Pete WordPress Seo

Pete WordPress Seo ออกแบบเว็ปไซต์ เพื่อการตลาด เพิ่มย?

Google ออกบทลงโทษอันดับการค้นหาผ่านการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพร็อพเพอร์ตี้ของคุณภายใน Google Search Console เพื่อ...
10/03/2024

Google ออกบทลงโทษอันดับการค้นหาผ่านการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่
ตรวจสอบพร็อพเพอร์ตี้ของคุณภายใน Google Search Console เพื่อดูการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่เพื่อดูว่าคุณได้รับผลกระทบหรือไม่

วันรุ่งขึ้นหลังจากที่ Google เปิดตัวนโยบายสแปมการค้นหาใหม่ซึ่งรวมถึงสแปมและการอัปเดตหลักในเดือนมีนาคม 2024 Google ก็เริ่มลงโทษเว็บไซต์ที่บริษัทค้นหารู้สึกว่าละเมิดนโยบายสแปมเหล่านั้น

ผลลัพธ์ของการลงโทษการค้นหาเหล่านี้คือบางไซต์ถูกถอดออกจากผลการค้นหาของ Google ทั้งหมดหรือบางส่วน และปริมาณการค้นหาทั้งหมดหรือบางส่วนถูกลบออกไป

ไซต์เหล่านี้ยังได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับบทลงโทษเหล่า นี้ในส่วนการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ภายในGoogle Search Console

การดำเนินการด้วยตนเอง Google อธิบายว่า “Google ออกการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่กับไซต์เมื่อผู้ตรวจสอบที่เป็นมนุษย์ของ Google พิจารณาว่าหน้าต่างๆ บนไซต์ไม่สอดคล้องกับ นโยบายสแปม ของGoogle การดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่พยายามบิดเบือนดัชนีการค้นหาของเรา ปัญหาส่วนใหญ่ที่รายงานที่นี่จะส่งผลให้หน้าเว็บหรือไซต์ได้รับการจัดอันดับต่ำลงหรือละเว้นจากผลการค้นหาโดยไม่มีการแสดงภาพใดๆ ให้ผู้ใช้เห็น”

ตัวอย่าง. Google ได้ออกการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่สแปมแท้จำนวนหนึ่ง การกระทำที่เป็นสแปมล้วนๆ เหล่านั้นคือ “หน้าเว็บต่างๆ ในเว็บไซต์นี้ดูเหมือนจะใช้เทคนิคสแปมเชิงรุก เช่น คำพูดที่ไม่มีความหมายที่สร้างขึ้นโดยอัตโนมัติ การปิดบัง การคัดลอกเนื้อหาจากเว็บไซต์อื่นๆ และ/หรือการละเมิดนโยบายสแปมของ Google สำหรับการค้นเว็บซ้ำๆ หรืออย่างร้ายแรง” ตามการละเมิด ประกาศ

นี่คือภาพหน้าจอของหนึ่งในหลายภาพที่เราเห็นโพสต์บนเว็บ:

บางรายยังรายงานว่ามีการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่สำหรับ "เนื้อหาที่ทำให้เข้าใจผิด" Google กล่าวในการละเมิดดังกล่าวว่า "ไซต์ของคุณดูเหมือนจะละเมิดนโยบายเนื้อหาที่ทำให้เข้าใจผิดของเราและทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดในการมีส่วนร่วมกับไซต์โดยสัญญาว่าจะให้รายละเอียดซึ่งไม่ได้สะท้อนอยู่ในเนื้อหา"

ฉันโพสต์ตัวอย่างการร้องเรียนเหล่านี้หลายสิบตัวอย่างในSearch Engine Roundtable

การดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่เทียบกับการอัปเดตอัลกอริธึม สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่นั้นดำเนินการโดยมนุษย์ที่ Google เจ้าหน้าที่ตรวจสอบไซต์ของคุณและพิจารณาว่าไซต์ดังกล่าวละเมิดนโยบายสแปม Google อาจทำให้กระบวนการบางอย่างในการค้นหาการละเมิดเหล่านี้เป็นแบบอัตโนมัติ แต่ Google ถือว่ากระบวนการเหล่านี้ "ดำเนินการเอง"

การอัปเดตอัลกอริทึม เช่น การอัปเดตหลักในเดือนมีนาคม 2024 หรือการอัปเดตสแปมจะไม่ได้รับการแจ้งเตือนถึงอันดับลดลงผ่านโปรแกรมดูการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ของ Google Search Console การอัปเดตอัลกอริทึมเป็นไปโดยอัตโนมัติ และ Google จะไม่แจ้งให้เจ้าของไซต์ทราบเมื่อไซต์ได้รับผลกระทบในเชิงลบ (หรือเชิงบวก) จากการอัปเดตอัลกอริทึม แน่นอนว่าไซต์อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่และการอัปเดตอัลกอริทึม

