สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล-ประเทศไทย

สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล-ประเทศไทย ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล-ประเทศไทย, หน่วยงานด้านการประชาสัมพันธ์, 63/1 ถนนพระรามเก้า แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร, Bangkok

สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย)
"เจตนารมย์เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมโทรทัศน์ระดับชาติในมิติต่างๆและเพื่อประโยชน์สาธารณะ"

website : www.adteb.or.th
#สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอลประเทศไทย

📺“หน้าที่ของทีวีสาธารณะ คือเติมเต็มช่องว่างของสื่อ ทำให้ประชาชนยังมีที่พึ่งพิงด้านข้อมูล”📌วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ผู้อำน...
05/10/2026

📺“หน้าที่ของทีวีสาธารณะ คือเติมเต็มช่องว่างของสื่อ ทำให้ประชาชนยังมีที่พึ่งพิงด้านข้อมูล”

📌วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์
ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส)

ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารไหลเวียนอย่างรวดเร็ว และผู้คนสามารถเข้าถึงเนื้อหาจากหลากหลายแพลตฟอร์มได้เพียงปลายนิ้ว ความท้าทายของสื่อไม่ได้อยู่ที่การ “ส่งสาร” อีกต่อไป แต่คือการทำให้สารนั้น “น่าเชื่อถือ” และ “มีความหมายต่อสาธารณะ”

สำหรับ วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการไทยพีบีเอส มองว่า นี่คือเหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้ “ทีวีสาธารณะ” ยังคงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในสังคมไทย

ภายใต้บริบทปัจจุบันที่โครงสร้างความเป็นเจ้าของสื่อได้เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่เจ้าของสื่อคือคนทำสื่อ กลายเป็นองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ที่เข้ามาถือครองกิจการสื่อจำนวนมาก เมื่อสื่ออยู่ภายใต้อิทธิพลของทุน การนำเสนอข่าวสารที่คำนึงถึงประโยชน์สาธารณะอย่างรอบด้านอาจลดลง

“ในโลกทุกวันนี้ เราควรจะได้รับข่าวสารที่น่าเชื่อถือ แต่ต้องยอมรับว่าสื่อจำนวนมากอยู่ในมือของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ดังนั้นสื่อสาธารณะจึงต้องเข้ามาเติมเต็มช่องว่างตรงนี้”

ในมุมมองของผู้อำนวยการไทยพีบีเอส ทีวีสาธารณะมีความแตกต่างจากสื่อประเภทอื่นอย่างชัดเจน เพราะไม่ได้อยู่ใต้อิทธิพลของรัฐหรือทุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จึงสามารถทำหน้าที่นำเสนอข้อมูลข่าวสารเพื่อประโยชน์ของประชาชนได้อย่างเป็นอิสระ
หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการผลิตเนื้อหา แต่คือการสร้าง “ความไว้วางใจ” ให้กับผู้ชม ในยุคที่ข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือนแพร่กระจายได้ง่ายมุ่งผลิตคอนเทนต์คุณภาพ มีประโยชน์ต่อสังคม

วันชัยชี้ให้เห็นอีกมิติหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมสื่อ คือการหายไปของเนื้อหาที่ไม่ตอบโจทย์เชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะ “สารคดี” ซึ่งปัจจุบันสถานีโทรทัศน์ส่วนใหญ่ลดการผลิตสารคดีลงอย่างมาก เพราะไม่สามารถสร้างรายได้จากโฆษณาได้เท่ากับรายการบันเทิงหรือละคร

“ทุกวันนี้แทบไม่มีช่องไหนลงทุนทำสารคดี เพราะโฆษณาไม่ลง แต่สารคดี โดยเฉพาะที่ผลิตโดยคนไทย ควรมีที่ยืนในสังคม”

ด้วยเหตุนี้ ไทยพีบีเอสจึงยังคงยืนยันบทบาทในการผลิตและเผยแพร่สารคดี และ 80% เป็นสารคดีที่ผลิตโดยคนไทยที่มีคุณภาพสูง และได้รับความสนใจจากต่างประเทศติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์รายการไปออกอากาศ รวมถึงเนื้อหาที่มีสาระควบคู่กับความบันเทิง เพื่อรักษาความหลากหลายของเนื้อหาในระบบสื่อไทย

ขณะเดียวกัน เขาย้ำว่า ทีวีสาธารณะไม่ได้ละเลยความนิยมของผู้ชม และเชื่อว่าคอนเทนต์ที่มีคุณภาพควรเข้าถึงผู้คนในวงกว้าง และมอบเป็นนโยบายสำคัญแม้จะเป็นทีวีสาธารณะต้องแข่งขันเรื่องเรตติ้ง เพื่อให้รู้ว่าเราอยู่ในระดับไหน ทำให้พนักงานเกิดความแอคทีฟที่จะทำงาน และแข่งขันอย่างเต็มที่

“ถ้าทำของดี มีคุณภาพ ก็ควรมีคนดูเยอะ ไม่อย่างนั้นก็เสียของ” วันชัยกล่าว

แม้ไทยพีบีเอสจะไม่ใช่สื่อเชิงพาณิชย์ แต่คุณวันชัยย้ำว่า องค์กรยังต้องให้ความสำคัญกับ “การแข่งขัน” เพื่อพัฒนาคุณภาพเนื้อหาและสร้างแรงจูงใจให้กับทีมงานอยู่ตลอดเวลา

✅อ่านเพิ่มเติมได้ที่: https://www.adteb.or.th/content/35189/
✅สามารถดาวน์โหลดฉบับเต็มได้ที่: https://drive.google.com/file/d/1ZKuCPddFq8Ekg1NoMkLKkf5L_QyKBOVP/view?usp=sharing
✅อ่านหนังสือแบบ E-Book
https://anyflip.com/lioji/sjoj/

