CreativeTone Content & Design for Social Change

CreativeTone Content & Design for Social Change เราช่วยลูกค้าเปลี่ยนเรื่องยากๆ
ของสิ่งแวดล้อมและสังคมให้เป็นเรื่องง่ายๆ

งานของเรา
• Brand Communication
• Brand Storytelling
• Content Provider
• Branding & Identity Design
• Graphic

เมื่อ "บอร์ดเลือกตั้ง" ของญี่ปุ่น เจอ "ป้ายเกลื่อนเมือง" แบบไทย ใครว่าการเลือกตั้งต้องทำให้เมืองดูรก? 🤔ภาพนี้คือตัวอย่าง...
05/02/2026

เมื่อ "บอร์ดเลือกตั้ง" ของญี่ปุ่น เจอ "ป้ายเกลื่อนเมือง" แบบไทย ใครว่าการเลือกตั้งต้องทำให้เมืองดูรก? 🤔

ภาพนี้คือตัวอย่างของ "ระบบที่ออกแบบมาเพื่อความเป็นระเบียบ" จากการเลือกตั้งในญี่ปุ่น ที่เมื่อเทียบกับ "ป้ายผูกเสาไฟฟ้า-แขวนต้นไม้" ของบ้านเรา จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน

มาดูกันว่า 2 ระบบนี้ต่างกันอย่างไร 👁️

1. การใช้พื้นที่: "บอร์ดกลาง" vs "ทุกที่คือเวที"

ญี่ปุ่น
- รัฐจัดเตรียม "บอร์ดโปสเตอร์" ไว้ให้ในจุดต่างๆ
- ผู้สมัครแต่ละคนได้ "ช่องหมายเลข" ของตัวเอง ขนาดเท่ากันหมด
- ห้ามติดป้ายนอกบอร์ดโดยเด็ดขาด (ไม่ว่าเสาไฟฟ้า กำแพง หรือต้นไม้)

ไทย
- เน้นหาเสียงแบบ "ผ่านตาให้มากที่สุด"
- ป้ายผูกเสาไฟฟ้า ปักริมทางเท้า แขวนต้นไม้ วางขวางทางเดิน
- เมืองดูรกไม่สบายตา สร้าง Visual Pollution

2. ความเท่าเทียมและการเปรียบเทียบ

ญี่ปุ่น
- ทุกคนได้พื้นที่เท่ากัน ไม่มีใครได้เปรียบด้วยงบหรือทุนทรัพย์
- ประชาชนยืนหน้าบอร์ดเดียว "กวาดตามองเปรียบเทียบ" ผู้สมัครทั้งหมดได้ทันที (เหมือนดูเมนูอาหาร)
- โฟกัสที่ตัวบุคคลและนโยบายได้ง่าย

ไทย
- ใครทุนหนา ผลิตป้ายได้เยอะกว่า (แม้มีกติกาคุม แต่ปฏิบัติจริงมักเห็นเกินการควบคุมไปเยอะมาก)
- ป้ายกระจัดกระจาย ทำให้ยากต่อการเปรียบเทียบผู้สมัครในเขตเดียวกันแบบตัวต่อตัว

3. ความปลอดภัยและทัศนวิสัย

ญี่ปุ่น
- บอร์ดตั้งในจุดปลอดภัย ไม่บังทางแยก ไม่กีดขวางทางเท้า
- ไม่สร้างความเสี่ยงต่อผู้ใช้ถนน

ไทย
- ปัญหาคลาสสิก: "ป้ายบังทาง"
- ยื่นล้ำในถนน บังทัศนวิสัยรถเลี้ยว
- กินพื้นที่ทางเท้าจนคนต้องลงไปเดินบนถนน
- เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ

4. การจัดการหลังการเลือกตั้ง

ญี่ปุ่น
จบการเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่มาถอดบอร์ดทั้งแผงออกรวดเร็ว กลับสู่สภาพปกติทันที

ไทย
มีช่วง "สุญญากาศ" ที่ป้ายกลายเป็นขยะ ถูกทิ้งไว้จนเก่า เสื่อมสภาพ (แม้ปัจจุบันจะมีการนำไปรีไซเคิลทำกระเป๋า-กันสาด) แต่ในช่วงหาเสียงนั้นสร้างมลภาวะทางสายตาสูง