วิธีแก้ไขไซต์ของคุณหลังการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ หากคุณได้รับการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ นั่นหมายความว่าคุณสามารถดำเนินการแก้ไขการละเมิดและลบการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ได้ นี่คือขั้นตอนที่คุณสามารถทำได้ตาม Google:

ขยายแผงคำอธิบายการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ในรายงานเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม
ดูว่าเพจใดบ้างที่ได้รับผลกระทบ
ดูประเภทและคำอธิบายสั้นๆ ของปัญหา และคลิกลิงก์ "เรียนรู้เพิ่มเติม" เพื่อดูข้อมูลโดยละเอียดและขั้นตอนในการแก้ไขปัญหา (คุณสามารถดูข้อมูลโดยละเอียดสำหรับแต่ละการกระทำด้านล่างในหน้านี้)
แก้ไขปัญหาใน หน้าเพจที่ได้ รับผลกระทบทั้งหมด การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าบางหน้าจะไม่ทำให้คุณได้รับผลตอบแทนบางส่วนจากผลการค้นหา หากคุณมีการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่หลายครั้งในไซต์ของคุณ โปรดอ่านและแก้ไขการดำเนินการทั้งหมด
ตรวจสอบให้แน่ใจว่า Google สามารถเข้าถึงเพจของคุณได้ หน้าที่ได้รับผลกระทบไม่ควรต้องมีการเข้าสู่ระบบ อยู่หลังเพย์วอลล์ หรือถูกบล็อกโดย robots.txt หรือคำสั่ง noindex คุณสามารถทดสอบ การเข้าถึงได้โดยใช้ เครื่องมือตรวจสอบ URL
เมื่อ ปัญหาทั้งหมด ที่แสดงอยู่ในรายงานได้รับการแก้ไขใน ทุกหน้าให้เลือก ขอรับการตรวจสอบ ในรายงานนี้ ในคำขอให้พิจารณาใหม่ โปรดอธิบายการแก้ไขของคุณ คำขอที่ดีประกอบด้วยสามสิ่ง:
อธิบายปัญหาด้านคุณภาพที่แน่นอนในไซต์ของคุณ
อธิบายขั้นตอนที่คุณดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหา
บันทึกผลลัพธ์ของความพยายามของคุณ
การตรวจสอบเพื่อพิจารณาใหม่อาจใช้เวลาสักระยะ ( ดูด้านล่าง ) คุณจะได้รับแจ้งความคืบหน้าทางอีเมล คุณจะได้รับข้อความยืนยันการตรวจสอบเมื่อคุณส่งคำขอ เพื่อแจ้งให้คุณทราบว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบ อย่าส่งคำขอของคุณอีกครั้งก่อนที่คุณจะได้รับการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับคำขอที่ค้างอยู่ของคุณ
ใช้เวลานานแค่ไหน. Google กล่าวว่า “การตรวจสอบการพิจารณาใหม่ส่วนใหญ่อาจใช้เวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์ แม้ว่าในบางกรณี เช่น คำขอให้พิจารณาใหม่ที่เกี่ยวข้องกับลิงก์ อาจใช้เวลานานกว่าปกติในการตรวจสอบคำขอของคุณ”

Google เพิ่มว่าคุณจะได้รับแจ้งทางอีเมลเมื่อเราได้รับคำขอของคุณ ดังนั้นคุณจะรู้ว่าคำขอดังกล่าวยังใช้งานได้อยู่ คุณจะได้รับอีเมลเมื่อการตรวจสอบเสร็จสมบูรณ์

ทำไมเราถึงสนใจ เราขอแนะนำให้คุณตรวจสอบโปรแกรมดูการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ของไซต์ของคุณเพื่อดูว่าคุณมีการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น คุณอาจสังเกตเห็นว่ามีการเข้าชมลดลงอย่างมากและอาจสังเกตเห็นว่าเว็บไซต์ของคุณถูกลบออกจาก Google Search

หากคุณได้รับผลกระทบ คุณต้องตัดสินใจว่าจะดำเนินการใดเพื่อกู้คืน จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการขอพิจารณาใหม่

โปรดทราบว่าการอัปเดตหลักและสแปมแตกต่างจากการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่ และจะใช้เวลา 2-4 สัปดาห์ในการเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบ

Reference : searchengineland

#รับทำseo #รับทำbacklink #ขายแบคลิ้งค์ #รับทำเว็บไซต์

31/01/2024

*สอนการใช้งาน แบบ มือโปร ทุกฟังชั่น*
Ahref
Similarweb
Semrush
Moz
Uber Sugguest
DIID
Analytic Google
Search Console
Web Analysis
Competitor Analysis

*สอนการใช้งานเบื้องต้น *
HTML CSS PHP JAVA
Wordpress
Woocommerce
Elementor
Divi
AppSheet

