หลักการตลาด การโฆษณา ประชาสัมพันธ์

หลักการตลาด การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก หลักการตลาด การโฆษณา ประชาสัมพันธ์, Bangkok.

การแจกใบปลิวเป็นตัวอย่างหนึ่งของการโฆษณาเฉพาะพื้นที่ที่ได้ผล โดยใช้งบประมาณไม่มาก
06/08/2017

การแจกใบปลิวเป็นตัวอย่างหนึ่งของการโฆษณาเฉพาะพื้นที่ที่ได้ผล โดยใช้งบประมาณไม่มาก

"ทำธุรกิจให้รวย ด้วยกลยุทธ์ซุนวู กับธุรกิจออนไลน์"                                     ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกเกิดการเปลี่ยน...
24/07/2015

"ทำธุรกิจให้รวย ด้วยกลยุทธ์ซุนวู กับธุรกิจออนไลน์" ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กหรือธุรกิจขนาดใหญ่ ล้วนแต่ต้องการให้ธุรกิจของเขาเหล่านั้นประสบความสำเร็จ โลกหนุนไปตามกาลเวลาแต่อย่าปล่อยให้ความหยุดนิ่งมาฆ่าความสำเร็จคุณ แต่ถ้าหากคุณประสบปัญหาด้านธุรกิจและคุณไม่มีแบบแผนกลยุทธ์ด้านการตลาดมาใช้กับธุรกิจ พอจะมีวิธีไหมที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ประกอบการธุรกิจ ?

เราต่างรู้กันดีว่า คนจีนมีชื่อเสียงในเรื่องการค้าขายและการทำธุรกิจ นับแต่สมัยสุโขทัย พ่อค้าชาวจีนเริ่มเข้ามาติดต่อค้าขาย และเริ่มเข้ามาตั้งถิ่นฐานสมัยอยุธยาจนถึงปัจจุบัน คนไทยส่วนใหญ่จึงมีเชื้อสายชาวจีนอยู่เป็นจำนวนมาก รวมทั้งผู้เขียนและผู้อ่านบางท่านก็อาจจะมีเชื้อสายชาวจีนอยู่เหมือนกัน

เมื่อประมาณ 482 ปี ก่อน ค.ศ “ซุนวู” นักปรัชญาชาวจีนท่านหนึ่งเป็นผู้เขียน “ตำราพิชัยสงคราม” ภายในตำรามีหลักทฤษฏีด้านการทหารจนผู้นำทั่วโลกยอมรับ อาทิ นโปเลียน เอร์วิน รอมเมล พระเจ้าไกเซอร์ นาวิกโยธินสหรัฐอเมริกาทุกคนต้องอ่านตำราเล่มนี้ หรือแม้แต่บุคคลสำคัญในบ้านเรา นั่นคือ ท่านปรีดี พนมยงค์ ก็ต้องนำตำราพิชัยสงครามไปอ่าน เป็นต้น จะเห็นได้ว่า”ซูนวู” นั้นมีความยิ่งใหญ่และความสามารถมากเพียงใด

นอกจากเป็นตำราเพื่อบอกวิธีการรบ แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนทั้วโลกตกตลึงไปกับ“ตำราพิชัยสงคราม”คือ สามารถนำหลักการ การรบมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาองค์กรธุรกิจและด้านการจัดการของธุรกิจอีกด้วย เพราะบุคคลชั้นนำของโลกด้านธุรกิจ นำหลักทฤษฏีของซุนวู มาประยุกต์ใช้กับธุรกิจ เช่น บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งบริษัท Microsoft สตีฟ จ๊อบ ผู้ก่อตั้ง Apple และนักธุรกิจทั่วโลกที่ประสบความสำเร็จ ล้วนศึกษาตำราพิชัยสงครามกันทั้งนั้น และมีการนำหลักทฤษฏีมาใช้ โดยภายในตำราสามารถนำมาปรับเปลี่ยนเป็นบทความธุรกิจมีดังนี้ สนามธุรกิจก็เหมือนสนามรบ การดำเนินธุรกิจเหมือนการมุ่งหน้าสู่สนามรบ สินค้าที่ประจันหน้ากันอยู่ในตลาดก็เหมือนการสู้รบของข้าศึก …! ซึ่งคุณจะเห็นได้ว่า ทั้ง 2 ไม่ได้มีความแตกต่างกัน ดังนั้น ไม่ว่าคุณมีธุรกิจขนาดเล็กหรือธุรกิจขนาดใหญ่ และธุรกิจอยู่ในขั้นวิกฤตหรือคุณหมด ไอเดีย การทำธุรกิจ คุณสามารถนำหลักการ ของซูนวู มาปรับใช้กับธุรกิจหรือองค์กร เพื่อจุดประกายสร้างความสำเร็จให้ธุรกิจคุณ ด้วย หลักการทฤษี 5 ข้อ มีดังนี้

1. รู้เขา รู้เรา

ผู้จู่โจมก่อนย่อมเป็นฝ่ายได้เปรียบ หากไม่จำเป็นอย่าให้ศัตูเป็นฝ่ายโจมตีก่อน และที่สำคัญแม่ทัพต้องรู้จุดแข็ง จุดอ่อนทั้งของตัวเองและศัตรู” ในเชิงธุรกิจออนไลน์ ก่อนคุณทำการเปิดธุรกิจ คุณต้องรู้จักตลาดก่อน ว่าผู้ซื้อต้องการสินค้าอะไร กลุ่มเป้าหมายหลักของเราเป็นใคร เป็นคนประเภทไหน ซึ่งการที่คุณจะรู้ถึงระดับนี้ คุณต้องใช้ Google Trends เสียก่อนหากคุณทำตลาดออนไลน์ ผ่านทาง Google ก็จะสามารถนำ ผลลัพธิ์ มาใช้เพื่อสร้างความก้าวหน้าให้ธุรกิจคุณ

2. ทำเลดีมีชัยไปกว่าครึ่ง !

ในเชิงธุรกิจ ผู้ประกอบการธุรกิจ ควรคำนึงถึงสถานที่ตั้งของธุรกิจ เช่น ถ้าหากธุรกิจคุณ ค้าขายสินค้า หรือประกอบการร้านอาหาร ถ้าจะนึกถึงสถานที่ ก็ควรนึกถึงตลาด ศูนย์การค้าหรือย่านธุรกิจ เป็นต้น แต่การตลาดออนไลน์ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องหาสถานที่ แต่ผู้ประกอบการธุรกิจต้องการทำการตลาดออนไลน์ ควรคำนึงถึงช่องทางในการทำโฆษณาเพื่อโปรโมทสินค้าหรือแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ซึ่งการทำการตลาดออนไลน์มีช่องทางให้คุณตัดสินใจทำธุรกิจด้วยการใช้โฆษณา ทาง Google , ทาง Facebook หรือการสร้างเว็บไซต์ และนอกจากนี้คุณสามารถเลือก ตำแหน่งของกลุ่มเป้าหมาย ของธุรกิจที่คุณวางไว้

3. ดินฟ้า อากาศ

การทำธุรกิจ นอกจากต้องดูสถานที่แล้ว ยังต้องดู ลมฟ้า อากาศในช่วงนั้น เนื่องจากกิจการค้าขายทั่วไป มักจะโดนผลกระทบจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย เช่น ฝนตก ตั้งแต่ธุรกิจข้างถนนจนถึงธุรกิจย่านชานเมือง ซึ่งปัญหาเรื่องสภาพอากาศ คุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่า แต่ละวันจะมีสภาพอากาศเป็นอย่างไร การตลาดออนไลน์จึงเป็นทางเลือกอีกช่องทางหนึ่ง ที่จะไม่ทำให้คุณกังวลเรื่องฝนอีกต่อไป เพียงแค่ทำธุรกิจออนไลน ทั้งคุณและลูกค้าไม่ต้องกังวลว่า สภาพอากาศของวันนี้จะเป็นอย่างไร หรือลูกค้าจะอยู่ต่างจังหวัดก็สามารถสั่งออนไลน์ และคุณสามารถกำหนดคำค้นหา Google ถ้าหากผู้ประกอบการทำธุรกิจขาย ร่มหรือเสื้อกันหนาว ที่อยู่ในช่วงฤดูเหล่านั้น ผู้ประกอบการสามารถตั้งคำค้นหาเริ่มต้น โดยดูจากคำที่มีผู้คนหามากที่สุด เช่น คำว่า ร่มหรือหมวก คุณก็สามารถกำหนดคำ เป็นคำค้นหาสินค้าคุณได้

