Brand Wealth An Integrated Communications Agency specializing in developing desired Image and Reputation of Corporate and Product brands.

The company provides integrated solutions covering Public Relations, Investor Relations, CSR and Event Marketing

ร้านพี่วัว WashXpress เปิดบริการ Delivery ซัก อบผ้า ส่งตรงถึงบ้านยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ด้วยบริการครบวงจร มาตรฐานโอลิมป...
22/05/2026

ร้านพี่วัว WashXpress เปิดบริการ Delivery ซัก อบผ้า ส่งตรงถึงบ้าน
ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ด้วยบริการครบวงจร มาตรฐานโอลิมปิกส์

บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ "WASH" หนึ่งในผู้นำธุรกิจให้บริการร้านสะดวกซักครบวงจรชั้นนำของไทย ภายใต้แบรนด์ "WashXpress" ประกาศก้าวสำคัญด้วยการเปิดตัวบริการ Delivery "พี่วัวคู่ใจ ดูแลผ้าให้สะอาด ส่งถึงมือคุณ" ผ่านแอปพลิเคชัน WashXpress อย่างเป็นทางการ โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ถือเป็นการยกระดับความสะดวกสบายในการเข้าถึงบริการซักอบมาตรฐานพรีเมียมของ WashXpress เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และเชื่อถือได้ในทุกขั้นตอน

นายกวิน กลองกระโทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ WASH เผยว่า ผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2569 สะท้อนความสามารถในการสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพบนพื้นฐาน Business Model ที่ชัดเจน ทั้งการขยายสาขาที่บริษัทฯ เป็นเจ้าของ การเพิ่มบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค และการสื่อสารการตลาดที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย "การเปิดตัวบริการ Delivery ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มช่องทางบริการ แต่เป็นการสานต่อวิสัยทัศน์ Omnichannel ที่เราวางรากฐานมาตลอด นั่นคือการทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึง WashXpress ได้ในรูปแบบที่สะดวกที่สุด ไม่ว่าจะเลือกมาที่สาขา หรือสั่งผ่านแอปฯ ของเราให้ไรเดอร์มารับ – ส่งถึงบ้าน ประสบการณ์ที่ได้รับต้องไม่แตกต่างกัน" นายกวินกล่าว พร้อมเสริมว่า WASH เชื่อว่า Convenience และ Quality ต้องไปด้วยกัน และมุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ซักผ้าที่ดีที่สุดให้ผู้บริโภคทุกภูมิภาค เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืนและผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

การเปิดตัวบริการ Delivery ครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Omnichannel ของ WashXpress อย่างเป็นรูปธรรม บริษัทฯ มุ่งสร้างระบบบริการที่เชื่อมโยงทุก Touchpoint เข้าหากันอย่างไร้รอยต่อ ทั้งช่องทาง Offline อย่างสาขาที่ลูกค้าสามารถเดินเข้ามาใช้บริการได้ด้วยตนเอง ช่องทาง Online และช่องทาง On-demand ผ่านแอปพลิเคชัน WashXpress ที่ให้ลูกค้าติดตามสถานะการซัก สะสมคะแนน และสั่งบริการ Delivery ได้ในที่เดียว กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยให้ WashXpress เข้าถึงลูกค้าได้ในทุกโอกาส ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดหรืออยู่ในช่วงเวลาใดของวัน พร้อมมอบประสบการณ์ที่สอดคล้องกันในทุกช่องทางภายใต้มาตรฐานเดียวกัน

สำหรับบริการ Delivery จาก WashXpress มีรูปแบบการให้บริการ 2 รูปแบบ ได้แก่ บริการส่งอย่างเดียว สำหรับลูกค้าที่นำผ้ามาฝากที่สาขาด้วยตนเองและต้องการให้จัดส่งผ้ากลับถึงบ้านเมื่อเสร็จแล้ว และ บริการรับ-ส่ง ที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่การรับผ้าถึงหน้าบ้าน ดำเนินการซัก อบ พับตามมาตรฐาน WashXpress ก่อนจัดส่งกลับคืนในสภาพเรียบร้อยพร้อมใช้งานทันที ซึ่งทั้งสองรูปแบบสามารถใช้บริการได้สะดวกผ่านแอปพลิเคชัน WashXpress โดยไรเดอร์จะเป็นผู้ดำเนินการรับ – ส่งผ้าถึงหน้าบ้าน ทำให้ได้รับทั้งความสะดวกในการสั่งงานผ่านแอปฯ เดียว และความน่าเชื่อถือของเครือข่ายไรเดอร์มืออาชีพระดับประเทศ

ในระยะแรก บริการ Delivery เปิดให้บริการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ครอบคลุมสาขาที่มีบริการซักอบพับรวม 153 สาขา ใน 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ นครปฐม และสมุทรสาคร โดยมีแผนขยายพื้นที่ให้บริการไปยังจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศตามลำดับ

จุดเด่นที่ทำให้บริการนี้แตกต่างจากทางเลือกอื่นในตลาดคือความแม่นยำและโปร่งใสในการติดตามสถานะแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน WashXpress หมดความกังวลที่มักตามมากับการฝากซักผ้านอกสถานที่ อาทิ การติดตามตำแหน่งจัดส่งไม่ได้ การไม่ทราบสถานะขั้นตอน เป็นต้น และด้วยเครือข่ายไรเดอร์ที่ครอบคลุมทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ลูกค้าทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศ ครอบครัว นักศึกษา หรือผู้สูงอายุที่ไม่สะดวกเดินทาง ต่างสามารถเข้าถึงบริการร้านสะดวกซักครบวงจรคุณภาพระดับ WashXpress ได้อย่างเท่าเทียม ความรวดเร็วของระบบยังช่วยให้ผ้าได้รับการจัดการในเวลาที่คาดการณ์ได้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับลูกค้าที่มีตารางชีวิตแน่น ขณะที่ WashXpress เองยังคงยึดมั่นในโมเดลบริหารสาขาด้วยตนเอง ทำให้สามารถรับประกันมาตรฐานทุกขั้นตอนได้อย่างสม่ำเสมอในทุกสาขา

ยิ่งไปกว่านั้น โปรแกรมสมาชิก "พี่วัวคลับ" ยังทำหน้าที่เป็น Loyalty Engine ที่เชื่อมทุกช่องทางเข้าหากัน สมาชิกสามารถใช้สิทธิประโยชน์ได้ทั้งที่สาขา บนแอปพลิเคชัน WashXpress และผ่านบริการ Delivery ด้วยค่าสมัครเพียง 199 บาทต่อปี แต่มอบสิทธิประโยชน์รวมมูลค่ากว่า 1,200 บาท ผ่านคูปองส่วนลด 10 ใบต่อเดือน รวม 120 ใบ ตลอดทั้งปี ใช้ได้กับทุกบริการในทุกช่องทาง และบริษัทฯ ตั้งเป้าขยายฐานสมาชิกอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2569