ภาพนี้มาจาก การเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่น (Shugiin) ในเขตเกียวโต
✅ ความเป็นระเบียบสูงมาก ไม่มีใครติดเกินช่อง
✅ ดีไซน์เน้นหน้าตาผู้สมัครชัดเจน ตัวอักษรใหญ่อ่านง่าย
✅ สีสันฉูดฉาดเพื่อดึงดูดสายตา "ในกรอบที่จำกัด"

แนวทางของญี่ปุ่น = "ส่วนรวมมาก่อนส่วนตัว"
ยอมจำกัดสิทธิในการโฆษณาเพื่อให้บ้านเมืองเรียบร้อย

แนวทางของไทย = "การเข้าถึงเชิงรุก"
ซึ่งอาจต้องแลกมาด้วยความไม่เป็นระเบียบ

🆘 ชวนตั้งคำถาม ?

ถ้าเรานำระบบ "บอร์ดกลาง"
แบบญี่ปุ่นมาใช้ในไทย

คิดว่าจะได้ผลหรือไม่?
หรือวัฒนธรรมการหาเสียงของไทยต้องการ "ป้ายเยอะๆ ถี่ๆ " ในการเข้าถึงประชาชน?

เชิญแสดงความคิดเห็นกันได้เลยครับ

#การเมืองญี่ปุ่น #การเลือกตั้ง #เปรียบเทียบระบบ #การออกแบบเมือง

 #ความยั่งยืน ทางรอดของธุรกิจยุคใหม่ ไม่ใช่แค่ทางเลือกอีกต่อไปคุณสังเกตไหมครับว่าเดี๋ยวนี้คำว่า "Sustainability" หรือ ES...
21/11/2025

#ความยั่งยืน ทางรอดของธุรกิจยุคใหม่ ไม่ใช่แค่ทางเลือกอีกต่อไป

คุณสังเกตไหมครับว่าเดี๋ยวนี้คำว่า "Sustainability" หรือ ESG โผล่ในทุกวงการธุรกิจ?

หลาย SME อาจรู้สึกว่ามันคือ “ต้นทุนเพิ่ม” แต่ในปี 2026 เป็นต้นไป ความยั่งยืนกำลังกลายเป็น “เกราะคุ้มกันธุรกิจ” และ “เครื่องมือทำกำไร” ที่สำคัญที่สุด มากกว่าจะเป็นเรื่องสวยงามเชิงภาพลักษณ์

1) ความยั่งยืน = การอยู่รอดของธุรกิจ ไม่ใช่เรื่องโลกอย่างเดียว
ความเข้าใจแรกที่ต้องเปลี่ยนคือ ความยั่งยืนวันนี้หมายถึง "Business Sustainability" ธุรกิจที่วิ่งเร็วแต่ฐานไม่แน่นเสี่ยงล้มได้ง่าย ขณะที่ธุรกิจที่ดูแลคน ระบบ และความโปร่งใส จะปรับตัวได้เร็วกว่า และเป็นที่รักของลูกค้าที่ยุคนี้ไม่ได้มองแค่ “สินค้าดีไหม” แต่ถามว่า “เชื่อใจแบรนด์นี้ได้หรือเปล่า”

2) ESG แปลงเป็นกำไรได้ทันที ไม่ต้องรอปีหน้า

E – Environment: ลดขยะ ลดไฟ ลดต้นทุนทันที
S – Social: ดูแลพนักงานดี = ลดการลาออก ลดค่าเทรนนิ่ง
G – Governance: บริหารโปร่งใส = เข้าถึงเงินกู้สีเขียวง่ายขึ้น

ตัวอย่างมีให้เห็นชัดเจน Starbucks ลดคาร์บอนเพื่อคุมค่าใช้จ่ายระยะยาว หรือ Loopers ไทยที่สร้างรายได้จากขยะแฟชั่น นี่คือการเปลี่ยน “คุณค่า” ให้เป็น “มูลค่า” แบบวัดผลได้

3) กฎเหล็ก Content: ทำจริงก่อน แล้วค่อยเล่า
ผู้บริโภคปี 2025 มีสกิลจับ Greenwashing ระดับเซียน สิ่งที่ชนะใจไม่ใช่คำสวยหรู แต่คือ Small Wins ที่ทำได้จริง เช่น ลดพลาสติก 10% หรือเปลี่ยนหลอดไฟทั้งออฟฟิศเป็น LED คอนเทนต์แบบนี้เรียบง่ายแต่ทรงพลัง (Minimal & Powerful) และน่าเชื่อถือกว่า

บทสรุป
ความยั่งยืนไม่ใช่ “เทรนด์” ที่ผ่านมาแล้วก็ไป แต่เป็น “ทางรอด” ของธุรกิจยุคใหม่ ถ้าธุรกิจคุณมีสิ่งดีอยู่แล้ว CreativeTONE พร้อมช่วยค้นหา Insight วางกลยุทธ์ และสร้างคอนเทนต์ที่ทำให้ทั้ง “ทำเงิน” และ “ทำดี” เกิดขึ้นจริง

ทัก Inbox มาคุยได้เลยครับ เราพร้อมฟังและช่วยคุณหาคำตอบ.