4. รวยได้ไม่ต้องขาย

ซุนวู กล่าวว่า “การชนะโดยไม่ต้องรบเป็นวิธีที่ดีที่สุดในสงคราม ถ้าสามารถชักจูงใจศัตรูให้ยอมแพ้ได้โดยไม่รบและสาบานว่าจะไม่ทำร้ายเมื่อยอมแพ้ เป็นวิธีการที่ประเสริฐของแม่ทัพ” ในทางธุรกิจก็เหมือนกันถ้าหาก สินค้าคุณ มีคุณภาพได้รับการการันตี จากบุคคลที่มีชื่อเสียง แต่ไม่มีการโฆษณาและประชาสัมพันธ์สินค้าแล้วละก็ ธุรกิจคุณจะล้มเหมือนโดมิโน่ แต่การโฆษณามีค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นการทำโฆษณาออนไลน์ จึงเป็นอีกทางเลือก สำหรับธุรกิจ เพราะในปัจจุบันมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตกันแทบทุกคน คุณควรทำการโฆษณาผ่านการตลาดออนไลน์ เพราะสินค้าคุณจะเข้าถึงผู้ใช้งานที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหรือบุคคลทั่วไปก็ได้และมีค่าใช้จ่ายไม่มาก เหมือนกับการเสียทหารน้อยที่สุดนั่นเอง

5. ความเร็วคือความได้เปรียบ

“ในการรบจะปล่อยให้ยืดเยื้อไม่ได้ เพราะเป็นเรื่อง ความเป็น ความตายของชาติ ถ้าการรบยืดยื้อ ก็จะก่อแต่การสร้างความเสียหายและความย่อยยับก็จะตามมาสู่ประชาชน” ในเชิงธุรกิจหากคุณขายสินค้าชนิดหนึ่งและสินค้าคุณได้รับความนิยมในระดับหนึ่งและคุณต้องการขยายฐานลูกค้า ด้วยการทำการตลาดออนไลน์ แต่คุณเกิดความประมาทไม่รีบทำการตลาดออนไลน์ ก็จะทำให้ผู้ประกอบการรายอื่นเข้ามาขายสินค้าที่มีลักษณะเหมือนสินค้าคุณและทำการตลาดออนไลน์ ตัดหน้าคุณ สุดท้ายเป็นธุรกิจเขาที่ประสบความสำเร็จ ส่วนคุณปล่อยให้ความสำเร็จหลุดมือไปอย่างง่ายดาย เนื่องจากคุณไม่เร่งรีบเมื่อมีโอกาส จนอาจทำให้กิจการคุณล้มละลายได้

"แนวคิดการตลาดช่วงเศรษฐกิจถดถอย"1.ภาวะถดถอยเป็นช่วงที่ไม่มีเวลาจะตกใจจะทำให้เรามองโลกในแง่ร้าย แต่นักการตลาดที่มีวิสัยทั...
22/07/2015

"แนวคิดการตลาดช่วงเศรษฐกิจถดถอย"
1.ภาวะถดถอยเป็นช่วงที่ไม่มีเวลาจะตกใจจะทำให้เรามองโลกในแง่ร้าย แต่นักการตลาดที่มีวิสัยทัศน์ จะสามารถใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางเศรษฐกิจ มาเป็นประโยชน์ในการเสริมจุดแข็งของตัวเองดังนั้น แทนที่จะเพิ่มความกดดันให้ความหวาดกลัวต่อไป
หาวิธีการใช้ภาวะชะลอตัวเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด และสร้างรายได้ให้ดีขึ้นกว่าก่อน

สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อยอดขายลดลง
มี 3 กิจกรรม ที่เลวร้ายที่สุดของ บริษัท คือ:
* ตัดข้อมูลจากลูกค้า ด้วยการตัดงบการวิจัย
* ลดการสร้างความต้องการสินค้า ด้วยการตัดโฆษณา
* ลดคุณค่าของแบรนด์ ด้วยการลดราคาอย่างมาก

2.ขณะนี้เป็นเวลาที่เหมาะแก่สร้างชื่อเสียงของคุณ
* เสียงรบกวนการตลาดในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะลดลง
จุดขายของตราสินค้าของคุณ จะง่ายต่อการได้ยินในขณะที่คู่แข่งเงียบสงบ
* ความต้องการของลูกค้าของคุณและจัดลำดับความสำคัญมีการเปลี่ยนแปลง
ฟังพวกเขาและปรับสินค้า / บริการของคุณ
เพื่อให้ตราสินค้าของคุณมีความเกี่ยวข้องมากกว่า
* สร้างคุณค่าของแบรนด์ จะสร้างความต้องการของตลาด
ซึ่งหมายความว่า คุณจะไม่ต้องแข่งขันในด้านราคา เพียงอย่างเดียว

3.ทำความรู้จักกับลูกค้าของคุณ
* แบ่งกลุ่มลูกค้าของคุณ
* ศึกษาวิจัย ความต้องการของพวกเขา
* การพัฒนา รายละเอียดสำหรับแต่ละกลุ่ม
* ระบุกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อพวกเขา และการซื้อกระบวนการซื้อ
* สื่อสารผ่านสื่อสังคม (social media)

4.เพิ่มคุณค่าของผลิตภัณฑ์
* ผู้ขายวัตถุดิบให้คุณ อาจทำอะไรให้เพิ่มขึ้น โดยไม่คิดต้นทุนในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอย
* ปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ / บริการของคุณ และขายมันราคาเดียวกับคู่แข่งของคุณ
* ลดต้นทุนการผลิต / บริการของคุณ โดยรักษาระดับคุณภาพเดิม

5.เพิ่มประสิทธิผลของการสื่อสารการตลาดของคุณ
* โฆษณาที่สร้างสรรค์ ที่สามารถความสนใจ / ความตระหนักได้ (awareness)
* ข้อความที่เกี่ยวข้อง ตอบสนองความต้องการของเขา ที่สร้างความสนใจได้ (interest)
* จุดขายที่มีคุณค่า ที่สร้างความปรารถนา ความต้องการในการซื้อได้ (desire
* คำขวัญที่โดนใจ ที่ส่งผลให้ยอดขาย (action)
ในอดีต ความคิดเพียงน้อยนิด ก็เป็นกุญแจสู่ความสำเร็จได้
การปรับปรุงประสิทธิภาพหรือการออกแบบ ปรับปรุงผลิตภัณฑ์เพียงเล็กน้อย ก็เพียงพอที่จะเอาชนะการแข่งขันได้ แต่ตอนนี้เราอยู่ในสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงในตลาดอย่างรวดเร็ว มีสินค้า / บริการ ตัวเลือกมากมาย ลูกค้าของคุณกำลังมองหา'สิ่งที่ดีที่สุด’

6.กำหนดเป้าหมาย ขนาดเล็กที่เจาะจงเฉพาะ ที่เกิดขึ้นใหม่
* ถ้าประเภทสินค้าของคุณ มีคู่แข่งที่แข็งแกร่ง
เลือกเป้าหมาย กลุ่มเล็กๆ ที่เฉพาะเจาะจง ที่เกิดขึ้นใหม่
* ถ้าคุณเลือกเข้าส่วนองตลาดที่ถูกต้อง คุณจะสามารถสร้างความเป็นผู้นำ ในประเภทสินค้านั้นต่อไปได้