บริการ ทำ
ระบบ ตระกร้าออนไลน์ และ Booking สต็อคสินค้า

ทำเว็บไซต์
เริ่มต้น 5,000
ปานกลาง 15,000
พรีเมี่ยม 30,000

ทำ Backlink DA/DR 30 -80
เริ่มต้น 5,000 - 80,000 / โปรเจ็ค

บริการทำเว็บไซต์ / แอพ
- โรงเรียนออนไลน์ คอร์สออนไลน์
- เช่ารถออนไลน์
- E-book
- ระบบ สต็อค สินค้า ตัดยอด อัตโนมัติ
- ระบบ Expresss ขนส่ง Logistic ติดตามพัสดุ
- จองห้องพัก โรงแรม รีสอร์ท หักเงินอัตโนมัติ
- คลีนิค ทางการแพทย์ ความงาม
- เว็บไซต์ข่าว
- ขายสินค้าออนไลน์ ผ่านเว็บ
- ระบบชำระเงิน ผ่านเว็บ แอพ แจ้งเตือน ธุรกรรม ผ่านอีเมลล์ sms Line Notify
- เชื่อมต่อโอนเงิน ผ่านบัตรเครดิต VISA Paypal Stipe และธนาคารอื่นๆ ผ่านเว็บไซต์ ทั้งใน และ ต่างประเทศ

คอร์ส แบบสอนตัวต่อตัว 15,000

สอนทำ SEO
สอน ทำเว็บไซต์ ด้วยภาษา html css php java
สอน ทำเว็บไซต์ ด้วย Wordpress
สอน เขียนแอพพลิเคชั่น
สอน ทำเว็บไซต์ ด้วย Figma

รับทำ SEO เริ่มต้น 5,000 - 100,000

สอนทั้งหมดนี้ ราคาเหมา 35,000 ( 2วัน)

รับทำทุกอย่างที่กล่าวมา ราคาเริ่มต้น 5,000 - 100,000 บาท ต่อโปรเจ็ค

10/10/2023

Welcome to SEO Expert

15/12/2022

5 วิธีการทำ SEO ที่ประสบความสำเร็จปี 2023 ห้ามพลาด
นักการตลาดในแบรนด์ต่างๆ นั้นต้องเริ่มให้ความสำคัญกับเนื้อหาในการทำ Seoมากกว่าที่เคยในปี 2023 เพราะการทำSEO นั้นถือเป็นองค์ประกอบหลักของเนื้อหา และเป็นวิธีที่นักการตลาดในแบรนด์ต่างๆเลือกใช้ในการทำกลยุทธ์การสื่อสาร Content ไปสู่กลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีทำการตลาดด้วย seo นั้นมีการเติบโตอย่างมาก เนื่องจากแบรนด์ต่าง ๆ นั้นนิยมสร้างกลยุทธ์เนื้อหาที่สร้างสรรค์และมีประโยชน์ต่อผู้ใช้ซึ่งกระตุ้นการเข้าชมในเว็บไซต์ โอกาสในการขาย และขณะเดียวกันก็ยังเป็นส่วนช่วยในการขยายแบรนด์ของพวกเราไปในประเทศต่าง ๆ ผ่านช่องทางต่าง ๆ บนแพลตฟอร์มที่แตกต่างกัน

สิ่งที่สำคัญในการทำSEO ปี 2023 คือการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับบนเครื่องมือการค้นหาบน Google และ การทำ seo นั้นมีความสำคัญต่อกลยุทธ์การตลาดเนื้อหามาก เนื่องจากช่วยให้ผู้คนค้นพบเนื้อหาของเราในเครื่องมือค้นหา และเพิ่มการมองเห็นได้อย่างเป็นจำนวนมากหากเนื้อหาของคุณนั้นติดอยู่บนอันดับต้นๆของ Google

เราจะมาดูกันว่าเหตุใด SEO จึงมีความสำคัญ และวิธีการทำ SEO นั้นจะนำไปใช้กับกลยุทธ์เนื้อหาของเราได้อย่างไร และเทคนิค 5อันดับแรกของเราในการสร้างกลยุทธ์ SEO ในปี 2023 มีอะไรที่สำคัญมาก

SEO คืออะไร และทำไมต้องทำ SEO

SEO คือ กระบวนการเพิ่มประสิทธิภาพเว็บไซต์เพื่อปรับปรุงอันดับใน Google และเพิ่มปริมาคุณภาพของการเข้าชมจากเครื่องมือค้นหา โดยเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น การตรวจสอบ ทางเทคนิค การสร้างลิงก์การทำ keyword การปรับแต่งเนื้อหาและอื่นๆ