📌 ติดตามเพจ สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล-ประเทศไทย
📌เว็บไซต์ www.adteb.or.th

#สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอลประเทศไทย #หนังสือRoadmapทีวีดิจิทัลทางรอดหรือทางตัน
#วันชัยตันติวิทยาพิทักษ์

#ทีวีดิจิทัลทางรอดหรือทางตัน

📺“สื่อทีวีไม่ได้กำลังจะตาย แต่ถูกบังคับให้ Fine-Tune ใหม่ทั้งระบบ"📌มุมมองจาก ภวัต เรืองเดชวรชัยนายกสมาคมมีเดียเอเยนซีและ...
02/10/2026

📺“สื่อทีวีไม่ได้กำลังจะตาย แต่ถูกบังคับให้ Fine-Tune ใหม่ทั้งระบบ"

📌มุมมองจาก ภวัต เรืองเดชวรชัย
นายกสมาคมมีเดียเอเยนซีและธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย

ในสายตาของคนวางแผนสื่อที่ทำงานอยู่กับ “เม็ดเงินโฆษณา” และ “พฤติกรรมผู้บริโภค” มาโดยตลอด ภวัต เรืองเดชวรชัย นายกสมาคมมีเดียเอเยนซีและธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย มองว่า อุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยในวันนี้ ไม่ได้เพิ่งเข้าสู่จุดเปลี่ยน แต่ได้เดินผ่าน “การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่” มาแล้วหลายระลอก เพียงแต่ระลอกล่าสุดกำลังทำให้โครงสร้างเดิมไม่สามารถยืนอยู่ได้เหมือนเดิมอีกต่อไป

เขาย้อนภาพให้เห็นว่า จุดเปลี่ยนสำคัญเริ่มต้นอย่างชัดเจนตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่ทีวีดิจิทัลถือกำเนิดขึ้นในประเทศไทย แต่ในเวลาเดียวกัน โซเชียลมีเดียก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตของคนไทยในวงกว้างอย่างแท้จริง

“ปีนั้น ทีวียังเป็นพระเอก เม็ดเงินโฆษณากว่า 60% อยู่ที่ทีวี แต่พฤติกรรมคนเริ่มเปลี่ยน คนอยู่กับมือถือมากขึ้น เล่นโซเชียลมากขึ้น ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”

การเกิดขึ้นของทีวีดิจิทัล และมีจำนวนถึง 24 ช่องในเวลานั้น ยิ่งเร่งให้การแข่งขันในระบบเดิมเข้มข้นขึ้น ขณะที่ตลาดโฆษณายังมีงบประมาณเท่าเดิม ที่ราว 70,000 กว่าล้านบาท ในอีกด้านหนึ่ง โซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มออนไลน์ก็เติบโต และแข็งแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ค่อย ๆ ดึงความสนใจของผู้ชมออกจากหน้าจอโทรทัศน์
แต่หากจะมีช่วงเวลาใดที่เปลี่ยนโครงสร้างสื่ออย่างรุนแรงที่สุด ภวัต มองว่า “โควิด-19” คือจุดเร่งสำคัญ

“โควิดทำให้พฤติกรรมคนเปลี่ยนไปสู่สังคมดิจิทัล เร็วขึ้น 5–10 ปี เพราะคนถูกบังคับให้อยู่บนแพลตฟอร์มดิจิทัล ใช้แอปพลิเคชัน ใช้โซเชียลมีเดีย เพราะทุกอย่างถูกล็อกดาวน์ ทำให้การใช้ช่องทางออนไลน์มากขึ้นแบบก้าวกระโดด” ภวัตระบุ

ในช่วงเวลานั้น ทีวีเองได้เผชิญกับข้อจำกัดด้านการสร้างสรรค์คอนเทนต์ใหม่ ๆ ขณะที่แพลตฟอร์มอย่าง TikTok เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้คนต้องอยู่บ้านและใช้เวลาบนหน้าจอมือถือมากขึ้นอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ส่งผลกระทบต่อสื่อโทรทัศน์อย่างรุนแรง

“จากยุคเม็ดเงินรวมศูนย์ สู่ยุคเม็ดเงินกระจาย”
ในอดีต อุตสาหกรรมโทรทัศน์เคยมีเม็ดเงินโฆษณาสูงถึง 70,000–80,000 ล้านบาท และเป็นศูนย์กลางของการสื่อสารการตลาดของแบรนด์ต่าง ๆ แต่วันนี้ ภาพดังกล่าวเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ภวัตอธิบายว่า เม็ดเงินโฆษณาไม่ได้หายไป แต่ “กระจายตัว” ไปยังแพลตฟอร์มใหม่จำนวนมาก โดยเฉพาะแพลตฟอร์มดิจิทัลจากต่างประเทศ

“จากเดิมที่เราทำงานกับช่องทีวี คนไทยทั้งหมด เม็ดเงินอยู่ในประเทศ แต่วันนี้เม็ดเงินจำนวนมากไหลออกไปต่างประเทศก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมาในประเทศ”

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ประกอบการทีวี แต่กระทบทั้งระบบนิเวศของอุตสาหกรรม ตั้งแต่เอเยนซี ผู้ผลิตคอนเทนต์ ไปจนถึงบุคลากรในสายงานต่าง ๆ
ในขณะเดียวกัน วิธีคิดในการซื้อสื่อก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
จากเดิมที่การซื้อสื่อทีวีอิงกับเรตติ้ง GRP และผังรายการ กลายเป็นการวัดผลแบบเรียลไทม์ เน้น Reach, Frequency และ Conversion ที่สามารถเชื่อมโยงไปถึงยอดขายได้ทันที ซึ่งต้องยอมรับว่าสื่อออนไลน์สามารถให้ประสิทธิภาพได้แบบเรียลไทม์ และมีความยืดหยุ่นมากกว่าสื่อโทรทัศน์

