Happy Life Happy Life “การสร้างชีวิตให้มีความสุข
ในทุกมิติ”
#สุขภาพ #การเงิน #การงาน #สายสัมพันธ์
#การแบ่งปัน #

31/12/2024
18/03/2023

ทำวันนี้ให้ดีที่สุด🥹แล้ววันพรุ่งนี้จะดีกว่าวันนี้🥰

  Life  Healthy   Life
16/05/2021

Life
Healthy
Life

ทำในสิ่งที่เราชอบ คือ”อิสระ”
ชอบในสิ่งที่ทำ คือ”ความสุข”🥰
life

04/02/2021

🌟ความสำเร็จ ต้องมีทีมงานที่มีแนวคิดเดียวกัน🌟
การลุยเดี่ยวไม่ใช่ว่าจะสำเร็จไม่ได้ อาจจะมีแค่ 1% ที่ประสบความสำเร็จสุดๆ
*แต่อีก 99% จะโตได้แค่จุดหนึ่งเท่านั้น
เพราะ เวลา และ ความสามารถ อันจำกัดนั่นเอง 💥หลายสมอง หลายความคิด ย่อมดีกว่าหนึ่งเสมอ💥

ความสำเร็จ และเป้าหมายไม่ใช่แค่คุณคนเดียว สร้างทีมงาน หรือกลุ่มคนที่มีแนวคิด มีเป้าหมายในทิศทางเดียวกันก็เพื่อความสำเร็จที่เป็นทีม เพื่อคนอื่นสำเร็จได้เช่นเดียวกัน

✅เป็นผู้ให้ก่อน คุณจึงจะได้รับ
จึงจะนำคุณให้โตขึ้นๆไปอีก แบบคุณเองก็คาดไม่ถึง ลองสร้างทีมงานขึ้นมาดู

🥰สิ่งสำคัญมากไปกว่านั้นคือ
คุณต้องฝึกแนวความคิดและพัฒนาให้กับทีมงานอยู่เสมอๆ

❌อย่าปล่อยให้ปัญหาอื่นๆ เข้ามาทำลายแนวความคิดหลักของทีม
life inspiration
community
life🥰

04/02/2021

ทำในสิ่งที่เราชอบ คือ”อิสระ”
ชอบในสิ่งที่ทำ คือ”ความสุข”🥰
life

04/02/2021

🛤ความจริงของเส้นทางเดินชีวิต มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันทุกคน ก็คือ⏰เรื่องของเวลา
ชีวิตเราทุกคนต่างก็มีเวลาเท่ากันหมด มีต้นทุนเวลาวันละ 24 ชั่วโมงเท่ากัน ♨️แต่การที่บางคนสามารถจัดสรรเวลาในการทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างมากมาย และมีประสิทธิภาพ ก็เพราะคนนั้นเขาสามารถบริหารการใช้ชีวิตของตนเองได้อย่างดี 🏪เรื่องของเวลานี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับความสำเร็จของคนเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย 🏫การที่เราใช้เวลาไปกับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตและความสำเร็จที่เราต้องการ เราก็จะยิ่งเดินห่างออกจากความสำเร็จและเป้าหมายของชีวิตที่เราต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ
🏦การบริหารจัดการการใช้เวลาในแต่ละวันของเราจึงสำคัญมาก มิเช่นนั้นก็เหมือนกับการ 🧨ฆ่าเวลาในชีวิตให้หมดไปเรื่อยๆ⚔️
เราจึงต้องจัดสรรเวลาให้สอดคล้องกับการดำรงชีวิตของเราให้ได้อย่างลงตัว กับสิ่งที่เราต้องการด้วยเช่นกัน ไม่ใช่เอาเวลาไปใช้กับสิ่งที่เรารู้สึกเพลิดเพลินแต่กลับไม่มีประโยชน์กับชีวิตของเรา 🗝🕰ที่สำคัญอย่ามัวแต่อ้างหรือใช้คำว่า “ไม่มีเวลา” เพราะจริงๆ แล้วเรามีเวลาเท่ากันทุกคน อยู่ที่เราจัดสรรมันเก่งแค่ไหนมากกว่า 💡🤔คนเรามีทางเลือกเสมอ อยู่ที่ความคิดของเราว่าเรามีเป้าหมายและความสำเร็จกับมากแค่ไหน