CreativeTONE ได้มีโอกาสไปแบ่งปันและทำ Workshop “การสร้างแบรนด์ด้วยเรื่องเล่าและบรรจุภัณฑ์” ร่วมกับพี่ ๆ ผู้ประกอบการอาหา...
13/09/2025

CreativeTONE ได้มีโอกาสไปแบ่งปันและทำ Workshop “การสร้างแบรนด์ด้วยเรื่องเล่าและบรรจุภัณฑ์” ร่วมกับพี่ ๆ ผู้ประกอบการอาหารพื้นถิ่นและงานหัตถกรรม จากอำเภอบางเสาธง จ.สมุทรปราการ

เราได้ลองใช้ Card Set (Moodboard – Keyword – Positioning) ซึ่งเป็นเหมือนต้นแบบ (Prototype) ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้พี่ ๆ ผู้ประกอบการสามารถมองเห็นตัวตนของแบรนด์ตัวเองได้ชัดเจนขึ้น ผ่านการลงมือทำจริง

ทุกกลุ่มได้ลองช่วยกันสร้าง Moodboard ของตัวเอง จากสี ลาย และสัญลักษณ์ที่ใกล้ตัวและสะท้อนสินค้า ได้เลือก Keyword ที่รู้สึกว่าใช่ และบอกบุคลิกหรือคุณค่าของแบรนด์ในแบบของแต่ละท่านและปิดท้ายด้วยการลองวาง Positioning ว่า ถ้าแบรนด์ของเราไปยืนในตลาด จะยืนตรงไหนได้บ้าง

ทั้งหมดนี้เราไม่ได้มาหาคำตอบที่ถูกหรือผิด แต่เป็นการเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้พี่ ๆ ได้มองสินค้าของตัวเองในอีกแง่มุมหนึ่ง และได้แลกเปลี่ยนไอเดียกันอย่างสนุกและจริงใจและต้องบอกเลยว่า ด้วยวัยและข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีของพี่ ๆ …พี่ ๆ เก่งมากจริง ๆ ครับ ที่ยังคงอยากเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ นี่แหละคือแรงบันดาลใจที่แท้จริงสำหรับพวกเรา

ขอบคุณอาจารย์และทีมวิจัยทุนวัฒนธรรม ที่เปิดพื้นที่ให้เราได้เรียนรู้และแบ่งปันร่วมกัน และขอบคุณพี่ ๆ ผู้ประกอบการทุกท่าน ที่ตั้งใจ เปิดใจ และทำให้การอบรมครั้งนี้เต็มไปด้วยความหมาย

เราหวังว่าเครื่องมือเล็ก ๆ จากวันนี้ จะต่อยอดไปสู่ Brand Storytelling ที่มีพลัง และ Packaging Design ที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น พร้อมทั้งใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน 🌱

#ทุนวัฒนธรรม #เล่าเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายและสนุก

“เพราะความสวยงาม ทำให้เราหลงรัก แต่คุณค่าจะทำให้เรารักษา”ในช่วงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา CreativeTONE Content & Desi...
06/02/2025

“เพราะความสวยงาม ทำให้เราหลงรัก แต่คุณค่าจะทำให้เรารักษา”


ในช่วงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา CreativeTONE Content & Design for Social Change ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิไทยรักษ์ป่า ให้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสร้างสรรค์นิทรรศการภาพถ่าย “ลมหายใจในป่าเมฆ ดอยอินทนนท์ The Breath of the Cloud Forest: Doi Inthanon” ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)


โดยภายในงาน CreativeTONE Content & Design for Social Change ได้มีส่วนในการจัดทำโปสเตอร์, บัตรเชิญ รวมถึงหนังสือสูจิบัตร ขณะเดียวกัน ยังได้ทำงานร่วมกับมูลนิธิไทยรักษ์ป่าออกแบบการนำเสนอนิทรรศการฯ ให้ผู้เข้าชมสามารถเข้าใจและเข้าถึงภาพถ่าย รวมถึงเรื่องเล่าต่างๆ ของธรรมชาติ ภายใต้ลมหายใจในป่าเมฆ ดอยอินทนนท์ ด้วย