WASH ยืนหยัดตามเป้าหมายเปิด WashXpress สาขาใหม่ให้ครบ 100 แห่งทั่วประเทศในปีนี้ ครอบคลุมทุกภูมิภาค ตั้งแต่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ โดยล่าสุดได้รุกตลาดภาคเหนือเป็นครั้งแรกด้วยการเปิดสาขาในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีประชากรกลุ่มคนทำงาน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวหมุนเวียนตลอดทั้งปี การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องนี้ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งของกลยุทธ์ Omnichannel เนื่องจากสาขาแต่ละแห่งทำหน้าที่เป็นทั้ง Service Hub สำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการเอง และเป็น Fulfillment Center สำหรับบริการ Delivery อีกด้วย บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโตประมาณ 25% และ SSSG เติบโต 10% ในปี 2569 โดยอาศัยจุดแข็งของ Company-Owned Model เป็นแกนขับเคลื่อนหลัก

ผู้ที่สนใจใช้บริการ Delivery สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน WashXpress ได้ฟรีทั้งบน Play Store, App Store และ App Gallery พร้อมติดตามข่าวสารและโปรโมชันได้ที่ Facebook: WashXpressTH, TikTok: และ Line OA:

MAGURO โชว์รายได้เติบโต 35.2% แตะ 561 ล้านบาท กำไร 34.2 ล้านบาท เติบโต 5% คงเป้าปีนี้รายได้รวมเติบโต 30% พร้อมรุกเปิดสาข...
15/05/2026

MAGURO โชว์รายได้เติบโต 35.2% แตะ 561 ล้านบาท กำไร 34.2 ล้านบาท เติบโต 5% คงเป้าปีนี้รายได้รวมเติบโต 30% พร้อมรุกเปิดสาขาใหม่อย่างน้อย 15 สาขาทั่วกรุงเทพฯ

บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO Group ผู้บริหารแบรนด์ร้านอาหารชั้นแนวหน้าในประเทศไทย เปิดเผยผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1 ปี 2569 โดยมีรายได้รวมทั้งสิ้น 560.9 ล้านบาท เติบโต 35.2% และมีกำไรสุทธิ 34.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2568 สะท้อนความสามารถในการสร้างการเติบโตในช่วงต้นปีที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

นายจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปีนี้ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากปีที่ผ่านมา ซึ่ง MAGURO Group ยังคงสามารถสร้างการเติบโตที่โดดเด่นสวนกระแสอุตสาหกรรมร้านอาหารที่หดตัว ด้วยหลายปัจจัยที่เป็นแรงเสริม การเพิ่มจำนวนสาขา การเปิดแบรนด์ใหม่ และฐานลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่ลดลงเล็กน้อย แต่ไม่ได้ส่งผลต่อการเติบโตภาพรวมของบริษัทที่รายได้ยังเติบโตถึง 35.2% นอกจากนี้ MAGURO ได้เดินหน้าเตรียมพร้อมเปิดตัว Kaiten Sushi Ginza Onodera ร้านซูชิสายพานระดับพรีเมียมจากเครือ Onodera Group ซึ่งจะเป็นสาขาแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแฟล็กชิปสโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ในไตรมาส 3 ของปีนี้ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากทั้งกลุ่มลูกค้าเดิม และ สามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ได้มากพอสมควร

แรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตในไตรมาสแรกของปี 2569 มาจาก การขยายสาขาเพิ่มขึ้น การตอบรับที่ดีเยี่ยมต่อแบรนด์ใหม่อย่าง KIWAMIYA, Tonkatsu AOKI, BINCHO และ IPPE KOPPE ฐานลูกค้าใน Give More+ Club หรือระบบ CRM ของบริษัท ที่สร้างรายได้ถึง 58% ของรายได้รวม การออกเมนูใหม่และแคมเปญการตลาดที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ธุรกิจและการตลาดให้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจ ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่รัดเข็มขัดมากขึ้น จึงมุ่งเน้นพัฒนาเมนูใหม่ภายใต้แนวคิด Everyday Dining ในราคาที่เข้าถึงง่ายมากขึ้น เพื่อขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่ม Trendy Mass คนเมือง วัยทำงาน และ Gen Z โดยยังคงรักษามาตรฐานคุณภาพอาหารและประสบการณ์เฉพาะตัวของแต่ละแบรนด์ไว้อย่างครบถ้วน

ในช่วงต้นปี 2569 MAGURO ได้เปิดตัวอีก 2 แบรนด์ใหม่ เพิ่มเข้าสู่พอร์ตโฟลิโอ ได้แก่ IPPE KOPPE (อิปเปะ คปเปะ) ร้านผู้เชี่ยวชาญด้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่นต้นตำรับที่ติดอันดับ 1 ใน 100 ร้านแกงกะหรี่จาก Tabelog ต่อเนื่องกว่า 6 สมัย โดยเปิดสาขาแรกในประเทศไทย ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมด้วยเปิด Chopman ร้านข้าวมันไก่ในรูปแบบ Delivery นอกจากนี้ ได้เปิด BINCHO สาขาที่ 2 ณ One Bangkok เพื่อมุ่งเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าคนเมืองที่ต้องการประสบการณ์อาหารคุณภาพดีในชีวิตประจำวัน ด้วยราคาที่จับต้องได้ เริ่มต้นตั้งแต่ 169 - 190 บาท

“ทิศทางต่อไปในอนาคต MAGURO Group มั่นใจในเป้าหมายการเติบโตของรายได้ทั้งปี 2569 ที่ไม่ต่ำกว่า 30% โดยวางแผนขยายสาขาเพิ่มไม่ต่ำกว่า 15 ร้านภายในสิ้นปี นอกจากนี้ยังเตรียมแผนกระตุ้นยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ให้เติบโตอีกด้วย สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างมูลค่าระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง” คุณจักกกฤติ ซีอีโอ กล่าวสรุป

ปัจจุบัน MAGURO Group บริหารร้านอาหารในเครือรวมกว่า 54 ร้านจาก 9 แบรนด์ ประกอบด้วย MAGURO ร้านอาหารญี่ปุ่นและซูชิระดับพรีเมียม, HITORI SHABU ร้านชาบูและสุกียากี้หม้อเดี่ยวสไตล์คันไซ, SSAMTHING TOGETHER ร้านปิ้งย่างสไตล์เกาหลี, Tonkatsu AOKI ร้านหมูทอดทงคัตสึต้นตำรับจากญี่ปุ่น, KIWAMIYA ร้านแฮมเบิร์กต้นตำรับจากญี่ปุ่น, CouCou ร้านอาหาร All-Day Dining สไตล์ตะวันตก, BINCHO ร้านอาหารญี่ปุ่นย่างถ่าน, IPPE KOPPE ร้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่นต้นตำรับ รวมถึง Chopman แบรนด์ข้าวมันไก่ผ่านช่องทางเดลิเวอรี