“ทีวีเป็นการวางแผนแบบฟิกซ์ แต่ดิจิทัลสามารถปรับได้ตลอดเวลา นี่คือความต่างที่สำคัญมาก”

✅อ่านเพิ่มเติมได้ที่: https://www.adteb.or.th/content/35188/
✅ สามารถดาวน์โหลดฉบับเต็มได้ที่: https://drive.google.com/file/d/1ZKuCPddFq8Ekg1NoMkLKkf5L_QyKBOVP/view?usp=sharing

✅ อ่านหนังสือแบบ E-Book
https://anyflip.com/lioji/sjoj/

📌ติดตามเพจ สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล-ประเทศไทย
📌เว็บไซต์ www.adteb.or.th

#สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอลประเทศไทย #หนังสือRoadmapทีวีดิจิทัลทางรอดหรือทางตัน #ภวัตเรืองเดชวรชัย

#ทีวีดิจิทัลทางรอดหรือทางตัน

📺 จากยุค Broadcast สู่โลก My Time“โจทย์ของทีวีไทยวันนี้ไม่ใช่การแข่งขันกันเอง แต่คือการพาคอนเทนต์ไทยไปแข่งขันกับทั้งโลก"...
30/09/2026

📺 จากยุค Broadcast สู่โลก My Time

“โจทย์ของทีวีไทยวันนี้ไม่ใช่การแข่งขันกันเอง แต่คือการพาคอนเทนต์ไทยไปแข่งขันกับทั้งโลก"

📌มุมมองจาก วิบูลย์ ลีรัตนขจร
หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจโทรทัศน์ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน)

หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2557 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของยุคทีวีดิจิทัลในประเทศไทย หลายคนอาจมองว่านั่นคือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทย แต่ในมุมมองของ วิบูลย์ ลีรัตนขจร หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจโทรทัศน์ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) การเปลี่ยนผ่านจากระบบอนาล็อกสู่ดิจิทัลเป็นเพียง "คลื่นลูกแรก" ของความเปลี่ยนแปลงเท่านั้น

สิ่งที่เปลี่ยนอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง คือการมาถึงของเทคโนโลยีดิจิทัลและแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งเข้ามาเปลี่ยนวิธีคิด วิธีดู และวิธีใช้เวลาของผู้คนอย่างสิ้นเชิง
วิบูลย์ เปรียบเทียบว่า หากการประมูลทีวีดิจิทัลคือ "น้ำท่วมใหญ่" ที่ทำให้อุตสาหกรรมต้องเผชิญการแข่งขันสูงเกินความจำเป็น เทคโนโลยีและ OTT ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือ "สึนามิ" ที่เปลี่ยนภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมทั้งระบบ
“ตอนประมูลทีวีดิจิทัล เรายังพูดถึง Prime Time กันอยู่เลย ไม่มีใครคิดว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้า คนดูจะเปลี่ยนจาก Prime Time ไปเป็น My Time”

ในอดีต โทรทัศน์กำหนดเวลาของผู้ชม ผู้คนต้องเปิดจอในช่วงเวลาเดียวกันเพื่อรับชมรายการโปรด แต่ปัจจุบัน ผู้ชมเป็นผู้กำหนดเวลาเอง สามารถเลือกรับชมเนื้อหาที่ต้องการ เมื่อไรก็ได้ ผ่านอุปกรณ์ใดก็ได้ การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแพลตฟอร์ม แต่คือการเปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์

เมื่อเวลาของคนยังเท่าเดิม แต่สื่อมีเพิ่มขึ้น
วิบูลย์มองว่า แก่นแท้ของการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมสื่อ ไม่ได้อยู่ที่จำนวนช่องโทรทัศน์ หรือจำนวนแพลตฟอร์มที่เพิ่มขึ้น แต่อยู่ที่ความจริงข้อหนึ่งซึ่งไม่เคยเปลี่ยน นั่นคือ "เวลาของคนมีเท่าเดิม"

ในขณะที่ข้อมูล ข่าวสาร ความบันเทิง และคอนเทนต์จากทั่วโลกเพิ่มขึ้นทุกวัน เวลาของผู้ชมกลับไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม

“ทุกวันนี้เราไม่ได้แข่งขันกันแค่กับช่องทีวีด้วยกัน แต่แข่งขันกับ YouTube, Facebook, Instagram, TikTok, Netflix รวมถึงคอนเทนต์จากทุกมุมโลกที่อยู่ในโทรศัพท์มือถือ”

เขามองว่า โลกปัจจุบันกลายเป็น "One World of Information" อย่างสมบูรณ์ ผู้ชมสามารถเข้าถึงเนื้อหาจากประเทศใดก็ได้ตลอด 24 ชั่วโมง นี่คือความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์สื่อ

จาก Prime Time สู่ My Time
สำหรับ BEC และช่อง 3 การปรับตัวไม่ได้เริ่มต้นในวันที่ OTT เติบโตขึ้น แต่เริ่มต้นมาต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยยุทธศาสตร์สำคัญขององค์กร คือการเปลี่ยนวิธีคิดจากการสร้างคอนเทนต์สำหรับ Prime Time ไปสู่การสร้างคอนเทนต์ที่สามารถเดินทางไปอยู่ใน My Time ของผู้ชมได้