7.รักษาคุณค่า
* การรักษาลูกค้า เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเติบโตของตลาด
* ลูกค้าของคุณภักดีหรือไม่ พวกเขามีเหตุผลที่ดี ที่ยังคงซื้อสินค้าของคุณอยู่
* สามารถทำได้ โดยนำเสนอคุณสมบัติ และประโยชน์ที่เป็นเอกลักษณ์
ด้วยโปรแกรมการรักษาความภักดี และการจัดตั้งชุมชนออนไลน์

8.รักษาด้านที่สดใส
ผู้ประกอบการที่เป็นผู้นำ มักจะมองโลกในด้านดี
เขาจะเห็นโอกาสแม้ในช่วงที่ลำบากที่สุด
เขาไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง

"5 กลเม็ดทำแบรนด์สินค้าให้ติดตลาด"         จุดมุ่งหมายสูงสุดของการประกอบธุรกิจโดยเฉพาะการขายสินค้าเห็นจะหนีไม่พ้นเรื่องย...
30/04/2014

"5 กลเม็ดทำแบรนด์สินค้าให้ติดตลาด"
จุดมุ่งหมายสูงสุดของการประกอบธุรกิจโดยเฉพาะการขายสินค้าเห็นจะหนีไม่พ้นเรื่องยอดขายและผลกำไรที่ได้รับ ทุกบริษัทต่างหวังผลและนำเรื่องดังกล่าวมาเป็นเป้าหมายหลักของธุรกิจ จึงกลายเป็นที่มาของการสร้างสรรค์แผนธุรกิจที่หลากหลายผสานกับการวางกลยุทธ์ที่สลับซับซ้อนและแยบยลมากยิ่งขึ้นกว่าในอดีต
หนึ่งในวิธีการที่จะช่วยทำให้ธุรกิจซึ่งดำเนินงานด้านค้าขายประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็วพร้อมทั้งบรรลุวัตถุประสงค์ด้านยอดขายและกำไรก็คือ "การทำให้แบรนด์สินค้าติดตลาด" ซึ่งผู้ประกอบการต้องดึงเอากลยุทธ์วิธีการอื่นๆ เข้ามาเสริมด้วย อย่าได้หวังพึ่งการกระหน่ำยิงสปอตโฆษณาแต่เพียงอย่างเดียว วิธีการและองค์ประกอบหลักๆ ที่จะช่วยให้แบรนด์สินค้าติดตลาดได้อย่างรวดเร็วมีดังต่อไปนี้
1.ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพดีจริงแบรนด์จึงติดตลาด
ถ้่าอยากให้แบรนด์สินค้าติดตลาดได้อย่างรวดเร็ว คุณภาพของผลิตภัณฑ์คือสิ่งแรกที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะสิ่งนี้ถือเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญเพราะผู้บริโภคสามารถจับต้องและใช้ผลิตภัณฑ์ได้จริง หากในทรรศนะของผู้บริโภคมีความเห็นว่าสินค้ามีคุณภาพดีและคุณสมบัติดีสามารถตอบสนองความต้องของเขาได้จริง ตัวผลิตภัณฑ์จะได้รับการบอกต่อแบบปากต่อปากไปสู่กลุ่มผู้บริโภคท่านอื่นๆ ซึ่งเป็นวิธีการประชาสัมพันธ์สินค้าที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดและไม่เสียค่าใช้จ่ายเลยด้วย จึงเป็นวิธีที่นักการตลาดทุกคนต่างใฝ่ฝันถึง ผู้ประกอบการจึงควรมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนเองให้ดีเป็นอันดับแรก โดยเริ่มจากเสริมสร้างจุดแข็งให้เหนือกว่าบริษัทคู่แข่งและพร้อมกันนั้นก็ลดจุดอ่อนไปพร้อมๆ กัน
2.สร้างคาแรคเตอร์ให้โดดเด่นมีเอกลักษณ์
ความโดดเด่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใครของผลิตภัณฑ์ถือเป็นสิ่งเร้าอันดับต้นที่ทำให้ผู้บริโภคจดจำสินค้าได้เป็นอย่างดีและสร้างโอกาสให้แบรนด์ติดตลาด เพราะผลิตภัณฑ์ตามท้องตลาดมักคล้ายคลึงกันไปเสียหมด หากผู้ประกอบการสามารถฉีกแนวและสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้กับผลิตภัณฑ์ได้ จะช่วยดึงความสนใจมาจากผู้บริโภคได้ทันทีและเพิ่มโอกาสในการขายอีกด้วย นอกจากนี้หากผลิตภัณฑ์มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากๆ จะทำให้ผู้บริโภคหันมาเรียกชื่อแบรนด์สินค้าแทนที่ชื่อประเภทสินค้าไปโดยปริยาย เช่น คนไทยมักเรียกสินค้าประเภทบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปว่า "มาม่า" เป็นต้น ทำให้ทุกครั้งที่ผู้บริโภคอยากซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็จะนึกถึงมาม่าก่อนเสมอ
3.บุรณาการเครื่องมือทางการตลาด
การลด แลก แจก แถม จัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย ณ จุดขาย ถือเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ได้รับความนิยมอย่างมากมาแต่อดีต และเป็นกลไกที่ทำให้แบรนด์ติดตลาด เพราะกลยุทธ์ส่งเสริมการขายเหล่านี้ช่วยเรียกร้องความสนใจของผู้บริโภคได้โดยทันที หากผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการจัดโปรโมชั่นให้ข้อเสนอที่ดีกว่าของคู่แข่ง ผู้บริโภคจะตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของเผู้ประกอบการได้ง่ายขึ้น และอาจถูกบอกต่อในหมู่้ผู้บริโภคจนทำให้แบรนด์สินค้าติดตลาด จึงถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจอย่างยิ่ง แต่ขอให้ผู้ประกอบการพึงระวังไว้หนึ่งอย่างคือการจัดโมชั่นประเภทลด แลก แจก แถม แม้จะได้ผลน่าพอใจมาก แต่ควรคำนึงถึงต้นทุนและผลกำไรที่จะได้รับจริงๆ ว่าคุ้มค่ามากแค่ไหน นอกจากนี้ควรจัดโปรโมชั่นให้สอดคล้องกับแผนธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดอื่นๆ ของบริษัทด้วย
4.โฆษณาผ่านสื่ออย่างครอบคลุมและเข้าถึง
ปัจจุบันผู้บริโภคฉลาดมากขึ้นทั้งยังมีตัวเลือกมากกว่าในอดีตที่ผ่านมา โฆษณาจึงมิใช่อาวุธหลักที่น่าสนใจในการทำให้แบรนด์สินค้าติดตลาดเหมือนเช่นดังแต่ก่อนที่เพียงอัดโฆษณาเยอะๆ เข้าไว้เป็นพอ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้อีกเช่นกันว่าโฆษณาไม่สามารถสร้างประโยชน์ให้ผู้ประกอบการได้เลย เพราะหากพูดถึงการส่งแจ้งข่าวสารและสร้างการรับรู้แล้ว โฆษณาก็ไม่เคยทำให้ผิดเลยสักนิด ดังนั้นโฆษณาจึงยังมีประโยชน์และอิทธิพลอย่างมากทั้งต่อผู้ประกอบการและผู้บริโภค แต่ประเด็นคือจะใช้โฆษณาอย่างไรให้เหมาะสม เพราะผู้บริโภคมีหลายลักษณะและแตกต่างจากอดีต ซึ่งแนวทางการโฆษณา่ที่ดีและน่าจะเหมาะสมในยุคนี้อาจเป็นการลดการยิงสปอตโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์และวิทยุ แล้วหันไปใส่ใจคุณภาพของโฆษณามากกว่าปริมาณ นอกจากนี้ควรให้ความสนใจสื่อทางเลือกกระแสอื่นๆ อย่างการโฆษณาทางอินเทอร์เน็ตและโซเชียเน็ตเวิร์กต่างๆ ซึ่งการโฆษณาผ่านสื่ออย่างครอบคลุมจะทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงและจดจำแบรนด์สินค้าได้ดีกว่าการเล่นผ่านสื่อกระแสหลักแต่เพียงอย่างเดียว
5.จัดงานและกิจกรรมเพื่อสังคม
กระแสการตอบแทนและอุทิศตนเพื่อสังคมเป็นสิ่งที่ได้รับการยกย่องมากในขณะนี้ ผู้ประกอบการควรจัดกิจกรรมดีๆ สักหนึ่งอย่างเพื่อตอบแทนและคืนกำไรกลับสู่สังคม อาทิ แจกทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ นำสินค้าออกประมูลเพื่อช่วยเหลือบุคคลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือเป็นผู้ให้การสนับสนุนหลักในกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง เช่น บริษัทเครือซีเมนต์ไทยให้การสนับสนุนนักกีฬาแบดมินตันมาโดยตลอด เป็นต้น ซึ่งการจัดงานและกิจกรรมเพื่อสังคมจะช่วยให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์สินค้าได้ง่ายขึ้นและยังช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ให้สูงขึ้นด้วย แต่ควรจำไว้ว่าการทำกิจกรรมเพื่อสังคมจะต้องทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ อย่าได้มีจุดประสงค์แอบแฝงเรื่องผลประโยชน์โดยเด็ดขาด มิเช่นนั้นอาจทำให้ภาพลักษณ์ดูแย่ในสายตาผู้บริโภคโดยทันที