ทั้งนี้ ขอขอบคุณมูลนิธิไทยรักษ์ป่า และบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) EGCO Group ที่เชื่อมั่นและให้เราเป็นส่วนหนึ่งในการใช้งานดีไซน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราถนัด ทำให้ผู้คนหันมาสนใจ ตระหนัก และร่วมกันดูแลรักษาดอยอินทนนท์ ตามปณิธานที่มูลนิธิฯ ได้มุ่งหวังเอาไว้

====

CreativeTONE Content & Design for Social Change
Category : Printings & Exhibition Design
Client : มูลนิธิไทยรักษ์ป่า และบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) EGCO Group

#เล่าเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายและสนุก



ขอบพระคุณ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) และ Check and Show - SuPer EvenT ที่ให้เราเป็นส่วนเล็กๆ...
12/09/2024

ขอบพระคุณ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) และ Check and Show - SuPer EvenT ที่ให้เราเป็นส่วนเล็กๆ ในการออกแบบและปรับเปลี่ยนลายเส้นของงานออกแบบ “เกื้อกูล SUPER BOARD GAME ซูเปอร์บอร์ดเกมกลยุทธ์ธุรกิจ”

CreativeTONE Content & Design for Social Change
Category : illustrator Design Super Board Game & Game manual
Client : หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)

ทุกๆ การเดินผ่านบอร์ดเกมพวกเราก็ยิ้มที่ได้มีโอกาสสร้างสีสันให้กับงานได้ไม่มากก็น้อย ส่วนคนที่สนใจในเนื้อหาแวะเข้ามาอ่านหวังว่าช่วยทำให้เข้าใจมากยิ่งขึ้นนะครับ

===

#เล่าเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายและสนุก



ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เราขอขอบคุณ...ทุกความไว้วางใจที่ให้พวกเราดูแลงานออกแบบและเนื้อหาแม้ว่างานอาจด่วนและมีเวลาจำกัด เราก็...
12/09/2024

ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เราขอขอบคุณ...ทุกความไว้วางใจที่ให้พวกเราดูแลงานออกแบบและเนื้อหา

แม้ว่างานอาจด่วนและมีเวลาจำกัด เราก็ผ่านไปได้ด้วยดีครับ ขอขอบพระคุณมูลนิธิไทยรักษ์ป่าที่ไว้วางใจเรานะครับ ^^

CreativeTONE Content & Design for Social Change
Category : Exhibition Design
Design Brief :สรุปหน้าที่และงานเครือข่ายของไทยรักษ์ป่า ผสมผสานการทำงานของเยาวชนใน 3 พื้นที่การทำงาน 2 ภาษา
Client : Thairakpa Foundation

----------
Credit
Editorial Staff : Karn Disatharn
Designer : Ubonpayom Ongsara


พวกเรา CreativeTONE Content & Design for Social Change ได้รับเกียรติจาก สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม - สวส. ให้มาแ...
25/07/2024

พวกเรา CreativeTONE Content & Design for Social Change ได้รับเกียรติจาก สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม - สวส. ให้มาแชร์หลักการทำการสื่อสารและการจัดทำ Company Profile ให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise)

สิ่งที่เราเน้นย้ำตลอดในการทำ presentation ที่ดี มีเพียง 4 เรื่อง(ในแบบของผม) ง่ายๆ ครับ

1. ต้องมีสิ่งที่คนฟังได้ประโยชน์
2. ต้องทำให้คนฟังได้ผลลัพธ์ด้วยเวลาที่น้อยที่สุด
3. ถ้าสวยแล้วตรงตาม Mood Board ของ Brand ด้วยก็ยิ่งดี
4. และทำให้เรียบง่าย

เพราะ !!! เข้าใจง่ายสำคัญที่สุด

ผมกับทีมงานทั้งหมด ช่างภาพ ผู้ช่วยช่างภาพ กราฟิก และนักเขียน ต่างมีความสุขมากๆ ที่ได้เข้าไปช่วยสนับสนุนทุกคน ทั้งงานออกแบบ งานความคิด และงานถ่ายภาพสินค้า ทุกคนให้ความร่วมมือ ช่วยกัน และตั้งใจทำกันอย่างดี