26/06/2020

5 ข้อน่าคิดจาก GOOGLE ว่าทำไมพวกเขาถึงไม่แคร์ปริญญาจากมหาวิทยาลัยนัก

เมื่อวานผมได้อ่านบล็อกของ Venturebeat ที่ว่าด้วยแง่คิดของ Google ในประเด็นนี้ ซึ่งถือว่าน่าสนใจมากๆ และเป็นแง่คิดที่ผู้บริหารยุคใหม่ๆ อาจจะนำมาคิดทบทวนเช่นเดียวกับเด็กจบใหม่ที่ควรเริ่มคิดเกี่ยวกับการงานของตัวเองด้วยเหมือนกัน

บล็อกดังกล่าวนั้นต่อยอดมาจากการให้สัมภาษณ์ของ Laszlo Bock ซึ่งเป็น Chariman และ Head of Hiring ที่ Google โดย Venturebeat นั้นเอาบทสัมภาษณ์ใน The New York Times มาสรุปแง่คิดสำคัญ 5 ข้อ ซึ่งถือว่าดีและเป็นแรงบันดาลใจได้เยี่ยมทีเดียว

::: คุณไม่ต้องการใบปริญญาเพื่อจะมีพรสวรรค์ :::

Bock ให้ความเห็นว่า “เมื่อคุณมองไปยังคนที่ไม่ได้ไปเรียนหนังสือแต่สามารถหาทาง(มีชีวิตและประสบความสำเร็จ)ให้กับตัวเองได้ พวกเขาเหล่านั้นล้วนเป็นคนที่ไม่ธรรมดาทั้งสิ้น และเราควรทำทุกวิถีทางเพื่อหาพวกเขาให้เจอ”

หลายธุรกิจอาจจะต้องการวุฒิปริญญาสำหรับการทำงาน แต่ที่ Google นั้นไม่ใช่ข้อจำกัดพื้นฐานแต่อย่างใด เนื่องจากทุกวันนี้มีระบบการเรียนการสอนนอกสถาบันมากขึ้นเรื่อยๆ และมีคนจำนวนมากที่สามารถเรียนรู้พร้อมกับพัฒนาทักษะของตัวเองเพื่อจะสามารถทำงานกับบริษัทได้

ตัวผมเอง ก็เจอประสบการณ์ที่สอดคล้องกับแง่คิดนี้พอสมควร (ตัวผมเองก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน) ผมพบคนหลายคนที่ไม่ได้เรียนตรงสายกับงานที่ทำ แต่พวกเขาล้วนพยายามพัฒนาทักษะและความรู้ด้วยตัวเองเพื่อให้สามารถก้าวไปในสายอาชีพที่ตัวเองอยากทำ ซึ่งจะว่าไปแล้ว คนเหล่านี้น่าสนใจมากกว่าคนที่เรียนจบตรงสายเสียอีก เพราะพวกเขาล้วนมีความพยายามมากเป็นพิเศษ เช่นเดียวกับทักษะบางอย่างที่แตกต่างไปจากคนทั่วๆ ไปด้วย

::: คุณต้องมีทักษะความสามารถในการทำงาน ไม่ใช่การเป็นแค่ผู้รู้ในเรื่องนั้นๆ ::::

ปริญญามักจะเหมือนใบประกาศที่บอกว่าคนๆ นั้นมีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญในแขนงใดแขนงหนึ่ง การได้ปริญญาในสาขาวารสารศาสตร์เหมือนเป็นเครื่องบอกว่าอย่างน้อยคุณก็ “รู้” เกี่ยวกับการเล่าเรื่องและการสัมภาษณ์บุคคลต่างๆ

แต่ใบปริญญาอาจจะไม่ได้บอกว่าคนที่เรียนจบมานั้นสามารถทำอะไรได้บ้าง พวกเขาสามารถนำเสนองานต่อหน้าผู้คนได้หรือไม่ พวกเขาสามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้ไหม พวกเขาจะสร้างงานที่คุณต้องการได้หรือเปล่า? มีทักษะการแก้ปัญหาได้ไหม หรือจริงๆ พวกเขาแค่สามารถทำข้อสอบผ่านเพื่อเรียนจบได้?