การที่แบรนด์ติดตลาดถือเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากในการทำธุรกิจสมัยใหม่ เพราะนอกจากจะทำให้ผลิตภัณฑ์สามารถสร้างยอดขายและกำไรได้มากแล้ว ยังช่วยให้การทำธุรกิจสะดวกสบายและลดอุปสรรคปัญหาต่างๆ ลงไปได้มากพอควร นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังสามารถกำหนดทิศทางความไปของตลาดได้หากแบรนด์สินค้าของเราเป็นผู้นำตลาด แน่นอนว่ายิ่งแบรนด์สินค้าติดตลาดและเป็นผู้นำในตลาดมากเท่าไหร่ ผู้ประกอบการก็สามารถบังคับกลไกตลาดให้เอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจของตนได้มากขึ้นตามไปด้วย

"การตลาดขั้นเทพ"                    เราต้องยอมรับว่าการขายสินค้า ผลิตภัณฑ์ ในยุคนี้ ต้องเผชิญกับคู่แข่งเป็นจำนวนมาก ไม่ว...
30/04/2014

"การตลาดขั้นเทพ"
เราต้องยอมรับว่าการขายสินค้า ผลิตภัณฑ์ ในยุคนี้ ต้องเผชิญกับคู่แข่งเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นคู่แข่งภายในประเทศและคู่แข่งภายนอกประเทศที่สามารถเข้ามาขายสินค้าภายในประเทศได้อย่างเสรีมากขึ้น ทำอย่างไรถึงจะขายสินค้า ผลิตภัณฑ์ได้เพิ่มขึ้น นี่คือคำถาม ที่บรรดาเจ้าของกิจการมีความต้องการ
สำหรับการที่จะขายสินค้าได้เพิ่มขึ้นนั้น จึงต้องอาศัยเรื่องของการตลาดเข้ามาช่วย การตลาดขั้นเทพจึงมีเนื้อหาที่จะทำให้คุณมีลูกค้ามากขึ้นและลูกค้าจะตัดสินใจซื้อสินค้าของคุณเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1. คุณต้องใช้สื่อเพิ่มมากขึ้น เราคงต้องยอมรับว่า ธุรกิจน้ำอัดลม โค้ก ( ได้ลงทุนกับการโฆษณาเป็นจำนวนมากมายมหาศาล บริษัท นีลเส็น ประเทศไทย จำกัด รายงานภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณาทั้งปี 2556 ว่า โค้ก ได้ใช้ งบการตลาดสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งถึง 1,193 ล้าน 4 แสน 3 หมื่นบาท บาท ) นี่ยังไม่นับงบประมาณที่ โค้ก ใช้ในการโฆษณาทั่วทั้งโลก ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ โค้ก จึงมียอดขายเพิ่มขึ้นทุกๆปี และมีส่วนแบ่งการตลาดมาเป็นอันดับหนึ่งโดยตลอด

2.คุณต้องกระตุ้นจูงใจ กระตุ้นอารมณ์ให้คนอยากซื้อ เราจะเห็นโฆษณาต่างๆในโทรทัศน์ ที่กระตุ้นให้คนอยากทดลองหรืออยากลองใช้ โฆษณาของสินค้าบางตัว ใช้ดาราชื่อดังแสดง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ดาราชื่อดังไม่เคยใช้สินค้านั้นๆด้วยซ้ำไป ดังเราจะเห็นได้จากสื่อต่างๆที่ปรากฏ อีกทั้งในปัจจุบันยังได้มีการนำคนดังในวงการต่างๆเช่น วงการการเมือง วงการศึกษา วงการการกีฬา ฯลฯ มานำเสนอสินค้าอีกด้วย

3.คุณต้องมีการแจกฟรีหรือลดสินค้า เป็นบางช่วง คนเราส่วนใหญ่มักชอบของฟรี หรือชอบซื้อสินค้าลดราคา บางคนซื้อไปเป็นจำนวนมากๆ เกินความจำเป็น ฉะนั้นการแจกฟรีหรือการลดสินค้า ก็ถือว่าเป็นการกระตุ้นลูกค้าให้ตัดสินใจซื้อสินค้าอีกวิธีหนึ่ง เพียงแต่ต้องมีการวางแผนงานว่าจะแจกฟรีหรือลดสินค้าในช่วงเดือนใดของปี

4.คุณต้องนำเสนอความกลัว บริษัทประกันชีวิตได้กระตุ้นให้คนซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต ก็ด้วยการนำเสนอ เรื่องของ ความตาย ความเจ็บป่วย อุบัติเหตุ ซึ่งก็ได้ผลดีสำหรับลูกค้าบางส่วน ที่มีความกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

5.คุณต้องกระตุ้นความภาคภูมิใจ รถยนต์ราคาแพงบางยี่ห้อ ราคาเป็นล้านบาทขึ้นและไม่ยอมลดราคา แต่ก็มีคนแห่ไปซื้อขับเป็นจำนวนมาก เพราะคนซื้อเกิดความภาคภูมิใจที่ได้ใช้ ถึงแม้จะต้องจ่ายเงินไปด้วยราคาสูงก็ตาม หรือ ไวน์ บางขวดราคาเป็นแสนๆ แต่ก็มีคนซื้อกินกัน เนื่องมาจากเกิดความภาคภูมิใจที่ได้กินไวน์ในราคาแพง อีกทั้งยังนำไปอวดหรือนำไปคุยกับเพื่อนๆได้อีกด้วย

6.คุณต้องกระตุ้นด้วยการชิงโชค ลูกค้าหลายๆคน เกิดความโลภเกิดความอยากได้รางวัล เมื่อมีการชิงโชค จึงพยายามซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก เพื่อที่จะได้ส่งชิ้นส่วนไปชิงรางวัล การชิงโชคนี้สอดคล้องกับนิสัยที่ชอบเสี่ยงโชคของคนไทย อีกทั้งทำได้ง่าย เป็นการกระตุ้นยอดขายได้อย่างรวดเร็วในช่วงที่มีการชิงโชค

7.คุณต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ลูกค้าเป็นจำนวนมากมักอุดหนุน สินค้า ผลิตภัณฑ์กับผู้ขายหรือเจ้าของที่ตนเองรู้จัก มากกว่าอุดหนุนสินค้ากับคนอื่นๆที่ตนเองไม่รู้จัก ฉะนั้นหากคุณต้องการขายสินค้าได้มากขึ้น คุณควรสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าของคุณ หลายบริษัทใหญ่ๆ ได้นำระบบ การบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relationship Management : CRM) มาใช้