เราหวังว่าเคสตัวอย่างต่างๆ น่าจะพอเป็นไอเดียในการต่อยอดให้ทุกคนเดินทางในเส้นทางสายนี้ได้ง่ายขึ้น แม้มันอาจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

ขอบคุณเจ้าหน้าที่ สวส. ทุกๆ คน เป็นเกียรติมากๆ ครับ ขอบคุณกู๊ด Thanawut GoOd Supangkaratana

ขอบคุณทีมงาน CreativeTONE Content & Design for Social Change ของผมทุกคนที่สละเวลางานมาแบ่งปันช่วยผู้ประกอบการวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise)

ขอบคุณความรู้ทุกอย่างที่ได้มาจาก #พอแล้วดีTheCreator ผมแบ่งปันอะไรได้ก็พร้อมสละทุกอย่างเพราะผมเองก็ได้มาจากพี่ๆทุกท่านเช่นกัน

สุดท้าย หากการเอ็นเตอร์เทนของผมมีอะไรพูดจาผิดพลาดไป เพราะผมอาจคิดไม่ทัน หรือคิดไม่ถึง
ขอให้โทษสมองอันน้อยนิดของผม
แต่อย่าถือโทษโกรธหัวใจของผมที่มีความตั้งใจที่อยากให้ทุกท่านสนุกและมีความสุขไปด้วยกันเลยครับ

#สวส #สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม #เปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย #พอแล้วดีTheCreator

วันนี้เรียนเรื่อง“เราอยากเป็นคนแบบไหนในหัวใจลูกค้า”ขอบคุณน้องๆ หอการค้า สดใส น่ารัก สมวัย อย่าลืมจุดยืนของตัวเองกันนะครั...
21/02/2024

วันนี้เรียนเรื่อง
“เราอยากเป็นคนแบบไหนในหัวใจลูกค้า”

ขอบคุณน้องๆ หอการค้า สดใส น่ารัก สมวัย อย่าลืมจุดยืนของตัวเองกันนะครับ

นิทรรศการที่เราสร้างขยะน้อยที่สุดถ้าไม่นับเทปกาวเป็นนิทรรศการที่บอกเล่าเรื่องราวของโรงแรมศิวาเทลที่ตั้งใจและตั้งมั่นในกา...
30/01/2024

นิทรรศการที่เราสร้างขยะน้อยที่สุดถ้าไม่นับเทปกาว
เป็นนิทรรศการที่บอกเล่าเรื่องราวของโรงแรมศิวาเทลที่ตั้งใจและตั้งมั่นในการลดขยะจากเศษอาหารของโรงแรม

คุณรู้หรือไม่?
ขยะจากโรงแรมมีปริมาณเท่าไหร่

และเครื่องกำจัดเศษขยะมีมูลค่าเท่าไหร่ สำหรับโรงแรม


ถ้าเราคิดใหม่ให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เราอาจไม่ต้องใช้เงินมากมายไปซื้อเครื่องกำจัดอาหาร

เงินนั้นอาจมีประโยชน์กับการสร้างเครือข่าย สร้างองค์ความรู้ สร้างความมั่นคงทางอาหารที่ปลอดจากสารเคมี เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม ระหว่างทางได้ผลผลิตที่ฟื้นคืนจิตใจใครต่อใครมากมาย ได้เพื่อน ได้พนักงาน ได้อาหาร ได้ธรรมชาติ

แค่ตั้งใจจริงโรงแรมศิวาเทลทำให้เราดูเป็นตัวอย่าง
มาเรียนรู้การกำจัดเศษอาหาร และนำไปต่อยอดกับสิ่งแวดล้อมของเรา ในบ้านของเรา ดูการใช้เครื่องมือกำจัดเศษขยะที่สร้างวัตถุดิบบนจานอาหารของเราได้ จากหนอนแมลงวันลาย

นิทรรศการ Regenerative บางมุมของ Hospitality & Regeneration Zero Food Waste Showcase โดย ศิวาเทล กรุงเทพ

ที่เปิดให้ทุกคนมาเรียนรู้เรื่องราวของโรงแรม การทำงานเรื่องอาหารและสิ่งแวดล้อม และการเดินทางไปสู่ Zero Food Waste


นอกจากนี้ ภายในงานจะมีเวิร์คช็อป Edible Plant Tea Blending

วันเสาร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567
12:00 - 13:30 น.
ที่ สโลว์คอมโบ