WASH ผู้นำร้านสะดวกซัก ต่อยอดความสำเร็จ กวาดรายได้ Q1/2569 รวม 262.1 ล้านบาท โต 18.6% กำไรพุ่ง 3.6% หนุน SSSG โต 3.3% ขย...
13/05/2026

WASH ผู้นำร้านสะดวกซัก ต่อยอดความสำเร็จ กวาดรายได้ Q1/2569 รวม 262.1 ล้านบาท โต 18.6% กำไรพุ่ง 3.6% หนุน SSSG โต 3.3% ขยายสาขาเชิงรุกทั่วทุกภูมิภาค ตั้งเป้าปีนี้เปิดครบ 100 สาขา พร้อมด้วยกลยุทธ์ CRM พี่วัวคลับ ดันยอดสมาชิก ชูจุดเด่นบริการซักอบพับ พร้อมติดแอร์แล้ว 52 สาขา

บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ "WASH" หนึ่งในผู้นำธุรกิจให้บริการร้านสะดวกซักครบวงจรชั้นนำของไทย ภายใต้แบรนด์ "WashXpress" รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 โดยมีรายได้รวมทั้งสิ้น 262.1 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 18.6% และมีกำไรสุทธิ 19.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2568

นายกวิน กลองกระโทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ WASH เปิดเผยว่า รายได้จากสาขาที่บริษัทฯ เป็นเจ้าของคิดเป็นสัดส่วน 93.5% ของรายได้รวมทั้งหมด สะท้อนความสำเร็จของโมเดลธุรกิจที่มุ่งเน้นการบริหารสาขาด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากการเติบโตของรายได้ในทุกช่องทาง ประกอบกับการบริหารและควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่มีประสิทธิผลยิ่งขึ้น โดยรายได้จากสาขาเดิม (Same-Store Sales Growth: SSSG) เติบโต 3.3% บ่งชี้ถึงความสำเร็จของกลยุทธ์การตลาดและการบริหารประสบการณ์ลูกค้าที่ให้ผลลัพธ์เป็นรูปธรรม

ในด้านการขยายสาขา ปัจจุบัน WashXpress มีสาขาที่บริษัทฯ บริหารเองรวม 512 สาขา จากทั้งหมด 616 สาขา ครอบคลุม 21 จังหวัดทั่วประเทศไทย โดยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 บริษัทฯ เดินหน้าเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 25 สาขา จากเป้าหมายเปิด 100 สาขาใหม่ในปีนี้ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯรับรู้ค่าเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ปลายปี 2568 ในส่วนที่เกินจากวงเงินที่ประกันรับผิดชอบเพิ่มเติมอีก 0.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นค้าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวส่งผลให้ตัวเลข SSSG ลดลงเล็กน้อยในไตรมาสนี้ แต่ไม่ได้ส่งผลให้การเติบโตโดยรวมของบริษัทฯ ลดลงแต่อย่างใด ทั้งนี้ หมุดหมายสำคัญของการขยายสาขา คือการรุกสู่จังหวัดเชียงใหม่ เริ่มเปิดบริการแล้วในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นก้าวแรกของการขยายธุรกิจสู่ภาคเหนือ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่มีประชากรหนาแน่น ทั้งคนทำงาน นักศึกษา และนักท่องเที่ยว บริษัทฯ ไม่มีนโยบายเพิ่มแฟรนไชส์รายใหม่ตั้งแต่ปี 2565 เพื่อมุ่งเน้นการขยายสาขาที่บริษัทฯ เป็นเจ้าของ ซึ่งช่วยให้สามารถควบคุมคุณภาพและบริหารจัดการได้อย่างมีมาตรฐานเดียวกันทุกสาขา อีกทั้งยังสามารถมอบการบริการที่รวดเร็ว สม่ำเสมอ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์การใช้บริการภายในร้านอย่างต่อเนื่อง ด้วยการติดตั้งระบบปรับอากาศในสาขาที่บริษัทฯ บริหารเองแล้ว 52 สาขา จากเป้าหมาย 100 สาขา เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและช่วยลดผลกระทบจากปัญหาฝุ่น PM 2.5 พร้อมกันนี้ยังขยายบริการซักอบพับ รับรีดผ้า และ Delivery ส่งตรงถึงบ้านและสถานประกอบการของลูกค้า เพื่อสร้างระบบการให้บริการแบบครบวงจร รองรับทั้งลูกค้ารายย่อยและลูกค้ากลุ่มธุรกิจ (B2B) ซึ่งล้วนเป็นแหล่งสร้าง Recurring Income ที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

ด้านกลยุทธ์การตลาดและบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า บริษัทฯ ได้เปิดตัวแคมเปญ "พี่วัวคลับ" โปรแกรมสมาชิกรายปีค่าสมัครเพียง 199 บาท แต่มอบสิทธิประโยชน์รวมมูลค่ากว่า 1,200 บาท ผ่านคูปองส่วนลด 10 บาทต่อเดือน รวม 120 ใบ ใช้ได้ทุกบริการทั้งซัก อบ และซักอบพับ ปัจจุบันมีสมาชิกแล้วกว่า 14,000 ราย และยังมุ่งขยายฐานสมาชิกอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี อีกทั้งยังเดินหน้าสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านกิจกรรมออนไลน์และออฟไลน์หลากหลายรูปแบบ เพื่อเพิ่ม Brand Loyalty และผลักดัน SSSG ให้เติบโตตามเป้าหมาย

สำหรับทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 บริษัทฯ ยืนหยัดตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยมุ่งเน้นการขยายสาขาให้ครบ 100 แห่งตามแผน ครอบคลุมทุกภูมิภาค ตั้งแต่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ พร้อมจัดสรรงบประมาณเพื่อปรับปรุงและยกระดับสาขาเดิมอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโตประมาณ 25% ในปี 2569 และ SSSG เติบโต 10% โดยอาศัยจุดแข็งของ Company-Owned Model ที่ช่วยให้บริหารมาตรฐานและนำเสนอบริการใหม่ๆ ได้อย่างคล่องตัว