8.คุณต้องกระตุ้นยอดขายด้วยการบริการ หากว่าการบริการของคุณดีกว่าคุณแข่ง ลูกค้ารายเก่าก็มักจะโฆษณาแบบปากต่อปากให้แก่สินค้าของคุณ แต่ตรงกันข้ามถ้าหากว่าการบริการของคุณไม่ดี ลูกค้าก็จะโฆษณาแบบปากต่อปากให้แก่สินค้าของคุณ แต่โฆษณาให้ในทางลบ ซึ่งอาจทำให้ยอดขายของคุณตกในเวลาต่อมา

9.คุณต้องนำเสนอคุณประโยชน์ของสินค้าของคุณ สินค้าหลายตัวมีประโยชน์มากเช่น รักษาโรคต่างๆได้เป็นอย่างดี เมื่อสินค้ามีคุณประโยชน์มาก จึงทำให้คนอยากซื้อสินค้าเพื่อนำเอาไปใช้ การนำเสนอคุณประโยชน์จึงเป็นอีกทางหนึ่งในการทำให้สินค้ของคุณขายดี จงหาคุณประโยชน์ของสินค้าเพื่อกระตุ้นยอดขาย

10.คุณต้องกระตุ้นโดยใช้คำพูดที่ทรงพลังและจูงใจ เช่น คุณสามารถให้เงินทำงานแทนคุณได้ , จงสร้างระบบแล้วให้ระบบทำงานแทนคุณ, รวยลูกเดียว (ส่วนใหญ่คำพูดเหล่านี้ใช้มากในการทำธุรกิจเครือข่าย) สำหรับคำพูดที่ทรงพลังในการขายสินค้า คือ ดีที่สุด , เร็วที่สุด , เยี่ยมที่สุด, ถูกที่สุด เป็นต้น

11.คุณต้องสร้างเรื่องราว หลายธุรกิจมักจะมีเรื่องราว โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวหรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทำให้เกิดธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงต่อกัน เช่น ธุรกิจขายของฝาก ของที่ระลึก , ธุรกิจขนส่งนักท่องเที่ยว , ธุรกิจถ่ายภาพ เป็นต้น

12.คุณต้องสร้างความแตกต่างของสินค้า สินค้าเหมือนๆกัน มักขายได้ในราคาเท่ากันหรือมีราคาถูกกว่าราคาตลาด แต่หากว่าคุณสามารถสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นกับสินค้าได้ สินค้าของคุณจะเป็นที่น่าสนใจ น่าดึงดูดใจให้คนมาซื้อ อีกทั้ง ยังขายได้ในราคาแพงกว่าราคาตลาดอีกด้วย

13.คุณต้องเพิ่มช่องทางการตลาดของคุณให้มากยิ่งขึ้น เช่น การขายผ่านทางโทรศัพท์มือถือ การบริการผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ในยุคปัจจุบันโทรศัพท์มือถือกลายเป็นสื่อโฆษณาและช่องทางในการจัดจำหน่าย โทรศัพท์มือถือสามารถทำอะไรได้หลายอย่าง ถ่ายรูป ดูหนัง ฟังเพลง ดู Social Media ดูข้อมูลต่างๆได้ อีกด้วย

14.คุณต้องสร้าง แบรนด์(Brand) ให้แข็งแกร่ง แบรนด์เป็นเครื่องมือหนึ่งทางการตลาดที่ได้รับความนิยมและมีการพูดถึงกันมาก แบรนด์ทำให้สินค้านั้นเกิดความยั่งยืนกว่าสินค้าที่ไม่ได้สร้างแบรนด์ แบรนด์ทำให้สินค้านั้น ขายได้ดี ขายได้มากกว่าสินค้าที่ไม่ได้มีการสร้างแบรนด์

15.คุณต้องสร้างนวัตกรรมใหม่ สตีฟ จอบส์ เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องนี้ สินค้าตระกูล I เป็นที่นิยมของตลาดก็เนื่องมาจาก สตีฟ จอบส์ เป็นผู้คิดริเริ่มหาสิ่งแปลกๆใหม่ๆ ให้กับวงการ ฉะนั้น สินค้าที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ จึงเป็นที่ต้องการของตลาด เพราะสินค้าภายในตลาดมีความคล้ายคลึงกันหรือมีความเหมือนกันเป็นจำนวนมาก

16.คุณต้องรู้จักจังหวะ จังหวะเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอันมาก สำหรับการสร้างยอดขายสินค้า ช่วงใดที่เศรษฐกิจตกต่ำ แน่นอน ยอดขายสินค้าย่อมมีโอกาสขายได้น้อยกว่า สินค้าที่ขายในช่วงเศรษฐกิจดี ฉะนั้น การหาจังหวะในการลงทุน จังหวะในการขายสินค้าตามแนวโน้มทางเศรษฐกิจ จึงเป็นสิ่งที่ต้องศึกษา หาข้อมูลก่อนที่จะลงทุนจริงๆ

17.คุณต้องใช้การตลาดออนไลน์เขย่า ปัจจุบันธุรกิจขนาดเล็กขนาดกลาง สามารถทำการตลาดได้ด้วย Social Media ,Facebook Marketing , Twitter Markting ,Youtube,Game Marketing เช่นเดียวกับธุรกิจขนาดใหญ่ เนื่องจากเทคโนโลยีปัจจุบันมีความทันสมัยเป็นอันมาก

18.คุณต้องไม่สร้างชื่อเสียให้แก่สินค้าของคุณ สินค้าหลายตัวเมื่อมีเรื่องมีราวที่ไม่ดี สินค้าไม่มีคุณภาพ ใช้แล้วเป็นอันตราย จึงทำให้ลูกค้าไม่ซื้อสินค้านั้นอีกต่อไป เลยทำให้ประสบกับการขาดทุน ฉะนั้น ควรระวังเรื่องที่ทำให้เกิดการเสียชื่อเสียงแก่สินค้าและบริษัท

19.คุณต้องมีการปรับแผนการตลาดของคุณเพื่อให้เข้ากับประเทศ วัฒนธรรมนั้นๆ ศาสตร์ทางด้านการตลาดเป็นทั้งศาสตร์คือเรียนรู้ได้ เป็นทั้งศิลป์คือสามารถนำเอาไปประยุกต์ใช้ได้ ตามสถานการณ์ ดังนั้น ศาสตร์ทางการตลาดจึงไม่อยู่นิ่งกับที่ เป็นศาสตร์ที่ต้องเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผู้ใช้ศาสตร์ด้านนี้จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาจึงจะประสบความสำเร็จในการทำการตลาด

ฉะนั้นการที่จะขายสินค้าได้เพิ่มมากขึ้น การที่จะขยายสินค้าให้ได้มากขึ้น จึงต้องอาศัยการตลาดเข้ามาช่วย ข้อความในบทความ เรื่อง การตลาดขั้นเทพ จึงเป็นข้อมูลหนึ่งที่เราสามารถนำเอาไปอ่าน นำเอาไปศึกษาและนำเอาไปใช้ อีกทั้ง ท่านผู้อ่านควรที่จะมีการค้นคว้าและศึกษาเพิ่มเติม ท่านผู้อ่านจึงจะประสบความสำเร็จในเรื่องการตลาด

"ทำการตลาดแบบทุนน้อยแต่ผลตอบแทนสูง"เทคนิคสำคัญในการวางแผนการตลาดของธุรกิจขนาดเล็กก็คือ การใช้งบประมาณที่มีจำกัดให้คุ้มที...
22/03/2014

"ทำการตลาดแบบทุนน้อยแต่ผลตอบแทนสูง"
เทคนิคสำคัญในการวางแผนการตลาดของธุรกิจขนาดเล็กก็คือ การใช้งบประมาณที่มีจำกัดให้คุ้มที่สุด การโฆษณาราคาสูงทางวิทยุในช่วงดีเจดังแค่หนึ่งครั้ง พิมพ์โบรชัวร์สี่สีสวยสด หรือการโฆษณบนเว็บไซต์ที่ใช้โปรแกรมแฟลชทำแบบตื่นตาตื่นใจ เป็นวิธีการเสียเงินไปอย่างไม่คุ้มค่า สำหรับธุรกิจขนาดเล็กคุณควรใช้ แผนการตลาดแบบประหยัด ที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องมากกว่าด้วยเหตุผลหลายประการดังต่อไปนี้