“วันนี้เราไม่ได้คิดแค่ว่าจะทำอย่างไรให้คนดูในช่วงเวลาออกอากาศ แต่คิดว่าจะทำอย่างไรให้คอนเทนต์มีชีวิตอยู่ต่อในทุกแพลตฟอร์ม หน้าที่ของผู้ผลิตคอนเทนต์ในยุคใหม่ คือการทำความเข้าใจทั้งเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค แล้วนำสองสิ่งนี้มาหลอมรวมกันเป็นยุทธศาสตร์การผลิตเนื้อหา” วิบูลย์ กล่าว

✅อ่านเพิ่มเติมได้ที่: https://www.adteb.or.th/content/35186/
✅สามารถดาวน์โหลดฉบับเต็มได้ที่: https://drive.google.com/file/d/1ZKuCPddFq8Ekg1NoMkLKkf5L_QyKBOVP/view?usp=sharing
✅อ่านหนังสือแบบ E-Book
https://anyflip.com/lioji/sjoj/
📌ติดตามเพจ สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล-ประเทศไทย
📌เว็บไซต์ www.adteb.or.th


#สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอลประเทศไทย #หนังสือRoadmapทีวีดิจิทัลทางรอดหรือทางตัน #วิบูลย์ลีรัตนขจร

#ทีวีดิจิทัลทางรอดหรือทางตัน

📺จากยุคโฆษณาสู่ยุคสมาชิก“อนาคตของทีวีไทยไม่ได้อยู่ที่แพลตฟอร์ม แต่อยู่ที่โมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์ผู้ชม”📌มุมมองจาก นวมินทร์...
28/09/2026

📺จากยุคโฆษณาสู่ยุคสมาชิก

“อนาคตของทีวีไทยไม่ได้อยู่ที่แพลตฟอร์ม แต่อยู่ที่โมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์ผู้ชม”

📌มุมมองจาก นวมินทร์ ประสพเนตร
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน)

หากมองการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยผ่านสายตาของผู้ประกอบการหลายราย หลายคนอาจเริ่มต้นด้วยคำว่า "การแข่งขัน" หรือ "เทคโนโลยี" แต่สำหรับ นวมินทร์ ประสพเนตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดกลับไม่ใช่เรื่องของแพลตฟอร์ม หากแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงของ "โมเดลธุรกิจ"
เขามองว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมสื่อทั่วโลก ไม่ใช่การสิ้นสุดของโทรทัศน์ แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านจากระบบที่พึ่งพารายได้จากโฆษณาเพียงอย่างเดียว ไปสู่โมเดลที่ผู้ชมยินดีจ่ายเงินเพื่อแลกกับคอนเทนต์คุณภาพ

"เราไม่ได้กำลังเปลี่ยนจากทีวีไปเป็น OTT แต่กำลังเปลี่ยนจาก Advertising Economy ไปสู่ Subscription Economy"
ในมุมมองของเขา การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นปรากฏการณ์ระดับโลก และประเทศไทยก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

จุดเปลี่ยนของ MONO เมื่อคอนเทนต์ต่างประเทศเปลี่ยนเกม

นวมินทร์ย้อนกลับไปถึงช่วงเริ่มต้นของทีวีดิจิทัล ซึ่ง MONO ประสบความสำเร็จจากการเป็นสถานีโทรทัศน์ที่มีจุดแข็งด้านภาพยนตร์และซีรีส์ต่างประเทศ ตลอดระยะเวลากว่า 7-8 ปี โมเดลดังกล่าวสามารถสร้างฐานผู้ชมได้อย่างต่อเนื่อง แต่หลังสถานการณ์โควิด-19 เขาเริ่มมองเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
เจ้าของลิขสิทธิ์ระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น HBO, Disney หรือค่ายภาพยนตร์ฮอลลีวูด ต่างทยอยเปิดบริการสตรีมมิ่งของตนเองในประเทศไทย ทำให้คอนเทนต์ที่เคยเป็นจุดแข็งของสถานีโทรทัศน์ไทยค่อย ๆ หายไปจากตลาด
ขณะเดียวกัน เม็ดเงินโฆษณาในอุตสาหกรรมโทรทัศน์ก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง
"เราเห็นสัญญาณตั้งแต่หลายปีก่อนว่าถ้ายังใช้โมเดลเดิม สุดท้ายก็จะเดินไปถึงทางตัน"

MONO จึงเริ่มพัฒนาแพลตฟอร์ม MONOMAX อย่างจริงจัง พร้อมวางแผนสร้างธุรกิจ OTT ควบคู่กับธุรกิจโทรทัศน์ภาคพื้นดิน
หลายคนมองว่าการได้ลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกคือความสำเร็จครั้งใหญ่ของ MONOMAX Sports นวมินทร์อธิบายว่า สิ่งสำคัญกว่าลิขสิทธิ์ฟุตบอล คือการเปลี่ยนตำแหน่งทางธุรกิจขององค์กร จากเดิมที่ MONO แข่งขันในตลาดภาพยนตร์และซีรีส์ กลายเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มกีฬาพรีเมียม
"เราไม่ได้ซื้อลิขสิทธิ์กีฬาเพราะอยากได้ฟุตบอล แต่เพราะกำลังมองหาคอนเทนต์ที่แตกต่าง และสามารถสร้างคุณค่าให้กับแพลตฟอร์มของเรา"

นวมินทร์เชื่อว่ากีฬา โดยเฉพาะพรีเมียร์ลีก เป็น Premium Content ที่ยังไม่มีสิ่งใดเข้ามาทดแทนได้ และเป็น "แม่เหล็ก" สำคัญในการสร้างฐานสมาชิก พรีเมียร์ลีกจึงไม่ใช่จุดจบของกลยุทธ์ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบนิเวศใหม่ของ MONOMAX