จุดมุ่งหมายของการทำ SEO คือ การปรับปรุงการมองเห็นไซต์ของเรา ดังนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับแบรนด์ที่ต้องการเพิ่มปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์หรือผู้ที่ต้องการวางตำแหน่งตัวเองเป็นแหล่งที่เชื่อถือได้และสร้างความน่าเชื่อถือในธุรกิจของคุณ อย่างเชี่ยวชาญ

ทำไมควรทำเนื้อหาแล้วให้ความสำคัญ กับ SEO
แม้ว่าการทำ SEO เองนั้น จะเป็นเพียงแค่ช่องทางของการเผยแพร่เนื้อหาบนเว็บไซต์เป็นหลัก แต่ก็มีบทบาทสำคัญในการปรับปรุงการมองเห็นเนื้อหาในช่องทางอื่นๆได้ ด้วยองค์ประกอบหลักบางประการของ SEO สามารถนำมาปรับใช้กับเนื้อหาหรือบทความของเราได้ด้วย เพื่อให้ เนื้อหาของเรานั้นมีความสมบูรณ์ทางเทคนิคมากยิ่งขึ้นและเอื้ออำนวยต่อการค้นหาของผู้ใช้งาน

การเลือกใช้ Keyword
ก่อนสร้างเนื้อหาหรือบทความนั้น เราต้องรู้ว่า ผู้ใช้งานจะค้นหาเนื้อหาของเราได้อย่างไร ดังนั้นการเลือกใช้ Keyword จึงมีความสำคัญอย่างมากต่อการทำความเข้าใจว่าผู้ชม ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของเรากำลังค้นหาคำใด และพวกเขาพิมพ์คำค้นหาเหล่านั้นบ่อยเพียงใด

การเลือกใช้กลยุทธ์การทำ SEO และหารใส่ Keywordในเนื้อหาเข้าด้วยกันสามารถทำให้เราเลือกใช้ Keyword ที่รู้ว่ากลุ่มเป้าหมายของเราใช้เพื่อค้นหาเนื้อหาที่คล้ายกัน จากนั้น เราก็นำkeyword หรือแฮชแท็กบนโซเชียลมีเดีย เหล่านั่นมาใช้ในคำอธิบายเนื้อหา หรือ วิดีโอของเรา ในบล๊อคโพสต์ หรือ บทความ

23/04/2022

รับสอน Wordpress

SEO Trend 2022 – 5 เทรนด์ที่มาในปี 2022SEO / By Pawarisอย่างที่พวกเราทราบกันดีว่า Google นั้นมีการพัฒนาอัลกอริทึมและ use...
22/02/2022

SEO Trend 2022 – 5 เทรนด์ที่มาในปี 2022
SEO / By Pawaris
อย่างที่พวกเราทราบกันดีว่า Google นั้นมีการพัฒนาอัลกอริทึมและ user experience เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาอยู่ตลอดเวลา ในฐานะ web master จึงจำเป็นที่จะเรียนรู้และประยุกต์เว็บไซต์ของเราให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันให้ได้มากที่สุด และวันนี้ Predictive จะมาเล่า SEO trend ที่น่าสนใจในปี 2022 เพื่อให้ทุกคนในทราบและเตรียมตัวเข้าสู่ปีหน้าที่จะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนนี้ค่ะ

เลือกอ่านหัวข้อที่คุณสนใจ
1. Voice Search
2. Videos in Content
3. Mobile Responsiveness
4. E-A-T Principle
1. Voice Search

ถึงแม้ว่าการค้นหาด้วยเสียง (Voice Search) จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เทคโนโลยีหรือ AI ในการรับเสียงนั้นถูกพัฒนาให้มีการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็น Google Assistant, Siri จาก Apple และ Alexa จาก Amazon ทำให้ในปี 2021 นี้ มีผู้ใช้งาน Voice Search เป็นจำนวนมากขึ้นจากปีที่ผ่านมา และมีการคาดการณ์ว่าในปี 2022 จะมีผู้ใช้งานที่เพิ่มมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว

การรับมือในเชิง SEO

เนื่องจากการค้นหาผ่านเสียง ผู้ใช้มักจะค้นหาด้วย keyword ที่มีความยาวมากกว่าการพิมพ์ และมีความเป็นทางการที่น้อยกว่า ดังนั้น focused keyword ที่เลือกใช้ จึงควรเป็นประเภท long-tail keyword มากขึ้น และในบางกรณี การเน้นไปที่ประโยคคำถาม ก็อาจจะตอบโจทย์การค้นหาของผู้ใช้งานได้เช่นกัน

ตัวอย่างเช่น focused keyword ในอดีตคือ “ที่เที่ยวเขาใหญ่” แต่ในปัจจุบันและอนาคต อาจปรับเป็น “ที่เที่ยวเขาใหญ่ บรรยากาศดี ที่ไหนบ้าง” เพื่อให้สอดคล้องกับการค้นหาด้วยเสียง