- โฆษณาสวยงามราคาแพงไม่ได้หมายความว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้น มีโฆษณาหลายชิ้นที่ผู้ชมชอบดู แต่ไม่ได้อยากจะซื้อสินค้า บางบริษัทถึงกับล้มละลายไปเพราะค่าโฆษณาชิ้นเดียว จงจำไว้ว่าทุกบาททุกสตางค์ที่ลงไปกับการทำการตลาดจะต้องทำให้ยอดยายเพิ่มขึ้น

- กลุ่มเป้าหมายของคุณจะต้องได้ยินข้อความโฆษณาอย่างน้อย 7 ครั้งจึงจะมากพอที่จะโน้มน้าวจิตใจเพื่อตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการของคุณ

- การลงเงินไปกับการตลาดหรือการขายที่มากเกินไป จะทำให้คุณไม่สามารถส่งข้อความสื่อถึงกลุ่มเป้าหมายได้บ่อยมากพอที่จะจูงใจพวกเขาให้มาซื้อสินค้าหรือบริการ

เทคนิคการตลาดแบบทุนต่ำ - ผลตอบรับสูง

- เจาะกลุ่มเป้าหมายให้ถูก สิ่งสำคัญของการทำแผนการตลาดก็คือการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน หากลุ่มเป้าหมายที่กำหนดง่าย เข้าถึงได้ด้วยงบที่จำกัด อย่าทำการตลาดแบบใคร ๆ ก็ได้ ให้กำหนดกลุ่มที่เฉพาะเจาะจง เช่น หากคุณเพาะพันธุ์สุนัขขาย คุณก็ต้องเข้าไปทำการตลาดที่กลุ่มคนรักสุนัข งานโชว์สุนัข และสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ไม่ใช่กำหนดกลุ่มเป้าหมายไปที่คนเลี้ยงสุนัขทุกคน การกำหนดแบบนี้นับเป็นการกำหนดแบบไม่มีประสิทธิภาพเพราะต้องใช้งบประมาณสูงในการส่งข่าวสารไปยังกลุ่มคนจำนวนมาก

- ใช้สื่อโฆษณาใกล้ตัว คุณสามารถใช้สื่อโฆษณาบริษัทที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ด้วยงบประมาณน้อยนิด เช่น แปะเว็บไซท์ของบริษัทไว้ที่รถของคนในครอบครัวหรือรถบริษัท จำทำของแจกลูกค้าง่าย ๆ เช่น พวกกุญแจ ปากกา กระดาษโน้ต

- หาผู้ร่วมทุน การสร้างพันธมิตรในการค้ามีพลังมากสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก เพราะนอกจากจะเสริมความเชื่อมั่นให้ลูกค้าแล้ว ยังประหยัดค่าใช้จ่ายค่าทำการตลาดได้ด้วย อีกทั้งคุณยังสามารถกระจายสินค้าหรือบริการไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่ สร้างโอกาศที่จะขยายกิจการได้

- ใช้วิธีบอกต่อ วิธีการที่มีประสิทธิภาพสูงสุดที่จะได้ลูกค้าใหม่ก็คือการตลาดแบบแนะนำบอกต่อ นั่นคือลูกค้าพึงพอใจกับสินค้าหรือบริการของคุณแล้วบอกต่อไปยังคนอื่น จะช่วยดึงดูดลูกค้าได้มากกว่าการโฆษณาด้วยวิธีการพิสดารต่าง ๆ การตลาดแบบนี้ประกอบด้วย การโน้มน้าวจิตใจ การส่งเสริมการขาย การให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ การใช้รางวัลกับลูกค้าปัจจุบัน สิ่งที่คุณคารจะต้องทำก็คือการคิด พูดคุยติดต่อ กับลูกค้า ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ที่สำคัญคือประโยชน์ที่เชาและเพื่อนหรือคนรู้จักจะได้รับจากบริษัทของคุณ

เหล่านี้เป็นตัวอย่างและเทคนิคการทำการตลาดแบบง่าย ๆ ที่สามารถช่วยธุรกิจขนาดเล็กเพิ่มยอดขายได้ด้วยงบประมาณต่ำ จำไว้ว่าการตลาดที่ประสบความสำเร็จนั้น มาจากความคิดสร้างสรรค์มากกว่าการใช้งบประมาณสูงๆ

"วิธีการสร้างธุรกิจให้เจริญเติบโตในช่วงเศรษฐกิจขาลง"7 วิธีที่จะช่วยสร้างธุรกิจให้เติบโตในสภาวะเศรษฐกิจขาลงดังต่อไปนี้1.ท...
17/03/2014