แง่คิดในเรื่องนี้ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว เพราะคนจำนวนมากนั้นมักคิดว่าการเรียนจบคือการบอกว่าคนๆ นั้นมีความรู้ในเรื่อง / ศาสตร์ดังกล่าว แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวของผมนั้น แม้ว่าหลายคนอาจจะมีความรู้ในสาขาที่ตนเรียนจบมาก็จริง แต่กลับไม่สามารถเอาความรู้นั้นมาสามารถใช้ในการทำงานจริงได้ ไม่สามารถประยุกต์เข้ากับสถานการณ์ที่ต้องรับผิดชอบ หรือถ้าเอาหนักๆ เลยคือหลายๆ คน “ทำงานไม่เป็น” (แม้จะเรียนจบมาด้วยเกรดที่ค่อนข้างสูงก็ตาม)

สิ่งที่ควรคำนึงอยู่พอสมควรทั้งในมุมของหัวหน้างานและคนทำงานเอง คือการทำงานจริงๆ นั้นไม่ใช่แค่เรื่องทฤษฏีหรือตำราแต่อย่างใด หากแต่มันคือการทำงานจริงๆ ที่ต้องอาศัยทักษะหลายๆ อย่างมาประกอบร่วมกัน ซึ่งความรู้เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักก็จริง แต่ไม่ใช่ทั้งหมดแต่อย่างใด

::: คุณควรเรียนรู้การคิดวิเคราะห์และใช้ตรรกะให้ดีเยี่ยม :::

Bock ให้ความเห็นว่ามนุษย์เรานั้นล้วนเกิดขึ้นมาพร้อมกับความคิดสร้างสรรค์ แต่ไม่ได้มาพร้อมกับการคิดแบบเป็นระบบ การใช้เหตุผล การคิดวิเคราะห์ ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เราต้องเรียนรู้ และนั่นเป็นสิ่งสำคัญมากในการทำงาน เพราะมันเป็นทักษะที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้มี

อันที่จริง ทักษะการคิดเป็นระบบนั้นเป็นอะไรที่หาไม่ง่ายนัก ฟังเหมือนแปลก แต่จากประสบการณ์ของผมแล้ว น่าแปลกมากว่าคนจำนวนมากไม่ได้มีทักษะนี้และผมเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนักว่าเรามีการเรียนการสอนเรื่องพวกนี้กันมากแค่ไหน (เท่าที่รู้ก็ไม่ได้เยอะด้วย) และนั่นทำให้เกิดปัญหาที่หลายๆ คนมักบ่นเวลาเกิดปัญหาว่า “คิดแบบนี้กันได้ไง (วะ)” หรือพวก “ทำไมถึงคิดแบบนี้กัน” ซึ่งทั้งหมดก็ล้วนเกิดจากการที่คนทำงานจำนวนมากไม่ได้มีความผิดเป็นระบบ เช่นเดียวกับการใช้เหตุผลเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ

ทักษะด้านการใช้ตรรกะและการคิดให้เป็นระบบนั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนแต่สำคัญ จากประสบการณ์ของผมแล้ว ถ้าได้ทำงานกับคนที่มีทักษะเรื่องนี้มากๆ นั้นจะยิ่งทำให้งานมีประสิทธิภาพ แถมได้งานที่มีคุณภาพด้วย เพราะคนเหล่านี้จะมีความคิดที่ค่อนข้างแหลมคม เป็นเหตุผลเป็น และที่สำคัญคือทำได้จริง ใช้งานได้จริง ไม่ใช่การทำงานแบบเปล่าประโยชน์แต่อย่างใด

::: คุณต้องอดทนและมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายของคุณ :::

Eric Schmidt เคยบอกว่าไว้ว่าสิ่งที่จะบ่งบอกว่าใครจะประสบความสำเร็จนั้นไม่ใช่เรื่องของความรู้ แต่คือเรื่องความมุ่งมั่นในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง การเป็นคนฉลาดแต่ไม่ได้มีความมุ่งมั่นหรือทุ่มเทก็อาจจจะไม่ได้สำคัญเท่ากับคนที่พลักดันตัวเองให้ไปถึงเป้าหมายให้ได้ (แม้ว่าท้ายที่สุดพวกเขาก็อาจจะไม่ถึงเป้าหมายก็เหอะ)

มันเหมือนกับบางคนที่ไม่ต้องอ่านหนังสือ ใช้ชีวิตเรื่อยๆ แต่ก็ได้ A ขณะที่บางคนทุ่มเทอ่านหนังสือกันแบบอดหลับอดนอน ทดสอบแบบฝึกหัดต่างๆ มากมายแต่สุดท้ายก็ได้ B ถ้าคุณดูเกรด คุณก็อาจจะคิดว่าคนแรกน่าสนใจ แต่คนกลุ่มหลังแม้ผลงานจะไม่ดีเท่า แต่สิ่งที่คุณเห็นคุณค่าของพวกเขาคือการที่พวกเขามีไฟในการขับเคลื่อนตัวเองอย่างมาก ซึ่งความมุ่งมั่นนี่แหละที่สำคัญกว่าความรู้ เพราะเมื่อคนกลุ่มนี้เจอปัญหา พวกเขาก็จะพยายามสู้ พยายามแก้ไขอย่างไม่ย่อท้อ ผิดกับกลุ่มแรกที่หลายๆ คนอาจจะหนีปัญหา หรือตีจากไป