ตั๋ว Early Bird 990 บาท
ตั๋วราคาปกติ 1,100 บาท

สอบถามข้อมูลหรือจองผ่าน
Café Jardin at Sivatel
LINE

ขอบคุณ Café Jardin at Sivatel และพนักงาน ร่วมไปถึงพี่หนิง CEO คนเก่ง ที่ทำให้เห็นและเป็นตัวอย่างในความพยายามลดเศษขยะ มันทำได้มากกว่าแค่ใช้เงิน ถ้าตั้งใจจริงความยั่งยืนเราทำได้





CAMPAIGN CONTENT เราจะทำเนื้อหาที่ทรงพลัง ติดตรึงใจยังไงดี ? #แคมเปญคอนเทนต์ (Campaign Content) คือ การทำคอนเทนต์ที่มีคว...
27/12/2023

CAMPAIGN CONTENT
เราจะทำเนื้อหาที่ทรงพลัง ติดตรึงใจยังไงดี ?

#แคมเปญคอนเทนต์ (Campaign Content) คือ การทำคอนเทนต์ที่มีความเชื่อมโยงกัน มีเป้าหมายเดียวกัน และมีการวางแผนและดำเนินการอย่างเป็นระบบ มักใช้ระยะเวลาในการทำแคมเปญที่ชัดเจน เช่น 1 เดือน 3 เดือน หรือ 6 เดือน เป็นต้น

การทำแคมเปญคอนเทนต์ให้มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีขั้นตอนหลักๆ ดังนี้
✅ 1. กำหนดเป้าหมายแคมเปญ
เป้าหมายแคมเปญควรมีความชัดเจน เป็นรูปธรรม และสามารถวัดผลได้ เช่น ต้องการเพิ่มการรับรู้ถึงแบรนด์ ต้องการเพิ่มยอดขาย ต้องการเพิ่มยอดการสมัครสมาชิก เป็นต้น

✅ 2. กำหนดกลุ่มเป้าหมาย
ควรกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนว่าคือใคร มีอายุเท่าไหร่ เพศอะไร อาศัยอยู่ที่ไหน มีความสนใจอะไร เป็นต้น เพื่อที่จะได้สร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

✅ 3. กำหนดช่องทางการสื่อสาร
ควรเลือกช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย และสอดคล้องกับเป้าหมายแคมเปญ เช่น หากต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างอาจใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Facebook, Twitter, Instagram, Tiktok, Youtube, Website เป็นต้น หากต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่มอาจใช้ช่องทางการตลาดแบบดั้งเดิม เช่น โฆษณาทางโทรทัศน์ โฆษณาทางวิทยุ เป็นต้น

✅ 4. สร้างสรรค์คอนเทนต์
ควรสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่มีคุณภาพ น่าสนใจ และสอดคล้องกับเป้าหมายแคมเปญ เช่น หากต้องการเพิ่มการรับรู้ถึงแบรนด์อาจใช้คอนเทนต์ในรูปแบบของวิดีโอหรือบทความที่เล่าเรื่องราวของแบรนด์ หากต้องการเพิ่มยอดขายอาจใช้คอนเทนต์ในรูปแบบของโปรโมชั่นหรือส่วนลด เป็นต้น

✅ 5. โปรโมตคอนเทนต์
ควรโปรโมตคอนเทนต์ผ่านช่องทางการสื่อสารที่กำหนดไว้ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับทราบข้อมูลและมีส่วนร่วมกับแคมเปญ เช่น การแชร์คอนเทนต์บนสื่อสังคมออนไลน์ การโฆษณาบนสื่อดิจิทัล เป็นต้น

✅ 6. วัดผลแคมเปญ
ควรวัดผลแคมเปญเพื่อประเมินว่าแคมเปญประสบความสำเร็จตามเป้าหมายหรือไม่ เช่น วัดผลจากยอดการเข้าถึงคอนเทนต์ ยอดการมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์ ยอดขาย เป็นต้น
การทำแคมเปญคอนเทนต์เป็นกลยุทธ์การตลาดที่มีประสิทธิภาพในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ

#คอนเทนต์ที่ทรงพลังติดตรึงใจ คอนเทนต์ที่มีประสิทธิภาพ คือ คอนเทนต์ที่สามารถสร้างการรับรู้ ความสนใจ และกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ คอนเทนต์ที่ดีควรมีความน่าสนใจ ดึงดูดใจ และตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ คอนเทนต์ที่ดีควรมีเรื่องราวที่เชื่อมโยงกัน มีเป้าหมายเดียวกัน และมีการวางแผนและดำเนินการอย่างเป็นระบบ

