13/03/2025
⭐️5 ปีแห่งความสำเร็จของ Equity Partnership’s School Network ‘พื้นที่แห่งความร่วมมือ’ และ ‘มิตรภาพ’ ต่อยอดองค์ความรู้ สร้างโอกาส ทักษะชีวิต ทักษะในศตวรรษที่ 21 อย่างยั่งยืน🎉
ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา Equity lab ภายใต้กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. มุ่งพัฒนาคุณภาพการศึกษาของนักเรียน ด้วยการส่งเสริมศักยภาพของนักเรียนและคุณครูโรงเรียนขยายโอกาสที่อยู่พื้นที่ห่างไกล เปิดโอกาสการเรียนรู้ และพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพนอกห้องเรียน ผ่าน “โครงการขยายผลและพัฒนาความร่วมมือสร้างเครือข่ายสถานศึกษาเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ Equity Partnership’s School Network” ร่วมกับเครือข่ายโรงเรียนนานาชาติและภาคเอกชน อย่าง บริษัท SEA ประเทศไทย ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าออนไลน์ Shopee จนเกิด “โมเดลลดความเหลื่อมล้ำด้วยแนวคิดนวัตกรรมสถานศึกษา” ที่ยั่งยืน โดยปัจจุบันมีโรงเรียนขยายโอกาสในเครือข่าย กสศ. 50 กว่าโรงเรียน และ โรงเรียนนานาชาติอีก 9 โรงเรียนที่เข้าร่วมและประสบผลสำเร็จในโครงการ ตลอดจนสามารถขยายผลต่อยอดองค์ความรู้ ทักษะของนักเรียน คุณครูและนำไปสู่การเป็นโรงเรียนที่พึ่งพาตนเองได้
⭐️เปิดโลกทัศน์ใหม่ เสริมสร้างทักษะ ที่นอกเหนือจากการเรียนรู้ในห้องเรียน
วิชญ์คุณ ปะสังติโย ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนาเลา จ.มหาสารคาม หนึ่งในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการปีที่ 5 เล่าว่า
“นี่ถือเป็นประสบการณ์ใหม่ที่โรงเรียนได้เจอ เปิดโลกทัศน์ให้กับครูและนักเรียน ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมกับนักเรียนนานาชาติ ทั้งยังได้รับการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด เกี่ยวกับการตลาดดิจิทัล และการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้ทั้งเรื่องการสื่อสารและการตลาดแบบสมัยใหม่ นับเป็นการพัฒนาทักษะเพิ่มเติมที่มีคุณค่า”
⭐️ส่งต่อความสำเร็จสู่ชุมชน ต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่ ด้วยทักษะที่ได้จากโครงการ
หลังจบโครงการ โรงเรียนบ้านนาเลานำความรู้จากโครงการมาขยายผลกลับสู่ชุมชน โดยร่วมมือกับชุมชนในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ (Packaging) จากผ้าขาวม้า โดยโรงเรียนออกแบบและชาวบ้านช่วยกันตัดเย็บ ซึ่งเป็นส่วนที่ชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมและสร้างรายได้ให้กระจายสู่ครัวเรือนอีกทอดหนึ่ง นอกจากนี้ยังได้พัฒนาเอาผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เดิมมาต่อยอดด้วยการปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้ดูสวยงามและแตกต่างจากลักษณะเดิม
⭐️ขยายผลต่อยอดจากโครงการ นำไปสู่การพัฒนาหลักสูตรของโรงเรียน
“พอได้เข้าร่วมโครงการแล้ว ครูก็ได้เห็นถึงความสำคัญของการเรียนรู้ทักษะทางอาชีพ”
รัชนี ต๊ะคำ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านขุนแปะ จ.เชียงใหม่ อีกหนึ่งโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการในปีที่ 1 มองว่า หนึ่งในผลลัพธ์สำคัญที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการ คือ การปรับหลักสูตรของโรงเรียนให้เหมาะสมกับการเรียนการสอนในปัจจุบันยิ่งขึ้น โดยการได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมนอกโรงเรียน ที่ชุมชนของโรงเรียนและการได้ร่วมงานกับภาคีเครือข่ายอื่นๆ เช่น ภาคเอกชน ทำให้ครูได้เล็งเห็นความสำคัญของการออกแบบการเรียนการสอน โดยคำนึงถึงการเพิ่มพูนทักษะผู้ประกอบการ รวมไปถึงทักษะอื่น ๆ อีกมากมายเพื่อให้ผู้เรียนได้นำประสบการณ์ตรงไปประยุกต์ใช้เป็นทักษะชีวิตได้
⭐️เครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา กลไกที่สำคัญช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
“ถือเป็นประสบการณ์ครั้งแรกของโรงเรียน พอเราได้สัมผัสแนวคิดของน้อง ๆ นานาชาติ สิ่งที่เขานำเสนอ รวมถึงเรื่องราวที่เราออกแบบร่วมกัน ก็พบว่าแนวคิดเขาสร้างสรรค์มาก เราเองยังคิดไม่ถึงเลย มองเห็นได้ชัดเจนว่ายังมีระยะห่างเรื่องคุณภาพการศึกษาระหว่างเด็ก ๆ ห่างเรื่องของความคิด เรื่องความรับผิดชอบ คิดว่าเราสามารถมองเขาเป็นแบบอย่างในเรื่องของการเสาะแสวงหาองค์ความรู้หรือการลงมือทำงานร่วมกันให้สำเร็จได้เลย”
โครงการนี้ได้ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนอย่างมีนัยสำคัญ การเข้าร่วมโครงการทำให้นักเรียนที่ขาดโอกาสได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่พวกเขาไม่เคยมี การได้รับโอกาสพบเจอและทำงานร่วมกับนักเรียนจากต่างโรงเรียน ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนในโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ได้เห็นถึงความเป็นไปได้มากมายที่พวกเขาไม่เคยคำนึงถึงมาก่อน ซึ่งจะนำไปสู่การขยายขอบเขตการเรียนรู้ที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://research.eef.or.th/5-years-of-success-for-equity-partnerships-school-network/
#เครือข่ายโรงเรียนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
#สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา #วสศ
#กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา #กสศ