✅อ่านเพิ่มเติมได้ที่: https://www.adteb.or.th/content/35185/
✅สามารถดาวน์โหลดฉบับเต็มได้ที่:
https://drive.google.com/file/d/1ZKuCPddFq8Ekg1NoMkLKkf5L_QyKBOVP/view?usp=sharing
✅อ่านหนังสือแบบ E-Book
https://anyflip.com/lioji/sjoj/
📌ติดตามเพจ สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล-ประเทศไทย
📌เว็บไซต์ www.adteb.or.th


#สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอลประเทศไทย #หนังสือRoadmapทีวีดิจิทัลทางรอดหรือทางตัน #นวมินทร์ประสพเนตร

#ทีวีดิจิทัลทางรอดหรือทางตัน

📺 อุตสาหกรรมทีวีไทยในจุดเปลี่ยนเมื่อกติกากำลังทำให้สื่อระดับชาติอ่อนแรง 📌บทสัมภาษณ์พิเศษ : นายเดียว วรตั้งตระกูลประธานเจ...
25/09/2026

📺 อุตสาหกรรมทีวีไทยในจุดเปลี่ยน
เมื่อกติกากำลังทำให้สื่อระดับชาติอ่อนแรง

📌บทสัมภาษณ์พิเศษ : นายเดียว วรตั้งตระกูล
ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท วัน สามสิบเอ็ด จำกัด และเลขานุการสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย)
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านของโลกสื่อจากยุค Broadcast Industry สู่ยุค Media Platform อุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยกำลังเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญ ทั้งจากพฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนไป เทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาดิสรัปต์อย่างรวดเร็ว และการแข่งขันจากแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของ นายเดียว วรตั้งตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท วัน สามสิบเอ็ด จำกัด และเลขานุการสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) ปัจจัยเหล่านี้อาจไม่ใช่เรื่องน่ากังวลที่สุด หากแต่สิ่งที่อุตสาหกรรมกำลังเผชิญอย่างแท้จริง คือ “ความไม่ชัดเจนของอนาคต” ที่ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถตัดสินใจเดินหน้าธุรกิจได้อย่างมั่นใจ

นายเดียวมองว่า ปัจจุบันผู้ชมเลือกเสพสื่อผ่านแพลตฟอร์มที่ง่าย สะดวก และเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่ง OTT และสื่อออนไลน์เข้ามาตอบโจทย์พฤติกรรมดังกล่าวได้ดีกว่าโทรทัศน์แบบดั้งเดิม แต่ถึงแม้เทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปเพียงใด สิ่งสำคัญที่สุดยังคงเป็น “คอนเทนต์”

“ไม่ว่าจะจากอนาล็อกมาดิจิทัล หรือจากดิจิทัลไป OTT หัวใจสำคัญไม่เคยเปลี่ยน คือ Content is King ถ้ามีคอนเทนต์ที่คนอยากดู เขาก็พร้อมจะดูเสมอ”
อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่า โทรทัศน์มีบทบาทที่แตกต่างจากแพลตฟอร์มออนไลน์ เพราะทีวีไม่ใช่เพียงธุรกิจความบันเทิง แต่ยังมีฟังก์ชันของ Public Service ในฐานะสื่อที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นบทบาทที่ยังมีความสำคัญต่อประเทศ
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้คือ สื่อโทรทัศน์ซึ่งควรได้รับการออกแบบให้ยังคงมีอิทธิพลและทำหน้าที่ดังกล่าว กลับไม่ได้รับการวางแผนรองรับในระยะยาว ส่งผลให้อุตสาหกรรมค่อย ๆ เล็กลง และกำลังถูกผลักให้กลายเป็น Sunset Business ทั้งที่ยังมองไม่เห็นทิศทางอนาคตที่ชัดเจน

“วันนี้ไม่มีใครตอบได้ว่า หลังปี 2572 ทีวีไทยจะเป็นอย่างไร” นายเดียวสะท้อนว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการกังวลมากที่สุดไม่ใช่การแข่งขันจาก OTT แต่คือคำถามเรื่องอนาคตของอุตสาหกรรมหลังปี 2572 ซึ่งเป็นช่วงสิ้นสุดอายุใบอนุญาตทีวีดิจิทัล

ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการยังไม่เคยได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่า จะมีการประมูลใหม่หรือไม่ หากประมูลจะใช้เงื่อนไขใด จะมีการต่ออายุแบบอัตโนมัติหรือไม่ หรือจะมีการหลอมรวมเทคโนโลยีระหว่างทีวีภาคพื้นดิน ดาวเทียม และแพลตฟอร์มออนไลน์ในรูปแบบใด

“คำถามเหล่านี้ควรมีคำตอบตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว เพราะธุรกิจต้องใช้เวลาเตรียมตัว แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีใครตอบได้” นายเดียวกล่าว

เขาชี้ว่า เมื่ออนาคตยังไม่ชัดเจน ผู้ประกอบการย่อมไม่กล้าลงทุนกับคอนเทนต์ขนาดใหญ่ ไม่กล้าใส่ของใหม่ ของแพง หรือพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม เพราะไม่รู้ว่าฐานธุรกิจเดิมจะยังคงอยู่หรือไม่

ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการทีวีจำนวนมากจึงหันไปมองหาโมเดลใหม่บนแพลตฟอร์ม OTT ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังมองเห็นศักยภาพในการเติบโต และสามารถเดิมพันกับอนาคตได้มากกว่า