===

#เล่าเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายและสนุก



ความเข้าใจผิดในการทำ Content ด้าน ESG ✅ ความเข้าใจผิดว่าการทำคอนเทนต์ด้าน ESG จะต้องนำเสนอข้อมูลเชิงวิชาการและเชิงเทคนิค...
14/12/2023

ความเข้าใจผิดในการทำ Content ด้าน ESG

✅ ความเข้าใจผิดว่าการทำคอนเทนต์ด้าน ESG จะต้องนำเสนอข้อมูลเชิงวิชาการและเชิงเทคนิคเท่านั้น

ความเข้าใจผิดนี้อาจทำให้คอนเทนต์ด้าน ESG มีความซับซ้อนและเข้าใจยาก ผู้ชมอาจไม่เข้าใจประเด็น ESG ได้อย่างแท้จริง และอาจทำให้ผู้ชมไม่อยากอ่านคอนเทนต์ด้าน ESG ต่อไป

🟠 ตัวอย่างของคอนเทนต์ที่เข้าใจผิดในประเด็นนี้ เช่น รายงานความยั่งยืน (Sustainability Report) ขององค์กรบางแห่ง ที่นำเสนอข้อมูลเชิงวิชาการและเชิงเทคนิคจำนวนมาก ทำให้ผู้อ่านทั่วไปไม่สามารถเข้าใจได้

📌 แนวทางแก้ไข
คอนเทนต์ด้าน ESG ควรมุ่งเน้นไปที่การนำเสนอข้อมูลเชิงลึกและเข้าใจง่าย เพื่อให้ผู้ชมสามารถเข้าใจประเด็น ESG ได้อย่างแท้จริง คอนเทนต์ควรใช้ภาษาที่ชัดเจนและกระชับ หลีกเลี่ยงการใช้ศัพท์เทคนิคหรือคำศัพท์เฉพาะทางมากเกินไป

✅ ความเข้าใจผิดว่าการทำคอนเทนต์ด้าน ESG ควรมุ่งเน้นไปที่ลูกค้าหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเท่านั้น

ความเข้าใจผิดนี้อาจทำให้คอนเทนต์ด้าน ESG ไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอื่นๆ เช่น ประชาชนทั่วไป

🟠 ตัวอย่างของคอนเทนต์ที่เข้าใจผิดในประเด็นนี้ เช่น คอนเทนต์ด้าน ESG ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ขององค์กร ซึ่งเข้าถึงได้เฉพาะลูกค้าหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเท่านั้น

📌 แนวทางแก้ไข
คอนเทนต์ด้าน ESG ควรมุ่งเน้นไปที่การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย เพื่อให้สามารถสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ ESG ให้กับประชาชนไทยได้อย่างทั่วถึง คอนเทนต์ควรเผยแพร่ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย สื่อมวลชน เป็นต้น

✅ ความเข้าใจผิดว่าการทำคอนเทนต์ด้าน ESG ควรนำเสนอข้อมูลเชิงบวกเกี่ยวกับองค์กรเท่านั้น
ความเข้าใจผิดนี้อาจทำให้ผู้ชมเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ ESG ได้ ผู้ชมอาจคิดว่าองค์กรนั้นสมบูรณ์แบบ ไม่มีข้อบกพร่อง

🟠 ตัวอย่างของคอนเทนต์ที่เข้าใจผิดในประเด็นนี้ เช่น คอนเทนต์ด้าน ESG ที่นำเสนอข้อมูลเชิงบวกเกี่ยวกับองค์กรเท่านั้น เช่น กิจกรรม CSR หรือโครงการด้านความยั่งยืนต่างๆ โดยไม่นำเสนอข้อมูลเชิงลบหรือข้อท้าทายต่างๆ

📌 แนวทางแก้ไข
คอนเทนต์ด้าน ESG ควรนำเสนอข้อมูลที่เป็นกลาง ครอบคลุมทั้งข้อมูลเชิงบวกและเชิงลบ เพื่อให้ผู้ชมสามารถเข้าใจสถานการณ์ได้อย่างแท้จริง คอนเทนต์ควรนำเสนอข้อมูลเชิงลึกและวิเคราะห์ถึงสาเหตุและผลกระทบของประเด็น ESG ต่างๆ