นายกวิน กล่าวทิ้งท้ายว่า "ผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2569 สะท้อนความสามารถในการสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพบนพื้นฐาน Business Model ที่ชัดเจน ทั้งการขยายสาขาที่บริษัทฯ เป็นเจ้าของ การเพิ่มบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค และการสื่อสารการตลาดที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เรา มุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ซักผ้าที่ดีที่สุดให้ผู้บริโภคทุกภูมิภาค และขับเคลื่อนการเติบโตที่ยั่งยืนเพื่อผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว"

GUNKUL โชว์ผลงาน! ไตรมาส 1/2569 รายได้รวม 2,587 ล้านบาท โต 25.1% มุ่งสู่เป้ารายได้ 10,000 ล้านบาทสิ้นปี เคาะปันผล Yield ...
08/05/2026

GUNKUL โชว์ผลงาน! ไตรมาส 1/2569 รายได้รวม 2,587 ล้านบาท โต 25.1% มุ่งสู่เป้ารายได้ 10,000 ล้านบาทสิ้นปี เคาะปันผล Yield สูง 3.1%

● ไตรมาส 1/2569 รายได้โตแกร่ง 25.1% YoY ปัจจัยหนุนหลักมาจากกลุ่มธุรกิจก่อสร้างเติบโตก้าวกระโดดประกอบกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ เตรียมทยอยรับรู้รายได้ภายในปี 2569 กว่าอีก 4,600 ล้านบาท

● แข็งแกร่งทุกกลุ่มธุรกิจ ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 New High 10,000 ล้านบาท และพอร์ตพลังงานสีเขียว 2,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2027 พร้อมเข้าร่วมทุกมาตรการภาครัฐผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

● จ่ายปันผลระหว่างกาล หุ้นละ 0.10 บาท เทียบเท่า Dividend Yield 3.1%* เตรียมรับปันผล 10 มิถุนายนนี้

บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 เติบโตทุกมิติตามเป้า มีรายได้รวม 2,586.5 ล้านบาท เติบโต 25.1% โดยกำไรสุทธิโต 24.0% เป็นจำนวน 455.8 ล้านบาท ภายใต้โครงสร้างการเงินและโครงสร้างการประกอบธุรกิจพลังงานแบบครบวงจรที่แข็งแกร่งพร้อมเข้าร่วมทุกมาตรการภาครัฐ หนุนการเติบโตทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจหลัก จ่อเซ็น PPA เพิ่มอีก 319 เมกะวัตต์ พร้อมแย้มข่าวดีคว้าพอร์ตพลังงานสะอาดต่างประเทศกลางปีนี้ มุ่งสู่เป้า 2,000 เมกะวัตต์ ภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ของการเป็นพาร์ตเนอร์ที่ได้รับการยอมรับสูงสุดด้านพลังงานสีเขียวและโครงสร้างพื้นฐานของภูมิภาคเอเชีย

นางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) เผยว่า “ผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาสแรก บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,586.5 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตเพิ่มขึ้น 25.1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันปีก่อน โดยปัจจัยหนุนหลักมาจากรายได้ฝั่งธุรกิจก่อสร้างที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด สามารถบันทึกรายได้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ถึงแม้ในไตรมาส 1 แรงลมจะอ่อนตัว ส่งผลให้ Profit Sharing ลดลงจากการลดลงของกำไรขายไฟโครงการพลังงานลม แต่บริษัทฯ ยังสามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 455.8 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 24% ได้ โดยแรงลมได้กลับมาแรงขึ้นในเดือน เมษายน ส่งผลให้หน่วยไฟในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 65% จากภาวะมรสุมเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้ว ทำให้ภาพรวมรายได้จากการขายไฟสดใสในไตรมาส 2 ผนวกกับรายได้ Backlog ที่ทยอยรับรู้ในปี 2569 กว่าอีก 4,600 ล้านบาท คาดผลการดำเนินงานจะเติบโตอย่างโตต่อเนื่องในไตรมาส 2/2569

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทจึงได้มีมติเห็นชอบให้จ่ายปันผลระหว่างกาล จากกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการและผลการดำเนินงานของบริษัทงวด 1 ม.ค. - 31 มี.ค. 2569 เป็นเงินสดในอัตรา 0.10 บาทต่อหุ้น โดยขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569

สำหรับช่วงกลางปีนี้ บริษัทฯ มีแผนเพิ่มเมกะวัตต์ทั้งในและต่างประเทศ โดยจ่อลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) 319 เมกะวัตต์ และพอร์ตโฟลิโอพลังงานสะอาดในต่างประเทศที่เตรียมจะประกาศข่าวดี ผลักดันการเติบโตในเนื้อกำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) อย่างต่อเนื่องในระยะยาว นอกจากนี้ ในปี 2569 บริษัทฯ เตรียมรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar farm) ใหม่เพิ่มอีก 3 โครงการรวม 176.6 เมกะวัตต์ ที่มีแผนเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในไตรมาส 4 ปีนี้

นอกจากนั้น บริษัทฯ ยังมองปัจจัยหนุนการเติบโตเพิ่มเติม สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐซึ่งล่าสุดมีการประกาศงบอัดฉีด 200,000 ล้านบาทในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานสะอาดของประเทศ รวมถึงแนวโน้มแผน PDP 2026 ฉบับใหม่ที่จะออกมา เน้นการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นจากอุตสาหกรรม Data Center และ Semiconductor รวมถึงโครงการที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอื่น ๆ ที่บริษัทฯ สามารถเข้าร่วมได้ในทุกมิติ ตั้งแต่การเชื่อมต่อ Direct PPA เพื่อปลดล็อกการจัดหาพลังงานสะอาดให้กับภาคอุตสาหกรรม ระบบกักเก็บพลังงานแบบ Battery ระดับโครงข่ายช่วยยกระดับเสถียรภาพของพลังงานสะอาด และมาตรการกระตุ้นการเติบโตของโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชนหลังจากนโยบายลดหย่อนภาษีโซลาร์รูฟท็อป 200,000 บาทและโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งตอนนี้มีลูกค้าระดับครัวเรือนและธุรกิจ SME ให้ความสนใจติดต่อเข้ามาเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ หากปริมาณไฟฟ้าในระบบมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะต้องมีการลงทุนเพิ่มเติมในระบบสายส่งไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าของประเทศ เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางด้านพลังงานสะอาดและรองรับเปลี่ยนผ่านไปสู่ตลาดไฟฟ้าเสรี ตอบสนองต่อดีมานด์ที่เพิ่มสูงขึ้นจากภาคอุตสาหกรรมดิจิทัลใหม่ ๆ ที่เข้ามา โดยเฉพาะจาก Data Center ที่ในช่วง 2568 – 2569 มีมูลค่าการลงทุนรวมแล้วกว่า 1.5 ล้านล้านบาท และ Semiconductor 5 แสนล้านบาท ภายในปี 2569 ทั้งนี้ ด้วยจุดเด่นของ GUNKUL ที่พร้อมให้บริการครอบคลุมทั้ง Value Chain สามารถซัพพลายอุปกรณ์และดูแลการก่อสร้างทั้งระบบสายส่งและระบบจำหน่ายไฟฟ้าทุกแรงดัน ประกอบกับกลุ่มธุรกิจพลังงานสะอาดที่แข็งแกร่ง จึงมีศักยภาพที่จะรองรับโอกาสใหม่ ๆ ของโครงการทั้งภาครัฐและภาคเอกชนนี้