“วันนี้ผู้ประกอบการ คอนเทนต์ครีเอเตอร์ และคอนเทนต์โพรวายเดอร์ ไปอยู่กับ OTT กันหมดแล้ว เพราะอย่างน้อยถ้าทำคอนเทนต์ดี ก็ยังมีโอกาส แต่ถ้าอยู่บนฐานทีวีดิจิทัลที่ไม่เห็นอนาคต ก็ไม่รู้จะลงทุนไปเพื่ออะไร”

✅ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.adteb.or.th/content/35184/
✅ สามารถดาวน์โหลดฉบับเต็มได้ที่: https://drive.google.com/file/d/1ZKuCPddFq8Ekg1NoMkLKkf5L_QyKBOVP/view?usp=drive_link
✅ อ่านหนังสือแบบ E-Book
https://anyflip.com/lioji/sjoj/

📌 ติดตามเพจ สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล-ประเทศไทย
📌เว็บไซต์ www.adteb.or.th


#สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอลประเทศไทย #หนังสือRoadmapทีวีดิจิทัลทางรอดหรือทางตัน #เดียววรตั้งตระกูล

#ที่วีดิจิทัลทางรอดหรือทางตัน

📢อ่านหรือดาวน์โหลด!!!หนังสือ"Roadmap ทีวีดิจิทัล ทางรอดหรือทางตัน"ของสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย)ได้แล้ววันนี้!!...
23/09/2026

📢อ่านหรือดาวน์โหลด!!!
หนังสือ

"Roadmap ทีวีดิจิทัล ทางรอดหรือทางตัน"
ของสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย)

ได้แล้ววันนี้!!!🚀

🔴 อ่านหนังสือแบบ E-Book
https://anyflip.com/lioji/sjoj/

🔴 ดาวน์โหลดไฟล์ PDF
https://drive.google.com/file/d/1ZKuCPddFq8Ekg1NoMkLKkf5L_QyKBOVP/view?usp=drive_link

พบกับ
บทสัมภาษณ์จากผู้บริหารของสถานีโทรทัศน์ หน่วยงานกำกับดูแล นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน สมาชิกวุฒิสภา ที่จะมาร่วมวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลที่น่าสนใจอย่างยิ่งต่ออตุสาหกรรมโทรทัศน์ของประเทศ อาทิ

• วิบูลย์ ลีรัตนขจร - 3HD
• นวมินทร์ ประสพเนตร - Monomax Sports TV
• เดียว วรตั้งตระกูล - ADTEB/One31
• ภวัต เรืองเดชวรชัย - MAAT
• วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ - ThaiPBS
• ทัศนียาพร ดวงแก้ว - NBT2HD
• พล.อ.ยุทธกร สุภาสูรย์ - ททบ.5
• รศ.ดร.วิไลวรรณ จงวิไลเกษม - ม.ธรรมศาสตร์
• ดร.ญาดา กาศยปนันทน์ - 9MCOTHD
• ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต - กสทช.
• พันเอก ดร.นที ศกุลรัตน์ - อดีตกสทช.
• อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ -ThaiPBS
• รศ.พิจิตรา ศุภสวัสดิ์กุล - จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
• สุทนต์ กล้าการขาย - สมาชิกวุฒิสภา

👀รีบอ่านก่อนใคร วันนี้!

รายละเอียดเพิ่มเติม www.adteb.or.th

#อ่านหรือดาวน์โหลดฟรี #หนังสือRoadmapทีวีดิจิทัลทางรอดหรือทางตัน #สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอลประเทศไทย #ทีวีสาธารณะ ีวีดิจิทัล

📢เตรียมพบกับหนังสือเล่มที่ 4ของสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย)"Roadmap ทีวีดิจิทัล ทางรอดหรือทางตัน"เร็วๆนี้➡️ทาง F...
17/09/2026

📢เตรียมพบกับ

หนังสือเล่มที่ 4
ของสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย)

"Roadmap ทีวีดิจิทัล ทางรอดหรือทางตัน"

เร็วๆนี้

➡️ทาง Facebook Fanpage : สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล-ประเทศไทย
เว็บไซต์สมาคม : www.adteb.or.th

#หนังสือRoadmapทีวีดิจิทัลทางรอดหรือทางตัน ีวีดิจิทัล #สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล-ประเทศไทย

สภาผู้บริโภค - สมาคมทีวีดิจิตอลฯ ยื่นสำนักงาน กสทช. แจ้ง นพ.สรณ หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาล พร้อมเร่งเปิดประชุม 6 กรร...
09/09/2026

สภาผู้บริโภค - สมาคมทีวีดิจิตอลฯ ยื่นสำนักงาน กสทช. แจ้ง นพ.สรณ หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาล พร้อมเร่งเปิดประชุม 6 กรรมการ เดินหน้า 148 วาระค้าง ด้านสภาผู้บริโภคเตรียมขอ ป.ป.ช. ตรวจสอบ หากสำนักงาน กสทช. ยังไม่ดำเนินการ

วันที่ 9 กันยายน 2569 สภาผู้บริโภคและสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอลฯ เข้ายื่นหนังสือถึงเลขาธิการ กสทช. ขอให้สำนักงานแจ้งให้ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลปกครองกลางจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น พร้อมสนับสนุนการประชุมของกรรมการ กสทช. ที่เหลือ เพื่อเร่งเคลียร์ 148 วาระค้าง ส่งผลกระทบต่อการเดินหน้าอุตสาหกรรมโทรคมนาคม โทรทัศน์ และเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