2. Videos in Content

คอนเทนต์ในรูปแบบของวีดีโอนั้นได้รับความนิยมที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณในช่วงปีที่ผ่านมา จากที่เราจะเห็นได้ว่ามี Video Platform ที่เกิดขึ้นมาใหม่ เช่น TikTok หรือแม้กระทั่ง YouTube เองก็มีผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เว็บไซต์ที่มีการแนบวีดีโอในเนื้อหานั้นเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ใช้งานมากขึ้น

การรับมือในเชิง SEO

การปรับตัวของ web master ก็คือการเขียนคอนเทนต์ โดยแนบวีดีโอที่มีความเกี่ยวข้องลงในนั้นด้วย เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับเนื้อหา อีกทั้งยังสามารถเพิ่มโอกาสในส่วน Average Time on Page ซึ่งเป็นหนึ่งใน metric ที่เพิ่ม SEO score ให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

3. Mobile Responsiveness

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เช่นกัน แต่ทาง Google เองได้มีการเน้นย้ำมากยิ่งขึ้นในเรื่องของการทำให้หน้าเว็บไซต์มีการปรับให้ใช้งานได้อย่างสะดวกสบายในทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น แล็ปท็อป แท็บเล็ต และโดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากมีผู้ใช้งานมากกว่า 50% ที่ใช้โทรศัพท์มือถือในการค้นหาผ่าน Google และคาดการณ์ว่าจะมีผู้ใช้งานมากขึ้นในปี 2022 นี้ เพราะฉะนั้น การปรับให้เว็บไซต์เป็น mobile friendly จึงเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญค่ะ

การรับมือในเชิง SEO

พัฒนาในส่วนของ User Experience เช่น ปรับแต่งหน้าเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับหน้าจอของแต่ละอุปกรณ์ ทั้ง แล็ปท็อป แท็บเล็ต และโดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือ รวมถึงการเลือกใช้ฟ้อนต์ที่อ่านง่าย และปุ่มคลิกที่มีขนาดพอเหมาะ ไม่ติดกันจนมากเกินไป

Web master สามารถตรวจสอบว่าเว็บไซต์ของตนเองตรงตามหลักเกณฑ์ในเรื่องของ mobile friendly ได้ที่ https://search.google.com/test/mobile-friendly

4. E-A-T Principle

อย่างที่ทราบกันดีว่า Google มีการเน้นย้ำในเรื่องของการผลิตคอนเทนต์ที่มีคุณภาพอยู่เสมอ อย่างที่เราได้ยินกันบ่อยๆ ว่า “content is king” ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ก็ยังสามารถยึดหลักการนี้ได้ รวมถึง Google ยังให้ความสำคัญของคุณภาพคอนเทต์มากขึ้นอีก และ E-A-T นั้น เป็นหลักการของ Google ที่จะช่วยให้ web master เข้าใจถึงการมีคอนเทต์ที่มีคุณภาพได้ ซึ่ง E-A-T นี้ ย่อมาจาก Expertise, Authoritativeness, and Trustworthiness ซึ่งโดยรวมก็คือการผลิตคอนเทต์ที่ความเชี่ยวชาญในเนื้อหา มีความเป็นเจ้าของเนื้อหา และมีความน่าเชื่อถือนั่นเอง

การรับมือในเชิง SEO

การเขียนคอนเทนต์แบบมีคุณภาพนั้น สิ่งที่สำคัญที่จะต้องคำนึงอยู่เสมอ คือการเขียนคอนเทนต์เพื่อให้ผู้ใช้งานอ่านแล้วได้ประโยชน์มากที่สุด ไม่ใช่การทำ keyword stuffing หรือการใส่ keyword เข้าไปให้มากที่สุด เพื่อให้ Google bot จับเท่านั้น และไม่ควรคัดลอกนำคอนเทนต์จากเว็บไซต์อื่นๆ มาเป็นของตน เนื่องจาก Google จะเข้าใจได้ว่าเป็น duplicate content และจะส่งผลเสียต่อเว็บไซต์ในระยะยาว

5. Featured Snippet

อีกหนึ่ง feature จากทาง Google ที่หลายคนอาจเคยพบเห็นในลักษณะเป็นกล่องคำตอบ เมื่อมีการค้นหาด้วย keyword phrase บางประเภท เช่น คำถาม วิธีการ ขั้นตอน เป็นต้นโดย Featured Snippet นี้จะทำให้ผู้ค้นหาสามารถพบคำตอบได้ในทันที โดยไม่จำเป็นต้องคลิกเข้าเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่ง และยังทำให้เว็บไซต์นั้นๆ ได้รับการยอมรับจาก Google ว่าเนื้อหาจากหน้าเว็บนั้นๆ มีความน่าเชื่อถืออีกด้วย

