14/09/2026
[ กกต. ก็ติดคุกได้เหมือนกัน ]
ในประเทศไทย เรามักคุ้นเคยกับภาพของ “คณะกรรมการการเลือกตั้ง” หรือ กกต. ในฐานะ “ผู้คุมกติกา” ของการเลือกตั้ง เป็นองค์กรที่มีอำนาจตรวจสอบทั้งผู้สมัคร พรรคการเมือง และกระบวนการเลือกตั้ง หากพบการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย กกต. สามารถใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อดำเนินการเอาผิดได้ แต่มีคำถามสำคัญที่หลายคนอาจเคยสงสัยว่า “แล้วถ้า กกต. เป็นฝ่ายทำผิดกฎหมาย ใครจะเอาผิด กกต.?”
คำตอบคือ ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เราเคยมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นมาแล้วนะครับ และไม่ได้จบลงแค่การถูกฟ้องหรือถูกกล่าวหา แต่ถึงขั้นมีกรรมการ กกต. ถูกศาลพิพากษาจำคุกจริง
กรณีดังกล่าวคือคดีของ กกต. ชุดที่ 2 ซึ่งมี พล.ต.อ. วาสนา เพิ่มลาภ เป็นประธาน กกต. คดีนี้คือคดีหมายเลขแดงที่ 3980/2559 เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตการณ์ทางการเมือง และต่อมากลายเป็นหนึ่งในคดีสำคัญที่ถูกนำไปสู่การตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.
ผู้ฟ้องคดีคือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ จากพรรคประชาธิปัตย์ โดยกล่าวหา กกต. ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ กกต. ประเด็นสำคัญของคดีอยู่ที่การกล่าวหาว่า กกต. “ละเว้น” การปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่ได้เร่งรัดสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่พรรคไทยรักไทยถูกกล่าวหาว่าจ้างพรรคการเมืองขนาดเล็กให้ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาผู้สมัครไม่ได้คะแนนถึงเกณฑ์ร้อยละ 20 ซึ่งอาจทำให้เกิดที่นั่งว่างและส่งผลต่อการจัดตั้งรัฐบาล
ในขณะเดียวกัน กกต. กลับเดินหน้าเร่งรับรองผลการเลือกตั้งก่อนที่ข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าวจะได้รับการตรวจสอบอย่างครบถ้วน ศาลจึงพิจารณาถึงพฤติการณ์ของ กกต. ว่าการปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะดังกล่าวมีผลเอื้อประโยชน์ให้แก่พรรคไทยรักไทย และส่งผลกระทบต่อหลักการเลือกตั้งที่ต้องเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
บทสรุปสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2559 ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ และนายปริญญา นาคฉัตรีย์ จำคุกคนละ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา พร้อมเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี นั่นหมายความว่า คดีไม่ได้จบลงเพียงแค่การถูกตัดสินว่ามีความผิด แต่จำเลยทั้งสองต้องถูกนำตัวไปควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครในวันเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม มีอีกประเด็นหนึ่งที่มักทำให้หลายคนสับสน ก็คือ กกต. ชุดนี้ยังเคยถูกฟ้องในอีกคดีหนึ่ง ซึ่งนายถาวร เสนเนียม เป็นผู้ฟ้อง ในกรณีที่เรียกกันว่า “เวียนเทียนผู้สมัคร” โดยศาลชั้นต้นเคยมีคำพิพากษาจำคุก กกต. 4 ปี ในปี 2549 แต่คดีนั้นไม่ได้จบลงด้วยการติดคุก เพราะ กกต. ได้ประกันตัวและต่อสู้คดีต่อมา ก่อนที่ศาลฎีกาจะมีคำพิพากษายกฟ้องในปี 2556
เรื่องนี้จึงเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เพราะ กกต. ซึ่งมีหน้าที่เป็น “ผู้คุมกติกาการเลือกตั้ง” ไม่ได้อยู่เหนือกฎหมาย และเมื่อถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก็สามารถถูกฟ้องคดีอาญาและถูกลงโทษจำคุกได้เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ของรัฐคนอื่น ๆ และคิดนี้ถือเป็นคดีที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
ขอบคุณข้อมูล เพจโบราณนานมา
#กกต #คณะกรรมการการเลือกตั้ง #การเมืองไทย