▪️เร่งคลี่ปมสถานะประธาน ก่อนเดินหน้าตัดสินใจเรื่องสำคัญ

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ประธานอนุกรรมการการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาผู้บริโภค กล่าวว่า การผลักดันให้ กสทช. กลับมาเปิดประชุมจำเป็นต้องทำควบคู่กับการสร้างความชัดเจนเรื่องสถานะของผู้ทำหน้าที่ประธาน เพราะการประชุมและการออกมติขององค์กรกำกับดูแลต้องมีความชัดเจนทั้งเรื่องผู้ใช้อำนาจและกระบวนการตัดสินใจ

ทั้งนี้ แม้ว่าเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ศาลปกครองสูงสุดจะมีคำสั่งที่ 952/2569 ลง กลับคำสั่งศาลปกครองชั้นต้น และให้รับคำฟ้องของ ศ. คลินิก นพ.สรณ ที่ขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ซึ่งวินิจฉัยว่า ศ. คลินิก นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามและขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. มาตั้งแต่ต้นไว้พิจารณา แต่คดียังต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาต่อไป การรับคำฟ้องจึงยังไม่ใช่การชี้ขาดว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาถูกหรือผิด

อีกทั้งในคำสั่งศาลยังระบุด้วยว่า กรรมการ กสทช. เท่าที่เหลืออยู่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ แต่ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 4 คน เพื่อให้การจัดทำบริการสาธารณะด้านวิทยุ โทรทัศน์ และโทรคมนาคมดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดชะงัก

นางสาวสุภิญญา กล่าวอีกว่า การที่ นพ.สรณ ฟ้องคดีเพื่อขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ไม่ได้ทำให้การบังคับตามคำวินิจฉัยนั้นหยุดลงโดยอัตโนมัติ จึงขอให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการให้สถานะการปฏิบัติหน้าที่มีความชัดเจน และแจ้งให้ นพ.สรณ หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลปกครองกลางจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

นางสาวสุภิญญาระบุด้วยว่า หากสำนักงาน กสทช. ยังไม่ดำเนินการเพื่อให้กรรมการที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้กลับมาประชุม ทั้งที่มีข้อกฎหมายรองรับการทำหน้าที่ของกรรมการที่เหลือ สภาผู้บริโภคและเครือข่ายฯ จะพิจารณายื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ตรวจสอบว่า ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือไม่

“วันนี้มีวาระจำนวนมากที่รอการพิจารณา ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโทรคมนาคม โทรทัศน์ และโดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ถ้าไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ ประเทศชาติจะเสียหายมหาศาล และหลายเรื่องกระทบผู้บริโภคโดยตรง หากกฎหมายเปิดทางให้กรรมการที่เหลือสามารถทำหน้าที่ได้ แต่ยังไม่มีการดำเนินการให้เกิดการประชุม ก็จำเป็นต้องมีคำอธิบายว่าเกิดจากเหตุใด หากยังไม่มีความชัดเจน เราจะพิจารณาใช้ช่องทางทางกฎหมายเพื่อให้มีการตรวจสอบต่อไป” นางสาวสุภิญญากล่าว

▪️‘ธนพันธุ์’ ขอสำนักงานจัดประชุม 6 กรรมการ 9 ก.ย.
ด้าน พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. ระบุว่า เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ตนได้ทำหนังสือถึงสำนักงาน กสทช. ขอให้เร่งจัดประชุมกรรมการที่เหลือ 6 คนในวันที่ 9 กันยายน 2569 เพื่อให้งานของ กสทช. กลับมาเดินหน้าต่อ โดยยกข้อกฎหมายว่า เมื่อเกิดกรณีกรรมการพ้นจากตำแหน่ง กฎหมายกำหนดให้กรรมการเท่าที่เหลืออยู่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ หากยังมีจำนวนไม่น้อยกว่า 4 คน

พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ ยังยกหลักเรื่องผลของคำสั่งทางปกครอง โดยเห็นว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ยังคงมีผลต่อผู้รับคำสั่งในระหว่างที่ยังไม่มีการเพิกถอนหรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น และเห็นว่าสำนักงาน กสทช. ควรจัดให้กรรมการที่เหลือสามารถประชุมและทำหน้าที่ต่อได้ ทั้งนี้ ตามมาตรา 42 แห่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง คำสั่งทางปกครองมีผลใช้ยันต่อบุคคลตั้งแต่ขณะที่ได้รับแจ้ง และยังคงมีผลตราบเท่าที่ยังไม่ถูกเพิกถอนหรือสิ้นผล
ในหนังสือของพลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ ยังขอให้สำนักงานชี้แจงเหตุผลหากไม่ดำเนินการจัดประชุมภายในวันที่ 9 กันยายน พร้อมระบุว่า หากผู้เกี่ยวข้องยังเพิกเฉยทั้งที่รับทราบข้อกฎหมายแล้ว อาจถูกตั้งคำถามถึงการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และอาจมีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

▪️สมาคมทีวีดิจิทัลฯ ทวงโรดแมปทีวี ก่อนหมดปี 72

ด้าน นายชาคริต ดิเรกวัฒนชัย อุปนายกสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) ระบุว่า การยื่นหนังสือฯ ดังกล่าวถึงสำนักงาน กสทช. ครั้งนี้ จะติดตามความคืบหน้าและทวงถามโรดแมปอนาคตทีวีดิจิทัลร่วมด้วย เนื่องจากใบอนุญาตปัจจุบันจะสิ้นสุดในเดือนเมษายน 2572 แต่ภาคอุตสาหกรรมยังไม่ได้รับความชัดเจนว่า หลังจากนั้นระบบโทรทัศน์ภาคพื้นดินจะเดินต่อในรูปแบบใด