ตัวอย่าง Featured Snippet ประเภท Definition Box เพื่อให้ข้อมูลความยาวประมาณ 40 – 60 คำ
การรับมือในเชิง SEO

การเขียนคอนเทนต์เพื่อเพิ่มโอกาสในการติดอันดับ Featured Snippet นั้น นอกจากการเน้นไปที่ keyword ประเภท long-tail keyword ประเภทคำถาม วิธีการ ขั้นตอนแล้ว จำเป็นที่จะต้องมีโครงสร้างของเนื้อหาที่ดี เช่น การติด heading tag ต่างๆ (H1-H6) เพื่อเป็นการบอก Google ถึงหัวข้อหลัก และหัวข้อย่อยในคอนเทนต์ นอกจากนี้ การใช้ ordered & unordered list สำหรับเนื้อหาส่วนที่เป็น bullet point หรือการเรียงลำดับต่างๆ ก็มีความสำคัญในการจัดความสำคัญของเนื้อหาเช่นเดียวกัน

หลังจากทราบ 5 เทรนด์ SEO ที่กำลังจะมาในปี 2022 แล้ว อย่าลืมนำไปปรับกับเว็บไซต์ เพื่อทำให้สอดคล้องไปกับหลักเกณฑ์ของ SEO ด้วยนะคะ เริ่มต้นทำ SEO กับ Predictive ตั้งแต่วันนี้ โดยในสโคปงานด้าน SEO สามารถวัดผลได้ตั้งแต่ Ranking ไปจนถึงการวัดผล Business Outcome เช่น รายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยเรามีทีม Data Analytics ช่วยแบรนด์วิเคราะห์ Performance ของ Organic Search ในเชิงลึก ที่ผ่านมาเราได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์ชั้นนำ อาทิ Krungsri Consumer Group, Ngern Tid Lor, Nivea, Levi’s และอื่นๆ มากกว่า 50 แบรนด์

7 เทรนด์การทำ SEO ประจำปี 2022 ที่ห้ามพลาดเมื่อขึ้นปีใหม่สายคอนเทนต์ นักการตลาด เจ้าของธุรกิจ เอเจนซี่ ต่างต้องเสิร์ชหา ...
21/01/2022

7 เทรนด์การทำ SEO ประจำปี 2022 ที่ห้ามพลาด
เมื่อขึ้นปีใหม่สายคอนเทนต์ นักการตลาด เจ้าของธุรกิจ เอเจนซี่ ต่างต้องเสิร์ชหา “อัปเดตเทรนด์การทำ SEO ประจำปี 2022” เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าการทำ SEO ต้องมีการพัฒนาอยู่เสมอ โดยในปีหน้าที่จะถึงนี้มีหลายเทรนด์ที่น่าจับตามองไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาของเทคโนโลยีที่ล้ำไปไกล โลกของ Metaverse หรืออุปกรณ์สุดล้ำต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากมาย

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะส่งผลต่อการทำ SEO อย่างแน่นอน บทความนี้ Magnetolabs จึงรวบรวมเทรนด์ที่น่าสนใจสำหรับสาย SEO ไว้ให้แล้วที่นี่

เลือกอ่านเฉพาะหัวข้อที่สนใจ
อัปเดตเทรนด์ SEO ปี 2022 จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?
1. AI จะครองโลกการทำ SEO! พบกับ MUM (Algorithm ใหม่ของ Google)
ในปี 2022 AI จะมีผลต่อการทำ SEO มากกว่าที่ผ่านมา สืบเนื่องจากบริษัท Google ได้ประกาศตัวเป็น AI First Company โดยจะนำเจ้าปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) มาใช้ในทุก Product และ Service ซึ่งรวมไปถึงบริการ Search Engine ที่เราใช้กันเป็นประจำทุกวันด้วย นอกจากเรื่องของข้อมูล Stat และ User Signals ที่เป็นตัวชี้วัดสำคัญและมีผลต่อ Algorithm ยังมีสิ่งใหม่ๆ ที่คนทำ SEO ต้องเรียนรู้

update-seo-trends
Google มีการพัฒนา AI และ Algorithm ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องโดยมีจุดประสงค์ให้ AI ฉลาดและสามารถแสดงผลการค้นหาได้ถูกต้องและตอบโจทย์ เพื่อมอบประสบการณ์การท่องเว็บไซต์ให้ตรงความต้องการของผู้ใช้ (User Intent) มากที่สุด

ล่าสุด Google ได้ประกาศว่าพวกเขากำลังจะใช้ Algorithm ตัวใหม่ที่ชื่อว่า Multitask Unified Model หรือเรียกสั้นๆ ว่า MUM (อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่) MUM มีความสามารถมากกว่า BERT ถึง 1000 เท่า บอกเลยว่าครั้งแรกที่เราเห็นบทความของ Google ที่เขียนถึง Algorithm ตัวใหม่เราถึงกับร้องว้าวเพราะมันล้ำมากจริงๆ