เพื่อเป็นการรองรับการขยายตัวทางธุรกิจสู่การเติบโตใน Curve ต่อไปของบริษัทฯ จากปัจจัยลมหนุนต่าง ๆ ข้างต้น รวมถึงในช่วงที่ผ่านมานักลงทุนให้ความสนใจต่อเส้นทางการเติบโตของ GUNKUL บริษัทฯ จึงเล็งเห็นถึงประโยชน์ในระยะยาวผ่านการระดมทุนกลับจากหุ้นที่บริษัทฯ มีการซื้อคืน (Treasury share) ก่อนหน้านี้ เพื่อการบริหารโครงสร้างเงินทุน ขยายขีดความสามารถในการลงทุนโครงการใหม่ (Headroom) และลดต้นทุนดอกเบี้ยได้ราว 35 ล้านบาทต่อปี บริษัทฯ มองว่าจังหวะ 2-3 ปีนี้เป็นช่วงสำคัญของประเทศไทยที่จะคว้าโอกาสในการเป็น Green Digital Hub ของภูมิภาค ซึ่ง GUNKUL ในฐานะบริษัทที่มีศักยภาพในด้านพลังงานครบวงจร พร้อมเดินหน้าในทุกกลุ่มธุรกิจ ทุกสเกลงาน เพื่อส่งมอบพลังงานสีเขียวที่มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพ ส่งเสริมภาพพลังงานไทยให้กลายเป็นมูลค่าเพิ่ม เป็นแต้มต่อของประเทศต่อไป

หมายเหตุ: *เทียบกับราคาปิดของหลักทรัพย์ GUNKUL วันที่ 8 พฤษภาคม 2569

WashXpress รุกขยายสู่ภาคเหนือ เปิดสาขาเชียงใหม่ รองรับคนเชียงใหม่ และ นักท่องเที่ยว ตอกย้ำผู้นำร้านสะดวกซัก ครบวงจร ที่บ...
07/05/2026

WashXpress รุกขยายสู่ภาคเหนือ เปิดสาขาเชียงใหม่ รองรับคนเชียงใหม่ และ นักท่องเที่ยว ตอกย้ำผู้นำร้านสะดวกซัก ครบวงจร ที่บริหารเอง พร้อมขยายเปิด 100 สาขาใหม่ทั่วประเทศปีนี้

WashXpress (วอชช เอ็กเพรส) ร้านสะดวกซักแบบครบวงจรชั้นนำ โดย บริษัท ลอนดรี้ ยู จํากัด (มหาชน) หรือ WASH เดินหน้าก้าวสำคัญในการขยายธุรกิจด้วยการเปิดสาขาใหม่ล่าสุดที่จังหวัดเชียงใหม่ ใจกลางภาคเหนือ ตอกย้ำความเป็นผู้นำร้านสะดวกซักที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

จังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นหมุดหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่ WashXpress เลือกรุกตลาดเป็นจุดแรกของภาคเหนือ ด้วยศักยภาพของเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่น ทั้งกลุ่มคนทำงาน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวที่หมุนเวียนตลอดทั้งปี รวมถึงการเติบโตของชุมชนเมืองและไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการบริการซักรีดที่สะดวก รวดเร็ว และมีมาตรฐาน การเปิดสาขาเชียงใหม่เป็นส่วนหนึ่งของแผนขยายธุรกิจเชิงรุกในปี 2569 ด้วยความเชื่อมั่นของบริษัทฯ ว่าธุรกิจร้านสะดวกซักยังมีโอกาสเติบโตสูงในตลาดต่างจังหวัด โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่มีความต้องการบริการเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง

นายกวิน กลองกระโทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ลอนดรี้ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ WASH เผยว่า ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ สร้างผลกำไรสุทธิเติบโตกว่า 52% พร้อมจ่ายเงินปันผลรวม 0.1788 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 3.6% สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจอย่างชัดเจน สำหรับปี 2569 ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโต 25% พร้อมเปิดสาขาใหม่ 100 แห่งทั่วประเทศ มุ่งยกระดับประสบการณ์ภายในร้านในทุกมิติ เพื่อส่งมอบบริการที่ดีที่สุดให้ผู้บริโภคทุกภูมิภาค

นอกจากการขยายสาขา WashXpress เดินหน้าอัปเกรดคุณภาพการให้บริการที่ดีให้ลูกค้า ลุยติดตั้งระบบปรับอากาศภายในร้านให้ครอบคลุม 100 สาขา เพื่อช่วยลดผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 ควบคู่กับการขยายบริการซัก อบ พับ รีดผ้า และ Delivery ส่งตรงถึงบ้าน ให้ครอบคลุมพื้นที่สาขาใหม่ทุกแห่ง

ด้านการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า ได้มีการเปิดตัวแคมเปญ "พี่วัวคลับ" โปรแกรมสมาชิกรายปีที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความคุ้มค่าให้กับลูกค้าในยุคที่ค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น ด้วยค่าสมัครเพียง 199 บาทต่อปี แต่มอบสิทธิประโยชน์รวมมูลค่ากว่า 1,200 บาท ได้แก่ คูปองส่วนลด 10 บาทต่อเดือนรวม 120 ใบ ใช้ได้กับทุกบริการทั้งซัก อบ และซักอบพับ พร้อมรับฟรีกระเป๋าพี่วัว Limited Edition รุ่นล่าสุด บริษัทฯ ตั้งเป้าขยายฐานสมาชิกให้เติบโตต่อเนื่องภายในสิ้นปีนี้

ผู้ที่สนใจสมัคร "พี่วัวคลับ" สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน WashXpress ได้ฟรีทั้งบน Play Store, App Store และ App Gallery โดยสมัครสมาชิกได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 มิถุนายน 2569 และติดตามการเปิดสาขาใหม่หรือโปรโมชันพิเศษได้ที่ Facebook: WashXpressTH, TikTok: และ Line OA:

