่าแบบประกันสุขภาพทั่วไป ดูตัวอย่างประกันสุขภาพเหมาจ่าย 5,000,000 บาท เบี้ยประกันคงที่ ได้ที่ลิงค์นี้นะคะ
https://bit.ly/3vGH7ul
📍 #โรคร้ายแรง
>> เมื่อเกิดโรคร้ายแรงตั้งแต่ระดับต้น ปานกลางและลุกลามจนรุนแรง เราจะได้รับเงินก้อนจากบริษัทประกันครั้งเดียวหรือหลายครั้งขึ้นอยู่กับระยะของโรค ความคุ้มครองก็จะสิ้นสุดลง จำนวนโรคมีตั้งแต่ 18 - 62 โรค/อาการ มีทั้งเบี้ยประกันคงที่และเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นทุก 5 ปี
>> บางแบบประกันจ่าย่เฉพาะโรคร้ายแรงระดับต้นและปานกลาง แต่ไม่จ่า่ยกรณีเสียชีวิต ในขณะที่บางแบบประกันจ่ายเฉพาะกรณีโรคร้ายแรงระดับรุนแรงและเสียชีวิตทุกกรณ๊ บางแบบประกันจ่า่ยเพียง 1 โรค ในขณะที่บางบริษัทจ่ายหลายโรคและหลายครั้ง
📍 #ชดเชยรายวัน
>> เจ็บป่วยนอนโรงพยาบาล แม้ว่าไปทำงานไม่ได้ก็ยังมีเงินชดเชยรายวัน เช่น เราซื้อค่าชดเชยวันละ 2,000 บาท ถ้านอนโรงพยาบาลด้วยโรคทั่วไป 5 วันได้รับเงินชดเชย 10,000 บาท เราจะซื้อค่าชดเชยได้เท่าไหร่ขึ้นอยู่กับฐานรายได้ วิธีคำนวณ คือ รายได้ทั้งปี หาร 264 เป็นค่าชดเชยที่ซื้อได้สูงสุด
>> ตัวอย่าง รายได้ปีละ 480,000 บาท ซื้อค่าชดเชยรายวันได้สูงสุด 1,800 บาทต่อวัน
📍ประกันอุบัติเหตุ
อุบัติเหตุเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบกระทันหัน ตัวอย่างผลประโยชน์ ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะและสายตา อวัยวะแต่ละส่วนได้รับเงินไม่เท่ากัน เงินชดเชยรายสัปดาห์ ค่าเชยเชยการทุพพลภาพถาวร 10 ปี ค่าชดเชยการรักษาตัวในโรงพยาบาล ฯลฯ แม้ว่ามีปัญหาสุขภาพ ก็ยังทำประกันอุบัติเหตุได้
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงบทสรุปสั้นๆเพื่อความเข้าใจเท่านั้น ในขณะที่รายละเอียดของแต่ละบริษัทประกันก็จะแตกต่างกันออกไป แต่หลักๆก็จะมีประมาณนี้ อ่านไว้เป็นพื้นฐานเพื่อคุยกับตัวแทนประกันได้นะคะ
ขอบคุณข้อมูลจาก เพจ #อภินิหารเงินออม