เจ้า MUM นี้มีความฉลาดมากกว่า Algorithm ตัวก่อนๆ และจะเข้ามามีผลต่อการทำ SEO โดยตรง! มาดูกันว่า Google เขาพัฒนา AI ให้ล้ำอย่างไรและในมุมของคนทำ SEO ควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

More Visual: MUM ถูกพัฒนาวิธีการค้นหาให้ล้ำหน้ายิ่งขึ้นและตอบโจทย์การพัฒนาของโลก Metaverse ด้วยการเน้นเรื่อง “การแสดงผล” มากกว่าเดิม เช่น

ฟีเจอร์ Google Lens การค้นหาด้วยภาพ
แสดงผลการค้นหาให้น่าอ่านกว่าเดิมด้วยรูปภาพ วิดีโอ และไฟล์ GIF
ฉลาดล้ำกว่าเดิมด้วยการเพิ่มคำถามเกี่ยวกับรูปภาพที่เราถ่าย
update seo trends
ตัวอย่างฟีเจอร์ Google Lens


ฟีเจอร์นี้จะช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้นได้อย่างไร? ลองจินตนาการดูว่าคุณสามารถค้นหาข้อมูลได้โดยไม่ต้องพิมพ์ และใช้เพียงแค่ภาพถ่าย
– เคยไหมเวลาที่เราเจอแมลงหน้าตาประหลาดที่ไม่รู้ว่ามันอันตรายหรือไม่ แต่กลับเสิร์ชหาข้อมูลไม่ได้เพราะเราไม่รู้ชื่อ
– เคยไหมเวลาที่เจอเสื้อผ้าที่ถูกใจและอยากซื้อบนโลกออนไลน์แต่กลับเสิร์ชหาด้วย Keyword ไม่เจอ

ฟีเจอร์นี้ช่วยให้คุณนำ “สิ่งที่เห็น” ไปค้นหาข้อมูลบน Google ได้ทันที โดยไม่ต้องนึกคีย์เวิร์ดที่จะเสิร์ช นอกจากนี้ยังสามารถพิมพ์คำถามที่เราสงสัยเพิ่มเติมให้ Google ช่วยหาคำตอบได้อีกด้วย

คล้ายๆ กับเครื่อง Pokedex ที่เราเคยเห็นกันในวัยเด็ก

More User Experience: พัฒนาการค้นหาให้ตรงใจ User มากยิ่งขึ้น

มีฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การค้นหาด้วยเสียง
ฟีเจอร์แปลภาษาอัตโนมัติ
ศึกษาข้อมูลความชอบของ User และคัดเลือก Rankbrain ให้แสดงผลการค้นหาเหมาะสมกับ User
มีคำตอบและคำถามที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมให้ User เสมอ
เลือกคำค้นหาและคำตอบให้เป็นข้อความหรือคีย์เวิร์ดที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น
รองรับ Online Shopping มากยิ่งขึ้น

ตัวอย่างฟีเจอร์ Google Search ที่มี MUM Algorithm ช่วยแสดงผล


ในมุมของคนทำ SEO เราจึงต้องพัฒนาเนื้อหาให้ตอบโจทย์ User และ MUM Algorithm มากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากเนื้อหาที่ถูกต้อง การจัดหน้าให้ตอบโจทย์ การเลือกใช้ Keyword และ Stats ต่างๆ ยังมีสิ่งสำคัญที่คุณต้องรีบ Optimize ด่วนๆ เลย คือ

การเพิ่มเนื้อหาที่แสดงผลทาง Visual อย่างการใส่ภาพและวิดีโอ ที่สำคัญต้องไม่ลืมใส่ Caption, Description และ Alt-Text ด้วย เพื่อให้ MUM ค้นหาเราเจอได้ง่ายๆ

นอกจากนี้ คนทำ SEO ยังต้องพัฒนาเนื้อหาให้มีทั้ง “คำถาม” และ “คำตอบ” อยู่เสมอ รวมทั้งปรับเนื้อหาให้เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้นเพื่อตอบโจทย์ Voice Search ที่เป็นเทรนด์การทำ SEO ในข้อถัดไป

2. การค้นหาด้วยเสียงจะเพิ่มขึ้น
ด้วยนวัตกรรมใหม่ที่มอบความสะดวกสบายให้กับพวกเราอย่าง Google Assistant, Siri จาก Apple และ Alexa ของ Amazon ทำให้ความนิยมการใช้ Voice Search เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยืนยันด้วยข้อมูลจากเว็บไซต์ PWC ที่ได้จัดทำสถิติการใช้ Voice Search และพบว่า