ผมเคยดู TED อันหนึ่งซึ่งดีมาก ว่าด้วยเรื่องของ Grit ที่สำคัญมากกว่าเรื่องของ IQ หรือ EQ เสียอีก ผมเชื่อว่าการอธิบายข้อคิดนี้ให้ดีได้นั้น ควรดู TED อันนี้เลยล่ะครับ

::: ถ้าคุณจะไปเรียนในมหาวิทยาลัย คุณต้องสนใจเรื่องการพัฒนาทักษะของคุณเป็นสำคัญ :::

Eric Schimdt และ Bock บอกเหมือนกันว่าคนทั่วไปควรไปเรียนในมหาวิทยาลัย แต่การเรียนนั้นไม่ใช่การเรียนเพื่อคุณจะได้ใบปริญญาเพื่อเป็นใบเบิกทางหรือการบอกว่าคุณเก่งและรู้ในเรื่องอะไร หากแต่คุณควรสนใจเรื่องของประสบการณ์การทำงาน ทักษะการทำงานจริงที่คุณสามารถพัฒนาได้ โดย Google เองก็มักมองหาคนที่มีประสบการณ์หรือทำโปรเจคน่าสนใจในช่วงระหว่างฝึกงาน

เรื่องนี้ก็คงเหมือนกับที่ HR หลายคนมักบอกว่าว่าให้พยายามหากิจกรรมหรือโปรเจคต่างๆ ทำระหว่างเรียน เพราะนั่นคือการพิสูจน์ว่าคุณทำงานเป็นหรือไม่ เคยทำงานร่วมกับผู้อื่นหรือเปล่า การลงมือทำงานจริงของคุณเป็นอย่างไร สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นมูลค่าเพิ่มที่จริงๆ แล้วนายจ้างล้วนมองหาจากคุณมากกว่าแค่เรื่องของใบปริญญา

ขอบคุณบทความดีๆจาก
https://www.nuttaputch.com/5-quotes-google-do-not-care-about-degree/

15/05/2020

ชีวิตใหม่ ชีวิตฉัน

หากวันหนึ่ง มีเหตุให้เรา ต้องเลือก “ความถูกต้อง” และ “ความถูกใจ”

***จิตสำนึกของคนคิดได้คิดเป็น
จะพยายามต้านแรงยุ ต้านกิเลส ต้านความหลง ไม่ทำตามใจตน เพื่อเลือกเดินบนทางที่ถูกต้อง ปลายทาง ของเขาเหล่านี่ จะไม่เสียใจ ที่ตัดสินใจเลือก สิ่งที่ถูกเวลานั้น ความสุข การคิดและทำดี จะเสริมส่งให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น เพราะมันถูกต้องแต่แรก

- -ในขณะที่จิตสำนึกของคนบางคนเลือกที่จะทำตามใจของตัวเอง เลือกเอาความถูกใจของตัวเองเป็นหลัก........ไม่ผิดที่จะคิดแบบนั้น

แต่คุณต้องกล้าที่จะเผชิญผลจากสิ่งที่ได้กระทำ ซึ่งจะเป็นกรรมที่ติดตามคุณไปไม่เพียงแค่ตัวคุณ แต่จะส่งผลถึงครอบครัว คุณด้วย

มาร่วมกันสร้างความถูกต้องให้เกิดขึ้นในจิตใจของกันและกัน สร้างคุณค่าของชีวิตที่เริ่มต้นที่ตัวเราเองก่อน และส่งต่อสายสัมพันธ์ดีดี ไปสู่ครอบครัวและสังคม.

#คุณค่าของชีวิต เริ่มต้นใหม่ได้เสมอ ถ้าเริ่มต้นที่ “ความถูกต้อง”

newmy_life2020

16/12/2019

If we have beliefs We will know what we can do more than we can.

ถ้าเรามีความเชื่อ เราจะรู้ว่าเราสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่เราทำได้

15/11/2019

หลายคนหวาดกลัวที่จะล้มเหลว จงอย่ากลัวที่จะล้มเหลว แต่จงมีความกล้าที่จะเผชิญ

life🥰

14/11/2019

อย่ารอคอยความโชคดี หรือรอให้โชคช่วย แต่จงค้นหาและติดตามมัน
life
life🥰

ที่อยู่

4/250 Srinakarin Nongbon Pravaj
Bangkok
10250

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Happy Lifeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Happy Life:

แชร์