“HANN” รพ.มุกดาหาร อินเตอร์ฯ จัดงานขอบคุณพันธมิตรตัวแทนประกันชีวิต ตอกย้ำความเชื่อมั่นในมาตรฐานบริการระดับสากล ผู้นำเครื...
06/05/2026

“HANN” รพ.มุกดาหาร อินเตอร์ฯ จัดงานขอบคุณพันธมิตรตัวแทนประกันชีวิต ตอกย้ำความเชื่อมั่นในมาตรฐานบริการระดับสากล ผู้นำเครือรพ.เอกชนแห่งลุ่มน้ำโขง

บริษัท โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ "HANN" ผู้นำเครือ โรงพยาบาลเอกชนแห่งลุ่มน้ำโขง จัดงานฉลองขอบคุณพันธมิตรตัวแทนประกันชีวิตอย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้ชื่อ “The Glittering Success : ค่ำคืนแห่งดวงดาว” เพื่อเชิดชูเกียรติและแสดงความขอบคุณ พันธมิตรคนสำคัญ ที่ร่วมเป็นกลไกสำคัญในการส่งต่อความไว้วางใจ และการดูแลสุขภาพ แก่ผู้รับบริการตลอดปี 2568 โดยเป็นหนึ่งในกิจกรรมทางการตลาดเชิงรุก เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่ม ลูกค้าประกัน พร้อมเตรียมยุทธศาสตร์แผนธุรกิจสุขภาพเชิงรุกทั้ง 3 โรงพยาบาลภายในเครือ อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2569 โดยงานจัดขึ้น ณ ห้องพลอยบอลรูม ชั้น 2 โรงแรมพลอยพาเลซ จังหวัดมุกดาหาร เมื่อเร็วๆนี้

นางประภาศรี สุฉันทบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ HANN เปิดเผยว่า โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล ภายใต้บริษัท โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ “HANN” ตระหนักถึงความสำคัญของพันธมิตร ตัวแทนประกัน ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Stakeholder) และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน การเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ดีตามความคุ้มครองของกรมธรรม์ ตลอดจนเป็นผู้ช่วยประสาน และสร้าง ความเข้าใจอันดีระหว่างผู้เข้ารับการรักษาโรงพยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ในฐานะตัวแทนของ โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล ขอขอบคุณพันธมิตรตัวแทนประกัน ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ที่สำคัญในการส่งต่อสุขภาพที่ดีให้แก่ประชาชนชาวมุกดาหาร จังหวัดใกล้เคียงรวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน

ทั้งนี้บริษัทวางแผนการตลาดเพื่อขยาย 3 ตลาดสำคัญคือ 1.กลุ่มลูกค้าประกัน 2.กลุ่มลูกค้าสวัสดิการ ของรัฐ 3. ลูกค้าเงินสดทั้งกลุ่มลูกค้าคนไทย และประเทศ สปป.ลาว สำหรับแผนงานของกลุ่มลูกค้าประกัน บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าในการสร้างสัมพันธภาพและขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมในพื้นที่มากขึ้น ผ่านการ จัดกิจกรรมด้านต่างๆ อาทิ กิจกรรมแนะนำเยี่ยมชมโรงพยาบาลในเครือให้แก่เจ้าหน้าที่ตัวแทนประกัน ตลอดจนการจัดงานฉลองเพื่อขอบคุณในนครั้งนี้ก็นับเป็นหนึ่งในแผนงานเชิงรุก นอกจากนี้ยังมีแผนขยายไป ถึงตัวแทนในพื้นที่จังหวัดข้างเคียงของรพ.มากขึ้น ได้แก่พื้นที่จังหวัดนครพนม และฝั่งสะหวันนะเขต สปป. ลาว ซึ่งคาดการณ์ว่าในปี 2569 จะมีจำนวนของผู้เข้ารับบริการรักษาในกลุ่มลูกค้าประกันเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก

นายแพทย์หาญ สุฉันทบุตร กรรมการบริษัท บริษัท โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ HANN กล่าวว่า บริษัทฯ มีความมุ่งมันในการพัฒนามาตรฐานการรักษาทางการแพทย์ เพื่อรองรับผู้รับบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับพันธมิตรทุกภาคส่วน โดย ตัวแทนประกัน นับเป็นพันธมิตรที่สำคัญในระบบนิเวศของการดูแลสุขภาพ เปรียบเสมือนสะพานที่เชื่อมโยง ความวิตกกังวลของผู้ป่วยเข้ากับความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ของเรา ซึ่งตัวแทนประกันทำหน้าที่ให้คำปรึกษา แนะนำแผนความคุ้มครองที่เหมาะสม และประสานงานเรื่องสิทธิประโยชน์อย่างมืออาชีพ ไม่เพียงแต่ช่วย ให้คนไข้คลายความกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการรักษา เพราะเมื่อคนไข้ มีความพร้อมและอุ่นใจในเรื่องงบประมาณ ทีมแพทย์ของเราก็สามารถวางแผนการรักษาที่ทันสมัย และดีที่สุดได้อย่างเต็มกำลัง

โดยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่น เป็นกันเอง สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่าง โรงพยาบาลและพันธมิตรตัวแทนประกัน พร้อมผลตอบรับจากผู้ร่วมงานที่ดีเกินความคาดหมาย โดยมีไฮไลท์ สำคัญภายในงาน ได้แก่ กิจกรรมมอบรางวัลเชิดชูเกียรติให้แก่ตัวแทนประกันที่มีผลงานโดดเด่นในการส่ง ลูกค้าเข้ารับบริการ เพื่อเป็นกำลังใจและตอกย้ำบทบาทของพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ กิจกรรมการประกวด ชุดแต่งกายสุดอลังการตามคอนเซปต์ “ดวงดาว” ที่สร้างสีสันและความสนุกสนาน และกิจกรรม Lucky Draw จับรางวัลพิเศษ เพื่อแทนคำขอบคุณจากใจแก่พันธมิตรตัวแทนประกัน โดยการจัดงานในครั้งนี้ ไม่เพียงสร้าง ความสุขและความประทับใจให้แก่ผู้ร่วมงาน แต่ยังเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่น ให้แก่พันธมิตรตัวแทนประกัน ในการเดินหน้าร่วมกันขยายโอกาสทางการตลาดและเติบโตร่วมกับบริษัท โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ HANN อย่างยั่งยืนในระยะยาว

กลุ่มอัลฟา แคปปิตอล เผยผลประกอบการแข็งแกร่ง ยอดเรียกเก็บปี 2568 สูงกว่า 1,532 ล้านบาท คิดเป็น 27%ของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพแ...
30/04/2026