65% ของคนอายุตั้งแต่ 25 – 49 ปี มีการค้นหาด้วยเสียง โดยคนส่วนมากใช้ฟีเจอร์ค้นหาด้วยเสียงอย่างน้อย 1 ครั้งต่อวัน และคาดการณ์ว่า ในปี 2022 จะมีคนเป็นเจ้าของอุปกรณ์ Assistant สั่งการด้วยเสียงเพิ่มขึ้นถึง 71%

update-seo-trends
ภาพสถิติการใช้ Voice Search ของคนแต่ละช่วงวัย


update-seo-trends
Market Share ของ Voice Assistant ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.semrush.com/blog/voice-search-local-seo/


ในเมื่อเทรนด์ Voice Search ได้รับความนิยมสูงขึ้นจากเทคโนโลยีที่เติบโตประกอบกับ AI ของ Google ก็มีการพัฒนาให้ตอบโจทย์การค้นหาด้วยเสียง

เราจะทำ SEO ให้ตอบโจทย์ Voice Search ได้อย่างไรบ้าง?

ก่อนจะตอบคำถามข้อนี้เรามาดูสถิติที่น่าสนใจกันก่อน คนส่วนใหญ่ใช้ Voice Search ทำอะไรหรือถามหาคำตอบเรื่องอะไรบ้าง?

update seo trends voice search statistic
หัวข้อที่คนนิยมใช้ Voice Search ช่วยหาคำตอบ ขอบคุณข้อมูลจาก ​​


จากสถิติเหล่านี้ Magnetolabs ขอสรุปให้ ดังนี้

1. ทำคอนเทนต์ให้เป็นภาษาพูด (Conversational but Concise Content)
การใช้ Voice Search จะทำงานได้ดีกับประโยคที่ยาวและเป็นธรรมชาติ ดังนั้น ใช้ประโยคที่แตกต่างจากการพิมพ์เพื่อค้นหาข้อมูลเสมอ ลองเปรียบเทียบความแตกต่างของประโยคที่ใช้เพื่อพิมพ์ค้นหากับประโยคที่เราจะใช้เพื่อค้นหาด้วยเสียง

“วิธีทำ Inbound Marketing” กับ “ฉันจะทำ Inbound Marketing ได้ยังไง?”

“วิธีเปลี่ยนหลอดไฟห้องน้ำ” กับ “ฉันจะเปลี่ยนหลอดไฟห้องน้ำได้อย่างไร”

ประโยคหลังเป็นวิธีค้นหาแบบ Voice Search ซึ่งมีความแตกต่างจากการพิมพ์เพื่อค้นหาแบบเดิมมาก เห็นได้จากภาษาที่เป็นกันเองกว่า และเน้น Sentences /Long-tail Keyword มากกว่า Keyword ทั่วไป

2. ทำคอนเทนต์ที่เป็นทั้ง “คำถาม” และ “คำตอบ” (Create Frequently Asked Questions)
คอนเทนต์ที่มีทั้งคำถามและคำตอบเกี่ยวกับหัวข้อของคอนเทนต์ครบจบในเนื้อหาจะโดนใจ Algorithm ใหม่ของ Google เพราะ MUM เชื่อว่าเป็นสิ่งที่ User มองหา

3. เพิ่มเนื้อหาด้าน Location และเพิ่มข้อมูลธุรกิจ (Local Search & Google My Business)
จากสถิติเราจะเห็นว่าคนใช้ Voice Search ค้นหา Location เป็นหลัก ดังนั้น หากธุรกิจของคุณมีเว็บไซต์อย่าลืมเพิ่ม Location ในคอนเทนต์และไปอัปเดตข้อมูลธุรกิจบน Google My Business ด้วยล่ะ!

4.พัฒนาเว็บไซต์ให้รองรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Friendly)
มือถือยังคงเป็นอุปกรณ์ส่วนใหญ่ที่คนนิยมใช้ Voice Search ฉะนั้นคุณต้องปรับปรุงเว็บไซต์โดยคำนึงถึงผู้อ่านผ่านมือถือด้วยเพื่อทำให้ User ได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด เพราะถึงแม้คุณจะทำ SEO ให้ดีเพื่อให้คนค้นหาคุณเจอได้แล้ว แต่หน้าตาการใช้งานและเนื้อหาคือสิ่งสำคัญที่จะดึงให้ User อยู่บนหน้าเว็บคุณได้นานที่สุด

การปรับเนื้อหาทั้ง 4 ประเด็นนี้จะช่วยตอบโจทย์เรื่องที่ User หา และพฤติกรรมการใช้ Search Engine ของ User จาก Voice Search อย่างมาก

In this article, we present key voice statistics to show how the market is definitely shaping up, who are the main actors, how business and consumers are warming up to them and how you will be affected by this transforming technology.

17/01/2022

18/01/2022
Created

ที่อยู่

กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10200

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Pete WordPress Seoผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์