"วิธีการสร้างธุรกิจให้เจริญเติบโตในช่วงเศรษฐกิจขาลง"
7 วิธีที่จะช่วยสร้างธุรกิจให้เติบโตในสภาวะเศรษฐกิจขาลงดังต่อไปนี้
1.ทำการหาลูกค้าใหม่
การมีลูกค้ามากขึ้นก็เสมือนการขยายฐานพีระมิดให้มั่นคงยิ่งขึ้นนั่นเอง เราควรเริ่มหาลูกค้ารายใหม่ๆ ให้กับบริษัท ถึงแม้จะเป็นสิ่งที่ทำได้ยากในสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ แต่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่สุดเหมือนกันในสภาวะเศรษฐกิจดังกล่าว โดยอาจจัดตั้งทีมขึ้นมาสักหนึ่งทีมทำหน้าที่เสมือนกับพนักงานขายในห้างสรรพสินค้าแต่มีอะไรที่เหนือมากกว่าพนักงานขายทั่วไป ทำหน้าที่ค้นหาและสร้างลูกค้ารายใหม่ขึ้นมา ซึ่งการได้ลูกค้ารายใหม่เข้ามาจะทำให้สามารถกำหนดและสร้างตลาดในกลุ่มใหม่ๆ ได้อีกด้วย
อีกทั้งยังเป็นผลดีกับทางบริษัทเป็นอย่างมาก เพราะการที่บริษัทมีลูกค้าใหม่เข้าเพิ่มมากขึ้นก็เปรียบเสมือนกับการขยายฐานพีระมิดที่จะช่วยสร้างความมั่นคงให้กับทางบริษัท จำไว้ว่า ยิ่งเศรษฐกิจมีภาวะถดถอยมากเท่าไร ยิ่งต้องหาลูกค้ารายใหม่เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
2.การจัดการการเงิน
การจัดการเงินส่วนสำคัญที่สุดที่ต้องดูคือ "กระแสเงินสดของบริษัท" หรือ Cash Flow อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการประกอบธุรกิจคือเรื่องของเงิน ซึ่งในสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำเงินจะเป็นสิ่งที่หายากมาก ดังนั้นการจัดการควบคุมการใช้จ่ายเงินในบริษัทต้องทำอย่างรัดกุมและคุ้มค่าต่อเม็ดเงินมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระแสเงินสดที่หมุนเวียนในบริษัทที่จะต้องดูแลจัดการให้ดีมากขึ้นเป็นพิเศษ เพราะต้องนำเงินส่วนนี้ไปจ่ายเป็นค่าสาธารณูปโภคต่างๆ ในบริษัท จ่ายเงินเดือนพนักงาน ซื้อวัตถุดิบหรือปัจจัยการผลิต ชำระสินเชื่อหรือเงินทุนที่กู้ยืมมาจากแหล่งต่างๆ หากกระแสเงินสดของบริษัทขาดสภาพคล่อง ควรรีบหาเงินมาสำรองจ่ายไปก่อนในทันที เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจที่อาจหยุดชะงัก ซึ่งหมายถึงรายได้ที่จะหายตามไปด้วย โดยปัญหาสำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งที่พบบ่อยมากและเป็นอุปสรรคขัดขวางในการเจริญเติบโตทางธุรกิจก็คือ การจัดการกระแสเงินสดหมุนเวียนในบริษัทที่ไม่มีประสิทธิภาพ อันมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากลูกค้าของคุณจ่ายเงินชำระล่าช้านั่นเอง
3.การกำหนดเป้าหมายดำเนินการ
การกำหนดเป้าหมายและวิธีปฏิบัติที่ชัดเจนมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเปรียบเสมือนการวางแผนการล่วงหน้าอย่างคร่าวๆ ซึ่งสิ่งแรกที่ต้องทำก่อนคือกำหนดเป้าหมายปลายทางที่ต้องการจะไปถึง เช่น ถ้าเป็นการขายผลิตภัณฑ์หรือสินค้าประเภทต่างๆ ก็ควรกำหนดยอดที่ควรขายให้ได้เอาไว้ล่วงหน้าให้ชัดเจนเพื่อสร้างแรงกระตุ้น อีกทั้งยังสามารถนำมาคำนวณตัวเลขรายรับทางบัญชีได้ล่วงหน้าอีกด้วย
4.ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่
การค้นหาเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการผลิตสินค้าหรือนำมาประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์ให้เกิดความเหมาะสม ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ช่วยสร้างความเจริญเติบโตก้าวหน้าให้บริษัท เพราะจะช่วยทำให้เรามีเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย สามารถผลิตสินค้าได้ครั้งละมากๆ ต้นทุนการผลิตสินค้าต่อหน่วยถูกลงกว่าเดิม อีกทั้งจัดให้พนักงานของบริษัทได้เรียนรู้การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เป็นการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรบริษัทไปในตัวอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับบริษัทที่ต้องการประสบความสำเร็จ
5.ปรับปรุงการบริการลูกค้า
หลายคนมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าการปรับปรุงการบริการลูกค้าไม่ใช่สิ่งสำคัญที่ควรทำในช่วงเศรษฐกิจขาลง ควรหันไปให้ความสนใจเรื่องอื่นๆ ในการประคับประคองธุรกิจให้อยู่รอดน่าจะดีกว่า ซึ่งถ้าคำตอบคือแค่ต้องการประคองธุรกิจให้อยู่รอด เหตุผลที่ให้มาก็คงเหมาะสมกันดี แต่ถ้าคิดจะให้ธุรกิจเจริญเติบโต ความคิดข้างต้นถือเป็นความคิดที่แย่มาก เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาลูกค้าเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่คอยหล่อเลี้ยงบริษัทของเราให้อยู่รอดมาโดยตลอด ยิ่งในสภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ผู้คนมักไม่อยากลงทุนและไม่ใช้สินค้าหรือบริการที่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากนัก ซึ่งจากเหตุผลดังกล่าวยิ่งต้องทำให้บริษัทต้องเร่งปรับปรุงและดูแลเอาใจใส่ลูกค้าให้มากขึ้นกว่าเดิมอีก เพื่อเป็นการรักษาลูกค้าเดิมที่เป็นรายได้หลักเอาไว้นั่นเอง
6.ลงทุนในการฝึกอบรมพนักงาน
การพัฒนาพนักงานก็เป็นการเพิ่มศักยภาพของบริษัทอีกทางหนึ่ง
การฝึกอบรมพนักงานถือเป็นการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับบริษัทอีกทางหนึ่ง เพราะพนักงานที่ผ่านการฝึกอบรมจะมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม อีกทั้งยังมีความกระตือรือร้นที่จะนำวิชาความรู้ที่ได้มาจากการฝึกอบรมนำมาใช้ในตำแหน่งหน้าที่การงานในบริษัท ซึ่งจะมีส่วนสำคัญอย่างมากในการทำให้ธุรกิจของเราเติบโตต่อไปได้ ถึงแม้จะต้องเสียเงินค่าอบรมเป็นจำนวนหนึ่งก็ตาม แต่ก็ถือว่าคุ้มค่ากับผลตอบรับที่ได้กลับคืนมา
7.จัดระบบการจัดการผู้ขายหรือตัวแทนจำหน่าย
การค้าขายสินค้าทั่วไปนั้น ตัวแทนจำหน่ายหรือ Supplier มีอิทธิพลและอำนาจในการต่อรองค่อนข้างสูง เช่น อาจขึ้นราคาวัตถุดิบที่เราต้องการนำมาใช้ผลิตสินค้า หรือการตั้งเงื่อนไขในการจำหน่ายสินค้าให้เรา ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการคือ พูดคุยตกลงกันในเรื่องต่างๆ ให้แต่ละฝ่ายมีผลประโยชน์ที่ไปด้วยกันได้ เพราะนอกจากตัวแทนจำหน่ายจะมีอิทธิพลต่อเราแล้ว เราเองก็มีอิทธิพลต่อตัวแทนจำหน่ายเหมือนกัน เพราะถ้าไม่มีเรา ตัวแทนจำหน่ายก็ไม่รู้จะขายวัตถุดิบให้ใคร หรือจะเอาสินค้าที่ไหนมาวางจำหน่ายถ้าเราไม่ส่งให้ ซึ่งบางทีตัวแทนจำหน่ายอาจช่วยเหลือเราทางด้านเทคนิคต่างๆ หรือแม้แต่กระทั่งด้านการเงินก็เป็นไปได้

Believe ที่มีความหมายว่า "ความเชื่อ" เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการธุรกิจที่กำลังจะเผชิญหน้าหรือกำลังสู้อยู่กับปัญหาทางธุรกิจที่กำลังรุมเร้าอยู่จำเป็นต้องมี เพราะปัญหาทางธุรกิจเป็นเรื่องหนักหนาสาหัสมากพอสมควร ถ้าเราเกิดหมดหวัง ไม่มีกำลังใจ และท้อแท้ในการต่อสู้แล้ว เราก็คงไม่มีวันสามารถเอาชนะปัญหาอุปสรรคต่างๆ ในโลกธุรกิจได้ แต่ถ้าเรามีความเชื่อมั่น เชื่อว่าปัญหาไม่ใหญ่ เชื่อว่าปัญหามีทางแก้ไข เชื่อว่าเราสามารถเอาชนะปัญหานั้นได้ เชื่อมั่นในตัวเองว่าจะประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ สิ่งต่างๆ ก็สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ขอเพียงแค่เรามีความเชื่อมั่นและตั้งใจทำอย่างจริงจัง ทุกสิ่งก็จะตามมาหาเรา

เหมือนเช่นวิธีการสร้างธุรกิจให้เจริญเติบโตในภาวะเศรษฐกิจขาลง บางคนอาจจะคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้ ในเมื่อภาพรวมของเศรษฐกิจทั่วโลกต่างอยู่ในแดนลบกันทั้งนั้น ถ้าเราเชื่อเช่นนั้นบทความนี้ก็คงเป็นบทความที่มีการแนะนำวิธีการผ่านตัวหนังสือที่ธรรมดาๆ แต่ถ้าเราเชื่อว่าตัวเองสามารถทำได้ นำมาประยุกต์ใช้อย่างสร้างสรรค์ให้เข้ากับธุรกิจ และมีความต้องการที่มากพอ ความสำเร็จก็คงไม่ไกลจากตัวเราสักเท่าไรนัก นี่คือข้อแตกต่างระหว่างคนประสบความสำเร็จกับคนธรรมดาทั่วไปนั่นเอง

ว่าด้วยเรื่อง”การตลาดข้างถนน” ในยุคของการใช้สื่อออนไลน์กันอย่างมากมาย วันๆ เราต้องมาคิดว่า เราจะการตลาดแบบไหนถึงจะเข้าถึ...
31/01/2014