กลุ่มอัลฟา แคปปิตอล เผยผลประกอบการแข็งแกร่ง ยอดเรียกเก็บปี 2568 สูงกว่า 1,532 ล้านบาท คิดเป็น 27%
ของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขาย สะท้อนความสามารถในการเรียกเก็บทั้ง NPL & NPA

- จ่ายคืนหุ้นกู้ก่อนกำหนดกว่า 400 ล้านบาท สะท้อนสถานะการเงินที่มั่นคง

- ปรับทัพองค์กรครั้งใหญ่ผู้บริหารรุ่นใหม่ เตรียมขยายธุรกิจใหม่ สร้างการเติบโตต่อเนื่อง ยกระดับสู่ผู้นำด้านการเงินยุคดิจิทัล

บริษัท อัลฟาแคปปิตอล พาร์ทเนอร์ส กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ อัลฟา หนึ่งในผู้นำ การบริหารหนี้สิน (AMC) กว่า 25 ปี เปิดเผยผลการดำเนินงานน่าพอใจ มียอดเรียกเก็บปี 2568 สูงกว่า 1,532 ล้านบาท คิดเป็น 27% ของสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขาย โดยบริษัทฯได้ชำระคืนหุ้นกู้ก่อนกำหนด มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท สะท้อนถึงศักยภาพ การดำเนิน ธุรกิจที่แข็งแกร่ง ชี้เป็นโอกาสการขยายตัวของธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ซึ่งยังคงมีบทบาท สำคัญในระบบการเงินในภาวะเศรษฐกิจที่มีชะลอตัว

นายวีร์ จารุนันท์ศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัลฟาแคปปิตอล พาร์ทเนอร์ส กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ อัลฟา เปิดเผยว่า อัลฟา หนึ่งในผู้นำธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์แบบครบวงจร และผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPLs) และทรัพย์สินรอการขาย (NPAs) มีผลการ ดำเนินงานปี 2568 เป็นที่น่าพอใจ มียอดเรียกเก็บกว่า 1,532 ล้านบาท คิดเป็น 27% ของสินทรัพย์ ด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขาย โดดเด่นในกลุ่มธุรกิจแบบเดียวกัน สะท้อนถึงศักยภาพ การดำเนินธุรกิจ ที่แข็งแกร่ง ที่ถึงแม้ว่าจะเผชิญความท้าทายของภาวะเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ดี ด้วยผลกระทบตามมาตรฐานบัญชีส่งผลทำให้อัลฟามีกำไรสุทธิเพียง 30 ล้านบาท และในปี 2569 นี้ จากสถานการณ์ความไม่สงบของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกมีความผันผวน บริษัทฯ ยังคงรักษาการเติบโต และมีกำไร

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการจ่ายคืนหุ้นกู้ก่อนกำหนดให้แก่ผู้ลงทุน มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท ในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณสำคัญที่สะท้อนถึงความมั่นคงทางการเงิน สภาพคล่อง ที่แข็งแกร่ง และความสามารถในการบริหารจัดการทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ตอกย้ำความเชื่อมั่นของ

นักลงทุนที่มีต่อบริษัทฯ ในฐานะองค์กรที่มีวินัยทางการเงินสูง และพร้อมเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว นอกจากนี้ ยังยืนยันความเชื่อมั่นจากผลการดำเนินการจ่ายคืนหุ้นกู้ในรุ่นที่ผ่านมา ซึ่งได้คืนหุ้นกู้เป็นตาม กำหนด มาอย่างต่อเนื่องในทุกรุ่นที่ผ่านมา

แผนการดำเนินงานในปี 2569 อัลฟา ยังเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ด้วยการ ปรับโครงสร้างองค์กรและเสริมทัพทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์สูงทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต ซึ่งนอกจากการแต่งตั้งตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ที่ผ่านมา เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้านการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพยุคใหม่ ยังได้มีการปรับทีมผู้บริหาร รุ่นใหม่ เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ให้เป็นไปตามโรดแมพที่วางไว้ โดยมุ่งสู่แผนการดำเนินงานเชิงรุกมากยิ่งขึ้น จะมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพอร์ตสินทรัพย์ ผ่านการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ การใช้เทคโนโลยี สนับสนุนการดำเนินงาน และการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตร เพื่อสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และยั่งยืน รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของ ประเทศไทย โดยเฉพาะในปี 2569 นี้ที่ธุรกิจ บริหาร จัดการสินทรัพย์ ยังคงมีบทบาทสำคัญในระบบการเงิน จากภาวะเศรษฐกิจที่มีชะลอตัว และหนี้ ครัวเรือน ของประเทศไทยยังอยู่ในระดับที่สูง

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการเตรียมขยายไลน์ธุรกิจใหม่ เพื่อสร้าง New Growth Engine รองรับโอกาสทางธุรกิจในอนาคต โดยมุ่งเน้นการต่อยอดจากความเชี่ยวชาญเดิม ผสานกับเทคโนโลยีและ นวัตกรรมทางการเงิน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเสริมความแข็งแกร่งให้กับองค์กรในระยะยาว

MAGURO Group ปรับกลยุทธ์ รุกตลาด Trendy Mass คนเมืองและ GEN Z  ทุกแบรนด์ออกเมนูใหม่ “คุ้มค่า เข้าถึงง่าย” เริ่มต้นเพียง ...
27/04/2026

MAGURO Group ปรับกลยุทธ์ รุกตลาด Trendy Mass คนเมืองและ GEN Z ทุกแบรนด์ออกเมนูใหม่ “คุ้มค่า เข้าถึงง่าย” เริ่มต้นเพียง 129 บาท ตอบโจทย์ช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว

- ปิด 2 ร้านใหม่ ข้าวแกงกะหรี่ IPPE KOPPE และ BINCHO รองรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

MAGURO Group ผู้บริหารแบรนด์ร้านอาหารชั้นนำของประเทศไทยเดินหน้าปรับกลยุทธ์ รับมือภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อที่เปลี่ยนแปลง มุ่งพัฒนาเมนูใหม่ในหลากหลายแบรนด์ ภายใต้เครือ เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น เจาะกลุ่มลูกค้าแมสและกลุ่มคนเมือง วัยทำงาน คนรุ่นใหม่ ที่มองหาความคุ้มค่าในการใช้จ่ายโดยยังคงรักษามาตรฐานคุณภาพอาหาร และประสบการณ์การรับประทานในแบบฉบับของแต่ละแบรนด์ไว้อย่างครบถ้วน พร้อมเปิดแบรนด์ ใหม่ IPPE KOPPE สาขาแรกที่ เซ็นทรัลเวิร์ล และ BINCHO สาขา 2 ที่ One Bangkok มั่นใจทำผลงานโตต่อเนื่อง สวนกระแสสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัว

คุณจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO เปิดเผยว่า “แม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันจะชะลอตัว ด้วยหลากหลายปัจจัยจากสถานการณ์โลก ซึ่งทำให้ผู้บริโภครัดเข็มขัด และเลือกการบริโภคที่คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น บริษัทฯ จึงเดินหน้าแผนการตลาดเพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องให้สอดรรับต่อพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยเน้นการพัฒนาเมนูใหม่ที่ตอบโจทย์การรับประทานได้บ่อยในชีวิตประจำวัน (Everyday Dining) ในราคาที่เข้าถึงง่ายมากขึ้น เพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มแมส และเพิ่มความถี่ในการกลับมาใช้บริการซ้ำ โดยยังคงรักษามาตรฐานคุณภาพอาหารและประสบการณ์การรับประทานในแบบฉบับของแต่ละแบรนด์

โดยเฉพาะ MAGURO ร้านอาหารญี่ปุ่น และ ซูชิระดับพรีเมียม ซึ่งเป็นหนึ่งในร้านแบรนด์ เรือธงของบริษัทฯ ซึ่งยังเดินหน้าสร้างสีสันใหม่ให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยทำงานพนักงานออฟฟิศ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองมากขึ้น ผ่านการเปิดตัว เมนูซีรีส์ “Irodori Kaiseki” ซึ่งเปิดตัวในช่วง ปลายปีที่ผ่านมา และได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคจนกลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ และโซเชียลมีเดียในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ ด้วยการนำเสนอเมนูที่โดดเด่นทั้งรสชาติ ความสวยงาม ราคาที่คุ้มค่า เมนูซีรีส์ “Irodori Kaiseki” เซตเริ่มต้นเพียง 280 บาท โดยเสิร์ฟแบบครบครัน ทั้งข้าวญี่ปุ่น ซาชิมิ เครื่องเคียง และซุปกลมกล่อม แตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ในแต่ละเซต ด้วยวัตถุดิบคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น Akami Bluefin, Akami Yellowfin Chutoro, Otoro หรือปลาดรายเอจตามฤดูกาล เป็นการยกระดับประสบการณ์ การรับประทาน ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การแชร์ บนโซเชียล ทำให้ “IrodoriKaiseki” กลายเป็นหนึ่งในเมนูใหม่ ที่ติดอันดับเมนูขายดีของแบรนด์อย่างรวดเร็ว สะท้อนถึงความสำเร็จในการขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยยังคงภาพลักษณ์ความเป็นพรีเมียมที่เข้าถึงได้

นอกจากนี้หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “IPPE KOPPE (อิปเปะ คปเปะ)” ร้านผู้เชี่ยวชาญด้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่นต้นตำรับ (Curry & Katsudon Senmonten) ที่ติดอันดับ 1 ใน 100 ร้านแกงกะหรี่ใน Tabelog ถึง 6 สมัย เปิดให้บริการครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีจุดเด่นที่แตกต่างจาก แกงกะหรี่ญี่ปุ่นทั่วไปด้วยแนวคิดการพัฒนา “แกงกะหรี่ที่ยกระดับทงคัตสึได้ดีที่สุด” ผ่านการออกแบบรสชาติ ให้สมดุล และส่งเสริมกันอย่างลงตัว และอีกหนึ่งจุดเด่นที่สำคัญคือ ราคาที่จับต้องได้และคุ้มค่า ในเมนูราคา เริ่มต้นเพียง 169 บาท โดยเปิดเป็นสาขาแรกของประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ขณะเดียวกันได้เปิดร้าน “BINCHO (บินโช)” ร้านอาหารญี่ปุ่นย่างถ่านแบบญี่ปุ่นดั่งเดิม สาขาที่ 2 ที่ One Bangkok มีไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การนำเสนอเมนูอาหารด้วยวิถีแห่ง Washoku ที่เน้นความพิถีพิถันในทุก รายละเอียด ซึ่งอาหารทุกจานจากวัตถุดิบหลัก อาทิ ไก่ หมู เนื้อวัว และอื่นๆ โดยเฉพาะปลา ที่คัดสรรปลา พิเศษนำเข้าจากญี่ปุ่น นำมาย่างบนถ่านบินโชตัน ถ่านไม้คุณภาพสูงจากประเทศญี่ปุ่น ที่ไร้ควันและมี กลิ่นหอมบาง ๆ ย่างด้วยไฟใช้อุณหภูมิที่แม่นยำทุกองศา เมนูอาหารเซ็ตราคาเริ่มต้นเพียง 190 บาท อยู่ที่ One Bangkok ชั้น 1 ตึก The Storeys และสาขาแรกที่ชั้น 1 ศูนย์การค้า เมกาบางนา

นอกจากนี้ แบรนด์ต่าง ๆ ภายใต้ MAGURO Group ทั้ง HITORI SHABU, MAGURO ที่ยังเดินหน้า พัฒนาเมนูเข้าถึงง่าย ต่อยอดจาก “Irodori Set” เมนูฮิตที่เป็นกระแสบนโซเชียล ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 280 บาท, SSAMTHING TOGETHER พร้อมเปิดตัวเมนูใหม่กว่า 8 เมนู ในราคาเริ่มต้น 129 บาท สำหรับหมวดซีฟู้ด, Tonkatsu AOKI เปิดตัวเมนูซีรีส์ใหม่ Katsudon ราคาเริ่มต้น 169 บาท, CouCou ปล่อยเมนูใหม่ American x Japanese Fusion ที่กำลังมาแรง ในราคาที่เข้าถึงง่าย เริ่มต้นเพียง 190 บาท และ KIWAMIYA ต่างทยอยพัฒนาเมนูใหม่ โปรโมชั่นและเซ็ตอาหาร ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองมากขึ้น โดยเน้นความสะดวก รวดเร็ว และราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกรับประทานอาหารคุณภาพดี ได้ในทุกวัน ไม่จำกัดเฉพาะโอกาสพิเศษ

“MAGURO Group เชื่อมั่นว่าการปรับกลยุทธ์ครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ทุกแบรนด์ในเครือ สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งผู้บริโภคยังพร้อมใช้จ่าย หากสินค้านั้นมีความคุ้มค่าอย่างแท้จริงและสร้างการเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโตกว่า 30% พร้อมแผนขยายสาขาเพิ่มกว่า 20 ร้าน รวมเป็นกว่า 73 ร้านภายในสิ้นปี” คุณจักรกฤติ กล่าวสรุป

ที่อยู่

100/65 Nonsi Road, Chongnonsi, Yannawa
Bangkok
10120

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Brand Wealthผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Brand Wealth:

แชร์