ความเข้าใจผิดเหล่านี้อาจทำให้การทำคอนเทนต์ด้าน ESG ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ดังนั้น จึงควรให้ความสำคัญกับความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการทำคอนเทนต์ด้าน ESG เพื่อให้สามารถพัฒนาคอนเทนต์ที่มีคุณภาพและเข้าถึงผู้ชมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

===

#เล่าเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายและสนุก



 #เล่าเรื่องความยั่งยืน vs  #เล่าเรื่องเพื่อโฆษณาความแตกต่างที่ SMEs ควรรู้การเล่าเรื่องความยั่งยืนและโฆษณานั้นมีความคล้...
01/12/2023

#เล่าเรื่องความยั่งยืน vs #เล่าเรื่องเพื่อโฆษณา
ความแตกต่างที่ SMEs ควรรู้

การเล่าเรื่องความยั่งยืนและโฆษณานั้นมีความคล้ายคลึงกันตรงที่ทั้งสองต้องการสื่อสารข้อความไปยังกลุ่มเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม การเล่าเรื่องความยั่งยืนและโฆษณานั้นมีความแตกต่างกันที่สำคัญหลายประการ ดังนี้

🟠 เป้าหมาย
เป้าหมายของการเล่าเรื่องความยั่งยืนนั้นมุ่งเน้นไปที่การสร้างความตระหนักรู้และความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและคู่ค้าเกี่ยวกับความมุ่งมั่นขององค์กรในการสร้างความยั่งยืน ในขณะที่เป้าหมายของโฆษณานั้นมุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าหรือบริการขององค์กร

🟠 เนื้อหา
เนื้อหาของการเล่าเรื่องความยั่งยืนนั้นมุ่งเน้นไปที่ประเด็นความยั่งยืน เช่น สิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ ในขณะที่เนื้อหาของโฆษณานั้นมุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์หรือบริการขององค์กร

🟠 ช่องทางการสื่อสาร
ช่องทางการสื่อสารของการเล่าเรื่องความยั่งยืนนั้นมีความหลากหลาย เช่น เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย สื่อมวลชน และกิจกรรมด้านความยั่งยืน ในขณะที่ช่องทางการสื่อสารของโฆษณานั้นมุ่งเน้นไปที่สื่อแบบดั้งเดิมและโซเชียลมีเดีย เช่น ทีวี วิทยุ โซเชียลมีเดีย และสื่อสิ่งพิมพ์

🟠 การวัดผล
การวัดผลของการเล่าเรื่องความยั่งยืนนั้นมุ่งเน้นไปที่การวัดระดับความตระหนักรู้และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและคู่ค้าเกี่ยวกับความยั่งยืนขององค์กร ในขณะที่การวัดผลของโฆษณานั้นมุ่งเน้นไปที่การวัดยอดขายหรือผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI)

ตัวอย่างความแตกต่างของการเล่าเรื่องความยั่งยืนกับโฆษณา ได้แก่

การเล่าเรื่องความยั่งยืน
เป้าหมาย: สร้างความเข้าใจและตระหนักรู้เกี่ยวกับความยั่งยืน
เนื้อหา: ประเด็นความยั่งยืน เช่น สิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ
ช่องทางการสื่อสาร: เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย สื่อมวลชน และกิจกรรมด้านความยั่งยืน
การวัดผล: ระดับความตระหนักรู้และความเชื่อมั่นเกี่ยวกับความยั่งยืน

โฆษณา
เป้าหมาย: กระตุ้นให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าหรือบริการ
เนื้อหา: ผลิตภัณฑ์หรือบริการ
ช่องทางการสื่อสาร: สื่อแบบดั้งเดิม เช่น ทีวี วิทยุ โซเชียลมีเดีย และสื่อสิ่งพิมพ์
การวัดผล: ยอดขายหรือ ROI

SMEs ควรเลือกใช้แนวทางการเล่าเรื่องความยั่งยืนหรือโฆษณาที่เหมาะสมกับเป้าหมายและกลุ่มเป้าหมายของตน

===

#เล่าเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายและสนุก



ที่อยู่

692 ซอยเพชรเกษม 88 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค
Bangkok
10160

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 18:00
อังคาร 10:00 - 18:00
พุธ 10:00 - 18:00
พฤหัสบดี 10:00 - 18:00
ศุกร์ 10:00 - 18:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ CreativeTone Content & Design for Social Changeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง CreativeTone Content & Design for Social Change:

แชร์