ว่าด้วยเรื่อง”การตลาดข้างถนน”
ในยุคของการใช้สื่อออนไลน์กันอย่างมากมาย วันๆ เราต้องมาคิดว่า เราจะการตลาดแบบไหนถึงจะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าของเราดี ไม่ว่าจะเป็นการใช้หลักการตลาดอย่าง 4P ที่นักการตลาดเรียนรู้กันดี ได้แก่ Price Place Product และ Promotion ซึ่งถ้าถามนักการตลาดส่วนใหญ่แล้ว 4P นี้ แทบจะนำมาเรียนรู้และใช้งานกัน อยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าเป็นชาวบ้านทั่วๆ ไปนั้น คงจะไม่รู้หรอก ว่าอะไรคือการหลักการตลาด อะไรคือ 4p, Brand Loyalty, Blue Ocean, และอีกหลายสูตรที่คิดค้นให้กับการวางแผนการตลาดขึ้นมาเพื่อให้ถูกใจกับ ลูกค้าและก่อให้เกิดกำไรสูงสุด แน่นอนว่า สูงสุดสู่สามัญ บางครั้งเราควรคิดและทำอะไรง่ายๆ กันดูบ้าง เพราะอาจจะดีกว่า หากคุณลองสลัดสูตรต่างๆ ทางการตลาดออกไป แล้วแวะไปหาการตลาดข้างถนนแทน
อย่างวันก่อนนี้ ดิฉันแวะไปกินข้าวในร้านข้าวแถว office มา พบวิธีการทำตลาดแบบง่ายๆ แต่ได้ผลดี คือ ที่ร้านขายอาหารตามสั่งนั้น ขึ้นป้ายไว้ตัวใหญ่ ว่า “กำลังจะย้ายร้าน ขอตอบแทนลูกค้าทุกคนด้วย ราคายำ 15 บาท” แล้วก็มีป้ายชื่อ ยำต่างๆ ติดบริเวณด้านล่าง ยำปลาหมึก ยำมาม่า ยำวุ้นเส้น ยำรวมมิตร ยำหมูยอ ฯลฯ
หากมองผิวเผินเราก็จะพบว่า เป็นการขายอาหารแบบปกติ และมีการอ้างอิงการใช้ P ตัวที่ 4 คือ Promotion ที่สร้างแคมเปญดึงดูดลูกค้าให้มารับประทานกัน แต่หากมาวิเคราะห์กันให้ชัดๆ เราจะเห็นได้ว่า ทางร้านค้านั้น ได้ศึกษาถึงพฤติกรรมผู้บริโภคมาแล้ว
ด้วยหลักการง่ายๆ คือ ลูกค้าที่เข้าไปรับประทานอาหารนั้น ส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นชาวบ้านแถวนั้น หรือคนเดินผ่านทาง และพฤติกรรมการกินคือ สั่งข้าวคนละจาน เพื่อรีบกิน รีบไป แต่เมื่อเห็นป้ายลดราคายำต่างๆ ของทางร้าน ปรากฏว่าแทบทุกโต๊ะ จะสั่งยำขึ้นมาทานเล่น หรือกินคู่กับอาหารจานหลักที่สั่งไปแล้ว ทั้งๆ ที่ไม่จำเป็นต้องสั่ง ลูกค้าหลายคนสั่งมาชิมๆ ไปอย่างนั้น และถ้าไม่มีป้ายลดราคายำนี้ ทุกคนจะกินข้าวจานเดียวกลับออกไป แต่เมื่อทุกคนเห็นป้ายลดราคายำ ทุกคนสั่งมากินเล่น โดยไม่นึกเสียดายเงิน เพราะเห็นว่า ราคาไม่แพง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว “ยำ” เป็นอาหารทานเล่น ไม่จำเป็นต้องกิน ไม่จำเป็นต้องสั่ง แต่เมื่อมีการลดราคาแบบนี้ แน่นอนว่า ทุกคน ทุกโต๊ะ สั่งมาทานกันทั้งนั้น ทำให้รายได้เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
จากหลักการง่ายๆ ข้างต้น สรุปออกมาเป็นข้อๆ ที่คนทำธุรกิจจำเป็นต้องรู้ มีดังนี้

1. สำรวจตััวเอง
สำรวจตัวเอง อันนี้ ต้องเข้าใจในตัวของเรา ร้านของเราอย่างชัดเจน เช่น ร้านเราขายอาหารตามสั่ง อะไรที่จุดเด่น จุดด้อยของร้านเรา ถ้าเราขายหมูทอดได้อย่างโดดเด่น เราก็สร้าง brand ไปเลยว่า ถ้าคิดถึงหมูทอด ก็ต้องมีหมูทอดร้านเรา อย่างเช่น หมูทอดร้านเจ้จง ที่ตอนนี้ ขายดีเป็นเทน้ำ เทท่าไปแล้ว นั่นเป็นเพราะเขารู้จักสำรวจตัวเอง รู้ว่า อาหารขึ้นชื่อของร้านคืออะไร และจะทำการตลาดกับจุดเด่นของเราได้อย่างไร เป็นต้น
2. กลุ่มเป้าหมายของเรา หรือลูกค้า (Target group)
จากตัวอย่างที่ยกมาให้ดูนี้ ว่าเป็นร้านอาหารตามสั่ง ก็สามารถเรียนรู้จากพฤติกรรมผู้บริโภคได้ว่า ส่วนใหญ่เป็นคนสั่งข้าวจานเดียว โดยส่วนใหญ่มาทานคนเดียวหรือ 2 คนเท่านั้น เป็นต้น
3. การติดตามผล (Tracking)
จากตัวอย่างที่ยกมานี้ ร้านค้านี้ มีการทำติดตามผล ด้วยการติดตามผลว่า ยำอะไรขายดีที่สุด และอาจจะนำยำที่ขายดีที่สุดมาจัดโปรโมชั่นหรือการตลาดพิเศษเพิ่มเติมในอนาคต ต่อไปได้ เพราะนอกจากนี้ ถ้าวิเคราะห์กันดีๆ จะพบว่า สินค้าเหลือใช้ หรือสินค้าส่วนเกินนี้เองที่จะเป็นตัวที่ทำตลาดได้มากที่สุด การสั่งอาหารมักจะเป็นกระเพราไก่ไข่ดาว เป็นอาหารที่ขึ้นชื่อที่ทุกร้านต้องสั่งอยู่แล้ว เราก็สามารถทำการตลาดกับการขายข้าวกระเพรา+ไข่ดาว ได้เพิ่ม อาจจะเป็นเมนูคอมโบเซ็ต เช่น สั่ง กระเพราะ+ไข่ดาว เพิ่ม 10 บาท ได้น้ำแกงเล็ก 1 ถ้วย เป็นต้น
การตลาดข้างถนนอีกตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ มีพ่อค้าคนหนึ่งเป็นช่างปั้นพระพิฆเณศ แต่เป็นพระพิฆเณศปางใหม่ ถ้าเอามาตั้งขายตามปกติ แน่นอนว่า ขายไม่ได้แน่นอน เขาเลยคิดวิธีการตลาดโดยใช้หลักการง่ายๆคือ ให้มีการเปิดประมูลซื้อรูปปั้นพระพิฆเณศนี้ ที่ย่านแหล่งชุมชนนั่นก็คือ รัชดาฯ นี่เอง
การเปิดการขายแบบประมูล แบบนี้ ทำให้มีคนสนใจมากมาย แล้วก็ขายสินค้าได้ราคาดี มีคนสั่งจอง แทบจะทำกันไม่ทันเลยทีเดียว เพียงแต่การตลาดแบบนี้ ต้องอาศัยความกล้ามากหน่อย แต่ผลที่รับก็คุ้มค่า คุ้มกับที่สิ่งที่ได้ลงทุนลงแรงไปกันเลยทีเดียว
นี่เป็นตัวอย่างการทำตลาดแบบไม่ต้องอาศัยหลักการและทฤษฎีอะไรมาก แค่สร้างโอกาสให้กับตัวเอง หาจุดเด่น จุดด้อยของตัวเราเอง จับมาทำการตลาด รายได้ก็จะเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ อย่าลืมนะคะว่า บางทีการตลาดแบบง่ายๆ ก็อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด

ที่อยู่

Bangkok
10240

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ หลักการตลาด การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง หลักการตลาด การโฆษณา ประชาสัมพันธ์:

แชร์