22/06/2026
ขอบคุณ Marketing Oops! นะครับ
AI คิดให้หมด แล้ว Creative จะอยู่ยังไง? ฟังจากตัวจริงในวงการครีเอทีฟโฆษณา ที่จะมาไขข้อสงสัยให้กระจ่างในยุคที่คนบอกว่า AI ไม่ใช่แฟนแต่ก็ทำแทนได้ทุกอย่าง
งาน ในเซสชั่น Creativity Trends ชวนคนทำงานจริงในวงการครีเอทีฟ เอเจนซี่ มาคุยว่า ในยุคที่ AI คิดไอเดียงานให้ได้แล้ว ครีเอทีฟยังจำเป็นอยู่หรือไม่ โดยมีตัวแทนของทั้งฝั่งเอเจนซี่และโปรดักส์ชั่นเฮาส์ ได้แก่ คุณเอย ภัทศา อัตตนนท์ Managing Director Jongluckdee (จงรักดี) และ คุณอั๋น วุฒิศักดิ์ อนรรฆพร Founder and Director, Factory 01 มาคลายข้อสงสัยให้เราได้เข้าใจได้มากขึ้น ว่าบทบาทของ AI และความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ในโลกธุรกิจยุคใหม่ จะเป็นอย่างไรต่อไป
[ AI เป็นเครื่องมือที่ทำให้ความคิดสร้างสรรค์มีความสำคัญยิ่งขึ้น ]
AI ทำให้การสร้างไอเดียกลายเป็นเรื่องทั่วไป (commodity) เนื่องจากทุกคนสามารถเข้าถึงเครื่องมือนี้และสร้างไอเดียได้ง่ายขึ้น ดังนั้น คุณค่าของมนุษย์ในสายงาน ครีเอทีฟ จึงย้ายจากแค่การ "คิดไอเดีย" ไปสู่การ "เลือก, ตัดสินใจ, ปรับปรุง, และลงมือทำ (execute)" ให้ไอเดียนั้นเกิดขึ้นจริงอย่างมีประสิทธิภาพ
แต่ในแง่คำถามว่า แล้ว AI จะมาแทนที่งานคิดไอเดียครีเอทีฟได้หรือไม่ มองว่า การสร้าง Ex*****on หรือความสามารถในการทำให้ไอเดียเป็นจริงได้นั้น คือสิ่งที่ AI ไม่สามารถเข้ามาแทนที่ได้
[ ความสำคัญของการ "Ex*****on" (การลงมือทำ) และการสร้างความแตกต่าง ]
AI สามารถช่วยในการหาข้อมูลและสร้างไอเดียที่ "คนส่วนใหญ่" อาจจะคิดได้ แต่การสร้างผลงานที่โดดเด่นนั้นต้องอาศัยการคิดต่างและการลงมือทำที่เหนือความคาดหมาย
การทำตามข้อมูลที่ AI แนะนำเพียงอย่างเดียวจะทำให้ผลงานไม่แตกต่างและไม่น่าจดจำ ซึ่งในระยะยาวกลับกลายเป็นความเสี่ยงที่มากกว่าการกล้าที่จะฉีกแนว
ดังนั้น "Ex*****on" คือการนำไอเดียมา "บรรจุหีบห่อ" เพื่อให้มนุษย์สามารถซึมซับความรู้สึกและเข้าใจได้ ซึ่งต้องอาศัยความเป็นมนุษย์และทักษะหลายด้าน เช่น การเจรจาต่อรอง การพูดคุยกับผู้คน
[ ความท้าทายในการตัดสินใจของธุรกิจ ]
ผู้บริหารและผู้ประกอบการมักจะลังเลที่จะก้าวออกจาก Safe Zone เนื่องจากความกลัวที่จะไม่บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจหรือกำไร
แต่ว่าการสร้างแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในระยะยาวจำเป็นต้องอาศัยความกล้าหาญในการตัดสินใจเลือกแนวทางที่ไม่เหมือนใคร แม้ข้อมูลหรือประสบการณ์เดิมอาจจะบ่งชี้ว่ามีความเสี่ยง และจะสามารถสร้างสรรค์งานที่โดดเด่น (Out standing) และแตกต่าง (Differentiate) จากคนอื่นได้
นอกจากนี้ การสร้างความน่าเชื่อถือ (Trust) และความสามารถในการโน้มน้าวลูกค้าให้เชื่อมั่นในไอเดียที่แตกต่าง ก็เป็นอีกทักษะสำคัญที่ AI ทดแทนไม่ได้ การที่เราจะจับมือไปกับลูกค้า การทำให้ลูกค้าออกจาก Comfort Zone ของตัวเองคือสิ่งที่เราจะต้องพาลูกค้าเดินไปพร้อมกัน
[ อันตรายจาก "ความเข้าใจผิด" เกี่ยวกับ AI ]
อันตรายที่แท้จริงของ AI ไม่ใช่ตัว AI เอง แต่คือ "ความเข้าใจผิด" เกี่ยวกับความสามารถและผลลัพธ์ของมัน
ข้อมูลจำนวนมากเกี่ยวกับ AI ที่เราระดมทุนและประชาสัมพันธ์ เพื่อดึงดูดการลงทุน อาจทำให้เราเชื่อในศักยภาพของ AI มากเกินไปโดยไม่ตั้งคำถาม
การเชื่อในกระแสโดยขาดการวิเคราะห์และนำไปประยุกต์ใช้จริงอย่างมีวิจารณญาณ จะนำไปสู่การลงทุนที่ไม่คุ้มค่าและลดความกล้าในการทดลองสิ่งใหม่ๆ ดังนั้นแล้ว กุญแจสู่ความสำเร็จในยุค AI คือ "Originality" หรือความเป็นต้นฉบับอันแท้จริง
เพราะฉะนั้น ธุรกิจที่ต้องการอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคที่ AI เป็นเครื่องมือที่เข้าถึงได้ง่าย จะต้องค้นหา "แก่นแท้ของความเป็นต้นฉบับ" (Originality) ของตนเองให้เจอ
รวมไปถึง การสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งและมีความแตกต่างอย่างแท้จริง จะช่วยให้ธุรกิจไม่ถูกกลืนไปกับไอเดียที่กลายเป็นสินค้าโภคภัณฑ์
สรุปคีย์เวิร์ดสำคัญ:
• เครื่องมือ (Tool): AI เป็นเพียงเครื่องมือที่ทุกคนเข้าถึงได้
• ความแตกต่าง (Differentiation) / ความเป็นต้นฉบับ (Originality): สิ่งสำคัญที่ต้องสร้างเพื่อให้โดดเด่น
• การลงมือทำ (Ex*****on): หัวใจสำคัญที่ต้องใช้ความเป็นมนุษย์ ทักษะ และการเจรจา
• ความกล้าหาญ (Courage): การตัดสินใจที่จะก้าวออกจาก comfort zone และไม่เชื่อ AI หรือข้อมูลเดิมๆ อย่างเดียว