นายชาคริต ระบุว่า โรดแมปไม่ได้มีผลเฉพาะต่อการวางแผนของสถานีโทรทัศน์ แต่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจลงทุนและการผลิตเนื้อหาในช่วงเวลาที่เหลือก่อนหมดอายุใบอนุญาต ปัจจุบันอุตสาหกรรมโทรทัศน์ดิจิทัลมีมูลค่าประมาณ 60,000 ล้านบาท แต่เริ่มเห็นสัญญาณว่าผู้ประกอบการบางส่วนลดการลงทุน ทั้งการผลิตละคร รายการวาไรตี้ และข่าว หากความไม่แน่นอนยืดเยื้อ ผลกระทบอาจส่งต่อไปถึงคุณภาพและความหลากหลายของเนื้อหาที่ประชาชนได้รับ รวมถึงมีผลกระทบคนที่เกี่ยวข้องและในอุตสาหกรรมโทรทัศน์กว่า 30,000 – 50,000 ตำแหน่งด้วย

สมาคมฯ จึงต้องการเห็นทั้ง กรอบเวลาและทิศทางที่ชัดเจนก่อนถึงปี 2572 ว่าทีวีดิจิทัลจะเปลี่ยนผ่านไปอย่างไร เพื่อให้ผู้ประกอบการ ผู้ผลิตเนื้อหา และประชาชนสามารถเตรียมตัวได้ทัน แทนที่จะปล่อยให้เวลาที่เหลืออยู่หมดไปโดยยังไม่มีคำตอบ ทั้งนี้ การทวงถามโรดแมปทีวีดิจิทัลจึงเป็นอีกตัวอย่างของเรื่องที่ยังรอการตัดสินใจจาก กสทช. และสะท้อนเหตุผลที่สภาผู้บริโภคและสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอลฯ ต้องการให้การประชุมของกรรมการกลับมาเดินหน้าต่อโดยเร็ว

#สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล(ประะทศไทย) #สถาองค์กรของผู้บริโภค #กสทช #สำนักงานกสทช.

สรุปข้อมูลเชิงลึกจากงาน TV | DEMAND GENERATOR LEADERSHIP FORUM 2026 ที่สำรวจเสียงสะท้อนจากผู้นำในวงการ------------------...
08/09/2026

สรุปข้อมูลเชิงลึกจากงาน TV | DEMAND GENERATOR LEADERSHIP FORUM 2026 ที่สำรวจเสียงสะท้อนจากผู้นำในวงการ
-----------------------------
📌 3 พลังของ TV ที่แพลตฟอร์มอื่นแทนที่ได้ยาก
⁍ แบรนด์ยังคงให้ TV เป็นสื่อที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุดในการสร้าง Brand Trust
⁍ พลังในการจุดกระแสสังคม (Cultural Impact) เข้าถึงคนหมู่มากพร้อมกันทันที
⁍ คุณภาพ Storytelling ระดับพรีเมียม ช่วยทวีคูณประสิทธิภาพให้แคมเปญบน Digital และ Social มีพลังยิ่งขึ้น
------------------------------
📌 จุดเปลี่ยนสำคัญ: งบประมาณรออยู่ แต่ติดคอขวดที่ "การวัดผล"
จากข้อมูล พบว่า ผู้บริหารกว่า 74% ของผู้ร่วมงาน พร้อมปรับเพิ่มงบประมาณให้ TV ใน 1–2 ปีข้างหน้า หากสื่อสามารถพิสูจน์ ROI และ Business Outcome ได้ชัดเจนทัดเทียมสื่อดิจิทัล
------------------------------
📌 3 โจทย์ใหญ่ที่อุตสาหกรรมต้องปลดล็อกร่วมกัน
⁍ การพัฒนาระบบวัดผลแบบ Cross-platform เชื่อมเรตติ้ง TV กับ Digital Metrics เพื่อพิสูจน์ Conversion ให้จับต้องได้
⁍ การพัฒนาเนื้อหาคุณภาพสูงที่สามารถเดินทางข้ามจอ (TV / Mobile / Social) เพื่อเปลี่ยน Audience ให้กลายเป็น Buyer
⁍ การเปลี่ยนมุมมองจากเดิมที่เป็นเพียง Mass Media สู่เครื่องมือกระตุ้น Demand ควบคู่กับ Performance Marketing
อนาคตของ TV จึงไม่ใช่การเลือกระหว่าง "จอแก้ว" หรือ "จอดิจิทัล" แต่คือการผสานพลังร่วมกันในรูปแบบ Omnichannel ที่ตอบโจทย์ธุรกิจอย่างแท้จริง

“ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องของผู้ประกอบการอีกแล้ว แต่มันคือเรื่องของภาวะสุญญากาศของ กสทช. จนถึงตอนนี้เรายังไม่สามารถตอบได้เลย...
07/09/2026

“ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องของผู้ประกอบการอีกแล้ว แต่มันคือเรื่องของภาวะสุญญากาศของ กสทช. จนถึงตอนนี้เรายังไม่สามารถตอบได้เลยว่า อนาคตของทีวีดิจิทัลไทยจะเป็นอย่างไร

กสทช. เป็นผู้รักษากฎหมาย และดูแลผู้ประกอบการ ทีวีดิจิทัล แต่ถ้า กสทช. ไม่ทำตามหน้าที่ ไม่ยึดถือความถูกต้อง มันทำให้เกิดคำถามจากทุกๆ ฝ่าย

คุณเดียว วรตั้งตระกูล
เลขานุการสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัลแห่งประเทศไทย

ที่อยู่

63/1 ถนนพระรามเก้า แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
Bangkok
10310

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล-ประเทศไทย โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์